TARAD Point
Thailand Web Stat
หมวดหมู่ทั้งหมด
จีเฮิร์บวัน G-HERB สมุนไพรหมอสมหมาย 12กระปุกๆละ 750 บาท #5523283
หน้าแรก >  หมวดสินค้า  >  อาหารและสุขภาพ  >  สมุนไพร  >  รายละเอียดสินค้า
  • ชื่อสินค้า : จีเฮิร์บวัน G-HERB สมุนไพรหมอสมหมาย 12กระปุกๆละ 750 บาท
  • สินค้าในสต๊อก : มีสินค้า
  • ระยะเวลาการขาย : จนกว่าของจะหมด
  • ค่าขนส่งขั้นต่ำ : จัดส่งฟรี  
  • ราคา : 900 บาท (สั่งซื้อออนไลน์ รับแต้มคืน 9 บาท(แต้ม))
  • จำนวนสินค้า : (ระบุจำนวนสินค้าที่สั่งซื้อ)
  • บันทึกลงรายการโปรด
  • แนะนำ! กรุณาชำระเงินผ่านระบบตลาด รับแต้มแทนเงินสด มั่นใจได้ของชัวร์ 100%
  •  
  • = 9 บาท (แต้ม)

Point คืออะไร ?

 
ยังไม่มีการรีวิว
  • แบ่งปัน :Tell To Friend
รายละเอียด จีเฮิร์บวัน G-HERB สมุนไพรหมอสมหมาย 12กระปุกๆละ 750 บาท
แก้ไขล่าสุด : 11-01-2559 15:56:10

 

 ....ขออภัยสินค้าหมดคะ....

 

 

จีเฮิร์บ วัน G-HERB 1 สมุนไพรรักษามะเร็ง

หมอสมหมาย  ทองประเสริฐ

สมุนไพรจีเฮิร์บวัน   
จีเฮิร์บวัน 1 กระปุก 60 แคปซูล ปกติ ราคา 900 บาท

 

สนใจโทร 080 3432553 ปัทมพร 

 

 LINE ID  0803432553

หรือทางอีเมลล์ online_richteam@hotmail.com

 

โปรโมชั่นพิเศษ  ****

สำหรับลูกค้าที่จัดส่งทางไปรษณีย์เท่านั้น....

สั่งซื้อตั้งแต่  6  กระปุกขึ้นไป รับส่วนลด..โทรสอบถาม

สั่งซื้อ 12 กระปุก แถมฟรีอีก1...โทรสอบถาม

 

 

สมุนไพรหมอสมหมาย 

กล่องใหม่ ของใหม่จากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง

หมดอายุ  7 : 08 : 16 

 

 
     
 

 

 

 

 

 

 

  •   

  •  

     

     

     

     

     เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสกัดเข้มข้นของสมุนไพรนานาชนิด เช่น แทงทวย พุทธรักษา ลิ้นงูเห่า เหงือกปลาหมอ ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ทองพันช่าง และ อื่นๆ โดยใช้หลักการ spray drying method เพื่อทำเป็นผงแห้งแล้วบรรจุแคปซูล ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันต้านทานให้ร่างกาย สรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงน้ำเหลือง สะดวกสำหรับพกพา และรับประทาน เห็นผลเสริมภูมิต้านทานร่างกายไม่แพ้การรับประทานยาต้มสมุนไพร

    • ขนาด 450 มิลลิกรัม

    • บรรจุ 60 แคปซูล

     

    (1 กระปุก ทานได้ประมาณ 6-10 วันคะ)

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •  

     

     

     

     

     

     

     

     

      

    เรื่องราวในอดีตของหมอสมหมาย

      ผมเป็นคนสิงห์บุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่  27  ธันวาคม พ.ศ. 2464  ปัจจุบันอายุ 90 ปีแล้ว  คุณพ่อคุณแม่มีบุตรธิดารวม 7 คน โดยผมเป็นคนที่ 5 คุณพ่อคือนายกิมซิด  คุณแม่นางพิมเสน  ทองประเสริฐ  พี่ชายคนโตของผม ชื่อศาสตราจารย์พันตรีนายแพทย์ประจักษ์   ทองประเสริฐ  เป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พี่ชายคนที่สองชื่อนายหงวน  ทองประสริฐ  เป็นลูกศิษย์ท่านปรีดี  พนมยงค์ พี่สาวคนที่สามและที่สี่แต่งงานเป็นแม่บ้าน  ส่วนผมซึ่งเป็นบุตรคนที่ห้า  เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เด็ก พ.ศ.2471  ที่โรงเรียนประจำเซนต์ปีเตอร์  ซึ่งอยู่ตรงตึกซิงเกอร์ สี่-พระยาในปัจจุบัน  น้องสาวคนที่หกยังมีชีวิตอยู่ส่วนน้องชายคนที่เจ็ดเป็นนายทหาร  จบการศึกษาจากโรงเรียนวชิราวุธ  ปัจจุบันมีพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงสามคน  คือพี่สาวคนที่สามอายุ 95 ปี ผมอายุ 90 ปีและน้องสาวอายุ 84 ปีนอกนั้นเสียชีวิตหมดแล้ว

    ในวัยของการศึกษา

      ครอบครัวของผมสนับสนุนการศึกษาเฉพาะผู้ชายส่วนลูกผู้หญิงไม่ส่งเสียให้เล่าเรียน พี่ชายของผมนับว่าได้เป็นชาวสิงห์บุรีคนแรกที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ได้ทุนของร็อกกี้ เฟลเรอร์ ไปเรียนต่อที่ยอห์นฮอสปิตัส ประเทศอเมริกา  ส่วนผมสำเร็จเภสัชศาสตร์บัณฑิตสมัยเด็กศึกษาที่ ร.ร. เซนต์ปีเตอร์ ในปี พ.ศ. 2471 และจบ ม.5 ในปี พ.ศ. 2478 สมัยที่ผมเรียนนั้น การศึกษายังมีระดับชั้น ม. 8 อยู่ ไม่ได้มีเตรียมอุดมศึกษาเหมือนสมัยนี้ หลังจากจบชั้น ม.5 ร.ร. เซนต์ปีเตอร์ ก็มาศึกษาต่อที่ ร.ร. อำนวยศิลป์ ปากครองตลาดจนจบ ม.8 ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้าย หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเตรียมอุดมซึ่งคุณชอุ่ม  ปัญจพรรค์ เป็นนักเรียนเตรียมอุดมหมายเลข 1

    จิตใต้สำนึก “ชีวิตคือ  ธรรมชาติ”

      อีกประการหนึ่ง ผมมีจิตสำนึกอยู่เสมอว่าในโลกนี้ธรรมชาติทำให้เกิดโลก แล้วธรรมชาติต้องมียาแก้โรคให้ด้วย เช่น การใช้ซิงโคน่า(Cinchona) รักษาโรคมาเลเรีย ใบดิจิตาลีส ( Digitalis) รักษาโรคหัวใจในสัตว์ เช่น แมว สุนัข ไม่สบายก็จะไปเที่ยวหาต้นหญ้ากิน พออาเจียนแล้วก็หาย นั่นคือการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ แต่มนุษย์เราโดยเฉพาะการแพทย์ทางตะวันตกไม่ค่อยคิดเรื่องนี้ พยายามค้นคว้าไปทางเคมีเป็นส่วนมาก
      ผมเข้าศึกษาต่อที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยมีพี่ชายเป็นคนส่งเสียให้เล่าเรียน ผมสำเร็จคณะเภสัชศาสตร์ได้เหรียญทองและเป็นอาจารย์ที่เภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามกฎได้ 1 ปี ก็ออกมาศึกษาแพทย์ต่อที่ศิริราช สมัยนั้นหากจะเรียนแพทย์ต้องเรียนที่ศิริราชแห่งเดียวเท่านั้น ที่อื่นยังไม่มีการเรียนการสอน ในคณะเรียนผมก็ใช้ความรู้ทางเภสัชฯ ไปทำงานร้านขายยา เพื่อส่งเสียตัวเองเรียนแพทย์จนกระทั่งผมจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2494 ที่จริงแล้ว ผมคุ้นเคยกับโรงพยาบาลศิริราชมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากตอนอายุเพียง 7-8 ปี เวลาเปิดเทอมผมก็จะมาอยู่กับพี่ชายที่ศิริราช ส่วนมากจะไปอยู่กับพวกพี่ๆพยาบาล เพราะพี่ชายต้องทำงาน สมัยเมื่อ พ.ศ. 2471 นั้น ศิริราชยังเป็นป่าอยู่เลยมีตึกเพียง 5 ตึก มีโรงกระโจมใช้ผ้าขึงเป็นห้องผ่าตัด
      สมัยเมื่อผมเรียนแพทย์ศิริราชอยู่ปี 3 ปี 4 จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา และทำงานเป็นแพทย์ประจำบ้านแผนกศัลยกรรมอยู่ที่ศิริราชนั้นผมสนใจเรื่องการศึกษามะเร็งมากเพราะการศึกษาโรคอื่นๆ ทางศัยลกรรมสามารถรักษาให้หายได้ง่าย แต่การรักษามะเร็งนั้นยากมาก ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือฉายรังสีก็ดี
      เนื่องจากผมสำเร็จเภสัชศาสตร์บัณฑิตก่อนมาเรียนแพทย์  ผมจึงมีความคิดว่าน่าจะค้นคว้าหาสมุนไพรมาช่วยในการรักษามะเร็งบ้าง  แต่ในขณะนั้นผมเป็นลูกน้องไม่สามารถที่พูดเสนอความคิดได้
      เมื่อสำเร็จการศึกษาจากศิริราช  แล้วด้วยความที่เป็นคนชอบทดลอง  ผมมาอยู่สถานเสาวภา  1 ปี  ก็อยากทดลองเรื่องวัคซีนกับเซรุ่มในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า  พอครบปีก็กลับมาเป็นศัลยแพทย์ที่ศิริราช  เป็นศัลยแพทย์ได้สองปี  สมัยนั้นไม่มีตำแหน่งให้ต้องเป็นลูกจ้าง  ผมเป็นลูกจ้างรับเงินเดือน เดือนละ 700 บาท  ( สมัยนั้นทองบาทละ 60บาท )

    หลังจากจบการศึกษาแพทย์

      หลังจากจบการศึกษา  ผมตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่สิงห์บุรีเพราะแม่ของผมอยู่ที่นั้นตามลำพัง  แม่ก็อายุมากแล้วไม่มีใครคอยดูแล  เนื่องจากพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478  ดังนั้นเมื่อผมทำงานที่ศิริราชครบ  2  ปี   อีกทั้งตัวเองอยากได้ตำแหน่งประจำเพราะสมัยนั้นหาตำแหน่งประจำอยากเหลือเกิน  มีตำแหน่งประจำก็เป็นแผนกกระดูกซึ่งผมไม่ต้องการ
      วันหนึ่งขณะผมเดินทางกลับจากศิริราช  ผมได้พบกับรุ่นพี่ที่ท่าน้ำ  ชื่อหมออุทัย  ศรีอรุณ ( ภายหลังได้รับตำแหน่งพลตำรวจโทและเป็นจเรตำรวจ )  เขาถามว่าผมจะไปไหน  ผมก็บอกว่าผมจะกลับไปเอาตำแหน่งหมอกระดูกที่ศิริราช  เขาจึงออกปากว่าอยากให้ผมไปช่วยที่โรงพยาบาลตำรวจ  ถ้าวันนั้นผมกลับไปเป็นหมอกระดูกที่ศิริราช  ผมคงเกษียณอายุแค่ 60 ปี  ไม่ได้มาเป็นหมอรักษามะเร็งในปัจจุบันนี้

    ผู้เริ่มต้นโรงพยาบาลตำรวจ

      เมื่อไปถึงโรงพยาบาลตำรวจ  ผมจึงได้พบว่าที่นั้นไม่มีความพร้อมอะไรเลย  ผมต้องจัดเตรียมบรรดาเครื่องไม้ เครื่องมือ จนสามารถผ่าตัดคนไข้ได้เอง  สมัยนั้นโรงพยาบาลตำรวจเป็นเพียงโรงพยาบาลในแผนกตำรวจ  ผมทำงานจนกระทั้งได้ติดยศเป็นร้อยตำรวจเอกก็ได้ทราบข่าวว่าสิงห์บุรี  กำลังสร้างโรงพยาบาล ผมจึงบอกหัวหน้าแผนกว่าจะขอย้ายไปโรงพยาบาลสิงห์บุรี  หากโรงพยาบาลสิงห์บุรีสร้างเสร็จ หัวหน้าผมไม่อนุญาต ท่านบอกว่า “ลื้อมาอยู่ที่นี่ไม่กี่เดือน สร้างความเจริญให้กับโรงพยาบาลตำรวจ ได้ผ่าตัดได้ ทำอะไรมากมาย ไม่อนุญาตให้ไปหรอก” เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น  แต่ความต้องการที่จะอยากกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลบ้านเกิดมากกว่าในเดือนธันวาคมของปีนั้นผมจึงเขียนจดหมายลาออกทิ้งไว้แล้วจากไปอยู่ที่สิงห์บุรีโดยไม่ได้ร่ำลาผู้ใด

     
     

    ค้นพบสมุนไพรรักษามะเร็ง

      ในปีพ.ศ. 2498 ผมรับราชการเป็นนายแพทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี  ผมได้เป็นหัวหน้าและในขณะเดียวกันผมก็มีความเป็นตัวของตัวเอง  ผมได้เริ่มเสาะหายาสมุนไพรที่จะมาช่วยในเรื่องรักษามะเร็ง  ขณะนั้นคนกำลังฮือฮาในการใช้ต้นทองพันชั่งรักษามะเร็ง  ผมก็ปลูกต้นทองพันชั่งไว้เป็นจำนวนมาก  เมื่อมีคนไข้เป็นมาเร็งมารักษา  ผมก็ลองใช้ทองพันชั่งต้มให้คนไข้กิน  แต่เมื่อมาดูผลการรักษากลับพบว่ามันไม่ได้ผลทุกครั้งที่ผมตรวจคนไข้ OPD ( ผู้ป่วยนอก )   ผมก็พยายามถามถึงเรื่องตำรายาสมุนไพรรักษามะเร็งจากคนไข้และญาติเพื่อทดลองใช้แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้ผสักที
      ปกติในวันเสาร์ – อาทิตย์นั้น  ยังไม่มีคนไข้มากเท่าอย่างในปัจจุบัน  ในปี พ.ศ. 2508 บังเอิญผมขับรถไปเที่ยวป่าในวัน เสาร์ – อาทิตย์  ที่อำเภอวิเชียรบุรี  จังหวัดเพชรบูรณ์  เพื่อเสาะหาปุ่มของต้นไม้ชนิดต่างๆ  เพราะชอบสะสมปุ่มไม้
      วันหนึ่งผมขับรถไปยังอำเภอวิเชียรบุรี  ไปที่บ้านชาวไร่คนหนึ่ง  เพราะทราบว่าชาวบ้านคนนี้มีปุ่มไม้ใหญ่ และผมก็ได้พบกับปุ่มไม้จริงๆ พร้อมกันนั้น  ผมได้พบกับเจ้าของบ้านนั่งหายใจหอบเหนื่อยอยู่ในบ้านและบังเอิญเป็นผู้ที่เคยรู้จักกัน  ผมจึงได้สอบประวัติได้ความว่ามีอาการไอ เหนื่อยหอบ จึงได้ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลลพบุรี  แพทย์ได้ทำการเอกซเรย์ปอดแล้วบอกว่ามีน้ำท่วมปอด  แพทย์เจาะน้ำออกจากปอดและเจาะชิ้นเนื้อเยื้อส่งตรวจที่กรุงเทพฯ   ผลการตรวจสรุปออกมาว่าเป็นมะเร็งปอดและน้ำท่วมปอด  แพทย์ลพบุรีจะส่งคนไข้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช  แต่ผู้ป่วยไม่ยอมไปด้วยเหตุเพราะใกล้ๆบ้านผู้ป่วยมีแพทย์แผนโบราณรักษาโรคมะเร็งด้วยสมุนไพร  ผมได้ลองตรวจสอบดูพบว่ามีน้ำท่วมปอดจริง  ผู้ป่วยไม่สามารถนอนได้  ต้องใช้การนั่งพิงแทน  จากนั้นผมก็ลาคนไข้กลับและไม่ได้สนใจคนไข้คนนี้อีก  8 เดือนต่อมาผมได้กลับมาที่บ้านผู้ป่วยคนเดิม ตอนนั้นคิดว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว ตั้งใจจะไปซื้อปุ่มไม้ที่ตั้งอยู่ในบ้านผู้ป่วย จากภรรยาผู้ป่วย แต่แทนที่จะพบผู้ป่วยเสียชีวิต กลับพบว่าผู้ป่วยมีชีวิตอยู่และเดินเหินได้ปกติ
      กรณีนี้ทำให้ผมสนใจมากและได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลลพบุรี เมื่อพบแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยรายนี้และขอดูหลักฐานรายงานและผลเอ็กซเรย์ของผู้ป่วยแต่แพทย์หาให้ไม่ได้ ผมจึงคิดว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่น่าจะเป็นมะเร็งปอดและแพทย์คงตรวจผิด ผมจึงไม่ได้สนใจยาสมุนไพรตำหรับนี้
      ต่อมาปี พ.ศ. 2512 มีพ่อค้าคนหนึ่งที่เคยอยู่ตลาดสิงห์บุรี แล้วได้ย้ายไปทำมาหากินที่กรุงเทพ ได้กลับมาอยู่ที่สิงห์บุรีผมทราบข่าวว่าเขาเป็นมะเร็งและเป็นมากแล้ว จึงเดินทางไปเยี่ยมพบว่าผู้ป่วยผ่ายผอมไปมาก ที่ลิ้นมีแผลเต็มไปหมด มีเลือดซึมตลอด กลิ่นเหม็น หุบปากไม่ได้ มีก้อนน้ำเหลืองใต้คางก้อนโตมากผู้ป่วยต้องใช้อ่างรูปไตรองใต้คาง ถามผู้ป่วยก็ทราบว่าเป็นมะเร็งที่ลิ้น รักษาด้วยวิธีฉายแสงที่โรงพยาบาลรามา แต่อาการไม่ดีขึ้นแพทย์ให้กลับมาอยู่ที่บ้านบอกรักษาไม่ได้ให้ใช้ยาแก้ปวดเท่านั้น เมื่อผมเห็นเช่นนี้จึงนึกถึงสมุนไพรที่อำเภอวิเชียรบุรีจึงได้แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาขนานนี้ดู ผู้ป่วยตอบตกลง ผมจึงไปขอสมุนไพรมาทั้งหมด 4 หม้อ โดยผมเป็นคนต้มยาให้คนไข้เองต้มจนเหลือ 1 ถ้วยแก้ว แล้วให้คนไข้หยดใส่ปากกินให้หมดใน 1 วันหม้อ ต้มกินได้ 15 วัน ผู้ป่วยกินแต่ยาสมุนไพร อาหารน้ำและยาแก้ปวด โดยไม่ใช้ยาอะไรเลย ทว่าอาหารของผู้ป่วยกลับดีวันดีคืน แผลที่ลิ้นค่อยๆยุบลง กลิ่นเหม็นก็น้อยลง ก้อนใต้คางก็ยุบลง น้ำหนักตัวเริ่มเพิ่มขึ้น อาการค่อยๆดีขึ้น และคนไข้เริ่มพูดได้ ผมจึงไปขอยาสมุนไพรมาอีก 4 หม้อ ให้ต้มรับประทานเหมือนเดิม อาการของคนไข้ก็ดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ พอครบ 4 เดือนลิ้นยุบลงมากจนแผลหายเหลือก้อนเท่าไข่นกกระทา ติดแน่นตรงใต้คาง ผมก็ไปขอยามาอีก 4 หม้อ ต้มให้กินทุกวันจนครบ 6 เดือนผู้ป่วยมีอาการเหมือนคนปกติ อ้วนขึ้น เดินไปตลาดได้ ผมแนะนำผู้ป่วยว่า ควรไปทำการผ่าตัดก้อนที่คางและแผลที่ลิ้นออกแต่ผู้ป่วยไม่ยอม บอกว่าเมื่อกินยุบแล้ว ขอกินยาต่อไปเรื่อยๆ ผมป่วยมีอาการดีอยู่ 6 เดือนแผลที่ลิ้นก็เริ่มบวมและแตก ในที่สุดผู้ป่วยก็ถึงแก่กรรม เพราะเลือดออกที่ลิ้นมาก
      จากการติดตามผู้ป่วยรายนี้ด้วยตนเองทุกวัน จึงเห็นง่ายาสมุนไพรตำรับนี้มีประโยชน์ในการรักษามะเร็ง ผมจึงไปขอสูตรยาตำหรับนี้จากแพทย์แผนโบราณเท่านั้น   แต่ท่านไม่ยอมให้เพราะท่านบอกว่าท่านเคยรักษาโรคมะเร็งหายมาหลายรายแล้วแต่หมอแผลปัจจุบันไม่ยอมรับ

    การรักษาได้รับการยอมรับจากสากล

      ประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม พ.ศ. 2517 มีเลกเซอร์ทัวร์  ของคณะออโธปิติกส์จากกรุงเทพ ไปประชุมที่นครสวรรค์ ผมเห็นเป็นโอกาสดีที่ได้นำเสนอเรื่องคนไข้มะเร็งที่หัวเข่า จังหวัดตราด ผมจึงไปประชุมด้วย พร้อมทั้งขอรายการเฉพาะคนที่เป็นมะเร็งหัวเข่าในที่ประชุม รวมทั้งแฟ้มของ  โรงพยาบาลเลิดสินและของผม พร้อมทั้งขอร้องว่าถ้าพบคนไข้เช่นนี้ กรุณาอย่าตัดขา ให้ส่งให้ผมรักษาจะได้มีผลงานออกมามากๆ แต่ผมก็ไม่เคยได้คนไข้จากโรงพยาบาลเลย
      เมื่อผมเห็นว่าทางการแพทย์ของเราไม่สนใจผลงานของผม ผมจึงเขียนจดหมายไปหาดอกเตอร์แชงค์(Shank) ผู้ซึ่งเป็นไดเรกเตอร์ทอกซิโคโลยีของรัฐแคลิฟอเนีย (Director toxi Colifornia) ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2517 บอกว่าผมพบสมุนไพรหนึ่งตำรับ โดยให้คนไข้เป็นมะเร็งกินยาต้มเพียงอย่างเดียว มะเร็งก็สามารถยุบได้ ดอกเตอร์แชงค์ (Shank)ติดต่อผมมาทันที ว่าขอให้เตรียมคนไข้มะเร็งที่กินยาต้มแล้วยุบไว้ให้ดู พร้อมทั้งเอกซเรย์ รายงานและผลชิ้นเนื้อ
      ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ.2517 ดอกเตอร์แชงค์ (Shank)บินมาหาผมที่สิงห์บุรีพร้อมโปรเซอร์นิวบิ์รน เพื่อนซึ่งเป็นปาโทโลยีสต์(Pathologist) เมื่อผมรายงานคนไข้ที่เตรียมไว้พร้อมชิ้นเนื้อให้ดูดอกเตอร์แชงค์(Shank)ก็ยอมรับว่ายาต้นตำรับนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการรักษามะเร็ง
      ดอกเตอร์แชงค์ขอนำยาต้นตำรับนี้พร้อมตัวยาไปทำการค้นคว้าวิจัยที่อเมริกา แต่ผมไม่ยอม เพราะผมอยากให้เมืองไทย คนไทยมีชื่อเสียงในการค้นคว้ายารักษามะเร็ง เมื่อเป็นเช่นนี้ดอกเตอร์แชงค์ (Shank)ก็ให้ผมเลือกว่าจะทดลองมะเร็งชนิดใด ผมเสนอว่าขอทดลองกับมะเร็งเต้านมเพราะอวัยวะที่อยู่ภายนอกโตและเห็นง่าย
      เมื่อดอกเตอร์แชงค์(Shank)กลับไปอเมริกาแล้วก็ได้ส่งคาร์ซิโนเจน(Carsinogen)ชนิดที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมในหนูนามานาน และผมก็ได้ร่วมทำการทดลองกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่มหาวทยาลัยมหิดลโดยผมต้มยาชนิดที่ข้นจนเกือบเหนียวส่งไปให้ทดลองทุก 7 วัน ผลการทดลองก็มีเค้าให้เห็นว่ายาต้มนี้สามารถทำให้หนูที่เกิดมะเร็งเต้านมยุบได้ แต่ทำได้เพียง 3 ปี อาจารย์ท่านนี้ก็ไปเรียนปริญญาเอกต่อที่อเมริกา การทดลองจึงต้องยุติลงใน พ.ศ.2520 และอาจารย์ท่านนี้เมื่อกลับมาจากอเมริกาก็ไม่ได้สนใจที่จะทดลองยานี้ต่อ
      พ.ศ. 2518 ผมได้เลื่อนขึ้นเป็นนายแพทย์ใหญ่ คือ นายแพทย์สาธารณสุข ประจำจังหวัดสิงห์บุรีและจะลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2521 ขณะนี้เป็นข้าราชการบำนาญกระทรวงสาธาณสุข การที่ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการเพราะต้องการค้นคว้าและรักษามะเร็งด้วยสมุนไพรเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องมีภาระกับหน้าที่ราชการ
      ประมาณ พ.ศ. 2524 มีผู้หญิงมาหาผม 1คน แนะนำตนว่าทำงานเกี่ยวกับการค้นคว้าโรคมะเร็งอยู่อเมริกา บินกลับมาเยี่ยมเมืองไทยและเป็นเพื่อนกับนายช่างชลประทาน ชื่อคุณจำรูญ เป็นโรคมะเร็งกระเพะอาหารชนิด ซาโคมา (SARCOMA)ทำการผ่าตัดเรียบร้อยและแพทย์ผู้ผ่าตัดบอกว่าไม่มียารักษามะเร็งชนิดนี้แต่พอกลับมา พ.ศ. 2524 ได้ทราบว่าคุณจำรูญ ยังมีชีวิตอยู่และทำงานปกติ จึงทราบว่าคุณจำรูญรับประทานยาสมุนไพรของคุณหมอสมหมาย (คุณจำรูญมีชีวิตอยู่จนเกษียณราชการในตำแหน่งรองอธิบดีกรมชลประทาน)
      ประมาณ พ.ศ. 2526 มีผู้หญิงชาวบ้านมาหาผม บอกว่าขอให้ช่วยไปดูญาติผู้หญิงป่วยที่ ร.พ.สิงห์บุรี ผมก็ไปดูให้ พบว่าคนไข้นอนยกหัวสูง ไอ หอบ และท้องโตมาก หมอผู้ดูแลบอกว่ารักษาไม่ได้ และอยู่ได้ไม่นาน ผมจึงไปขออนุญาตแพทย์เจ้าของคนไข้ เพื่อลองทำการรักษาดู แพทย์เจ้าของคนไข้ก็อนุญาต


     

    วิธีรักษาคนไข้รายนี้

    1. เจาะน้ำในช่องปอด (elfusion) ออกใส่ Erdoxan ละลายน้ำกลั่นเข้าไป 2 ขวด
    2.  เจาะน้ำในช่องท้อง (oscites)ออกจนหมด ใส่ Erdoxan 2 ขวด
    3. ให้พวกพลาสม่าและ smins said
    4. ให้รับประทานยาสมุนไพร
    5. ให้ 5 Fu 1000 mg
      ทำการเจาะทั้งปอดและท้องอยู่ 5 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน คนไข้ดีขึ้นเรื่อยๆ หมอเจ้าของไข้จึงอนุญาตให้กลับบ้าน ผมก็ให้กินยาสมุนไพรมาตลอด พร้อมทั้งแนะนำให้คนไข้ผ่าก้อนในท้องออกคนไข้ไม่ยอม บอกว่าหายดีแล้วจะผ่าทำไม ผมให้รับประทานจนครบ 5 ปี ผู้ป่วยก็หยุดกิน และไม่ติดต่อมา หลังจากคนไข้หยุดกินยาสมุนไพร 1 ปีญาติก็มาหาผมอีก บอกว่าคนไข้เริ่มมีอาการเหมือนเดิม ขณะนี้อยู่ ร.พ. รามาธิบดี ผมก็เขียนประวัติการรักษาให้ไป และผู้ป่วยรายนี้ก็ได้เสียชีวิตที่ ร.พ. รามา ด้วยเหตุนี้ผมเห็นว่าการใช้ยาเคมีร่วมกับสมุนไพรตำรับนี้สามารถช่วยยืดชีวิตคนไข้ไปได้อย่างดี
      ต่อมามีคนไข้ผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปี มาหาผมด้วยอาการท้องโตมาก ต้องนอนตะแคงซ้ายหรือขวา นั่งไม่ได้ ญาติบอกว่าไปรักษา ร.พ. ในกรุงเทพ แล้วหมอไม่รับรักษา ผมจึงใช้วิธีเดียวกับคนแรก พอเจาะน้ำในช่องท้องออกหมด คลำได้ก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง เป็นพวงอยู่ในช่องท้อง เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็รักษามาตลอด ก้อนในท้องยุบลงหมด ผมก็ให้รับประทานยาสมุนไพรตลอดครบ 2 ปี คนไข้ไม่ยอมกินยาต่อในที่สุดก็เป็นเหมือนเดิมและถึงแก่กรรม
      จะเห็นได้ว่าอาการมะเร็งที่ทางโรงพยาบาลไม่รับรักษาแล้วเมื่อผมได้ทดลองทำการรักษาได้ผลค่อนข้างดี ผมก็ใช้วิธีนี้กับคนไข้ที่เป็นมะเร็ง (Soild Tumour) โดยการให้รับประทานยาสมุนไพรควบไปด้วยทุกคน และเกือบทุกอวัยวะก็ได้ผลดีในคนไข้ทีเป็นมะเร็งไม่มากนักต่อจากนั้น ก็ได้เริ่มการค้นคว้าเป็นทางการที่ศิริราช ม. มหิดล โดยอาจารย์แพทย์หญิงกาญจนา เกษสะอาด เป็นผู้ควบคุมการทดลองอยู่ 8 ปี ได้ให้ปริญญาโทแก่นักศึกษาที่ทำการค้นคว้าพบว่าสมุนไพรตำรับนี้สามารถกระตุ้นร่างกาย ให้มีภูมิต้านทานต่อมะเร็งได้โดยยานี้ไปกระตุ้น Activity ของ Macropphage cell T.Lymphocy,Natural Killer cell ในร่างกายของคนเรา เมื่อแพทย์หญิงกาญจนา เกษสะอาด เกษียณก็ไม่มีแพทย์ผู้ใดสนใจที่ทำการค้นคว้าต่อไปอีก
     
    พุทธรักษา
    1. พุทธรักษา

      เป็นพรรณไม้ล้มลุก เนื้ออ่อน อวบน้ำ ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้า มีการเจริญเติบโตโดยแตกหน่อเป็นกอคล้ายกับกล้วย ลักษณะหน่อที่เจริญเป็นต้นเหนือพื้นดินนั้นมีลักษณะกลมแบนสีเขียวขนาดลำต้นโตประมาณ 2-4 เซนติเมตร  หัวพุทธรักษาใช้ในการต้มรับประทาน  บำรุงปอด  แก้อาเจียน  หรือไอเป็นเลือด

      ลิ้นงูเห่า
       

      ลิ้นงูเห่า

      ลิ้นงูเห่า เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 1.5-4 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอกหรือรูปใบหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 7-12 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบสีเขียว ติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ผลแห้ง แตกได้ มีสรรพคุณ ใช้รักษา ผื่นคัน  เริม งูสวัด

      พญายอ
       

      พญายอ

      เสลดพังพอนตัวเมีย มีชื่อท้องถิ่นหรือชื่ออื่นอีก คือ : ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่) พญาปล้องดำ (ลำปาง) พญาปล้องทอง (ภาคกลาง) ลิ้นมังกร โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง)และ พญายอ (แม่ฮ่องสอน) เสลดพังพอนมีชื่อพ้องกัน คือ เสรดพังพอนตัวผู้ และเสลดพังพอนตัวเมีย แต่ต่างกันที่เสลดพังพอนตัวผู้มีหนาม สรรพคุณอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย เพื่อไม่ให้สับสนจึงเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า “พญายอ”แทงทวย




      แทงทวย

      เป็นไม้ยืนต้นสูงได้ถึง  12  เมตร  มีกลีบดอก  5  กลีบ ผลสีแดงแสด ทุกส่วนสามารถใช้ประโยชน์ทางยาได้

      เหงือกปลาหมอ

       

      เหงือกปลาหมอ

      แก้มหมอ แก้มหมอเล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน เป็นพรรณไม้ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสมุทรปราการขึ้นอยู่บริเวณชายฝั่งแม่น้ำลำคลอง อยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเหนือปากคลองมหาวงษ์และโรงเรียนนายเรือ ประโยชน์ของเหงือกปลาหมอนั้น เป็นสมุนไพรใกล้ตัวหรืออาจจะเรียกว่าสมุนไพรชายน้ำ/สมุนไพรชายเลนก็ได้ ช่วยรักษาโรคได้มากมายหลายชนิด

      ปีกไก่ดำ
       

      ปีกไก่ดำ

      หลายคนคงรู้จักดี มีสรรพคุณมากมาย สามารถรักษาโรคมะเร็ง แก้ลมพิษ ผื่นคัน งูสวัด เป็นสมุนไพรในกลุ่มถอนพิษถอนพิษ ต่อ แตน และเป็นหนึ่งใน 5 ตัวยาสมุนไพรรักษามะเร็งเต้านม ได้และเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่เพราะเลี้ยงได้ยาก มีสรรพคุณทางยา แก้ผื่นคัน ลมพิษ งูสวัด
     
    รีวิวร้านค้า
    ร้านค้า : SinkaDD.tarad.com
    ยังไม่มีคะแนนรีวิว

    หน้าร้าน : http://www.sinkaddshop.com

    หมวดหมู่ของร้าน : อื่น ๆ จิปาถะ

    เกี่ยวกับร้าน : ขายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม velform hair เวลฟอร์มแฮร์ เวลฟอร์มแฮร์ ทู สูตร2 แป้งโอริเซ่ กาแฟฟาทีส fatis coffee aimmura sesamine เอมมูร่าเซซามีน อ่านต่อ >>

      นโยบายของเว็บไซต์
    นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
    วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
    • บัตรเครดิต / บัตรเดบิต  
    • ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต  
    • เพย์สบาย 
    • เพย์พาว 
    • เอ็มเปย์ 
    • โอนเงินผ่านธนาคาร     
    • เคาน์เตอร์เซอร์วิส 
    • โอนผ่านธนาคารแบบระบุเลขบัญชี     
    • เอ็มเปย์ สเตชั่น 
    รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
    ร้านสืนค้าดีดี
    กรุงเทพ
    ขายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม velform hair เวลฟอร์มแฮร์ เวลฟอร์มแฮร์ ทู สูตร2 แป้งโอริเซ่ กาแฟฟาทีส fatis coffee aimmura sesamine เอ... อ่านทั้งหมด
    นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
    ไม่มีค่ะข้อแม้
    เวลาให้บริการ (Business Hour)
    ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ การส่งสินค้า จันทร์-ศุกร์  โอนเงินก่อนเที่ยง ส่งบ่าย                      โอนเงินบ่าย ส่งวันถัดไป เสาร์-อาทิตย์  ส่ง  ก่อนเที่ยง
    การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
    จัดส่งรวดเร็ว ซื่อสัตย์ต่อลูกค้าค่ะ