|
|
ข่าวสาร 
รหัสสินค้า: 000034
รายละเอียด:
ไนล์...สายน้ำแห่งกาลเวลา
แม่น้ำไนล์สายสีน้ำตาลที่ไหลเอื่อยๆ เรื่อยๆ ต้นปาล์มสองฝั่ง
... งดงามเมื่อย่างเข้าสู่หุบผากษัตริย์ ไปยืนมองมหาพีระมิดแห่งกีเซห์ รอบตัวเราและลึกลงไป
ใต้ .. ผืนทรายยังมีสรรพวิชามากมาย..ถูกฝัง และ แอบซ่อน บางอย่างถูกลบเลือนไปด้วยกาลเวลา
สิ่งที่เหลืออยู่รอเวลาถูกขุดค้น
สวรรค์และพิภพ...จงฟังข้า _ ไนล์...จงฟังวาจาแห่งเรา _ ไอยคุปต์อาจล่มสลายได้
สรรพวิชาทั้งหลาย สูญหายไป _ หากคัมภีร์แห่งเรา _จะจารึก ไว้นานชั่วกัลป์
--------------------------------------------------------------------------------
จุดมุ่งหมายก่อนที่จะเป็นเวบนี้
ข้าพเจ้ามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเผยแพร่ความรู้คัมภีร์ฮัทจั๊ต
ให้กับบุคคลทั่วไปได้รู้จัก และ ได้เรียนรู้ คัมภีร์ฮัทจั๊ต ที่ข้าพเจ้าได้ค้นคว้ามา
โดยเฉพาะ ในยุค IT นี้
การเผยแพร่ ให้ความรู้ผ่านทางเวบไซด์เป็นวิธีที่ง่ายต่อการค้นคว้า
เผยแพร่ความรู้
ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำ เวบไซด์นี้ขึ้นมา
อาจารย์ ฐาณิษา เป็นหนึ่ง
|
|
|
ทำบุญ 9 วัดกับเรือสำราญลำใหญ่ของกองทัพเรือ "เรืออังสนา" 
รหัสสินค้า: 000035
รีบจองด่วน จำนวนจำกัด
รายละเอียด: เรืออังสนา เป็นเรือรับรองแขกผู้มีเกียรติของกองทัพเรือ และบุคคลทั่วไป ที่ต้องการใช้พื้นที่บนเรืออังสนา เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หรือกิจกรรมอื่น ๆ ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงาน ความโดดเด่นของเรืออังสนา อยู่ที่ความโอ่อ่า หรูหรา และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงการบริการ และระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ ด้วยขนาดของเรือที่มีความยาวถึง 49 เมตร และมีความกว้างถึง 10 เมตร กับพื้นที่ในการใช้งานอย่างกว้างขวางซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ดังนี้ MAIN DECK อยู่บริเวณชั้นล่างของเรือ ประกอบด้วยห้องจัดเลี้ยงที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างสวยงาม และหรูหราคลาสสิก จำนวน 2 ห้อง
|
|
|
เทพ รา หรือ เร ( Ra or Re )
รหัสสินค้า: 000042
รายละเอียด: เทพ รา หรือ เร ( Ra or Re )
|
|
|
ประวัติฟาโรห์หญิงฮัทเซปซุต 
รหัสสินค้า: 000020
รายละเอียด: ตามโบราณสถานต่าง ๆ รูปแกะสลักขององค์ฟาโรห์จะใหญ่มหึมา ส่วนขององค์ราชินีที่ยืนเคียงคู่นั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว โดยทั่วไปซุกอยู่แถว ๆ หน้าแข้งขององค์ฟาโรห์ ทำให้ทราบไปถึงฐานะของสตรีอียิปต์โบราณช่างต่ำต้อยเหลือเกิน มีสิทธิ์ไม่เท่าเทียมชาย ผู้หญิงสี่คน แหวกโค้งประเพณีขึ้นไปนั่งบัลลังก์ หนึ่งนั้นคือคลีโอพัตรา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรุงโรม อีกสองเป็นแค่ประเดี๋ยว เดียว ไม่ถึง10 วันแต่กรณีของพระนางฮัตเซปสุตแตกต่างจากคนอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง พระนางได้ขึ้นครองราชย์ด้วยความสามารถของคนเองทั้งได้รับความเห็นชอบ จากขุนนางฝ่ายศาสนจักร และ ทหาร ทรงเก่งทั้งด้านศิลปะ การพาณิชย์ ให้อยู่ในฐานันดรศักดิ์ ฟาโรห์หญิงองค์แรก และ องค์เดียวของปฐพี อียิปต์โบราพระราชบิดาของเจ้าหญิงฮัตเซปสุตทรงเป็นฟาโรห์จอมยุทธในรัชสมัยของ ธุตโมสที่ 1ทรงทำสงครามขยายดินแดนออกไปกว้างไกล และในปลายรัชสมัยของพระองค์ทรงมองเห็นความสามารถปราดเปรื่องในพระราชธิดาองค์นี้ อีกทั้งพระนางประสูติจากอัครมเหสีซึ่งมีสิทธิ์เต็มที่ อันที่จะขึ้นครองราชย์เป็นราชินีร่วมกับเจ้านายในราชวงศ์ใกล้ชิดอีกองค์ ธุตโมสที่ 1 จึงทรงแต่งตั้งให้เจ้าหญิงฮัตเซปสุตได้นั่งบัลลังก์ร่วมกับ พระองค์ ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนอย่างสุดกำลังโดยกฎการสืบสันตติวงศ์ของอียิปต์โบราณ ฟาโรห์และราชินีจะต้องสืบสายโลหิตเดียวกัน แต่เนื่องจากอนุชาทั้งสองของเจ้าหญิง ฮัตเซปสุตสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ผู้ที่จะอภิเษกสมรสกับพระนาง และ ขึ้นดำรงตำแหน่งฟาโรห์จึงได้แก่โอรสของธุตโมสที่ 1 ที่ประสูติ จากพระชายารอง เผอิญเจ้าชายองค์นี้มีพระนามเหมือนพระราชบิดา พอได้ขึ้นครองราชย์จึงได้เป็นธุตโมสที่ 2 ร่วมกับพระนางฮัตเซปสุตผู้เป็น ราชินีธุตโมสที่ 2 ทรงเป็นบุคคลอ่อนแอทั้งทางกาย และ ใจ พระนางฮัทเซปซุท ทรงรักและสงสารน้ององค็นี้มากทรงให้ดูแลอย่างดี แต่หลังจากนั่งบัลลังก์ได้ราว 8 ปี ก็สิ้นพระชนม์ แต่เนื่องจากกฎมณเฑียรบาล ไม่ยอมให้สตรีขึ้นครองราชย์ตามลำพัง พระนางก็ไม่มีพระโอรส มองหาไปมาจึงเห็นว่าโอรสของธุตโมสที่ 2 ที่ประสูติจากนางสนมชั้นผู้น้อยซึ่งขณะ นั้นมีพระชนม์เพียง 10 ชันษาเป็นผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งฟาโรห์มากที่สุดเนื่องด้วยธุตโมสที่ 3 ยังเยาว์พระชันษา แรก ๆ พระนางฮัตเซปสุตทรงอยู่ในฐานะผู้สำเร็จราชการ แต่ต่อมาเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่ เข้าทางก็ให้ทรงมอบอำนาจให้ ธุตโมสที่ 3 ดำรงตำแหน่งเป็นประมุขแห่งนักบวชของจอมเทพอามอน และพระนางเองเสด็จขึ้นเป็นฟาโรห์ผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการ ปกครองราชอาณาจักรทั้งอียิปต์บนและล่าง ฮัตเซปสุตขึ้นครองราชย์ท่ามกลางความรู้สึกยินดีของข้าราชสำนัก เพราะทรงสะสมอำนาจมาตั้งแต่ ปลายรัชสมัยของพระราชบิดา ทุกฝ่ายเป็นสมัครพรรคพวกของพระนางและพร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ มีแต่ประชาราษฎร์ที่นึกแปลกใจเพราะไม่เคย เห็นสตรีคนไหนกล้าประกาศตรครองราชย์เป็นฟาโรห์แต่ผู้เดียว อย่างเก่งที่สุดก็ร่วมบัลลังก์กันโดยอำนาจสิทธิ์ขาดอยู่ที่องค์ฟาโรห์ เพิ่งจะมีครั้งนี้ แหละที่ฮัตเซปสุตตัดสินพระทัยในสิ่งที่คนทั่วไปไม่คิดว่าจะทรง กระทำ นั่นคือเวลาเสด็จออกประทับบนบัลลังก์ในท้องพระโรง ราชินีฮัตเซปสุตที่เคยงามอย่างสตรีเพศก็แปลงโฉมจนแทบจำไม่ได้ ไม่ว่าฉลอง พระองค์ สวมมงกุฎแฝดของอียิปต์ตอนบนและล่างมีคฑาในพระหัตถ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนนำความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็น แต่ไม่เท่ากับราชินีมี เครายาวลงมาถึงหน้าอก ผู้ที่แต่งองค์ครบเครื่องเช่นนนี้ได้จะต้องมีเพียงหนึ่งเดียวบนแผ่นดินอียิปต์เท่านั้น คือองค์ฟาโรห์หลังจากจัดระบบภายในเรียบร้อยแล้ว ฮัตเซปสุตก็เริ่มทรงงานพาณิชย์และงานต่างประเทศซึ่งลือกันว่าถนัดที่สุด ทรงส่งคณะไปสำรวจ ชายฝั่งทะเลแดง จนถึงอาณาจักรพันต์ (ปัจจุบันคือประเทศโซมาเลีย) ซึ่งร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย และนำเอาทองคำ หนังสัตว์ งาช้าง ลิงบาบูน ไม่เนื้อแข็ง ฯลฯ กลับมายังอียิปต์ นอกจากนี้ยังส่งคณะทูตเดินทางไปยังดินแดนต่าง ๆ ที่พระราชบิดาทรงตีได้ ทำให้ได้รับ เครื่องราชบรรณาการมากมายเมื่อเศรษฐกิจดี งานชิ้นแรกคือ ฟื้นฟูบูรณะซากปรักหักพังที่เกิดจากสงครามกู้อิสรภาพจากฮิกซอส ซึ่งได้จัดตั้งราชวงศ์ที่ 15 และครอบครองอียิปต์กว่าหนึ่งร้อยปี เจ้านายอียิปต์รวบรวมกำลังขับไล่กษัตริย์ชาวฮิกซอสไป และสถาปนาราชวงศ์ที่ 18 พร้อมกับการเริ่มยุค อาณาจักรใหม่หลังจากนั้นก็ทรงสร้างวิหารขนาดใหญ่อุทิศแก่พระราชบิดาที่คาร์นัค สร้างวิหารแบบเจาะเข้าไปในหน้าผาที่เบนอี ฮัสซัน อยู่ตอนกลางของประเทศ ทว่างานสถาปัตยกรรมในสมัยของพระนางที่เด่นเป็นสง่าและครอบครองความอันเป็นเอกมาจนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ วิหารประกอบพิธีศพที่ดาร์อี อัล บาห์รี ซึ่งอยู่ในเขต "นครแห่งความตาย"วิหารประกอบพระศพของฮัตเซปสุตนี้ พระนางทรงสั่งให้ก่อสร้างอย่างประณีตสุดฝีมือ ออกแบบและควบคุมงานโดยเซนเนมุต ซึ่งเป็นข้าราชสำนักคนสนิท เป็นวิหารประกอบพิธีศพที่ใช้พื้นที่มากที่สุด เพราะทางเดินที่นำไปสู่ตัววิหารมีความยาว 1 กิโลเมตร ในตำราเขียนว่าสอง ข้างทางเรียงรายด้วยรูปแกะสลักเทพโอซิริส และสฟิงซ์นับร้อยถนนริมฝั่งตั้งแต่แม่น้ำมายังวิหารแห่งนี้ปลูกต้นไม้ร่มรื่น ภายในตัววิหาร ตามผนังด้านในมีทั้งรูปแกะสลักนูนต่ำและ รูปวาดเกี่ยวกับพระราชประวิตและผลงานของพระนาง รูปแกะสลักนูนต่ำและภาพวาดเหล่านี้ ถูกทำลาย ไปมาก สาเหตุใหญ่มาจากธุตโมสที่ 3 องค์เดียวอันที่จริงพระนางฮัตเซปสุตมิใช่คนโหดเหี้ยมเหมือนสตรีผู้หลงอำนาจอื่นๆ แม้ไม่ให้ธุตโมสที่ 3 ยุ่งกับการเมืองก็ยังคงให้เกียรติพอ สมควร นอกจากให้ดำรงฐานะหัวหน้านักบวชแห่งจอมเทพอามอนแล้ว ยังให้เป็นแม่ทัพอีกตำแหน่งหนึ่ง ธุตโมสที่ 3 จึงค่อย ๆ สะสมกำลังทหาร ครั้น 20 ปีผ่านไป ขุนนางและทหารที่ค้ำบัลลังก์ของพระนางก็พากันแก่ชราภาพ ส่วนกองทัพของธุตโมสที่ 3 แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับไม่มีใครทราบชัดเจนว่า พระนางสิ้นพระชนม์เพราะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเพราะถูกกำลังทัพของธุตโมสที่ 3 บังคับแต่ที่ทราบแน่ ๆ คือ ธุตโมสที่ 3 ได้ สำแดงออกอย่างเด่นชัดทันทีที่ขึ้นครองราชย์ว่าพระองค์ทรงเกลียด และไม่ยอมรับผู้หญิงให้ยิ่งใหญ่กว่า และถูกกดดันด้วยอารมย์นั้น จนต้องระบายอารมณ์เอากับอนุสรณ์สถานที่ฮัตเซปสุต สร้างขึ้น
|
|
|
ห้องอาหารสุดหรูในเรือสำราญ"อังสนา" 
รหัสสินค้า: 000036
สนใจสอบถามด่วนจำนวนจำกัด
รายละเอียด: BANQUET ROOM เป็นห้องจัดเลี้ยงที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด สามารถจุจัดเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟต์ ได้ถึงจำนวน 250 คน มี ฟลอร์ สำหรับวงดนตรี เครื่องเสียง และเฟอร์นิเจอร์สวยหรูครบครัน
|
|
|
ความเจริญในสมัยพระองค์ 
รหัสสินค้า: 000021
รายละเอียด: ความรุ่งเรืองในสมัยของพระนาง ได้ติดต่อกับ ดินแดนพันต์ และ การค้าของจักรวรรดิดินแดนพันต์ (Punt) เป็นนครการค้าที่ตั้งอยู่ทางใต้ของอียิปต์ โดยถูกบันทึกไว้ว่าเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยไม้หอม และ ของมีค่าต่างๆ นับแต่สมัยโบราณ ฟาโรห์หลายพระองค์ได้ส่งกองเรือไปทำการค้าเพื่อนำสินค้ล้ำค่ากลับมายังอียิปต์ หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในสมัยของให้เห็นว่า อียิปต์ได้ทำการค้ากับพันต์มาเป็นเวลากว่า 1300 ปี ทั้งนี้ในสายตาชนชั้นสูงของอียิปต์นั้น สินค้าจากพันต์ถือเป็นของล้ำค่า และ ควรแก่การใช้บูชาเทพเจ้า เนื่องจากการเดินทางไปยังดินแดนพันต์ยากลำบาก และต้องฝ่าฟันอันตรายทั้งจากสภาพอากาศและโจรผู้ร้าย ดังนั้นฟาโรห์พระองค์ใดสามารถส่งกองเรือเดินทางไปนำสินค้าจากพันต์มาได้สำเร็จ จะถือได้ว่าเทพเจ้า หนุนนำอำนาจของพระองค์ ราชินีแห่งพันต์พล - เมืองพันต์ในสมัยของพระนางฮัทเชปซุต ชาวอียิปต์ไม่ได้ทำการค้าขายกับดินแดนพันต์มาเป็นเวลาหลายปีเนื่องจากสงครามกับชาวเอเชีย จนกระทั่งพระนางฮัทเชปซุตครองราชย์ จึงให้ขุนนางชื่อ เนชิ (Neshi) เป็นทูตนำกองเรือ ไปยังดินแดนพันต์ จากภาพสลักในวิหารเดียร์-เอล-บาห์รีแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของชาวพันต์ ลักษณะของชาวพันต์โดยทั่วไป
คล้ายชาวอียิปต์แต่จะมีผิวที่คล้ำกว่า โดยพวกพันต์จะอาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ราชินีแห่งพันต์ทรงกลมยกพื้นสูงมีบันไดพาดขึ้น หมู่บ้านเหล่านี้มักปลูกอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโดยมีพวกไม้หอมและปาล์มขึ้นอยู่ทั่วไป ชาวพันต์นิยมเลี้ยงวัวเพื่อใช้เป็นแรงงานและอาหาร สินค้าที่ชาวอียิปต์นำมาจากพันต์ ได้แก่ งาช้าง และ ทองคำ รวมทั้ง สัตว์แปลกอย่างลิงบาบูน ยีราฟ เสือดาว แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ไม้หอม โดยมีทั้งแบบที่ก้อนยางไม้ และ ไม้หอมที่เป็นต้น โดยก้อนยางไม้หอมจะถูกนำไปทำเป็นกำยานเพื่อใช้จุดบูชาเทพเจ้า ส่วนไม้หอมที่เป็นต้น จะถูกนำไปปลูกไว้ที่สวน ศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิหารคาร์นัก
- นกกระจอกเทศสินค้าอีกตัวหนึ่งจากพันต์ ปัจจุบันนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดียังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าดินแดนพันต์ตั้ง อยู่ส่วนใด ของทวีปอาฟริกากันแน่ จากข้อมูลในปัจจุบันเชื่อว่าดินแดนพันต์น่าจะอยู่แถวชายฝั่ง ทะเลแดง ซึ่งปัจจุบันคือ บริเวณประเทศโซมาเลีย นั่นเองสื่อมวลชนให้ความสนใจกันล้มหลาม เพราะการค้นพบฟาโรห์ที่คนกล่าวขวัญถึง นับเป็นการค้นพบที่สุดยอดไม่แพ้การพบตุตันคาเมนทีมโบราณคดีของรัฐบาลอียิปต์พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์จากหลายชาติร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยี ทั้งซีทีสแกน และรหัสพันธุกรรม ซึ่งมี "ฟัน" ซี่ที่หักเป็นร่องรอยสำคัญในการระบุตัวฟาโรห์หญิงที่ไม่มีผู้ใดพบพระศพมาก่อน มัมมี่ของพระนางที่ค้นพบในหลุมที่เล็กไม่สมพระเกียรตินั้นเป็นไปได้ว่าเพราะต้องการเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย หลังจากพระนางหายสาบสูญไปจากบันทึกซึ่งอาจเป็นเพราะทุตโมซิสที่ 3 (Tuthmosis III)ซึ่งเป็นหลานชายของพระนางชิงบัลลังก์ ทั้งยังลบชื่อและความทรงจำที่เกี่ยวกับพระนางออกทั้งหมด หลุมพระศพของฮัตเชปซุตที่มีแต่โลงเปล่า จึงทำให้ต้องตามหากันหลายร้อยปี เสาโอบิลิสที่พระนางฮัตเซปซุตสร้างขึ้นไว้ในวิหารคาร์นักแกะจากหินแกรนิตสีชมพู หลังทุตโมซิสที่ 2 ครองราชย์ได้สร้างกำแพงขึ้นมาบังเสาของพระนาง (แสดงว่ายุคนั้นมีการดู และแก้ไขฮวงจุ๊ยด้วย) วิหารฮัตเชปซุต (Temple of Hatsheepsut) อันเป็นหลุมพระศพของพระนาง (อย่างเป็นทางการ) นั้นอยู่ที่บริเวณหุบผากษัตริย์ในนครธีบส์ อันเป็นเมืองหลวงแห่งยุคอาณาจักรใหม่ (New kingdom) ช่วง1539-1075 ปีก่อนคริต์ศักราช เต็มไปด้วยเสาหินทรายขนาดใหญ่ ซึ่งมีวิหารประกอบพิธีศพคาอีร์ อัล บาห์รี (Dayr al - Bahri) เป็นสถาปัตยกรรมที่คงเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน
|
|
|
รหัสสินค้า: 000043
รายละเอียด: เทพ โฮรัส (Horus)
|
|
|
เศรษฐกิจ 
รหัสสินค้า: 000003
รายละเอียด: ในสมัยของพระนางฮัทเชปซุต ชาวอียิปต์ไม่ได้ทำการค้าขายกับดินแดนพันต์มาเป็นเวลาหลายปีเนื่องจากสงครามกับชาวเอเชีย จนกระทั่งพระนางฮัทเชปซุตครองราชย์ จึงให้ขุนนางชื่อ เนชิ (Neshi) เป็นทูตนำกองเรือ ไปยังดินแดนพันต์ จากภาพสลักในวิหารเดียร์-เอล-บาห์รีแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของชาวพันต์ ลักษณะของชาวพันต์โดยทั่วไปคล้ายชาวอียิปต์แต่จะมีผิวที่คล้ำกว่า โดยพวกพันต์จะอาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ทรงกลมยกพื้นสูงมีบันไดพาดขึ้น หมู่บ้านเหล่านี้มักปลูกอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโดยมีพวกไม้หอมและปาล์มขึ้นอยู่ทั่วไป ชาวพันต์นิยมเลี้ยงวัวเพื่อใช้เป็นแรงงานและอาหาร สินค้าที่ชาวอียิปต์นำมาจากพันต์ ได้แก่ งาช้างและทองคำรวมทั้งสัตว์แปลกอย่างลิงบาบูน ยีราฟ เสือดาว แต่ที่สำคัญที่สุดคือไม้หอม โดยมีทั้งแบบที่ก้อนยางไม้และไม้หอมที่เป็นต้น โดยก้อนยางไม้หอมจะถูกนำไปทำเป็นกำยานเพื่อใช้จุดบูชาเทพเจ้า ส่วนไม้หอมที่เป็นต้น จะถูกนำไปปลูกไว้ที่สวน ศักดิ์สิทธิ์ของมหาวิหารคาร์นัก ปัจจุบันนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดียังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าดินแดนพันต์ตั้ง อยู่ส่วนใด ของทวีปอาฟริกากันแน่ จากข้อมูลในปัจจุบันเชื่อว่าดินแดนพันต์น่าจะอยู่แถวชายฝั่ง ทะเลแดง
|
|
|
รหัสสินค้า: 000044
รายละเอียด: เทพ ธ็อธ (Thoth)
|
|
|
ห้อง VIP ใหญ่ สุดหรูในเรือสำราญ "อังสนา" บรรจุได้ 50 คน 
รหัสสินค้า: 000037
สนใจสอบถามด่วนจำนวนจำกัด
รายละเอียด: VIP LOUNGE ห้องรับรองพิเศษอีกห้องหนึ่งที่สามารถจุคนได้ประมาณ 50 คน เป็นห้องที่สามารถใช้จัดงานได้ ทุกรูปแบบ อาทิเช่น ห้องจัดเลี้ยง ห้องรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม หรือจัดประชุมสัมมนา ส่วนนี้ยังเป็นจุดที่สามารถออกไปสัมผัสบรรยากาศโรแมนติคของแม่น้ำเจ้าพระยาได้ โดยมีทางต่อเชื่อมออกไปยังดาดฟ้า ด้านท้ายของเรือ
|
|
|
สถาปัตยกรรม 
รหัสสินค้า: 000001
รายละเอียด: หลุมพระศพของฮัตเชปซุตที่มีแต่โลงเปล่า จึงทำให้ต้องตามหากันหลายร้อยปี เสาโอบิลิสที่พระนางฮัตเซปซุตสร้างขึ้นไว้ในวิหารคาร์นักแกะจากหินแกรนิตสีชมพู หลังทุตโมซิสที่ 2 ครองราชย์ได้สร้างกำแพงขึ้นมาบังเสาของพระนาง (แสดงว่ายุคนั้นมีการดู และแก้ไขฮวงจุ๊ยด้วย) วิหารฮัตเชปซุต (Temple of Hatsheepsut) อันเป็นหลุมพระศพของพระนาง (อย่างเป็นทางการ) นั้นอยู่ที่บริเวณหุบผากษัตริย์ในนครธีบส์ อันเป็นเมืองหลวงแห่งยุคอาณาจักรใหม่ (New kingdom) ช่วง1539-1075 ปีก่อนคริต์ศักราช เต็มไปด้วยเสาหินทรายขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อแสดงถึงพระราช อำนาจ ซึ่งมีวิหารประกอบพิธีศพคาอีร์ อัล บาห์รี (Dayr al - Bahri) เป็นสถาปัตยกรรมที่คงเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบันมหาวิหารคาร์นัค วิหารแห่งการทำนาย สถาปัตยกรรมบันลือโลก นักโบราณคดีอธิบายว่า บางทีอเมนโฮเทปที่ ๑ อาจสร้างวิหารบางหลังขึ้นเพื่อเป็นหอดูดาว ชาวไอยคุปต์เชื่อว่าการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ และ ดวงดารา อื่นๆ ล้วนเป็นผลงานการกำกับของเทพเจ้าทั้งนั้นนักบวช ซึ่งมีความรู้ เรื่อง คณิตศาสตร์ และ ดาราศาสตร์ก็มักจะคอยวาดแผนผังตำแหน่งดาวเสมอ สิ่งก่อสร้างอันเกรียงไกรทั่วปฐพีอียิปต์ต่างถูกออกแบบมาให้วาดตำแหน่งสอดรับกับดวงดาวสำคัญ แม้แต่ในคูหาฝังพระศพของฟาโรห์บางองค์ยังมีภาพกลุ่มดาวตามทรรศนะของชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งพวกเขามองเป็นรูปเทพเจ้า และ สัตว์เทพนิยายนานาชนิด แน่นอนว่าชาวอียิปต์มองดูกลุ่มดาวต่างไปจากเรามาก ในขณะที่เรารู้จักกลุ่มดาวม้าบิน แมงป่อง หรือนายพราน ชาวอียิปต์โบราณกลับมองดูกลุ่มดาวเป็นรูปฮิปโปโปเตมัส หรือจระเข้ การวาดภาพกลุ่มดาวเอาไว้บนเพดานคูหาฝังพระศพของฟาโรห์นั้นก็น่าจะเกิดจากคติโบราณที่ว่า ฟาโรห์คือเทพเจ้าผู้เกี่ยวข้องกับการบงการความเป็นไปบนท้องฟ้า
|
|
|
ดาดฟ้าเรือ บรรยากาศสดชื่นเป็นธรรมชาติ 
รหัสสินค้า: 000038
สนใจสอบถามด่วนจำนวนจำกัด
รายละเอียด: UPPER DECK หรือ ชั้นดาดฟ้า ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอย ที่สำคัญ 2 ส่วน ประกอบด้วยดาดฟ้าเปิดด้านหัวเรือ ที่ชั้นบนสุดเป็นจุดที่สามารถชมทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาได้สวยที่สุดและ เป็นบริเวณที่สร้างความประทับใจให้กับแขกภายในงานเป็นอย่างมาก
|
|
|
รหัสสินค้า: 000045
รายละเอียด: เทพ อนูบีส (Anubis)
|
|
|
การสาบสูญของพระองค์ 
รหัสสินค้า: 000023
รายละเอียด: วิหารประกอบพระศพของฮัตเซปสุตนี้ พระนางทรงสั่งให้ก่อสร้างอย่างประณีตสุดฝีมือ ออกแบบและควบคุมงานโดยเซนเนมุต ซึ่งเป็นข้าราชสำนักคนสนิท เป็นวิหารประกอบพิธีศพที่ใช้พื้นที่มากที่สุด เพราะทางเดินที่นำไปสู่ตัววิหาร มีความยาว 1 กิโลเมตร ในตำราเขียนว่าสอง ข้างทางเรียงรายด้วยรูปแกะสลักเทพโอซิริส และสฟิงซ์นับร้อย ถนนริมฝั่งตั้งแต่แม่น้ำมายังวิหารแห่งนี้ปลูกต้นไม้ร่มรื่น ภายในตัววิหาร ตามผนังด้านในมีทั้งรูปแกะสลักนูนต่ำ และ รูปวาดเกี่ยวกับพระราชประวิตและผลงานของพระนาง รูปแกะสลักนูนต่ำและภาพวาดเหล่านี้ ถูกทำลาย ไปมาก สาเหตุใหญ่มาจากธุตโมสที่ 3 องค์เดียวอันที่จริงพระนางฮัตเซปสุตมิใช่คนโหดเหี้ยมเหมือนสตรีผู้หลงอำนาจอื่นๆ แม้ไม่ให้ธุตโมสที่ 3 ยุ่งกับการเมืองก็ยังคงให้เกียรติพอ สมควร นอกจากให้ดำรงฐานะหัวหน้านักบวชแห่งจอมเทพอามอนแล้ว ยังให้เป็นแม่ทัพอีกตำแหน่งหนึ่ง ธุตโมสที่ 3 จึงค่อย ๆ สะสมกำลังทหาร ครั้น 20 ปีผ่านไป ขุนนางและทหารที่ค้ำบัลลังก์ของพระนางก็พากันแก่ชราภาพ ส่วนกองทัพของธุตโมสที่ 3 แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับไม่มีใครทราบชัดเจนว่า พระนางสิ้นพระชนม์เพราะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเพราะถูกกำลังทัพของธุตโมสที่ 3 บังคับ แต่ที่ทราบแน่ ๆ คือ ธุตโมสที่ 3 ได้ สำแดงออกอย่างเด่นชัดทันทีที่ขึ้นครองราชย์ว่าพระองค์ทรงเกลียด และไม่ยอมรับผู้หญิงให้ยิ่งใหญ่กว่า และถูกกดดันด้วยอารมย์นั้น จนต้องระบายอารมณ์เอากับอนุสรณ์สถานที่ฮัตเซปสุต สร้างขึ้น
|
|
|
ห้อง VIP สุดหรูในเรือสำราญ "อังสนา" บรรจุได้ 36 คน สำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว 
รหัสสินค้า: 000039
สนใจสอบถามด่วนจำนวนจำกัด
รายละเอียด: VIP DINING ROOM อยู่บริเวณด้านหน้าของเรือเป็นห้องขนาดเล็ก ที่สามารถ จุคนได้ประมาณ 36 คน ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครัน ทั้งเครื่องเสียง เครื่องเล่นวีดีโอ เหมาะสำหรับการจัดประชุมและสัมมนา หรือ จะเนรมิตเป็นส่วนพิเศษสำหรับแขกวีไอพี (ห้องดูหมอคะ)
|