TARAD Point
Thailand Web Stat
หมวดหมู่ทั้งหมด
พญาครุฑกินรี5ดาว 900-1500 คาวตองผสมสมุนไพร35ชนิด บำรุงร่างกาย ต่อสูโรคร้าย ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย #5885067
  • ชื่อสินค้า : พญาครุฑกินรี5ดาว 900-1500 คาวตองผสมสมุนไพร35ชนิด บำรุงร่างกาย ต่อสูโรคร้าย ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย
  • สินค้าในสต๊อก : มีสินค้า
  • ระยะเวลาการขาย : จนกว่าของจะหมด
  • ค่าขนส่งขั้นต่ำ : คิดค่าจัดส่งตามการสั่งซื้อต่อครั้ง 100.00 บาท  
  • ราคาปกติ : 2,500 บาท
  • ราคาพิเศษ : 1,200 บาท (สั่งซื้อออนไลน์ รับแต้มคืน 12 บาท(แต้ม))
  • ประหยัด : 1,300 บาท
  • จำนวนสินค้า : (ระบุจำนวนสินค้าที่สั่งซื้อ)
  • บันทึกลงรายการโปรด
  • แนะนำ! กรุณาชำระเงินผ่านระบบตลาด รับแต้มแทนเงินสด มั่นใจได้ของชัวร์ 100%

แจ้งรหัสสินค้า : 5885067
เวลาทำการ จ-ศ 9.00-18.00
  •  
  • = 12 บาท (แต้ม)

Point คืออะไร ?

 (151 รีวิว)
  • 8.58
  • คะแนน
  • อ่านรีวิวร้าน
    • แบ่งปัน :Tell To Friend
    รายละเอียด พญาครุฑกินรี5ดาว 900-1500 คาวตองผสมสมุนไพร35ชนิด บำรุงร่างกาย ต่อสูโรคร้าย ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย
    แก้ไขล่าสุด : 19-05-2558 22:32:51

     

    รับสมัครตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

    พญาครุฑกินรี ๕ ดาว

    เครื่องดื่มน้ำสมุนไพร ผสมคาวตอง สาหร่ายคลอเรลล่า

    เห็ดหลินจือ เจียวกู้หลาน สาหร่ายสไปรูลิน่า

    ตังถั่งเช่า โสม กระชายดำ ตังกุย มะรุม ลูกยอ ตังเซียม

     

    ( ผสมคาวตอง สาหร่ายคลอเรลล่า เห็ดหลินจือ เจียวกู้หลาน สาหร่ายสไปรูลิน่า ตังถั่งเช่า โสม กระชายดำ มะรุม ลูกยอ มะขามป้อม ชะเอมเทศ ดอกคำฝอย มังคุดสกัด ตังกุย ตังเซียม ใบแปะก๊วย ชาเขียว ดอกมะลิ ทับทิม เมล็ดองุ่น ใบหม่อน ดอกบัวหลวง เถาวัลย์เปรียง สมอพิเภก สมอเทศ สมอไทย บลูเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ มะม่วงหิมพานต์ อะเซโรล่าเชอร์รี่ เสาวรส เก๋ากี้ แอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำผึ้ง )

    TEL. 094-5636936

     

    โปรโมชั่นพิเศษ สำหรับท่านที่ต้องการมีรายได้

    ปกติ 1 ขวด ราคา 2500 บาท

    1 ลัง 12 ขวด ตัวแทนจำหน่าย พิเศษ ตกขวดละ 1400 บาท

    3 ลัง 36 ขวด ตัวแทนจำหน่าย พิเศษ ตกขวดละ 1300 บาท

    พร้อมสร้อยคอทองคำอีก 1* สลึง มูลค่า 5,000 บาท

     

    5 ลัง 60 ขวด ตัวแทนจำหน่าย พิเศษ ตกขวดละ 1200 บาท

    พร้อมสร้อยคอทองคำอีก 2* สลึง มูลค่า 10,000 บาท

     

    10 ลัง 120 ขวด ตัวแทนจำหน่าย พิเศษ ตกขวดละ 1100 บาท

    พร้อมสร้อยคอทองคำอีก 5* สลึง มูลค่า 25,000 บาท

     

    โปรพิเศษ เฉพาะเดือนนี้ เท่านั้น 1 ลัง ราคาขวดละ 800 บาท !!!

    ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร

     

    พญาครุฑกินรี 5ดาว ปกติ 2500 จัดส่ง
    1 ขวด 2100 ส่ง EMS ฟรี
    2 ขวด 2000 ส่ง EMS ฟรี
    3 ขวด 1900 ส่ง EMS ฟรี
    6 ขวด 1800 ส่ง EMS ฟรี
    8 ขวด 1700 ส่ง EMS ฟรี
    10 ขวด 1600 ส่ง EMS ฟรี

     

    ***พิเศษสำหรับผู้เป็นตัวแทนจำหน่าย***

    1-11 ขวด ราคาขวดละ 1500 ส่ง EMS ฟรี

    12 ขวด / 1 ลัง

    ราคาขวดละ 1400 ส่ง EMS ทุกรายการ
    36 ขวด / 3 ลัง ราคาขวดละ 1300 แถมทองคำอีก 1 สลึง มูลค่า 5,000 บ.
    60 ขวด / 5 ลัง ราคาขวดละ 1200 แถมทองคำอีก 2 สลึง มูลค่า 10,000 บ.
    120 ขวด / 10 ลัง ราคาขวดละ 1100 แถมทองคำอีก 5 สลึง มูลค่า 25,000 บ.

      

    หมายเหตุ : ทางห้างหุ้นส่วนสงวนสิทธิ์การมอบทองจ่ายเป็นเงินสด สลึงละ 5,000 บาท

     ( ตัดสินใจก่อนมีรายได้ก่อน )

    ****สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายง่ายๆเพียง****

    โทรแจ้ง ชื่อ--นามสกุล--จังหวัด

    **กรณีที่ท่านยังไม่มีเงินลงทุน**

    ทาง หจก.จะจัดส่งให้ท่าน

    ขวดละ 1500 บาท (จัดส่ง EMS ฟรี )

    ไม่ต้องสต๊อกสินค้า

    เพียงท่านแจ้งชื่อที่อยู่ลูกค้าที่ท่านต้องการส่ง

    หรือที่อยู่ท่าน แจ้งให้ทราบ *พร้อมโอนตังค์ ทางหจก.จัดส่งให้ทันที...

     

    ข้อดีและข้อแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่น เหมาะแก่การเปิดตลาด

     

    เครื่องดื่มสมุนไพร พญาครุฑกินรี ๕ ดาว

     

     

    1.เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีภาพวาดพญาครุฑจีบกินรีที่สวยงาม เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่มีที่ไหนเหมือน โดยช่างวาดรูปมืออาชีพเป็นอาจารย์จิตรกรรมฝาผนัง แบรนด์แหวกแนวแบบไทย ๆ เมื่อเปิดฝากล่องไปจะมีรูปพญานาคเล่นน้ำ พร้อมที่ล็อคแก้วตวง บรรจุภัณฑ์แพ็คเกจแข็งแรง spot uv , k ทอง สวยแบบไทยๆ

    2.บรรจุภัณฑ์เป็นขวดพลาสติกน้ำหนักเบา ไม่แตกง่าย และไม่หนักเหมือนแก้ว เหมาะแก่การขนส่งทางไปรษณีย์ และขนส่งทางอื่นๆ ขนส่งง่าย ประหยัดค่าขนส่ง  (ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยสารพิษ และสารสเตียรอยด์ มาตรฐานการผลิตGMP อย.13-2-00656-2-0029 ส่วนตราฮาลาลจะได้ช่วงเดือน ธันวาคม 56 นี้ )

    3.เครื่องดื่มสมุนไพรมีส่วนผสมหลักที่สำคัญ คือ สาหร่ายคลอเรลล่า และสาหร่ายสไปรูลิน่าสูตรพิเศษ มีเฉพาะแต่พญาครุฑกินรี ๕ ดาวเท่านั้น ซึ่งสาหร่ายคอลเรลล่า และสาหร่ายสไปรูลิน่ามีสารอาหารมากมาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการฟื้นฟู หรือผู้สูงอายุที่ทานอาหารไม่ค่อยได้ ซึมเซา ไม่กระปรี้กระเปร่า ปวดหลังปวดเอว มีวิตามินช่วยบำรุงสายตา มีไฟเบอร์ช่วยลดคอเรลเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ขับถ่ายสะดวก (**ปกติผลิตภัณฑ์อื่นๆบางชนิดจะมีสารอาหารโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่น้อยไม่ครอบคลุม เพราะไม่มีส่วนประกอบของสาหร่าย**)

    ***สาร ซี จี เอฟ ค้นพบในสาหร่ายคลอเรลล่าเท่านั้น*** ให้พลังงานมหาศาลแก่มนุษย์ สร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์

    เสริมสร้างระบบต้านทานโรค และกระตุ้นร่างกายให้มีชีวิตชีวา
     
    **คลอเรลล่ามีคลอโรฟิลล์มากกว่า สาหร่ายสไปรูลิน่า ถึง 5-10 เท่า *บำรุงตับ ขับล้างสารพิษ*
     
    **คลอเรลล่า มีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงถึง 180 มก.ต่อ 100 ก. *บำรุงสายตา มองเห็นในที่มืดได้ดี*

    ***ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวันและเกาหลีนิยมนำมาบริโภคในรูปแบบอาหารเสริม**มีงานวิจัยว่า สาหร่ายคอลเรลล่าและสาหร่ายสไปรูลิน่า เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด** กระตุ้นการเจริญเติบโต เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายชะลอความชรา ป้องกันอนุมูลอิสระ ล้างพิษในระบบทางเดินอาหาร

     

    ที่มา: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) www.tistr.or.th

    Tips!
    (1.) สาร ซี จี เอฟ ค้นพบในสาหร่ายคลอเรลล่าเท่านั้น ให้พลังงานมหาศาลแก่มนุษย์ สร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์ เสริมสร้างระบบต้านทานโรค และกระตุ้นร่างกายให้มีชีวิตชีวา
    (2.) โปรตีน มีครบทุกชนิดที่จำเป็น สูง 60% 3 เท่าของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เสริ้มสร้างซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
    (3.) มี เกลือแร่ แคลเซียม ทองแดง เหล็ก แมกนีเซียม โปรตัสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม สังกะสี วตามิน เบต้าแคโรทีน วิตามิน A D E K B1 B2 6 12 C
    (4.) วิตามินเอ และสารเบต้าคาโรทีน เป็นวิตามินเอ ย่อยง่าย บำรงสายตา ยับยั้งเซล์มะเร็ง
    (5.) ไนอาซีน ช่วยบำรุงโรคจิตประสาทโซเพรเนีย ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย บำบัดโรคหัวใจ
    (6.) เหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย มีสังกะสี ช่วยสร้างสมรรถภาพของสมองให้ร่างกายฟื้นไข้เร็ว
    (7.) ไฟเบอร์ ช่วยลดคลอเรสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร และการดูดซึมอาหารของร่างกาย

    4.เป็นการรวมเอาสมุนไพรที่เด่นๆทั้ง 5 ประเทศในแถบเอเชีย ( เลยตั้งชื่อว่า 5 ดาว ) ดังนี้ ตังถั่งเช่า และเห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรยอดนิยมของประเทศจีน , โสม เป็นเป็นสมุนไพรยอดนิยมของประเทศเกาหลี , สาหร่ายคลอเรลล่า และสาหร่ายสไปรูลิน่า เป็นสาหร่ายที่นิยมนำมาเป็นอาหารเสริม มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และไต้หวัน , คาวตองหรือพลูคาว เจียวกู่หลานหรือปัญจะขันธ์ กระชายดำ มะรุม ลูกยอ และมะขามป้อม เป็นสมุนไพรแห่งชาติของไทย มีสรรพพคุณมากมายนำมาทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ เครื่องดื่มสมุนไพร ตราพญาครุฑกินรี 5 ดาว รสชาดทานง่าย ไม่ขม ออกจะเปรี้ยวนิดๆ ตามรดชาดผลไม้ และสมุนไพรอื่นๆรวม 35 ชนิด ปรับสมดุลทั้ง 5 ธาตุ ( ปัญจะธาตุ ) ซึ่งเป็นความเชื่อ อายุรเวทศาสตร์ทางอินเดียโบราณ และสมดุลหยิน-หยาง ทางศาสตร์จีน

     

       

     

     

    สัดส่วนในการรับประทาน
    ลักษณะความรู้สึก ปริมาณที่แนะนำ
    เครียด นอนไม่หลับ 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล.
    มึนหัว ปวดหัว 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล.
    ไมเกรน 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    โรคภูมิแพ้ 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ปวดประจำเดือน 1 มื้อ / 20 ม.ล.
    เหนื่อยง่าย วิงเวียน 1 มื้อ / 20 ม.ล.
    โรคผิวหนังสะเก็ดเงิน 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    หอบ หืด 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    คลอเรสเตอรอล 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ความดันโลหิตสูง 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ไซนัส 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ธาลัสซีเมียโรคเลือด 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    อัมพฤกษ์ อัมพาต 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    รูมาตอยด์ เก๊าท์ 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    เบาหวาน 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ปวดหลังปวดเอว 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    กระดูกสันหลังทับเส้น 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    แก่ก่อนวัย 1 มื้อ / 20 ม.ล.
    ผมร่วง 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อหิน 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ชาปลายมือ ปลายเท้า 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    โรคกระเพาะอาหาร 1 มื้อ / 20 ม.ล.
    โรคตับ/ลำไส้อักเสบ 1 มื้อ / 20 ม.ล.
    โรคมะเร็ง 4 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล

    แผลเรื้อรัง

    2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ท้องผูก 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ริดสีดวงทวาร 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ดูแลผิวพรรณ ฝ้า กระ 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    โรคผู้สูงอายุ 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    บำรุงร่างกาย 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    เสื่อมสมรรถภาพ 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    โรคหัวใจ 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    โรคไต 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    โรคปอด 2 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    อาการท้องร่วง 1 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ล้างสารพิษในร่างกาย 3 มื้อ ๆ ละ 20 ม.ล
    ข้อแนะนำ อัตราเฉลี่ย1คน/3ขวดขึ้น

       

    ประะสบการณ์ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์พญาครุฑกินรี ๕ ดาว

     

    *ผู้ป่วยระยะพักฟื้นรับประทานพญาครุฑกินรี๕ดาว แล้วดีขึ้น

    ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรต่างๆ

     

    สาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella) พืชอาหารแก้โรคสารพัด

     

    “แหล่งโปรตีนชั้นยอด กระตุ้นการเจริญเติบโต เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ชะลอความชรา ป้องกันอนุมูลอิสระ ล้างพิษในระบบทางเดินอาหาร”

    ***สาร ซี จี เอฟ ค้นพบในสาหร่ายคลอเรลล่าเท่านั้น*** ให้พลังงานมหาศาลแก่มนุษย์ สร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์
    เสริมสร้างระบบต้านทานโรค และกระตุ้นร่างกายให้มีชีวิตชีวา
     
    **โปรตีน มีครบทุกชนิดที่จำเป็น สูง 60 % หรือ 3 เท่าของโปรตีนจากเนื้อสัตว์เสริมสร้างซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
     
    **ไนอาซีน ช่วยบำรุงโรคจิตประสาทโซเพรเนีย ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย บำบัดโรคหัวใจ
     
    **วิตามินเอ และสารเบต้าแคโรทีน เป็นวิตามินเอ ย่อยง่าย บำรุงสายตา ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
     
    **ไฟเบอร์ ช่วยลดคลอเรลเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร และการดูดซึมอาหารของร่างกาย
     
    **เหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย มีสังกะสี ช่วยสร้างสมรรถภาพของสมองให้ร่างกายฟื้นไข้ได้เร็ว
     
    **มี เกลือแร่ แคลเซียม ทองแดง เหล็ก แมกนีเซียม โปรตัสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม สังกะสี วตามิน เบต้าแคโรทีน วิตามิน A D E K B1B2B6 B12และC
     
    คลอเรลล่ามีคุณสมบัติต่อต้านการเกิดปฏิกริยาต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant)และกระตุ้นภูมิคุ้มกันส่งเสริมการหายของแผล โดยกระตุ้นการสร้างเซลล์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ มีผลต่อหัวใจ และลดความดันสูง ลดระดับคลอเรสเตอรอล ปกป้องร่างกายไม่ให้ได้รับสารรังสีจากโลหะมีพิษ เช่น ตะกั่ว (mercury)ช่วยระบบการย่อยอาหารและกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้ ผนังเซลล์คลอเรลล่า ช่วยต่อต้านมะเร็ง และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน มีคุณสมบัติพิเศษในการกำจัดสารไฮโดรคาร์บอน และสารที่เป็นพิษออกจากร่างกายมนุษย์ได้

    เป็นสาหร่ายใน กลุ่มสาหร่ายสีเขียว มีขนาดเล็กมากเมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่า เป็นสาหร่ายเซลล์เดี่ยว ลักษณะกลม รี หรือรูปไข่สีเขียว เพาะเลี้ยงในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน นิยมนำมาบริโภคในรูปแบบของอาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ชาวญี่ปุ่นยังใช้เติมลงไปในชา ซุป นม น้ำผลไม้ บะหมี่ คุกกี้ เค้ก และไอศกรีม

    คลอเรลล่าสารเอ็นเบต้า 1.3 จัดเป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ โดยมีโปรตีนที่อยู่ในรูปของกรดนิวคลีอิก คือ อาร์ เอ็น เอ สูงมาก แต่เดิมมีความเชื่อว่าปลาซาร์ดีน มี อาร์ เอ็น เอ มากที่สุด นักวิทยาศาสตร์พบว่า อาร์ เอ็น เอ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ร่างกายเกิดความกระปรี้กระเปร่า มีความอ่อนเยาว์ และช่วยชะลอความชราได้ ผลการวิจัย พบว่า อาร์ เอ็น เอ ในคลอเรลล่า ยังประกอบด้วย กรดอะมิโน จำเป็นที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใช้เองไม่ได้ ต้องได้รับจากการบริโภคของพืช หรือสัตว์ เท่านั้นอยู่ถึง 8 ชนิด โปรตีนจากคลอเรลล่า จึงมีคุณภาพเทียบเท่ากับโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ แต่จะมีเมไทโอนีน ต่ำกว่า

    นอกจากนี้ คลอเรลล่า สารเอ็นเบต้า 1.3 ยังมีวิตามินหลากหลายคือ วิตามินซี, เบตา-แคโรทีน (ซึ่งให้วิตามิน เอ), บี1, บี2, บี6, บี12, ไนอาซิน, กรดแพนโทเทนิค, กรดโฟลิก, ไบโอติน, โคลีน, อินโนซิทอล, พีเอบีเอ, วิตามินอี และ วิตามินเค

    ส่วนเกลือแร่ ที่มีอยู่ได้แก่ ฟอสฟอรัส, โปแตสเซียม, แมกนีเซียม, กำมะถัน, เหล็ก, แคลเซียม, แมงกานีส, ทองแดง, สังกะสี, ไอโอดีน และ โคบอลต์ รวมทั้งมีกรดไขมันไลโปอิก

    มีงานวิจัยสนับสนุนสรรพคุณในด้านต่าง ๆ ของคลอเรลล่าสารเอ็นเบต้า 1.3 เช่น เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด กระตุ้นการเจริญเติบโต เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ชะลอความชรา ป้องกันอนุมูลอิสระ ล้างพิษในระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากมีองค์ประกอบของสารอาหารที่มีประโยชน์สูง วงการธรรมชาติบำบัดจึงนิยมนำคลอเรลล่าสารเอ็นเบต้า 1.3 ไปใช้ในการเสริมภูมิคุ้มกันสมานแผล ต้านสารพิษต่าง ๆ รอบตัว ช่วยย่อย ปรับการทำงานของกระเพาะอาหาร และลำไส้ ใช้กระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโต และช่วยสร้างเนื้อเยื่อในร่างกาย ชะลอความชรา ตลอดจนป้องกันอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี

    ที่มา: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)www.tistr.or.th

    Tips!
    1. สารเอ็นเบต้า 1.3 กลูแคน ค้นพบในสาหร่ายคลอเรลล่าเท่านั้น ให้พลังงานมหาศาลแก่มนุษย์ สร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์ เสริมสร้างระบบต้านทานโรค และกระตุ้นร่างกายให้มีชีวิตชีวา
    2. โปรตีน มีครบทุกชนิดที่จำเป็น สูง 60% 3 เท่าของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เสริ้มสร้างซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
    3. มี เกลือแร่ แคลเซียม ทองแดง เหล็ก แมกนีเซียม โปรตัสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม สังกะสี วิตามิน เบต้าแคโรทีน วิตามิน A D E K B1 B2 6 12 C
    4. วิตามินเอ และสารเบต้าคาโรทีน เป็นวิตามินเอ ย่อยง่าย บำรงสายตา ยับยั้งเซล์มะเร็ง
    5. ไนอาซีน ช่วยบำรุงโรคจิตประสาทโซเพรเนีย ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย บำบัดโรคหัวใจ
    6. เหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นตัวนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย มีสังกะสี ช่วยสร้างสมรรถภาพของสมองให้ร่างกายฟื้นไข้เร็ว
    7. ไฟเบอร์ ช่วยลดคลอเรสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร และการดูดซึมอาหารของร่างกายผนังเซลล์คลอเรลล่า ช่วยต่อต้านมะเร็ง และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน มีคุณสมบัติพิเศษในการกำจัดสารไฮโดรคาร์บอน และสารที่เป็นพิษออกจากร่างกายมนุษย์ได้

    สรุปประโยชน์ของสาหร่ายคลอเรลล่า

    1. สาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella) เป็นพืชน้ำที่มีคลอโรฟิลสูงสุด ช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น และเป็นแหล่งโปรตีน วิตามิน เกลือแร่
    2. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีน และวิตามินบีคอมเพล็กซ์
    3. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ต่อต้านมะเร็งชนิดต่าง ๆ ไวรัส เนื้องอก
    4. ขจัดโลหะหนักออกจากร่างกาย ได้แก่ สารปรอท ตะกั่ว ดีดีที
    5. ลดกรดในร่างกาย ช่วยบำบัดกรดไหลย้อยกลับ
    6. ช่วยระบบการย่อยอาหาร
    7. บำรุงผิวพรรณ สดใส ชะลอความชรา

    คุณค่าทางโภชนาการและคุณประโยชน์ของคลอเรลล่า

    1. คลอเรลล่า มีโปรตีนอยู่ถึงร้อยละ 60 ในขณะที่ถั่วเหลืองให้โปรตีนร้อยละ37 เนื้อไก่ร้อยละ 34 เนื้อวัวร้อยละ 20-30 และเนื้อปลาร้อยละ 15-20 จึงนับว่าคลอเรลลาเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ
    2. เมื่อสกัดคลอเรลล่า ด้วยเทคนิค electrophoresis พบสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า chlorella growth factor(cfg) :ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถเพิ่มการเจริญเติบโตของร่างกายได้โดยเฉพาะในวัยเด็ก
    3. คลอเรลล่า มีคลอโรฟิลล์สูงมากกว่าพืชชนิดอื่นๆโดยมีอยู่ 2 มก.ต่อ 100 กรัมหรือเท่ากับ 3-5% ของน้ำหนัก คอลโรฟิลล์มีสรรพคุณในการช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายโดยดูดซับเอาสารพิษไว้ใน ลำไส้ เพื่อขับถ่ายออก ไป ไม่ให้มัโอกาสแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด คลอโรฟิลล์ยังมีสรรพคุณทางกระตุ้นการสมานคืนของเนื้อเยื่อ จึงช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น
    4. คลอเรลล่า มีวิตามินอยู่ในปริมาณต่างๆกัน แต่ที่สำคัญคือวิตามินบี12 ซึ่งเป็นวิตามินที่มักพบเฉพาะในเนื้อสัตว์ และมีต่ำมากในพืช คอลเรลล่าจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้บริโภคมังสวิรัติเพราะมักขาดวิตามิน สำคัญตัวนี้ ยังผลให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจาง อีกวิตามินหนึ่งที่มีมากในคลอเรลล่าคือ วิตามินเอ
    5. คลอเรลล่า มีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงถึง 180 มก.ต่อ 100 ก.. มีผลการศึกษาที่ยืนยันว่าเบต้าแคโรทีน มีบทบาทในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ที่รับประทานเบต้าแคโรทีนสูง มีโอกาสเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆน้อยกว่าคนทั่วไป
    6. ผนังเซลส์ที่กะเทาะแล้วของคลอเรลล่า มีคุณค่าเป็นเส้นใยอาหาร ที่ช่วยย่อยและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ให้เกิดความเคลื่อนไหวเป็นปกติ ลดอาการท้องผูก

    เอกสารอ้างอิง

    ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ นูทราแมดิก้า (Nutramedica)

    William H. Lee, R.Ph.,Ph.D. and Michael Rosenbaum Md.,Chlorella, Keats Publishing Inc.

     

    เจียวกู้หลาน(สมุนไพรปัญจขันธ์) ได้รับเลือกเป็นสุดยอดสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2548 ของประเทศไทยอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์วิจัยและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    เจียวกู้หลาน... สมุนไพรที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน
    นักวิทยาศาสตร์ศึกษาพบว่าองค์

    ประกอบที่มีประสิทธิภาพในเจียวกู้หลานและโสมคือ สารซาโปนิน โดยเจียวกู้หลานมีสารซาโปนินอย่างน้อย 82 ชนิด ในขณะที่โสมมีอย่างน้อย 28 ชนิด สารซาโปนินในเจียวกู้หลานเหล่านี้มีผลในเรื่องของความดันโลหิต การทำงานของสติปัญญาและการกำกับการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายหลายระบบ เช่น ระบบสืบพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ

    สมุนไพรปรับสมดุลชั้นมงกุฎเพชร
    สมุนไพร ปรับสมดุล ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรชะลอความชรา หรือสมุนไพรบำรุงร่างกาย มีคุณสมบัติในการเพิ่มความสามารถของร่างกายในการปรับตัวให้เกิดความสมดุล ด้านกายภาพและอารมณ์ สามารถจัดการกับความเครียดและสภาวะที่เป็นผลจากสภาพแวดล้อม
    ในกลุ่มสมุนไพร 300 ชนิด จะพบสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเช่นนี้เพียง 1 ชนิดเท่านั้น ซึ่ง เจียวกู้หลาน เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ดีที่สุดที่มีคุณสมบัติดังกล่าว เริ่มตั้งแต่มีวัฒนธรรมการใช้สมุนไพรเมื่อ 500 ปีมาแล้ว และจากการนำเสนองานวิจัยที่ทันสมัย เจียวกู้หลาน ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในด้านประโยชน์ทางการบำบัดโรคเรื่อยมา

    สรรพคุณเทียบกับโสม ชนิด
    1. ลดความดันโลหิต, ลดคอเลสเตอรอล
    2. ลดน้ำตาลในเลือด, ละลายไขมันอิสระ
    3. ชะลอความแก่, ยืดอายุของเซลล์
    4. รักษาโรคปวดหัวข้างเดียว, โรคหลอดลมเรื้อรัง
    5. รักษาโรคหลอดเลือดแข็งตัว, โรคหัวใจ
    6. ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
    7. รักษาโรคกระเพาะเป็นแผล
    8. เสริมสร้างเซลล์ในกระดูก
    9. บำรุงสมอง, ระงับประสาท
    10. ขับท่อปัสสาวะ, ลดอาการต่อมลูกหมากโต
    11. สร้างสมดุลฮอร์โมนรอบเดือนสตรี
    12. ฟื้นฟูฮอร์โมนต่อมลูกหมากสุภาพบุรุษ

    ในประเทศจีนโดยเฉพาะสถาบันสมุนไพรอานดัง และมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ปักกิ่ง มีการวิจัยการใช้เจียวกู้หลานและศึกษาสรรพคุณในด้านเภสัชกรรมและด้านคลีนิคอย่างแพร่หลายพบว่า ชาเจียวกู้หลานมีสรรพคุณใช้บำรุงรางกายและรักษาโรคได้หลายด้าน ที่เด่นชัดคือ โรคเส้นเลือดใหญ่อุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตต่ำ และรักษาโรคปวดหลังข้างเดียว นอกจากนี้ยังมีผลในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่ายกายให้ดีขึ้น ระงับอาการทางประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น สดชื่น ลดความตื่นเต้น ชูกำลัง ต้านความอ่อนเพลีย ทำให้ชะลอความชรา มีความรู้สึกกระชุ่มกระชวย และยังสามารถใช้ได้อย่างไม่ต้องเกิดความกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียง ซึ่งประเทศไทยก็มีการนำ เจียวกู้หลานไปทำเป็นลูกกลอน และชาชงดื่ม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว

    นอกจากนี้เจียวกู้หลานยังมีสรรพคุณในการควบคุมเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งตับ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งสำไส้ มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่นๆ รวมกว่า ๒๐ชนิด ความสามารถในการควบคุมการแพร่เจริญของเซลล์มะเร็ง แพทย์จีนมีความเชื่อว่า เจียวกู้หลาน เป็นสมุนไพรสำคัญที่ใช้ในการป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็ง และโรคเอดส์ได้ในอนาคต

    ในปี 1987 กระทรวงสาธารณสุขของจีน ได้รับรองสมุนไพรเจียวกู้หลานอย่างเป็นทางการ ทำให้พืชสมุนไพรชนิดนี้มีบทบาทในด้านการส่งเสริมสุขภาพ และแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยมีการนำไปผสมกับตำรายาสมุนไพรอื่นๆ เช่น เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครื่อง สำอาง ตลอดจนบุหรี่บางชนิดอีกด้วยเจียวกู้หลานจึง ได้รับความนิยมทั่วในประเทศจีนและในแถบเอเชียรวมได้ขยายในยุโรปและอเมริกา ด้วย

    สารประกอบสำคัญ

    จากการวิจัยในประเทศญี่ปุ่น และจีนพบว่า เจียวกู้หลานมีสาระสำคัญอย่างยิ่งที่คล้ายสารที่พบในโสม และสารบางชนิดยังมีมากกว่าด้วยซ้ำไป ตัวอย่างสารประกอบเหล่านี้คือ

    1 ไกลโคไซด์ glycosides) ซึ่งมี dammarane skeleton 6 ตัว สูตรโครงสร้างคล้าย saponins ที่พบในรากโสม (panaxginseng ) มากจึงทำให้เจียวกู้หลานมีรสชาติคล้ายโส

    2 ซาโปนินไกลโคไซด์ saponinglycosides ) ที่สำคัญ คือgypenosides XVII ซึ่งพบได้ในโสม panax spp บางชนิดด้วย ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของชาชงดื่มเมื่อชง ครั้งแรกเกิดฟองอากาศได้ง่าย

    3 ก้านและใบ มีสาระสำคัญหลายชนิด ได้แก่กรดอินทรีย์ เช่น malonic acid และกลุ่มของสารพวกซาโปนิน มากกว่า ๕๐ ชนิด

    4 สารสำคัญ สามารถพบได้อีก ๖๐ ชนิด และมีที่สำคัญอยู่ ๔ ชนิด ซึ่งเหมือนกับสารสำคัญที่มีอยู่ในโสม คือRB1, RB4, R1, F2 และสาร v-AH ซึ่งตรงกับสารในโสมคือ RG3 ถ้าใช้การหมักอย่างเหมาะสมจะได้สารสำคัญเหล่านี้ออกมาในปริมาณสูงกว่าโสม

    5 แร่ธาตุ เจียวกู้หลานยังสามารถพบสารอาหาร กรดอินทรีย์ น้ำตาล กรดอมิโน และวิตามิน ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งสิ้น

    การออกฤทธิ์และกลไกทางชีวภาพเป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์

    ในก้านและใบของสมุนไพรเจียวกู้หลาน มีสาระสำคัญทางชีวภาพหลายชนิด ดังต่อไปนี้

    1 สารปรับสภาพให้ปกติ ( adaptogens) คือ ซาโปนิน ( saponin ) และไกลโคไซด์ ( glycoside ) สารดังกล่าวสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองได้ชัดเจนมาก เช่น cyclophosphamid ทำให้อวัยวะที่สร้างภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มสารทำสายฮีม (hemolysin ) เพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันประเภท naturalkiller cells หรือ NK cells ซึ่งมีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง และเซลล์แปลกปลอม และทำให้กลุ่มคนที่ดื่ม ชาหรือรับประทานเจียวกู้หลาน มีความแข็งแรงไม่อ่อนเพลียง่าย และทนต่อสภาวะการขาดออกซิเจน ( hypoxia)ได้ดี ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกาย

    2 แอนติออกซิเดนท์ หรือสารต่อต้านออกซิเดนท์ คือ ซาโปนิน ชนิดgypenosideมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารพิษ สารเคมีจากภายนอกร่างกาย ช่วยการทำงานของ เมล็ดเลือดขาว ไมโคโซมของเซลล์ตับ และเซลล์ที่เคลือบผนัง เมล็ดเลือดแดง ป้องกัน การทำลายของเยื่อหุ้มเซลล์ทั่วไป เพิ่มสภาวะของเหลว เพิ่มความแข็งตัวให้แก่เซลล์ และส่วนต่างๆภายในเซลล์ เช่น ไมโตคอนเดรียและไมโครโซมของเซลล์ตับ ต่อต้านออกซิเดชันของ LDL เพิ่ม HDL โรคที่เกิดจากผนังเส้นเลือดแข็งตัว โรคตับ และอาการอักเสบได้

    3 สารคลายเครียด คือ ซาโปนิน มีฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของระบบประสามส่วนกลาง

    4 สารสกัดจากเจียวกู้หลาน มีฤทธิ์ต่อต้านอักเสบ ในสัตว์ทดลองได้ดีกว่ายาเคมีที่ใช้ต่อต้านการอักเสบเช่น lndomethacinและยับยั้งการแกะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยสารอนุพันธ์ของอะดีนิน และสารอื่น เร่งการแยกตัวออกจากกันของเกล็ดเลือดได้อย่างชัดเจน ทำเกิดการยับยั้งการอุดตันเส้นเลือดได้ และยังกระตุ้นการสร้างเมล็ดเลือดได้อีกด้วย

    5 สารสกัดลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และโคเรสเตอรอล ในเลือดของสัตว์ทดลองที่มีไขมันสูง เพิ่มไขมันชนิดดี ( HDL) ลดไขมันชนิดเลว ( LDL) ลดสารไลปิดเปอร์ออกไซด์ ที่ได้จากปฎิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน เช่น โคเลสเตอรอล ฟอสโพไลปิด กรดไขมันอิสระ ช่วยเพิ่มพละกำลังในการบีบตัวของกล้ามเนื้อ หัวใจที่ขาดเลือด ชะลอความชรา ช่วยยืดอายุของเซลล์และเพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิในผู้ชายได้

    6 ป้องกันฤทธิ์ทางชีวภาพของรังสีแกมม่า ในการทำลายเม็ดเลือดขาว ทำลายระบบภูมิคุ้มกันในการสร้างสารภูมิคุ้มกันหรือสารแอนติบอดี และการทำงานของเซลล์ในม้าม ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น จึงสามารถนำมาช่วยบำบัดในผู้ติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์ได้

    7 ใช้เป็นอาหาร ในอดีตชาวจีนใช้เป็นอาหารแก้หิวยามแล้ง บำรุงร่างกาย ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ลดความตื่นเต้น ชะลอความชรา และรักษาโรคหลายด้าน ที่เด่นชัดคือ โรคที่เส้นเลือดใหญ่อุดตัน โรคความดันโลหิตสูง ความตันโลหิตต่ำ โรคปวดหัวข้างเดียว

    8 สรรพคุณในตำราจีน สารสกัดเจียวกู้หลานจะเสริมสร้างการรวมตัวของโปรตีนและกรดในตับ เสริมสร้างเซลล์กระดูก มีผลต่อการรัก

    เจียวกู้หลาน ให้ผลให้สรรพคุณในการลดไขมันในเลือด โดยกรมวิชาการเกษตรในปี 2543 กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำการวิจัยพบสารต้านอนุมูลอิสระ ถึง 3 ชนิด เป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์ คือ

    1. เควอซิติน ( Quercetin )

    2. เคมเฟอรอล ( Kaempferol ) เป็นสารกลุ่ม ฟลาโวนอยส์ ( Flavonoids ) มีคุณสมบัติ

    - ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก

    - ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง

    - ยับยั้งการก่อสารมะเร็งเลือด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่

    - ลดอาการแพ้ ยืดอายุเม็ดเลือดขาว

    3. โพลีฟีนอล ( Polyphenols ) มีฟทธิ์ป้องกัยอนุมูลอิสระ ลดความเครียด เนื่องมากจากความไม่สมดุลของร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอกเลือดหัวใจ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร

    ลดคลอเรสเตอรอล เจียวกู่หลาน ช่วยปรับลดระดับคลอเลสเตอรอลชนิด LDL กรดไขมันที่เสีย ที่ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจ จึงเท่ากับ ลดความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน รักษาสมดุลให้กรดไขมัน ชนิด HDL กรดไขมันดี ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้ดี และลดกรดไขมันอิสระที่เกิดขึ้นเกิดจากการแปรสภาพของกรดไขมันเสีย

    ผลที่ได้จากงานวิจัยสารสกัดของเจียวกู้หลาน เป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์

    สารสกัดของเจียวกู้หลาน saponin ( crude saponin fraction ) มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต และ อัตราการเต้น ของหัวใจของหนูขาว ที่สลับด้วย เพนโทบาบิบาล และจากการที่พบว่าสาร atropine หรือ chlorphennilamine สามารถต้านฤทธิ์ ในการลดความดัน โลหิตและลดอัตราการเต้นของหัวใจของสารสกัดลดลง ดังนั้นกลไกในการออกฤทธิ์จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ histaminic และ cholinergic mechanism

    Tanner MA และคณะ ได้ศึกษาฤทธิ์ของเจียวกู้หลาน ในการขยายหลอดเลือด และกลไกการออกฤทธิ์ พบว่า สารสกัด gypenosodes จากเจียวกู้หลาน ขนาด 0.1-100 ไมโครกรัม ต่อ มิลลิลิตร มีฤทธิ์ ในการขยายหลอดเลือด โคโรนารี

    ในหลอดทดลอง และ พบว่า สารสกัด จากเจียวกู้หลาน ทำให้การสร้าง nitric oxide ของเซลเพาะเลี้ยง bovine arotic endothelial เพิ่มขึ้นแบบ dose - dependent โดยไม่ทำให้เกิดอันตราย ต่อเซลล์ จึงเห็นได้ว่า สารสกัดจากเจียวกู้หลานมีฤทธิ์โดยตรงต่อการหลั่งสาร notric oxide แต่ไม่มีผลต่อการสร้างสารกลุ่ม prostanoidให้ผลให้สรรพคุณในการลดไขมันในเลือด

    ประโยชน์ในการดื่ม เจียวกู้หลาน เป็นประจำ เป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์

    1. ลดคลอเรสเตอรอล จากผลงานวิจัยของหลายสถาบัน ที่เชี่ยวชาญพบว่า

    เจียวกู้หลาน ช่วยปรับลดระดับคลอเลสเตอรอล เป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจ ลดความเสี่ยง ในการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน ช่วยทำให้เกิดกระบวนการการเผาผลาญไขมันได้ดี จึงลดไขมันไม่ให้สะสมตามผนังหลอดเลือด เนื่องจากภายในตัวของ ชาเองมีใยธรรมชาติที่ละลายน้ำจึงดูดซับไขมัน แล้วขับถ่ายทิ้งไป

    2. เจียวกู้หลานช่วยเรื่องสมดุลของความดันเลือดในร่างกาย ช่วยทำให้การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพช่วยปรับการทำงานของหัวใจ ในสภาวะ ระดับความดันโลหิตต่ำ ช่วยการขยายตัวของหลอดเลือด เมื่อร่างกายมีความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และการเต้นของหัวใจ รวมทั้งป้องกันการ เกาะตัวของเกล็ดเลือดด้วย เป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์

    3. เจียวกู้หลานช่วยให้ ระบบการย่อยอาหารเป็นไปตามปกติ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การดื่มเจียวกู่หลานเป็นประจำ จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มการเผาผลาญของไขมันในร่างกาย มีผลให้ผู้ดื่ม เจียวกู้หลาน ลดน้ำหนักลดน้ำหนักส่วนเกินไปในตัวเป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์

    4. เมื่อระบบร่างกายทำงานเป็นปกติ สมองก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมน ของร่างกายมีความสมดุล ร่างกายจึงกระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลายความตึงเครียดของเส้นประสาท จึงทำให้เรานอนหลับได้เป็นปกติเป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์

    5. เจียวกู้หลานช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของเซลล์ในร่างกายของผู้ดื่ม มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นข้อมูลที่ได้จากการทดลองในห้องปฎิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ที่เกิดขึ้นได้ในร่างกายของเราทุกคน มีผลทำให้ การเกิดมะเร็งลดต่ำลง

    6. การนำสมุนไพรนี้ มาใช้ประโยชน์ในระบบบริการสุขภาพของท่าน เมื่อไม่เจ็บป่วย จึงลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน ช่วยชาติประหยัดเงินตราต่างประเทศ ส่งเสริมการใช้สมุนไพร และเป็นการอนุรักษ์ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าของประเทศต่อไป

    สาหร่ายสไปรูลิน่า

     

    องค์ประกอบของสาหร่ายสไปรูลิน่า:
    เบต้าแคโรทีน(มีมากกว่าในแครอท 20-25 เท่า)
    โปรตีน (มีสูงมาก)60-70%
    กรดไขมันแกมม่าไลโนเลนิก
    วิตามิน เอ, บี1, 2, 3, 6, 12
    กรดไขมันไลโนเลอิก
    วิตามิน ซี, ดี, อี
    กรดโฟลิก
    โปแตสเซียม
    แคลเซียม
    แรมโนส
    กลัยโคเจน กรดโฟลิกแมกเนเซียม
    แมงกานิส
    เบต้าแคโรทีน
    คาโรทีนอยด์
    สังกะสี
    ทองแดง
    ไฟโคไซยานีน
    คลอโรฟิลล์เอ
    ซัลไฟโลปิด
    กลัยโคไลปิด
    ไฟเบอร์

    สาหร่ายสไปรูลิน่าให้สารอาหารประเภทกรดอะมิโนที่จำเป็นในปริมาณสูงทั้ง 8 ชนิดดังนี้

    1. 
    ไอโซลูซีน (Isoluecine)ที่ช่วยในการเจริญเติบโตพัฒนาการของความทรงจำและยังใช้ในการสังเคราะห์กรดอะมิโนไม่จำเป็นบางตัวในร่างกายอีกด้วย

    2. ลูซีน (Luecine)กระตุ้นการทำงานของสมองทำให้กล้ามเนื้อมีกำลังมากขึ้น

    3. ไลซีน(Lysine)เป็นโครงสร้างของเซลล์เม็ดเลือดที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพิ่มความแข็งแรงให้กับระบบไหลเวียนโลหิตและทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ

    4. เมไธโอนีน (Methionine)ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและกรดไขมันทำให้ตับมีสุขภาพดี และยังลดความเครียดของสมอง

    5. เฟนินอลานีน(Phynynollanine)ช่วยให้ต่อมไธรอยด์นำไปใช้สร้างไธรอยด์ฮอร์โมนที่ควบคุมพลังงานพื้นฐานของร่างกายที่เรียกว่าBMR

    6. เทรโอนีน (Threonoine)ช่วยให้การทำงานของระบบทางเดินอาหารเป็นปกติและช่วยให้การดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสโลหิตเป็นไปได้ด้วยดี

    7. ทริปโตแฟน (Tryptophan)ทำให้ร่างกายสามารถนำเอาวิตามิน B มาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งผลทำให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้นเชื่อว่าให้ผลในการควบคุมอารมณ์และทำให้ใจเย็นลงได้

    8. 
    วาลีน(Valine)กระตุ้นการทำงานของระบบการควบคุมอารมณ์และการประสานงานการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

    นอกจากนั้นยังมีวิตามินB12ที่พบว่ามีผลดีต่อการสร้างเม็ดเลือด ที่เป็นระบบภูมิต้านทานที่ดีของร่างกายให้วิตามินAในรูปของเบต้าแคโรทีน(Betacarotene)ที่ให้ผลเป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นโดยการกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น มีวิตามันB1เป็นโคเอ็นไซม์ในขบวนการเผาผลาญสารอาหารและรักษาระดับกลูโคสในเลือด วิตามินEปกป้องระบบหัวใจและระบบเส้นเลือด ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆในร่างกายสามารถนำเอาอ๊อกซิเจนไปใช้ได้เป็นอย่างดีและพบว่าให้ผลชะลอความแก่ได้

     

    องค์ประกอบของสาหร่ายสไปรูลิน่ามีคุณค่าทางอาหารเหนือกว่าอาหารชนิดอื่น

    สาหร่ายสไปรูลิน่ามีธาตุอาหารที่จำเป็นครบถ้วน

    สาหร่ายสไปรูลิน่ามีคลอโรฟิลล์ที่มีสารต้านการอักเสบของโรคกระเพาะอาหาร

    สาหร่ายสไปรูลิน่าเหมาะมากที่จะเป็นอาหารเสริมในอุดมคติ

    สาหร่ายสไปรูลิน่าให้สารอาหารที่มีคุณค่าระหว่างการมีครรภ์

    สาหร่ายสไปรูลิน่าถูกรับรองว่าดีต่อผู้ที่ต้องการบำบัดโรคด้วยอาหารที่มีคุณค่าสูง

    การใช้สาหร่ายสไปรูลิน่าบำบัดผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ขาดอินซูลิน

    มารู้จักสาหร่ายสไปรูลิน่ากันเถอะ

    ประโยชน์ที่ได้รับประทาน สาหร่ายสไปรูลิน่า

    1. ช่วยลดความเครียด ปวดศีรษะ บำรุงประสาท เป็นอาหารของสมองทำให้กระฉับกระเฉง

    2. ลดคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

    3. ลดอาการอักเสบปวดข้อ ปวดประจำเดือน ปวดจากบาดแผลริดสีดวงทวาร

    4. เสริมสร้างเซลล์ผิวหนังให้มีสภาพแข็งแรง เสริมสร้างเซลล์ใหม่ของร่างกาย

    5. เสริมสร้างความเป็นหนุ่มสาว สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น

    6. เสริมสร้างเส้นผมให้ดกดำ และเส้นผมแข็งแรงลดอาการผมร่วง

    7. เสริมสร้างพละกำลังให้กับร่างกาย และนักกีฬา

    8. รักษารูปร่างและน้ำหนักให้พอดี

    9. บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคโลหิตจาง

    10. ดูแลบรรเทาโรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง

    11. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทุกชนิด มีสารกระตุ้นภูมิต้านทานอาจทำลายเซลล์มะเร็งได้

    12. ช่วยสร้างแลคโตบาซิลลัส ทำให้การดูดซึมและการย่อยดีขึ้นป้องกันการติดเชื้อ

    13. บรรเทาอาการต้อมัวให้หายเร็วขึ้น ต้อกระจก และต้อหินให้มีอาการดีขึ้น

    14. ลดพิษของสารปรอท ขับสารพิษในร่างกาย ช่วยลดกลิ่นปาก

    15. ช่วยยับยั้งไวรัสเอดส์ สร้างภูมิต้านทานให้ดีขึ้น

    16. ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น รักษาความสะอาดในลำไส้

    17. ช่วยทำให้บาดแผลทั่วไปหายเร็วขึ้น

    18. ดูแลแผลเปื่อยในกระเพาะอาหาร การอักเสบทางเดินอาหารควบคุมกรดในกระเพาะอาหาร

    19. ปรับระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน

    20. ดูแลบรรเทาไข้หวัด เสริมสุขภาพในรายที่เป็นหอบหืด

    21. บรรเทาอาการเจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ

    22. เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ เหมาะสำหรับวัยหมดประจำเดือน

    23. ลดอาการปวดไมเกรน

    24. ดูแลบรรเทาโรคเหน็บชา

    25. ช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ให้มีอาการดีขึ้น

    26. ช่วยบรรเทาผู้ที่เป็นโรคเก๊าต์

    27. ช่วยทำให้หลับง่ายขึ้น

     คุณสมบัติของสาหร่ายสไปรูลิน่าโลกสมัยใหม่ต้องการ

    ตามสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องการรูปแบบการดำรงชีวิตแบบอื่นที่จะช่วยป้องกันโรคและรักษาสุขภาพของเราไว้ ในการนี้เราต้องกินอาหารโปรตีนปริมาณมาก รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุในอัตราส่วนที่พอเหมาะ จุดเด่นที่สำคัญของสาหร่ายเกลียวทองในแง่ของโภชนาการ ดังนี้

    1. มีเปอร์เซนต์ของโปรตีนสูง ทั้งเป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นกระจัดกระจายอย่างได้สัดส่วน ทั้งยังย่อยง่ายอีกด้วย

    2. มีโพแทสเชียมและวิตามินจำนวนมาก

    3. เป็นอาหารธรรมชาติที่มิได้มีสารปรุงแต่ง และเป็นอาหารที่มีความเป็นด่าง

    4. มีสารให้สีธรรมชาติจำนวนมาก ที่หวังจะใช้ในทางการแพทย์

    คุณค่าในทางอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพเยี่ยมเช่นนี้ช่วยรักษาบาดแผลได้ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่เป็นโรคตับ ซึ่งโปรตีนคุณภาพดีเป็นสิ่งจำเป็นพอๆกับวิตามินและการที่มีโพแทสเซียมมาก ก็เป็นประโยชน์ในแง่การรักษาเกี่ยวกับความเครียด และยาที่มักใช้รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารคือ เมซาฟิรีน (Mesafirine ยังป้องกันแผลเปื่อยยับยั้งแผลเน่าเปื่อย) ซึ่งมีสีเขียวและประกอบด้วยคลอโรฟิลลิน (Chlorophyllin)

    เห็ดหลินจือราชาแห่งเห็ด

     

    เห็ดหลินจือราชาแห่งเห็ด

    'เห็ดหลินจือ'มีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง

    ผลวิจัยเห็ดหลินจือมีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ แนะวิธีใช้ฝานดอกบาง ๆ 2-3ชิ้น ต้มน้ำดื่มทุกวันไม่อันตราย

     วันที่ 4 ก.พ. 2556 นพ.สมชัย นิจพานิช อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) และสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล (International Union Against Cancer: UICC)กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก โดยที่ผ่านมากรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ 11 ภาคีดำเนินการศึกษาวิจัยเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในประเทศไทยที่มีผลต่อการต้านมะเร็ง

    สรรพคุณของเห็ดหลินจือ

    สรรพคุณของเห็ดหลินจือในคัมภีร์บันทึกไว้ว่าเห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆ ที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเก๊าท์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนปัจจุบัน

    โรยัลกาโน Royal-Ganoderma RG

    คือสารที่เป็นตัวยาจาก “ดอกเห็ดหลินจือ”(Ganoderma Lucidum) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายว่าเป็นราชาสมุนไฟรอันน่าพิศวง ทั้งนี้ก็เพื่อบำบัดโรคให้ร่างกายทุกส่วนกลับมีสุขภาพดีดังเดิม ซึ่งผลที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ

    1. วินิจฉัยโรคได้ (Scanning)
    2. กำจัดพิษได้
    3. ปรับร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุลย์
    4. ปรับสภาพของร่างกายให้มีสุขภาพพลามัย
    5. ชะลอความแก่

    องค์ประกอบของ RG

    1. โพลีซัคคาไรด์ (Polysaccharide)
    2. สารเยอร์มาเนี่ยม (Organic Germanium)
    3. อาดีโนซีน (Adenisine)
    4. สารกาโนเดอริก (Ganoderic Essence)
    5. ตริเตอร์พินอยส์ (Triterpenoids)
    6. โปรตีน (Protein)
    7. เส้นใย

    เห็ดหลินจือประกอบด้วยสารที่มีผลต่อการบำบัดโรคมากกว่า 200 ชนิด ปฎิกิริยาของ RG

    วินิจฉัยโรคได้

    1. โรคที่เกิดจากการทำงานของร่างกายไม่สมดุลย์
    2. RG จะเข้าทำปฎิกิริยากับโรคที่ฝังลึกภายในร่างกายและปรับให้มันสมดุลย์ตลอดจนทำให้กลไกลดังกล่าวทำงานเป็นปกติเหมือนเดิม
    3. ลักษณะหรืออาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการปรับให้เกิดความสมดุลย์แล้ว จะเรียกว่าผลทางอ้อมหรือปฎิกิริยาโต้ตอบที่มีต่อโรค
    4. ปฎิกิริยาดังกล่าวจะทำให้เรารู้สึกได้ทันทีถึงโรคภัยที่เรากำลังเป็นอยู่ ซึ่งนี่ก็คือผลของ RG
    5. RG มีศักยภาพในการบำบัดโรคได้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้เนื่องจากว่ามีองค์ประกอบครอบคลุมสารละลายน้ำ สารละลายอินทรีย์ และสารระเหย

    ตัวสร้างความสะอาด

    1. RG มีผลชงัดในการกำจัดสารพิษที่ละลายอยู่ในน้ำ เช่น กรดยูริค ในร่างกายเกินกว่าปกติเกลือแร่ที่สะสมและสารพิษที่ละลายอยู่ใน อินทรีย์ เช่น คอเลสเตอรอลที่มากเกินไป การสะสมของไขมัน ความบกพร่องของเนื้อเยื่อ สารเคมีที่เป็นมันตกค้าง เลือดสกปรกและอื่นๆ เป็นต้น
    2. สารที่เป็นองค์ประกอบใน RG ที่สามารถละลายในน้ำและละลายในอินทรีย์ได้นั้นจะมีผลอย่างมากในการกำจัดพิษที่ผสมอยู่ในน้ำและในอินทรีย์
    3. สารพิษที่ละลายน้ำมักจะถูกขับออกมาจากร่างกายผ่านทางเหงื่อและน้ำปัสสาวะ
    4. สารพิษที่อยู่ในอินทรีย์ มักจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ ผื่นคัน ฝี ของเสียที่ร่างกายขับออก บางครั้งเป็นเสมหะ และขี้ตา
    5. ในขณะที่กำลังขจัดพิษอยู่นั้น ร่างกายจะรู้สึกร้อนตลอดเวลา ทั้งนี้เนื่องจากเลือดเป็นกรดบ้างเล็กน้อย เพราะพิษฝังตัว อยู่ในเม็ดเลือดแล้วก่อนขั้นตอนการขับพิษจะเกิดขึ้น และถูกขับออกมาโดยผ่านไตและตับ
    6. ภายในลำคอจะรู้สึกกระหายน้ำซึ่งแสดงให้เห็นว่าร่างกายต้องการน้ำมากเพื่อขับสารพิษออกมา
    7. RG จะไม่ทำให้ร่างกายร้อนผ่าวถ้าปราศจากสารพิษและกรด

    ตัวสร้างความสมดุลย์

    1. กระบวนการฟื้นฟูสภาพหรือเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอหรือมาใหม่ตรงส่วนของร่างกายที่ประสบกับบาดแผลหรือทรุดโทรม
    2. จะเกิดปฎิกิริยาหลายอย่างขึ้นในช่วงของการสร้างความสมดุลย์แสดงให้เห็นว่าร่างกายกำลังปรับสภาพ ไม่ใช่ผลข้างเคียงแต่อย่างใดผู้ป่วยมีปฎิกิริยาบางอย่างเกิดขึ้นอย่าได้วิตกหรือเป็นกังวลกับอาการที่เกิดขึ้น
    3. ถ้าหากยังคงร้ายแรง ให้ลดปริมาณการรับประทานลงแล้วรับประทานไปตามปกติ
    4. หลังจากอาการดังกล่าวนั้นหมดไปแล้ว ให้รับประทานในปริมาณที่ได้แนะนำไว้ต่อไป
    5. หากอาการยังเกิดขึ้นซ้ำอีก ให้ปรับประทานตามปริมาณปกติที่ได้แนะนำไว้ต่อไป

    ปรับสภาพร่างกายสู่ภาวะปกติ

    1. กระบวนการฟื้นฟูสภาพหรือเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอหรือมาใหม่ตรงส่วนของร่างกายที่ประสบกับบาดแผลหรือทรุดโทรม
    2. เสริมสร้างระบบภูมิต้านทานโรคให้เข้มแข็ง สร้างความแข็งแกร่งทางด้านกายภาพความคิดปลอดโปร่ง และสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ชะลอความแก่

    1. เป็นเป้าหมายสูงสุดในการรับประทาน RG
    2. กระบวนการที่ซึ่งร่างกายได้ทำหน้าที่ในระดับสุดยอด ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูสดชื่น มีพลังและสดใส

    กาโนเลี่ยม Ganolium GL

    คือ รากเห็ดหลินจือ (Mycellum) ที่สะสมครบจำนวน สเปคตรัม วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายกล่าวคือ

    1. บำรุงสมอง
    2. สะสมออกซิเจน
    3. เป็นรากฐานในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

    องค์ประกอบของ GL

    1. โพลีซัคคาร์ไรด์
    2. สารเยอร์มาเนี่ยม
    3. สเปคตรัมวิตามินที่ครบถ้วน
    4. สเปคตรัมแร่ธาตุที่ครบถ้วน
    5. ส่วนประกอบของโพลีซัคคาร์ไรด์และสารเยอร์มาเนี่ยมที่มีอยู่ในรากเห็ด (Mycellum) นั้นจะมีจำนวน 4 เท่าที่มีอยู่ในดอกเห็ด (Ganoderma Lucidum)

    สรรพคุณของ GL

    1. บำรุงสมอง
    2. ป้องกันเนื้องอก
    3. เพิ่มภูมิต้านทานโรค
    4. กำจัดสารพิษที่ละลายอยู่ในน้ำภายในร่างกาย
    5. สะสมวิตามินที่ครบถ้วนมากมาย
    6. สะสมแร่ธาตุที่ครบถ้วน
    7. มีผลต่อระบบสารย่อยอาหารและกระซับสะเอวให้แข็งแรง

    บำรุงสมอง

    สมองเป็นศุนย์กลางชีพจรของระบบเส้นประสาททั้งหมดในร่างกายมนุษย์ เส้นประสาทมีหน้าที่ในเชิงชีวภาคไฟฟ้า ส่วนประกอบของสารเยอร์มาเนี่ยมที่มีมากมายใน ราก (Mycellum) เห็ดหลินจือ นั้นจะช่วยให้สมองทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งนี้ก็เพราะว่าสารเยอร์มาเนี่ยมจะสะสมชีวิภาคไฟฟ้าครบถ้วนให้แก่สมอง ถ้าหากว่าชีวภาคไฟฟ้าบกพร่องแล้วจะทำให้สมองพิการได้ แต่ถ้าหากได้รับชีวภาคไฟฟ้าเพียงพอสมองก็จะโปร่งใส ด้วยเหตุนี้ GL จึงมีประสิทธิภาพยิ่งนักสำหรับการเจริญเติบโต และสร้างความฉลาดปราดเปรื่องแก่สมองของเด็ก

    ตัวสร้างความสมดุลย์แก่เส้นประสาท

    สำหรับผู้ใหญที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทอันเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถได้ยิน การมองเห็น ตลอดจนปวดสะเอวด้วยนั้น GL จะสามารถผ่อนคลายสภาพดังกล่าวได้

    หน้าที่ของสารโพลีซัคคาร์ไรด์

    1. มีผลดีมากในการป้องกันเนื้องอกอันเกิดจากเซลล์มะเร็งและช่วยควบคุมการแพร่ตัวของเซลล์ที่จะทำให้เป็นฝี
    2. สามารถสร้างระบบภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้เข้มแข็งและสมดุลย์
    3. สามารถปรับระดับน้ำตาลในเลือด และปรับปรุงการทำงานของตับอ่อน
    4. ควบคุมอวัยวะต่างๆ ของร่างกายให้พ้นจากการทำลายอันเนื่องมาจากสารพิษ
    5. ขจัดสารพิษที่ละลายอยู่ในน้ำ

     คาวตอง / พลูคาว

    ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของคาวตอง


    1. ฤทธิ์ทางการเสริมภูมคุ้มกัน กระตุ้นการแบ่งเซลล์ของเม็ดเลือดขาว และช่วยให้เม็ดเลือดขาว ( macrophage ) ทำงานได้ดีขึ้น
    2. ฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยงทั่วไป 5 ชนิด คือ ปอด (a-549) สมอง (xf-498) เนื้อร้าย (sk-mel-2) รังไข่ (sk-ov-3) ลำไส้ใหญ่ (hct-15) และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว 5 ชนิด l1210 – u937 – k526 – raja – p3 hr 1
    3. ฤทธิ์ฆ่าเชื่อไวรัส ชนิด hsv-1 hiv-1 และ influenza virus โดยไม่ทำลาย host cell
    4. ฤทธิ์ด้านเชื่อรา และแบคทีเรีย หลายชนิด h. influenza , s. aurous , mold และยีสต์
    5. ฤทธิ์ด้านการอักเสบปอดบวม โดยยับยั้งการสร้าง prostaglandin ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบปอดบวม6. ฤทธิ์ขับปัสสาวะ

     

     

    ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาว

    สมุนไพรพลูคาวเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

    โรคมะเร็งเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง เกิดจากเซลล์สูญเสียคุณสมบัติที่เรียกว่า Contact Inhibition ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ก้อนใหญ่ เรียกว่า “เนื้องอก” สามารถแพร่กระจาย (Metastasis) ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ ระยะแรกมักไม่แสดงอาการเจ็บปวด เมื่อมะเร็งโตขึ้น ร่างกายจะทรุดโทรมจนถึงแก่ชีวิตได้

    1. ฤทธิ์การทำลายเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด คือ เซลล์มะเร็งปอด (HUMANLONG DADNOCARCINOMA) ,เซลล์มะเร็งรังไข่ (HUMAN OVARIAN ADENOCARCINOMA), เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายในสมอง (HUMAN CNS CARCINOMA),เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HUMAN COLON ADENOCARCINOMA) และเซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์

    2. ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (LEUKEMIC CALL LINES)

    3. ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งอื่นๆ

    สมุนไพรพลูคาวกับไวรัส

    โรคที่เกิดจากไวรัสแบ่งเป็นการติดเชื้อ 3แบบคือ

    1. โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเฉียบพลัน เช่นไข้ทรพิษ, หัด, หัดเยอรมัน, หวัด, ตาอักเสบ เป็นต้น

    2. โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเป็นๆหายๆ เช่น เริม งูสวัด เป็นต้น

    3. โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเรื้อรัง เช่น HIV โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น

    สมุนไพรพลูคาวสามารถยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส POLLOVIRUS AND COXSACKIEVIRUS โรค ที่เกิดจากไวรัสในไก่ โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง เช่นหวัด ไข้หวัดนก คางทูม ต่อมทอลซินอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก

    สมุนไพรพลูคาวกับเชื้อรา

    รา เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งแบ่งเป็น2กลุ่ม คือ เซลล์เดียวหรือยีสต์ UNICELLULAR FUNGI OR TEAST และเซลล์หลายเซลล์หรือโมลด์ FILAMENTOUS FUNGI OR MOLD ราเป็นสาเหตุของโรคที่เกิดกับผิวหนัง สมุนไพรพลูคาวสามารถรักษา กลาก เกลื้อน สังคัง ฮ่องกงฟุต สะเก็ดเงิน โรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา CRYPTOCOCCUS NEOFORMANS

    สมุนไพรพลูคาวกับแบคทีเรีย

    โรค ที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียมีหลากหลายแตกต่างกัน ตามชนิดของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรค และขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดการติดเชื้อ สมุนไพร พลูคาวสามารถป้องกัน อาการท้องเดิน ท้องเสีย ท้องเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ฝี โรคทางเดินอาหาร โรคปริทันต์ โรคในระบบสืบพันธุ์ โรคติดเชื้อในช่องปาก สิว โรคผิวหนัง กลาก ขี้เรื้อนกวาง

    สมุนไพรพลูคาวกับการอักเสบ ANTI-INFLAMMATION

    สมุนไพร พลูคาวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยยับยั้งการซึมผ่านเส้นเลือดฝอยของของเหลว หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ปวดฟัน ขับปัสสาวะ DIUERTIC ACTIVITY

    สมุนไพรพลูคาวกับภูมิคุ้มกัน

    ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันโรค หรือมีความต้านทานโรค ไม่ให้โรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย สมุนไพรพลูคาวช่วยบำบัดอาการไอ จาม อักเสบ หอบหืด ATOPIC ECZEMA โรคหวัดเรื้อรัง โรคข้ออักเสบ รูมาตอยต์ โรคข้ออักเสบ HIV มะเร็ง ผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน

    สมุนไพรพลูคาวกับโรคอื่นๆ

    เบาหวาน ตับอักเสบ ตับแข็ง ไตอักเสบ เนื้อปอดพองลม ปวดขัดเบา ลดไข้ ขจัดสารพิษ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคผิวหนังโรคติดเชื้อต่าง ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด โพรงจมูกอักเสบ ควบคุมระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้เร็วขึ้น

    ตังถั่งเช่า หรือหญ้าหนอน

     สมุนไพรจีน ถั่งเฉ้า หรือ ถั่งเช่า หรือหญ้าหนอน (Cordyceps Simensis)ตามแพทย์แผนจีน
    ผ่านการคิดค้นวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์สมุน
    ไพรถั่งเช่า หรือ ดอง ชอง โช หรือ Cordycepsมีสรรพคุณตามแพทย์แผนจีนและจาก
    งานวิจัยสมัยใหม่ ดังนี้

    มีรสหวาน ฤทธิ์ไม่ร้อน เข้าเส้นลมปราณไต บำรุงไต เสริมภูมิคุ้มกัน และพลังชีวิต แก้อาการอ่อนเพลีย ภูมิแพ้ แก้ไอ ละลายเสมหะ หอบหืด ไอเรื้อรัง อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เข่าอ่อน เอวอ่อน ทำให้แก่ช้า และเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ป่วยฟื้นไข้

    การทดลองทางการแพทย์ยังพบว่า สารสกัดจากตังถั่งเช่า มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด กระตุ้นสมรรถภาพการทำงานของต่อมหมวกไต เพิ่มภูมิต้านทานให้กับผู้ป่วยโรคไต ช่วยลดจำนวนครั้งของการฟอกไต สมานแผลจากเบาหวาน ช่วยลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง


    1. เป็นสมุนไพรจีนที่โด่งดังไปทั่วโลก ราคาแพงที่สุดในบรรดาสมุนไพรจีนและแพงอัน
    ดับต้นๆ ในสมุนไพรทั่วโลก กิโลกรัมล่ะ 100,000-400,000 บาท
    2. ชาวจีนใช้เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ติดเชื้อง่าย
    3. บำรุงตับและไต บรรเทาอาการอ่อนเพลีย บำรุงเลือด
    4. บรรเทาอาการโรคหอบหืดและภูมิแพ้ รวมถึงโรคถุงลมโป่งพอง โรคระบบทางเดิน
    หายใจอื่นๆ
    5. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล
    6. ถั่งเฉ้ายังสามารถออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดได้ เพิ่มระดับออกซิเจนและช่วย
    ในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกและอาการอ่อนเพลีย
    7. ช่วยเสริมสมรรถภาพเพศชาย
    8. ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ลดการตายของเซลล์สมอง
    9. จากงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์มากมายทั่วโลกพบว่าถั่งเช้ามีสาร Cordycepin
    ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดและต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคหลายชนิด
    เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายไม่เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย
    10. Adenosineต้านการแข็งตัวของเลือด ต้านการเกิดลิ่มเลือดในร่างกาย
    11. Cordycepic Acidเพิ่ม metabolism ของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลัง แข็งแรง
    ไม่เหนื่อยง่าย และฟื้นตัวเร็ว ป้องกันเลือดออกในสมอง,ลิ่มเลือด, โรคหัวใจขาดเลือด
    และหอบหืด
    12. SODต้านอนุมูลอิสระ ทำให้แก่ช้าและต้านการอักเสบ
    13. Polysaccharidesเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและ
    โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด) และมีความน่าจะเป็นในการช่วย
    ลดการโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง
    14. Cordyceps (Fungal) Sterolป้องกันไตอักเสบเรื้อรัง บำรุงไต, ป้องกันโรค
    พุ่มพวงหรือโรคเอสแอลอี SLE:Systemic Lupus erythematosus, ป้องกันโรค
    หอบหืด, เพิ่มประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ
    15. ถั่งเช้ามีคุณสมบัตที่โดดเด่นเรื่องการช่วยลดอาการหอบหืดและอาการโรคทางเดิน
    หายใจจากการศึกษาพบว่าการทานปริมาณ 3 กรัม/วัน จะช่วยอาการโรคกลุ่มนี้
    ได้ 92% หลังจากใช้ 12 อาทิตย์

    โสมเกาหลี

    ข้อมูลการศึกษาวิจัย

    จากรายงานการทดลองพบว่าโสมมีคุณสมบัติเป็น “adaptogen” ซึ่งหมายถึง ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับภาวะกดดันและ เป็นยาบำรุงทั้งร่างกาย อย่างไรก็ตามพบว่าจินเซโนไซด์ บางตัวมีฤทธิ์ต้านกันเช่น จินเซโนไซด์ Rg มีฤทธิ์เพิ่มความดันโลหิต และกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง แต่จินเซโนไซด์ Rb มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต และกดระบบประสาทเป็นต้น

    จากการศึกษาวิจัยพบว่าโสมมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างที่สำคัญๆ ได้แก่

    1) เพิ่มสมรรถนะในการทำงานของร่างกายให้สูงขึ้นเนื่องจากโสมมีสรรพคุณในการต้านความเมื่อยล้า (antifatigue effect) จากกลไกร่วมกันหลายอย่าง เช่น การเพิ่มการดูดซึมออกซิเจนของผนังเซลเซลจึงสามารถสร้างพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนั้นโสมยังช่วยปรับการเต้นของหัวใจ ให้กลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้นร่างกายจึงเหนื่อยช้าลง มีความอดทนต่อการทำงานมากขึ้นซึ่งช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพการทำงานของร่างกายดีขึ้นและช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยในระหว่างพักฟื้น ให้หายเจ็บป่วยเป็นปกติได้เร็วขึ้นและเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื่อกันว่าโสมมีสรรพคุณกระตุ้นสมรรถนะทางเพศทั้งนี้มีรายงานว่าโสมมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดด้วย

    2) คุณสมบัติต่อต้านความเครียด(antistress effect) โดยจะช่วยปรับร่างกาย และจิตใจ ให้ทนต่อความกดดันจากภายนอกโดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลป้องกัน และลดความเครียดจากต่อมใต้สมองและช่วยคลายความวิตกกังวล

    3) กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางมีผลให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า โดยไม่ทำให้เกิดการอ่อนเพลียหรืออ่อนล้าตามมา เหมือนยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางอื่นๆ

    4) เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโดยมีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบไม่เฉพาะเจาะจงมีรายงานว่าเพิ่มเม็ดเลือดขาวบางชนิดจึงเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

    5) มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยมีฤทธิ์กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ

    6) ชะลอความแก่เนื่องจากโสมมีฤทธิ์ทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจนที่เกิดจากการทำลายไขมัน (lipid oxidation) อนุมูลอิสระนี้มีอนุภาพทำลายเนื้อเยื่อต่างๆให้เสื่อมสลายลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลทำให้เกิด “ชราภาพ (aging)” เนื่องจากผลของโสมในการปรับสภาพร่างกาย และจิตใจให้ทนต่อความกดดันเชื่อว่าช่วยเสริมฤทธิ์กันทำให้โสมมีสรรพคุณ “ชะลอความชรา” ได้

    กระชายดำ สรรพคุณชั้นยอด, เพิ่มฮอร์โมน, บำรุงกำลัง ได้รับสมญานาม " โสมไทย "

    องค์ประกอบทางเคมี:
    เหง้า ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย โดยมี borneol เป็นองค์ประกอบหลัก และยังพบสารกลุ่ม flavonoid, chalcone, anthocyanin เป็นต้น

    สรรพคุณ

    ·บำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

    ·บำรุงฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ชายเหนือชาย

    ·กระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวย

    ·บำรุงกำลัง

    ·เป็นยาอายุวัฒนะ ชลอความแก่

    ·ขับลม ขับปัสสาวะ

    ·แก้โรคกระเพาะอาหาร

    ·แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา

    ·บำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

     ฤทธิ์ต้านอักเสบ นอกจากนี้รายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี2547 พบสาร

    พวกฟลาโวนอยด์ 9 ชนิด เช่น สาร 5,7,4'- trimethoxyflavone, 5, 7, 3', 4'-

    tetramethoxyflavone เป็นต้น

    ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

    *** ฤทธิ์ต้านอักเสบ ***

    สาร 5,7 - ไดเมธอกซีฟลาโวน (5,7 - DMF) ที่แยกได้จากเหง้ากระชายดำ

    มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเทียบได้กับยามาตรฐานหลายชนิด คือ แอสไพริน, อินโดเมธาซิน,

    ไฮโดรคอร์ติโซน และ เพรดนิโซโลนจากการศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบของสารนี้ในสัตว์

    ทดลองด้วยวิธีการต่าง ๆ พบว่าสาร 5, 7 - DMF สามารถต้านการอักเสบแบบเฉียบพลัน

    ได้ดีกว่าแบบเรื้อรัง

    นอกจากนี้พบว่าสาร 5,7 - DMF มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิด exudation และ การสร้างสาร

    prostaglandin อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบในช่องปอดของหนูขาว (rat pleurisy)

    *** ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ***

    สาร 5,7,4' - trimethoxyflavone และ 5,7,3',4' - tetramethoxyflavone แสดงฤทธิ์

    ต้านเชื้อ plasmodium falciparum ที่เป็นสาเหตุของโรคมาเลเรีย ส่วนสาร 3,5,7,4'-

    tetramethoxyflavone และ 5,7,4' - trimethoxyflavone แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Candida albicans

    และ แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Mycobacterium อย่างอ่อน

    *** ฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง ***

    มีรายงานการวิจัยว่า สารสกัดด้วยเอธานอลของกระชายดำมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดงใหญ่

    (aorta) และ ลดการหดเกร็งของลำไส้เล็กส่วนปลาย (ileum) ของหนูขาว และ ยับยั้งการเกาะกลุ่ม

    ของเกล็ดเลือดคน

    ข้อมูลที่มา : สถาบันการแพทย์แผนไทย

    *** สรรพคุณของกระชายดำ ***

    สมุนไพรมากคุณค่าตามตำรายาแผนโบราณ " กระชายดำ " จัดว่าเป็นสมุนไพร และ เป็นยา

    อายุวัฒนะที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งผู้บริโภค และ วงการแพทย์แผนไทยเพราะเชื่อว่า

    มีสรรพคุณทางยา ถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ จากประสบการณ์ของ

    ผู้ที่บริโภคกระชายดำมีรายงานว่า บำรุงกำลัง, บำรุงหัวใจ, แก้ใจสั่นหวิว, รักษาอาการมือเท้าเย็น

    อาการขัดเบา, แก้ลมวิงเวียน, แน่นหน้าอก, ขยายหลอดเลือดหัวใจ, โรคเกาต์, ช่วยให้โลหิตหมุน

    เวียนดีขึ้น, ผิวพรรณผุดผ่องสดใส ( แต่ต้องกินติดต่อกันนานประมาณ 20 - 30 วัน จึงจะเริ่มเห็นผล )

    ในตำรายาไทยได้กล่าวถึงการนำกระชายดำมารักษา โดยการใช้เหง้าในการแก้โรคในปาก

    เช่น ปากเปื่อย, ปากเป็นแผล, ตกขาว, ขับปัสสาวะ, รักษาโรคบิด, ปวดมวนในท้อง, โรคกระเพาะ

    อาหาร และ ยังพบว่าในกระชายดำมีฤทธิ์ในการรักษาเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง และ รักษาอาการ

    เหน็บชา

    แต่ที่กล่าวขานกันมากถึงสรรพคุณของ " กระชายดำ " คือ เพิ่มฮอร์โมนบำรุงกำลังทางเพศ

    ( โดยเฉพาะท่านชาย ) ลดอาการปวดเมื่อย, เมื่อยล้า, ปวดข้อ, ปวดหลัง เนื่องจากการทำงาน

    หนัก หรือ ยืน, เดินเป็นเวลานาน

    มะรุม

     

    ในต่างประเทศมีการค้นคว้า และวิจัยอย่างกว้างขวางที่จะนำพืชชนิดนี้มาใช้รักษาความเจ็บป่วยของมนุษย์ เนื่องจากมะรุมเป็นพืชที่มีธาตุอาหารปริมาณสูงมาก นั่นคือ

    สารอาหารเปรียบเทียบกรัมต่อกรัมใน"ใบ"สุดขีดกับสรรพคุณจาก "ใบ"

    1. วิตามินC มากกว่าส้ม 7 เท่า วิตามินC สร้างภูมิต้านทาน
    2. มีแคลเซียม มากกว่านม 3 เท่า ช่วยเรื่องกระดูกพรุน และ แคลเซี่ยมจากพืชร่างกายดูดซึมได้ดีกว่ากว่าแคลเซี่ยมอื่นๆ
    3. มีวิตามินเอ มากกว่าแครอท 3 เท่า วิตามินเอ ช่วยเรื่องการมองเห็น และผิวพรรณ
    4. มีโปรตีน มากกว่านม 2 เท่า โปรตีนซ่อมแซมร่างกาย
    5. โปรแตสเซียม มากกว่ากล้วย 3 เท่า โปรแตสเซียมช่วยเรื่องเซลล์ประสาท ให้ทำงานปรกติ

     

    สรรพคุณสารต่างๆ จะอยู่ที่ใบเป็นหลัก ใบมะรุม 100 กรัม

    1. พลังงาน 26 แคลอรี
    2. โปรตีน 6.7 กรัม (2 เท่าของนม)
    3. ไขมัน 0.1 กรัม
    4. ใยอาหาร 4.8 กรัม
    5. คาร์โบไฮเดรต 3.7 กรัม
    6. วิตามินเอ 6,780 ไมโครกรัม (3 เท่าของแครอต)
    7. วิตามินซี 220 มิลลิกรัม (7 เท่าของส้ม)
    8. แคโรทีน 110 ไมโครกรัม
    9. แคลเซียม 440 มิลลิกรัม (เกิน 3 เท่าของนม)
    10. ฟอสฟอรัส 110 มิลลิกรัม
    11. เหล็ก 0.18 มิลลิกรัม
    12. แมกนีเซียม 28 มิลลิกรัม
    13. โพแทสเซียม 259 มิลลิกรัม (3 เท่าของกล้วย)

     ข้อมูลต่อไปนี้ได้มาจากวารสารการค้นคว้าและวิจัยของแพทย์หลายแขนงที่ประสบผลสำเร็จและจากประสบการณ์จริงในการใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้นมะรุมในการรักษาสุขภาพทุก ๆ ท่านที่เอ่ยถึงยังมีชีวิตอยู่ บางท่านขอสงวนนาม บางท่านอนุญาตให้เปิดเผยนามได้ประโยชน์ทั้งหลายที่พอจะรวบรวมได้ มีดังต่อไปนี้...

    สรรพคุณจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน

    1. ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
    2. ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
    3. รักษาโรคความดันโลหิตสูง
    4. ช่วย เพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศแอฟริกา
    5. ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง
    6. ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
    7. รักษา โรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
    8. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
    9. รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ

    ลูกยอ

    คุณประโยชน์ ของ Proxeronineโปรเซโรนีน& EnZymeProxeroninaseเอนไซม์ โปรเซโรเนสXeronine สารเซโรนีน
    - ซ่อมแซมผนังเซลล์ของทุกอวัยวะทั่วร่างกาย
    - ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยการจับตัวกับกรดอะมิโนในการสร้าง โปรตีนและเสริมการ ทำงานของโปรตีนให้มีคุณภาพสูงสุด
    - ร่างกายแข็งแรง ประสิทธิ ภาพเต็ม 100%
    - เร่งการฟื้นตัวของเซลล์ที่เสียหายทั่วร่างกาย รวมทั้งตับอ่อน
    - ลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวานเนื่องจากมีการซ่อม แซม ของตับอ่อน
    - เป็นสารตั้งต้นของ Hormone Melatonin ช่วยในการให้ การนอนหลับเป็นไปอย่างสมดุล
    - นอนหลับสบาย สะสมพลังงานได้เต็มที่ ตื่นนอนจะสดชื่น
    - ออกฤทธิ์จับกับตัวรับของสารเอ็นดอร์ฟีน (Endorphin Receptor)
    - กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว และการสร้าง ภูมิคุ้มกัน (Antibody)
    - เกิดความรู้สึกที่เป็นสุข และอารมณ์สดชื่น กระปรี้กระเป่า
    - เพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดี ขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อโรค, ต้านมะเร็ง Scopoletinสโคโปเลติน
    - ขยายหลอดเลือดโดยตรงและเสริมฤทธ์กับ สารเซโรโตนิน (Serotonin) ในร่างกายในการ ควบคุมการหดและขยายตัว ของ หลอด เลือดแดง – ลดความดันโลหิต
    - มีผลต่อสมอง และอารมณ์
    - จิตใจสงบ สดชื่น มีพลัง
    - ต่อต้านการอักเสบ, ต่อต้านสารภูมิแพ้ (Histamine)
    - ลดอาการปวด และการอักเสบที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายเช่นปวดศรีษะ, ปวดเก๊าท์, เอ็นอักเสบ ฯลฯ ลดอาการของโรคภูมิแพ้
    - ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
    - ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา Anthraquinoneแอนทราควิโนน
    - ควบคุมและยับยั้งเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น STAPHYCOCCUS AUREUS, E. Coli, Salmonella
    - ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร Damnacathal แดมนาแคทอล
    - ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปกติไม่ให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง
    - ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
    - ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
    - เพิ่มคุณภาพชีวิตและช่วยให้ผู้เป็น มะเร็งมีอายุยืนยาวขึ้น Terpenesเธอร์ปินส์
    - ช่วยให้เซลล์ขับถ่ายสารพิษต่าง ๆ ออกไปนอกร่างกาย ชะลอ ความเสื่อมของเซลล์ Phytonutrientsไฟโตนูเทเรียนส์ ได้แก่เบต้าแคโรทีน,ไบโอฟลาโวนอยด์,วิตามินซี, วิตามินอี, ซีลีเนียม
    - เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติมากมายหลายชนิด
    - ชะลอความเสื่อมของเซลล์, ชะลอความแก่ ป้องกันการตีบตันของ หลอดเลือดแดง, ลดการเกิดโรคหัวใจ, อัมพฤกษ์อัมพาต Dietary Fiberไดเอททารี ไฟเบอร์(ใยอาหาร)
    - ช่วยจับ โคเลสเตอรอล (Cholesteral), น้ำตาลในเลือด
    - ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล (Cholesteral) และระดับน้ำตาลใน เลือด Amino Acidsอะมิโน แอซิด
    - มีกรดอะมิโนถึง 17 ชนิด
    - สร้างโปรตีน, ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

    การค้นพบสารสำคัญในลูกยอ

    ดร.ราฟ ไอเนกี (Dr. Ralph Heinicke) นักชีวเคมีชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ได้ทำการวิจัยและค้นพบ เอนไซม์ในสับปะรด ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่งเขาตั้งชื่อไว้ว่า เซโรนีน (Xeronine) นับแต่ปี ค.ศ. 1950 และได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนพบว่ามีสารนี้ในลูกยอมากกว่าในสัปปะรดหลายสิบเท่า และได้มีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จนรู้ถึงคุณประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของน้ำลูกยอ และเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนี้

    1. สร้างเสริมปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ให้ดีขึ้น ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมโทรม ซ่อมแซมเซล์ที่ถูกทำลาย เพิ่มพลังในเซลล์ทำให้มีกำลังและขจัดสารพิษในเซลล์ 2. ช่วยสังเคราะห์สารโปรตีนในร่างกาย ทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายดีขึ้น และเป็นผลดีต่อต่อมต่าง ๆ ในร่างกายทำให้ทำงานดีขึ้น
    3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย และต่อต้านมะเร็ง
    4. ลดระดับน้ำตาลในคนไข้เบาหวาน
    5. ลดความดันโลหิตสูง
    6. ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และเสริมภูมิต้านทานโรคโดยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งและเชื้อโรคต่าง ๆ
    7. ลดและบรรเทาการอักเสบของเซลล์ ลดและบรรเทาโรคภูมิแพ้
    8. มีวิตามิน แร่ธาตุ อะมิโนแอซิด ช่วยเสริมอาหารและเพิ่มพลังงานใน ร่างกาย
    9. ระงับความเจ็บปวด และบรรเทาอาหารปวดซ้ำ
    10. ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว
    11. ป้องกันและลดอาการของโรคภูมิแพ้

    ลูกยอไทย จากการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ลูกยอสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน และป้องกันมะเร็งได้ โดยในลูกยอจะมีสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคในร่างกาย และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลูกลาม แต่ไม่ได้รักษามะเร็ง นอกจากนี้มีฤทธิ์แก้ปวดกระตุ้นเอนไซม์ในลำไส้เล็กให้ทำงานดีขึ้น

    มะขามป้อม

    เรียงเรียบข้อมูลโดย กรีนเนอรัลด์ ดอทคอม

    มะขามป้อมจัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและเป็นสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งเพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีสูงมาก โดยประโยชน์มะขามป้อมหรือสรรพคุณมะขามป้อมนั้นมีมากมาย และยังใช้ เป็นยารักษาโรคบางชนิดได้อีกด้วย เพราะมะข้ามป้อมนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร เป็นต้น และคุณรู้หรือไม่ว่าวิตามินซีในน้ำคั้นจากผลของมะข้ามป้อมนั้นมีมากกว่าน้ำส้มคั้นประมาณ 20 เท่า ซึ่งมะขามป้อมลูกเล็กๆ 1 ผล จะมีปริมาณวิตามินซี เท่ากับส้ม 1-2 ผลเลยทีเดียว

     ประโยชน์ของมะข้ามป้อม

    1. นิยมนำมารับประทานเพื่อให้สดชื่น ชุ่มคอ แก้กระหาย
    2. วิตามินซีในมะขามป้อมสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าวิตามินซีชนิดเม็ดเป็นอย่างมาก
    3. ใช้บำรุงผิวหน้าให้ขาวสดใส รักษาฝ้า ด้วยการนำมะขามป้อมมาฝนกับฝาละมีแล้วนำน้ำที่ได้มาทาบริเวณรอยฝ้า
    4. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอย
    5. ช่วยบำรุงและรักษาเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรง ผมนุ่มลื่น ป้องกันผมหงอก ด้วยการทอดมะขามป้อมกับน้ำมันมะพร้าว แล้วเอาน้ำมันมาหมักผม
    6. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
    7. ช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
    8. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    9. เป็นผลไม้ที่ช่วงบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยช่วยบำรุงอวัยวะแทบจะทุกส่วนของร่างกาย
    10. ช่วยบำรุงโลหิตได้เป็นอย่างดี
    11. มะขามป้อมมีเป็นยาแก้หวัด แก้ไอ และละลายเสมหะได้อีกด้วย โดยใช้ผลสดประมาณ 30 ผล นำมาคั้นเอาน้ำหรือนำมาต้มทั้งผลแล้วนำดื่มแทนน้ำ ทั้งนี้ควรเลือกมะขามป้อมที่แก่จัดผิวออกเหลืองจะได้ผลดีที่ สุดในการรักษาอาการไอและหวัด
    12. ใบสดมะขามป้อม นำมาต้มน้ำอาบลดอาการไข้
    13. มะขามป้อมมีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
    14. มะขามป้อมตัวช่วยในการลดคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาล ลดไขมันในเลือดได้ด้วย
    15. ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
    16. ใช้แก้อาการปวดฟันได้ ด้วยการใช้ปมกิ่งก้านต้มกับน้ำ แล้วนำมาอมบ้วนปากบ่อยๆ
    17. รสเปรี้ยวของมะขามป้อมช่วยในการละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้เป็นอย่างดี
    18. รากแห้งมะขามป้อม นำมาต้มดื่มแก้อาการท้องเสีย ร้อนใน ความดันโลหิต
    19. ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
    20. ช่วยลดอาการแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวานได้อีกด้วย
    21. มะขามป้อมเป็นส่วนประกอบใช้สำหรับการรักษาและป้องกันไข้วัดใหญ่ วัณโรครักษาภาวะของโรคเอดส์
    22. มะขามป้อมแห้ง ช่วยรักษาโรคบิด ใช้ล้างตา รักษาตาแดง ตาอักเสบได้
    23. มะขามป้อมแห้ง เมื่อนำมาผสมน้ำสนิมเหล็กจะช่วยแก้โรคดีซ่านได้
    24. มะขามป้อมช่วยป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
    25. ช่วยรักษาโรคคอตีบ
    26. ช่วยบำรุงปอด หลอดลม หัวใจ และกระเพาะ
    27. เมล็ดของมะขามป้อม เมื่อนำมาตำเป็นผงชงกับน้ำร้อนดื่มช่วยรักษาโรคหอบ หืด หลอดลมอักเสบ อาการคลื่นไส้อาเจียนได้
    28. ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
    29. ช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องผูก
    30. ช่วยยับยั้งความเป็นพิษของตับและไตได้
    31. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และเป็นยาระบาย และยาถ่ายพยาธิ
    32. ยางจากผล ใช้หยอดตาแก้ตาอักเสบ กินเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และขับปัสสาวะ
    33. เปลือกมะขามป้อมสามารถนำมาต้มดื่มแก้โรคบิด
    34. ช่วยในการปรับประจำเดือนให้มาเป็นปกติ
    35. ช่วยรักษาอาการไข้ทับระดูได้
    36. ช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า ด้วยการใช้เปลือกต้นมะขามป้อมป้อมมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำแล้วชะโลมให้ทั่ว
    37. ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราได้
    38. รากสดมะขามป้อม ช่วยในการแก้พิษจากการถูกตะขาบกัด
    39. เปลือกของลำต้นมะขามป้อม ใช้รักษาบาดแผล แก้ฟกช้ำได้ ด้วยการนำเปลือกแห้งมาบดเป็นผงแล้วนำมาโรยบริเวณบาดแผล
    40. ต้นและเปลือกของมะขามป้อม ใช้เป็นยาฝาดสมาน
    41. เมล็ดของมะขามป้อง เมื่อนำมาเผาไฟจนเป็นเถ้า แล้วนำมาผสมกับน้ำพืชนำมาทาแก้ตุ่มคันได้
    42. มะขามป้อมมีฤทธิ์ช่วยป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตายบางส่วน และช่วยลดไขมันในเลือด ต้านมะเร็งและไวรัส
    43. ลำต้นมะขามป้อมนั้นมีเนื้อไม้แข็ง ทนทาน จึงเหมาะแก่การใช้ทำเครื่องประดับ เสาเข็ม หรือนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง
    44. ใบแห้ง นำมาย้อมเส้นใย ไหม ขนสัตว์ จะให้สีน้ำตาลเหลือง
    45. ดอก ใช้เข้าเครื่องยา มีกลิ่นหอม ใช้เป็นยาเย็นและยาระบาย
    46. นำมาใช้ทำเป็นยาสระผม ช่วยให้ผมดกดำและป้องกันผมหงอกก่อนวัยอีกด้วย
    47. มะขามป้อมเป็ลผลไม้ที่นำมาแปรรูปได้หลายหลากหลายมาก เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยาแก้ไอ ยาสระผม น้ำมะขามป้อม มะขามป้อมแช่อิ่ม

    ชะเอมเทศ

    กำเช่า(ชะเอมเทศ)เป็นสมุนไพร บำรุงกำลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ตรากตรำ ทำงานหนัก เป็นยาบำรุงปอด แก้อาการอ่อนเพลียรักษาแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก และ ระบบย่อยอาหารไม่ดี หรืออาหารเป็นพิษ
    แก้ปัญหาอาการปัสสาวะออกมาผิดปกติ(เบาจืด)และโรคตับอักเสบชนิดที่ติดต่อ แก้ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นคัน ผิวหนังแห้ง แตกเป็นขุย รักษาเส้นเลือดขอดและช่วยรักษาแผลเอรัง
    ประโยชน์ของชะเอมเทศ
    -แก้ปัญหาในทางเดินหายใจโดยกำจัดเชื้อไวรัสที่ก่อกวนทางเดินหายใจ
    -บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ทำให้น้ำมูก
    -ช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดกล้ามเนื้อ
    -ความผิดปกติอื่นๆ ที่เกิดจากฮอร์โมนคอร์ติโซล (cortisol) จากต่อมหมวกไต
    -แก้ปัญหาการอักเสบได้ทุกประเภท และใช้รักษาโรคไวรัสตับอักเสบ
    -ขจัดการอักเสบภายในตับและกำจัดไวรัสที่มักเป็นสาเหตุสำคัญของโรคนี้
    ในญี่ปุ่นมีการใช้สารสกัดจากรากชะเอมเทศรักษาตับอักเสบมานานกว่า 20ปี มีการศึกษาทางคลินิกพบว่ารากชะเอมเทศช่วยลดระดับเอนไซม์ตับ (amino-transferase) ทำให้เซลล์ตับดีขึ้น

    ดอกคำฝอย "หงฮัว"

    ดอกคำฝอย "หงฮัว"ดอกไม้แดงจากแดนมังกร
    จากรายงานทางคลินิกของทางการแพทย์จีนพบว่าดอกคำฝอยมีคุณสมบัติดังนี้
    ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้นคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นมดลูกและมีฮอร์โมนเพศหญิง
    ฤทธิ์ในการกระตุ้นมดลูก วิเคราะห์ทางคลินิกพบว่าน้ำสกัดจากดอกคำฝอย สามารถทำให้มดลูกและกล้ามเนื้อเรียบ หดตัวได้ แต่ถ้าใช้ปริมาณมากเกินไปอาจทำให้มดลูกเป็นตะคริวได้
    วิเคราะห์ทางคลินิกพบว่าน้ำสกัดจากดอกคำฝอยมีคุณสมบัติเหมือนกับฮอร์โมนหญิง

    ช่วยสลายลิ่มเลือดน้ำสกัดของดอกคำฝอยสามารถลดการรวมตัวของเกล็ดเลือด ทำให้ความยาวและน้ำหนักของลิ่มเลือดลดลงได้ และป้องกันการสร้างลิ่มขึ้นมาใหม่ได้

    มีผลต่อเส้นเลือดของหัวใจสามารถกระตุ้นหัวใจได้ ทำให้เลือดในเส้นเลือดหัวใจมีปริมาณเลือดไหลเวียนมากขึ้น ขยายเส้นเลือดได้

    ลดคอเลสเตอรอลให้อาหารปรกติผสมน้ำมันดอกคำฝอย 4 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงหนูที่มีคอเลสเตอรอลสูงเป็นเวลา 30 วัน พบว่าคอเลสเตอรอลลดลง 36 เปอร์เซ็นต์ แต่ใช้อาหารที่คอเลสเตอรอลสูงและมีส่วนผสมน้ำมันดอกคำฝอย 4 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับ เลี้ยงหนูปรกติ (คอเลสเตอรอล) เป็นเวลา 30 วัน พบว่าคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดกลับสูงขึ้น และยังมีบางรายงาน รายงานว่าน้ำมันดอกคำฝอยโดยเฉพาะน้ำมันของเมล็ดดอกคำฝอยสามารถลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ดี แต่กลับไปสะสมคอเลสเตอรอลในตับทำให้เกิดอาการตับแข็งได้

    สรรพคุณและการใช้ดอกคำฝอยในแพทย์แผนจีน

    ดอกคำฝอยในยาจีนนั้นระบุว่า มีรสเผ็ด อุ่น เข้าเส้นหัวใจ ตับ (หมายถึงเส้นลมปราณที่ควบคุมโดยอวัยวะภายใน) คุณสมบัติ ช่วยให้เลือดหมุนเวียน ขับประจำเดือน สลายลิ่มเลือด แก้ปวด ในตำราโบราณกล่าวว่า "หงฮัว สามารถช่วยให้เลือดหมุนเวียน ใช้ปริมาณน้อยบำรุงเลือดได้""หงฮัว สามารถกระจายเลือดที่ตกค้าง บำรุงเลือด ใช้มากจะทำลายเลือดได้ใช้น้อยจะบำรุงเลือด หงฮัว มีฤทธิ์ทำลายเลือด ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ปรับสมานเลือด (ปรับเลือดกับฉี่หรือลมปราณให้สมดุลกัน) สามารถรักษาอาการของโรคสตรีทั้งหลายที่เกี่ยวกับเลือด เช่นเลือดน้อย ปวดประจำเดือน อาการทั้งหลายที่เกี่ยวกับฉี่และเลือดไม่สมานกัน ถ้าไม่ใส่หงฮัว จะรักษาได้ยากมาก" ในปัจจุบันนี้แพทย์จีนใช้ดอกคำฝอยในการรักษาอาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับเลือด เช่น

    ใช้สำหรับประจำเดือนไม่มา หรือมาน้อย ปวดประจำเดือน เนื่องจากเลือดหมุนเวียนไม่ค่อยดี ส่วนมากจะใช้ร่วมกับตังกุย ไป๋เสา ชวนเจียง เถาเหยิน ในตำรับนี้มีเถาหยิน หงฮัว ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระจายเลือด ช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ใช้ตังกุย ไป๋เสา ชวนเจวียง เสริมและบำรุงเลือด เพื่อให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น และป้องกันไม่ให้หงฮัว เถาเหยิน ทำลายเลือด ตำรับนี้เป็นตำรับพื้นฐานที่ใช้ในการขับเลือดเสีย สลายลิ่มเลือด ถ้ามีอาการปวดประจำเดือน สามารถเพิ่มเชียงฟู หยวนหู ช่วยแก้ปวดได้

    สตรีปวดท้องหลังคลอด น้ำคาวปลาไม่หมด ส่วนมากจะใช้ร่วมกับโสวตี้ หนิวซี เซ่อเสา ถ้าเป็นก้อนที่ท้องก็จะใช้ซันหลินเอ๋อสู เพื่อสลายก้อนได้ด้วย

    ปวดบวมเนื่องมาจากหกล้มหรือถูกกระแทก สามารถใช้ร่วมกับซูมู่ เช่อเสา ตังกุย ถ้ามีอาการฟกช้ำดำเขียวสามารถใช้น้ำต้มจากดอกคำฝอยเข้มข้นผสมเหล้าทาถูในบริเวณ

    อาการปวดหัวใจเนื่องจากเลือดและชี่ตับ (เลือดลมเดินไม่สะดวก) ส่วนมากจะใช้ร่วมกับตังเซิน ชวนเจียง อู่หลินจือ

    อาหารโรคผิดหนังที่เกิดจากเลือดตีบและเลือดร้อน เช่น ฝีหนอง ตาปลา

     

    น้ำมังคุดสกัด

    มีรสชาติที่อร่อยสดชื่น และได้ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องของความปลอดภัย และสรรพคุณประโยชน์กับสุขภาพอันมากมายจากมังคุด โดยเฉพาะสารแซนโทนซึ่งเป็นสารประกอบทางธรรมชาติที่สำคัญด้วยประสิทธิภาพดังนี้

    1. ผลของการศึกษาฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระโดยวิธี ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ทำการเปรียบเทียบระหว่างน้ำผลไม้อื่นๆและมังคุด พบว่า มังคุดมีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระมากกว่า แครอท ราสเบอรรี่ บลูเบอรรี่ ทับทิม
    2. ผลจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารแซนโทนจึงป้องกันการเกิดออกซิเดชันของLDL ซึ่งเป็นคลอเลสเตอรอลตัวร้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอีกทั้งยังลดการทำลายเซลล์ อันเป็นผลจากปฏิกิริยาลูกโซ่ จึงช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการแก่ ด้วย
    3. ผลต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่างๆรวมถึงการตายของเซลล์มะเร็งในการศึกษาระดับห้องปฎิบัติการ เช่น เซลล์มะเร็งเต้านม, เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว, เซลล์มะเร็งตับ, กระเพาะอาหาร และเซลล์มะเร็งปอด
    4. ผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดเช่น เชื้อวัณโรค, เชื้อ S. Enteritidis และเชื้อ HIV
    5. การยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรคภูมิแพ้
    6. การยับยั้งการสังเคราะห์สารพลอสตาแกลนดินอีทู ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกระบวนการอักเสบต่างๆ เช่น การปวดอักเสบ กล้ามเนื้อและข้อ
    7. ฤทธิ์ในการช่วยขยายตัวของหลอดเลือด ดังนั้นจึงมีประโยชน์ในการลดความดันโลหิต

    ตังกุย (Dong Quai : Angelica sinensis)
    เป็น สมุนไพรสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยรากใช้รากใช้เป็นยาฟอกเลือด และลำต้นใช้เป็นยาบำรุงเลือด จึงเหมาะกับผู้หญิงที่ยังไม่หมดประจำเดือน โดยช่วยให้ไม่อ่อนเพลียจากการเสียเลือด บรรเทาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ และทำให้ผิวพรรณ ดูมีน้ำมีนวล นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่เป็นโรคโลหิตจาง เพราะตังกุยมีวิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด

     คุณประโยชน์ของโสมตังกุย

    Dong Gui Extract (สารสกัดจากตังกุย)


    สมุนไพรจีน ตังกุย เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดี และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกับโสม ถั่งเฉ้า และเห็ดหลินจือ

    มีสรรพคุณในการช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงช่วยทำให้ประจำเดือนมาปกติ ลดการเกิดฝ้า ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ผิวขาว สุขภาพดีเปล่งปลั่งสดใส
     

    ตังกุยเป็นสมุนไพรที่แพทย์ชาวจีนมักนำมาใช้เพื่อบำรุงโลหิตสตรีในช่วงมีประจำเดือนเพราะตังกุยสามารถช่วยในเรื่องการหมุนเวียนโลหิตได้ดีสมุนไพรตังกุยนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้หญิงที่รับประทานเนื้อแดงน้อยและการรับประทานโสมตังกุย สามารถช่วยบำรุงอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยร่างกาย เจ็บป่วยอาหารประจำเดือนมาไม่ปกติ เวียนหัว ไม่เจริญอาหารตังกุยเป็นสมุนไพรบำรุงที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานนับพันปีในประเทศจีนเกาหลีและญี่ปุ่น ตังกุยสามารถช่วยบำรุงสตรีหลังคลอดบุตรได้ ปรับความดันโลหิตได้ดีอาการติดเชื้อต่างๆพร้อมทั้งเป็นยาระบายอ่อนๆด้วย

     

    ปักตังเซียม
    ปักตังเซียมเป็นสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลังเหมือนโสมพบมากที่มณฑลฮ้อน้ำ ฮ้อปักของประเทศจีน มีคุณสมบัติบำรุงเลือดลม บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ช่วยระบบย่อยอาหาร ป้องกันหืดหอบ และ ไอหอบ
    - ช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร
    -ช่วยเสริมการทำงานของปอด ม้าม
    - ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง
    - ช่วยบำรุงเลือด
    - แก้อาการอ่อนเพลีย
    -เสริมสมรรถภาพทางเพศให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

    คุณประโยชน์ของแปะก๊วย
    ใบแปะก๊วยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคมะเร็ง อีกทั้งยังชะลอความแก่ได้ด้วย ฤทธิ์การยับยั้งการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดฝอยดีขึ้นเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง จึงทำให้ความสามารถในการทำงานและตัดสินใจดี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้สูบฉีดไปยังผิวหนังได้ดี มีฤทธิ์ช่วยให้ความจำดีขึ้น ยับยั้งความเสื่อมของสมอง

    1. มีส่วนช่วยในขบวนการ การกำจัดไขมันโคเรสเตอรอลในหลอดเลือด ซึ่งทำให้ลดภาวะความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จากการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด
    2. ช่วยในการขับสารพิษ และสารอนุมูลอิสระ จึงส่งผลในการป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็งและโรคความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย


    3. ช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมีผลในการกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์

    ชาเขียว

    "ขาดอาหารสามวันยังดีเสียกว่า

    ขาดชาเพียงวันเดียว"

    (สุภาษิตจีนโบราณ)

    สาร EGCG นี้ในทางเคมีจัดเป็นสารโพลี่ฟีนอลชนิดหนึ่งที่มีการวิจัยกันอย่างกว้างขวางและหลายการวิจัยก็พบว่าสาร EGCG ดังกล่าวนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายได้แก่

    1. มีส่วนช่วยในขบวนการ การกำจัดไขมันโคเรสเตอรอลในหลอดเลือด ซึ่งทำให้ลดภาวะความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จากการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด
    2. ช่วยในการขับสารพิษ และสารอนุมูลอิสระ จึงส่งผลในการป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็งและโรคความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
    3. ช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมีผลในการกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์

    และนอกจากสรรพคุณดังกล่าวจากสาร EGCG ที่มีอยู่ในชาเขียวแล้ว ชาเขียวยังให้สารอื่นๆ อีกมากมายเช่น สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)ซึ่งมีประโยชน์ต่อขบวนการการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และขับสารพิษตกค้างออกจากร่างกายของเรา และจะทำงานร่วมกับสาร EGCG ในการช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น และลดความเสี่ยงจากอันตรายของสารพิษและอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นชาเขียวยังมีวิตามิน (Vitamins) เกลือแร่ (Minerals) และสารอาหารจากพืชที่มีความสำคัญต่อร่างกายอีกมากมาย

    มะลิ

     มะลิ

    ส่วนประโยชน์ทางสมุนไพรของมะลิก็มีแทบทุกส่วนก็ว่าได้ ไล่กันไปตั้งแต่รากเรื่อยไปจนถึงดอกทีเดียวรากของมะลิแก้ได้สารพัดโรค ทั้งปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก เลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งช่วยรักษาหลอดลมอักเสบได้ด้วย หากนำรากมาฝนกินกับน้ำ แก้ร้อนในได้ดี คนที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทรวงอก ให้นำรากมาประมาณ 1-1.5 กรัม ต้มน้ำกินก็ช่วยได้

    ส่วนใบใช้แก้ไข้ที่เกิดจากอาการเปลี่ยนแปลงได้ดี รวมทั้งรักษาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียหากนำใบมาตำแล้วละลายกับน้ำปูนใส แต้มแผลฟกช้ำ แผลเรื้อรัง โรคผิวหนังจะหายไวขึ้น ตลอดจนช่วยบำรุงสายตา และขับน้ำนมสตรีที่มีครรภ์ได้ด้วย

    สุดท้ายคือส่วนของดอก ดอกมะลิ นอกจากความสวยและความหอมแล้ว ยังแก้โรคบิด อาการปวดท้อง หากตำให้ละเอียดพอกที่ขมับ แก้อาการปวดหัวและปวดหูชั้นกลางได้แถมยังช่วยรักษาแผลพุพอง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย รวมทั้งเป็นยาบำรุงหัวใจได้อย่างดีเยี่ยมอีกขนานหนึ่งด้วย

    ทับทิม

    ผลทับทิมใช้รับประทานเป็นผลไม้มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวานทับทิมเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ น้ำทับทิมมีวิตามินซีสูงและยังมีสารเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่สูงเหมาะสำหรับการดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

    น้ำทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดและมีประสิทธิภาพสูงมากสามารถลดภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง บรรเทาโรคโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มพลังและความงาม ดื่มน้ำทับทิมคั้นวันละแก้วจะช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงและช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจให้ดีขึ้น

    เปลือกทับทิมรักษาโรคท้องเดินและโรคบิด

    พบว่ามีสาร active ellagic acid 200 mg ในทับทิม ซึ่ง Ellagic จะยับยัง enzyme ที่ชื่อ tyrosinase จะช่วยให้ผิวขาวขึ้น และยังพบว่าในน้ำของผลทับทิมนั้นมีฤทธิ์สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่มีปริมาณที่สูงกว่าในน้ำของผลแอปเปิ้ล และสารในน้ำของผลทับทิมนั้น สามารถลดการถูกทำลายของคอลลาเจน จากแสงแดดได้ ซึ้งจะทำให้ลดการเกิดริ้วรอย ดังนั้นเราควรเลือกรับประทานน้ำทับทิมปั่นสดๆอาทิตย์ละ 1-2 แก้วต่อสัปดาห์เพื่อให้ผิวสวยกระจ่างใสของเราเปล่งปลั่งตลอดเวลา

    เมล็ดองุ่น

    คุณประโยชน์ของเมล็ดองุ่นสกัดและสาร OPC
    • เป็น Super antioxidant สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบ และจำนวนมาก
    • ถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหาร และลำไล้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 20-30 นาที จากนั้นจึงกระจายไปสู่อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน (half life 7 ชม.)
    • สามารถรวมตัวได้ดีกับคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนัง หลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ จึงทำให้เซลผิวหนังแข็งแรง ไม่เหี่ยวย่น หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย
    • สามารถผ่านแนวกั้นสมอง (blood brain barrier) ได้ จึงป้องกันสมองมิให้เสียหายจากอนุมูลอิสระ คุณสมบัติเด่นนี้ทำให้ OPC เป็น antioxidant ที่ต่างจากชนิดอื่น ๆ
    • ทำงานร่วมกับวิตามินซีในการทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี
    • ปลอดภัยต่อร่างกาย
    • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอด
    • เสริมสร้างการทำงานของคอลลาเจน
    • ต้านอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมทำลายของอวัยวะต่างๆ และช่วยชะลอการแก่ก่อนก่อนวัย
    • ยับยั้งการเกิดเม็ดสี เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นฝ้า กระ
    • เสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย

    เมล็ดองุ่นสกัดและสาร OPC มีบทบาทต่อสุขภาพอย่างไร
    • ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ OPC จะยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
    • ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย เนื่องจากOPC สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดี จึงป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายเซลผนังหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้
    • ต้านการอักเสบ OPC จะยับยั้งการสังเคราะห์และการปล่อยสารที่จะทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี ลดอาการข้อกระดูกอักเสบ โรคเนื้อเยื่อแข็ง
    • ลดอาการภูมิแพ้ OPC มีคุณสมบัติในการต้านสารฮีสตามีน จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด
    • ป้องกันสมองเสื่อม OPC สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
    • ป้องกันมะเร็ง OPC ป้องกันมิให้อนุมูลอิสระไปทำความเสียหายต่อDNAของเซล ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลมะเร็ง
    • ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระ OPC ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ทำให้ฝ้าและกระจางลง
    • บำรุงผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ
    • ช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง ผิวจึงดูขาวใสและสุขภาพดีขึ้น
    • ลดอาการผิวไหม้แดงจากแสงแดดป้องกันและรักษาโรคหัวใจ
    • รักษาโรคผิวหนังอักเสบ และโรคสะเก็ดเงิน

    ใบหม่อน

    ใบหม่อนยังมีประโยชน์อีกมาก ดังจะเห็นได้จากมีการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยมา ตั้งแต่ชาใบหม่อนได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันโดยทั่วไป เกษตรกร และผู้ประกอบการ สามารถยึดเป็นอาชีพได้ อีกทั้งสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของหลายๆ จังหวัด มีการเติบโต อย่างต่อเนื่องทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ใบหม่อนหรือชาใบหม่อนได้กว้างขวางมากขึ้น พบว่า ในใบหม่อนมีสาร เควอซิติน (quercetin) และ เคมเฟอรอล (kaempferol) ซึ่งเป็นสารกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

    1. ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก
    2. ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง
    3. ยับยั้งการเกิดสารก่อมะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่
    4. ลดอาการแพ้ต่าง ๆ และยืดอายุเม็ดเลือดขาว
    5. สารทั้ง 2 ชนิดนี้ สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางลำไส้เล็กและไม่เปลี่ยนแปลงสภาพ
    6. พืชใช้สารเหล่านี้เพื่อให้ทนต่อลม ฝน แสงแดด ซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ต้องอาศัยจากพืช

     ดอกบัวหลวง

    สรรพคุณด้านสมุนไพร เมล็ดบัวบำรุงรักษาประสาทและไต หรือแม้อาการท้องร่วงหรือบิดเรื้อรัง ดีบัวหรือต้นอ่อนที่อยู่ในเมล็ดมีสีเขียวเข้ม ใช้เป็นส่วนผสมของยาแผนโบราณ พบว่าตัวยามีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อทัวใจ เกสรตัวผู้เมื่อตากแห้งใช้เป็นส่วนผสมของยาไทย-จีนหลายชนิด เช่น ยาลม ยาหอม หรือแม้แต่ยานัตถุ์ นอกจากนี้ยังนำมาต้มน้ำดี่ม ก้านใบและก้านดอกนำมาทำยาเเก้ท้องร่วง ส่วนของรากหรือเหง้านำมาต้มน้ำใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำ พร้อมทั้งมีสรรพคุณห้ามเลีอด จึงเห็นได้ว่าประโยชน์ทางสมุนไพรของบัวหลวงมีอยู่มาก

    สารสกัดในเกสรดอกบัวหลวงประกอบไปด้วย
    kaempferol , kaempferol 3-o-?-D-glucopyranoside, sitosterol-3-o-?-D- glucopyranoside ส่วนใหญ่เป็นสารที่ให้ค่าความเข้มข้นของสาร ที่สามารถยับยั้งปฏิกิริยาเริ่มต้นได้ดี เท่ากับวิตามินอี โดยมีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผิวขาวหรือยับยั้งเอมไซน์ไทโรซิเนสที่เป็นสาเหตุของผิวคล้ำ ฝ้า จุดด่างดำ

    หน้าที่หลัก

    • ต่อต้านอนุมูลอิสระ
    • ลดริ้วรอยก่อนวัย
    • ลดรอยแดงของสิว
    • ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการวิจัยสมุนไพรตัวนี้จนสำเร็จผล และพบว่า สรรพคุณตามที่วิจัยพบนั้นสอดรับกับภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านที่ใช้ ประโยชน์ในการแก้ปวดเมื่อย แก้การอักเสบของกล้ามเนื้อผลการทดลองระบุว่า สารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบแผนปัจจุบันได้ ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบันที่มีสารสเตียรอยด์ ถือเป็นยาสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง

    ผลพลอยได้จากงานวิจัยในครั้งนี้ยังพบว่า เถาวัลย์เปรียงมีสรรพคุณช่วยเพิ่ม ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดขาว รักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งสามารถต่อยอดนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ได้ด้วย

    เถาวัลย์เปรียง

    “โรคข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่พบบ่อยมากในผู้สูงอายุ ในประเทศไทยพบผู้สูงอายุมากกว่า 6ล้านคน

    เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โดยพบในผู้ป่วยวัย 50ปีขึ้นไป มากถึงร้อยละ 40และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

    ซึ่งผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมจะมีอาการปวดเข่า และไม่สามารถทำงานหรือดำรงชีวิตได้อย่างปกติXML:NAMESPACE PREFIX = O />

    ทั้งนี้ การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม คือ การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง

    อย่างไรก็ตามผู้ป่วยต้องได้รับยาแก้ปวดร่วมด้วย ซึ่งได้แก่ ยาลดการอักเสบในกลุ่ม NSAIDS

    แต่มีฤทธิ์ข้างเคียงที่สำคัญคือระคายเคือง และทำให้เกิดแผลในระบบทางเดินอาหารและยามีราคาแพง

    ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยสมุนไพรจึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยสมุนไพร

    “เถาวัลย์เปรียง” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Derris scandens Benth.

    ใช้ในการรักษาผู้ป่วยทดแทนการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ซึ่งได้ผลดีมาก

    นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการวิจัย “เถาวัลย์เปรียง”

    พบสารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบที่เป็นยาแผนปัจจุบัน

    เพื่อรักษาโรคปวดหลังส่วนล่างได้ ขณะนี้ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกในคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ขณะเดียวกัน ทางสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการศึกษาความปลอดภัย

    ของสารสกัดเถาวัลย์เปรียง เมื่อทำการทดลองความเป็นพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรังของสารสกัดเถาวัลย์เปรียง

    ในสัตว์ทดลองพบว่ามีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังได้ทดสอบสรรพคุณในอาสาสมัครโดยร่วมมือกับ

    โรงพยาบาลศิริราช ในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมโดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับยาต้านอักเสบ Naproxen

    และกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงก็พบว่าสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียงมีประสิทธิผลในการรักษา

    โรคข้อเข่าเสื่อมได้ดี และมีแนวโน้มว่าปลอดภัยกว่ายา Naproxen เพราะพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา Naproxen

    มีอาการหิวบ่อย แสบท้อง จุกเสียด แน่นท้อง

    ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่มีอาการข้างเคียงดังกล่าว

     

    สมอภิเภก

    สรรพคุณ:
    ตำรายาไทย:ผลอ่อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ และไข้เจือลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย ผลแก่ แก้เสมหะจุกคอ ทำให้ชุ่มคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ท้องร่วงท้องเดิน รักษาโรคท้องมาน เมล็ดใน แก้บิด แก้บิดมูกเลือด
    ประเทศพม่า:ใช้ผลแห้งรักษาอาการไอ และโรคตา ในอินโดจีนใช้เป็นยาฝาดสมาน และยาบำรุง ผลสดเป็นยาถ่าย
    ตำรายาไทย สมอพิเภกจัดอยู่ใน “พิกัดตรีผลา” คือการจำกัดจำนวนผลไม้ 3 อย่าง มี ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้อม สรรพคุณแก้ปิตตะ วาตะ เสมหะ ในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ และกองสมุฎฐาน “พิกัดตรีสมอ” คือการจำกัดจำนวนสมอ 3 อย่างมี ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกสมอเทศ สรรพคุณแก้เสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้ ผายธาตุ รู้ถ่ายรู้ปิดเอง
    นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร:ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) ปรากฏการใช้สมอพิเภกในยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) มีส่วนประกอบของสมอพิเภกร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ”ยาหอมนวโกฐ” มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในอก ในผู้สูงอายุ แก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟื้นไข้แล้วยังมีอาการ เช่น คลื่นเหียน วิงเวียน เบื่ออาหาร ท้องอืด อ่อนเพลีย)

    สมอเทศ

    ตำราสรรพคุณยาโบราณว่าสมอเทศมีรสเปรี้ยวฝาด มีรสเปรี้ยวจัดกว่าสมอไทย มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ เป็นยาขับเสมหะ ขับลม รู้ถ่ายรู้ปิดเอง
    เมื่อใช้ร่วมกับสมอไทยและสมอพิเภก เป็นพิกัดยา "ตรีสมอ" มีสรรพคุณแก้เสมหะ เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ไข้ ผายธาตุ รู้ถ่ายรู้ปิดเอง

    สรรพคุณของสมอไทย

    เรียงเรียบข้อมูลโดย กรีนเนอรัลด์ ดอทคอม

    ลูกสมอ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง (ผลรสเค็ม)

    1. ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและช่วยบำบัดรักษาโรคได้หลายชนิด
    2. ช่วยให้เจริญอาหาร (เมล็ด)
    3. สมอไทย สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง (ผลรสหวาน)
    4. แก้อาการอ่อนเพลีย (ผลแก่นำมาดองกับน้ำมูตรโคดื่มบรรเทาอาการ)
    5. ช่วยบำรุงร่างกาย (ผลแก่)
    6. ประโยชน์ของลูกสมอ ช่วยบำรุงหัวใจ (เปลือกต้น)
    7. ช่วยฟอกโลหิต (ผลรสเปรี้ยว)
    8. ช่วยแก้กระหาย (ผลรสเปรี้ยว)
    9. ช่วยระงับประสาท ทำให้นอนหลับสบาย (ผลรสเค็ม)
    10. แก้อาการนอนสะดุ้ง (ผลแก่)
    11. ใช้รักษาโรคฟันและเหงือกที่เป็นแผล
    12. ช่วยสมานแผลในช่องปาก (ผลรสฝาด)
    13. สรรพคุณของสมอไทย ช่วยควบคุมธาตุในตัว (ผล)
    14. ช่วยแก้พิษร้อนใน (ผล)
    15. ช่วยแก้ไข้ (ผลรสขม)
    16. แก้เจ็บคอ (ผลแก่) หรือจะใช้เนื้อผลรสฝาดทำเป็นยาชงใช้อมกลั้วคอแก้อาการก็ได้เช่นกัน
    17. ช่วยแก้อาการไอ (ผลรสเปรี้ยว)
    18. แก้อาการหืดไอ (ผลรสฝาดเปรี้ยว)
    19. แก้อาการสะอึก (ผลรสฝาดเปรี้ยว)
    20. ประโยชน์ของลูกสมอไทย ช่วยแก้อาเจียน (ผลรสฝาดเปรี้ยว)
    21. ช่วยกัดเสมหะ (ผลรสเปรี้ยว)
    22. ช่วยขับเสมหะ (ผลอ่อน)
    23. ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ (ผลแก่)
    24. ผลอ่อนใช้เป็นยาระบาย ช่วยในการขับถ่ายให้คล่องตัว และเป็นยาระงับการถ่าย คือรู้ปิดรู้เปิดไปในตัว (ผล)
    25. ช่วยย่อยอาหาร (ผลรสขม)
    26. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ (เนื้อลูกสมอรสฝาดเปรี้ยว)
    27. ช่วยแก้อาการท้องเสีย (ผลรสฝาด)
    28. สรรพคุณสมอไทย ช่วยขับลมในลำไส้ (ผลอ่อน)
    29. ผลแก่ช่วยแก้ลม จุกเสียด (ผลแก่)
    30. ช่วยแก้อาการบิด (ผลรสฝาด)
    31. ช่วยแก้อาการท้องร่วงเรื้อรัง (ผลรสฝาดเปรี้ยว)
    32. สรรพคุณของลูกสมอ ช่วยแก้โลหิตในท้อง (ผลอ่อน)
    33. ช่วยรักษาโรคท้องผูก และอาการท้องผูกเรื้อรัง (ผลรสเปรี้ยว)
    34. ช่วยแก้โรคท้องมาน (ผลรสฝาดเปรี้ยว)
    35. ช่วยในการขับถ่าย (ผลรสฝาด)
    36. สรรพคุณลูกสมอ ช่วยชำระล้างเมือกมันในลำไส้ (ผลรสเปรี้ยว)
    37. ช่วยสมานแผลในกระเพาะลำไส้ (ผลรสฝาด)
    38. ช่วยแก้ขัด (เยื่อหุ้มเมล็ด)
    39. ช่วยขับปัสสาวะ (เปลือกต้น)
    40. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร (ผลรสเค็ม)
    41. ลูกสมอ สรรพคุณช่วยแก้ประจำเดือนไม่ปกติ (ผลรสเปรี้ยว)
    42. ช่วยแก้ลมป่วง (ผล)
    43. แก้ดีพลุ่ง (ผลแก่)
    44. ช่วยบำรุงน้ำดี (ผลรสขม,ใบ)
    45. ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับน้ำดี (เยื่อหุ้มเมล็ด)
    46. ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย (เปลือกต้น)
    47. ประโยชน์สมอไทย ช่วยแก้ประดงน้ำเหลืองเสีย (ผลรสเค็ม)
    48. ช่วยแก้ตับม้ามโต (ผลรสฝาดเปรี้ยว)
    49. ช่วยแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ (ผลแก่นำมาดองกับน้ำมูตรโคดื่มบรรเทาอาการ)
    50. ช่วยถอนพิษผิดสะแดง (ผลรสขม)
    51. ผลแก่ใช้เป็นยาฝาดสมาน
    52. ใช้รักษาแผลเรื้อรัง ด้วยการนำผลแก่มาบดให้เป็นผงแล้วนำมาโรยใส่แผล (ผลแก่)
    53. สมอไทย ประโยชน์ช่วยแก้พิษฝี (ผลรสเค็ม)
    54. ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย (ผลรสเค็ม)
    55. ช่วยแก้พยาธิต่างๆ (ผลรสเค็ม)
    56. สมอไทยจัดอยู่ในกลุ่มยาสมุนไพร พิกัดตรีผลา” “พิกัดตรีสมอ” “พิกัดตรีฉันทลามก
    57. ลูกสมอ ประโยชน์ผลดิบใช้รับประทานเป็นผลไม้สด หรือนำไปดองเกลือก็ได้ ส่วนผลห่ามสามารถนำไปจิ้มน้ำพริกกินได้ (ผล)
    58. ประโยชน์ของสมอไทย ผลใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง และใช้ทำหมึก (ผล)

     

    บลูเบอร์รี่

    บลูเบอร์รี่เป็นหนึ่งในสุดยอดผลไม้รักษาโรค เนื่องจากมีสารแอสไพรินตามธรรมชาติที่มีประโยชน์เป็นสำคัญต่อการเข้าไปช่วยดูแลป้องกันโรคภัยที่สำคัญหลายอย่าง เช่น

    • มีแอนติออกซิแดนต์สูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก ที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย
    • ช่วยลดการระคายเคืองในระบบทางเดินปัสาสาวะ
    • มีปริมาณใยอาหารสูงโดยเฉพาะเพคติน ที่ทำหน้าที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
    • ช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง
    • ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกายและช่วยให้ความจำดีขึ้นในคนชรา
    • มีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายสูงวัย โดยจะมีผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น

     

    มัลเบอร์รี่

    มัลเบอรี่:มหัศจรรย์แห่งผลไม้

    มีผลงานวิจัยหลายสถาบันในประเทศไทย มหาวิทยยาลัยทางการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิตและงานวิจัยหลายประเทศ ดังนี้

    • มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชื่อ Anthyocyanin ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
    • มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ ไต ลดการเกิดสิว ลดอาการปวดประจำเดือน
    • ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก สาเหตุของโรคอัมพฤก อัมพาต
    • มีวิตามินซี สูง ช่วยป้องกันหวัด โรคภูมิแพ้ โรคปอด วัณโรค ป้องกันเชื้อไวรัส
    • มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก (ป้องกันแสงสีน้ำเงินเข้าทำลายเลนส์ตา) บำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิให้ระบบหายใจ บำรุงผิว ลดการอักเสบของสิว
    • มีกรดโฟลิค หรือวิตามินใบไม้ หรือวิตามินเอ็ม ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันทารกพิการ ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หญิงแรกตั้งครรภ์เดือนแรกต้องการกรดโฟลิค
    • ช่วยแก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด
    • ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย

    มะม่วงหิมพานต์

    มะม่วงหิมพานต์

     

     

    อะเซโรล่า เชอร์รี่

    ประโยชน์ของวิตามินซี : จากอะเซโรล่า เชอร์รี่

    1. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย ช่วยป้องกันเซลล์ไม่ให้เสื่อมตัวเร็ว

    2. ช่วยลดการติดเชื้อหวัด ช่วยต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ได้รับวิตามินซีเป็นประจำจะเป็นหวัดน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับ

    3. ช่วยลดการแพ้ต่าง ๆ รวมทั้งโรคภูมิแพ้ โดยยับยั้งสาร ฮีสตามิน ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นมา หากมากเกินไปจะทำมีอาการระคายเคืองตามระบบหายใจ ทำให้จามและมีน้ำมูกไหล

    4. ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนจำเป็นสำหรับเนื้อเยื่อที่ผิวหนัง

    5. ช่วยป้องกัน และรักษาเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ ลดรอยหมองคล้ำ ฝ้า กระ รอยด่างดำตามร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณสว่างสดใสได้ต่อเนื่องยาวนาน

    6. มีงานวิจัยบางชิ้นยังบอกถึงฤทธิ์ของวิตามินซีในด้านอื่นๆ เช่น ช่วยการเจริญเติบโตในเด็กเล็ก ช่วยลดจำนวนเซลล์มะเร็งไม่ให้แพร่กระจายออกไป ช่วยลด LDL เป็นต้น

    เสาวรส

    ประโยชน์ของเสาวรส

    เรียงเรียบข้อมูลโดย กรีนเนอรัลด์ ดอทคอม

    เสาวรสช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส

    ช่วยในการชะลอวัย ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

    ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง

    ช่วยในการบำรุงสายตา เนื่องจากมีวิตามินเอรวมอยู่ด้วย

    น้ำเสาวรสช่วยให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น

    น้ำเสาวรสช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

    มีวิตามินบี2 ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม

    มีแคลเซียมซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก

    มีโพแทสเซียมสูงสูง ที่ช่วยให้มีสติปัญญา จิตใจร่าเริงแจ่มใส ด้วยการส่งออกซิเจนไปเลี้ยงที่สมอง

    มีแมกนีเซียม ซึ่งช่วยในการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงาน

    มีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง

    ช่วยในการสมานผิวรักษาเนื้อเยื่อผิวหนัง

    ช่วยปรับสมดุลในร่างกายและลดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน

    ที่เปอร์โตริโก นิยมนำเสาวรสมาใช้ในการลดความดันโลหิต

    ช่วยบรรเทาอาการโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

    ช่วยในการฟื้นฟูตับและไตให้มีสุขภาพแข็งแรง

    ช่วยในการกำจัดสารพิษในเลือด

    ช่วยบรรเทาอาการปวด

    ช่วยในการบำรุงปอด

    ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

    ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

    ช่วยรักษาอาการหอบหืด

    เก๋ากี้

    เก๋ากี้

    จากการค้นคว้าและวิจัยของ Dr. Earl Mindell ได้ค้นพบว่าผลโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) ให้คุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังพบประโยชน์ในงานวิจัยดังนี้
    - ชะลอความชรา (Anti-aging)
    - ควบคุมน้ำตาลในเม็ดเลือดแดง (Blood Builder)
    - เสริมสร้างการทำงานของหัวใจ (Cardiovascular Support)
    - เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immunity System)

    ประโยชน์มากมายจากอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ รู้จักกันในทางวิทยาศาสตร์ว่า เป็นพืชในตระกูล Lycium Barbarum มีแหล่งกำเนิดในประเทศจีน ทิเบต

     

    แอปเปิ้ลไซเดอร์

    เรียงเรียบข้อมูลโดย กรีนเนอรัลด์ ดอทคอม

    1. โพแทสเซียมช่วยในการแบ่งเซลล์ หากขาดแร่ธาตุนี้จะมีผลทำให้ร่างกายมีอาการผิดปกติ เช่น ผมร่วง ผมหงอก ร่างกายเติบโตช้า และแก่เกินวัย เป็นต้น
    2. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์และหลอดเลือดแดง (โพแทสเซียม)
    3. ช่วยชะลอความแก่ คงความหนุ่มสาว
    4. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียของร่างกายหลังออกกำลังกาย
    5. ช่วยทำให้ระบบหายใจทำงานดีขึ้น
    6. ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
    7. ประโยชน์แอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยลดความดันโลหิตและโรคหัวใจ
    8. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองได้ แต่สำหรับคนยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ
    9. มีงานวิจัยชี้ว่าน้ำสมสายชู อาจช่วยกำจัดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร แต่มีอีกผลงานวิจัยกลับพบว่ามันอาจจะไปเพิ่มความเสี่ยงของเป็นมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะแทน
    10. มีส่วนช่วยป้องกันโรคต่างๆและช่วยลดการติดเชื้อลดพิษจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
    11. ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
    12. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ และหอบหืด
    13. ช่วยแก้หวัด แก้เสมหะ และแก้ไซนัส ด้วยการผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ถ้วยในกระทะแล้วต้มให้เดือดจนเริ่มมีไอระเหยแล้วค่อยปิดไฟ หลังจากนั้นให้นำผ้ามาคลุมศีรษะแล้วก้มหน้าลงใกล้ๆ กระทะเพื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ
    14. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คันคอ ด้วยการใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 แก้ว แล้วนำมากลั้วคอบ่อยๆทุกๆ 1 ชั่วโมง
    15. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ด้วยสูตรส่วนผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/3 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มก่อนอาหาร 5-10 นาที (อมไว้ในปากประมาณ 5 วินาทีก่อนกลืน)
    16. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
    17. ช่วยบรรเทาอาการอาหารเป็นพิษ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว จิบดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุกๆ 5 นาที
    18. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วและการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ
    19. ช่วยบรรเทาลดอาการปวดของโรคข้อต่างๆ โดยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 1 ส่วน แอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ส่วนผสมกันแล้วนำมานวดบริเวณที่ต้องปวดวันละครั้ง หรือสองวันครั้ง
    20. ช่วยแก้โรคคัน รักษาโรคผิวหนัง
    21. ช่วยปรับระดับความเป็นกรด-ด่างในร่างกายให้สมดุล
    22. ในต่างประเทศถือว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน ที่ช่วยล้างพิษในร่างกายได้
    23. ใช่แช่ผักที่มีสารพิษตกค้างได้ ด้วยการผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 3 ช้อนโต๊ะในอ่างแล้วนำผักลงแช่
    24. ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน โดยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธ์ 1 ส่วน แอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ส่วนผสมกันแล้วนำมานวดบริเวณที่ต้องปวดวันละครั้ง หรือสองวันครั้ง
    25. แอปเปิ้ลไซเดอร์ลดความอ้วนด้วยสูตรแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก จะช่วยเรื่องระบบการย่อยให้สมบูรณ์ เผาผลาญอาหารได้มากขึ้น
    26. ช่วยลดน้ำหนักตัว เพราะลดความอยากอาหารและทำให้อิ่มเร็วมากขึ้น ด้วยสูตรแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำ 2 แก้วก่อนอาหารประมาณ 30 นาที
    27. ช่วยรักษาสภาพผิว ด้วยการใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์และน้ำอย่างละเท่าๆกัน นำมาผสมแช่ในตู้เย็น แล้วนำมาเช็ดหน้าและแปะไว้บนหน้า
    28. มาส์กหน้าด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยทำให้รูขุมขนดูกระชับ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 5 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่าครึ่งแก้ว แล้วนำสำลีมาชุบแปะทิ้งไว้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 10 แล้วล้างออก (อาจจะรู้สึกคันยิบๆ)
    29. ใช้ทำเป็นโทนเนอร์ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 3 ส่วน นำไปแช่ในตู้เย็น แล้วน้ำมาเช็ดหน้าแล้วล้างออก (อาจจะรู้สึกคันยิบๆบ้าง)
    30. ช่วยป้องกันผมแห้ง ผมร่วง ผมแตกปลาย ศีรษะมัน มีรังแค ด้วยการผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/3 ถ้วยกับน้ำ 1 ถ้วยแล้วนำมาล้างผมหลังสระ

     

    น้ำผึ้ง

    เรียงเรียบข้อมูลโดย กรีนเนอรัลด์ ดอทคอม

    ประโยชน์ของน้ำผึ้ง นั้นหลากหลายเพราะน้ำผึ้งมีส่วนผสมของน้ำตาลและสารประกอบอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟรุกโทสกับกลูโคส และมีวิตามินและแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุทองแดง ธาตุสังกะสี เป็นต้น สำหรับสารประกอบอื่นๆที่มีอยู่ในปริมาณเพียงน้อยนิดนั้นจะเป็นสารที่ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นหลัก

    % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

    ประโยชน์น้ำผึ้ง

    ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

    มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย

    ช่วยลดและป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

    ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ดูมีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติ

    ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ

    ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง

    ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสวยเงางาม

    น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ

    ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงต้านทานโรคต่างๆได้ดี

    ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก

    ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย

    ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานหรือเล่นกีฬา

    ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้ป่วยในระยะพักฟื้น หรือผู้สูงอายุ

    ช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆให้ดีขึ้น

    ช่วยในควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน เพราะเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที ไม่สะสมเป็นไขมัน และดูแลเรื่องผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดี

    ช่วยบำรุงเลือดในร่างกาย

    ช่วยรักษาอาการหวัดให้หายเร็วขึ้น

    น้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอจากหวัดในเด็กได้ดีกว่ายาแก้ไอ

    ช่วยรักษาอาการเมาค้าง

    ช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้คงที่

    น้ำผึ้งมีฤทธิ์ยาระงับประสาทอ่อนๆ จึงช่วยลดอาการหงุดหงิด ความกังวลได้

    ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และช่วยทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น

    ช่วยดูแลโรคความดันโลหิตสูง

    ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง เพราะน้ำผึ้งมีส่วนผสมของธาตุเหล็กซึ่งช่วยในการเพิ่มเม็ดเลือดแดง

    ช่วยบำรุงหัวใจ ขับชีพจร และป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

    ช่วยบำรุงและรักษาโรคตับ

    ช่วยระงับความร้อนในร่างกาย

    ช่วยรักษาอาการตาอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น กระจกตาอักเสบ เยื่อตาอักเสบ เป็นต้น

    ช่วยบรรเทาอาการไอ หลอดลมอักเสบมีเสมหะ ด้วยการชงดื่มกับน้ำมะนาว

    น้ำผึ้งช่วยลดกรดในกระเพาะ ช่วยในการย่อยอาหาร เพราะน้ำผึ้งจะถูกดูดซึมทันทีเมื่อถึงลำไส้ ซึ่งต่างจากน้ำตาลชนิดอื่น

    ช่วยรักษาโรคกระเพาะ

    ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสียอย่างรุนแรง

    ช่วยแก้อาการท้องเดิน และช่วยบำรุงลำไส้ที่อักเสบให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

    ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแคนดิดา (Candida) ได้ดีพอๆกับยาฆ่าเชื้อแผนปัจจุบัน

    ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ

    ช่วยแก้อาการตะคริว หรือป้องกันการเป็นตะคริว

    ช่วยแก้อาการท้องผูก

    ช่วยลดการอักเสบของบาดแผล

    ช่วยป้องกันการติดเชื้อของบาดแผลและช่วยให้แผลหายเร็ว

    ช่วยรักษาโรคฮ่องกงฟุต และกลาก เกลื้อน

    ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและต่อต้านจุลินทรีย์

     

      

    รีวิวร้านค้า
    ร้านค้า : อาหารเสริมร้านช็อปปิ้งเวบออนไลน์ดอทเนต ขายส่งอาหารเสริมทุกยี่ห้อ ลดพิเศษ 50-75%
    คะแนนรวม : 8.58

    หน้าร้าน : http://www.shoppingwebonline.net

    หมวดหมู่ของร้าน : อาหารและสุขภาพ

    เกี่ยวกับร้าน : สวัสดีครับ , สวัสดีค่ะ ร้านช็อปปิ้งเวบออนไลน์ดอทเนต085-6495565 คุณช้อปเปอร์  ,  คุณช้อปปิ้ง  094-5636936 ขายส่งอาหารเสริมทุกยี่ห้อ ลดราคาพิเศษ 50-75% นโยบายของร้านขายเฉพาะของแท้เท่านั อ่านต่อ >>

    คะแนนเฉลี่ย :
    (151 reviews)
    ข้อมูล 6 เดือนล่าสุด
    คะแนนเฉลี่ยตามหัวข้อ :
    Q1 :
    ราคาและคุณภาพสินค้า
    (8.33/10)
    Q3 :
    การให้บริการ
    (8.83/10)
    Q2 :
    ข้อมูลสินค้า
    (8.38/10)
    Q4 :
    หีบห่อและการจัดส่ง
    (8.75/10)
    ข้อความรีวิว (1 review) | อ่านรีวิวทั้งหมด
    ข้อความ
    ผู้เขียน
    วันที่
    • icon review message
      สินค้ามีคุณภาพ ตรงตามที่สั่งซื้อ
      sirin789@xxxx.xxx
      27-06-2016 21:04
      9.50/10

      สินค้าทั้งหมดใน Order ID :

      ลำดับ
      No.
      รายการสินค้า
      Product List
      ราคาต่อชิ้น (บาท)
      Unit Price (THB)
      1