สมัครเปิดร้านฟรี !!! | สินค้า | ร้านค้า | บริการ | เว็บบอร์ด | About US | FAQ | Help&Support | ลงโฆษณา| Sitemap
อื่น ๆ จิปาถะ แม่และเด็ก ศิลปะ หัตถกรรม & ของที่ระลึก หนังสือ ของสะสมและของเก่า ของเล่น & งานอดิเรก อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องเขียน อาหารและสุขภาพ ท่องเที่ยวและตั๋ว บัตร เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ภายในบ้าน กีฬา เครื่องดนตรี วีดีโอเกมส์ นาฬิกา และจิวเวลลี่ ธุรกิจ & อุตสาหกรรม เพลง ดนตรี & บันเทิง สัตว์เลี้ยง & ต้นไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องและอุปกรณ์ เสื้อผ้าและแฟชั่น อสังหาริมทรัพย์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ & อุปกรณ์สื่อสาร รถ ยานพาหนะ
  
สมัครเปิดร้านฟรี !!!
ค้นหา (Search) :
เข้าสู่ระบบ

ตลาด จตุคาม
 • หน้าหลักตลาด จตุคาม
  • ประวัติ จตุคาม-รามเทพ
  • พิธีกรรมสร้างหลักเมือง
 • จตุคาม จากร้านค้านับร้อย
 • เว็บบอร์ดพูด-คุย จตุคาม
 • บอร์ดซื้อขาย จตุคาม
• จตุคาม pic post
• เปิดร้านค้าขาย จตุคาม ฟรี.!

เกี่ยวกับเรา
 • เกี่ยวกับเรา
 • ลงโฆษณากับเรา
 • ร่วมงานกับเรา



จตุคาม Pic Post

ร้านค้าแนะนํา
Rannotebook
Vie Memory ??????????? ???????????? ?????????? ???????
?????????????
????????
????????????????
Geekothailand
MineAmmy
??????????????
????? ????? ????????
?????????
Digital Camera Shop
UD_Shop
????????
dithaicenter
trustmlm
??????????????
????????1007
?????????????????
333 ??????
??????

 
 
 
 

 

พิธีกรรมเกี่ยวกับการสร้างหลักเมือง

 

* จักรรัช ธีระกุล
    
     
 จากบันทึกของนายสมจิตร ทองสมัคร หนี่งในคณะผู้ริเริ่มการก่อสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชกล่าวว่า นับตั้งแต่เทวดารักษาเมืองได้สร้างความอัศจรรย์  ด้วยการมาประทับทรงบอกกล่าวให้แก่  พันตำรวจเอก สรรเพชญ ธรรมาธิกุล (ยศในขณะนั้น)  และคณะดำเนินการสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่ พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา ได้มีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินไปตามคำบอกกล่าวของ เทวดารักษาเมืองทุกขั้นตอนเป็นลำดับมาดังนี้

1. พิธีกรรมเผาดวงชะตาเมือง  กระทำที่ป่าช้าวัดชะเมา ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการล้างอาถรรพณ์ดวงชะตาเมืองเดิมซึ่งเรียกว่า “ดวงราหูชิงจันทร์” หรือ “ดวงภินธุบาทว์” ลักษณะดวงดาวเสาร์ซึ่งเป็นดาวภัยเล็งจุดกำเนิดวางดาวอังคารให้อยู่ในภพที่ห้าเจ้าของดวงชะตาเช่นนี้เหมือนถูกสาป อาภัพ อัปภาคย์ บ้านแตกสาแหรกขาด ต้องทัณฑ์ ไม่หยุดหย่อน เดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองไม่นานก็เสื่อมทราม ตกต่ำ การเผาดวงชะตาครั้งนี้ใช้ “เพชฌฆาตฤกษ์” คือ เลยเที่ยงคืนไป 1 นาที ของปลายปี พ.ศ. 2528

2. พิธีลอยชะตาเมือง เพื่อทำลายดวงชะตาเมืองเดิมทำแพจากต้นกล้วยเถื่อน (กล้วยป่า) เก็บดินสี่มุมเมืองน้ำห้าท่า ดาบเก่าสี่เล่ม รูปคนทำด้วยดินปั้นสี่ รูปเสาไม้ตะเคียนทองหนึ่งต้น พญาโหราเรียกอาถรรพณ์จัญไรบรรจุลงสู่ต้นตะเคียนทอง เสกคาถาลงยันต์ครบถ้วนแล้วนำไปลอยที่ปากน้ำปากนคร

3. พิธีกรรมสะกดหินหลัก กระทำที่บริเวณฐานพระสยม ตลาดท่าชี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง หินหลักเป็นสิ่งที่พวกพราหมณ์ดั้งเดิมฝังอาถรรพณ์เสนียดจัญไรเอาไว้ ซึ่งสร้างความวิบัติเสื่อมเสียแก่เมืองนครศรีธรรมราชตลอดมา

4. พิธีปลุกยักษ์วัดพระบรมธาตุ ยักษ์สองตนที่บันไดทางขึ้นองค์พระบรมธาตุ ถูกปลุกให้ตื่นมาทำหน้าที่รักษาบ้านเมืองหลังจากถูกอาถรรพณ์สะกดมานาน นอกจากนั้นยังปลุกเทวดา พระปัญญา พระพวย และพระมหากัจจายนะ (พระแอด) อีกด้วย

5. พิธีปลุกพระเสื้อเมืองพระทรงเมือง พระทั้งสองสถิตอยู่ ณ หอพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งหลับใหลมานานปีให้ตื่นขึ้นช่วยบ้านช่วยเมือง

6. พิธีกรรมพลิกธรณี กระทำที่ริมรั้วป่าช้าวัดชะเมาพลิกดินที่ชั่วร้ายสกปรก ฝังไว้เบื้องล่าง เอาดินดีขึ้นมาไว้เบื้องบนเพื่อบ้านเมืองจะมีความร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองต่อไปวันข้างหน้า

7.พิธีกรรมเทพชุมนุมตัดชัย  กระทำที่วิหารหลวงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  เมื่อวันที่  16 มกราคม พ.ศ. 2528 เวลา 12.39 น. ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้นเจ็ดค่ำ เดือนยี่ ปีฉลู นับเป็นพิธีกรรมสำคัญยิ่ง ดำเนินการตามแบบ อย่างของชาวเมืองสิบสองนักษัตรโบราณจากคำบอกกล่าวของพญาหลวงเมือง การพิธีครั้งนั้นมีพระเทพวราภรณ์ (พระธรรมรัตโนภาสในปัจจุบัน) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  จุดมุ่งหมายของพิธีกรรมนี้  นอกจากเพื่อสร้างสวัสดิมงคลแก่ จังหวัดนครศรีธรรมราชจากการเจริญ พระพุทธมนต์ และแสดงพระธรรมเทศนาของพระสงฆ์แล้ว เทวดารักษาบ้านรักษาเมืองยังมาชุมนุมเสกผ้ายันต์l

สิบสองนักษัตรจำนวน 3,000 ผืน เขียนผ้ายันต์จำนวน 108 ผืน และประกาศบอกกล่าวแก่ผู้คนให้ช่วยกันสร้างหลักเมือง

8. พิธีกรรมตอกหัวใจสมุทร  เพื่อให้ดวงชะตาเมืองถูกบรรจุด้วยธาตุทั้งสี่ครบถ้วน กระทำ  ณ  สี่แยกคูขวางเมื่อวันพุธที่  5  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2529  ตรงกับแรมสิบสองค่ำเดือนยี่  เวลาประมาณ 18.30 น. เศษ โดยนายเอนก สิทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้น เป็นประธานแทน ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ การที่เลือกบริเวณกลางสี่แยกคูขวางเป็นจุดตอกหัวใจสมุทร เพราะจุดดังกล่าวได้ศูนย์กับองค์พระบรมธาตุ ภูเขามหาชัย และได้ศูนย์กับทิศทั้งแปดตามตำราของชาวเมืองสิบสองนักษัตร

9. พิธีฝังหัวใจเมือง  กระทำเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2529 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 11 ค่ำ เดือนสี่ ปีฉลู เวลา 11.39 น. ณ จุดตอกหัวใจสมุทร ด้วยการขุดหลุมลึก 9 ศอก (ลึกจนถึงน้ำ) เจ้าพิธีอ่านโองการอุปกรณ์พิธีกรรมฝังหัวใจเมือง ประกอบด้วยสิ่งของ 7 ชิ้น แต่ละชิ้นกว้าง 9 นิ้ว ยาว 9 นิ้ว หน้า 2 นิ้ว เขียนดวงชะตาเมือง หัวใจเมืองมีอยู่สามชิ้นที่ได้นำเอาโลหะมงคล ทอง เงิน นาก (สามกษัตริย์) ปิดหน้าคั่นกลางระหว่างแผ่น หัวใจเมือง แผ่นไม้นี้องค์จตุคามรามเทพกรีดเลือดจุ่มเขียนคาถาอาคมหัวใจพ่อ  หัวใจแม่  ทำจากไม้ตะเคียนทองกลึงเป็นรูปบัวตูม  ยาวประมาณ  1  ศอก  จำนวน  2  อัน  ฝังลงในหลุมรวมกับแผ่นหัวใจเมือง  ดินจากทุกตำบลทุกหมู่บ้านในเมือง     สิบสองนักษัตร  ที่ประชาชนนำมาใส่ลงในหลุม  ด้วยวัตถุธาตุแทนธาตุสี่  ประกอบด้วย  ถ่าน (แทนธาตุไฟ)  เกลือ  (แทนธาตุน้ำ) ข้าวเปลือก (แทนธาตุลม) ทราย (แทนธาตุดิน) พญาไม้มงคล 9 ชนิด ได้แก่ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ กันเกรา สักทรงบาดาล พยุง ทองหลากหรือทองหลาง ไผ่สีสุก และขนุนทอง ผ้าสี ผืนละสี วางก้นหลุมเป็นลำดับแรก ทุกอย่างใส่ลงในหลุมทั้งหมด

10. พิธีกรรมปฏิมากรรม (แกะสลัก) ได้แกะสลักหลักเมืองด้วยไม้ตะเคียนทองทั้งต้น ณ บ้านพักผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดในสมัยนั้น

11. พิธีเบิกเนตรหลักเมือง  กระทำกันต่อเนื่องถึง 3 วัน คือวันที่ 3-5 มีนาคม พ.ศ. 2530

วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2530  อัญเชิญหลักเมืองแกะสลักเรียบร้อยแล้ว ไปประดิษฐานที่วิหารหลวง วัดพระมหาธาตุฯ หลังจากพระเถระเจริญพระพุทธมนต์ และเจ้าพิธีรำกระบี่โบราณถวายสักการะแล้ว ก็เคลื่อนขบวนแห่ไปตามถนนราชดำเนินไปยังตลาดท่าวัง แล้ววกกลับสู่สนามหน้าเมือง อัญเชิญหลักเมืองขึ้นสู่ที่ประดิษฐานชั่วคราว ให้ประชาชนสักการะ ขบวนแห่ในวันนั้นยิ่งใหญ่มาก มีขบวนช้าง ม้า ศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ วงดุริยางค์ และประชาชนจากทั่วสารทิศขบวนยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ประชาชนคอยชมขบวนมืดฟ้ามัวดินเป็นประวัติการณ์

วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2530 เวลา 10.30 น.พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมารับมอบหลักเมืองเป็นของทางราชการ

วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2530 ตอนค่ำมีพิธีสงฆ์จากนั้นเจ้าพิธีคือ พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช อ่านโองการเชิญเทวดา ต่อมาประธาน (รมช. สัมพันธ์ ทองสมัคร) จุดเทียนชัย เจ้าพิธีทำพิธีเบิกเนตรหลักเมืองทั้งแปดทิศ อันเป็นการประจุจิตวิญญาณของเทวดารักษาเมืองเข้าไปสิงสถิตภายในเสาหลักเมือง ให้สามารถรับรู้เหตุการณ์และคุ้มครองดูแลได้รอบทิศ จากนั้นมีการจุดพลุสักการะ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนร่วมปิดทองสักการะเป็นเสร็จพิธี

12. พิธีการเจิมยอดชัยหลักเมือง  พิธีกรรมสำคัญยิ่งและถือเป็นมหามงคลสูงสุด คือการเจิมยอดชัยหลักเมืองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายพิศาล มูลศาสตร์สาทร) นำคณะอันประกอบด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นายอำนวย ไทยานนท์) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(นายสัมพันธ์ ทองสมัคร) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (นายกำจร สถิรกุล) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (นาย

อ นันต์ อนันตกูล) วุฒิสมาชิก (นายศิริชัย บุลกุล) พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนผู้ร่วมจัดสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท นำยอดชัยหลักเมืองเพื่อทรงเจิม ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2530 ยอดชัยหลักเมืองที่ทรงเจิมในวันนั้น นอกจากของจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว ยังมีหลักเมืองจังหวัดชัยนาท และจังหวัดศรีษะเกษอีกด้วย

นายสัมพันธ์ ทองสมัครได้บันทึกเหตุการณ์ วันนั้นไว้มีความตอนหนึ่งดังนี้

“....คราวนั้นคณะกรรมการสร้างหลักเมืองได้นำวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นตามแบบแผนโบราณจำนวน 13 ชนิด พร้อมด้วยภาพถ่ายหลักเมืองน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายในครั้งนั้นด้วย

ผมเองเป็นกังวลใจมาก เพราะว่า ผู้ซึ่งเตรียมไว้ว่าจะต้องทำหน้าที่กราบบังคมทูลคือท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช เจ้าพิธี โดยตรง แต่ก่อนหน้าจะถึงกำหนดเข้าเฝ้าฯ ท่านขุนพันธ์ฯ ประสบเหตุตัวต่อต่อยเอาที่ใบหน้าอักเสบ ไม่สามารถจะเข้าเฝ้าฯได้ จังหวัดโดยท่านรองฯ อำนวย ไทยานนท์ ได้ขอผมไปทำหน้าที่แทน ผมกังวลเพราะไม่ทราบเรื่องวัตถุมงคล 13 ชิ้นว่าเป็นอย่างไร

ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อ่านคำกราบบังคมทูล และได้กล่าวถึงมงคลที่ได้สร้างพิธีกรรมสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชด้วย เมื่อทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงมีรับสั่งให้ตามเสด็จฯ ไปยังบริเวณ ที่วางวัตถุมงคลที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ

ทรงเริ่มทอดพระเนตรตั้งแต่ชิ้นแรก เป็นภาพถ่ายเสาหลักเมืองนครฯ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า หลักเมืองกรุงเทพฯ คนนครฯ มาร่วมช่วยสร้างเหมือนกัน เพราะเขาเข้าใจเรื่องการสร้างหลักเมือง มีเทวดาเหาะรอบๆ ยอดเสาหลักเมืองอยู่ 8 องค์ แต่หลักเมืองนครฯ ที่สร้างขึ้นครั้งนี้เทวดาไม่ได้เหาะ แต่แกะสลักไว้ที่ยอดเสาหลักเมือง ให้เฝ้าทิศทั้งแปด

จากนั้นได้ทอดพระเนตรวัตถุมงคลทุกชิ้นพร้อมกับทรงอธิบายให้ผมฟังถึงความเป็นมา และการใช้สอยเกี่ยวกับของแต่ล่ะชิ้นได้อย่างลึกซึ้ง ประหนึ่งทรงอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจในพระปรีชาญาณยิ่งนัก

จนกระทั่งถึงชิ้นที่ 13 เป็นขี้ผึ้งที่บรรจุในภาชนะรูปคล้ายผอบทำด้วยถมทอง ขนาดไม่โตนัก ผมเองประหวั่นว่าจะมีรับสั่งถามเกรงว่าจะกราบบังคมทูลไม่ถูก เพราะไม่ทราบคำราชาศัพท์ของคำว่า “ขี้ผึ้ง” แล้วก็ทรงมีพระกระแสรับสั่งถาม พร้อมทรงชี้ไปที่ผอบว่า “นี่อะไร” ผมกราบทูลว่า “เป็นถมทองศิลปะดั้งเดิมของชาวนครศรีธรรมราช” ทรงมีพระราชกระแสว่า “ถมทองของเมืองนครฯ นี่เรารู้จัก เราใช้อยู่ข้างในเป็นอะไร” ผมกราบบังคมทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบคำราชาศัพท์ แต่ชาวบ้านเรียกว่า ขี้ผึ้ง พระพุทธเจ้าข้า”

ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “ขี้ผึ้ง สมัยโบราณคนเมืองนครหรือชาวศรีวิชัย เมื่อจะไปเจรจาเรื่องสำคัญกับใครจะใช้สีผึ้งสีริมฝีปากแล้วไปเจรจา”

นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ได้เป็นที่ประจักษ์ว่า ทรงมีพระปรีชาญาณรอบรู้จริง เพราะจากเอกสารที่ฝ่ายพิธีกรรมสร้างหลักเมืองทำขึ้น ก็ได้กล่าวถึงเรื่องขึ้ผึ้งในลักษณะตามที่ทรงมีพระกระแสรับสั่งทุกประการ...”

13. พิธีแห่ยอดชัยหลักเมือง  กระทำวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2530 เป็นการต้อนรับยอดชัยหลักเมืองซึ่งคณะโดยการนำของรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นายอำนวย ไทยานนท์) นำมาจากกรุงเทพมหานคร โดยแห่จากสนามบินกองทัพภาค ที่ 4 มายังสนามหน้าเมือง มีขบวนช้างศึก ม้าศึกและประชาชนจำนวนมาก

14. พิธีอัญเชิญหลักเมืองขึ้นสู่ศาลถาวร โดยผู้ว่าราชการจังหวัด (นายนิพนธ์ บุญญภัทโร) เป็นประธาน

15. พิธีสวมยอดชัยหลักเมือง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2531 โดยพลเอกสุจินดา คราประยูร (รองผู้บัญชาการทหารบก ตำแหน่งในสมัยนั้น) เป็นประธาน

16. พิธีเททองปลียอดศาลหลักเมืองและศาลบริวาร เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2541 โดยมี ฯพณฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี

 





อ่านกระทู้เกี่ยวกับ พระเครื่อง จตุคาม ทั้งหมดได้ที่นี่
>>  
   
 

ซื้อๆ ขายๆ :ของมือสอง, สินค้าจากร้านค้านับหมื่น, ประกาศขายของฟรี.!, สินค้าประมูล, หาสินค้าผ่านมือถือ, ตลาดแฟชั่น, ตลาดค้าส่ง, งานแสดงสินค้า
บริการเว็บไซต์ :เปิดเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ฟรี.!, จดโดเมน, โฮสติ้ง , บริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, ลงโฆษณาออนไลน์, สัมมนา e-Commerce, หนังสือการตลาดออนไลน์, อัพโหลดไฟล์ new, โฆษณาเว็บใน Search Engine
ชุมชนตลาด :พูดคุยเรื่องสินค้า, พิกโพสประกวดภาพ, แกลเลอรี่สาวสวย, เล่นเกมส์ฟรี.!
ตลาดงาน :หาตำแหน่งงานดีๆ , ประกาศหาคนฟรี..! ,งานไอที ,งานโรงแรม ,งานโรงพยาบาล ,งานขาย,งานการตลาด ,งานบริหาร ,การบัญชี ,งานเอเจนซี่
อื่นๆ :แจ้งปัญหา แนะนำติ-ชม | ติดต่อฝ่ายขาย-โฆษณา โทร. 02-541-4100 ต่อ 3211-3214 ฝ่ายขาย-เว็บสำเร็จรูป ต่อ 3311-3316 หรือ sale@tarad.com |
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า 3111-3114 support@tarad.com
TARAD Dot Com Logo  เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 7100503001970
Terms of use : Privacy policyBuying Policy
server name :ZoneB2.ext.idc Load in 0.024639129638672 . seconds