TARAD Point
Thailand Web Stat
หมวดหมู่ทั้งหมด
เหล็กไหล ไพรดำ ปรอทสำเร็จ #6361999
  • ชื่อสินค้า : เหล็กไหล ไพรดำ ปรอทสำเร็จ
  • สินค้าในสต๊อก : สินค้าหมด
  • ระยะเวลาการขาย : จนกว่าของจะหมด
  • ค่าขนส่งขั้นต่ำ : คิดค่าจัดส่งตามการสั่งซื้อต่อครั้ง 60.00 บาท  
  • ราคา : 0 บาท
  • จำนวนสินค้า : (ระบุจำนวนสินค้าที่สั่งซื้อ)
  • บันทึกลงรายการโปรด
  • แนะนำ! กรุณาชำระเงินผ่านระบบตลาด รับแต้มแทนเงินสด มั่นใจได้ของชัวร์ 100%
  •  
  • = 0 บาท (แต้ม)

Point คืออะไร ?

 
ยังไม่มีการรีวิว
  • แบ่งปัน :Tell To Friend
รายละเอียด เหล็กไหล ไพรดำ ปรอทสำเร็จ
แก้ไขล่าสุด : 13-03-2558 15:42:18
1. เหล็กไหล 
เหล็กไหลทุกวันนี้มีทั้งของจริงและของปลอม โดยเหล็กไหลนี้มีหลายชนิด การเจอเหล็กไหลมี 2 วิธีใหญ่ๆ ที่กล่าวออกมาได้ เริ่มแรกกิเลสของมนุษย์นั้นมีมากมาย และมีความอยากที่ไม่สิ้นสุด การแขวนของทนสิทธิ์ กายสิทธิ์ที่มีมหาเทพคุ้มครอง มหาเทพสถิตอยู่ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะตอบสนองกิเลสนี้ ซึ่งหนึ่งในของวิเศษนี้ ก็มีเหล็กไหลด้วย
คนโบราณมักพูดถึง เหล็กไหล ไพรดำ ปรอทสำเร็จ ซึ่งก็คือของในโลกธาตุมีอยู่ 3 อย่างที่คนโบราณพูดถึงกันมาก คือแบ่งเป็น 1.เหล็กไหล 2.ไพรดำ 3.ปรอทสำเร็จ ซึ่งในโลกธาตุนี้มีของ 3 สิ่งที่เป็นของสุดยอด ถ้าใครได้ครอบครองของ 3 สิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งคด 
มีหลายคนสงสัยว่าเหล็กไหล นี้ดูดแม่เหล็กไหลรึไม่ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าเหล็กไหลนี้จะมีทั้งดูดและไม่ดูด 
แบบที่ไม่ดูดคือจะมีแร่ธาตุ มวลพืชเยอะ
 แบบที่ดูดได้คือเหล็กไหลที่มีธาตุเหล็กในตัวเยอะ แต่ว่าจะแบ่งเป็น 3 แบบ 1.ดูดกันเอง 2.ไม่ดูดกันเอง 3.ดูดแต่แม่เหล็ก 
เหล็กไหลที่เราเห็นตามแผงพระทั่วไปนั้น ที่เราเห็นเค้าเอามาดูดติดๆกัน ส่วนใหญ่จะเป็นแร่เฮมาไทต์ (Hematite) เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีผลเหมือนแม่เหล็ก คือดูดอะไรก็ติด 
วิธีการสำรวจเหล็กไหล 
เริ่มแรกก่อนที่จะไปตัดเหล็กไหล เค้าจะไปสืบดูว่าสถานที่ โดยดูจากปัจจัยดังนี้ 1. ถ้ำนั้นจะเย็นมาก เย็นเหมือนเปิดแอร์เลยก็ว่าได้ 2.ถ้ำนั้นจะต้องสะอาด ไม่มีมูลสัตว์ ไม่มีสิ่งสกปรก 3.ในนั้นต้องมีแอ่งน้ำ 4. ถ้ำกะลาครอบห้าถ้ำที่มีคุณสมบัติ 4สิ่งนี้จะเป็นถ้ำที่มีเปอร์เซ็น ที่จะมีเหล็กไหลสูงมาก เมื่อเจอสถานที่แบบนี้แล้ว ครูบาอาจารย์ที่จะไปตัด จะต้องไปทำพิธีการคุยกับเจ้าถ้ำ เจ้าป่า เจ้าเขาที่ดูแลเหล็กไหลอยู่ ฉะนั้น เทพหรือมหาเทพที่ดูแลเหล็กไหลได้แก่ คนธรรพ์, ครุฑ, พญานาค และยักษ์ ซึ่งแต่ละถ้ำแต่ละที่ จะมีแต่ละพระองค์รักษาอยู่ เมื่อท่านตกลง จึงจะสามารถนัดวัดทำพิธี ซึ่งคนที่จะมาทำพิธีได้นั้นจะต้องเป็นคนที่ฝึกจิต เข้าฌานขั้นสูงได้ มีพลังสูงพอที่จะตกลงกับเทพผู้ปกปักรักษา
 ขั้นตอนในการทำพิธี
เมื่อเตรียมงาน เตรียมเครื่องเซ่นเรียบร้อยแล้ว เริ่มแรกต้องตั้งปรัมพิธีก่อน ครูบาอาจารย์ก็จะสวดมนต์ทำวัด จากนั้นก็จะอัญเชิญเจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าถ้ำมารับเครื่องสังเวย ในพิธีนั้นก็จะมีบาตรน้ำผึ้งอันใหญ่ๆ โดยมีเทียนชัยปักอยู่ และครูบาอาจารย์ก็จะถือเทียนชัยอีกเล่มไว้รน ก็นั่งภาวนาเรียก จนเหล็กไหลมันย้อยออกมาเหมือนแตงเม มีแสงประกาวแวววาว ครูบาอาจารย์ก็จะปล่อยให้เสพน้ำผึ้งจนอิ่มก่อน จากนั้นจะใช้เทียนรนไปเรื่อยๆเพื่อให้มันมาที่แสงไฟ สังเกตหากเหล็กไหลเสพน้ำผึ้งจนอิ่มแล้วมันจะหดขึ้นกลับขึ้นไป จากนั้นครูบาอาจารย์จะใช้คาถาสะกดแล้วตัดเหล็กไหลออกมา การตัดจะตัดด้วยมีดหมอ เส้นสาวพรหมจารรี ขวานฟ้า และอื่นๆ เมื่อตัดมาได้แล้วมันจะเป็นรูปทรงธรรมชาติ ซึ่งนี่เป็นวิธีตัดด้วยอาคม แต่การตัดด้วยอาคมจะมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือในกรณีถ้าครูบาอาจารย์ที่เก่งกล้าในวิชา แต่เจ้าป่า เจ้าถ้ำเค้ากลับไม่ยอม ครูบาอาจารย์จะใช้พระเวทข่มมันออกมาได้ แต่ทว่าเหล็กไหลที่ได้มาจะมีโทษต่อร่างกาย คือมีกัมมันตภาพรังสีติดตัวอยู่ ถ้านำมาบูชา พกพา จะทำให้เป็นโรคต่างๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด โลหิตจาง โรคเกี่ยวกับกระดูก โรคเกี่ยวกับลำไส้ ซึ่งคนโบราณเค้าไม่นิยมนำมาพกกัน 
การเชิญเหล็กไหลด้วยบารมี
การเชิญเหล็กไหลอีกวิธีหนึ่ง การเชิญด้วยบารมี โดยใช้บารมีของผู้ที่ไปเชิญจะมีขั้นตอนพิธีเหมือนกัน แต่จะต่างตรงที่ว่า ไม่ได้ใช้ไฟลน ไม่ได้เอามีดอาคมตัด แต่จะนั่งภาวนาจนเหล็กไหลตกลงมาที่บาตรน้ำผึ้งและเรียก ใช้สายสิญจน์ผูกเป็นตัวเชื่อม โดยจะผูกที่บาตรและที่ๆเหล็กไหลสถิตอยู่ อันนี้เรียกว่าเหล็กไหลเชิญด้วยบารมี เหล็กไหลที่ได้มาโดยวิธีนี้ เหมาะแก่การบูชา พกพา โดยไม่มีโทษอันใด เพราะเขาเต็มใจให้ ไม่มีโทษ และเหล็กไหลบารมีจะมีเทพคุ้มครองเป็นเทพชั้นสูง แต่เหล็กไหลที่ตัดด้วยอาคมจะเป็นพวกยักษ์ที่คุ้มครอง ซึ่งเหล็กไหลพวกนี้จะเกเรหนีได้หายได้ ในทางกลับกันเหล็กไหลที่เชิญด้วยบารมีไม่หาย ไม่หนี จะเสริมโชคลาภ หนุนดวง ทางโบราณเค้าเชื่อว่าเหล็กไหลคือแก้วสารพัดนึกชนิดหนึ่ง โดยที่เหล็กไหลจะมีประเภทที่เป็นเหล็กและประเภทที่เป็นแก้ว ซึ่งแก้วนี้จะเป็นขั้นสูงสุด ส่วนมากจะหล่นมาจากฟ้า โดยที่บางครั้งครูบาอาจารย์จะตั้งพิธีบนเขา และเรียกลงมาเลยทีเดียว โดยจะหล่นมาเป็นเหมือนลูกตุ้มเลยก็ว่าได้ ส่วนมากตระกูลนี้จะเป็นแก้วหมดเป็นเหล็กไหลชั้นสูง ทีนี้การเชิญเหล็กไหลใหญ่ๆมีอยู่ 2 กรณี 
ในวงการเหล็กไหล เค้าได้ทำหนังสือเขียนออกมาขายเยอะ ใครมีความรู้อย่างไรก็จะขายไป แต่โดยรวมแล้ว เอามารวมกันจะเป็นหนึ่งเดียว ทว่าครูบาอาจารย์ที่ตัดเหล็กไหลได้จริงๆ ไม่มีใครคุย โอ้อวดว่าเค้าตัดเหล็กไหลได้ ท่านมักจะทำเป็นเงียบๆ มีครูบาอาจารย์อยู่ท่านหนึ่ง ที่เราเคยศึกษากัน ได้แก่หลวงพ่อสร้อย วัดเลียบ ท่านจะทำเหล็กไหลเหมือนของหลวงปู่สรวงเลย ซึ่งเหล็กไหลของหลวงพ่อสร้อย หลวงปู่สรวง จะเป็นเหล็กไหลบารมีอัญเชิญ โดยใช้บารมีที่สูงจริงๆ อย่างหลวงปู่สรวงท่านสามารถใช้มือคว้ากลางอากาศได้เลยทีเดียว ทั้งหลวงปู่สรวงและหลวงพ่อสร้อยท่านก็ฝังเหล็กไหล โดยการฝังนั้นจะมีขั้นตอนคือ ท่านจะเพ่งเหล็กไหลที่ฝ่ามือจนเป็นน้ำ และจะนำมาใส่ที่แขนอีกข้างซึ่งจะราดน้ำผึ้งเอาไว้ที่แขน ท่านจะตบและลูบเข้าไปเลย
ระหว่างการเอามาแขวน พกพา หรือฝังเข้าตัว อันไหนจะดีกว่า สำหรับคนธรรมดาการนำมาพกพาจะดีกว่า เพราะคนที่จะสามารถฝังเหล็กไหลเข้าตัวได้นั้น ต้องอยู่ในศีลในธรรม ถ้าหากยังเข้าซ่อง เที่ยวผับ เที่ยวบาร์อยู่ไม่เหมาะสม
การแยกเหล็กไหลของจริงของปลอมนั้น ถ้าคนที่เคยเห็นชองจริงนั้นจะเห็นปุ๊บรู้เลยทีเดียว และเหล็กไหลนั้นจะไม่มีทางขึ้นสนิมเหมือนเหล็กทั่วไปเด็ดขาด การอธิบายเหล็กไหลของจริงนั้นยาก แต่สามารถอธิบายได้โดยสังเขปดังนี้ เช่นการใช้จิตสมาธิเช็คเทพที่รักษาอยู่ในเหล็กไหล อันนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก แต่อะไรก็ตามที่มีของปลอมแสดงว่ามันต้องมีของแท้ก๊อปปี้ออกมา และมนุษย์เรานี้เก่งมาก หากคนที่ไม่ได้ศึกษา ข้อมูลให้เพียงพอ ก็ง่ายแก่การโดยหลอก 
สำหรับคนที่บูชาเหล็กไหลนั้น เค้ารู้สึกได้ว่าชีวิตเค้าดีขึ้นจริงๆ 100% และเหมาะกับมนุษย์ที่มีกิเลส ความทะยานอยาก อย่างมาก เพราะคนเรามักจะอยากร่ำอยากรวย อยากเจริญก้าวหน้า อยากครอบครอง ดังนั้นการแขวนของทนสิทธิ์ กายสิทธิ์ ที่มีเทพคุ้มครองจะส่งผลที่ดี ตรงกับจริตความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เพราะของพวกนี้จะช่วยคนโดยไม่เลือกว่าคนนั้นดีหรือเลวแต่ว่ามีข้อแม้ในการบูชาอยู่อย่างหนึ่ง นั้นก็คือสัจจะ คำไหนคำนั้น ขอไม่จำเป็นต้องบน คือให้ใจท่าน ท่านก็ให้ใจเรา ทุกสิ่งจะสำเร็จ ร่ำรวย มหาโชค มหาลาภ 
สำหรับคนที่เชื่อว่าเหล็กไหล เป็นเรื่องของเหนียว คงกระพันเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่จริงเสมอไป เช่น เหล็กไหลของหลวงปู่สรวง จะเด่น โชคลาภ โภคทรัพย์ แต่เรื่องเหนียวเองก็มีเช่นกัน เนื่องจากเหล็กไหลจะมีเรื่องเหนียวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สำหรับในยุคปัจจุบัน การแขวนเพื่อช่วยในเรื่องเหนียว ดูจะไม่ค่อยจำเป็นนัก เพราะเราไม่ได้ไปสู้รบ ต่อสู้กับใคร เป็นยุคที่คนทำมาหากิน ค้าขาย ทำธุรกิจ จึงเหมาะกับการพกของที่เรียกเงินเรียกทองมากกว่า 
เหล็กไหล ในยุคปัจจุบันนั้น ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี เพราะ ของจริงนั้นหาได้ยาก ของปลอมก็มากมาย เหล็กไหลที่คนส่วนใหญ่บูชากันนั้น จะเป็นเหล็กไหล น้ำรอง 100% คือเป็นเหล็กไหลที่ตายซากแล้ว แข็งตัวเองโดยธรรมชาติแล้ว จึงได้นำรังนั้นมาเผาไฟแก๊สจนเป็นก้อน และนำมาเจียให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องการ 
เหล็กไหลงอก จะเป็นรังเหล็กไหลต่างๆ เมื่อบูชาแช่น้ำผึ้งก็จะสามารถงอกออกมาได้เรื่อยๆ คือสามรถเติบโตได้เอง บางคนซื้อขายกันเกือบแสน โดยที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จะนำมาบูชาที่บ้าน เรื่องโชคลาภ เงินทอง ก็ได้ผลดีเหมือนกัน แต่ทว่าพลังจะไม่รุนแรงเท่ากับเหล็กไหลที่เชิญจากป่า จากถ้ำ
เหล็กไหลที่ฝัง กันโดยทั่วไป เหล็กไหลที่เชิญด้วยบารมีซึ่งเป็นเหล็กไหลชั้นสูงนั้น ไม่มีใครนำมาทำพิธีฝังให้กับคนทั่วไปได้ 
การฝังเหล็กไหลจะดี สำหรับคนที่อยู่ในศีล ในธรรมปฏิบัติ ไหว้พระ สวดมนต์ เจริญรุ่งเรืองแน่นอน  
แต่ถ้าสำหรับคนที่ยังศีลไม่ครบในบางข้อ แนะนำว่าอย่าฝังเพราะมันจะให้โทษ และฝังไปแล้วก็นำออกมาวางไม่ได้
หากคนที่ได้รับฟังการฝังเหล็กไหล ควรพิจารณาให้ดี ควรมองสองแง่มุม เพราะของพวกนี้ยิ่งทำดีประพฤติดี ก็จะยิ่งดี แต่ถ้าหากประพฤติไม่ดีแล้วไปฝัง ก็จะให้โทษที่รุนแรงเช่นกัน อะไรให้คุณวิเศษมากๆ มองอีกด้านหนึ่งก็สามารถให้โทษที่รุนแรงได้พอๆกัน ฉะนั้นการฝังเหล็กไหลเข้าไปในตัวจึงไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก พกพาบูชาจะดีกว่า 
 
นอกจากนี้ในโลกธาตุ ยังมีเหล็กไหลอีก 2 ชนิด ที่คนที่เข้าถึง เข้าไปแล้วไม่ได้ครอบครอง คือเหล็กไหลที่เป็นผง และเหล็กไหลที่เป็นวุ้น ซึ่งต้องแช่ในน้ำมันหอม ซึ่งทั้งสองชนิดนี้อาจารย์ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อว่ามี เพราะไม่มีใครเคยเห็น หรือจับต้องได้ แต่ทว่า ทั้งหลวงพ่อสร้อยและหลวงปู่สรวง ท่านเป็นพระอริยะ ท่านเองก็ครอบครอง โดยหลวงพ่อสร้อยร่างกายของท่านหลังจากมรณภาพไปก็ไม่เน่าเปื่อยเลย สมัยก่อน หลวงพ่อสร้อยและหลวงปู่สรวง ท่านก็มีเหล็กไหลประเภทนี้อยู่ และทำการฝังให้กับศิษย์บางคน  ฉะนั้น เหล็กไหลผง กับเหล็กไหลวุ้นจึงสุดยอดที่สุด เพราะหายากมาก
 
-2ไพรดำ เป็นว่านชนิดหนึ่ง ขึ้นตามป่า ตามเขา บริเวณรอบนอก ในรัศมีที่ไพรดำบริเวณนั้นจะไม่มีต้นไม้อยู่ ไม่มีสัตว์ตัวไหนเข้าไปได้ และพื้นที่บริเวณนั้นจำดำปิ๊ดเลย โดยจะขึ้นมาเป็นต้นตรงๆ และมีปลายยาวๆ จะมีใบประมาณ 5 ใบ ถึง 7 ใบ เมื่อถึงเวลาจะยืนต้นตาย คนที่มีวิชาอาคมเท่านั้นถึงจะสามารถไปเอามาได้ เค้าจะมีวันปลูก และวันกู้
เค้าจะมีวิธีทดลองว่าเป็นไพรดำแท้หรือไม่แท้ เท่าที่ศึกษามานั้น 1. ซื้อหม้อดินมา 1 ใบ 2.เตา 1 เตา 3. เอาข้าวสารใส่ถ้วยหนึ่ง 4. เอาน้ำใส่ เมื่อเอาตั้งไฟแล้ว ก็จะทำพิธีเชิญครู และนำเอาหัวไพรดำไปฉีดที่หัวหม้อดิน และพิธีหุง ถ้าหากเป็นไพรดำจริง ข้าวในหม้อจะดำหมดเลย ครูบาอาจารย์สมัยโบราณที่นำเอาไพรดำมาทำพระเครื่อง แจกให้ลูกศิษย์ เกิดอภินิหารมากมาย จนทุกวันนี้หาบูชาได้ยากยิ่ง ก็คือหลวงพ่อหลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต ท่านมีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่ง อยู่แถบชัยภูมิ ท่านมีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่ง อยู่ชัยภูมิ ได้สืบทอดวิชาปลุกว่านไพรดำมาจากหลวงพ่อผาง ซึ่งหัวหนึ่งนี้ราคาเป็นแสนถึงล้านเลยทีเดียว ของสองอย่างจะต้องอยู่คู่กันคือเหล็กไหลกับไพรดำ คือต้องอยู่ด้วยกัน จะเกื้อกูลกัน เปรียบเสมือนมือซ้าย มือขวา คู่กัน
 
-3.ปรอทสำเร็จ 
ในสายวิชาเล่นแร่แปรธาตุ โดยปรอทเหลวนี้เมื่อซัดปรอท เล่นแร่แปรธาตุไปเรื่อยๆจะกลายเป็นทองคำ
ปรอทเพชร คือ ปรอทที่เป็นน้ำเอามาหุง เอามาซัดจนมันเหนียวลำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ และเอาไปหุงไฟ ซัดว่าน ว่านยาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายเป็นปรอทวาวสีเงินๆ กลมๆ ซึ่งถือว่าเป็นเพียงขั้นแรก ขั้นของทนสิทธิ์ 
ปรอทพวกนี้ ทำโดยเริ่มจากปรอทน้ำ ธรรมดา คนที่มีวิชาอาคมจะสามารถทำขึ้นมาได้ โดยต้องรูปสูตรว่านยาในการซัด เริ่มแรก ต้องมีว่านยาชนิดหนึ่ง นำมากวนกับปรอทในกระทะ ปรอทจะงวด ตัวจะเหนียว เมื่อนำมาปั้น เป็นก้อน ทีละลูก อย่างนี้เค้าเรียกว่าปรอทกระจก จากปรอทกระจกก็จะกลายเป็นแปรอทเพชร โดยจะต้องใส่หม้อหุงและคุ้มอุณหภูมิไม่ให้ไฟดับ และใช้ความร้อนหุงไปเรื่อยและซัดว่านยาบางอย่างลงไปด้วยระยะหนึ่ง จนปรอทกระจกกลายเป็นปรอทเพชร  ซึ่งแค่การทำปรอทเพชรนี้ก็เหนื่อยจนหืดขึ้นคอเลยทีเดียว 
ปรอทชนิดนี้จะมี ความเงา มีความใส ไม่กินเงิน ไม่กินทอง เป็นปรอทที่อิ่มตัว แต่ปรอทกระจกยังกินทองอยู่ หากลูบไปจะมีรอยดำติดมือ แต่ปรอทเพชรเมื่อลูบไปแล้วมันจะไม่ดำติดมือ ปรอทเพชรจึงเป็นปรอทที่ตายแล้ว ไม่กินทองคำแล้ว ก้อนหนึ่งราคา 2 – 3 แสน เลยทีเดียว แต่นี่ยังไม่ถึงว่าเป็นกายสิทธิ์ แค่ระดับทนสิทธิ์ จากปรอทเพชรเมื่อหุงต่อเนื่องไปอีก จะกลายเป็นปรอทเมฆพัดสีดำ ตรงนี้จะแยกออกเป็นสองสาย แก้วกับทอง เป็นแก้วคือเป็นปรอทสำเร็จ ปรอทจักรพรรดิ และปรอทที่กลายเป็นทองคำ คนโบราณหาวิธีหุงธาตุอื่นให้เป็นทองคำเพื่อเอามาขาย คนเล่นปรอทมีอยู่สองอย่าง 1.ต้องการความเป็นอมตะ 2.ต้องการความร่ำรวย แต่ทว่าทำยากมาก คนที่จะหุงปรอทได้มีอยู่ 2 ประเภท 1.ไม่มีวิชาอาคม ไม่มีพลังจิต แต่รู้สูตร แต่หุงเต็มที่ก็ได้ปรอทเพชร 2.คนที่สำเร็จอภิญญา มีพลังสมาธิ มีคาถาอาคมจะสามารถหุงปรอทชั้นสูงได้ เป็นขั้นต่อไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับความเก่งกล้าของแต่ละท่าน 
ที่มาเกร็ดวิชาพวกนี้ ไม่แน่ชัดอนุมานว่าอาจจะมาจากต่างประเทศ ที่มีการเล่นแร่แปรธาตุ สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ เกจิอันเลืองชื่อ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ เองก็เคยทำปรอท ซึ่งท่านได้ทำปรอทจนกลายเป็นทองคำและทิ้งลงน้ำไป ไม่ได้ให้ใคร เนื่องจากลูกศิษย์ท่านโลภ 
 
ปรอททองคำ เมื่อหุงปรอทจนถึงขั้นปรอทดำแล้ว ก็ใส่ว่านยาซัดปรอทต่อเนื่อง โดยที่ดับไฟไม่ได้เลย จนเป็นปรอททองคำ อันนี้ถือเป็นกายสิทธิ์ พกเอาไว้จะมีผลทางโชคลาภ แก้วสารพัดนึก เรียกโชค เรียกลาภ กันคุณไสย กันมนต์ดำ แคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี ครอบจักรวาล ตามใจปรารถนา และพวกนี้หนีได้ถ้าทำตัวทุศีล
 
ปรอทแก้ว ก็เกิดจากการซัดปรอทดำ หุงขึ้นมา จนสำเร็จเป็นปรอทแก้ว เรียกว่าแก้วจักรพรรดิ หลวงพ่อท่านแรกที่มีและได้ครอบครองเลยก็คือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านได้ถวายผู้มากด้วยบารมีไปเม็ดนึง ซึ่งที่หลวงพ่อท่านมี จะมีอยู่ 3 ชิ้น
1.ลูกใหญ่สุดถวายผู้มากยารมี 2.อีกลูกหนึ่งเป็นลูกแก้วประจำวัดท่าซุง 3.อีกแก้วหนึ่งจะเป็นแก้วราหู จะมีรูอยู่ตรงกลาง ปัจจุบันก็อยู่วัดท่าซุง ซึ่งเดิมทีก็เป็นของครูบาเจ้าชุ่ม โพธิโก วัดวังมุย เป็นพระทางแถบเหนือ อยู่จังหวัด ลำพูน ก่อนท่านเสีย ท่านได้มามอบให้หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เนื่องจากอดีตชาติเคยเป็นพี่เป็นน้องกันมา และเห็นว่าหลวงพ่อฤาษีลิงดำจะต้องสร้างวัด จะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า 
 
"ตามตำรา สุดยอดของปรอทแก้ว ทำเป็นพระขรรค์แก้วจะมีฤทธิ์ดุจ องค์อัมรินทราธิราชเจ้า โดยมีขนาดเล็ก อันนี้ถือว่าเป็นสูงสุดในปรอทสำเร็จ กายสิทธิ์ "
 
ส่วนปรอทแก้วจักรพรรดิ จะแบ่งออกเป็น 2 เพศ คือ ผู้ กับเมีย ถ้าเป็นปรอทตัวผู้จะไม่มีรูอยู่ตรงกลาง เรียกว่า ปรอทแก้วจักรพรรดิ ถ้าเป็นตัวเมียจะมีรูตรงกลางร้อยเชือกได้ เค้าจะเรียกว่าปรอทแก้วราหู มีฤทธิ์ดุจเดียวกันแต่เป็นเพศผู้กับเพศเมีย เชื่อกันว่าคนที่หุงได้ก็จะเหาะเหินเดินอากาศได้ ดังเช่นหลวงพ่อโอภาสี เมื่อครั้นท่านบำเพ็ญอยู่ที่วัดบวร ท่านได้ยืนอยู่บนยอดวัดบวร และท่านได้ตะโกนว่า “โอภาสีจะเหาะแล้ว” ท่านก็ได้กระโดดลงมา ลอยลงพื้นอย่างนิ่มนวล ซึ่งเป็นที่เล่าขานในสมัยนั้น เนื่องจากในปากท่านอมปรอทแก้วอยู่เม็ดหนึ่ง ซึ่งท่านก็สำเร็จวิชาปรอท
 หลวงตาอิน เทวดา ท่านเป็นพระที่สำเร็จวิชาเล่นแร่แปรธาตุ และอภิญญาชั้นสูง จนได้รับฉายาว่าตาอินเทวดา ซึ่งแกมีฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์มากมาย ท่านสามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็ว น่าทึ่ง โดยท่านจะอมปรอทแก้วไว้ในปากและร่ายคาถาตลอดเวลา 
ทนสิทธิ์ คือมีฤทธิ์ในตัวเอง ไม่มีเทพสถิต แต่กายสิทธิ์ จะมีฤทธิ์มีเดช มีเทพสถิตด้วย
ปรอทเพชร ตามพูดตามสายวิชาครูบาอาจารย์ ผู้สำเร็จวิชาทำปรอทชั้นสูง ถือว่าปรอทเพชรยังอยู่ในชั้นล่าง แค่เริ่มต้น ยังไม่ที่สุดของท่าน นอกจากนี้ยังมีปรอทอีกชนิดหนึ่งที่คนนิยม ซึ่งต้องเอาทองเลี้ยงทุกวันพระ ถือว่าเป็นปรอทชั้นต่ำ เนื่องจากยังไม่อิ่มทอง ยังไม่อิ่มธาตุ ครูบาอาจารย์ท่านว่า จะไม่ดีเพราะกินธาตุในตัวของผู้พกพาด้วย 
ปรอทนี้การหุง การทำจะยาก เนื่องจากต้องนั่งเฝ้าไฟที่หุงปรอทนั้นไม่ให้ดับ ถ้าหากดับ ปรอทที่หุงอยู่จะระเบิดหรือสลายเสียทันที ถือว่าต้องทุ่มแรงกาย เวลา จิตใจ ความมุ่งมั่นสูงมากกว่าจะทำได้สำเร็จ 
พลังอำนาจของปรอทนั้นจะพลิกชีวิต วาสนา ชีวิตนั้นจะเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิงเลย
การจะเล่นปรอทนั้นควรหาความรู้ ใช้สติพิจารณาให้ดี
รีวิวร้านค้า
ร้านค้า : ศูนย์พระเครื่องอิทธิคุณ (itthikhun Amulets shop)
ยังไม่มีคะแนนรีวิว

หน้าร้าน : http://www.itthikhun.com

หมวดหมู่ของร้าน : ของสะสมและของเก่า

เกี่ยวกับร้าน : ศูนย์พระเครื่องอิทธิคุณ (itthikhun)  อ่านต่อ >>

  นโยบายของเว็บไซต์
นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• บัตรเครดิต / บัตรเดบิต  
• ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต  
• เพย์สบาย 
• เพย์พาว 
• เอ็มเปย์ 
• โอนเงินผ่านธนาคาร     
• เคาน์เตอร์เซอร์วิส 
• โอนผ่านธนาคารแบบระบุเลขบัญชี     
• เอ็มเปย์ สเตชั่น 
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ศูนย์พระเครื่องอิทธิคุณ (itthikhun Amulets shop)
สหกรณ์กรุงเทพ เอกมัย(BTS เอกมัย) 1239 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัตนา กทม.
ศูนย์พระเครื่องอิทธิคุณ (itthikhun)  ศูนย์รวมของเสน่ห์ พระเครื่องและเครื่องรางทุกชนิด ที่อยู่ :สหกรณ์กร... อ่านทั้งหมด
เวลาให้บริการ (Business Hour)
เปิดให้บริการ เวลา 11.30 - 19.00 น. (จันทร์-เสาร์) โทร.082-4999333, 087-0044277, 02-3919752 e-mail:itthikhun@gmail.com Line id: itthikhun Wechat : Note007
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
สายตรงพระอาจารย์โอ พุทโธรักษา การชำระเงิน ไทยพาณิชย์ 096-2-38046-5 อธิย์รัช เฉลิมตระการวงศ์ กสิกรไทย 052-2-82661-8 อธิย์รัช เฉลิมตระการวงศ์ กรุงเทพ 005-7-04497-6 อธิย์รัช เฉลิมตระการวงศ์   กรุงไทย 970-0-06183-3 ณิชพัณณ์ เฉลิมตระการวงศ์