หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile   PDA  
ค้นหา:
Shop Owner is Offline สมัครสมาชิก   บทความ   รถเข็น
สถิติของร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ 02/04/2550
ปรับปรุงร้านเมื่อ 07/07/2550
ผู้ชมร้านทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 0
หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ไม่มีหมวดหมู่สินค้า
จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ


20 แผ่น แถม 2 แผ่น เฉลี่ยแผ่นละ31.81 บาท ถูกจริง ๆๆ ฮั่นจื้อกง  11  แผ่น  380 บาท  หนังญี่ปุ่น มาให่อีกแล้ว NEW

ข่าวสารของร้านค้า

 

Toonson  ซีรี่เกาหลี  ละครไทย การ์ตูน หนังจีนชุด ซีรี่สากล(ฝรั่ง)ราคาถูก พร้อมโปรโมชั่น

20 แผ่น แถม 2 แผ่น เฉลี่ยแผ่นละ31.81 บาท ถูกจริง ๆๆ

ซื้อไม่ถึง 20 แผ่น   DVD แผ่นละ 35 บาท และ VCD แผ่นละ13 บาท

 

ฮั่นจื้อกง  11  แผ่น  380 บาท  หนังญี่ปุ่น มาให่อีกแล้ว NEW   ไปดูได้ที่  http://www.siambig.com/shop/index.php?shop=toonson_entertainment 

 

จูม่ง มหาบุรษกู้บัลลลังค์ King of Jumong (พากษ์ไทย) .............6  แผ่น++    Sweet Spy  5 แผ่น จบ (พากษ์ไทย )……….175 บาท

**Wonderfullife ป่วนรัก…เจ้าตัวยุ่ง 4 แผ่น(เพากษ์ไทย )    18 VS 29 จำแบบไหน ใจก็รักเธอ   4 แผ่น(เพากษ์ไทย )    

 มังกรหยก ภาค 2 ช่อง 3  จบแล้วครับ  9  แผ่น ………. 310  บาทเท่านั้น  

The Snow Queen..........3 แผ่นจบ / QUEEN OF THE GAME...... 4 แผ่นจบ / Just One Love ....2 แผ่นจบ / Snow Flower ..........3 แผ่นจบSweet Spy  5 แผ่น ++ (พากษ์ไทย )……….175 บาท @@ V2D  มีละครไทยมาอีกแล้วจ้า …………….. Hana Kim 12 แผ่นจบครับ       

มาแล้วครับ ไอ้เขี้ยวเงิน ภาค 2….2 แผ่นจบครับ  King of Jumong.............3 แผ่น++  

Hana yoridango2..............2(F4ฉบับญี่ปุ่น)  Smile pasta.............3 แผ่นจบ   90day'falling inlove/Goong's ….2 แผ่น   ซอดองโย(ชุด1-2-3 …..9 แผ่น )  What upfox  / Lovecontract / Korea SecretAgent / เจาะสนามซิ่ฝเดิมพันรัก / หยุดไม่ได้ถ้าหัวใจอยากรัก / มิอาจห้ามใจรัก / สัญญารักฉบับ เลิฟเลิฟ /  ละครไทย ตากสินมหาราช

DEATH NOTE สมุดโน๊ตกระชากวิญญาณภาค1+2  ภาคละ1 แผ่นจบ (หนังโรง …..หนังแบบนี้ต้องดูเป็น D2 ครับถึงได้อรรถรส)

กติกาในการซื้อขาย

00. เราใช้แผ่นยี่ห้อ มีเดีย และ สมาทต์  เท่านั้น หรือยีห้อที่คุณต้องการก้อได้แต่คิดราคาแผ่นตามจริงนะครับ ไรท์ที่ความเร็ว  4X ครับ  ขายแบบไม่มีปก  ไม่มีสกีนแผ่นครับ

0.กรณีโทร 9.00 – 22.00 . และ อีเมล ตลอด 24  ชั่วโมง

1.โอนเงินก่อนส่งของ โอนเงินแล้วโทรมาแจ้งที่อยู่ หรือเมลมาก้อได้ครับ เราเช็คเมลทุกวันครับ

2.ส่งของทางไปรษณีย์อย่างเดียว ไม่มีเก็บเงินปลายทาง

3.ซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนคืนครับ (ตกลงกับผู้ขายได้ครับ)

4.กรณีเปลี่ยนของ  ถ้าของถึงมือคุณแล้วของนั้นผิด ต้องส่งคืนร้านก่อน เราถึงจะส่งของใหม่ไปให้ และแผ่นต้องไม่ชำรุดเสียหายครับ ส่วนค่าส่งคืนเราจะชดเชยให้ครับ ในรูปแบบต่าง (ตกลงกับทางร้านเได้เลยครับ)

5.กรณีเปลี่ยนของ  ถ้าของถึงมือคุณแล้วของนั้นผิด ทางคุณต้องส่งคืนให้ร้านภายใน 4 วัน หลังจากนั้นไม่รับเปลี่ยน

6.กรณีมีแผ่นเสียหลายแผ่นทางร้านขอแผ่นคืนด้วยครับ และเมลมาแจ้งด้วยมางร้านได้รับเมลจะตอบกลับครับ

7.กรณี เปิดกับเครื่องเล่นของคุณไม่ได้ แนะนำให้ไปลองเครื่องเล่นตัวอื่นก่อน หรือเช็คกับคอมพิวเตอร์ก้อได้ครับ ก่อนส่งคืน

8.กรณีแจ้งแผ่นมีปัญหา ให้เมลมาแจ้งนะครับ พร้อม ชิ่อ ที่อยู่  เบอร์โทรที่จิดต่อได้

9.แนะนำให้เข้าไปดูที่ เวปที่เวปที่ Up Date หนังใหม่ เพราะเราจะอัปเดทรายการหนังทุกสัปดาห์ หรือมีหนังใหม่เข้ามา โอนเงินวันนี้ส่งของพรุ่งนี้เลยครับ EMS เหมือนเดิม แผ่นมีปัญหาดูไม่ได้ รับเปลี่ยนให้ครับ    ขอบคุณครับ

 

Email : Toonson_y@yahoo.com 

 086-0577030

Up Date หนังใหม่

 www.MarketAtHome.com/shop/toonson_39 (ซีรี่ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หว้น)

 www.MarketAtHome.com/shop/toonson_catoon (การ์ตูน หนังยอดมนุษย์ สากลากอเมริกา)

 www.tarad.com/toonson_movie (ละครไทย )

www.tarad.com/toonson_Chiness (หนังจีนชุด )

http://www.siambig.com/shop/index.php?shop=toonson_entertainment (เวปรวมหนังทุกประเภท ไม่มีรูป

****************************************
มาแล้วใครที่ชื่นชอบ

*Jackie Chan (เฉินหลง)

*Jet Li (หลี่เหลียนเจี๋ย)

และฮากลิ้งกับ *Stephen Chow (โจวซิงฉือ)

เรามีหนังหลากหลายเรื่องมากมายของเขาเรารวมไว้แล้ว (1 แผ่นต่อหนัง 3 – 5 เรื่อง คุ้มสุด สุดครับ) แผ่นละ 35 บาทเท่านั้น  เข้าไปดูได้เลยครับ

มาแล้วครับ รายการ TV. ยอดฮิต  ขำกลิ้ง ลิงกับหมา 4 แผ่น 160 บาท NEW

***ปีใหม่นี้ทางร้านมี การ์ตูน DVD แผ่นเดียว เช่น 

** Brother Bear (vol.1) มหัสจรรย์หมีผู้ยิ่งใหญ่

** Brother Bear (vol.2) มหัสจรรย์หมีผู้ยิ่งใหญ่ ตอน อานุภาพแห่งความรัก และอีกหลายเรื่องไปดูได้ที่หมวด   การ์ตูน(หนังโรง) DVD

 ผู้ที่อยากทราบว่า การ์ตูนเรื่อไหน มีตัวแสดงแบบไหน ให้เข้าไปหาที่

www.google.com แล้วพิมพ์ชื่อหนังลงไปในช่องค้นหาแล้วกด Enter  ก็จะได้เวปไซด์ที่เกี่ยวกับหนังเรื่องนั้นๆๆครับแล้วก็เข้าไปในเวปนั้นเลยครับเพือดูรายละเอียดหนัง

Update 3/5/2007   (บางเรื่องไม่ได้ลงไว้สอบถามได้ครับ)   หนังใหม่จะใช้ตัวอักษรสีแดงครับ

*****************************************************************

ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง จ ฉ ช ซ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ

ละครไทย

 

@  กาษา นาคา (นุ่น วรนุช) ……4 แผ่น ………. 140  บาท 

 

@แก้วตาพี่ ……4 แผ่น ………. 140  บาท  (ติ๊ก เชอรี่)

แนวละคร โรแมนติก-ดราม่า


เรื่องย่อ

ชิษณุ หนุ่มหล่อทายาทคนเดียวของตระกูลนเรศวร เขามีภรรยาสาวสวยชื่อ เลอลักษมี ระหว่างขับรถไปเที่ยวด้วยกันชิษณุและเลอลักษมีเกิดทะเลาะกัน ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุชิษณุตาบอดและเลอลักษมีรับไม่ได้กับสภาพของชิษณุ จึงทิ้งและหนีไปแต่งงานใหม่กับเศรษฐี กำลาภ นาถลดา อาจารย์สาวในมหาวิทยาลัยชื่อดังดีกรีปริญญาโท แต่ชีวิตเธอต้องพังลงด้วย คฑาเทพ ชายที่เพียรจีบเธอมานานจนเธอตกลงจะแต่งงานกับเขา แต่กลับมี เปรอมาศ ภรรยาของคฑาเทพบุกมาเอาเรื่องเธอถึงมหาวิทยาลัยฟ้องร้องจนเธอถูกไล่ออก นาถลดาจึงหนีไปอยู่ที่ทะเลหวังฆ่าตัวตาย

แต่ชิษณุเข้ามาชนเธอเกือบตกน้ำ ทำให้เธอรู้ว่าเธอยังไม่อยากตาย นาถลดาขอบใจชิษณุที่ทำให้เธอรู้ใจตัวเอง และนาถลดาก็เข้าใจผิดคิดว่าชิษณุเป็นชาวประมงตาบอด ชิษณุไม่บอกความจริง แต่หลังจากทั้งคู่ได้คุยกันต่างคนต่างเห็นใจซึ่งกันและกัน จากความเห็นใจก็กลายเป็นความรัก ชิษณุจึงโกหกนาถลดาว่าตนเองเคยขอความช่วยเหลือองค์กรการกุศลเพื่อไปผ่าตัดตาที่ประเทศอังกฤษ อยากให้นาถลดาไปดูแลแต่จะไปได้ก็ต้องเป็นคนที่ใช้นามสกุลเดียวกันเท่านั้น นาถลดาตกใจแต่ไตร่ตรองและต้องการหนีจากเรื่องวุ่นวาย เธอจึงตกลงใจช่วยเหลือชิษณุด้วยการจดทะเบียนสมรสกัน

แต่การมาของนาถลดาทำให้ นวล ภรรยาของ เนติวิทย์ ทนายประจำตระกูลนเรศวรและ อมิตตดา ผู้เป็นลูกสาวที่หลงรักชิษณุมาตั้งแต่เล็กไม่พอใจมาก การเดินทางไปอังกฤษชิษณุพานาถลดาและ อมัจจ์ น้องชายอมิตตดาไปด้วย ชิษณุรักอมัจจ์เหมือนน้องแท้ๆ และตั้งใจส่งเสียอมัจจ์ให้เรียนที่อังกฤษเลย ในอังกฤษพวกเขาได้เช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ด้วยกัน โดยมี พฤกษ์ เพื่อนของชิษณุช่วยดูแล ด้านเลอลักษมีเมื่อรู้ข่าวว่าชิษณุแต่งงานใหม่ เธอตามไปราวีนาถลดาที่อังกฤษเพื่อจะแย่งชิษณุคืนเพราะกำลาภสามีกำลังจะล้มละลาย เลอลักษมีทำทุกวิถีทางเพื่อยุแหย่ให้ชิษณุและนาถลดาทะเลาะและเลิกกัน

แต่พฤกษ์ก็เป็นกันชนให้เสมอ ยิ่งมีคนช่วยเหลือนาถลดามากเท่าไร เลอลักษมียิ่งริษยามากขึ้นเท่านั้น เลอลักษมีแอบขโมยจดหมายเรื่องการผ่าตัดตาของชิษณุมาโดยที่นาถลดายังไม่เห็นจดหมาย และใส่ร้ายนาถลดาว่าไม่ยอมบอกเพราะไม่อยากให้ชิษณุหาย เพราะกลัวว่าจะเห็นว่านาถลดาหน้าตาน่าเกลียด แต่ชิษณุไม่เชื่อเลอลักษมีจึงบอกว่าอย่าเพิ่งบอกนาถลดาว่าชิษณุรู้เรื่องจดหมายแล้ว รอดูว่านาถลดาจะบอกชิษณุหรือไม่ ชิษณุรอแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนาถลดาไม่บอก จนจดหมายฉบับที่สองส่งมาชิษณุจึงได้ผ่าตัดตา หลังจากที่ชิษณุมองเห็นเขาก็พบว่านาถลดาน่ารักและสวยงามอย่างที่ทุกคนบอกตอนที่เขาตาบอดเสมอ

แต่ปมในใจก็ยังไม่คลายเรื่องจดหมายที่นาถลดาไม่ยอมบอกเขา ทำให้การอยู่ด้วยกันเป็นไปไม่ราบรื่น วันหนึ่งชิษณุพานาถลดาไปร่วมงานวันเฉลิมฯ ที่สถานฑูตไทย นาถลดาเจอกับคฑาเทพและเปรอมาศ เพราะคฑาเทพย้ายมาเป็นผู้ช่วยทูตทหารคนใหม่ คฑาเทพเบ่งใส่ชิษณุแต่ก็ถูกคนที่รู้จักกับชิษณุตอกกลับจนหน้าเสีย เปรอมาศจึงพาสามีกลับบ้านด้วยความอาย เลอลักษมีสืบจนรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคฑาเทพและนาถลดาเป็นอย่างไร จึงเกิดความคิดที่จะใช้วิธีนี้หลอกชิษณุให้เลิกกับนาถลดา เริ่มจากการทำดีกับอมิตตดาเพื่อหลอกใช้ และมีข้อแลกเปลี่ยนโดยหลอกว่าจะช่วยให้สมหวังกับชิษณุ

อมิตตดาหัวอ่อนเชื่อทันที คฑาเทพมีโอกาสเจอกับนาถลดาและชวนเธอไปดื่มน้ำ คฑาเทพชวนนาถลดาไปหาความสุขด้วยกันแต่นาถลดาก็ด่าเขากลับจนเจ็บแสบ คฑาเทพโกรธจึงยอมร่วมมือกับเลอลักษมีเพื่อทำลายนาถลดา แต่การที่ต้องหลอกนาถลดาเป็นเรื่องยาก จึงใช้อมิตตดาเป็นตัวแทนเนื่องด้วยทั้งสองมีบุคคลิกคล้ายกัน ทั้งหมดเริ่มแผนการด้วยการให้อมิตตดาทำทีแกล้งขอเสื้อผ้าจากนาถลดาเพราะเห็นว่าเธอจะกลับเมืองไทยแล้ว นาถลดาใจอ่อนพาไปเลือกเสื้อผ้า และเผลอบอกอมิตตดาอีกว่าชุดไหนชิษณุเป็นคนซื้อให้ อมิตตดาเลือกชุดที่ชิษณุซื้อให้

นาถลดาเสียดายแต่ก็สงสารอมิตตดาจึงให้ไป ด้านเลอลักษมีก็เริ่มแผนการต่อไปเมื่อ คุณสุจิตรา ผู้ใหญ่ที่คนไทยในอังกฤษเคารพนักถือจะจัดงานเลี้ยง เลอลักษมีแนะนำให้คุณจิตราเลือกนาถลดาและอมิตตดามาช่วยทำอาหาร เพราะทั้งสองคนทำอาหารเก่ง คุณจิตราก็ขอให้นาถลดาและอมิตตดามาช่วยในคืนงานเลี้ยง เลอลักษมีมาหาชิษณุที่บ้านพร้อมกับเปรอมาศ เปรอมาศบอกชิษณุว่าให้ช่วยพูดกับนาถลดาว่าขอคฑาเทพสามีเธอคืน ชิษณุไม่เชื่อโทรหานาถลดาที่บ้านคุณจิตรา แต่อมิตตดารอรับโทรศัพท์แทนและบอกว่านาถลดาออกไปนานแล้ว

หลังจากวางสายอมิตตดารีบออกไปเพื่อปลอมตัวเป็นนาถลดา เพื่อไปจู๋จี๋กับคฑาเทพในผับแห่งหนึ่ง เปรอมาศและเลอลักษมีพาชิษณุไปที่ผับนั้นและเห็นคฑาเทพและอมิตตดาที่ปลอมตัวเป็นนาถลดาจูบกัน แต่นาถลดาตัวจริงกลับอยู่ในงานเลี้ยงตลอดจนเกือบเที่ยงคืน ด้านชิษณุโกรธมากกลับมาขอหย่ากับนาถลดา นาถลดาเสียใจมากและหนีไปพร้อมกับอมัจจ์ และกำชับอมัจจ์ว่าห้ามบอกกับใครว่าเธออยู่ที่ไหน ชิษณุปล่อยตัวเองจมกับความผิดหวัง พฤกษ์พยายามเปิดโปงความชั่วของเลอลักษมี และสืบได้ว่าเธอหลอกชิษณุเรื่องนาถลดาในคืนงานเลี้ยง

จึงบอกความจริงกับชิษณุว่านาถลดาอยู่ในงานเลี้ยงตลอดถึงเที่ยงคืน อมิตตดาเริ่มรู้ว่าเลอลักษมีหลอก และอมิตตดาก็กลับมาสำนึกได้ว่านาถลดาดีกับเธอเพียงไร เธอจึงบอกความจริงทั้งหมดกับชิษณุ ปมในใจของชิษณุจึงคลายออกได้ ชิษณุออกตามหานาถลดาตามรอยจดหมายของอมัจจ์ที่แอบเขียนหาพฤกษ์ และเขาก็เจอนาถลดาทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และขอร้องให้นาถลดากลับมาเหมือนเดิม เพราะเขารู้แล้วว่าการมองเห็นหรือมองไม่เห็นแค่มีนาถลดาเคียงข้างก็เพียงพอ เพราะความจริงใจของเธอเปรียบเสมือนแสงสว่างที่นำทางชีวิตเขาและเขาต้องการให้เป็นแบบนั้นตลอดไป

รายชื่อนักแสดง

เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ชิษณุ ( ชิต )
เข็มอัปสร สิริสุขะ รับบท นาถลดา ( นาถ )
วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รับบท พฤกษ์
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบท ม.ร.ว. เลอลักษมี ( ลิซซี่ )
เพ็ญเพชร เพ็ญกุล รับบท คฑาเทพ
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท เปรอมาศ
พริมรตา เดชอุดม รับบท อมิตตดา ( มิต )
ด.ช.จิรายุ ละอองมณี รับบท อมัจจ์
ภานุเดช วัฒนสุชาติ รับบท %

 *********************************************************

@ กลรักเกมส์พยาบาท …. 3  แผ่น....................105  บาท      แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

คมไผ่ เด็กหญิงวัย 5 ขวบที่ทั้งแก่นและเฮี้ยว เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่และย่าอย่างมีความสุข จนเมื่อ รสริน เด็กหญิงวัย 3 ขวบญาติผู้น้องมาขออาศัยอยู่ด้วยเพราะพ่อแม่เสียชีวิต แรกๆ ไผ่เป็นพี่ไม่ดีนักแกล้งน้องไม่ว่าจะแกล้งผลักตกน้ำ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ไผ่ถูกว่าอย่างหนัก แต่ว่ารสแก้ตัวแทนทำให้ไผ่กลายมาเป็นพี่ที่ดีของรส ต่อมาพ่อแม่ของไผ่ได้เสียชีวิตลง ไม่นานนักย่าก็เสียชีวิต เธอกลายเป็นเด็กกำพร้า

อิงอร แม่ของ ก้านหลิว เพื่อนสนิทรับอุปการะทั้งคู่ไว้ ทำให้ไผ่และหลิวสนิทกันมากขึ้นจนเป็นเพื่อนรัก ที่มหาวิทยาลัยไผ่มีเพื่อนสนิทอีกคนคือ วุฒิ เขาชอบไผ่แต่ไม่กล้าบอก เขาจึงใช้รสเป็นสะพานเพื่อใกล้ชิดไผ่ เมื่อเห็นไผ่ไม่สนใจจึงตัดใจหมั้นกับรสก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยสัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานด้วย หลังจากนั้น ฐิตา เพื่อนของรสก็ไปเรียนต่อเช่นกัน รสจึงฝากให้วุฒิดูแลเพื่อนโดยไม่คิดว่าตัวเองจะถูกหักหลัง

ทั้งคู่แอบได้เสียกันวุฒิส่งจดหมายมาถอนหมั้นรส ทำให้รสตรอมใจและเสียชีวิตลงอย่างหัวใจสลาย ไผ่และหลิวโกรธแค้นและสัญญากับตัวเองว่าจะทำให้ทั้งคู่เจ็บปวดปางตายเช่นกัน ผ่านไป 5 ปีไผ่และหลิวร่วมกับเปิดบริษัทรับวางแผนประชาสัมพันธ์ และได้รับงานจาก ภาณิน และสองพี่น้อง เจษฎา และสัญญา ในที่สุดเวลาของการแก้แค้นของไผ่และหลิวก็มาถึง เมื่อฐิตาและวุฒิกลับเมืองไทย

ไผ่เริ่มแผนการหาผู้ชายที่ตรงสเปกฐิตามากที่สุดนั่นคือ ภาณิน และจัดฉากให้ทั้งคู่เจอกัน ซึ่งฐิตาประทับใจและหลงรักภาณินตั้งแต่แรกพบ เมื่อมั่นใจว่าฐิตาหลงรักภาณินจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ไผ่เริ่มแผนการขั้นต่อไปโดยหาผู้หญิงในฝันของภาณินมาเป็นมือที่สาม ก็คือเธอนั่นเองเพื่อการแค้นที่สมบูรณ์ หลิวไม่เห็นด้วยไผ่ใช้มารยาหญิงสร้างภาพตัวเองให้มีบุคลิกและอุปนิสัยในแบบที่ภาณินชอบ

นับวันภาณินยิ่งรักไผ่มากขึ้น ตระการ และทองริน บอกลูกว่าเวลาไม่ใช่เครื่องตัดสิน หัวใจต่างหาก ทำให้ภาณินตัดสินใจขอไผ่แต่งงาน ไผ่นึกถึงรสรินจึงตอบตกลงทันที ภาณินพาไผ่ไปที่บ้านทองรินดีใจที่ได้เธอเป็นสะใภ้จนเธอรู้สึกเศร้า การเตรียมการแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างลับๆ เพราะไผ่ไม่อยากให้ฐิตารู้ล่วงหน้า และเมื่อทุกอย่างพร้อมไผ่เอาการ์ดไปให้ฐิตาที่บ้านและเปิดเผยว่าตัวเองเป็นใคร

โดยไม่รู้ว่าวันนั้นภาณินก็ไปหาฐิตาเหมือนกัน ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องที่ไผ่ใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้และหวังจะแก้แค้นเธอหลังแต่งงาน ในคืนแต่งงานบ่าวสาวดูหน้าตาปราศจากความสุข ฐิตาไปงานพร้อมทั้งฉีกหน้าไผ่ด้วยการเปิดเผยความจริง แม้จะรู้ทั้งรู้แต่ภาณินก็ปกป้องภรรยาจนงานคืนนั้นผ่านไปด้วยดี ไผ่มารู้ว่าเขารู้เรื่องและคิดแก้แค้นเธอกลับก็ต่อเมื่อส่งตัวแล้ว

ไผ่รู้ตัวว่าทำผิดกับภาณินมากและรู้ใจตัวเองว่าที่ยอมแต่งงานกับเขาเพราะเธอมีใจให้เขาตั้งแต่แรก ไผ่พยายามจะอธิบายแต่เขาไม่ฟัง ไผ่พยายามทำดีสารพัดแต่เขาก็บกว่าไม่ได้เรื่อง เขาต้องการทรมานเธอให้สมกับที่ตนเจ็บใจ วุฒิสารภาพรักกับไผ่ทำให้ไผ่ตกใจมาก เธอแกล้งทำเป็นเข้าใจและให้อภัย วุฒิหลงเชื่อให้เธอควงเขาเย้ยภาณิน คืนนั้นภาณินเมามากเขาปลุกปล้ำไผ่ทำให้เธอโกรธ

ไผ่เลิกสนใจภาณินหันมาดำเนินตามแผนต่อ เลือกคนที่เลวที่สุดสำหรับร่วมชีวิตฐิตา จนมาสะดุดชื่อ ไกรเลิศ นักธุรกิจร่ำรวยแต่มีเบื้องลึกเลวร้าย ไผ่ไปแสดงตัวกับพ่อแม่ฐิตาว่าเป็นภรรยาภาณิน ซึ่งทุกข์ใจเพราะฐิตามายุ่งกับสามีตน และเสนอที่จะหาคู่ให้กับฐิตา หลังชักจูงทั้งคู่ได้แล้วก็ทำให้ฐิตาพบกับไกรเลิศ ในงานเลี้ยงงานหนึ่งเพื่อให้แผนเป็นตามเป้า ไผ่ไปพบไกรเลิศและช่วยเหลือเขาเรื่องฐิตา

โดยไปแยกภาณินและฐิตาที่เมามากไกรเลิศพาฐิตาเข้าโรงแรม ตอนแรกไผ่จะล้มเลิกแผนการแต่ไกรเลิศไม่ยอม และขู่ว่าจะแฉว่าเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ในที่สุดฐิตาก็ต้องแต่งงานกับไกรเลิศอย่างไม่เต็มใจ การแก้แค้นโดยทำให้ฐิตาตกนรกทั้งเป็นเสร็จสิ้นลงคงเหลือแต่วุฒิ หลิวอยากให้ไผ่เลิกแผนร้ายจึงไปเตือนให้วุฒิกลับไปต่างประเทศ แต่ไม่ทันไผ่ไปหาเขาตอนที่เขากำลังเก็บกระเป๋า พอดีเธอคว้าปืนออกมาเพื่อข่มขู่

วุฒิตกใจกลัววิ่งหนีจนถูกรถชนทำให้เขาตาบอดสนิทไม่สามารถรักษาได้ ไผ่เสียใจเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงแบบนี้ วุฒิสำนึกในความผิดของตนเขาไม่โกรธไผ่ ทั้งคู่อโหสิกรรมให้กันและกัน ไผ่ท้องแต่ไม่ยอมบอกให้ภาณินรู้ ไผ่ตัดสินใจวางมือเรื่องต่างๆ และคืนอิสรภาพให้กับภาณินจากนั้นก็หนีไปจากชีวิตเขา แต่ความรักย่อมเข้าใจในรัก ทุกคนได้ปรับความเข้าใจและให้อภัยซึ่งกันและกัน ไผ่คลอดลูกเป็นผู้ชายซึ่งภาณินก็ดูแลภรรยาอยู่ไม่ห่าง

รายชื่อนักแสดง

ชาคริต แย้มนาม รับบท ภาณิน
สุวนันท์ คงยิ่ง รับบท คมไผ่
พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์ รับบท ฐิตา
พลอย จินดาโชติ รับบท ก้านหลิว
เจฟฟรี่ เบญจกุล รับบท วุฒิ
สุรวุฑ ไหมกัน รับบท ไกรเลิศ
จณิสตา ชูช่วยสุวรรณ รับบท รสริน
ทัศนา ดำรงค์ศักดิ์ รับบท แมว

*********************************************************

@ขิงก็รา...ข่าก็แรง….4 แผ่น ………  140  บาท    แนวละคร คอมเมดี้

เรื่องย่อ

ณิช อมรเกียรติ นักข่าวสาวไฟแรง น้องสาวของ ภรณี ทั้งคู่กำพร้าพ่อแม่ แต่มี แม่ชีสุดา น้องสาวของพ่ออุปการะเลี้ยงดู แม่ชีไม่สามารถส่งเสียให้สองพี่น้องเรียนหนังสือได้สูงๆ ภรณีจึงเสียสละให้น้องสาวได้เรียนจนจบนิเทศศาสตร์ และจบมาทำงานเป็นนักข่าวได้สมใจปรารถนา ภรณีเป็นเมียลับๆ ของ ไพรุต นักธุรกิจวัยกลางคน ทั้งที่เขามีลูกเมียอยู่แล้วคือ วรกานต์ มีลูกสาวชื่อ เพียงเพ็ญ ไพรุตซื้อบ้านหลังเล็กๆ ให้ภรณีอยู่กับณิช

แต่ไม่ยอมโอนบ้านให้ภรณีเป็นเจ้าของ ทำให้ณิชไม่ค่อยพอใจนัก จึงเป็นคู่ปากคู่ปรับกันเรื่อยมา แม่ชีสุดาชอบไปเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลโรคจิตเป็นประจำ จึงสนิทสนมกับ รุ่งทิพย์ เป็นพิเศษ รุ่งทิพย์มารักษาอาการทางจิตเพราะเจ็บปวดที่ สารนาท สามีและเป็นเจ้าของบริษัทเดินเรือมีนิสัยเจ้าชู้ สารนาทเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้รุ่งทิพย์ต้องเข้ารักษาอาการทางจิต เขาจึงหยุดความเพลย์บอย

หันมาเลี้ยงดูลูกชาย ปวีร์ และมุ่งทำงานหนัก โดยมี วศิน น้องชายเป็นผู้ช่วย ปวีร์เรียนจบจากต่างประเทศก็กลับมาช่วยทำงานที่บริษัท วันหนึ่งขณะที่ณิชอยู่เวรที่โรงพิมพ์ เธอก็ได้รับแจ้งจาก ภัทรา เพื่อนสนิทโทร.มาบอกว่ารถเก๋งของ สารนาท พิเศษพงษ์ ประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิต ณิชรีบไปทำข่าวและเขียนข่าวลงหน้าหนึ่งในกรอบเช้าทันที ทำให้สารนาทอ่านข่าวนี้ด้วยความโกรธ เมื่อคิดว่าณิชเขียนข่าวมั่ว

ณิชเองก็ตกใจที่ทำข่าวผิดพลาดจึงคิดจะไปขอโทษ แต่ปวีร์ไม่พอใจบีบคั้นไปทางบ.ก.ข่าวให้ไล่ณิชออกจากงาน ณิชกลายเป็นคนตกงานในเวลาชั่วข้ามวัน ณิชได้รับความช่วยเหลือจากภัทราชวนไปทำงานที่หนังสือพิมพ์เดียวกัน โดยมีบ.ก.รุ่นพี่ให้ความช่วยเหลือทำให้ เบญจรัตน์ นักข่าวสาวสังคมไฮไม่พอใจ คิดว่าณิชจะมาแย่งจีบบ.ก.ที่เธอหมายตาอยู่ จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชตลอดเวลา

ณิชไปหาแม่ชีที่โรงพยาบาล เห็นสารนาทและปวีร์มาเยี่ยมรุ่งทิพย์จึงแอบดู ปวีร์เห็นก็คิดว่าเธอสะกดรอยตามมาหาข่าว แต่ณิชปฏิเสธจึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุงแรง ณิชแค้นใจมากจึงหาทางแก้แค้น ณิชได้รู้จักกับรุ่งทิพย์เพราะแม่ชีแนะนำ และรุ่งทิพย์ก็ชื่นชมณิชอยู่ไม่น้อยทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นมาก แต่เมื่อสารนาทชวนกลับไปอยู่บ้านก็ไม่ยอม จึงให้ปวีร์ไปขอร้องให้ณิชช่วย

แต่ณิชแกล้งไม่ช่วย สารนาทต้องไปอ้อนวอนด้วยตัวเองจนณิชยอมมาคุยกับรุ่งทิพย์ แต่ณิชกลับชวนรุ่งทิพย์ไปอยู่ที่บ้านเธอ ทำให้ปวีร์ไม่พอใจณิชมากขึ้น อีกทั้งเพียงเพ็ญก็ไม่พอใจเพราะกลัวปวีร์กับณิชจะใกล้ชิดกัน เพียงเพ็ญเป็นเพื่อนกับเบญจรัตน์ทั้งสองจึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชเสมอๆ เพียงเพ็ญรู้ข่าวว่าพ่อเธอมีเมียน้อยจึงให้เบญจรัตน์ช่วยสืบ และพาไปหาเมียน้อยของไพรุต

แต่กลับพบณิชอยู่ที่บ้านหลังนั้นทั้งสองจึงปักใจเชื่อว่าณิชเป็นเมียน้อยไพรุต เพียงเพ็ญเล่าให้ปวีร์ฟังณิชจึงถูกปวีร์พูดจาดูถูกเหยียดหยาม เพียงเพ็ญแอบขับรถตามปวีร์ไปที่บ้านของณิช แต่กลับเห็นไพรุตออกมากับภรณี เธอจึงได้รู้ว่าภรณีเป็นเมียน้อยพ่อเธอ ไพรุตขอให้เพียงเพ็ญเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่อยากให้วรกานต์รู้ เพียงเพ็ญไปหาภรณีที่บ้านพูดจาเหน็บแนมต่างๆ นานา

รุ่งทิพย์ได้ยินทุกคำพูดจึงไม่ค่อยชอบใจเพียงเพ็ญนัก แม้จะรู้ว่าเพียงเพ็ญคือแฟนสาวของปวีร์ก็ตาม สารนาทขอร้องให้รุ่งทิพย์กลับไปอยู่บ้าน แต่เธอมีข้อเสนอว่าถ้าจะให้เธอกลับก็ต่อเมื่อปวีร์รับปากว่าจะแต่งงานกับณิชเท่านั้น ปวีร์จำยอมรับปากเพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อกับแม่ พอเพียงเพ็ญรู้ว่าปวีร์ต้องแต่งงานกับณิชเพราะถูกรุ่งทิพย์บังคับ เธอจึงให้เบญจรัตน์เขียนข่าวซุบซิบว่ารุ่งทิพย์เคยป่วยเป็นโรคจิต

อยู่ในโรงพยาบาลบ้ามาก่อน ปวีร์เห็นข่าวนี้ก็คิดว่าณิชเป็นคำทำเพราะมีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ แม้ณิชจะปฏิเสธแต่ปวีร์ก็ไม่เชื่อเชื่อเพียงเพ็ญมากกว่า ณิชโกรธที่ถูกปวีร์และเพียงเพ็ญดูถูกต่างๆ นานา เธอจึงคิดแก้แค้นด้วยการตอบรับการขอแต่งงานจากรุ่งทิพย์ ไพรุตโกรธที่ณิชยอมแต่งงานโดยแย่งปวีร์ไปจากลูกสาว จึงไล่ให้ภรณีออกจากบ้านแต่ณิชไม่ยอม ณิชประชดด้วยการชวนปวีร์ไปฮันนีมูน

โดยมีรุ่งทิพย์คอยสนับสนุน ปวีร์จำยอมไปเพราะเห็นแก่แม่ ทำให้เพียงเพ็ญแทบคลั่ง แต่เขาก็ให้สัญญาว่าจะไม่มีอะไรกับณิชอย่างแน่นอน แต่ด้วยความดื้อรั้นของณิชยั่วยุอารมณ์ของปวีร์ตลอดเวลา การฮันนีมูนครั้งนี้ปวีร์จึงได้เสียกับณิชด้วยการปลุกปล้ำ ณิชกับปวีร์มีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ท้าเธอหย่าอยู่เนืองๆ แต่เธอก็ไม่ยอม วรกานต์กับเพียงเพ็ญหาเรื่องไล่ภรณีออกจากบ้าน

จนมีเรื่องกันขั้นรุนแรงทำให้ภรณีพลัดตกจากบันไดจนแท้งลูก ณิชเริ่มแพ้ท้องแต่ก็ไม่ยอมบอกให้ปวีร์รู้ เมื่อเธอเห็นพี่สาวสูญเสียลูกจึงตัดสินใจขอหย่ากับปวีร์ เพื่อไปใช้ชีวิตกับพี่สาวเพียงลำพัง แต่ภรณีกลับบอกให้ปวีร์รู้ว่าณิชกำลังตั้งท้อง ปวีร์จึงตามมาง้อขอคืนดีและปรับความเข้าใจกัน ณิชยังน้อยใจเรื่องที่เขายังติดต่อกับเพียงเพ็ญอยู่ แต่ระยะหลังๆ มานี่เพียงเพ็ญสร้างปัญหาให้ปวีร์ตลอดเวลา

ทำให้เขารู้ว่าอะไรคือเพชรอะไรคือกรวด ปวีร์บอกเลิกกับเพียงเพ็ญทำให้เพียงเพ็ญช้ำใจมาก วศินติดการพนันจนหาเงินมาใช้หนี้บริษัทไม่ทัน จึงลักลอบค้าวัตถุโบราณนำลงเรือออกต่างประเทศ แต่ณิชจับได้เสียก่อนเขาจึงไปสารภาพผิดกับพี่ชาย ทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ภรณีตัดสินใจไปบวชชีไพรุตตามไปขอคืนดี แต่เธอก็ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วที่จะใช้ชีวิตสงบอยู่กับพุทธศาสนาให้มีความสุขที่สุด

รายชื่อนักแสดง
ธนา สุทธิกมล รับบท ปวีร์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ณิช
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท เพียงเพ็ญ
ภารดี อยู่ผาสุก รับบท ภรณี
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท รุ่งทิพย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท สารนาท
ทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ไพรุต
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท วรกานต์

*********************************************************

@ขมิ้นกับปูน (จ๊อบ นิธิ + จอย ศิริลักษ์ ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

********************************************************

@  คมรักคมเสน่ห์หา…. 6  แผ่น....................210 บาท

@  คุณพ่อรับจ้าง …. 3  แผ่น....................105  บาท ************************************************************

 

@ คุณหนูอารมณ์ร้ายกับผู้ชายปากแข็ง  (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง + แอน ทองประสม ) …. 3  แผ่น.........105  บาท

 

จอม (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) เป็นพนักงานดูแลต้นไม้ ของโรงแรมแห่งหนึ่ง เขามีความใฝ่ฝันสูงสุดคือ การทำรีสอร์ท บนที่ดินผืนงามที่เพิ่งจะ ไถ่ถอนคืนมาแต่ไม่มีทุน จึงต้องหาคนมาร่วม หุ้นคือ คุณอาทิตย์ (ไพโรจน์ สังวริบุตร) เจ้าของโรงแรมที่จอม ทำงานอยู่ คุณอาทิตย์เป็นคนใจดีและ มีลูกสาวสวยสุดที่รักอยู่คนเดียว คือ สัญญา (แอน ทองประสม)คุณหนูที่ เอาแต่ใจตัวเองเพิ่งเรียน จบจากต่างประเทศและ เตรียมตัวเข้ามาบริหารโรงแรมต่อจากพ่อ สัญญามีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว คือ ธิรัช (ตระการ พันธุมเลิศรุจิ) ทั้งสองคนกำลังจะหมั้นกันเร็ว ๆ นี้ แต่เหตุการณ์ ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อาทิตย์ ถูกลอบยิงขณะเดินทางไป สนามบินกับสัญญา อาทิตย์เสียชีวิต และสัญญากำลังจะเป็นเหยื่อรายต่อไป แต่พอดีจอม ขับรถตามมาคนร้าย จึงต้องหลบไป จอมรีบพาสัญญา ไปส่งโรงพยาบาล ต่อมาจอมรู้ว่า จิตจัน (นวลปรางค์ ตรีชิต) หุ้นส่วนของโรงแรมและ ยุทธภูมิ (วัชระ ปานเอี่ยม) ผู้จัดการโรงแรม เป็นคนอยู่เบื้องหลังการตาย ของคุณอาทิตย์ และยุทธภูมิก็ป้องกันตัวเอง ด้วยการโยนความผิดให้จอม จอมตัดสินใจหนึตำรวจด้วยการพาสัญญาไปรักษาที่ไร่ต่างจังหวัด โดยหวังจะให้สัญญา เป็นพยานยืนยัน ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่จอม ไม่ได้บอกเรื่องโดนใส่ร้ายว่าเป็นคนฆ่าอาทิตย์ เพราะสัญญาเป็นคนเอา แต่ใจตัวเอง และ ไม่เคยยอมฟังความเห็นของใคร จอมจึงต้องหลบซ่อนตัว และ ดูแลสัญญาด้วยตัวเอง โดยมีลุงจวก (สีเทา) และ กระชาย (จุฬาลักษณ์ กฤติยารัตน์) ลูกสาวเป็นคนช่วยดูแล ซึ่งกระชายเองแอบหลงรักจอมอยู่จึง มีอาการหมั่นใส้สัญญาอยู่เสมอ นับวันที่จอมกับสัญญาอยู่ใกล้ กันความ ผูกพัน ก็ มีเพิ่มขึ้น จากความห่วงใยที่มาจากความจำใจก็กลายมาเป็น ความห่วงใยที่ มาจากใจจริง กระชายที่เฝ้าสังเกตุอยู่อย่างน้อยใจจึง สร้างแผนการที่นำไป สู่ความแตกแยกให้ทั้งคู่ จนสัญญาต้องหนึกลับบ้าน ไปก่อนโดยยังไม่รู้เรื่อง จอมถูกใส่ร้าย เมื่อสัญญากลับมาบ้านจึงเชื่อตาม คนอื่นว่าจอมผิดและ ยังแจ้ง ความให้ ตำรวจตามจับจอมอีกด้วย จอมพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ เพราะในขณะนี้ผู้ที่เข้าใจผิดคือสัญญา คนที่เขารักที่สุด ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับคู่หมั้น เขาจะทำอย่างไรเพื่อที่จะให้ คุณหนูอารมณ์ร้ายอย่างสัญญาเข้าใจ และเชื่อถือผู้ชาย ปากแข็งอย่างเขา

*****************************************************

@ คู่กรรม ( เบริ์ด +กวาง ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

 

บทประพันธ์ ทมยันตี

เรื่องย่อ


อังศุมาลินโตมาท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของ แม่อร และยาย พ่อของอังเป็นอดีตทหารเรือ ชื่อ หลวงชลาสินธุราช อังฯมีเพื่อนชายที่รู้ใจและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ วนัส ที่ในใจลึก ๆ ของเขาแอบรักอังมากกว่าน้องสาว แต่เธอคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะมีความรัก จนวนัสเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ อังกับครอบครัวมีโอกาสได้รู้จักสนิทสนมกับ หมอโยชิ หมอชาวญี่ปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังฯ จนเสนอตัวสอนภาษาญี่ปุ่นให้เธอด้วยความเต็มใจ

แล้วอังฯ ก็ได้พบกับ โกโบริ ขณะที่เธอว่ายน้ำเล่นไปแอบดูอู่เรือของทหารญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ สวนบ้านเธอ โกโบริเป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ เขากล่าวทักทายอังฯอย่างเป็นมิตร แต่อังฯ ไม่พูดด้วย เพราะอคติกับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารโกโบริก็เริ่มแสดงไมตรีกับครอบครัวอังฯ ใช้ให้ทหารลูกน้องส่งข้าวของผลไม้สำหรับคนป่วยมาให้ยายของอังฯ พาหมอมาดูอาการยาย จนทำให้ทั้งแม่กับยายเริ่มเอ็นดูและมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีของโกโบริ ขณะที่อังฯ ก็ยังอคติกับเขาอย่างเดิม

สัญญาณระเบิดดังขึ้น ในคืนที่อังฯ อยู่บ้านคนเดียว โกโบริซึ่งแวะมาหาพอดี เลยมีโอกาสได้ช่วยเหลือพาอังฯ ไปหลบภัยที่ท้ายสวน ทั้งคู่วิ่งฝ่ากระสุน โกโบริกอดอังฯ วิ่งเอาตัวเป็นกำบังให้ และพาอังฯ ไปหลบในท้องร่องและกอดอังไว้แน่น ระเบิดก็ลงใกล้ ๆ จุดนั้น โกโบริยอมเสี่ยงชีวิตเจ็บตัวแทนอังฯ และก่อนที่เขาจะหมดสติไป โกโบริก็บอกรักอังฯ ผมรักคุณ แม้ลึก ๆ แล้วเธอจะรัก แต่เพราะโกโบริเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นศัตรูที่เข้ามากร้ำกรายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ อังฯ จึงปฏิเสธโกโบริอย่างไม่ใยดี โกโบริมาขอโทษอังฯ ที่เรื่องของเขากับเธอกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างบีบคั้น เหมือนมัดมือชก

จนในที่สุด อังฯ ก็จำต้องจำยอมแต่งงานกับโกโบริด้วยเหตุผลทางการเมือง ความสุภาพแสนดีของโกโบริ เริ่มทำให้อังฯ เริ่มมองเขาในแง่ดีมากขึ้นทีละนิด จนคืนหนึ่งขณะที่เธอมายืนนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับวนัสที่ใต้ต้นลำพู โกโบริก็มาเจอ อังฯ จึงสารภาพกับโกโบริว่าเธอมีคนที่เธอรออยู่แล้ว ( วนัส ) โกโบริเสียใจแต่ไม่แสดงออก แต่อังฯ กลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองได้ทำร้ายจิตใจของโกโบริ เธอเห็นใจและสงสารโกโบริจับใจโกโบริมุงานหนัก นอนที่อู่เรือไม่ยอมกลับบ้าน พร้อมกับทำเรื่องขอย้ายไปประจำที่พม่า เพราะสถานการณ์ที่พม่ากำลังวุ่นวาย เขาไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นทหารที่เลือกแต่งานสบาย แต่หมอโยชิรู้ดีว่าโกโบริมีเหตุผลมากกว่านั้น เพราะสังเกตเห็นว่าโกโบริกับอังฯ มีปัญหาไม่เข้าใจกัน

หมอโยชิจึงพยายามเข้ามาประสานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ไม่เป็นผลแล้วคืนหนึ่ง วนัสก็แอบมาพบกับอังฯ วนัสรู้เรื่องอังฯ ดีทุกอย่าง เขารู้ดีว่าอังฯ กำลังสับสนใจระหว่างโกโบริกับเขา จึงให้อิสระอังฯ ได้เลือกคนที่เธอรัก พร้อมกับฝากให้อังฯบอกโกโบริด้วยว่า อย่าไปบางกกอกน้อยตอนมีระเบิด อังฯซึ้งใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของวนัสระเบิดลงชุดใหญ่ทำให้อังฯกลัวว่าโกโบริจะเป็นอันตราย จึงรีบตามไปบางกอกน้อยโดยไม่สนคำทัดทานของใครเมื่อไปถึงปรากฏว่าสถานีรถไฟบางกอกน้อยโดนถล่ม ทหารนอนตาย บาดเจ็บมากมาย อังเจอฯ เจอหมอโยชิ ซึ่งก็กำลังตามหาโกโบริอยู่เหมือนกัน

อังฯ ขอพรลูกในท้องให้ช่วยคุ้มครองโกโบริ อังฯ เดินตามหาโกโบริอย่างรุ่มร้อนใจ จนในที่สุดอังฯ ก็พบโกโบรินอนบาดเจ็บ อาการสาหัส อังฯ ไม่ยอมให้โกโบริจากเธอไป แต่โกโบริรู้ตัวดีว่าเขาคงไม่รอด จึงฝากให้อังฯ ช่วยดูแลลูกแทนเขาด้วย อังฯบอกรักโกโบริก่อนที่เขาจะสิ้นลมบนตักอังฯ นั่นเอง จบที่งานศพของโกโบริ ทุกคนร่ำไห้เสียใจ อังฯ ให้สัญญาต่อหน้าศพโกโบริว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก และจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเพื่อ โกโบริ……ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

 

*****************************************************

@.คุณชายร้ายเล่มเกวียน (เจนนี่ +ฟิมล์ รัฐภูมิ) …. 3  แผ่น....................105  บาท

 

แนวละคร โรแมนติก-คอมเมดี้

เรื่องย่อ

ยอดชาย เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของตัวเอง แต่โชคดีได้ ท่านชายบวรเดช เจ้าของวัง “อัครมหาสินทรัพย์” รับอุปการะยอดชายเอาไว้ในวัง ในฐานะเด็กรับใช้คนสนิทจึงทำให้ยอดชายมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่แล้วเหตุการณ์วุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อท่านชายบวรเดชเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ ต่อศักดิ์ คนขับรถของท่านชายที่คิดอยากโก้หรูสักครั้งหนึ่งในชีวิต แอบขโมยชุดสูทของท่านชายใส่ปลอมตัวไปงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ที่โรงแรมของ พราวแสงเดือน ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกและมารับหน้าที่บริหารงานโรงแรมได้ไม่กี่วัน ส่วนยอดชายก็กลัวต่อศักดิ์จะไปทำให้ชื่อเสียงของท่านชายเสียหายจึงไปตามต่อศักดิ์ที่โรงแรม แต่ แป๊ว น้องสาวของต่อศักดิ์เห็นเสื้อผ้าสุดโทรมของยอดชายแล้วคิดว่ายอดชายเข้างานเลี้ยงไม่ได้แน่ๆ

แป๊วเลยจัดแจงหาชุดสูทให้ยอดชายใส่ไปโรงแรมอย่างโก้หรู และที่โรงแรมยอดชายเจอกับพราวในลิฟท์โดยบังเอิญ จนทั้งคู่เกิดความประทับใจกันและกันตั้งแต่แรกเห็น จากนั้นยอดชายเข้าไปตามต่อศักดิ์ในงาน แต่แล้วถูกต่อศักดิ์ไปพูดโกหกกับ กนกวรี เพื่อนสนิทของพราวว่ายอดชายคือ “คุณชายยอดชาย” ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านชายบวรเดช ไม่นานข่าวการปรากฏตัวของคุณชายยอดชายก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วภายในงาน จนยากที่ยอดชายจะปฏิเสธได้ และทำให้พราวเข้าใจผิดคิดว่ายอดชายเป็น “คุณชายยอดชาย” จริงๆ โดยยอดชายไม่สามารถแก้ตัวได้เลย !! วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงนักข่าวได้บุกมาถึงวังเพื่อขอสัมภาษณ์คุณชายยอดชาย ทำให้ ป้าแช่ม กับลุงตึ๋ง พ่อแม่ของต่อศักดิ์และแป๊วที่เป็นคนรับใช้เก่าแก่ในวังต่างตกใจยิ่งพอรู้เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

ทั้งคู่จึงให้ยอดชายไปบอกความจริงกับนักข่าวว่าตัวเองเป็นแค่คนใช้ในวังเท่านั้น แต่ยังไม่ทันที่ยอดชายจะไปบอก รื่นเริง สาวเจ้าของร้านบาร์เบอร์และเป็นแฟนของต่อศักดิ์ก็เผอิญมารับรู้เรื่องราวของยอดชายพอดี รื่นเริงเลยสวมรอยกับนักข่าวว่าตัวเองเป็น คุณหญิงรื่นเริง หรือ แฮปปี้ พี่สาวของคุณชายยอดชายที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก นักข่าวฟังแล้วก็เชื่อเลยทำให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย โดยเฉพาะยอดชายและเหล่าคนใช้ในวังต่างต้องตกกระไดพลอยโจนปลอมตัวหลอกผู้คนกันวุ่นวาย ฝ่ายยอดชายก็กลายเป็นไฮโซหน้าใหม่มาแรงแห่งปี และมีผู้หญิงเข้ามารุมจีบมากมายรวมทั้ง กนกวรี ที่มี โสภี แม่ของตัวเองคอยช่วยเหลืออยู่ด้วย ส่วนยอดชายพยายามจะบอกความจริงกับพราวว่าตัวเองเป็นแค่คนใช้ แต่พราวกลับไม่เชื่อคิดว่ายอดชายมาโกหกเพื่อแกล้งคนอื่นให้เข้าใจผิด

ฟาก คุณหญิงปิ่นแก้ว แม่ของพราวก็สนับสนุนให้คุณชายยอดชายได้จีบพราวแบบออกหน้าออกตา เพราะเห็นว่าคุณชายยอดชายมีฐานะดีกว่า บดินทร์ หนุ่มไฮโซที่ตามจีบพราวมาหลายปี บดินทร์เองก็พอรู้ว่าปิ่นแก้วเริ่มไม่ชอบตัวเองแล้วจึงเกิดอาการเคืองอย่างแรง และเริ่มสืบประวัติที่คลุมเครือของยอดชายอย่างถึงลูกถึงคน วันหนึ่งคุณหญิงปิ่นแก้วแอบนัดเดทให้ยอดชายกับพราวได้ดินเนอร์กันสองต่อสอง พอพราวมารู้ทีหลังไม่พอใจมาก แถมบดินทร์ยังตามมาหาเรื่องยอดชายถึงที่ร้านอีก พราวทั้งโกรธทั้งอายเลยขับรถหนีไปอยู่บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ไม่นานยอดชายสืบจนรู้และตามไปปรับความเข้าใจ พราวที่ยังมีทิฐิอยู่จึงแกล้งสั่งให้ยอดชายกระโดดลงทะเลเพื่อเก็บหมวกให้ตัวเอง ยอดชายที่อยากเอาชนะพราวก็ทำตามจริงๆ และแกล้งพราวกลับด้วยการทำเป็นจมน้ำและแกล้งความจำเสื่อม

พราวตกใจมากพายอดชายส่งโรงพยาบาลและโทรบอกให้ต่อศักดิ์มารับยอดชายกลับวัง ระหว่างนั้นพราวพายอดชายมาอยู่ที่บ้านพักด้วยกัน พราวพยายามหาวิธีให้ยอดชายหายความจำเสื่อม แต่แล้วพราวกลับลื่นล้มจนหมดสติเสียเอง ยอดชายจึงอุ้มพราวไปที่ห้องนอนและเผลอหลับไป คุณหญิงปิ่นแก้ว กับ บดินทร์ มารับพราวกลับบ้านก็ต้องตกใจที่เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันในห้องนอน พราว เองพอได้สติก็คิดว่ายอดชายทำมิดีมิร้ายตัวเอง บดินทร์โกรธจัดถึงขั้นต่อยยอดชายล้มทั้งยืน พราวกลับถึงกรุงเทพก็เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง คุณหญิงปิ่นแก้วคิดว่าพราวเสียตัวให้ยอดชายแล้วจึงบุกไปที่วังเพื่อเรียกร้องให้ยอดชายรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ยอดชายที่หลงรักพราวและอยากเอาชนะใจพราวจึงรับปากที่จะแต่งงานด้วย พราวพอรู้ว่ายอดชายรับปากจะแต่งงานด้วยก็ตอบตกลงเหมือนกัน เพราะพราวต้องการจะแก้แค้นยอดชายที่อวดดีคิดมาแต่งงานกับเธอทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกัน

โดยพราวแอบทำข้อตกลงกับยอดชายแบบลับๆ ว่าทั้งคู่แต่งงานกันแค่ในนามและห้ามถูกเนื้อต้องตัวกันและกันโดยเด็ดขาด เส้นทางความรักของยอดชายกับพราวที่ขรุขระอยู่แล้วยิ่งทุลักทุเลมากขึ้น เมื่อยอดชายต้องพยายามหนีเอาตัวรอดจากการจับผิดของบดินทร์ ในขณะเดียวกันบดินทร์พยายามหลอกทำดีกับรื่นเริงต่างๆ นานา และด้วยความอ่อนหัดของรื่นเริง ทำให้บดินทร์คาดคั้นจนรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของคุณชายยอดชาย หรือยอดชายว่าเป็นแค่คนรับใช้ในวังเท่านั้น ขณะเดียวกันยอดชายที่กำลังจะบอกความจริงกับพราว แต่ก็สายเกินไปเพราะ บดินทร์ชิงบอกพราวก่อนว่ายอดชายเป็นแค่คนใช้ พราวพอรู้ว่ายอดชายโกหกตัวเองมาตลอดก็โกรธมาก แม้ว่าตัวเองจะเผลอรักยอดชายไปแล้วก็ตาม ในที่สุดพราวตัดสินใจประชดยอดชายด้วยการแต่งงานกับบดินทร์

ข่าวการแต่งงานของพราวกับบดินทร์กระฉ่อนไปทั้งวงการไฮโซ พร้อมๆ กับข่าวเปิดโปงฐานะที่แท้จริงของคุณชายยอดชายว่าเป็นแค่คนรับใช้กระจอกๆ ด้วย ทำให้ชีวิตยอดชายต้องกลับสู่โลกความเป็นจริง และเมื่อท่านชายบวรเดช กลับมาจากเมืองนอกก่อนกำหนดและรู้ข่าวฉาวทั้งหมดของยอดชายที่ก่อไว้ ท่านชายบวรเดช ทั้งโกรธและผิดหวังพลั้งปากไล่ยอดชาย, ต่อ, แป๊ว, ป้าแช่ม, ลุงตึ๋ง ออกจากวังทันที ระหว่างเตรียมการแต่งงานพราวรู้หัวใจตัวเองแล้วว่ายอดชายคือคนที่เธอรัก พราวจึงเขียนจดหมายไปหายอดชายเพื่อบอกความจริงว่าฐานะครอบครัวของเธอกำลังย่ำแย่ ถ้ายอดชายรับข้อนี้ของเธอได้ให้มาหาเธอในวันพรุ่งนี้ในพิธีแต่งงานแล้วเธอจะหนีไปกับเขา แต่เหมือนโชคชะตาฟ้าจะแกล้งกว่าจดหมายของพราวจะถึงมือยอดชายก็สายเกินไป

ขณะเดียวกันยอดชายเผอิญไปพบท่านชายบวรเดชกำลังหมดสติอยู่ด้วยโรคหัวใจกำเริบ ยอดชายจึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาลและอยู่ดูอาการจนท่านชายปลอดภัย ทำให้ยอดชายไม่ได้ไปตามนัดที่พราวบอกไว้ ส่วนพราวจึงเข้าใจผิดคิดว่ายอดชายรับไม่ได้กับฐานะที่ย่ำแย่ของตัวเอง ฝ่ายบดินทร์พอรู้ข่าวว่าพราวฐานะทางการเงินย่ำแย่เช่นกัน ก็รีบยกเลิกการจดทะเบียนสมรสทันที ทำให้พราวเป็นข่าวฉาวไปทั่ววงการไฮโซ ส่วนท่านชายบวรเดชที่กำลังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล พอรู้ว่ายอดชายและเหล่าคนใช้ที่เคยไล่ออกคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ทำให้ท่านชายซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคน โดยเฉพาะกับยอดชายที่ยอมเสียสละความรักมาช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ท่านชายบวรเดช เลยตัดสินใจรับยอดชายเป็นบุตรบุญธรรม พร้อมกับยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ยอดชายดูแล

และเปิดตัวยอดชายอย่างเอิกเกริกเพื่อล้างภาพฉาวๆ ที่ยอดชายเคยมีด้วย ส่วนพราวกับคุณหญิงปิ่นแก้วยอมให้ธนาคารยึดทรัพย์สมบัติที่มีเพื่อชดใช้หนี้สินต่างๆ และทั้งคู่ย้ายมาอยู่บ้านหลังเล็กและใช้ชีวิตอย่างคนหาเช้ากินค่ำทั่วไป พราว พยายามปรับตัวและยอมรับสภาพที่แท้จริง ในขณะที่แม่ของเธอยังจมไม่ลง พยายามคะยั้นคะยอให้พราวกลับไปหายอดชาย ที่ตอนนี้กลายเป็น “คุณชาย” จริงๆ ไปแล้ว แต่พราวปฏิเสธเพราะยังเข้าใจผิดคิดว่ายอดชายให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าความรัก โดยหารู้ไม่ว่าตลอดเวลาที่พราวลำบากยอดชายพยายามออกตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งยอดชายและพราวจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งตามเสียงหัวใจหรือไม่ และยอดชายจะพิสูจน์รักแท้ในหัวใจตัวเองที่มีต่อพราวยังไง ติดตามชมบทสรุปความรักของทั้งคู่ได้ในละครรักโรแมนติกคอมมาดี้ “คุณชายร้ายเล่มเกวียน”


รายชื่อนักแสดง

รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รับบท ยอดชาย
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท พราวแสงเดือน
ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม รับบท บดินทร์
พรรณชนิดา ศรีสำราญ รับบท กนกวรี
เบญจพล เชยอรุณ รับบท ต่อศักดิ์
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบท รื่นเริง / คุณหญิงแฮปปี้
พิมพ์ชนก พลบูรณ์ รับบท แป๊ว
เกรียงไกร อุณหะนันท์ รับบท ท่านชายบวรเดช
ธัญญา วชิระบรรจง รับบท ปิ่นแก้ว
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท โสภี

*******************************************************

@คุณยายสายเดี่ยว ( นก สินใจ ) …. 4  แผ่น....................140  บาท   แนวละคร คอมเมดี้

เรื่องย่อ

แม้นวาด คุณยายหัวอนุรักษ์นิยม มีหลานสาวคนเดียวชื่อ กษมา วัย 18 ปีที่ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศนานถึง 3 ปี เธอกลับมาเซอร์ไพรส์คุณยายด้วยบทบาทสาวสมัยใหม่แบบฮิพฮอพ ทำเอาแม้นวาดแทบลมจับต้องใช้กำลังบังคับกษมามาแปลงโฉมให้กลับมาเหมือนเดิม โดยมี สมรศรี เพื่อนที่เป็นช่างตัดผมและ อนงค์ ต้นห้องผู้ซื่อสัตย์ให้การช่วยเหลือ

กษมาไม่พอใจแม้นวาดมากเธอไปฟ้อง ภุชงค์ พ่อที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับแม่ยาย ภุชงค์จะไปเอาเรื่องแม้นวาดแต่โดน เมทินี ห้ามไว้ ภุชงค์เลยไม่กล้าเพราะแม้นวาดสนับสนุนเขาด้านธุรกิจ กษมาปรึกษา มารตี เพื่อนสนิทเพื่อจะแกล้งคุณยายในวันงานเลี้ยงต้อนรับเธอ ที่จัดขึ้นพร้อมๆ กับงานวันเกิดของแม้นวาด ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะให้ ดนัย เพื่อนของกษมามาแสดงตัวเป็นแฟน แต่มารตีกลับไม่ถูกชะตากับดนัย

จึงขอร้องให้ล้มเลิกแต่กษมาปฏิเสธ กษมาไปหามารตีที่ร้านขายของเก่าของ ภาวิต พี่ชายของมารตี เธอเห็นกล่องไม้ที่ภาวิตวางไว้บนโต๊ะก็คิดจะซื้อเป็นของขวัญให้คุณยาย แต่ภาวิตไม่ยอมขายให้เพราะเป็นของสำคัญที่หลวงตาทวดส่งมาให้เขาเก็บไว้ก่อนที่หลวงตาจะละสังขาร แต่กษมาก็ซื้อไปจนได้เพราะมารตีไม่รู้ว่าเป็นของหวงห้ามของพี่ชาย ภาวิตเมื่อรู้ว่ามารตีเอากล่องไม้ขายให้กษมาไปแล้ว

จึงโทรไปขอทวงคืนแต่กษมาก็ไม่ยอมคืนให้ พอดีกับที่ ดุสิต อาหนุ่มของภาวิตและมารตีกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อมาเปิดร้านอาหารในเมืองไทย เมื่อรู้ว่ากษมาเป็นหลานสาวของแม้นวาดผู้หญิงที่เขาหลงรักเมื่อสมัยเป็นหนุ่มๆ จึงชวนหลานๆ ไปงานวันเกิดของแม้นวาดและเพื่อทวงกล่องไม้จากกษมา เมื่อถึงวันงานกษมาก็ป่วนแม้นวาดด้วยการใส่เสื้อผ้าที่เปรี้ยวจี๊ด

และยังพาดนัยแฟนหนุ่มกำมะลอมาแนะนำให้รู้จัก นอกจากนี้แม้นวาดยังผจญกับดุสิตอดีตแฟนหนุ่มที่ทิ้งเธอไปแต่งงานกับหญิงอื่น ทำให้แม้นวาดนึกโกรธดุสิตจนไม่อยากเสวนาด้วย บังอรศรี ไม้เบื่อไม้เมาตั้งแต่สมัยเรียนและ เสน่ห์ สามีของบังอรศรี ส.ส.สอบตกที่เคยแอบชอบเธอมาก่อน ทั้งหมดเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ กษมานำกล่องไม้จะมาเซอร์ไพรส์แม้นวาด

แต่เกิดถกเถียงกันเสียก่อน เธอจึงดึงกล่องคืนมาจากคุณยายทำให้กล่องไม้ตกลงพื้นเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา หลังจากนั้นสองยายหลานก็เป็นลมหมดสติไป ภาวิตอยู่ใกล้เหตุการณ์และคนอื่นๆ รีบพาทั้งสองส่งโรงพยาบาลทันที เมื่อทั้งคู่ฟื้นขึ้นมาก็เกิดการสลับวิญญาณกันขึ้น แม้นวาดและกษมาต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในร่างใหม่ แต่ยังอดเอานิสัยเดิมมาใช้ไม่ได้ เช่น

กษมาแปลงโฉมแม้นวาดเป็นคุณยายสุดเปรี้ยวออกงานสังคมแทนที่จะไปวัด รวมถึงสมัครเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่า ส่วนแม้นวาดก็เปลี่ยนกษมาจนกลายเป็นนักศึกษามารยาทดีเด่น เป็นประธานชมรมพุทธศาสนา และประกวดแต่งกลอนสดชนะเลิศระหว่างมหาวิทยาลัย ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนแปลกใจ และภาวิตก็ได้ประจักษ์ว่าสองยายหลานสลับร่างกัน

จึงต้องหาทางช่วยเหลือให้ทั้งคู่กลับเข้าร่างเดิมให้ได้ โดยมีมารตี, ดุสิต และดนัย ที่รู้เรื่องในภายหลังคอยช่วยเหลือ ภาวิตเริ่มสนิทกับกษมาในร่างของแม้นวาด ทำให้ พนิดา ลูกสาวของบังอรศรีและเสน่ห์ที่หลงรักภาวิตเข้ามาก่อกวนภาวิตกับกษมา ( ในร่างของแม้นวาด ) หนักขึ้น แล้วให้ ก้อนทอง หนุ่มไฮโซกำมะลอที่เข้ามาติดพันเธอทำให้ภาวิตหึง ดุสิตเกิดหลงรักกษมาขณะที่เธอมีวิญญาณของแม้นวาดสิงอยู่

เพราะความที่เธอเป็นคนที่มีนิสัยเหมือนแม้นวาดนั่นเอง เรื่องราวชุลมุนต่างๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ มารตีหลงรักดนัยเงียบๆ และเกิดแสดงความโมโหขึ้นมาเมื่อเห็นว่าดนัยหลงรักกษมา เมื่อแม้นวาดรู้ว่าดนัยหลงรักหลานสาวและพวกเขายังเป็นเด็กกันอยู่ จึงคอยให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้ มารตีอยากช่วยเหลือภาวิตเรื่องเงินจึงไปสมัครเป็นสาวพริตตี้ โดยชวนกษมาในคราบของแม้นวาดไปเป็นเพื่อน

ภาวิตเห็นดุสิตจริงจังกับความสัมพันธ์ที่มีต่อกษมามาก จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่ากษมาถูกสลับวิญญาณกับแม้นวาด ทำให้ดุสิตดีใจที่ตัวเองได้อยู่กับคนที่ตนรัก ในที่สุดภาวิตก็ตามหากล่องแฝดที่สามารถแก้ปัญหาการสลับวิญญาณได้ โดยอ่านจากบันทึกของหลวงตาที่เคยเป็นนักล่ากรุสมบัติได้ที่อยุธยา พนิดาถูกก้อนทองปลุกปล้ำและถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้

ก้อนทองเป็นหนี้พนันกับเจ้าหนี้เป็นเงินมหาศาล เมื่อถูกตามทวงหนี้อย่างหนักเขาจึงเอาคลิปมาข่มขู่ให้พนิดาหาเงินมาใช้หนี้ให้ พนิดาได้ยินภาวิตพูดถึงเรื่องลายแทงก็คิดว่าเขากำลังจะไปค้นหาสมบัติจึงแอบขโมยลายแทงนั้นไป และเอาไปขุดหากล่องแฝดที่ภาวิตกำลังต้องการ จากนั้นก็นำมาเรียกค่าไถ่ด้วยเงิน 10 ล้านบาท กษมาและแม้นวาดรีบหาเงินให้ในทันที

และนำไปให้พนิดาแต่เกิดการต่อสู้กันขึ้น กษมาและแม้นวาดถูกลังไม้หล่นทับจนแทบจะหมดแรง ดุสิตกับภาวิตต่อสู้กับพนิดาและก้อนทอง ทำให้ลังไม้กระเด็นไปในกองไฟและเกิดระเบิดขึ้นมา ร่างของสองยายหลานที่อยู่ใกล้กองไฟได้รับแรงสะเทือนอย่างแรง จากนั้นทั้งคู่ก็สลบไปเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งยายและหลานได้กลับคืนร่างของตัวเอง แต่กษมายังงอนภาวิตอยู่เพราะคิดว่าภาวิตกับพนิดามีอะไรกัน

แม้นวาดกับดุสิตและเพื่อนๆ ของกษมาต้องวางแผนให้ทั้งสองได้คืนดีกัน แม้นวาดซึ่งเคยเป็นสาวหัวโบราณก็เริ่มเข้าใจชีวิตของวัยรุ่นมากขึ้น กษมาที่เคยแอนตี้คุณยายที่หัวทึนทึกก็เริ่มเข้าใจคนแก่มากขึ้น จากนั้นมาชีวิตครอบครัวของแม้นวาดก็ได้ค้นพบสัจธรรมของความสุขอย่างแท้จริงว่า การเอาใจเขามาใส่ใจเราทำให้สบายใจและพบความสุขกันทุกฝ่าย


รายชื่อนักแสดง

สินจัย เปล่งพานิช รับบท แม้นวาด
สราวุธ มาตรทอง รับบท ภาวิต
ราศี บาเล็นซิเอก้า รับบท กษมา
สุรินทร คารวุฒม์ รับบท ดนัย
บุศรินทร์ มโหทาน รับบท มารตี
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ดุสิต
พรรณชนิดา ศรีสำราญ รับบท พนิดา
พิมลวรรณ ศุภยางค์ รับบท เมทินี

******************************************************

@  จับตายวายร้ายสายสมร…. 3  แผ่น....................105  บาท

******************************************************

 จอมใจ …. 4  แผ่น....................140  บาท  NEW        แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

กลิ่นแก้ว เด็กสาวสวยมีพรสวรรค์ แต่มีชาติกำเนิดต่ำต้อย เป็นหลานสาวกำพร้าของ นางวาด แม่นมผู้ซื่อสัตย์เจียมตนแห่งสกุลนฤบาล ครอบครัวผู้ดีเก่าที่ภาคภูมิในชาติตระกูลเป็นที่สุด คุณหญิงนฤบาล เป็นคนเจ้ายศเจ้าระเบียบหัวโบราณและเย็นชา มีลูกชาย 3 คนคือ พันตรีภูเบศร์ ( คุณใหญ่ ) นายทหารม้ารักษาพระองค์ที่เคร่งขรึม อ่อนโยน ใจดี ชอบเสียสละ เรือเอกราวิน ( คุณกลาง ) นายทหารเรือไทยเจ้าสำราญ ชอบเอาชนะ เอาแต่ใจตัวเอง เจ้าอารมณ์

ร้อยตำรวจเอกพายัพ ( คุณเล็ก ) นายตำรวจกองปราบที่มีนิสัยเหมือนเด็กๆ มีอารมณ์ขัน ในวัยเด็กทั้งสามคลุกคลีอยู่กับกลิ่นแก้วที่เคยเป็นเด็กหญิงตัวอ้วนกลม มีคุณใหญ่คอยเอาใจ คุณกลางเป็นศัตรูคู่กัด คุณเล็กเป็นเพื่อนเล่นหยอกล้อ แต่หลังจากสามหนุ่มกลับมาอยู่บ้าน หลังจากแยกย้ายไปรับราชการต่างจังหวัดเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็พบว่ากลิ่นแก้วโตขึ้นเป็นสาวสวยมีเสน่ห์ คุณใหญ่หลงรักทันที คุณกลางเป็นปรปักษ์อย่างเปิดเผย คุณเล็กให้ความสนิทสนมเหมือนเดิม กลิ่นแก้วเป็นเพื่อนบ้านและเพื่อนเรียนของ ม.ร.ว.กนกเรขา ( คุณเอียด )

ลูกสาว หม่อมโพยม ผู้เปี่ยมเมตตา เป็นธุระจัดการให้กลิ่นแก้วได้ไปโรงเรียน และขอทุนให้ได้มาอยู่โรงเรียนประจำ สำหรับกุลสตรีชั้นสูงร่วมกับคุณเอียด คุณเอียดรักและปลื้มกลิ่นแก้วเหมือนวีรสตรี เมื่อจบจากมหาวิทยาลัยคุณเอียดเรียนต่อปริญญาโท แต่กลิ่นแก้วหางานทำเพื่อหนีให้พ้นสภาพเด็กในบ้านนฤบาลโดยเร็วที่สุด เหตุผลหลักมาจากคุณกลางที่ต่อต้านเธอจนออกนอกหน้า คุณกลางกำลังจะแต่งงานกับ ภิรมยา ( แพ็ท ) สาวเปรี้ยวนักเรียนนอก ลูกสาวรัฐมนตรีพี่สาวของ พัชรา เพื่อนคุณเอียดที่ชอบดูหมิ่นกลิ่นแก้ว

ที่คุณกลางต้องเร่งรีบแต่งงานก็เพราะภิรมยาท้อง คันศร บรรณาธิการบริหารนิตยสารบันเทิง “ดาวรุ่ง” นักการละครโทรทัศน์หนุ่มสังคมชื่อดัง เคยถ่ายรูปกลิ่นแก้วขึ้นปกจนขายดี ถูกใจและรับกลิ่นแก้วเข้าทำงานในกองบรรณาธิการทันที ทำให้เป็นที่อิจฉาของ อารดี ลูกจ้างสาวที่เป็นคู่นอนของเขา คุณใหญ่คอยดูแลรับส่งกลิ่นแก้ว แต่คุณกลางกลับอาละวาดเสียดสีพาลทะเลาะ ในที่สุดเมื่อได้อยู่ตามลำพังคุณกลางก็กอดจูบลวนลามเธอ และสารภาพว่าที่ทำเป็นชิงชังเพราะหึงเธอกับคุณใหญ่ แต่จำเป็นต้องแต่งงานเพราะเป็นความรับผิดชอบเยี่ยงทหาร

แต่คนที่ตนจะไม่ยอมเสียไปให้ชายใดเด็ดขาดคือกลิ่นแก้ว กลิ่นแก้วเองก็รักคุณกลางเช่นกัน ส่วนคุณใหญ่นั้นเป็นคู่หมายกับคุณเอียด งานแต่งงานของคุณกลางกับภิรมยา กลิ่นแก้วต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่เย็บปักผ้าม่าน, ปลอกหมอน, งานในครัว คุณเอียดจัดชุดสวยหรูให้กลิ่นแก้วในช่วงค่ำ ทำให้หนุ่มๆ รุมล้อมจนเจ้าบ่าวบึ้งตึงเชิดใส่ กลิ่นแก้วเลยประชดด้วยการออกไปกับคันศร แล้วยังประกาศต่อหน้าคุณใหญ่ว่าเธอรักคันศร คืนส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวทะเลาะกันรุนแรงเพราะภิรมยาไม่ได้ท้อง แค่วางแผนจับคุณกลางเท่านั้น

คุณกลางชี้หน้าว่าภิรมยาคือมารความรักของเขาแล้วขับรถออกจากบ้านไป ภิรมยาก็กลับไปบ้านพ่อแม่เช่นกัน คุณใหญ่รักษาแผลใจตัวเองด้วยการตีสนิทกับคุณเอียดและขอหมั้น ส่วนคุณกลางหาโอกาสพากลิ่นแก้วไปพลอดรักที่ชานเมืองจนกลิ่นแก้วตกเป็นของเขา คุณกลางสัญญาว่าจะหย่าจากภิรมยาให้ได้ คืนหนึ่งคุณกลางดื่มเหล้าเมามาย เห็นภิรมยาเป็นกลิ่นแก้วจึงมีความสัมพันธ์ด้วยจนเธอตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ พัชราน้องสาวของภิรมยาแค้นจัดเมื่อรู้ว่ากลิ่นแก้วแอบไปมีความสัมพันธ์กับคุณกลางพี่เขยของตนเอง

จึงนำเรื่องไปบอกคุณเอียดแต่คุณเอียดไม่เชื่อเลยไปบอกคุณเล็ก ทั้งสองมีปากเสียงกันพัชราจงใจขับรถชนคุณเล็กจนขาหัก ต้องมาเฝ้าพยาบาลจนกว่าจะหายทำให้ทั้งสองรักกัน กลิ่นแก้วมีอาการไม่สบายมาก ยอมให้คันศรพาไปหาหมอ คุณกลางเข้าใจผิดว่าเธอแอบไปเที่ยวกับคันศร จึงประกาศยกกลิ่นแก้วให้คันศรแล้วพาภรรยาไปฮันนีมูนที่หัวหิน เมื่อรู้ว่ากลิ่นแก้วท้องคันศรจึงเสนอตัวแต่งงานเพื่อให้ลูกในท้องมีพ่อ กลิ่นแก้วจำต้องตกลงด้วยสภาพจนตรอก คุณนายมาลี แม่ของคันศรก็เอ็นดูกลิ่นแก้วมาก

ทั้งสองรีบหมั้นกันอย่างกะทันหันที่หัวหิน ฝ่ายสองผัวเมียคุณกลางกับภิรมยาได้ทะเลาะกัน ขณะขับรถกลับกรุงเทพฯ ถึงขั้นตบตีกันจนรถประสบอุบัติเหตุ ภิรมยาตายคาที่ คุณกลางบาดเจ็บสาหัส คุณเล็กวางแผนให้กลิ่นแก้วมาพยาบาลคุณกลาง พัชราและแม่มาเยี่ยมคุณกลางก็ด่าว่ากลิ่นแก้วว่าเป็นเหตุให้ภิรมยาตาย คุณเอียดรู้เรื่องถึงกับช็อก คุณใหญ่โกรธคุณกลางมาก กลิ่นแก้วรู้สึกผิดรังเกียจตัวเองวิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลทั้งๆ ที่ท้อง คุณเล็กจัดการเจรจากับคันศรเรียบร้อย

คันศรไปดูงานที่อเมริกาตามลำพัง คุณเล็กพากลิ่นแก้วไปฝากไว้กับข้าราชการผู้ใหญ่ที่นับถือในต่างจังหวัด งานศพภิรมยาจบลงด้วยความแตกหักของคนสองตระกูล คุณกลางกลับตัวเป็นคนดี แต่กลิ่นแก้วแท้งซะก่อน คุณเล็กยอมพาคุณกลางไปหากลิ่นแก้วแล้วเฝ้าดูแลกันและกัน ตั้งใจทำตัวให้ดีชดเชยความผิดพลาดเก่าๆ คุณหญิงนฤบาลยอมรับความจริงได้ คุณใหญ่กับคุณเอียด คุณเล็กกับพัชรา ต่างมีความสุขด้วยกันทั้งคู่ คันศรกลายเป็นหนุ่มอกหักแม้จะประสบความสำเร็จทางการงานที่อเมริกาก็ตาม


รายชื่อนักแสดง

ภัทรพล ศิลปาจารย์ รับบท ราวิน ( คุณกลาง )
พรชิตา ณ สงขลา รับบท กลิ่นแก้ว
ธนากร โปษยานนท์ รับบท คันศร
รินลณี ศรีเพ็ญ รับบท ภิรมยา ( แพ็ท )
ดอม เหตระกูล รับบท ภูเบศร์ ( คุณใหญ่ )
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ รับบท ม.ร.ว.กนกเรขา ( คุณเอียด )
ศิระ แพทย์รัตน์ รับบท พายัพ ( คุณเล็ก )
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ รับบท พัชรา
วิชุดา พินดัม รับบท อารดี

******************************************************

@ เจ้าสาวบ้านไร่ …. 4  แผ่น.......140  บาท  


เรื่องย่อ

พิมพิกา ผู้เพียงพร้อมทุกอย่างจนหลายคนอิจฉา วันหนึ่งโรงงานตุ๊กตาที่พ่อแม่เธอเป็นเจ้าของเกิดไฟไหม้ ทำให้พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตในกองเพลิง พิมและ รวี พี่ชายต้องมาอาศัยอยู่กับ ปู่รุจน์ ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าปู่รุจน์กู้เงินจาก พ่อเลี้ยงสรัล มาให้พ่อแม่พิมสร้างโรงงานโดยแลกกับพิมหลานสาว สรัลเป็นพ่อเลี้ยงเนื้อหอมที่รับ ลูกตาล ลูกพี่สาวที่เป็นออทิสติกมาเป็นลูกตน ในงานศพพ่อแม่พิมสรัลเห็นพิมพิกาแล้วเกิดหลงรัก และตัดสินใจว่าจะทำทุกอย่างให้ได้พิมมาเป็นภรรยาและให้พิมรักเขาด้วย

ปู่รุจน์ไม่มีเงินคืนสรัลจึงทำสัญญายกไร่ให้สรัลพร้อมกับพิม รวีรู้เรื่องไม่พอใจหาแผนร้ายเล่นงานสรัล พิมต้องรับสภาพเป็นคนเลี้ยงแกะของปู่ ปลูกผัก ทำไร่ ส่วนรวีเอาแต่เที่ยวเตร่ สรัลขี่ม้ามาดูพิมทุกวัน แต่พิมรู้สึกว่าสรัลเป็นเศรษฐีขี้งกที่หวงหญ้ากลัวแกะของเธอมากิน เมื่อปู่รุจน์เสียชีวิตรวีก็เอาไร่และพิมไปขายให้ ทินมัย เพื่อตนจะได้ไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก เมื่อสรัลมาขอซื้อไร่รวีก็ทำกร่างใส่สรัลและปฏิเสธ ลับหลังรวีแอบคบ นุสรา น้องสาวของสรัล ในงานวันเกิดของนุสรานุสราชวนรวีและพิมไปงาน

พิมโดนเย้ยหยันจาก อรพิม ลูกสาวเศรษฐีที่หลงรักสรัล ยกเว้น ดนัย ชายหนุ่มที่หลงรักพิมตั้งแต่แรกเห็น เช้าวันหนึ่งสรัลเคาะประตูบ้านพิมแทบพังเพื่อตามหารวีที่พานุสราหนี สรัลบังคับให้พิมพาไปหาตามบ้านเพื่อนของรวีที่กรุงเทพฯ ซึ่งทุกคนปฏิเสธจนสรัลขู่ว่าจะฆ่าทั้งสามจึงต้องเล่าความจริง และรู้ว่ารวีไม่ชอบสรัลเลยกลั่นแกล้งชักจูง วีระ ให้กับนุสราพากันหนีไปอยู่ออสเตรเลียส่วนรวีไปอยู่แอลเอ สรัลยืนยันว่าจะลงโทษรวีให้ได้ในฐานะคนวางแผน สรัลบังคับพิมให้นอนห้องเดียวกับเขาที่โรงแรมชั้นหนึ่ง

พิมฝันร้ายถึงแม่จนสรัลต้องเข้าไปกอดและหลับไป สรัลตื่นมาเห็นพิมก็ขโมยจูบพิมโกรธสรัลมากจึงตบหน้าเขาที่ล่วงเกินเธอ พิมไปธนาคารก็พบว่าตัวเองไม่มีเงินเหลือสักบาทเพราะรวีเบิกปิดบัญชีไปแล้ว พิมนั่งซึมอยู่ริมถนนสรัลพาพิมกลับบ้านพร้อมซื้อของกินให้มากมาย พิมถูกทินมัยรังควานด้วยสัญญาที่รวีขายพิมและไร่ให้แล้ว ทินมัยคิดปล้ำพิมสรัลก็เข้ามาพอดี พิมโดนทินมัยฟาดจนหัวกระแทกสลบไป สรัลสั่นทินมัยไม่ให้ยุ่งกับพิมอีก ระหว่างที่พิมเบลอๆ สรัลจัดการจดทะเบียนกับพิมในโรงพยาบาล

โดยมีผู้จัดการธนาคารและนายอำเภอเป็นพยาน สรัลพาพิมกลับบ้านพร้อมตำแหน่งแม่เลี้ยงของไร่ สรัลอ้างว่าแต่งเพื่อรักษาชื่อเสียงของพิมและสิทธิ์ในการดูแลลูกตาลในกำหนด 1 ปี พิมต้องทำให้ใครต่อใครเข้าใจว่าเป็นสามีภรรยากันจริงๆ พิมตกลงเพราะไม่ต้องเสี่ยงกับทินมัยและมีคนที่คุ้มครองเธอได้ พิมเอาใจใส่รักใคร่ดูแลลูกตาลจนลูกตาลเรียกว่าแม่ ทำให้ ชุดา อาของสรัลไม่พอใจเพราะคอยเข้าข้างฝ่ายอรพิม ชุดายัดเยียดอรพิมให้สรัลต่อหน้าพิมอย่างไม่เกรงใจ อรพิมคิดกำจัดพิมด้วยการคบคิดกับทินมัย

ลูกตาลอยากเลี้ยงแกะพิมออกไอเดียให้เลี้ยงตุ๊กตาแกะแทน ลูกตาลมีฝีมือในการทำตุ๊กตาแกะอย่างไม่คาดฝัน ดนัยนำตุ๊กตาของพิมไปเสนอผู้ว่าฯ ให้เป็นสินค้าโอทอป ในงานแสดงสินค้าโอทอปสรัลโดนพวกทินมัยลอบยิง อรพิมต่อว่าทินมัยที่ทำร้ายสรัลทินมัยหัวเสียที่ลูกน้องทำงานพลาดจึงปล้ำอรพิม พิมเฝ้าสรัลไม่ยอมห่างจนสรัลฟื้นถามพิมว่ารักใช่มั้ย พิมยอมรับสรัลดีใจมากประกาศจัดงานแต่งงานของตน อรพิมเก็บตัวเศร้าจน ยุทธ อาของอรพิมสงสัยไปถามคนใช้คนสนิทจนรู้เรื่อง ฝ่ายรวีไม่มีใครรับเข้าทำงาน

และยังถูกลูกน้องของทินมัยตามล่าจนถูกส่งตัวกลับเมืองไทย ด้านนุสราก็ถูกบีบจากสรัลด้วยการระงับเอทีเอ็มจนลำบากทะเลาะกับวีระและหนีวีระกลับเมืองไทย พิมและลูกตาลถูกจับตัวโดยพวกของทินมัยในร้านของ ลดา พิมเห็นรวีถูกซ้อมและโดนขอร้องให้เป็นภรรยาของทินมัย สรัลตามมาถึงทินมัยจะฆ่าสรัลแต่อรพิมเข้าไปขวางทางปืนจนถูกยิงแทน ทินมัยจับตัวพิมเป็นตัวประกันแต่ทินมัยถูกมือปืนของยุทธแก้แค้นให้อรพิมที่ทินมัยข่มขืนอรพิม อรพิมต้องเป็นอัมพาตสรับให้อภัยรวีเพราะเห็นแก่พิมและยกไร่คืนพร้อมแกะให้รวี

นุสราตกใจที่พิมกลายเป็นพี่สะใภ้เลยออกปากไล่ และบอกความจริงที่สรัลก็ซื้อพิมมาเหมือนกัน พิมเสียใจเตลิดหนีไปสรัลไล่นุสรากลับออสเตรเลีย สรัลออกตามหาพิมทั้งสองปรับความเข้าใจกัน สรัลบอกว่าเขาไม่ได้ซื้อพิม แต่หลงรักพิมตั้งแต่งานศพพ่อแม่ของพิมแล้ว ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและเข้าใจ งานแต่งงานจัดขึ้นตามกำหนดเดิม สรัลบอกพิมว่าเธอคือ เจ้าสาวบ้านไร่ ที่สวยที่สุดในโลก พิมบอกสรัลว่าเขาคือ เจ้าบ่าวบ้านไร่ ที่หน้าดุที่สุดในโลก ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข


รายชื่อนักแสดง

ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท สรัล
พัชรินทร์ จัดกระบวนพล รับบท พิมพิกา
ชินสุเวท เจตน์จำรัส รับบท ทินมัย
วีรดา สุทธิชื่น รับบท อรพิม
ภคิน โพธิปริสุทธิ์ รับบท รวี
วิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบท นุสรา
สาริน บางยี่ขัน รับบท วีระ
สราวุฒิ พุ่มทอง รับบท ดนัย
ด.ญ.สปาย ปัณฑารีย์ รับบท ลูกตาล

********************************************************

@ เจ้าหญิงขอทาน ( นก สินใจ ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

          ไผทเทพ นักข่าวหนุ่มมีน้องสาวชื่อ ผดาชไม ทั้งคู่เป็นบุตรของคุณหญิงผจงจิต มีน้าสาวฝาแฝดอยู่ในบ้านด้วยคือประพากับประไพ ไผทเทพทำงาน ที่สำนักพิมพ์สยามราษฎร์โดยเป็นคู่หูกับบก.โกศล ไผทเทพมักจะทำสกู๊ปข่าวแปลกๆ และได้รับความนิยมจากผู้อ่านอยู่เสมอ วันหนึ่งไผทเทพได้พบกับฟ้าใส ซึ่งเป็นเด็กสาวขอทานที่แกล้งทำเป็นขาเจ็บ เขาสังเกตได้ว่าเป็นแผลปลอมเพราะบางครั้งเป็นข้างซ้ายบ้างข้างขวาบ้าง เขาจึงไปขอสัมภาษณ์เธอ เพื่อไปทำสกู๊ปขอทาน 


          ฟ้าใสคิดว่าไผทเทพเป็นตำรวจปลอมตัวมาจึงใช้ไม้ค้ำยันขาตีจนไผทเทพตกบันไดสะพานลอยและวิ่งหนีไปเจอกับจ้อยซึ่งเป็นขอทานต่างแก๊งค์กัน จ้อยเข้าใจว่าฟ้าใสมาขอทานข้ามเขตจึงจะจับตัวไป ขณะหลบหนีฟ้าใสเห็นร้านตะวันแดงติดป้ายว่ามีงานประกวดแฟนซี ฟ้าใสจึงถูกชักชวนให้เข้าไป ในงานเพราะเข้าใจว่าแต่งแฟนซีเป็นขอทานมา พอจะกลับก็พบกับไผทเทพซึ่งมาเป็นกรรมการตัดสินการประกวดแฟนซี เขาจะพาเธอขึ้นรถให้ได้ แต่ฟ้าใสกลับฉกกระเป๋าเงินของเขาได้แล้วหนีรอดไป พอกลับถึงบ้านเจอวิเชียรเป็นหัวหน้าแก๊งค์ สะอาดแม่ของฟ้าใสเป็นภรรยาของวิเชียร 


          ฟ้าใสนำกระเป๋าเงินของไผทเทพมาเปิดดูเห็นบัตรสำคัญต่าง ๆ หลายใบ เธอจึงเอาเงินไว้และให้เด็กในแก๊งค์เอากระเป๋าไปคืนไผทเทพ คุณหญิงผจงจิต ประพากับประไพ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ไผทเทพแต่งงานกับมิ่งสมรลูกสาวของอภิชาติกับมัทรี แต่ไผทเทพไม่ชอบเพราะมัทรีกับมิ่งสมร เป็นคนงมงายเรื่องไสยศาสตร์ ไผทเทพเขียนข่าวเกี่ยวกับเรื่องบ่อนและซ่องจึงทำให้ถูกลอบทำลายเขา 


          ไผทเทพจึงเดินทางออกไปจากโรงพิมพ์ไปพบฟ้าใสที่เธอนั่งขอทานอยู่ที่แห่งใหม่ ไผทเทพบังคับให้ฟ้าใสไปนั่งทานข้าวด้วยกันกับเขา ครั้นอิ่มแล้วเขาก็ จะสัมภาษณ์เธอ กลับถูกฟ้าใสแกล้งทำให้ไผทเทพไม่ได้สัมภาษณ์ ฟ้าใสตั้งใจจะไปเรียนที่การศึกษานอกโรงเรียนเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี สะอาดจึง ขอร้องวิเชียรให้ฟ้าใสไปเรียนหนังสือ แต่วิเชียรคัดค้านเพราะเกรงว่าจะขาดรายได้ แต่ฟ้าใสก็อ่าน เขียน คิดเลขได้เพราะมีบุญเติมเพื่อนรุ่นพี่ร่วมแก๊ง ที่เอ็นดู คอยช่วยสอนหนังสือ นอกจากนี้ฟ้าใสยังเรียนภาษาใบ้กับนกเล็กเพื่อนขอทานด้วยกัน 


          สะอาดชวนฟ้าใสกับนกเล็กไปอาศรมเจ้าพ่อหลวงปู่ครูฤาษีเพื่อขอเลขเด็ดมาแทงหวยบนดิน พอดีมัทรีกับมิ่งสมรชวนครอบครัวของไผทเทพ ไปขอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองด้วย ไผทเทพกับมิ่งสมรออกมาเดินเล่นจะถ่ายรูปกัน แต่มิ่งสมรเห็นฟ้าใสนั่งคุยภาษาใบ้จึงพูดจาดูถูกเหยียดหยามฟ้าใสกับนกเล็ก ฟ้าใสจึงวิ่งราวกล้องถ่ายรูปของไผทเทพไปเพื่อแก้เผ็ด แต่ในขณะที่หลบหนีก็เจอกับเดชซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งขอทานต่างเขต ที่มีเบื้องหลังเป็น'เอเย่นต์ หาผู้หญิงส่งไปขายตัว ส่วนวิเชียรมีบ่อนการพนัน เดชขอซื้อฟ้าใสจากวิเชียรเพื่อนำไปเป็นสินค้า ในจำนวนห้าแสนบาท แต่อยากได้ตัวฟ้าใสก่อนที่จะ ขายเธอไป จึงคิดรวบหัวรวบหางฟ้าใสจึงหลอกให้สะอาดออกไปนอกบ้านแล้วเข้าไปปล้ำฟ้าใสในห้อง

 
          ฟ้าใสสู้แรงของวิเชียรไม่ได้แต่รู้ว่าวิเชียรเป็นคนบ้าจี้จึงจี้สะดือให้วิเชียรลุกขึ้นเต้น เธอเลยวิ่งหนีออกมาได้แต่ก็ปรากฏว่าเป็นรถของไผทเทพ ฟ้าใสจนแต้มจึงรับปากกับเขาว่าจะเอากล้องถ่ายรูปไปคืนเขา ในวันสงกรานต์ขอทานในแก๊งของวิเชียรกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันหมด ฟ้าใสแอบรู้ว่า วิเชียรจะปล้ำเธออีก จึงจ้างให้โสเภณีมานอนรออยู่แทน เพื่อหลอกให้วิเชียรเข้าใจว่านอนกับตนแล้วแล้วก็เอากล้องของไผทเทพมาถ่ายรูปไว้ ฟ้าใสไปพบกับไผทเทพ มีคนร้ายมาลอบยิงเขาอีก แต่ฟ้าใสเห็นก่อนจึงผลักเขาล้มลงทันและตามไปจับตัวคนร้ายได้ทำให้ไผทเทพซาบซึ้งในตัวฟ้าใส 


           จากนั้นวิเชียรให้สมุนที่บ่อนไปโปะยาสลบจับฟ้าใสไปขัง ฟ้าใสได้สติขึ้นจึงพยายามหาทางออก และดีใจที่เห็นกลุ่มคนใบ้เพื่อนของนกเล็กเดินผ่าน ฟ้าใสทำสัญญาณมือให้มาช่วยเหลือ กลุ่มคนใบ้จึงบุกเข้ามาชิงตัวฟ้าใสออกมาได้ ฟ้าใสไปหาไผทเทพแล้วแจ้งตำรวจ ตำรวจเพื่อนของไผทเทพแกะรอย ตามไปจนถึงถิ่นที่เดชกับวิเชียรร่วมมือกัน ทำงานนอกกฎหมาย คืนนั้นตำรวจก็เข้าทลายบ่อนและซ่องของคนทั้งสอง ฟ้าใสกลับบ้านตัดสินใจ เล่าเรื่องให้ สะอาด ฟังว่าวิเชียรปล้ำเธอหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงจับตัวเธอไป สะอาดสารภาพว่าฟ้าใสไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตน มัทรีกับมิ่งสมรลงข่าวใน หนังสือพิมพ์ ทำนองว่าไผทเทพกับโกศลเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน ไผทเทพรู้ก็โกรธแถมยิ่งหงุดหงิดเมื่อคุณหญิงผจงจิตเร่งเร้าเรื่องงานแต่งงานกับมิ่งสมร


           ไผทเทพจึงเอ่ยปากบอกทุกคนว่าผู้หญิงคนแรกที่พบในวันนี้จะเป็นคนที่เขาจะแต่งงานด้วย สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดเมื่อฟ้าใส หลบหนีมาจากแก๊งค์ขอทาน และมายืนรอไผทเทพอยู่ที่หน้าบ้าน ไผทเทพเลยต้องตกบันไดพลอยโจนขอฟ้าใสแต่งงานโดยมีสัญญาว่าเป็นการแต่งงานกันเพียงในนามเท่านั้นฟ้าใสก็ต้องการที่จะออกจากแก๊งค์จึงตกลงยอมที่จะแต่งงานหลอก ๆ กับไผทเทพ โดยรู้กันแค่สองคน ทำให้มิ่งสมรแค้นใจมาก 
          

          ไผทเทพกับฟ้าใสแต่งงานกันอย่างเรียบง่าย และมีความสนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปเที่ยวตามที่ต่างๆ บนเกาะที่มีธรรมชาติงดงาม ทำให้ทั้งคู่รู้ สึกดีต่อกัน ฟ้าใสทำให้ไผทเทพประหลาดใจด้วยการแต่งชุดแบบสาวชาวเกาะฮาวาย พร้อมกับกล่าวอวยพรวันเกิดไผทเทพ ทางกรุงเทพฯ มัทรี พยายามวิ่งเต้นไปหาเจ้าพ่อเจ้าแม่หลายสำนักด้วยความเชื่อว่า ฟ้าใสทำเสน่ห์ใส่ไผทเทพ และยุยงให้คนที่บ้านคุณหญิงผจงจิตเชื่อเช่นนั้นด้วย เมื่อ กลับกรุงเทพฯ บุญเติมบอกฟ้าใสว่าอยากไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ห่วงบัวบูชาลูกสาว


           ฟ้าใสจึงขออนุญาตจากไผทเทพนำบัวบูชามาเลี้ยงที่บ้านของเขาและส่งเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล ชีวิตของฟ้าใสหลังแต่งงานกับไผทเทพ ไม่มี ความสุขนัก เพราะคุณหญิงผจงจิตและน้าสาวทั้งสองไม่ชอบฟ้าใสเป็นอย่างมาก ส่วนมิ่งสมรก็ไม่เลิกมาหาเรื่องระรานฟ้าใสเสมอ มัทรีกับมิ่งสมร ไม่ละ ความพยายามที่ต้องการไผทเทพ จึงไปหาอาจารย์ทางไสยศาสตร์ กลับกลายเป็นวิเชียรหลอกทั้งสองแม่ลูกว่าเป็นอาจารย์ทำเสน่ห์ จะหาวิธีช่วย มิ่งสมร ล้างเสน่ห์ของฟ้าใสจากไผทเทพและทำเสน่ห์ให้มิ่งสมรแทน แต่กลับถูกหลอกให้ดื่มน้ำผสมยานอนหลับทำให้มัทรีเคลิ้มหลับไป และมิ่งสมรถูกข่มขืนจนท้อง ทำให้มัทรีโมโหฆ่าวิเชียรตายจนเป็นข่าวครึกโครม มีอยู่วันหนึ่งมีสุนัขตัวหนึ่งดิ้นหลุดวิ่งเข้าในบ้านวิ่งชนเครื่องลายครามราคาแพงแตก สาวใช้กลัว ความผิดจึงโทษว่าบัวบูชาเป็นคนทำแตก ประพากับประไพตีบัวบูชาซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฟ้าใสกับไผทเทพมีปากเสียงกัน 


          ไผทเทพถึงกับพลั้งปากไล่ฟ้าใส ฟ้าใสเสียใจพาบัวบูชาไปอยู่โรงละครร้าง ฟ้าใสจะสร้างคอนเสิร์ตการกุศลขึ้นเพื่อนำรายได้ มากองทุนการศึกษา ให้กับเด็กเร่ร่อน ชมเพลินเลขาของไผทเทพกับเพื่อนร่วมแก๊งค์ของฟ้าใสจึงวางแผนให้ทุกคนได้รู้ความจริงว่าฟ้าใสเป็นคนอย่างไร จึงนำบัตรคอนเสิร์ต ไปให้ทุกคนที่รู้จักนางเอกเพื่อมางานรวมทั้งสะอาดด้วย อภิชาตจึงได้เจอกับสะอาด ความจริงจึงเปิดเผยว่า ฟ้าใสเป็นลูกของอภิชาตที่เกิดกับ ดาวราย ภรรยาอีกคน ของอภิชาติ ดาวรายเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจึงทิ้งฟ้าใสไว้กับสะอาดที่เป็นคนเลี้ยงเด็ก


           ฟ้าใสดีใจที่เธอจะไม่ต้องถูกดูหมิ่นว่าเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอีกต่อไป อภิชาติพาฟ้าใสไปอยู่ที่บ้านของเขาและเลี้ยงต้อนรับ คุณหญิงผจงจิต ประพากับประไพ เลิกมีอคติกับฟ้าใส แต่ไผทเทพกับฟ้าใสยังแง่งอนกันอยู่ ฟ้าใสจึงยังคงสอนหนังสือเด็กเร่ร่อน และยังเป็นกลุ่มผู้นำต่อต้านยาเสพติด และฟ้าใสก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบุคคลผู้ทำประโยชน์แก่สังคม ในฐานะครูอาสาและผู้นำชุมชนต่อต้านยาเสพติดจากสมาคมสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ฟ้าใสไปรับรางวัลโดยไม่บอกให้ไผทเทพรู้ เมื่อลงจากเวทีฟ้าใสพบไผทเทพพาเด็กเร่ร่อนที่เป็นลูกศิษย์ของเธอเข้ามาแห่ล้อมแสดงความยินดี ทำให้ฟ้าใสปลาบปลื้มมาก เธอบอกว่าไม่คิดว่าจะมีวันดี ๆ เช่นนี้เพราะเธอเป็นเพียงเจ้าสาวทานของเขา แต่ไผทเทพบอกว่าแท้จริงแล้ว เธอเป็น เจ้าหญิงขอทาน เพราะเป็นผู้มีน้ำใจงาม เด็ก ๆ ได้นำมงกุฎกระดาษโรยกากเพชรมาให้ฟ้าใสสวมให้ช่างภาพถ่ายภาพคู่กันอย่างมีความสุข

*****************************************************

@จิตสังหาร (ป๋อ + อั้ม) …. 3  แผ่น....................105  บาท

******************************************************

@โจรปล้นใจ (ศรราม + โดนัท) …. 3  แผ่น....................105  บาท

1. ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ภูริพัต
2. มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล แสดงเป็น มธุมาส
3. เจฟฟรี่ เบญจกุล แสดงเป็น พีรพล
4. กรรชัย กำเนิดพลอย แสดงเป็น ทินกร
5. สุวัจนี ไชยมุกสิก แสดงเป็น ชลิดา
6. ชุติมา เอเวอรี่ แสดงเป็น ลีน่า


เรื่องย่อ
ตระกูล…วงศ์วรัณย์ มีลูกชาย 2 คน คือ ภูริพัต และ พีรพล คุณหญิง กมลา ผู้เป็นแม่ลำเอียงรักพีรพลมากกว่าภูริพัต ภาคิน ผู้เป็นพ่อเลยตัดปัญหาส่งภูริพัตไปเรียนต่อต่างประเทศ พีรพลไปชอบ มธุมาส สาวสวยประชาสัมพันธ์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง คุณหญิงกมลาหมายตา ชลิตา ลูกสาวคุณหญิง ชลลดา ไว้ให้พีรพลแล้ว สั่งให้พีรพลเลิกยุ่งเกี่ยวกับมธุมาส แต่พีรพลก็ยังแอบไปหามธุมาส

หลังจากทำงานอยู่ต่างประเทศหลายปี ภูริพัตจึงกลับมาเมืองไทย ระหว่างทางภูริพัตเห็นหญิงสาว ถูกโจรทำร้ายที่ป้ายรถเมล์ ภูริพัตช่วยหญิงสาวไว้ แต่พอเธอฟื้นขึ้นมากลับคิดว่า ภูริพัตเป็นโจร เตะผ่าหมากแล้ววิ่งหนีไป ภูริพัตหน้าเขียวร้องไม่ออก ส่วนที่บ้าน คุณหญิงกมลา สั่งให้ภูริพัต จัดการแยกพีรพลกับมธุมาส ภูริพัตอยากเอาใจแม่เลยตกลง เมื่อดูรูปหญิงสาวที่พีรพลติดพัน ภูริพัตจำได้ว่า เป็นผู้หญิงที่เตะเขาเมื่อคืน คงแสบไม่เบา

ภูริพัตส่งลูกน้องในบริษัทสะกดรอยตามมธุมาส ขู่ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพีรพล ลูกน้องมืออ่อนโดนมธุมาสเล่นงาน ซะวิ่งแจ้นกลับมาฟ้องเจ้านาย มธุมาสคิดว่า เป็นคนของคุณหญิงกมลา คุณหญิงชลลดายื่นคำขาด ให้คุณหญิงกมลาจัดการมธุมาส ไม่อย่างนั้นจะไม่ยกชลิดาให้ ถึงคราวภูริพัตต้องออกโรงเอง…

ไหน ๆ มธุมาสก็คิดว่า เขาเป็นโจรอยู่แล้ว ภูริพัตมาดักจับตัวมธุมาส กว่าจะจับได้เล่นเอาเหนื่อย เพราะมธุมาสสู้ยิบตา ภูริพัตพามธุมาสไปบ้านกลางป่าของ ทินกร เพื่อนสนิท แล้วสวมบทเป็นโจรชื่อ เสือพัต มธุมาสเชื่อสนิท ภูริพัตสั่งให้ ลอ คนดูแลบ้านเล่นเป็นลูกน้องโจร คอยจับตาดูมธุมาสตอนที่เขาไม่อยู่ มธุมาสเห็นเสือพัตไปซื้อของในเมือง เลยสบโอกาสหนี มธุมาสวิ่งไปเจอถนน โบกรถอย่างดีใจ แต่..กลับเป็นรถภูริพัต ภูริพัตลงโทษขังมธุมาสไว้ในห้องทินกร เพื่อนภูริพัตกลับมาจากบิน

ทินกรเป็นกัปตันเครื่องบินขวัญใจสาวๆ ทินกรมาที่บ้านกลางป่าเห็นมธุมาสก็ตะลึงในความสวย ภูริพัตให้ทินกรปลอมตัวเป็นสมุนโจรชื่อ เสือทิน ทินกรร้องจ๊าก…ไม่ยอม ภูริพัตขู่ถ้าไม่เป็นโจรก็อยู่ไม่ได้ ทินกรจำใจยอมเพราะอยากอยู่ใกล้คนสวยอย่างมธุมาส

อยู่ต่อหน้ามธุมาส ภูริพัตจะทำโหดเสียงเข้ม จนทินกรกับลอแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ มธุมาสกลัวภูริพัต แต่ก็ยังอดเถียงฉอด ๆ ไม่ได้ ซึ่งภูริพัตก็เถียงไม่ทัน แพ้ทุกที เมียลอต้องกลับบ้านนอก ไม่มีใครทำกับข้าว ภูริพัตเลยต้องทำเอง เสือพัตหน้าเหี้ยมติดเตาหุงข้าว ผัด ทอด ต้มยำสารพัด แถมอร่อยลิ้น มธุมาสแปลกใจโจรประสาอะไร ทำกับข้าวให้เธอกิน

ที่กรุงเทพฯ คุณหญิงกมลาบังคับพีรพล ให้พาชลิดาไปเที่ยว จนทั้งคู่ได้เสียกัน พีรพลหลงรสเสน่หาจากชลิดา จนลืมมธุมาส ในป่า…มธุมาสทำตัวดีจนภูริพัตเชื่อใจ ยอมพาไปซื้อของในเมืองด้วย เข้าล็อคตามแผนมธุมาสแอบหนี ภูริพัตตามมาจับตัวได้ แต่มธุมาสก็สามารถโทรศัพท์ไปหา จารวีเพื่อนสนิทฯ บอกว่าถูกจับตัวอยู่ในป่า แถมยังบอกชื่ออำเภอไว้ จารวีเปิดหนังสือท่องเที่ยว จนเจออำเภอที่มธุมาสพูดถึง

การหายตัวไปของภูริพัต ทำให้ ลีน่า หญิงสาวที่ชอบภูริพัต ตั้งแต่เรียนเมืองนอกด้วยกันร้อนใจ คิดว่าภูริพัตมีผู้หญิงอื่น ลีน่าเช็คเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานภูริพัต ก็รู้ว่าภูริพัตโทรมาจากไหน ลีน่าขับรถต่อเข้าไปยังบ้านกลางป่าของทินกร ทินกรเคยพาลีน่ามาเที่ยวครั้งหนึ่ง จารวีก็มาทางเดียวกัน เห็นรถลีน่าก็สงสัยว่า ลีน่าอาจมีส่วนลักพาตัวมธุมาส เลยสะกดรอยตาม จนมาถึงบ้านกลางป่า

ภูริพัตมาเจอสองสาวเข้า จารวีนึกว่า ภูริพัตเป็นโจร ร้องกรี๊ด ๆ ภูริพัตต้องอธิบายให้ฟัง และจากคำพูดของลีน่าก็ทำให้จารวีเชื่อว่า ภูริพัตเป็นลูกคุณหญิงกมลา แถมคล้อยตามภูริพัตว่า ลักพาตัวมธุมาสมา เพื่อปกป้องเธอจากแม่ของเขา จารวียอมกลับ

ภูริพัตให้ทินกรพาจารวีไปหาที่พักในเมือง ตอนแรกทินการไม่ไป แต่พอเห็นหน้าสวยๆ ของจารวีก็รีบแจ้นไปทันที ลีน่าไม่ไว้ใจที่ภูริพัตอยู่บ้านเดียวกับผู้หญิงสวยอย่างมธุมาส เลยประกาศตัวว่าเป็นเมียเสือพัต ถ้าภูริพัตไม่ยอมเล่นเป็นสามี ลีน่าจะบอกความจริงมธุมาส ภูริพัตกลัวพลาดท่าเสียทีให้ลีน่า เลยหนีออกมานอนนอกชานให้ยุงกัดทุกคืน ลีน่าแกล้งใช้งานมธุมาส มธุมาสไม่ทำซ้ำยังตอบโต้ ภูริพัตทำทีเป็นปกป้องลีน่า แต่ก็แอบขำความแสบทรวงของมธุมาส

มธุมาสให้ลอเก็บดอกไม้ พวกของแปลก ๆ มาให้ ภูริพัตอธิบายเรื่องป่าให้มธุมาสฟัง มธุมาสทึ่งในตัวโจรหนุ่ม ที่รู้เรื่องป่าดีอย่างกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ นั่นเพราะภูริพัตชอบเดินป่ามาแต่ไหนแต่ไร เลยมีความรู้เรื่องป่า ผิดกับทินกรที่ชอบแสงสี ทินกรไปเที่ยวในเมืองไม่มีเพื่อนเที่ยว เลยไปชวนจารวีที่ยังปักหลักอยู่ในโรงแรม สองคนต่างเซ็งเหมือนกัน เลยชวนกันไปฟังเพลงเต้นรำสนุกสุดเหวี่ยง ทินกรออกจากป่ามาเที่ยวกับจารวีบ่อย ๆ จนจารวีจะกลับกรุงเทพฯ ทินกรเบื่อบ้านกลางป่าเต็มที เลยเก็บข้าวของกลับไปกับจารวี ภูริพัตบอกมธุมาสว่า เสือทินหนีตามผู้หญิง

มธุมาสทำแปลงปลูกดอกไม้รอบบ้าน ทำให้บ้านสวยน่าอยู่ขึ้น ภูริพัตพอใจมาช่วยปลูก ลีน่าทนไม่ได้จะพามธุมาสหนี จะได้ไปให้ไกลภูริพัต มธุมาสใจหายไม่น้อย เพราะเริ่มผูกพันกับบ้านกลางป่า แต่ลีน่ารบเร้าจนมธุมาสตกลงหนี รถลีน่าเกิดคว่ำ ลีน่าสลบไปส่วนมธุมาสเจ็บเล็กน้อย มธุมาสวิ่งไปตามภูริพัตมาช่วย ภูริพัตพาลีน่าส่งโรงพยาบาล แล้วพามธุมาสกลับบ้านกลางป่า จากนั้นก็ย้อนมาเฝ้าลีน่าอีกรอบ มธุมากรู้สึกแสลงใจ ที่เห็นภูริพัตดีกับลีน่า

ชาวบ้านตามลอไปช่วยช้างตกลูก ลอรีบไปโดยลืมว่า ปล่อยมธุมาสไว้ลำพัง มธุมาสมีโอกาสหนีแล้ว แต่หญิงสาวเกิดอาลัยอาวรณ์บ้านกลางป่า และอยากอยู่เจอภูริพัตมธุมาสไม่หนี หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเอง หรือเธอกำลังตกหลุมรักโจร รุ่งขึ้นภูริพัตรีบกลับมาด้วยเป็นห่วงมธุมาส มธุมาสเอาใจทำกับข้าวให้ภูริพัตกิน พวกไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ภูริพัตขำเอ็นดูมธุมาส

ลีน่าถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพฯ หมอต้องรุมจับหลายคนถึงลากไปได้ ชลิดาท้อง คุณหญิงกมลาจับพีรพลแต่งงานกับชลิดา และส่งข่าวไปบอกภูริพัต ให้ปล่อยตัวมธุมาสได้แล้ว ภูริพัตใจหายพามธุมาสกลับกรุงเทพฯ ต่างเศร้าไม่แพ้กัน ทั้งสองร่ำลากัน คิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว

มธุมาสไปหาจารวี ได้เจอทินกรในชุดกัปตันเครื่องบิน แถมยังเป็นแฟนกัน มธุมาสเอ๊ะใจเรื่องชักไม่ชอบมาพากล ทินกรไม่ใช่โจรแล้วภูริพัตเป็นใครกันแน่ มุธมาสสงสัยว่า คุณหญิงกมลามีส่วนเกี่ยวข้อง เลยบุกไปบ้านคุณหญิง ถึงได้รู้ความจริงว่า ภูริพัตเป็นพี่ชายพีรพล ทุกคนรวมหัวกันหลอกเธอ มธุมาสหนีไป ภูริพัตตามหาไม่เจอ เสียใจจนไม่เป็นอันทำงาน ผาคินจะยกบริษัทให้ภูริพัต คุณหญิงกมลาไม่ยอม ประกาศว่า ภูริพัตไม่ใช่ลูกตน แต่เป็นลูกเมียน้อย ภูริพัตเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่าทำไมแม่ไม่รักตน

ภูริพัตออกจากบ้านไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เชียงใหม่ ภูริพัตตระเวณสมัครงานหลายแห่ง ได้งานที่โรงแรม 5 ดาว ที่กำลังจะเปิดตัวของแม่เลี้ยง พิมพร เศรษฐีนีภาคเหนือและที่นี่เอง ภูริพัตได้เจอกับมธุมาส มธุมาสขอย้ายมาทำงาน โรงแรมในเครือของแม่เลี้ยงพิมพร มธุมาสโกรธภูริพัตไม่ยอมพูดด้วย แต่บรรยากาศสวยงามของทางเหนือ บวกกับลูกตื้อของภูริพัต มธุมาสก็ใจอ่อนให้อภัยภูริพัต

แม่เลี้ยงพิมพรดีใจจัดงานเลี้ยงให้ทั้งคู่ ภูริพัตกับมธุมาสแปลกใจ ที่แม่เลี้ยงดีกับพวกตนมาก ยิ่งกับภูริพัตแล้ว แม่เลี้ยงเรียกไปกินข้าวด้วยแทบทุกมื้อ ถึงวันงานเปิดตัวโรงแรมของแม่เลี้ยงพิมพร ภูริพัตเชินภาคินผู้เป็นพ่อ คุณหญิงกมลา พีรพล และชลิดามาด้วย บนเวทีกลางงาน แม่เลี้ยงพิมพรประกาศว่า ภูริพัตเป็นลูกชายตน ภาคินยืนยันว่าเป็นความจริง แม่เลี้ยงพิมพรเป็นคนรักเก่าภาคิน ภูริพัตดีใจที่ได้พบแม่ผู้ร่วมงานต่างซาบซึ้งไปด้วย แล้วภูริพัตก็ประกาศจะแต่งงานกับมธุมาส

หลังแต่งงาน ภูริพัตพามธุมาสไปฮันนีมูนที่บ้านกลางป่า เสือพัต..บัดนี้กลายเป็นสามีมธุมาส หญิงสาวมองดูชายหนุ่มติดเตาหุงข้าวอยู่หน้าบ้าน ภูริพัตเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ แต่ใครจะรู้บ้างว่า..ครั้งหนึ่ง ภูริพัดเคยสวมรอยเป็นโจร หลอกลวงเธอและเขาก็ได้สิ่งที่เธอหวงแหนที่สุดไป เขาปล้นหัวใจเธอไป…ตลอดกาล

****************************************************

 @โซดากับชาเย็น (ติ๊กเ+ ปิ่น) …. 3  แผ่น.........105  บาท

****************************************************

@ ญาติกา(โดโด้ ยุทธพิชัย  + กวาง กลมชนก) …. 4  แผ่น.........140  บาท

************************************************

@ ดวงใจพิสุทธิ์ (แซม  + สิเรียม) …. 12  แผ่น.........420  บาท

************************************************

@ด้วยแรงอธิฐาน (กบ สุวนันท์ )…. 5  แผ่น....................175  บาท

********************************************************

@ดาวพระศุกร์ (สุวนันท์  + ศรราม)  …. 6  แผ่น....................210 บาท

เรื่องย่อ
ดาวพระศุกร์เป็นเด็กที่นางวิภา วงศ์สะอาด มาคลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลเลี้ยงดูดาวพระศุกร์จนอายุได้ 9 เดือน ก็มีคนมาขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ชีวิตในบ้านพ่อเลี้ยงที่เกรงใจภรรยาและแม่เลี้ยงใจร้าย ในตอนแรกจนกระทั่ง 4 ขวบกว่า ดาวพระศุกร์มีพิกุลเป็นพี่เลี้ยงคอยปกป้อง ช่วยเหลือ ให้รอดจากคุณนายมารศรี แม่เลี้ยงตีบ่อย ๆ จนวันหนึ่งคุณนายไล่พิกุลออก ดาวพระศุกร์จึงต้องทนเลี้ยงน้องที่เกิดมาคล้ายเป็นลูกอิจฉาของคุณนายถึง 4 คน ซึ่งคุณนายรักดั่งแก้วตาตลอดเวลา ดาวพระศุกร์มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำกับข้าวดูแลทุกคนในบ้านอย่างดี ถ้าทำผิดแม้เพียงนิดเดียวก็จะถูกคุณนายทุบตีอย่างทารุณ คุณนายดุด่าและบอกความจริงว่า คุณนายและท่านนายพันไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง และบอกว่าแม่จริงชื่อ วิภา วงศ์สะอาด ดาวเสียใจมาก พ่อเลี้ยงปลอบว่าวันหนึ่งแม่จริงของดาวก็จะมารับดาวจึงทนรอคอยความหวัง

วันหนึ่งดาวไปตลาด พบเด็กชายขอทานซึ่งแกอดข้าวมา 2 วันจนแทบเป็นลม ดาวนึกสงสารจึงให้มาที่บ้าน หาข้าวให้กินด้วยใจบริสุทธิ์ และเล่าให้ฟังว่าชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร แก่รับฟังด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้ คนข้างบ้านคนหนึ่งเห็นดาวคุยกับแก่ ก็ไปฟ้องคุณนายว่าดาวริอ่านคบผู้ชาย คุณนายโกรธมาก ตบตีดาวอย่างหนักที่สุด หาว่าคบผู้ชาย เผลอหลุดปากบอกความจริงเรื่องแม่ของดาวทิ้งดาวไว้ที่โรงพยาบาลและไม่มีวันที่จะมารับกลับ ดาวจึงหมดความอดทนและสิ้นหวังในการรอคอย ดาวตัดสินใจหนีออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้น ( อายุ 11 ขวบ )

ขณะที่ศศิประภา แม่ที่จริงของดาวพระศุกร์ ซึ่งต่อมาแต่งงานใหม่กับพลตรีพีรยุทธ มีลูกชายใหม่ 1 คน ชื่อแดง ตลอดเวลาไม่มีใครรู้ความลับของศศิประภานอกจากนมแม้นคนเดียว ศศิประภาไม่เคยลืมลูกสาวที่ตัวเองตั้งชื่อให้ว่าดาวพระศุกร์ ไม่เคยลืมแววตาของลูก และปานแดงรูปหัวใจเหนืออกซ้ายของดาว ศศิประภาทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่คิดถึงลูกคนแรก

ขณะที่แก่เดินขอทานอยู่นั้น บังเอิญได้พบกับภาคย์ ภาคย์สงสารให้เงินถึง 2 ครั้ง แต่ด้วยความซื่อแก่เผลอเล่าเรื่องของดาวพระศุกร์ให้ศศิประภาฟัง ศศิประภารู้ทันทีว่าดาวคือลูกศศิประภาตามไปหาดาวที่บ้านคุณนายมารศรี จึงรู้ว่าดาวหนีออกจากบ้านไปแล้ว

ดาวเร่ร่อนขอทานอยู่กับเกรียงและอู๊ด เด็กขอทานข้างถนนอยู่ 2 - 3 ปี หลังจากขอทานดาวก็ริอ่านเป็นขโมยโดยมีนายชุมเด็กวัยรุ่นเป็นหัวหน้า ชีวิตของดาวต้องต่อสู้ดิ้นรนไปจนกระทั่งพบกิ่งแก้วโสเภณีชั้นสูงคนหนึ่ง บอกว่าดาวหน้าตาดี จึงชวนไปอยู่ด้วยกันที่บ้านซึ่งเป็นของฉวีแม่เล้าของตัวเอง บ้านของฉวีเป็นบ้านชั้นดี รับเฉพาะแขกที่มีสตางค์เท่านั้น

ขณะนั้นดาวอายุได้ประมาณ 14 ปี ต้องเติบโตในบ้านนั้น พบเห็นเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงเหล่านั้นจนชิน กิ่งแก้วพยายามสอนหนังสือให้ดาว จนดาวมีความรู้เทียบได้เท่ากับมัธยม 6 สมัยนั้น พอดาวโตขึ้นอายุได้ 16 - 18 ปี ฉวีก็เริ่มให้ดาวออกทำงาน ดาวเคยรู้รสชาติของความจนความลำบากมาก่อนจึงไม่กล้าขัดขืน แต่กลับหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการมอมเหล้าแขกบ้าง หาคนมาแทนบ้าง เมื่อดับไฟแล้วบ้าง สารพัด เพื่อรักษาพรหมจารีย์ไว้อย่างเหนียวแน่น ดาวใช้วิธีเหล่านี้เอาตัวรอดได้ตลอดมาจนได้ฉายาว่า แม่ดาวจอมกะล่อน

และเพราะวิธีสับตัวเองเอาคนอื่นมาแทนนี่เอง แขกคนหนึ่งเกิดติดโรคจึงเข้าใจว่าติดมาจากดาว เจ้าสำนักจึงให้พยาบาลมาตรวจโรค ดาว บังเอิญพยาบาลคนนั้นคือ อรทัย พยาบาลที่เป็นคนทำคลอดดาว จำดาวได้เพราะปานแดงรูปหัวใจ และชื่อดาว ดาวถามอรทัยจนใจอ่อนยอมเล่าเรื่องของดาวให้รับรู้จนหมด เพื่อน ๆ ของภาคย์ 2-3 คน เคยโดนลูกไม้ของดาวมาแล้วก็ไปเล่าให้ภาคย์ฟัง ภาคย์สนใจจึงมาทดลองบ้าง ภาคย์หลบเลี่ยงลูกไม้ของดาวทุกชนิด เช่น ไม่ดื่ม ไม่ดับไฟ ไม่อมทอฟฟี่ แต่ดาวก็เล่นไม้ตายโดยใช้ยาสลบ จนกระทั่งภาคย์หมดสติทั้งคืนจนเช้า

พอภาคย์รู้สึกตัว แทนที่จะโกรธ ภาคย์เกิดสนใจดาวและขอซื้อจากเจ้าสำนักในราคา 1 แสนบาททันที แล้วรับตัวดาวไปอยู่ที่บ้าน ดาวจำต้องไปเพราะถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าต้องอยู่บ้านนี้ตลอดไป ดาวตั้งใจว่าจะหาทางหาเงินมาใช้กับภาคย์เพื่อแลกกับอิสระภาพให้จนได้ ภาคย์พาดาวไปอยู่บ้านเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะกึ่งน้องกึ่งญาติ ภาคย์ให้ดาวเรียนการบ้านการเรือนกับนมเชื่อม และเรียนคณิตศาสตร์กับตัวเองให้ศศิประภาญาติของภาคซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ขอดาวมาสอนภาษาอังกฤษ และมาหยารัศมี สาวสังคมที่มาติดภาคย์ช่วยสอนดนตรีให้ด้วย

ดาวต้องอดทนเรียนทั้ง ๆ ที่ใจไม่ชอบสักอย่างดาวเริ่มหลงรักภาคย์ ขณะเดียวกันก็นึกรู้ว่าศศิประภาคือแม่ที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยแรงน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับเป็นลูกดาวทำฤทธิ์กับศศิประภาทุกอย่าง ศศิประภาก็ได้แต่เสียใจอยู่คนเดียวบอกใครไม่ได้ เมื่อใดที่ศศิประภาเผลอแสดงความรัก ความห่วงใย ดาวจะย้อนกลับอย่างเจ็บแสบเสมอ ทำให้ศศิประภายิ่งช้ำใจหนักขึ้น นอกจากดาวจะน้อยใจ ในตัวแม่บังเกิดเกล้าแล้วยังต้องต่อสู้กับมาหยารัศมีทุกรูปแบบเพราะมาหยารัศมีกลัวว่าดาวจะมาแย่งภาคย์ไปจากตน จึงหาทางกลั่นแกล้งใส่ความดาวตลอดเวลา ซึ่งภาคย์เองก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ก็ทำให้ดาวต้องเสียใจทุกครั้ง เหตุการณ์ผ่านไปภาคย์เริ่มรักดาวและดาวเองก็รักภาคย์มากเช่นกัน แต่ต่างคนก็สงวนท่าที

วันหนึ่งในงานราตรีสโมสร ดาวจงใจแต่งตัวค่อนข้างโป๊เพื่อประชดภาคย์ ทำให้มีหนุ่ม ๆ 2 คนมาตามติดดาว คนหนึ่งคือ เศกสรรค์ เพื่อนของภาคย์ และอีกคนหนึ่งคือผู้พิพากษา อรรถ ซึ่งติดใจดาวมากจนศศิประภาผู้กำความลับอย่างแน่นอยู่ตกใจแทบเป็นลม มาหยารัศมีขัดขวางอรรถกับดาวจนเกิดเรื่อง ภาคย์ต้องลากตัวดาวกลับทันทีขณะที่ขับรถกลับบ้านอย่างหัวเสีย ภาคย์แกล้งขับเร็ว ๆ ไปทางอื่นอยู่นานกว่าภาคย์จะพาดาวกลับบ้าน ดาวก็เริ่มจับไข้แต่ไม่ยอมบอก รุ่งขึ้นดาวก็เป็นไข้ตัวร้อนไม่ได้สติเพ้อร้องหาแม่อย่างน่าสงสาร

ภาคย์เฝ้าดูแลดาวทุกอย่างจนเด็กรับใช้ในบ้านเริ่มซุบซิบว่าภาคย์รักดาว ระหว่างที่ดาวป่วยท่านผู้พิพากษาอรรถส่งดอกไม้มาเยี่ยมดาวทุกวัน ภาคย์หึงแต่ไม่ยอมรับ ได้แต่หาเรื่องทะเลาะกับดาวไม่เว้นแต่ละวัน ท่านผู้พิพากษาสงสารดาวมาก ถึงกับให้เงินดาว 1 แสนบาทเป็นค่าไถ่ตัว และจะรับไปอยู่ด้วยกัน แต่พอดาวเอาเงินให้ภาคย์ ภาคย์โกรธมากประกอบกับเมาจึงลืมตัว เข้าปล้ำดาวจนดาวต้องตกเป็นของภาคย์ รุ่งเช้าภาคย์เสียใจในการกระทำของตัวเองมาก

แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี เพราะถ้าแต่งงานกับดาว ก็เป็นปัญหาหลายอย่าง หนึ่งดาวยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณนายมารศรีซึ่งเป็นแม่ตามกฎหมายคงไม่ยอม สองภาคย์เองก็ไม่แน่ใจว่า ดาวจะปรับตัวเป็นภรรยาได้สมกับฐานะหรือยัง และสามมาหยารัศมีก็คอยหาเรื่องวุ่น ๆ จนได้ ระหว่างที่ภาคย์ลังเลจะทำอย่างไรดี

ดาวซึ่งสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต ผิดหวังทั้งแม่ตัวเอง แม่เลี้ยง แล้วยังคนรักซึ่งยังคงคบหามาหยารัศมีอยู่ ดาวท้อแท้มาก มีแต่ผู้พิพากษาอรรถเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจดาวจนดาวใจอ่อนยอมตกลงจะแต่งงานกับอรรถ ศศิประภาหมดความอดทนจึงต้องยอมบอกความจริงว่า ที่แท้อรรถคือพ่อแท้ ๆ ของดาวนั่นเอง ท้ายที่สุดดาวคิดสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีตนซักคน มาหยารัศมีก็คงได้แต่งงานกับภาคย์ ศศิประภาก็จะได้คืนดีกับท่านนายพลฯเพราะตอนที่นายพลฯ พีรยุทธ สามีของศศิประภารู้ว่าศศิประภา มีลูกมาก่อนก็โกรธถึงกับขอแยกทาง ดาวจึงตัดสินใจหนีทุก ๆ คนไป

ภาคย์ขับรถตามดาวจนประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่เป็นอะไรมากนักต้องพักรักษาตัวระยะหนึ่ง ดาวหนีมาอยู่ที่ราชบุรีซึ่งดาวแอบซื้อที่ดินเอาไว้ไม่บอกใครแต่เพราะที่ดินข้าง ๆ กับของดาวเป็นของพิกุลพี่เลี้ยงคนแรกของดาว พิกุลจึงเป็นคนนำข่าวไปบอกกับทุก ๆ คน ภาคย์รีบตามมาหาดาวทันที ทิ้งให้มาหยารัศมีกับอรรถทำความรู้จักให้ดีขึ้น เพราะทั้งสองมีท่าทางพอใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ภาคย์ตามมาพบดาว งอนง้อขอคืนดี จนดาวใจอ่อน เรื่องราวทั้งหลายจึงจบลงด้วยความสุข

 

***************************************************

@ดวงใจปาฏิหารย์ (สุวนันท์  + ศรราม)…. 4  แผ่น....................140  บาท

แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

เตโช หนุ่มทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลนฤบาลบดี เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของประเทศ หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ก็ทิ้งธุรกิจและมรดกมหาศาลไว้ให้ โดยมี นพคุณ ผู้ช่วยของพ่อที่เปรียบเสมือนพ่อบ้านของตระกูลเป็นคนดูแลและปกป้องเตโชจากการแก่งแย่งของญาติๆ อย่าง ยุทธ และเทพิน ลุงกับป้าสะใภ้ซึ่งเป็นคนดูแลธุรกิจให้ แม้เตโชจะโชคดีที่เกิดมาท่ามกลางเงินทอง แต่ก็โชคร้ายที่เกิดมาพร้อมหัวใจที่อ่อนแอและจำต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ โดยมี ศักรินทร์ แพทย์ประจำตัวลูกชายของนพคุณคอยดูแลเรื่องอวัยวะที่ได้รับการบริจาคอยู่ ศักรินทร์เติบโตมากับเตโช และเป็นเพื่อนคนเดียวที่เตโชมี เพราะสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงของเตโชทำให้นพคุณฟูมฟักเขามาตั้งแต่เล็กจนโต

จนกลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง สร้างความเอือมระอาให้กับคนรอบข้างยกเว้น พิมพรรณี ลูกติดของเทพินที่ยอมเตโชได้ทุกอย่างเพราะหวังผลประโยชน์ แต่เตโชก็ไม่มีทีท่าสนใจศักรินทร์เท่านั้นที่แอบหลงรักพิมพรรณีอยู่ในใจเงียบๆ เตโชรู้ว่าตัวเองอาจตายได้ทุกวินาที จึงใช้ชีวิตเหลวแหลกไปวันๆ โดยไม่เห็นคุณค่าของชีวิต และไม่มีอะไรทำให้หัวใจของเตโชอ่อนโยนลงได้ ศักรินทร์พยายามหาทางบำบัดเพื่อช่วยยืดอายุของเตโชในระหว่างรอรับหัวใจดวงใหม่ ทำให้เตโชได้พบกับ โมรินทร์ ครูสอนวาดรูปที่ศักรินทร์จ้างมา และความไม่ยอมคนของโมรินทร์ทำให้ทั้งคู่ปะทะกันตั้งแต่แรกเจอ เตโชที่ไม่มีใครกล้าขัดใจต้องประหลาดใจกับท่าทีของเธอ โมรินทร์ทนสอนเตโชเพื่อรายได้พิเศษ

และความใกล้ชิดของเตโชกับโมรินทร์ทำให้พิมพรรณีไม่พอใจจึงพยายามหาเรื่องจนโมรินทร์คิดจะถอนตัวหลายครั้ง แต่ความเสียสละของนพคุณที่มีต่อเตโชทำให้โมรินทร์ซึ้งใจและยอมอยู่ช่วยต่อไป ด้าน เมธิน อาสาสมัครหนุ่มที่เกลียดยาเสพติดที่สุด หลังจากฝังใจกับอดีตที่สูญเสียพ่อเพราะคนร้ายค้ายาที่ขับรถชน เหตุนี้เองทำให้เมธินคิดร่วมมือกับ ครูผาด อดีตครูมวยช่วยกันก่อตั้งศูนย์เยาวชนขึ้นเพื่อให้เด็กในชุมชนไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมี เดือน ลูกสาวของครูผาดเป็นผู้ช่วยอีกแรง แม้ว่าเมธินจะเป็นวีรบุรุษของชาวบ้าน แต่สำหรับโมรินทร์น้องสาวต่างสายเลือด เมธินไม่ใช่แค่พี่ชายแต่ยังเป็นชายในดวงใจของเธอตลอดมา แม้ว่าเมธินจะรู้สึกกับโมรินทร์แค่น้องสาว

เพราะทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันหลังจากที่พ่อของเมธินแต่งงานใหม่กับแม่ของโมรินทร์ โมรินทร์ทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาทำความฝันของเมธินให้เป็นจริง และโมรินทร์ยืนยันกับเดือนว่าตนรักเมธิน โดยไม่รู้ว่าเดือนกับเมธินแอบรักกันมาตลอด ส่วนเตโชก็กลั่นแกล้งโมรินทร์ด้วยความนึกสนุก โดยไม่รู้ตัวว่าตนกำลังหลงรักโมรินทร์ จนพิมพรรณีเข้าใจผิดและคิดหาทางกำจัดโมรินทร์ให้เร็วที่สุด โดยกุเรื่องโกหกจนเตโชเข้าใจผิดคิดเตโชรู้สึกไม่พอใจอาละวาดจนถึงกับล้มป่วย ทำให้ศักรินทร์ต้องมาดูแลด่วน แต่พิมพรรณีก็หาเรื่องไล่โมรินทร์ออกจากงานได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อโมรินทร์ตกงานเธอจึงกลับไปช่วยเดือนสอนหนังสือเด็กๆ ที่ศูนย์ โมรินทร์เร่งจัดสร้างศูนย์ให้เมธิน โดยหานายทุนเพื่อเสนอโครงการนี้และได้รับการตอบรับจากบริษัทของเตโช

โมรินทร์กับเตโชจึงได้พบกันอีกครั้ง และเมื่อเตโชรู้ความตั้งใจของโมรินทร์ ทำให้เขารู้สึกผิดจึงนำเงินมาบริจาคให้โมรินทร์ หากแต่ไปพบโมรินทร์อยู่กับเมธินพอดี เตโชคิดจะเอาชนะเมธินโดยการแย่งโมรินทร์มาให้จงได้ และการขอทุนของโมรินทร์ไม่สำเร็จเพราะถูกอิทธิพลเตโชกลั่นแกล้ง ในขณะที่เมธินถูกลูกน้องของ ธานี ผู้มีอิทธิพลลอบทำร้ายเพราะต้องการจะขู่ให้เมธินกลัวและเลิกขัดขวางวงจรการค้ายา ซึ่งหลายคนที่เคยร่วมมือก็เริ่มกลัวพากันถอนตัวไปแต่เมธินไม่ล้มเลิกความตั้งใจ สุดท้ายเดือนต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้มีอิทธิพลที่ต้องการจะหยุดเมธิน โมรินทร์ต้องการช่วยเมธินจัดการเรื่องศูนย์ให้สำเร็จจึงตัดสินใจไปพบเตโช ทำให้เตโชเสนอให้เธอมาทำงานในฐานะเจ้าหน้าที่ดูแลส่วนกิจกรรมพิเศษของบริษัท

แลกกับเงินบริจาคก้อนใหญ่ โมรินทร์จำยอมรับโดยปิดทุกอย่างเป็นความลับไม่ให้เมธินรู้ การกลับมาของโมรินทร์ทำให้พิมพรรณีเคียดแค้น เตโชให้เหตุผลกับพิมพรรณีว่าต้องการสั่งสอนโมรินทร์เท่านั้น โมรินทร์รู้เข้าก็ยิ่งเกลียดเตโชมากขึ้น วันหนึ่งเมธินก็ได้พบความลับของโมรินทร์ ทำให้โมรินทร์ต้องสารภาพความจริงทั้งหมด เมธินไปพบเตโชเพื่อเจรจายุติเรื่องทั้งหมดและเขาก็รู้ว่าเตโชกำลังแอบหลงรักโมรินทร์ เมธินให้โมรินทร์ออกจากบริษัทของเตโชเพื่อหาลู่ทางก่อตั้งศูนย์ใหม่ และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเตโชบังเอิญขับรถชนเมธินจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เหตุการณ์ครั้งนี้จบลงที่เตโชพ้นผิดด้วยเงินก้อนโตที่เตโชจ่ายให้กับชีวิตของเมธิน โดยที่โมรินทร์นำเงินนี้ไปก่อสร้างศูนย์เยาวชนตามความฝันของเมธิน

โมรินทร์หวังว่าวันหนึ่งเมธินจะฟื้นขึ้นมาจนในที่สุดเมธินก็หมดลมหายใจและหัวใจของเขาก็กำลังถูกเปลี่ยนถ่ายไปยังผู้ป่วยซึ่งนั่นก็คือ เตโช หลังจากเตโชออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับหัวใจดวงใหม่ เขาก็พยายามสืบหาเจ้าของหัวใจดวงนี้ อีกทั้งยังต้องการปรับความเข้าใจกับโมรินทร์แต่กลับถูกปฏิเสธ ทำให้ครูผาดและเด็กๆ ในศูนย์เห็นใจพยายามช่วยให้โมรินทร์เปิดใจรับเตโช ในขณะที่เตโชหลงรักโมรินทร์ขึ้นเรื่อยๆ ด้านโมรินทร์เองก็เริ่มหวั่นไหว หากแต่หัวใจเธอยังต้องการซื่อสัตย์ต่อเมธินอยู่ เมื่อเตโชมาคลุกคลีกับลุงผาดและพวกเด็กๆ ในศูนย์มากขึ้น ทำให้เขารู้จักโลกแห่งความสุข ส่งผลให้เตโชเริ่มมีจิตใจที่อ่อนโยนขึ้น เตโชคิดจะทิ้งธุรกิจพันล้านมาใช้ชีวิตกับเด็กๆ ในศูนย์ ด้านธานีผู้อยู่เบื้องหลังการค้ายารายใหญ่เริ่มเดือดร้อน

เพราะไม่มีเด็กส่งยาจึงใช้แผนวางเพลิงศูนย์เพื่อขู่ โดยที่โมรินทร์ติดอยู่ในศูนย์นั้นด้วย เตโชจึงฝ่าเข้าไปช่วยออกมาได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โมรินทร์ปฏิเสธความจริงใจของเตโชไม่ได้ เตโชอาสาช่วยซ่อมแซมศูนย์ที่ถูกไฟไหม้แต่โมรินทร์ไม่ต้องการเงินบริจาคจากเตโช นอกจากว่าเป็นเงินที่เตโชหามาได้เอง ครูผาดและเด็กๆ จึงช่วยเตโชเอาชนะใจโมรินทร์ โดยโชว์ศิลปะแลกกับเงินบริจาคตามที่ต่างๆ และเงินบริจาคไหลมาเทมาเพราะเหล่าไฮโซอยากเอาหน้าและอยากเป็นข่าว และการทำงานหนักทำให้หัวใจของเตโชมีปัญหาจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง โมรินทร์เริ่มใจอ่อนให้กับเตโชมากขึ้น และระหว่างนี้เองความใกล้ชิดทำให้โมรินทร์เริ่มมองเห็นมุมดีๆ ในตัวของเตโชมากขึ้นจนกลายเป็นความรัก

ซึ่งก็เดือดร้อนถึงพิมพรรณีที่เมื่อรู้เข้าก็รีบหาทางแยกทั้งคู่ออกจากกัน พิมพรรณีจึงก็ใช้มารยาล้วงความลับจากศักรินทร์ จนรู้ว่าหัวใจที่อยู่ในร่างเตโชเป็นของเมธิน โมรินทร์เชื่อว่าทุกสิ่งที่เตโชทำไม่ได้มาจากความรู้สึกที่แท้จริงของเขา แต่เป็นเพราะหัวใจอันดีงามและความรักจากหัวใจของเมธิน ทางด้าน พลพิพัฒน์ เจ้าของที่ดินซึ่งทางศูนย์เช่าอยู่ก็กำลังมีปัญหาเรื่องหนี้สินกับธานีนักค้ายา ธานีที่คิดจะทำลายศูนย์นี้อยู่แล้วจึงบังคับให้พลพิพัฒน์ขายที่ผืนให้ตนทำให้โมรินทร์ได้รับความเดือดร้อนครั้งใหญ่ เตโชจึงยื่นมือเข้ามาช่วยโดยให้นพคุณแย่งซื้อที่ดินผืนดังกล่าวให้โมรินทร์ ทำให้ธานีไม่พอใจคิดกำจัดทุกคนที่มาขวางธุรกิจของตน และโมรินทร์กับเตโชก็ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายร่วมกัน เรื่องราวของเขาและเธอจะเป็นยังไงต่อต้องติดตามในละคร “ดวงใจปาฏิหาริย์”


รายชื่อนักแสดง

ศรราม เทพพิทักษ์ รับบท เตโช
สุวนันท์ คงยิ่ง รับบท โมรินทร์
หลุยส์ สก็อต รับบท เมธิน
ศุภัชญา รื่นเริง รับบท เดือน
อุเทน คชน่วม รับบท ศักรินทร์
อภิษฎา เครือคงคา รับบท พิมพรรณี
ณหทัย พิจิตรา รับบท เทพิน
ตฤณ เศรษฐโชค รับบท ยุทธ
อภิชาต หาลำเจียก รับบท นพคุณ

*****************************************************

@ ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน …. 2  แผ่น....................70 บาท

นำแสดงโดย

1. คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น รับบทเป็น เจ้าหญิงจัสมิน
2. ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบทเป็น อริน
3. เอมี่ กลิ่นประทุม รับบทเป็น เอ็มม่า
4. สินิทธา บุญยศักดิ์ รับบทเป็น ศลิษา
5. อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบทเป็น ราชิด
6. นิพิธ ฮันเก้ รับบทเป็น นาธาน
7. พรสุดา ต่ายเนาว์คง รับบทเป็น มาลาตี
8. ประกาศิต โบสุวรรณ รับบทเป็น เหวยกัง
9. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ รับบทเป็น ครูหยุ่น
10. ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบทเป็น ร.ต.ท.ชัยชนะ
11. เกริก ชิลเลอร์ รับบทเป็น ร.ต.อ.สิงห์ชัย
12. เนตร เอี่ยมรัตน์ รับบทเป็น ซีนอน
13. ด.ญ.ดิษย์ลดา ดิษยนันท์ รับบทเป็น มัดหมี่
14. ด.ช.อรรถพล เทศทะวงศ์ รับบทเป็น จ้อน

เรื่องย่อ


เจ้าหญิงจัสมิน พระธิดาองค์เดียวของพระเจ้าอิสราธิบดี กษัตริย์แห่งประเทศซามาร์ และอัมราภาชินี พระมารดา ทรงมีเชื้อสายไทย ทั้งยังมีมาลาตี ภรรยาท่านองคมนตรี สตรีไทยที่เชี่ยวชาญด้านภาษาและประวัติศาสตร์เอเซีย เป็นพระอาจารย์ของเจ้าหญิง พร้อมด้วย นาธาน บุตรชาย และ เอ็มม่า บุตรสาว

เจ้าหญิงเรียนจบมหาวิทยาลัยได้เกียรตินิยมดีเด่น พระมารดาสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวเมืองไทย แต่พระบิดาติดภารกิจสำคัญ จึงจะส่งเจ้าหญิงไปเข้าคอร์สอบรมในคอนแวนต์ เจ้าหญิงโกรธมากตัดสินพระทัยหนีมาเที่ยวเมืองไทย โดยมีนาธานและเอ็มม่าตามเสด็จ โดยไม่รู้ว่า ซีนอน ลูกน้องของราชิดคอยสะกดรอยตามอยู่

ที่ประเทศไทย อริน นายร้อยตำรวจเอกที่มีลูกบ้าเต็มตัวได้คู่หูคนใหม่ คือ ร.ต.ท.ชัยชนะ ด้วยนิสัยที่ต่างกันสุดขั้ว แต่มีอุดมการณ์เดียวกันคืออยากเป็นตำรวจที่ซื่อสัตย์ จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ระหว่างบุกจับแก๊งปลอมพันธบัตร อรินต่อสู้กับเหวยกังหัวหน้าแก๊ง เมื่อกำลังจะเสียท่าเหวยกังได้จับผู้หญิงท้องเป็นตัวประกันและฆ่าตาย อรินเสียใจมากและสัญญากับตัวเองว่าจะต้องจับเหวยกังให้ได้ ตั้งแต่นั้นอรินก็กลายเป็นคนเคร่งเครียด

ด้านประเทศซามาร์ ราชิด หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายสากล ยื่นข้อเสนอให้พระเจ้าอิสราธิบดีทรงปล่อยพี่น้องกลุ่มก่อการร้ายแต่ถูกปฏิเสธ ราชิดโกรธมากคิดจับตัวเจ้าหญิงจัสมินมาแลกเปลี่ยนแทน

เมื่อมาถึงเมืองไทยเจ้าหญิง นาธานและเอ็มม่าได้ถูกสับเปลี่ยนกระเป๋า เนื่องจากเหวยกังเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาป้วนเปี้ยน จึงหวังให้เจ้าหญิงช่วยหิ้วผ่านด่านตำรวจ เมื่อทั้งสามมาถึงโรงแรมที่จองไว้ จึงรู้ว่ากระเป๋าถูกเปลี่ยนไป ทั้งสามจำต้องย้ายออกมาพักโรงแรมราคาถูก นาธานเหลือเงินติดกระเป๋านิดหน่อย แต่ก็มาโดนจ้อน วิ่งราว ครูหยุ่น เจ้าหน้าที่มูลนิธิเด็ก ขอร้องให้ทั้งคู่อย่าเอาเรื่อง เพราะจ้อนถูกพ่อที่ติดยาบังคับขโมยเงินไปซื้อยา ครูหยุ่นจึงอาสาจะช่วยหางานให้ทำ

มัดหมี่ หลานสาวอรินถูกส่งมาอยู่ด้วยชั่วคราวจนกว่าจะเปิดภาคเรียน ครูหยุ่นจึงแนะนำให้เจ้าหญิงไปเป็นครูสอนเปียโน อรินจำได้และคิดว่าเจ้าหญิงเป็นพวกเดียวกับเหวยกัง จึงยอมจ้างเพื่อหวังหาเบาะแสเหวยกัง

เจ้าหญิงบอกทุกคนว่าชื่อมะลิ อรินเสนอให้เจ้าหญิงมาพักที่บ้าน นาธานและเอ็มม่าจะตามมาด้วยแต่อรินไม่ยอม ชัยชนะจึงให้นาธานมาพักที่บ้านตรงข้ามแทน นาธานรู้สึกไม่ไว้ใจอริน เช่นเดียวกับที่อรินก็รู้สึกหมั่นไส้ ขณะที่เอ็มม่ากลับปลื้มอรินเงียบ ๆ ท่านองคมนตรีสืบจนรู้ว่า เจ้าหญิงกับนาธานเดินทางมาเมืองไทย ส่วนราชิดก็สั่งซีนอนให้ตามตัวให้พบก่อนคนอื่น

ศลิษา คนรักของอรินไม่พอใจที่อรินให้ผู้หญิงมาพักอยู่ด้วยที่บ้าน เจ้าหญิงทรงรู้สึกว่าอรินคอยจับผิดพระองค์ตลอด แต่ด้วยความเป็นตัวของตัวเองและจิตใจที่ดีทำให้อรินเริ่มอ่อนโยนกับมะลิมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอฤดี ตำรวจหญิงนักบู๊สังเกตเห็นอรินเปลี่ยนไป แต่อรินก็ยังไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่าชอบมะลิ มัดหมี่กับจ้อนจึงวางแผนเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้

เหวยกังแอบเข้ามาในบ้านทวงชิ้นส่วนของแม่พิมพ์พันธบัตรปลอม เกิดการต่อสู้กับเจ้าหญิง อรินมาช่วยไว้ได้ทันและรู้ว่าคนนั้นคือเหวยกัง อรินเกือบจะถูกทำร้ายแต่พอฤดีมาช่วยไว้ทัน เจ้าหญิงเล่าเรื่องกระเป๋าถูกสับเปลี่ยนให้ฟัง อรินเอากระเป๋ามาตรวจจึงพบช่องลับและกล่องใส่ชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ เลยเข้าใจผิดคิดว่ามะลิแกล้งทำไม่รู้เรื่องทั้งที่เป็นพวกเดียวกับเหวยกัง

นาธานและเอ็มม่าโกรธมากคิดจะบอกความจริง แต่เจ้าหญิงห้ามไว้ อรินวางแผนล่อเหวยกังให้ปรากฏตัว แต่เหวยกังกลับหลอกล่อจนจับเจ้าหญิงไว้เป็นตัวประกัน เหวยกังคิดว่าอรินไม่กล้ายิงเหมือนครั้งก่อน แต่คราวนี้อรินตัดสินใจยิงและช่วยเจ้าหญิงไว้ได้ อรินขอโทษเจ้าหญิงที่เข้าใจผิด ทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน อีกครั้ง

มูลนิธิของครูหยุ่นจะจัดงานเพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็กที่ถูกทำร้าย เจ้าหญิงจะเล่นดนตรีกับมัดหมี่ แต่เมื่อถึงวันงาน เจ้าหญิงกำลังเล่นดนตรีอยู่ ราชิดก็เข้ามาชิงตัวเจ้าหญิงหนีกลับซามาร์ นาธานจำต้องเปิดเผยฐานะ อรินช็อก ท่านองคมนตรีมาพานาธาน และเอ็มม่ากลับซามาร์เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิง อรินขอตามไปด้วย

ราชิดพาเจ้าหญิงไปหลบอยู่ในที่ตั้งของกลุ่มก่อการร้าย เรียกร้องให้พระเจ้าอิสราธิบดีปล่อยนักโทษทั้งหมด โดยมีเจ้าหญิงเป็นตัวแลกเปลี่ยน พระเจ้าอิสราธิบดีตัดสินพระทัยไม่ยอมปล่อยนักโทษ และทรงมีบัญชาให้อรินและนาธานช่วยเจ้าหญิงกลับมาให้ได้

อรินและนาธานช่วยกันสืบจนได้ร่องรอยราชิด และลอบเข้าไปช่วย ราชิดไหวตัวทันพาเจ้าหญิงหนีไปทางภูผาสีเงิน อรินกับนาธานตามไปเกิดการต่อสู้กันจนราชิดพลัดตกภูผาตาย

เจ้าหญิงขอโทษพระบิดาและพระมารดาที่ทำให้ต้องร้อนพระทัย พระเจ้าอิสราธิบดีมีบัญชาให้เจ้าหญิงเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษโดยเร็วที่สุด ส่วนอรินเตรียมตัวกลับเมืองไทย นาธานเห็นเจ้าหญิงเศร้าทนไม่ไหว แนะให้พระองค์ไปพบกับอรินก่อนจะจากกันเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าหญิงขอให้อรินรอพระองค์ แต่อรินตอบว่าเจ้าหญิงสูงศักดิ์เกินกว่าเขาจะเอื้อมถึง

อรินฝากนาธานให้ช่วยดูแลเจ้าหญิงแล้ว กลับเมืองไทย นาธานได้แต่หวังว่าสักวันเจ้าหญิงจะลืมอรินได้ ในขณะที่เจ้าหญิงก็ตั้งพระทัยว่าสักวันจะต้องกลับเมืองไทยอีกครั้ง ส่วนอรินเฝ้าปลอบใจตนเองว่า ภูผาสูงนั้นไกลเกินกว่าที่ทุกคนจะไปถึงได้ เหมือนกับเจ้าหญิงจัสมินที่สูงศักดิ์จนไม่มีวันเอื้อมถึง

****************************************************

@  ตามรักคืนใจ…. 3  แผ่น....................105  บาท

***************************************************

@ ตี๋ตระกูลซ่ง  …. 4  แผ่น....................140  บาท


เรื่องย่อ

เคี้ยง และ กิมเน้ย เคยเป็นเจ้าของคณะเชิดสิงโตมีชื่อ แต่ที่ต้องปิดคณะลงเพราะโดนคณะคู่แข่งซื้อตัวคนเชิดหัวสิงโตไป เคี้ยงจึงได้เปลี่ยนอาชีพมาขายกาแฟอยู่ที่ตลาดเยาวราชเพื่อเลี้ยงดู อากง อาม่า และลูกๆ อีกสี่คนคือ ย้ง พี่ชายคนโตที่ต้องดูแลน้องๆ อีกสามคนคือ หมิง, ฟู่, ไช้ วันหนึ่งอาม่าเกิดล้มป่วยและต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งก็พอดีกันกับที่ เจิน ลูกสาวร้านปาท่องโก๋ที่แต่งงานไปกับ หลี่ฟง นักธุรกิจชาวฮ่องกงได้เดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวของเธอที่เยาวราช และได้รู้เรื่องของเคี้ยงทำให้เธออยากจะช่วยเหลือ เจินเลยขอไช้ไปเป็นลูกบุญธรรม

และยังมอบเงินก้อนหนึ่งให้เคี้ยงไปรักษาอาม่าและเป็นทุนในการค้าขายต่อไป เคี้ยงจึงเปลี่ยนไปทำร้านข้าวต้มโดยไปเซ้งร้านข้าวต้มหน้าตลาดซึ่งเป็นที่ของ เจ้าสัวสรรชัย ซึ่งมีภรรยาสองคน ต่อมากิมเน้ยก็มีลูกชายอีกคนหนึ่งชื่อ เล้ง แต่กิมเน้ยก็คิดถึงไช้ตลอดเวลา เคี้ยงเห็นว่าย้งมีพรสวรรค์ในการเชิดสิงโต เขาจึงฝึกฝนลูกชายอย่างหนักเพื่อเข้าประกวดในงานฉลองวันเกิดของเจ้าสัวสรรชัย แต่ย้งรู้สึกกดดันจึงใช้ท่าที่ยังฝึกไม่ชำนาญทำให้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เคี้ยงรู้สึกผิดจึงดื่มเหล้าจนเมามายไม่ได้สติเดินไปถูกรถชนตาย

หลายปีผ่านไป เดวิด ชาน ( ไช้ ) ก็เรียนจบจากอเมริกา หลี่ฟงอยากให้ชานมาช่วยงานที่บริษัท แต่ชานกลับสนใจงานบันเทิงและไปรับงานหนังแอ็คชั่น เมื่อหลี่ฟงรู้เรื่องเข้าก็ไม่พอใจจนเกิดปากเสียงกัน และพลั้งปากพูดเรื่องที่ชานไม่ใช่ลูกแท้ๆ ชานตกใจมากเมื่อทราบเรื่องว่าตนเองไม่ใช่ลูกของเจินและหลี่ฟง ชานจึงตัดสินใจมาตามหาพ่อแม่ที่เมืองไทยด้วยข้อมูลเพียงแค่พ่อแม่ของเขาขายกาแฟอยู่ที่เยาวราช ทันทีที่ชานถึงเมืองไทยเขาก็ถูกจี้เอาทรัพย์สินไปหมด แต่ยังโชคดีที่แท็กซี่ใจดีพาไปส่งที่เยาวราช ซึ่งที่เยาวราชกำลังมีงานไชน่าทาวน์เฟสติวัล

ชานเข้าร่วมประกวดหนุ่มสาวไชน่าทาวน์ เพราะหวังจะนำเงินรางวัลมาใช้จ่าย ชานได้พบกับฟู่ซึ่งมาประกวดด้วยโดยมีเล้งเป็นพี่เลี้ยงให้ เล้งซึ่งแอบชอบ จินดา เป็นลูกสาวแม่ค้าขายหมูแถวเยาวราชอยู่ จึงไม่พอใจที่จินดากับ หมวยเล็ก ให้ความสนใจชานมากกว่าตน เล้งจึงคิดแผนแกล้งชานแต่กลับเป็นการช่วยให้ชานชนะการประกวด โดยที่เล้งไม่รู้เลยว่าชานคือพี่ชายอีกคนหนึ่ง หลังงานเลิก มนสิชา และ มัญชรี ลูกสาวของเจ้าสัวสรรชัยที่มาเป็นกรรมการก็ถูก ทรงพล อากู๋ของมนสิชาส่ง เปียว มาสร้างสถานการณ์ลอบยิงมัญชรี แต่หมิงและชานมาช่วยไว้ได้

เล้งชวนฟู่ขโมยเงินรางวัลของชานเพื่อไปจ่ายค่ารักษาอาม่า แต่กลับพลั้งมือทำให้ชานบาดเจ็บและเกิดความสงสารจึงพาชานกลับบ้านตระกูลซ่งด้วย ชานฟื้นขึ้นมากลายเป็นคนความจำเสื่อม ชานอยากตอบแทนบุญคุณที่ตระกูลซ่งคอยช่วยเหลือ จึงช่วยสร้างจุดขายให้กับร้านข้าวต้มจนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากมาย เจ้าสัวสรรชัยให้มัญชรีไปดูงานบริษัทเดินเรือสินค้า แต่ทรงพลใช้ตำแหน่งและอำนาจลักลอบขนยาเสพติดออกไปกับเรือสินค้าโดยไม่มีใครรู้ ส่วนมนสิชาก็มาเป็นเลขาของเจ้าสัวเพื่อช่วยงานศูนย์การค้าที่ร่วมทุนกับ ไพโรจน์

โดยไม่รู้ว่าไพโรจน์เข้ามาร่วมทุนครั้งนี้เพื่อดึงให้เจ้าสัวให้ห่างจากบริษัทเดินเรือ เพื่อการส่งยาเสพติดที่เขาร่วมมือกับทรงพลจะได้สะดวกขึ้น เจ้าสัวสรรชัยคิดสร้างโครงการศูนย์การค้าแห่งใหม่โดยต้องไล่ที่ชาวบ้านในตลาดและตึกแถวในซอย แต่การไล่ที่ต้องชะงักเมื่อเจ้าสัวสรรชัยเกิดพลัดตกบันไดทำให้ร่างกายซีกขวาใช้การไม่ได้ ลูกน้องคนสนิทของเจ้าสัวแนะนำให้เจ้าสัวมารักษากับอากง ซึ่งเป็นหมอฝังเข็มที่บ้านตระกูลซ่ง ทรงพลส่งลูกน้องมาเล่นงานมัญชรีแต่หมิงมาช่วยไว้ได้ เจินกับหลี่ฟงเป็นห่วงชานจึงจ้างตำรวจไทยให้สืบเรื่องของชาน

มัญชรีประทับใจหมิงเคยช่วยชีวิตจึงมาอุดหนุนที่ร้านบ่อยๆ มนสิชาพาเจ้าสัวมาฝังเข็มกับอากงเป็นประจำจนเธอกับชานเริ่มเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน มัญชรีให้ชานมาทำงานเป็นผู้ช่วยของเธอ ทันทีที่ชานมาทำงานชานพบความผิดปกติของบัญชรายการสินค้าแต่ยังไม่บอกใคร ต่อมาอากงรักษาเจ้าสัวจนหายเป็นปกติแต่ไม่ยอมรับเงิน เจ้าสัวสรรชัยจึงหาบ้านใหม่ให้เป็นการตอบแทนแต่อากงปฏิเสธ ชานปรึกษามัญชรีเรื่องบัญชีที่ผิดปกติ ทรงพลรู้ตัวจึงส่งลูกน้องมาลอบยิงมัญชรีบนเรืองสินค้าแต่พลาดไปถูกหมิง ลูกน้องของทรงพลถูกจับและซัดทอดทรงพล

ส่วนไพโรจน์ก็กลัวติดร่างแหจึงวางแผนฆ่าทรงพล โดยไม่รู้ว่าฟู่ซึ่งมาทำงานกับ ไพบูลย์ ลูกชายของไพโรจน์รู้เรื่องทั้งหมด เรื่องคดียาเสพติดทำให้การเงินของเจ้าสัวมีปัญหา ดังนั้นจึงขายหุ้นศูนย์การค้าให้ไพโรจน์ด้วยความไว้ใจ แต่ไพโรจน์กลับบีบให้เจ้าสัวจัดการเรื่องงานแต่งงานของมนสิชากับไพบูลย์ลูกชายของเขา มัญชรีทะเลาะกับเจ้าสัวเรื่องที่บังคับให้น้องสาวแต่งงานกับลูกชายไพโรจน์ เธอจึงลาออกจากบริษัทและย้ายไปอยู่ข้างนอก ขณะรองานใหม่เธอก็ไปช่วยงานที่ร้านข้าวต้ม

ชานไปค้นหาหลักฐานแต่ไพบูลย์รู้ตัว และสร้างหลักฐานปลอมว่าชานร่วมมือกับทรงพลทำให้ชานถูกจับ เมื่อตำรวจตรวจรูปพรรณสัณฐานก็รู้ว่าชานคือลูกชายนักธุรกิจชาวฮ่องกงที่หายตัวไป เจินและหลี่ฟงรู้เรื่องก็รีบมาเมืองไทยและก็รีบไปหาชานที่โรงพัก ซึ่งพอดีกับที่ความจำของชานกลับมาเหมือนเดิม เจินได้พบกับครอบครัวตระกูลซ่งก็จำได้จึงรู้ว่าความจริงว่าชานก็คือไช้ ฟู่เล่าความจริงทั้งหมดกับตำรวจทำให้ชานพ้นผิด เมื่อชานรู้เรื่องที่มนสิชาถูกบังคับให้แต่งงานก็หาทางช่วย โดยเชิดสิงโตและชิงตัวมนสิชาออกมา

ตำรวจรวบรวมหลักฐานมาจับไพบูลย์ แต่ไพบูลย์คิดหนีจึงโดนยิงตาย มนสิชาขอไปอยู่ที่บ้านตระกูลซ่ง ทำให้เจ้าสัวโกรธถึงกับประกาศไล่ที่บ้านตระกูลซ่ง ทุกคนย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่ชานและพ่อแม่บุญธรรมซื้อให้ เจ้าสัวคิดถึงลูกสาวจนล้มป่วย และเริ่มคิดได้จากคำพูดของอากงที่มาช่วยฝังเข็ม เจ้าสัวไปขอโทษคนตระกูลซ่งและยกเลิกการไล่ที่ แต่ขอให้ลูกสาวทั้งสองกลับไปอยู่ด้วยกัน และอนุญาตให้มนสิชากับชานคบกันอย่างเปิดเผย และแล้วทุกอย่างก็จบลงอย่างมีความสุข


รายชื่อนักแสดง

อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท เดวิด ชาน ( ไช้ )
บัวชมพู ฟอร์ด รับบท มนสิชา
ดนัย จารุจินดา รับบท หมิง
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ รับบท มัญชรี
ไมค์ กิ่งโพยม รับบท ฟู่
ปองศักดิ์ รัตนพงศ์ รับบท เล้ง
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกูล รับบท ไพบูลย์
สาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กิมเน้ย
เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อากง
ดิลก ทองวัฒนา รับบท เคี้ยง

***************************************************

@ตากสินมหาราช (ฉัตรชัย  เปล่งพานิช ) …. 4  แผ่น..........140  บาท แนวละคร ดราม่า-แอ็กชั่น


เรื่องย่อ

พุทธศักราช 2308 พระเจ้ากรุงอังวะ โปรดเกล้าฯ ให้ เนเมียวสีหบดี และมังมหานรธา ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาโดย เนเมียวสีหบดี ยกทัพมาทางเหนือ ส่วน มังมหานรธา ยกทัพมาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยากองทัพทั้งสองจะเข้าตีพร้อมกัน เพลานั้น พระยาตาก นามเดิมว่า สิน ได้เป็นเจ้าเมืองตาก นำทหารคู่ใจอันประกอบด้วย ทองดี, สิงห์, ก้อน, ยอด, เมฆ, บุญเกิด และไพร่พลนำทัพออกตีต้านมิให้ทัพของ เนเมียวสีหบดี ผ่านไปยังกรุงศรีอยุธยาได้

แต่มิอาจต้านทัพอันมีกำลังไพร่พลมหาศาลได้ พระยาตาก จึงตัดสินใจผ่อนครัวลงมายังกรุงศรีอยุธยา เพื่อร่วมกับขุนทหารอื่นๆ รักษากรุงศรีอยุธยามิให้ตกเป็นเมืองขึ้นแก่ศัตรู เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยา พระยาตาก กลับขัดแย้งกับ ออกญากลาโหม และขุนนางบางส่วนที่ยังเชื่อว่าน้ำเหนือจะทำให้ทัพอังวะพ่ายแพ้และยกทัพกลับไปเอง พระยาตาก นำขุนทหารคู่ใจออกปล้นค่าย เป็นที่คร้ามเกรงแก่ทัพอังวะเป็นอย่างยิ่ง เมื่อน้ำเหนือมาถึงทัพอังวะก็เร่งต่อเรือเพื่อนำทัพโจมตีกรุงศรีอยุธยา

ทำหอรบ ใช้วัดเป็นค่ายทัพ ยิงปืนใหญ่จากค่ายต่างๆ เข้าใส่กรุงศรีอยุธยา ต่อมา พระยาตาก ได้รับคำสั่งให้นำทัพออกสู้รบกับกองทัพอังวะที่สมรภูมิวัดป่าแก้ว แต่มิอาจสู้ได้จึงนำทหารของตนไปตั้งค่ายที่วัดพิชัย กองทัพอังวะล้อมค่ายวัดพิชัยไว้อย่างแน่นหนา พระยาตาก ตรองแล้วเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาคงตกเป็นของอังวะแน่ จึงนำทหารคู่ใจพร้อมไพร่พลจำนวน 500 นายตีฝ่าวงล้อมของทหารอังวะ หนีไปทางเมืองจันทบูรณ์เพื่อรวบรวมไพร่พลแล้วกลับมากอบกู้กรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง

ในครั้งนี้พระองค์ได้พบสหายเก่าคือ นายทองด้วง และบุญมา น้องชาย ทั้งสองได้เข้าร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระองค์ ตลอดการเดินทางไปสู่จันทบูรณ์เจ้าเมืองต่างๆ พากันอ่อนน้อมและยอมเป็นพวก พระยาตาก สถาปนาตนเป็นกษัตริย์เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจจากไพร่พลและราษฎรทั้งหลาย และเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับให้พระองค์เป็นผู้นำ ครั้นถึงเมืองจันทบูรณ์จึงทราบว่า พระยาจันทบูรณ์ ยอมเข้าเป็นพวกกับอังวะแล้ว พระองค์จึงใช้กุศโลบายทุบหม้อข้าวหม้อแกง ปลุกระดมพลังขุนทหารให้พร้อมกันเข้าตีจันทบูรณ์ได้สำเร็จ

แล้วใช้จันทบูรณ์เป็นที่บัญชาการศึกทรงเร่งต่อเรือเพื่อนำทัพเรือเข้าตีกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตาก ทรงนำทหารเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้นของอังวะได้สำเร็จจับ สุกี้ พระนายกองนายค่ายสำเร็จโทษ หลังจากนั้นทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาเสียหายเกินกว่าจะบูรณะ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งราชธานีใหม่ที่ กรุงธนบุรี ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ขับไล่อังวะออกพ้นแผ่นดิน แต่ยังมีคนไทยกลุ่มต่างๆ ที่ยังไม่ยอมรับพระราชอำนาจของพระองค์ รวมตัวกันเป็นชุมนุมต่างๆ 5 ชุมนุม

พระองค์พร้อมขุนทหาร ทองด้วง และบุญมา ได้ร่วมกันต่อตีชุมนุมต่างๆ จนสำเร็จราบคาบ บ้านเมืองจึงกลับเข้าสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ตากสินมหาราช เป็นละครที่เสนอให้เห็นถึงความรักชาติ และยอมสละชีพเพื่อชาติ ชี้ให้เห็นถึงความสามัคคีเท่านั้นที่จะทำให้ชาติคงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นละครเทิดพระเกียรติในพระวีรภาพแห่งความกล้าหาญของพระเจ้าตากสิน ผู้ได้รับสมัญญาว่าเป็น “มหาราช” ในกาลต่อมา

รายชื่อนักแสดง
ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท พระเจ้าตากสินมหาราช
สินจัย เปล่งพานิช รับบท แม่สอน
พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบท แม่นกเอี้ยง
สรพงษ์ ชาตรี รับบท เจ้าพระยาจักรี ( ทองด้วง )
ธนา สินประสาธน์ รับบท นายสุดจินดา ( บุญมา )
นภัสกร มิตรเอม รับบท ทองดี ( พระยาพิชัยดาบหัก )
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ รับบท ยอด ( หลวงพรหมเสนา )
ศานติ สันติเวชชกุล รับบท ก้อน ( หลวงราชเสนา )
ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท สิงห์ ( ขุนอภัยภักดี )
ถั่วแระ เชิญยิ้ม รับบท บุญเกิด
อภิชาติ ชูสกุล รับบท พระเชียงเงิน

********************************************************

@แต่ปางก่อน (นก จริยา)……3 แผ่น................105 บาท  

@แต่ปางก่อน (ศรราม + แอน ทองประสม) …. 4  แผ่น............140  บาท   แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

หม่อมเจ้ารังสิธร หรือคุณใหญ่ บุตรชายคนเดียวของ เสด็จในกรมฯ ในรัชสมัย ร.6 ได้พบรักกับ เจ้านางม่านแก้ว ที่ได้เข้ามาฝากเนื้อฝากตัวที่วังของเสด็จฯ เพื่อศึกษาเล่าเรียน หม่อมพเยีย มารดาของคุณใหญ่คัดค้านเต็มที่ เนื่องด้วยริษยาที่ม่านแก้วเป็นคนโปรดของเสด็จฯ และมีความสามารถทางภาษาหลายด้าน และที่สำคัญได้หมายมาดให้คุณใหญ่ได้สมรสกับ ท่านหญิงวิไลเรขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้อง แต่คุณใหญ่ก็ยังยืนยันที่จะแต่งงานกับม่านแก้ว ในคืนวันส่งตัวเข้าหอ ม่านแก้วถูกลอบวางยาพิษอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต สร้างความเสียใจให้แก่คุณใหญ่เป็นอย่างยิ่ง และด้วยความรักที่มีต่อเธอ คุณใหญ่ไม่ยอมที่จะมีรักกับใครอีกแม้กระทั่งท่านหญิงวิไลก็ตาม กาลเวลาผ่านไปเจ้านางม่านแก้วได้ไปเกิดใหม่ และได้กลับมาที่วังแห่งนี้อีกครั้งซึ่งในปัจจุบันเป็นโรงเรียนสตรีชื่อว่า โรงเรียนกุลนารีวิทยา และได้กลายเป็นสมบัติของ คุณชายจิรายุส หลานชายคนเดียวของท่านหญิงวิไลซึ่งมีสิทธิในสมบัติทั้งหมดหลังจากที่คุณใหญ่สิ้น

ในชาติภพใหม่นี้เธอชื่อ ราชาวดี เธอได้เข้าทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษา ราชาวดีรู้สึกผูกพันกับสถานที่นี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรือนฝรั่งด้านหลังและเพลง ลาวม่านแก้ว ที่เป็นเพลงต้องห้ามของที่นี่เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นเพลงที่คุณใหญ่นั้นได้แต่งขึ้นเพื่อมอบให้แก่ม่านแก้วหญิงเดียวที่เขารัก ณ ที่แห่งนี้เธอได้พบกับคุณใหญ่ที่คอยวนเวียนรอคอยเธออยู่ตลอดเวลา แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าราชาวดีนั้นลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนหมดสิ้น

ราชาวดีสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างมากและหาโอกาสมาฟังคุณใหญ่เล่าเรื่องราวให้ฟังอยู่เสมอ โดยที่เธอไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย จนวันหนึ่งเธอได้พบรูปของเจ้านางม่านแก้วซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายเธอประหนึ่งเป็นพิมพ์เดียวกัน ทำให้เธอได้ทราบว่า เจ้านางม่านแก้วกับเธอจะต้องมีความเกี่ยวพันกันอย่างแน่นอน และเธอเองก็รู้สึกผูกพันกับคุณใหญ่โดยไม่รู้ตัว คุณชายจิรายุสหลงรักราชาวดี ถึงแม้ว่าเขาจะมี คุณหญิงสวรรยา เป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว

จนเขาตัดสินใจที่จะถอนหมั้นกับสวรรยา ซึ่งทำให้ท่านหญิงวิไลเรขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นย่าและมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดายอยู่ที่วังสาทรหลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ท่านหญิงวิไลได้พบราชาวดี ซึ่งทันทีที่ได้เห็นเธอก็ปักใจทันทีว่านี่คือ เจ้านางม่านแก้วที่กลับชาติมาเกิดเพื่อทำลายเธอ และเธอเองก็ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ท่านหญิงจึงวางแผนให้อาจารย์ใหญ่พาราชาวดีมาถวายการรับใช้ ซึ่งการที่ราชาวดีมาอยู่ที่นี่เธอได้พบว่าท่านหญิงวิไลนั้นเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษ

วันหนึ่งเธอได้พบว่าคุณใหญ่มาหาเธอที่วังของท่านหญิงวิไล เธอจึงสอบถามและได้ทราบว่าคนที่วางยาพิษม่านแก้วก็คือท่านหญิงวิไลนั่นเอง โดยร่วมมือกับหม่อมพเยียมารดาของคุณใหญ่ในการลงมือ และความพยาบาทจากครั้งนั้นก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อท่านหญิงวิไลพยายามที่จะวางยาราชาวดีอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้คุณชายจิรายุสมาช่วยเหลือได้ทัน หลังจากที่ท่านหญิงวิไลสิ้นใจไปพร้อมกับความพยาบาท คุณชายจิรายุสก็ได้ขอราชาวดีแต่งงานอีกครั้ง แต่เป็นเพราะความรัก ความจริงใจและความผูกพันของคุณใหญ่ที่มีต่อเธอ เธอจึงปฏิเสธและตัดสินใจละทางโลกไปปฏิบัติธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณใหญ่ สร้างความผิดหวังให้กับคุณชายจิรายุสเป็นอย่างยิ่ง จนเวลาผ่านไปอีกไม่นานเธอก็เสียชีวิต ในที่สุดดวงชะตาของคนสองคนที่ได้พลัดพรากจากกันมานานแสนนานก็ได้กลับมาพบกัน คุณใหญ่ได้กลับมาเกิดเป็นลูกชายคนเดียวของคุณชายจิรายุสกับคุณหญิงสวรรยาชื่อว่า หม่อมหลวงจิราคม ส่วนราชาวดีได้กลับมาเกิดเป็นลูกสาวของคุณถวิลเพื่อนรักของราชาวดีชื่อว่า อันตรา และมีใบหน้าละม้ายกับราชาวดีเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งสองสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วจนคุณชายจิรายุสแปลกใจ แต่เมื่อคุณถวิลได้นำจดหมายของราชาวดีที่เขียนถึงเธอก่อนตาย และได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดของเธอ ทำให้คุณชายจิรายุสเข้าใจและรู้ว่าที่ราชาวดีไม่รับรักเขาเป็นเพราะอะไร ทั้งจิราคมและอันตราผูกพันกันอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยเพลงลาวม่านแก้วที่ทั้งคู่ชื่นชอบเป็นพิเศษจนทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว และในที่สุด การรอคอยและความรักของคนทั้งคู่ที่รอคอยการพบกันมานานแสนนานก็ได้กลับมาพบกันและสุขสมหวังอีกครั้ง


รายชื่อนักแสดง

ศรราม เทพพิทักษ์ รับบท หม่อมเจ้ารังสิธร / จิราคม
แอน ทองประสม รับบท เจ้านางน้อย / ราชาวดี / อันตรา
ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ รับบท ม.ร.ว.จิรายุส
สกาวใจ พูลสวัสดิ์ รับบท หม่อมเจ้าหญิงวิไลเรขา
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบท ม.ร.ว.สวรรยา
นัฏฐา ลอยด์ รับบท กาบทอง
รัชนก แสงชูโต รับบท ถวิล

*****************************************************

@. ตะวันทอแสง (พีช ทองเจือ + กบ สุวนันท์ ) …. 4  แผ่น.............140  บาท

***************************************************

@ ตกกระได หัวใจพลอยโจร   ( แหม่ม + ติ๊ก เจษฎาภรณ์) …. 3  แผ่น..............105  บาท

**************************************************

@ตะวันตัดบูรพา(ศักดิ์สิทธิ์  + ติ๊ก เจษฎาภรณ์) …. 6  แผ่น..............210 บาท

รายชื่อนักแสดง
1 . ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง รับบท ตะวันฉาย                2. เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท บูรพา
3. อินทิรา แดงจำรูญ รับบท โจ                             4. พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกรณ์ รับบท ธิชา
5. พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ รับบท เสือ                        6. อนุวัติ นิวาศวงศ์ รับบท ทัศน์
7. อรรถพร ธีมากร รับบท ชัชชัย                          8. โยโกะ ทาคาโน่ รับบท เจิมฉัตร
9. จรัล มโนเพ็ชร รับบท จ่าเวศ                          10.โกวิท วัฒนกุล รับบท เคี้ยง เก้ายอด
11. อภิชาติ หาลำเจียก รับบท ท่านรองบารมี         12. กำธร ทัพคัลไลย รับบท เสี่ยจิว
13. วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ รับบท สารวัตรเมธา              14. นพพร กำธรเจริญ รับบท จ๊อด กุญแจผี
15. เพทาย เกิดผล รับบท ตุ๊ก ท่าเตียน                 16.เชษฐวุฒิ วัชรคุณ รับบท ยักษ์
17.ผจญ ดวงขจร รับบท จ่าส่ง

เรื่องย่อ
ตะวันฉาย (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) และ บูรพา (เจษฎาภรณ์ ผลดี) สองที่น้องที่เติบโต ใน ครอบครัวนายตำรวจ ซึ่งมี จ่าเวศ (จรัล มโนเพ็ชร) เป็นหัวหน้าครอบครัว พวกเขาทั้งสองแตกต่างกันทั้งอุปนิสัย และ ความคิด ขณะที่ตะวันฉายนั้นเถรตรง และยึดมั่นในกฎเกณฑ์ความถูกต้อง เช่นเดียวกับบิดา แต่บูรพานั้นกลับช่างฝัน ทะเยอทะยาน คล้ายผกาผู้เป็นแม่

ทุกอย่างดำเนินไป...จนกระทั่งตะวันฉายเกิดไปรู้เห็น การทุจริตของผู้มีอิทธิพล และได้เป็นพยานชี้ตัวคนร้าย โดยไม่สนใจคำเตือน ของบูรพา ทำให้พรรคพวกของผู้ต้องหาผูกใจเจ็บ หวนมาแก้แค้นตะวันฉาย ในวันเกิดของจ่าเวศ ความรุนแรงดังกล่าวเป็นผล
ให้จ่าเวศกลายเป็นคนพิการ ในขณะที่ผกานั้นจบชีวิตลง ด้วยความโกรธ บูรพาบุกไปล้างแค้นพวกทรชน จนพลั้งมือสังหาร หัวโจก ตาย ด้วยความกลัวในโทษผิดของตน บูรพาขอร้องให้ตะวันฉาย พาเขาหลบหนีไปที่อื่น แต่ตะวันฉายกลับบอก ให้บูรพากล้าเผชิญหน้า เพราะเขาคิดว่ากฎหมาย จะต้องให้ความยุติธรรม หากแต่รูปคดีไม่เป็นไปตามคาด เมื่อมีการใช้เส้นสาย เป็นเหตุให้บูรพาถูกจำคุก แรงกดดันต่าง ๆ บีบให้บูรพาชิงชังในตัวพี่ชาย จนกลายเป็นความแค้น และจุดแตกหักระหว่างพี่น้องไปในที่สุด

วันเวลาผ่านไป ตะวันฉายซึ่งมุ่งมั่น ที่จะรื้อฟื้นความยุติธรรมของกฎหมาย ได้ตัดสินใจเบนเข็ม เข้าสอบเป็นนายตำรวจ ส่วนบูรพา ติดคุกมาเกือบปีเต็ม ๆ แล้ว และได้รู้จักกับ เคี้ยง เก้ายอด (โกวิท วัฒนกุล) ผู้ที่ถ่ายทอดวิชาป้องกันตัวให้ ทำให้เขา ได้ทราบ ถึง แก่นแท้ ของคำว่า "เอาตัวรอด" เมื่อถึงวันพ้นโทษ บูรพาเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยตัดสินใจติดตามเคี้ยง ทั้งสองตระเวนหางานสุจริตทำ จนได้งาน ในสถานบันเทิงของ เสี่ยจิว (กำธร ทัพคัลไลย) มาเฟียขาใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นแหล่งซ่องสุม ในการค้า ยาเสพติด ทั้งคู่ถูกข่มเหง จาก ชัชชัย (อรรถพร ธีมากร) หลานชายเสี่ยจิว ที่ไม่ถูกชะตา กับบูรพาตั้งแต่แรกเห็น สิ่งดี ๆ สิ่งเดียวที่บูรพา ได้เจอนับตั้งแต่ออกจากคุก คือ การได้รู้จัก ธิชา (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกรณ์) นักจิตรกรสาว ทั้งสองสนิท กันจนเกิดเป็นความรัก แต่เพราะไม่ต้องการให้ชีวิตต้อผูกพันใคร บูรพาพยายามหักห้ามใจปิดกั้นตัวเอง ถอยตัวออกห่างจาก ชีวิต ของธิชา สร้างความร้าวรานให้กับธิชาลึก ๆ อยู่ในใจ

ตะวันฉายมีโอกาสได้เจอ บูรพาหลังจากมาสืบคดีของเสี่ยจิว โดยตะวันฉายพยายาม ปรับความเข้าใจกับบูรพา แต่ไม่เป็นผล สร้าง ความ เสียใจให้ตะวันฉายอย่างมาก จนวันหนึ่งตะวันฉายได้มารู้จักกับธิชา และทราบความสนิทสนม ระหว่างเธอกับบูรพา ตะวันฉาย เลยอาศัยถามข่าวคราว ของบูรพาจากเธอเสมอ จนตะวันฉายเริ่มสนิทกับธิชา และรู้สึกชอบพอเธออยู่ในใจ ด้านบูรพา ความซื่อตรง และไม่สอพลอของเขา ทำให้เสี่ยจิววางใจเลื่อนชั้นให้เป็นมือขวา เริ่มจากการรับหน้าที่ในการ ส่งมอบสินค้า และเพื่อทานอำนาจของ ชัชชัยที่นับวันยิ่ง ชักจะล้ำเส้นในหน้าที่ที่ตนทำอยู่ ชัชชัยไม่พอใจที่เสี่ยจิวให้บูรพาเป็นมือขวา เลยคิดวางแผนกำจัดบูรพา ด้วยการ ส่งเบาะแส การซื้อขายยาให้ทางตำรวจ ทำให้การค้าครั้งสำคัญ ของบูรพาหวิดพินาศ เมื่อตะวันฉายได้นำกำลังเข้าจับกุม และท่ามกลาง ความชุลมุนวุ่นวาย บูรพาแหวกวงล้อมตำรวจออกมา โดยมีตะวันฉายไล่กวดมาติด ๆ แต่ตะวันฉายก็ต้องเสียท่า เมื่อเคี้ยงยกพลมา ช่วย บูรพาเอาไว้ได้

ตะวันฉายเร่งมือสานงาน ของเขาต่อเพื่อหาทางจับเสี่ยจิว และจังหวะนั้นเอง ทัศน์ (อนุวัฒน์ นิวาศวงศ์) อดีตตำรวจคนสนิท ของท่านรอง บารมี (อภิชาติ หาลำเจียก) ผู้ทรงอิทธิพลที่มีเรื่องขัดแย้ง กับเสี่ยจิวเรื่องธุรกิจค้ายา ได้บอกเบาะแส กับตะวัน ฉายว่า เสี่ยจิวมีการนำเข้ายาครั้งใหญ่ แต่การบอกเบาะแสของทัศน์ครั้งนี้ เพราะหวังยืมมือตะวันฉาย สกัดโครงการขยายอำนาจ ของเสี่ยจิว ตะวันฉายรีบแจ้งข่าว เตือนบูรพาให้ทราบถึง การบุกจับยาที่ท่าเรือ เพราะไม่อยากให้บูรพาเข้าร่วมวง แต่บูรพาเลี่ยง ไม่ได้เพราะชัชชัยจับผิดอยู่ เขาพยายามเปลี่ยนแผนขนยาใหม่ แต่ก็ไม่รอด เพราะความเฉลียวใจของ เสือ (พนมกร ตังทัตสวัสดิ์) ตำรวจคนสนิท ของตะวันฉาย ที่ย้ายจุดซุ่มจับเช่นกัน เป็นเหตุให้การค้าครั้งสำคัญ ของเสี่ยจิวล้มเหลว บูรพาเข้าใจผิดคิดว่า ตะวันฉายจงใจหลอกตน แม้จะมีโอกาสเข้าประชิดหน้า บูรพาก็ไม่กล้ายิงพี่ตัวเองทิ้ง เสือเข้ามาเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เลยเข้าใจ ผิดคิดว่า ตะวันฉายเป็นสายโจร เรื่องเข้าหู สารวัตรเมธา (วิศิษฐ์ ยุตติยงค์) ทำให้ตะวันฉายถูกถอด จากคดีและส่ง ไปช่วย งานท้องที่ โดยในช่วงนี้เขาได้รับความช่วยเหลือ เรื่องข่าวสารจาก โจ (ตุ๊กตา อินทิรา แดงจำรูญ) เด็กสาวขาโจ๋ประจำ แฟลต ตำรวจ ที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็น นักค้าของผิดกฎหมายสารพัดชนิด แต่อีกมุมหนึ่งเธอ ก็คอยเป็นสายให้ตำรวจ และคอยหา เรื่องมาตีสนิทตะวันฉายอยู่เป็นประจำ

ด้านเสี่ยจิวเชื่อมั่นว่า ท่านรองบารมีอยู่เบื้องหลัง แผนการณ์บุกจับยาครั้งนี้ เลยข่มขู่บารมีด้วยหลักฐาน การเงินที่เคยค้ายากับตน
ทำให้บารมีแค้นใจ สั่งให้ทัศน์จัดการโค่นเสี่ยจิว ประจวบกับที่ชัชชัยมีเรื่องขัดแย้ง กับเสี่ยจิวที่ให้บูรพาเป็นมือขวา ทัศน์ใช้ชัชชัย เป็นเครื่องมือ เพื่อช่วยกำจัดเสี่ยจิว ฝ่ายชัชชัยวางแผนร่วม กับ เจิมฉัตร (โยโกะ ทาคาโน่) เมียเก็บของ เสี่ยจิวและ เป็น คู่ขาลับ ๆ ของชัชชัย โดยเริ่มแผนกำจัด บูรพาเป็นคนแรก ด้วยการเป่าหูเสี่ยจิวว่า บูรพาเป็นสายให้กับตำรวจ ทำให้เสี่ยจิวปักใจ เชื่อ และใช้เคี้ยงจัดการฆ่าบูรพา แต่เพราะเคี้ยงเห็น บูรพาเสมือนลูกศิษย์ เขาจึงยอมพลีชีพ เพื่อช่วยชีวิตบูรพาให้หนีไป ส่วนเสี่ยจิวถูก สมุนของชัชชัยบุกฆ่า แล้วนำหลักฐานมาให้ท่านรองบารมี โดยหวังให้ท่านรองรับรองการขึ้นครองอำนาจแทนเสี่ยจิว แต่ท่านรอง บารมีกลับตอบแทนมิตรภาพ ดังกล่าวด้วยการสังหารชัชชัยแทน

ความหายนะทั้งหมดล่วงรู้ถึงหูบูรพา ทำให้บูรพาเริ่มสำนึกถึงความไม่แน่นอน ของงานมิจฉาชีพ จึงตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
โดยใช้เงินทองที่เก็บออม เป็นทุนพาธิชาไปตั้งรกรากในต่างประเทศ แต่ความฝันก็มิอาจสมหวังได้ง่ายดาย เมื่อท่านรองบารมีเห็นว่า บูรพาเป็นเสี้ยนหนามสุดท้าย เลยใช้ให้ทัศน์เก็บบูรพาอีกคน แต่บูรพาสามารถหนีไปได้ เสือเริ่มข้องใจในตัวทัศน์และ ออกสะกด รอยตามจนพบว่า ทัศน์ติดต่อกับท่านรองบารมี แต่เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น เสือจึงจำต้องเล่นละครตีสนิท กับทัศน์ต่อไป
จนรวบรวมหลักฐานมัดตัวทัศน์ได้ แล้วหนีการไล่ล่าไปจนเจอโจ เสือมอบหลักฐานทั้งหมดให้โจ พาไปมอบให้ตะวันฉาย ส่วนเขา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจบชีวิตลง

หลักฐานตกอยู่ในมือตะวันฉาย เขาถูกข่มขู่อย่างหนักเลยตัดสินใจ ส่งโจไปกบดานต่างจังหวัด แต่โจถูกพวกทัศน์จับตัวไว้ เพื่อต่อ รองกับตะวันฉาย โจเลือกจบชีวิตตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อปกป้องหลักฐาน และตะวันฉาย ชายที่ตนรัก ฝ่ายบูรพาที่ขณะนั้น ความ โกรธเกลียดที่มีต่อพี่ชาย อ่อนแรงลงมาก เขากลับบ้านไปอำลาพ่อ ก่อนที่จะมอบตัวตามคำแนะนำ ของตะวันฉายที่ผ่านทางธิชา แต่สภาพบ้านที่พังยับเยิน และพ่อที่บาดเจ็บ จนสิ้นลมไปต่อหน้าต่อตานั้น กลายเป็นแรงแค้นอันใหญ่หลวง เกินกว่าที่บูรพา จะยอม มอบตัวได้ เขาแฉความลับของทัศน์ทั้งหมดให้ตะวันฉาย และจะไม่ยอมมอบตัวจนกว่าได้กำจัดวายร้ายอย่างทัศน์ และบารมีสำเร็จ

วันล้างแค้นมาถึง ตะวันฉายไม่อยากให้บูรพา ต้องมาพัวพันกับศึกครั้งนี้ เลยหลอกบูรพาให้หลงไปอีกทาง แต่บูรพากลับมาช่วย พี่ชายต่อสู้กับทัศน์ และท่านรองบารมี

ศึกครั้งนี้ต้องมีฝ่ายแพ้และชนะ สองพี่น้องตะวันฉาย และบูรพาจะสะสางหนี้แค้นได้สำเร็จ หรือต้องจบชีวิตลงไป เหมือนพวกพ้อง หรือไม่ ติดตามชมเรื่องราวความรัก และความแค้นของสองพี่น้องนี้ได้ ใน ตะวันตัดบูรพา

***************************************************

@ตลาดน้ำดำเนินฯ..รัก …. 4  แผ่น....................140 บาท  แนวละคร โรแมนติก-คอมเมดี้

เรื่องย่อ

โก้ ชายหนุ่มรูปหล่อมาดดีสมชื่อ ฉลาดทันคน เขาจบปริญญาตรีที่ราชภัฏมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้ โก้ตัดสินใจเอารถตู้ของพ่อออกมารับจ้างตามบริษัททัวร์ พานักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไปตีกอล์ฟบ้าง รวมทั้งไปตลาดน้ำดำเนินฯ แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของบ้านเรา ส้มโอ ลูกสาวชาวสวนผลไม้ใหญ่ในอำเภอ เธอมักจะตามแม่พุด มารดาของเธอไปขายผลไม้ที่ตลาดน้ำตั้งแต่ยังเด็กๆ โดยมี องุ่น พี่สาวติดสอยห้อยเรือไปด้วย กระทั่งโตเป็นสาว เรียนจบปริญญาตรีแล้วส้มโอกับองุ่นก็ยังพายเรือไปขายผลไม้กับแม่เช่นเดิม ความฝันที่อยากเป็นแอร์โฮสเตส อยากทำงานกรุงเทพฯ ของส้มโอนั้นริบหรี่เต็มทน เพราะพ่อพร้าวบิดาของเธอไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้ลูกสาวไปทำงานไกลหูไกลตา

ทุกครั้งที่ไปขายของกับแม่ ส้มโอและองุ่นจะมีอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้เธอกับพี่สาวไม่ใช่น้อย นั่นก็คือ การยิ้มหวานๆ ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการอุดหนุนผลไม้ บางทีนักท่องเที่ยวใจดีก็ทิปหนัก วันหนึ่งโก้พานักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลาดน้ำ พอเห็นส้มโอยิ้มแย้มแจ่มใสถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเขาก็ปิ๊งถูกใจในมิตรภาพของเธอทันที หารู้ไม่ว่านั่นคืองานถนัดของส้มโอ เธอถูกสอนให้ฉีกยิ้มเป็นงานมาตั้งแต่เด็กแล้ว ตัวจริงน่ะเหรอ..แก่นเซี้ยวเปรี้ยวเข็มฟันไม่เบา ภาพแม่ค้าหน้าหวานของส้มโอ ทำเอาโก้นอนไม่หลับ เขาสืบจนรู้ว่าส้มโอเป็นลูกสาวคนเล็กของพ่อพร้าว เจ้าของสวนจอมตระหนี่ มาดดูดีประมาณผู้ใหญ่บ้าน น้องๆ กำนัน โก้หาช่องทางจีบส้มโอด้วยการเข้าทางผู้ใหญ่ เขาคอยไปดักพ่อพร้าวตามร้านค้า ร้านกาแฟในหมู่บ้าน ทำทีเป็นชวนคุยเรื่องการเมือง เรื่องจิปาถะเพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคย แต่ก็เข้ายากเหลือเกิน เพราะพ่อพร้าวทันเกม

ตี๋ใหญ่ ลูกชายจอมซ่าส์ของเถ้าแก่เส็งพ่อค้าขายข้าวสาร เขาหลงรักส้มโอมานานแล้ว ว่างจากส่งของตี๋ใหญ่ก็แอบมาจีบสาวเจ้าเป็นประจำ บางทีก็ให้ตี๋น้อยน้องชายเป็นพ่อสื่อ คอยเอาจดหมายรักและข้าวของมาให้ลูกสาวพ่อพร้าวอยู่เรื่อย แต่ส้มโอก็ไม่เล่นด้วย บ่ายเบี่ยงมาตลอด บางทีเหลืออดประชดแสบๆ ก็มี ข้างฝ่ายเถ้าแก่เส็งใช่ว่าจะเอ็นดูลูกสาวชาวสวน เขาคอยกีดกันเสมอ เพราะหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้ลูกชายเป็นดองกับ ลินจง อาหมวยลูกสาวเถ้าแก่ร้านทองผู้ร่ำรวย อุไร แม่ค้าเรือขายกาแฟ และ กุหลาบ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ สองสาวขาเม้าท์รุ่นน้าพากันเม้าท์เรื่องของส้มโออย่างสนุกปาก กระแซะถามแม่พุดอยู่เรื่อยว่าเมื่อไหร่ส้มโอจะเลือกคู่ซะที เพราะเห็นหนุ่มๆ มาตอมกันเกรียว ทั้งตี๋ใหญ่ลูกชายเถ้าแก่ ปลัดภาค รวมทั้งเจ้าโก้ไอ้หนุ่มรถตู้ที่เพิ่งเข้ามาจีบหมาดๆ บ้านนี้ใช่ว่าลูกสาวคนเล็กจะสะสวยเพียงคนเดียว ลูกสาวคนโตอย่างองุ่นก็ใช่ย่อย เพราะมีพ่อม่ายนายทหารอย่าง สินทบ แวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่เป็นประจำเช่นกัน

จะผิดกันก็ตรงที่สินทบนั้นเข้าถูกที่ถูกทาง แถมยศฐาบรรดาตำแหน่งก็ถูกใจพ่อพร้าวยิ่งนัก จึงเข้าตามตรอกออกตามประตู แถมมีเจ้า ลูกหมู ลูกชายวัยน่ารักคอยเป็นตัวประสานความสัมพันธ์ให้อีก แม้จะรำคาญขี้ปากชาวบ้านแต่พุดก็ต้องทำเป็นทองไม่รู้ร้อน นอกจากบางครั้งเห็นถี่เกินไปทนไม่ไหวก็ออกโรงกระแทกปาก 2 แม่ค้ารุ่นน้องไปบ้างเหมือนกัน และได้แต่คอยเตือนลูกสาวให้วางตัวดีๆ ที่สำคัญอย่าให้พ่อพร้าวรับรู้เรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้ เพราะนายทหารเก่าอย่างพ่อพร้าวนั้นระเบียบจัด และหวงลูกสาวมาก โก้เริ่มสนุกกับการตามจีบส้มโอ ไอ้หนุ่มรถตู้คอยหาโอกาสมากระเซ้าเย้าแหย่ต่อปากต่อคำกับแม่ค้าลอยน้ำบ่อยๆ หากโอกาสไม่เหมาะเขาก็มักจะให้ลูกทัวร์เป็นพ่อสื่อถือโน้ตไปให้สาวเจ้า บางทีก็จ้างตี๋เล็กคอยส่งสาส์น ซึ่งเด็กน้อยก็ยินดีทำให้เพราะสนิทสนมกับโก้มาก โก้เคยพาตี๋น้อยนั่งรถเที่ยวแถมยังซื้อของเล่นให้บ่อยๆ

แผนนัดเจอสาวของโก้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยเกรงว่าชาวตลาดน้ำจะจับได้ และพากันเม้าท์ไปเข้าหูพ่อพร้าว ถึงอย่างไรก็มีข่าวเม้าท์ของอุไรและกุหลาบลอยเข้าหูพ่อพร้าวจนได้ พร้าวเฝ้าสังเกตและจับได้ว่าโก้เข้ามาติดพันส้มโอ เขาซักไซร้เอาความจริงจากลูกสาว แต่ส้มโอก็ปฏิเสธ เธอบอกพ่อว่าโก้เป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น เหตุที่คุ้นเคยกันเพราะโก้ขับรถพาลูกทัวร์มาเที่ยวตลาดน้ำ และอุดหนุนผลไม้เป็นประจำ พ่อพร้าวทำทีเป็นเชื่อคำแก้ตัวของลูกสาว เขาเฝ้าระวังและคอยกันท่าไม่ให้โก้เข้ามาใกล้ชิดส้มโอ แผนตีซี้ว่าที่พ่อตาเริ่มจริงจังขึ้น โก้ทดลองทำปุ๋ยชีวภาพจนสำเร็จ เขานำไปขายให้พ่อพร้าวให้ราคาถูก ถึงพร้าวจะกดราคารับซื้อไว้แต่โก้ก็แอบยินดี เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่เขาจะแวะเวียนมาที่บ้านส้มโอได้อย่างไม่น่าเกลียด ด้วยความตระหนี่ของพ่อพร้าวเขาเสนอขายพวกเศษวัชพืชในสวนให้โก้เอาไปใช้หมักปุ๋ยชีวภาพ มิหนำซ้ำยังระบายผลไม้ในสวนให้โก้นำไปขายอีก

โก้จำยอมซื้อพลางคิดในใจว่าจีบลูกสาวติดเมื่อไหร่ จะขอเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก จือซอ คนงานต่างด้าวของสวนพ่อพร้าวกำลังมีปัญหาหนัก แม่ของเขาป่วยอาการทรุดมากจำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตเป็นค่ารักษาพยาบาล จือซอคิดไม่ซื่อเขาวางแผนกับลูกน้องคนงานจับแม่พุด, ส้มโอ และทุกคนในบ้านมัดไว้ พ่อพร้าวขัดขืนก็เลยโดนจือซอตีด้วยไม้หน้าสามจนสลบจมกองเลือด ขณะที่จือซอจะตีซ้ำให้ถึงตาย โก้ก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทันท่วงที โก้รีบพาพ่อพร้าวส่งโรงพยาบาล ส่วนจือซอหนีรอดไปได้ ส้มโอขอบคุณโก้ที่เข้ามาช่วยพ่อเธอเอาไว้ พ่อพร้าวเองก็ซาบซึ้งในความเป็นคนดีมีน้ำใจของโก้อยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะเปิดทางสะดวกให้ไอ้หนุ่มรถตู้ เพราะพ่อพร้าวเกรงใจปลัดภาคอยู่มาก ปลัดเขาเป็นคนใหญ่คนโต มีผู้คนนับหน้าถือตา ปลัดภาคแม้จะชอบส้มโอ แต่ก็รู้ดีว่าเธอกับโก้รักกันจึงคิดจะหลีกทางให้ แต่โชคและศักดิ์ เสมียนในอำเภอที่คอยตามติดปลัด

เมื่อเห็นโก้สนิทกับส้มโอจึงหาเรื่องกลั่นแกล้ง เพื่อหวังจะได้ความดีความชอบจากนาย อย่างเช่น ปิดเส้นทางการเดินรถ, จ้างคนไปดักทำร้ายโก้ แต่โก้ก็ไม่ย่อท้อ เขาคอยระมัดระวังแก้เกมคืนได้เช่นกัน โดยมี หรั่ง เพื่อนซี้คอยช่วยเหลือหลายๆ เรื่อง ลินจง หลงรักโก้มานานแล้ว เธอเฝ้าตามตื้อเอาอกเอาใจโก้สารพัด แต่โก้ก็ไม่เล่นด้วย พอรู้ว่าโก้มาชอบส้มโอ ลินจงและจินตนาลูกสาวเสี่ยยศเจ้าของปั๊มน้ำมันเพื่อนซี้ ก็คอยหาเรื่องเล่นงานส้มโอตลอด แต่ส้มโอใช่ว่าจะยอมใครง่ายๆ เธอแก้เผ็ดสองสาวได้อย่างแสบทรวง ชาวสวนเริ่มทยอยขายที่ดินให้แก่ เสี่ยยศ เพราะผลผลิตต่ำทำไปก็ไม่คุ้มทุน เสี่ยยศรับซื้อที่ดินอย่างเต็มใจ ส้มโอและองุ่นไม่เห็นด้วยที่ชาวบ้านพากันขายที่ดินแบบนี้ เสี่ยยศเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดูแลสวนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แล้วก็จ้างเจ้าของที่ทำงานโดยจ่ายเงินเดือนให้ คนเคยเป็นเจ้าของที่ต้องกลายเป็นคนงานรับจ้างบนผืนดินที่ตัวเองเคยครอบครอง

ส้มโอพยายามขัดขวางการขายที่ดินของชาวสวน เธอแนะนำให้ชาวสวนตั้งชมรมเพื่อช่วยเหลือกัน มีกองทุนให้ขัดสนหยิบยืม ช่วยกันนำผลไม้มาแปรรูป อีกทั้งยังริเริ่มทำโครงการ “โฮมสเตย์” รองรับนักท่องเที่ยวตลาดน้ำ เพื่อให้ชาวสวนมีรายได้พออยู่พอกิน โก้เอ่ยปากชมแนวคิดอันเฉียบคมของส้มโอ เขาสนับสนุนเธอด้วยการพานักท่องเที่ยวมาพักที่โฮมสเตย์ของสาวสวน บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็ประทับใจที่ได้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตอันอบอุ่นของชาวบ้านอย่างแท้จริง โครงการของส้มโอสร้างความขัดเคืองให้เสี่ยยศและจินตนามาก การท่องเที่ยวเริ่มบูม บริษัททัวร์ต้องการรถตู้มาใช้งานมากขึ้น โก้ปรึกษาพ่อแม่ของเขาเรื่องกิจการรถตู้ พ่อเห็นด้วยจึงไปกู้เงินธนาคารมาให้โก้ลงทุน และแล้ว “บริษัท 3 หนุ่ม จำกัด” ซึ่งมีโก้, หรั่ง และรื่น ( คนขับรถตู้ที่เพิ่งรู้จักกันระหว่างทำงาน เป็นเด็กยากจน ขยันทำมาหากิน และเชื่อฟังโก้อีกด้วย ) ช่วยกันบริหารงาน

กิจการของโก้ไปได้สวยมีงานเข้ามามาก เขาพานักท่องเที่ยวมาทัวร์ตลาดน้ำ พาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บางทีก็รับงานของกองถ่ายสารคดี กองละคร และงานอื่นๆ อีกสารพัด พอกิจการดีก็มีคนขัดแข้งขัดขา กลั่นแกล้งกันในสายธุรกิจ แต่โก้ก็แก้ปัญหาสารพัดที่ประดังเข้ามาอย่างไม่ย่อท้อ โก้และส้มโอต่างก็นึกถึงงานที่ตัวเองฝันเอาไว้ อยากทำงานตามความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมา ทั้งสองพยายามแข่งกันสมัครงานตามที่ต่างๆ เดิมพันกันว่าใครจะได้งานก่อนกัน แต่จนแล้วจนรอดทั้งคู่ก็ต้องกลับมาสะสางงานเดิมที่รับผิดชอบ เป็นอันว่าเสมอไม่มีใครแพ้ใครชนะ โก้พยายามใกล้ชิดส้มโอเอาอกเอาใจว่าที่พ่อตา เขาเหมาผลไม้ในสวนพ่อพร้าวไปขายที่กรุงเทพฯ บางส่วนก็ให้ที่อู่วางขาย พร้าวดีใจที่ผลไม้ไม่ตกค้างสวน ยิ่งนึดถึงวันที่โก้เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ก็ยิ่งทำให้พร้าวรู้สึกดีกับว่าที่ลูกเขยมากขึ้น หลายครั้งที่เขาทำเป็นแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เปิดโอกาสให้โก้มาจีบลูกสาวพอหอมปากหอมคอ

โชคและศักดิ์เห็นโก้ชัดจะกลายเป็นคนโปรดของพ่อพร้าว จึงอ้างชื่อปลัดไปรับผลไม้จากสวนพ่อพร้าวมาขายบ้าง พร้าวและพุดเริ่มหนักใจ เพราะโก้เป็นลูกค้าเจ้าแรกที่มาเหมาผลไม้ในสวน ซื้อคราวละมากๆ ไอ้ครั้นจะขายให้ปลัดก็ไม่รู้ว่าจะไปสรรหาผลไม้มาจากไหน เพราะผลิตผลในสวนออกไม่ทันแล้ว พ่อพร้าวหารือตรงๆ กับปลัดภาคๆ จึงรู้ว่าโชคและศักดิ์อ้างชื่อเขาไปทำเรื่อง จึงตักเตือนทั้งคู่และสั่งห้ามไม่ให้กลั่นแกล้งโก้อีก ขณะที่ความสัมพันธ์ของโก้และส้มโอเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ด้านสินทบและองุ่นก็กลับมีปัญหา เมื่อ นฤมล อดีตภรรยาที่หย่าแล้วของสินทบกลับมาก่อกวนชีวิตเขาอีกครั้ง เธอต้องการเงินเพื่อนำไปเล่นการพนัน นฤมลทำให้พ่อพร้าวเข้าใจผิดคิดว่าสินทบคิดจะมาหลอกลวงองุ่น เขาจึงพยายามกีดกันไม่ให้สินทบมายุ่งกับลูกสาวอีก แต่แล้วสามีใหม่ของนฤมลก็ตามมาลากตัวเธอกลับไป เรื่องเลวร้ายทั้งหมดจึงจบลง พ่อพร้าวกลับมาเข้าใจสินทบอีกครั้งและไม่กีดกันเขาอีก

เสี่ยยศร่วมกับหุ้นส่วนเปิดตลาดในตัวอำเภอ โดยหวังจะเป็นเสือนอนกินคอยเก็บค่าเช่าจากพ่อค้าแม่ค้าที่มาเช่าแผงในตลาด แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะตลาดไม่คึกคัก ผู้คนยังคงไปจับจ่ายใช้สอยกันที่ตลาดน้ำอย่างเนืองแน่น บรรดาพ่อค้าแม่ขายเองก็ไม่อยากมาเช่าแผงที่ตลาดของเสี่ยอีก ทั้งก่อนหน้านี้หุ้นส่วนเดียวกันยังชักชวนให้ร่วมลงทุนเปิดปั๊มน้ำมันใหม่อีกแห่ง เสี่ยยศลงทุนไปมากและเพิ่งรู้ตัวว่าถูกโกง เมื่อเงินทองที่มีร่อยหรอลง แถมมีหนี้สินท่วมหัว เขาเริ่มมีอาการเครียดจนคิดหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย ดีที่โก้มาพบและช่วยเหลือได้ทัน โก้แนะนำให้เขาเปลี่ยนจากตลาดร้างเป็นโกดังเก็บของและที่จอดรถขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ตลาดน้ำ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยให้ธุรกิจของเสี่ยยศฟื้นตัวอีกครั้ง อุไรและกุหลาบยังคงเม้าท์ชายบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ยุยงเพื่อนแม่ค้าจนต้องทะเลาะกับสามีด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าสามีไปมีเมียน้อย

เมื่อความจริงปรากฏอุไรและกุหลาบถูกตบจนหน้าบวมเพราะความปากพร่อย อีกทั้งชาวตลาดน้ำต่างพากันรังเกียจจนไม่มีใครคบหาขาเม้าท์ทั้ง 2 อีก ชีวิตอุไรและกุหลาบแย่ลงเรื่อยๆ ส้มโอสงสารจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อุไรขอโทษในสิ่งเลวร้ายที่เธอทำลงไป ส้มโอสอนให้แม่ค้ารุ่นน้าได้สำนึก ทั้งคู่ปรับปรุงตัวเลิกนิสัยเดิมๆ ไม่นานบรรดาเพื่อนแม่ค้าก็กลับมาพูดคุยด้วยอีกครั้ง อุไรและกุหลาบเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทั้งคู่สัญญาว่าจะไม่เม้าท์ชาวบ้านอีก แม้ลินจงจะพยายามสร้างสถานการณ์ให้ส้มโอเข้าใจโก้ผิด แต่ก็ไม่สามารถทำลายความรัก ความเข้าใจของโก้และส้มโอได้ ความสนิทสนมของโก้และส้มโอ ทำให้ตี๋ใหญ่และลินจงเริ่มได้คิดว่าคงไม่สามารถแยกทั้งคู่ได้แล้ว ในที่สุดลินจงและตี๋ใหญ่จึงตัดสินใจลองคบกันตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ หลังจากที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน จือซอจึงโกรธแค้น เขากลับมาจับองุ่นและลูกหมูไปเรียกค่าไถ่

สินทบนำกำลังทหารและตำรวจ ประสานงานกันจนช่วยเหลือทั้งคู่กลับมาได้อย่างปลอดภัย ที่เขตแดนไทย-พม่า บริเวณสวนผึ้ง จือซอถึงตำรวจจับและไปรับโทษในคุก พ่อพร้าวเริ่มใจอ่อน ด้วยเห็นความดีของโก้และรู้จักนิสัยใจคอว่าที่ลูกเขยมากขึ้น จนพอจะวางใจได้ว่าหากลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝากับไอ้หนุ่มคนนี้ ลูกสาวจะมีความสุขอย่างแน่นอน โก้สารภาพรักอย่างเต็มปากเต็มคำ และทั้งสองสัญญาว่าช่วยต่อไปนี้จะต้องทำงานเก็บเงินส่วนตัวให้มากๆ สร้างงานสร้างรายได้ทั้งของตัวเองและชุมชนชาวสวนตลาดน้ำฯ ให้อยู่กันอย่างมีความสุข ชาวตลาดน้ำฯ ต่างยินดีกับความรักของโก้และส้มโอ กับรอ.สินทบและองุ่น ที่แสนจะเป็นที่ชื่นชอบของพี่ป้าน้าอา แม่ค้าลอยน้ำกันทั้งนั้น แม่แต่ปลัดภาคก้ต้องยอมพ่ายรักกับส้มโอด้วยความเข้าใจ อย่างผู้ที่เป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง เพราะทุกคนได้รู้เรื่องราวความพยายามและความรักจริงใจของกันและกัน จึงฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงได้หมด


รายชื่อนักแสดง

ภาณุ สุวรรณโณ รับบท โก้
วรัทยา นิลคูหา รับบท ส้มโอ
ไพโรจน์ สังวริบุตร รับบท พ่อพร้าว
กาญจนาพร ปลอดภัย รับบท แม่พุด
ณัฏฐริณีย์ กรรณสูต รับบท องุ่น
สิทธิพร นิยม รับบท รอ.สินทบ
วิศวะ กิจตันขจร รับบท ตี๋ใหญ่
ชญาณ์ทิพย์ รวงผึ้งทอง รับบท ลินจง

***************************************************

@ เทใจรักนักวางแผน …. 4  แผ่น....................140  บาท  NEW


เรื่องย่อ

สี่สาวเพื่อนรักนักวางแผน ชอบจีบผู้ชายเก็บไว้เป็นคอลเล็กชั่น พิม ถูกหนุ่มหล่อไฮโซทอดทิ้ง แล้วเอาแต่ร้องไห้ไม่เป็นอันทำอะไร แอ๊น สาวหวานเจ้าของร้านเบเกอรี่ ปอ สาวหมวยอินเตอร์ทำงานอยู่กระทรวงต่างประเทศ จิ๊บ หมอฟันจอมเฮี้ยว วางแผนให้แอ๊นเป็นเหยื่อล่อหนุ่มไฮโซที่ทอดทิ้งพิม แอ๊นรีบปฏิเสธเพราะ แมน แฟนหนุ่มของแอ๊นเพิ่งจะหมั้นเธออย่างไม่เป็นทางการ เพราะความหวงห่วงกลัวจะมีคนอื่นมาจีบแอ๊นระหว่างที่เขาไม่อยู่ แต่แอ๊นต้องยอมแพ้มติเพื่อนรับงานนี้

สามสาวสืบรู้ว่า ภิมุข หนุ่มไฮโซชอบสาวหวานแบบแอ๊น ในที่สุดภิมุขก็หลงรักแอ๊นจริงๆ พาแอ๊นไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ตัวเองเคยอยู่ก่อนครอบครัวไฮโซพาไปเลี้ยงดู เพราะเขาเคยพาผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วยมาที่นี่แต่เธอรับไม่ได้ทิ้งเขาไป ส่วนแอ๊นกลับสงสารเห็นใจไม่รังเกียจทำให้ภิมุขรักแอ๊นมากขึ้น จิ๊บไปหว่านเสน่ห์ใส่ ผู้กองชายชาญ ซึ่งเป็นญาติกับภิมุขเพื่อหลอกถามเรื่องของภิมุข จนผู้กองชายชาญเริ่มมีใจให้กับจิ๊บ พิมและปอบังคับแอ๊นให้บอกความจริงกับภิมุข ทำให้ภิมุขเสียใจมาก

จิ๊บกลัวแอ๊นจะรักภิมุขจริงๆ จึงโทรไปเล่าเรื่องให้แมนฟัง แมนจึงรีบขอแอ๊นแต่งงานทันที จิ๊บยุติการแก้แค้นแต่ตัวเองกลับหลงรักผู้กองชายชาญเสียเอง เจ พี่ชายสุดหวงของจิ๊บรีบขัดขวางความรักครั้งนี้ของจิ๊บ จิ๊บจึงตัดสินใจสมัครไปเป็นแพทย์อาสาแถบชายแดน จิ๊บถูกยิง สารวัตรก้องภพ ซึ่งเป็นคนรักเก่าของจิ๊บเข้ามาช่วยชีวิตไว้ จิ๊บจึงยอมรับให้สารวัตรก้องภพเข้ามาอยู่ในใจได้อีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับพอดีจิ๊บถูก แจน คู่รักของผู้กองชายชาญด่าว่าราวีทำให้จิ๊บเสียใจมาก จิ๊บกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ

ก้องภพถูกยิงอาการสาหัสต้องเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ ทำให้จิ๊บต้องเข้าไปดูแลทั้งสองคนจึงรักกันอย่างจริงจังอีกครั้ง ปอไปกินอาหารแต่ลืมกระเป๋าสตางค์ ทำให้ต้องมาเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของ อธิคม พิมแอบรักเจและเริ่มสานสัมพันธ์ด้วยการเปลี่ยนตัวเอง จากสาวเปรี้ยวมาเป็นสาวหวานด้วยหนังสือมัดใจชาย พิมกับเจจึงเกิดความรักกันอย่างเต็มใจและจริงจัง ปอถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับ จินดนัย เพื่อนสาวแนะนำว่าให้ปอหาผู้ชายสักคนไปหลอกว่าเป็นแฟนคนคนนั้นก็คืออธิคม แต่หลังจากไปเป็นคู่รักหลอกๆ แล้วเตี่ยกับอาม้าของปอไม่ยอมรับ

อธิคมเกิดความรักกับปอขึ้นมาจริงๆ จึงมีสัญญากับปอว่าถ้าเขาช่วยไม่ให้เธอแต่งงานกับจินดนัยได้เขาขออะไรเธอต้องยอมให้ อธิคมใช้ยุทธวิธีทางธุรกิจเอาชนะจินดนัยแล้วเขาก็ขอปอแต่งงาน ความรักของเจกับพิมกำลังไปได้สวย จิ๊บต่อว่าพิมเพราะหวงพี่ชาย พิมตัดสินใจเลิกกับเจ จิ๊บเห็นเจเศร้าซึมเสียใจเพราะผิดหวังในความรัก ขณะที่ตัวเธอเองเกิดมีความรักกับก้องภพ จิ๊บก็เข้าใจเจยอมให้พี่ชายกับเพื่อนสาวเป็นคนรักกันได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งสองยังคิดว่าจิ๊บยอมเพราะความจำใจไม่ได้เต็มใจ จึงต่างคนต่างดูเชิงอยู่ห่างๆ กัน

จนกระทั่งเจถูกนายทุนเจ้าของโรงงานขับรถพุ่งเข้ามาชนหวังให้ตาย เพราะเจเป็นทนายความฟ้องร้องโรงงานของเขา พิมเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งเข้ามาบอกให้เจระวังตัวและพิมก็ถูกรถชนแทน เจนำตัวพิมส่งโรงพยาบาลแล้วรู้ซึ้งว่าพิมรักเขาจริงถึงขนาดเสี่ยงชีวิตยอมตายแทน ทั้งสองหวนคืนมารักกันโดยไม่ยอมพรากจากกันอีก ส่วนแอ๊นพิสูจน์จนรู้ชัดว่าภิมุขหนุ่มไฮโซไม่ได้รับเธอจริง เขาดีแต่วางอำนาจบังคับให้เธอทำตามคำสั่งของเขา ถึงเวลามีภัยร้ายถูกชายขี้ยาจี้ชิงทรัพย์ภิมุขก็ไม่สามารถจะปกป้องเธอได้

แต่คนที่ช่วยป้องกันภัยให้เธอได้คือแมน ภิมุขไม่ยอมให้แอ๊นไปจากเขาจะรวบรัดหมั้นและแต่งงานกับแอ๊น แต่แอ๊นไม่ยอมให้ภิมุขสวมแหวนแล้วบอกเลิกกับภิมุข แมนรู้ว่าแอ๊นเป็นอิสระจากภิมุขแล้ว แต่เขาก็ยังลังเลอยู่นานกว่าจะกล้าบอกรักแอ๊น ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำงานเมืองนอกและแอ๊นก็ไม่ปฏิเสธ ในที่สุดสี่สาวเพื่อนรักนักวางแผนแก้แค้นผู้ชายต่างก็เลิกวางแผน เพราะทุกคนได้ความรักความจริงใจจากผู้ชายที่รักเธอ และตัวเธอเองก็รักเขา ทั้งสี่คนสี่คู่จึงมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและอบอุ่นอย่างที่ตั้งใจไว้


รายชื่อนักแสดง

ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท เจ
ณปภา ตันตระกูล รับบท จิ๊บ
การิน ศตายุ รับบท แมน
พัชรินทร์ จัดกระบวนพล รับบท แอ๊น
วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท อธิคม
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ รับบท ปอ
โกสิททร์ ราชกรม รับบท ก้องภพ
ธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท พิม
ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง รับบท ภิมุข

***************************************************

@ เทพธิดาขนนก …… 3  แผ่น………..   105  บาท  NEW


เรื่องย่อ

ปอแก้ว สาวนักเรียนนอกมาดคุณหนูถูก บูรพา และพรทิพย์ สองสามีภรรยาเจ้าของค่ายเทปบูรพามีเดียกรุ๊ป ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศจนเรียนจบปริญญาตรีจึงกลับมาเมืองไทย บูรพาและพรทิพย์หวังให้ปอแก้วทำหน้าที่ดูแลค่ายเทปต่อจากทั้งคู่ ปลายอ้อ สาวบ้านนาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที่ที่ชนะการประกวดแข่งขันร้องเพลงลูกทุ่ง แต่ปลายอ้อก็ต้องสูญเสียแม่ ซึ่งสั่งเสียก่อนตายให้ไปแก้แค้นแทน เผ่าพงศ์ พ่อของปลายอ้ออดีตขุนพลเพลงลูกทุ่งที่ถูกบูรพา อดีตผู้จัดการวงและผู้จัดการส่วนตัวหักหลังยึดวงแล้วฆ่าพ่อของปลายอ้อทิ้ง

โดยผู้ที่รู้ความลับนี้แต่เพียงคือ มนต์รัช ครูเพลงคู่บุญของเผ่าพงศ์ที่หายไปจากวงการเพลงลูกทุ่ง ปลายอ้อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อม ทิดบุญทิ้ง ทั้งคู่ไปรอพบบูรพาที่ค่ายเทปแต่ถูกไล่ออกมา คนขับรถของบูรพาแนะนำให้ไปดักพบที่เทวาคาเฟ่ สถานบันเทิงที่บูรพามักจะไปบ่อยๆ ปลายอ้อจึงไปสมัครงานที่เทวาคาเฟ่ และได้เจอกับคนที่ทำงานในเทวาคาเฟ่มากมายทั้ง วันเพ็ญ อดีตนักร้องดาวรุ่งแต่ปัจจุบันขายยำอยู่หน้าเทวาคาเฟ่, ตึ๋ง แฟนเด็กของวันเพ็ญ 3 สาวนักร้องประจำเทวาคาเฟ่ เกวลี, แววเดือน และเพียงฟ้า

ปอแก้วกลับมาเมืองไทย แต่วันที่พรทิพย์จัดงานเลี้ยงต้อนรับบูรพากลับไม่อยู่ในงาน แต่ไปนั่งดูนักร้องที่เทวาคาเฟ่แทน ปอแก้วพอทราบจึงปวดหัวอย่างรุนแรงทำให้หมดสติ ศุภกฤต นักข่าวบันเทิงประจำหนังสือพิมพ์วันศุกร์บันเทิงมาทำข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้เจอปลายอ้อที่อยู่ในเหตุการณ์ ปลายอ้อสอบถามเรื่องปอแก้วจากศุภกฤตจนทราบเรื่องทั้งหมด ปลายอ้อเริ่มวางแผนจะทำลายตระกูลนี้ทันที ปอแก้วโกรธมากที่เรื่องนี้เป็นข่าวร้อนในวงการบันเทิง จึงตามจะไปเอาเรื่องกับศุภกฤต ในขณะที่บูรพายังแวะเวียนมาที่เทวาคาเฟ่จนได้เจอกับปลายอ้อ

ปลายอ้อใช้มารยาอ้อนให้บูรพาผลักดันให้เป็นนักร้อง แต่เพียงฟ้าอดีตคู่ขาเก่าของบูรพาได้ยินจึงนำเรื่องไปบอกพรทิพย์ ปอแก้วทราบจึงตามมาราวีปลายอ้อ แต่บูรพากลับไม่สนใจและรับปลายอ้อเป็นนักร้องในเทวาคาเฟ่ พร้อมสัญญาว่าจะพาเข้าเป็นนักร้องในค่าย แต่ แสงโสม สาวใหญ่ที่ทำหน้าที่ดูแลนักร้องในค่ายสั่งห้ามโปรดิวเซอร์ทุกคนทำงานเพลงให้ปลายอ้อตามคำสั่งของปอแก้ว วันเพ็ญล้มป่วยปลายอ้อพาวันเพ็ญไปหาหมอ วันเพ็ญเห็นน้ำใจของปลายอ้อจึงแนะนำให้ปลายอ้อไปสมัครประกวดร้องเพลงชิงตำแหน่ง “เทพธิดาขนนก”

โดยจะช่วยฝึกฝนให้ ปลายอ้อตัดสินใจลงสมัคร พร้อมๆ กับตามหาตัวครูมนต์รัชที่กุมความลับเรื่องบูรพาไว้ ครบรอบปีการเสียชีวิตของเผ่าพงศ์ ในวันนั้นมีการจัดงานรำลึกอย่างยิ่งใหญ่ มีนักร้องลูกทุ่งรุ่นเก่าชื่อดังมากมายมาร่วมงาน รวมถึงครูเพลงชื่อดัง ไม่เว้นครูมนต์รัชที่หายไปจากวงการเพลงลูกทุ่ง โดยมนต์รัชขึ้นไปร้องเพลงที่แต่งให้เผ่าพงศ์ร้องจนโด่งดัง ปลายอ้อจำได้ทันทีว่าเป็นเพลงของพ่อจึงวิ่งไปหามนต์รัช แต่ว่าบูรพาก็ส่งคนมาฆ่ามนต์รัชเช่นกัน โชคดีที่ศุภกฤตและ ทรงภพ นักข่าวรุ่นพี่ที่ไปทำข่าวช่วยไว้ได้ทัน

มนต์รัชจึงเล่าเรื่องราวในอดีตว่า เผ่าพงศ์มิได้ตายเพราะอุบัติเหตุแต่ถูกฆาตกรรมโดยบูรพา ศุภกฤตสนใจจึงไปพบ พลตำรวจตรีทะนง เจ้าของคดีเพื่อขอข้อมูลนอกจากนี้ ศุภกฤตยังทำเป็นจีบปอแก้วเพื่อหาทางเข้าค่ายเทปบูรพาให้สะดวกขึ้น ปอแก้วตัดสินใจหัดเป็นนักร้องเพราะต้องการเอาชนะปลายอ้อ แต่กลับยิ่งทำให้สุขภาพของปอแก้วกลับแย่ลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันบูรพาส่งคนออกตามหามนต์รัชให้เจอ ปอแก้วออกเทปชุดแรกโด่งดังกว่าปลายอ้อ แถมปอแก้วยังรู้เรื่องที่ปลายอ้อไปสมัครประกวดร้องเพลงจึงตัดสินใจลงสมัครแข่งขันด้วย

ปลายอ้อใช้มารยาหลอกศุภกฤตให้พาไปพบมนต์รัช เมื่อได้พบปลายอ้อบอกกับมนต์รัชว่าตนเป็นลูกของเผ่าพงศ์ พร้อมนำหลักฐานทุกอย่างที่มีให้มนต์รัชดู โดยเฉพาะจดหมายของแม่ เผ่าพงศ์เชื่อว่าปลายอ้อคือลูกของเผ่าพงศ์จริงจึงตัดสินใจจับปากกาแต่งเพลงอีกครั้งเพื่อปลุกปั้นปลายอ้อ และเมื่อเทปของปลายอ้อชุดที่สองวางแผงก็โด่งดังจนกลบกระแสเพลงของปอแก้ว ปอแก้วทราบว่ามนต์รัชแต่งเพลงให้ปลายอ้อจึงขอให้ศุภกฤตพาไปพบมนต์รัช แต่พอมนต์รัชทราบว่าปอแก้วเป็นลูกของบูรพาจึงไม่สนใจใยดี ปอแก้วกลับไปด้วยความผิดหวังจึงหักโหมซ้อมเพลงจนเข้าโรงพยาบาล

ทุกคนจึงทราบว่าปอแก้วป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมอง ครบปีของการเสียชีวิตของแม่ปลายอ้อ ปลายอ้อกลับไปกราบอัฐิแม่ที่บ้านเกิด เป็นจังหวะที่ปอแก้วขอร้องให้ศุภกฤตพาไปพบมนต์รัชอีกครั้ง แต่เพราะความอ่อนเพลียทำให้ปอแก้วเป็นลม เมื่อมนต์รัชไปช่วยจึงเห็นรอยแผลเป็นที่กลางหลังของปอแก้ว จึงทราบทันทีว่าปอแก้วคือลูกคนเล็กของเผ่าพงศ์ที่ทุกคนนึกว่าตายพร้อมเผ่าพงศ์ แต่ทำไมกลายเป็นลูกของบูรพากับพรทิพย์ มนต์รัชยังไม่ได้บอกใครในเรื่องนี้ แต่ตัดสินใจแต่งเพลงให้ปอแก้ว แล้วถามปลายอ้อว่าแม่ได้พูดถึงน้องบ้างหรือไม่

ปลายอ้อตอบว่าแม่เคยพูดว่าตนมีน้องสาวแต่ตายไปนานแล้ว พลตำรวจตรีทะนงรื้อคดีเผ่าพงศ์มาทำได้สำเร็จจึงเรียกตัวบูรพามาสอบปากคำ ในวันเดียวที่ปลายอ้อและปอแก้วต้องขึ้นเวทีประกวดชิงตำแหน่งเทพธิดาขนนก กรรมการยังลงมติไม่ได้ว่าจะให้ใครเป็นผู้ชนะ เพราะทั้งคู่ทำคะแนนได้เท่ากัน จึงต้องร้องเพลงตัดสินอีกเพลง ปลายอ้อแอบรู้มาว่าบูรพาถูกเรียกตัวไปสอบปากคำจากศุภกฤตจึงไปบอกปอแก้ว ปอแก้วตกใจจนไม่สบายขึ้นมาอีกทำให้ปลายอ้อได้รางวัลไปอย่างง่ายดาย บูรพาตกเป็นผู้ต้องหาเพราะศุภกฤต

ทรงภพและพลตำรวจตรีทะนงสืบทราบว่าแสงโสมคือคนที่รู้เรื่องที่บูรพาสั่งฆ่าเผ่าพงศ์ จึงรีบรุดไปหาแสงโสม แสงโสมกลัวติดคุกจึงสารภาพ มนต์รัชที่เดินทางไปด้วยถามแสงโสมเรื่องปอแก้ว ทำให้ทั้งหมดทราบว่าปอแก้วคือลูกของเผ่าพงศ์ และยังเป็นน้องสาวของปลายอ้อ บูรพาหาทางหลบหนีด้วยการจับปอแก้วเป็นตัวประกัน แต่ศุภกฤตมาช่วยไว้พร้อมเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง บูรพาจึงสั่งลูกน้องให้จับปลายอ้อเป็นตัวประกันแทน มนต์รัชจะเข้าไปช่วยแต่ถูกจับเป็นตัวประกันพร้อมๆ กับปลายอ้อ มนต์รัชจึงบอกว่าปอแก้วเป็นน้องแท้ๆ ของปลายอ้อให้ปลายอ้อทราบ

ปลายอ้อช็อคที่คนที่ตนหวังใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นกลับเป็นน้องสาวสายเลือดเดียวกัน ส่วนปอแก้วก็หัวใจสลายเมื่อรู้ว่าบูรพากลับคิดจะฆ่าตนแถมพรทิพย์ยังมาเสียชีวิตเพราะหัวใจกำเริบ วันที่ปลายอ้อต้องขึ้นรับรางวัลเทพธิดาขนนกเป็นวันที่ปอแก้วต้องเดินทางไปผ่าตัด ปลายอ้อขอให้ปอแก้วมาร่วมงาน ปอแก้วแอบไปร่วมงานก่อนขึ้นเครื่อง และได้ยินปลายอ้อพูดถึงเรื่องราวในชีวิตของปลายอ้อที่ทำให้ต้องมาร้องเพลง ปลายอ้อมอบรางวัลนี้ให้ปอแก้วเพราะหน้าที่ของปลายอ้อในการพิสูจน์ความจริงเรื่องการตายของเผ่าพงศ์จบลงแล้ว

แต่ปอแก้วไม่ยอมรับมนต์รัชจึงเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดให้แฟนเพลงรู้ว่า ทั้งปลายอ้อและปอแก้วเป็นลูกของขุนพลเพลงลูกทุ่งเผ่าพงศ์ กรรมการและคนดูทั้งหมดพร้อมใจกันยกรางวัลนี้ให้กับสองพี่น้อง ปลายอ้อขอให้ศุภกฤตดูแลปอแก้วให้ดีที่สุดขณะที่ผ่าตัดอยู่ที่ต่างประเทศ ส่วนตนจะขอทำหน้าที่นักร้องลูกทุ่งรอเวลาที่ปอแก้วจะกลับมาร้องเพลงร่วมกันในตำแหน่ง “เทพธิดาขนนก” สองพี่น้องต่างจากกันด้วยความรักและความเข้าใจเพื่อรอวันที่จะกลับมาเป็นเทพธิดาเพลงลูกทุ่งต่อไป
รายชื่อนักแสดง
ณัฐพล ลียะวณิช รับบท ศุภกฤต
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท ปอแก้ว
พรชิตา ณ สงขลา รับบท ปลายอ้อ
ดิลก ทองวัฒนา รับบท เสี่ยบูรพา
ถนอม สามโทน รับบท ครูมนต์รัช ขวัญอุทัย
ปวีณา ชารีฟสกุล รับบท คุณนายพรทิพย์
ณหทัย พิจิตรา รับบท เพียงฟ้า
วิยะดา โกมารกุล ณ นคร รับบท แสงโสม

***************************************************

@ ทายาทเศรษฐี ( ก้อง สหรัถ สังคปรีชา ) …… 3  แผ่น………..   105  บาท  NEW

ทายาทเศรษฐี ดีวีดี

***************************************************

 

@ ทวิภพ  (ตั่ว ศรัญญู + แอน สิเรียม) …… 3  แผ่น………..   105  บาท

***************************************************

@.ทีเด็ดครูพันธุ์ใหม่  (ศักดิ์สิทธิ์  แท่งทอง) …… 5 แผ่น………..   175  บาท 

1. ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง
2. ศรีริต้า เจนเซ่น
3. มยุริญ ผ่องผุดพันธุ์
4. อภิชาต ชูสกุล
5. เบญจรัตน์ วิศิษฐ์กิจการ
6. ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ
7. แพร ธรรมเสถียร
8. ศุลีพร ตันตระกูล
9. ธีรภัทธ แก้วเกษ
10. เชตวิทย์ พิมลพันธุ์
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ช่อง 3

เรื่องย่อ
ทีเด็ด หัวหน้าแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ชื่อ แก๊งค์กวนใจ เกิดรักแรกพบกับ เชอร์รี่ สาวแสนสวย ฐานะที่ร่ำรวยมาก ทีเด็ดตามเชอร์รี่ไปโรงเรียนอัจฉริยะวิทย์ และได้รู้ว่าเชอร์รี่คืออาจารย์สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้นั่นเอง ทีเด็ดต้องการจะจีบเชอร์รี่ และประจวบเหมาะกับว่ามีอาจารย์ประจำชั้นของเด็กนักเรียนเหลือขอโรงเรียนมัธยมแห่งนี้เพิ่งลาออกไป

ทีเด็ดได้เข้ามาสอนในโรงเรียนแห่งนี้ และได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรียน โดยเขาได้รับมอบหมายให้เป็น ครูประจำชั้นคนใหม่ของห้องที่รวบรวมไปด้วยนักเรียนตัวแสบเอาไว้หลากหลายรูปแบบทั้งชายและหญิง เริ่มจากแก๊งค์ห้ามังกร ซึ่งมีไม้ เป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดี บ้านฐานะดี อยู่กับแม่สองคน ไม้เป็นเด็กที่ฉลาดเป็นจอมวางแผน เรียนเก่ง แต่เกเร และเป็นหัวหน้าของแก๊งค์นี้ด้วย เคน ฐานะที่บ้านยากจน อาศัยอยู่กับป้า ซึ่งเวลาที่เคนอยู่บ้านจะแตกต่างกับเมื่ออยู่ที่โรงเรียน อยู่บ้านเคนจะเรียบร้อยเอาการเอางานมาก แต่เวลาที่เขาอยู่ที่โรงเรียนเขาจะเกเรมาก ชอบแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลัง และเป็นขาลุยประจำแก๊งค์นี้

ก็อต ซึ่งมีฉายาว่า ก๊อตโช๊ะ เพราะมีคำพูดที่ติดปากว่า โช๊ะ เวลาที่ดีใจหรือว่าเสียใจ ก็อตเป็นเด็กอัจฉริยะ เรียนเก่ง ชอบเรียนรู้ในเรื่องของเทคโนโลยี จึงเป็นนักคอมพิวเตอร์ตัวฉกาจ เพลง เพลงเกิดในครอบครัวศิลปิน ที่บ้านของเพลงจะเล่นดนตรีไทยกันทั้งบ้าน ก็เลยส่งผลให้เพลงเป็นคนที่ละเอียดอ่อน ชอบงานศิลปะ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี และเป็นนักเป่าขลุ่ยที่มีฝีมือดีมาก ๆ และปักเป้า เป็นเด็กที่ไม่เอาไหนที่สุดในกลุ่ม เรียนก็ไม่เก่ง

และอีกหนึ่งแก๊งค์ก็คือแก๊งค์ดอกไม้เหล็ก ที่มีโม สาวน้อยที่ปราดเปรียวเป็นหัวหน้ากลุ่มนี้ ป๊อก สาวห้าวประจำกลุ่ม ซึ่งโตกว่าผู้หญิงด้วยกันจึงเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง โก๊ะ ฉายา โก๊ะแช๊ด เป็นคู่กัดกับ ก๊อตโช๊ะ ชอบเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นชีวิตจิตใจ แช๊ทได้ทั้งวัน และมีนิสัยร่าเริง เป็นเซียนคอมพิวเตอร์ประจำแก๊งค์นี้ แจ๊ด สาวเปรี้ยวประจำกลุ่ม เป็นผู้นำแฟชั่น เป็นคนที่รักเพื่อน มีน้ำใจ และฮาย เป็นเด็กสวย น่ารัก เรียนเก่ง เรียบร้อย เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี เป็นเพื่อนรักของโม และเป็นคนที่คอยช่วยเหลือโมตลอดเวลา

เด็ก ๆ ในห้องไม่ยอมรับทีเด็ดเป็นครูประจำชั้น เด็กทั้งสองกลุ่มท้าทายกันเองว่าใครจะสามารถทำให้ทีเด็ดลาออกได้ก่อนก็จะเป็นฝ่ายชนะและมีการเดิมพันกันเอาไว้ด้วย จากนั้นทีเด็ดก็ได้พบกับฤทธิ์เดชของเด็ก ๆ มากมาย แต่ก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มาได้อย่างเจ็บตัวบ้างไม่เจ็บตัวบ้าง ส่วนครูจารุ หัวหน้าฝ่ายปกครองของโรงเรียนก็จ้องที่จะเอาผิดกับครูทีเด็ด เพราะความเป็นครูคนละแบบ และเป็นคนที่เจ้าระเบียบสุด ๆ เด็ก ๆ นักเรียนจึงไม่ค่อยชอบ

ในขณะที่สร้างวีรกรรมแกล้งครูคนใหม่ เด็ก ๆ ก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับตนเองเช่นกัน เริ่มจากการแตกเนื้อสาวของ แก๊งค์ดอกไม้เหล็ก ทำให้เกิดเรื่องวุ่น ๆ มากมาย ต่อมาแก๊งค์ห้ามังกรก็แตกเนื้อหนุ่มบ้าง การเป็นแมนได้ถูกตีความแบบผิด ๆ ครูทีเด็ดช่วยเด็ก ๆ ให้เห็นว่าความเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริงนั้นอยู่ตรงไหน ในช่วงนี้เด็ก ๆ ในห้องจะได้รับความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาและความเคารพในเพศตรงข้ามไปพร้อม ๆ กัน

เด็ก ๆ แต่ละคนทั้งประสบและสร้างปัญหาแตกต่างกัน ครูทีเด็ดจะต้องช่วยเหลือและดูแลนักเรียนเหล่านี้ให้ได้ เพื่อความฝันอันสูงสุดของเขา หากเขาทำไม่ได้ นอกจากจะไม่ได้เงินเดือนแล้วเขาจะต้องพลาดหวังในตัวและหัวใจของครูเชอร์รี่ด้วย

ทีเด็ดจะบรรลุความฝันของเขาได้หรือไม่ เหล่านักเรียนตัวป่วนทั้งหลายจะงัดไม้ตายอะไรออกมาแกล้งครู ทีเด็ด เชอร์รี่จะรับรักทีเด็ดหรือไม่ ต้องติดตามในละคร ทีเด็ด ครูพันธ์ใหม่ จิตพิสัยเดือด

****************************************************

@ทอฝันกับมาวิน  (ฟลุ๊ก + อ้อม ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

********************************************************

@ ทางผ่านกามเทพ  (แอนดริว  แจนนี่) …… 3  แผ่น………..   105  บาท

 

  ทางผ่านกามเทพ


นำแสดงโดย
1. แอนดริว เกร็กสัน เป็น ไตรภพ
2. เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เป็น ภัทรลดา
3. สกาวใจ พูลสวัสดิ์ เป็น พิมลภา
4. นภัสกร มิตรเอม เป็น อาทร
5. มนตรี เจนอักษร เป็น อรรณพ

เรื่องย่อ
ไตรภพ ทราบข่าวว่านายอรรณพ บิดาตนกำลังจะแต่งงานใหม่กับสาวสวยคราวลูกชื่อพิมลภา ทั้ง ๆ ที่แม่เลี้ยงที่รักของเขากำลังป่วยหนัก ไตรภพจึงบินกลับมาเมืองไทยด้วยความโกรธแค้น ไตรภพได้รู้จักกับอาทร แฟนเก่าของพิมลภาที่กำลังเสียใจที่พิมลภาเลือกที่จะแต่งงานกับเศรษฐีอย่างอรรณพ อาทรพยายามติดต่อพิมลภา ผ่านภัทรลดา น้องสาวของพิมลภา แต่ไม่สำเร็จ ไตรภพเกลียดชังพิมลภาทั้งที่ยังไม่เคยพอหน้า

วันงานแต่งงาน ไตรภพสวมรอยเป็นอาทร เขียนจดหมายนัดให้พิมลภามาพบ พิมลภาไม่พอใจ และให้น้องสาว ภัทรลดาไปแทน ไตรภพเข้าใจผิดว่าภัทรลดาเป็นพิมลภา จึงจับตัวภัทรลดาไป เพื่อหวังจะทำลายพิธีแต่งงานของพ่อ

ไตรภพขังภัทรลดาไว้ที่บ้านพักริมทะเล และกลั่นแกล้งทรมานต่าง ๆ นาๆ ทางบ้านภัทรลดาต่างเป็นห่วง แต่พิมลภากลับไม่ยอมพูดถึงจดหมายนัดแนะ และไม่ยอมแจ้งความให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แล้วตัวเองก็ไปฮันนีมูนกับอรรณพ โดยไม่สนใจว่าน้องสาวจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ทางฝ่ายภัทรลดาวางแผนหนี โดยใส่สลอทในอาหารของไตรภพ แต่พอเอาเข้าใจกลับสงสารไตรภพ และพาไปส่งโรงพยาบาล เป็นเหตุให้ทั้งสองซึ้งน้ำใจกัน ไตรภพจึงตัดสินใจพาภัทรลดากลับบ้าน ขณะเดียวกันไตรภพทราบข่าวอรรณพเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บสาหัส เป็นอัมพาตครึ่งตัว ไตรภพรีบไปเยี่ยมพ่อ จึงรู้ว่าหญิงสาวที่เขาจับมา ไม่ใช่ภรรยาใหม่ของพ่ออย่างที่เข้าใจ


พิมลภาเบื่อหน่ายที่สามีพิการ จึงออกเที่ยวเตร่ และให้ไตรภพดูแลบริษัทแทน ภัทรลดากลับบ้าน และเริ่มต้นทำงาน เพื่อลืมเรื่องที่ผ่านมา อาทรอาสาหางานให้ โดยฝากงานให้ภัทรลดากับบริษัทของไตรภพ ไตรภพดีใจมากที่ได้เจอภัทรลดาอีกครั้ง และได้รู้ความจริงว่าเธอเป็นน้องสาวของพิมลภา แต่ภัทรลดาทำเป็นไม่สนใจ

ปิ่นมณี แม่ของภัทรลดา ไม่แน่ใจว่าระหว่างที่ภัทรลดาหายตัวไป เกิดอะไรขึ้น จึงคิดจะจับลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำ จับคู่ให้กับหมวดยงยุทธ ภัทรลดาคุยกับหมวดยงยุทธถูกคอ จึงคบหากันเป็นเพื่อน โดยยงยุทธมีแฟนอยู่แล้วชื่อทาริกา

ยงยุทธ และอาทร ต่างผลัดกันรับส่งกับภัทรลดา ทำให้ไตรภพไม่พอใจ หึงหวงโดยไม่รู้ตัว ฝ่ายอรรณพ เมื่อเห็นพิมลภาไม่สนใจ จึงเริ่มเห็นความดีของเมียเก่ามากขึ้น ฝ่ายพิมลภาพยายามกลับไปหาอาทร แต่อาทรไม่สนใจ พิมลภาจึงดื่มเหล้าเมาตกเป็นเมียของนายคำนึงลูกน้องเก่า นายคำนึงวางแผนถ่ายวิดีโอแบล็กเมย์รีดไถเงินจากพิมลภา พิมลภาไม่มีทางออก จึงขอยืมเงินภัทรลดา ภัทรลดาเป็นห่วงพี่สาว จึงขอยืมเงินไตรภพ แต่เกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง ภัทรลดารีบร้อนจึงหยิบเงินจากตู้เซฟไปก่อน

ไตรภพรู้เรื่องเงินหายไป จึงเข้าใจผิดว่าภัทรลดาตั้งใจยักยอกเงินบริษัท เขาโกรธมาก ไล่ภัทรลดาออกจากงานทันที ภัทรลดาไปทวงเงินกับพิมลภา เธอก็ไม่รับผิดชอบ ไตรภพยื่นข้อเสนอให้ภัทรลดาแต่งงานกับเขาเพื่อใช้หนี้ โดยไม่จดทะเบียนด้วย ภัทรลดาไม่มีทางออกจึงยอมตกลงด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจที่คนรักไม่เข้าใจ

หลังงานแต่งงาน ไตรภพกับภัทรลดาอยู่กันอย่างไม่มีความสุข เพราะต่างคนต่างมีแผลในใจ พิมลภาขอหย่ากับอรรณพ และได้ทรัพย์สมบัติไปจำนวนมหาศาล นายคำนึงตามมาขอใช้เงินอีก พิมลภาโกรธใช้ปืนยิงนายคำนึง ภัทรลดาและอาทรไปยื่นเรื่องประกันตัว โดยได้รับความช่วยเหลือจากหมวดยงยุทธ

ภัทรลดามัวแต่ยุ่งกับเรื่องของพี่สาว จนไม่มีเวลาโทรบอกทางบ้าน เมื่อกลับไปถึง ไตรภพโกรธมาก ด้วยอารมณ์หึงหวง จึงด่าว่าภัทรลดาอย่างรุนแรง เธอเสียใจมาก วิ่งหนีออกจากบ้านจนถูกรถชนเข้าโรงพยาบาล ไตรภพพยายามง้องอนภัทรลดา แต่ภัทรลดาไม่ยอมให้อภัย

พิมลภาพ้นโทษ เพราะคำนึงไม่เอาเรื่อง เธอกลับตัวกลับใจ คิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยมีอาทรคอยเป็นกำลังใจ พิมลภานำเงิน 5 แสนคืนภัทรลดา สองพี่น้องปรับความเข้าใจกันได้ ภัทรลดานำเงินไปคืนไตรภพ พร้อมขออิสระจากการเป็นเมียบำเรอ ขอจบทุกอย่างไว้เพียงเท่านี้ ไตรภพเสียใจดื่มเหล้าเมามายจนสุขภาพทรุดโทรม ภัทรลดาเริ่มใจอ่อน และยอมกลับไปเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นที่รักยิ่งของไตรภพอีกครั้ง

************************************************************

@ทะเลริษยา (นก สินใจ)…..  4 แผ่นจบ ………………..140 บาท แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

พ.ศ.2524 ภาวินี ม่ายสาวลูกติดได้รับคำสั่งให้ไปเป็นพี่เลี้ยงของ ยัยหนู ทารกน้อยลูกสาวมหาเศรษฐี เอกรินทร์ และ ดุจดาว ที่จ.พังงาในงานฉลองครบรอบวันแต่งงานบนเรือยอร์ชสุดหรู เอกรินทร์ได้มอบแหวนไข่มุกสีชมพูล้อมเพชรให้เป็นของขวัญแก่ดุจดาว แต่จู่ๆ เกิดพายุพัดอย่างรุนแรงจนเรือเกือบคว่ำ เอกรินทร์โดนเสาเรือฟาดจนสลบ ส่วนดุจดาวที่อุ้มลูกน้อยไว้ก็ถูกคลื่นซัดจนกระเด็นเกือบตกจากเรือ ระหว่างนี้เธอตะโกนร้องให้ภาวินีช่วยแต่ด้วยความทะเยอทะยานและความอิจฉา ภาวินีตัดสินใจปล่อยมือดุจดาวร่างของดุจดาวและลูกก็จมหายลงไปในทะเล เมื่อเอกรินทร์ฟื้นขึ้นมารู้เรื่องทั้งหมดก็ตกใจ โดยภาวินีอ้างว่าเธอพยายามช่วยดุจดาวและยัยหนูอย่างสุดความสามารถแล้ว เอกรินทร์จึงสั่งให้คนออกติดตามหาดุจดาวและยัยหนูเต็มที่

แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะพบ เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนจึงเชื่อว่าทะเลพังงาคร่าชีวิตสองแม่ลูกไปแล้ว นับจากวันนั้นเอกรินทร์ก็กลายเป็นคนเศร้าสร้อย อมทุกข์ ภาวินีอาศัยโอกาสนี้เข้ามาดูแล จนในที่สุดเธอก็ได้เป็นภรรยาคนใหม่ของเอกรินทร์สมดังความตั้งใจ แต่ความจริงที่ไม่มีใครรู้คือดุจดาวและลูกยังไม่ตาย ร่างของเธอและลูกถูกกระแสคลื่นซัดไปติดเกาะแห่งหนึ่งโดยมี น้ำเงิน ชาวประมงมาพบและได้ช่วยชีวิตสองแม่ลูกเอาไว้ แต่เมื่อดุจดาวฟื้นขึ้นมาเธอกลับจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร หนำซ้ำยังไม่มีหลักฐานใดๆ ติดตัวมา น้ำเงินเป็นพ่อม่ายมีลูกชายวัยสามเดือนคือ สายลม จึงทึกทักบอกกับดุจดาวว่าเป็นเมียและยัยหนูเป็นลูกอีกคนของตน ดุจดาวเชื่อและยอมใช้ชีวิตกับน้ำเงินที่เกาะแห่งนั้น โดยน้ำเงินตั้งชื่อให้ดุจดาวว่า ไข่มุก และยัยหนูชื่อ ฟ้าใส

25 ปีต่อมาภาวิณีเสวยสุขในฐานะภรรยาคนใหม่ของเอกรินทร์ แต่เพราะความรักที่มั่นคงต่อดุจดาวและลูก เอกรินทร์จึงไม่เคยยกย่องและไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับภาวิณี พอภาวิณีรู้ว่าเอกรินทร์ป่วยเป็นมะเร็งเธอจึงเริ่มเป็นกังวลกับอนาคต ส่วนเอกรินทร์เมื่อรู้ว่ากำลังจะตายจึงตัดสินใจเดินทางไปรีสอร์ทที่พังงาอีกครั้ง เพื่อใช้เวลาในช่วงสุดท้ายใกล้ชิดวิญญาณดุจดาวและยัยหนูมากที่สุด เมื่อภาวิณีรู้จึงสั่ง ภัทร ลูกติดของเธอตามไปด้วยโดยหวังว่าเอกรินทร์จะยกสมบัติให้ ส่วนภัทรแม้จะเกลียดเอกรินทร์เข้าไส้เพราะเอกรินทร์ไม่เคยให้เกียรติภาวิณีเลย แต่ก็จำใจต้องไปเพราะถูกแม่บังคับฝ่าย ตรีคณา น้องสาวของเอกรินทร์ พอรู้ว่าเอกรินทร์ไปพังงาเธอก็ตามไปเพื่อขัดขวางไม่ให้เอกรินทร์ยกสมบัติให้ภาวิณี

และที่สำคัญเธอเองก็กำลังมีปัญหาด้านการเงินอย่างหนักจึงหวังจะมาขอสมบัติจากเอกรินทร์ ด้วยการพา ตรีนุช ลูกสาวมาประจบเอาใจเอกรินทร์ แต่เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้ฟ้าใสที่เพิ่งเรียนจบมาสมัครงานที่รีสอร์ทของเอกรินทร์ ในวันแรกที่มาทำงานฟ้าใสก็ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าแม่บ้านให้ดูแลห้องพักของครอบครัวเอกรินทร์ ฟ้าใสเข้าไปทำความสะอาดและได้พบกับภัทรโดยบังเอิญ แต่เธอเข้าใจว่าเขาเป็นพนักงานของรีสอร์ท ฟ้าใสจึงตำหนิภัทรอย่างรุนแรงที่เข้ามาวุ่นวายในห้องพักของแขก ทั้งคู่ยื้อยุดกันจนภัทรตกลงไปในสระว่ายน้ำเปียกปอนไปทั้งตัว เหตุการณ์นี้ทำให้ภัทรโกรธฟ้าใสมาก รวมถึงภาวิณีด้วยที่รู้สึกไม่ชอบหน้าฟ้าใสตั้งแต่วันนั้น วันต่อมาขณะที่เอกรินทร์กำลังเดินเล่นที่ชายหาด

จู่ๆ อาการป่วยก็กำเริบจนทำให้เอกรินทร์ล้มหมดสติอยู่ที่ริมหาด โชคดีฟ้าใสมาเจอและช่วยเหลือไว้ได้ทัน เมื่อเอกรินทร์ฟื้นจึงตอบแทนฟ้าใสด้วยเงิน แต่ฟ้าใสไม่รับทำให้เอกรินทร์รู้สึกประทับใจฟ้าใสมาก ด้านตรีนุชที่ออกไปเดินเล่นชายหาดก็บังเอิญเจอกับสายลม แต่เข้าใจผิดคิดว่าสายลมจะลวนลาม ตรีนุชเลยวิ่งหนีจนหกล้มขาแพลง สายลมเข้าช่วยเหลือและแบกตรีนุชขึ้นหลังไปส่งที่รีสอร์ททำให้ตรีนุชรู้สึกดีกับสายลม แต่พอตรีคณารู้ก็สั่งห้ามตรีนุชไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับสายลมอีก ภาวินีเห็นเอกรินทร์เอ็นดูฟ้าใสเป็นพิเศษก็รู้สึกไม่ชอบใจ จึงหาทางกลั่นแกล้งฟ้าใสทุกวิถีทางจนถึงขั้นไล่ฟ้าใสออกจากรีสอร์ท ในวันที่ตรีคณาพาเอกรินทร์ไปล่องเรือ เอกรินทร์เกิดอาการกำเริบขึ้นอีกครั้งและได้รับความช่วยเหลือจากสายลมที่มารับจ้างขับเรือ

อาการเอกรินทร์ทรุดหนักจนต้องไปนอนโรงพยาบาลและต้องการให้ฟ้าใสมาเป็นคนดูแล ฟ้าใสจึงได้กลับมาทำงานอีกครั้งโดยรับหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวให้เอกรินทร์ ส่วนภัทรก็เข้าใจฟ้าใสผิดตามภาวินีว่าเธอต้องการมาปอกลอกเอกรินทร์ แถม ไววิทย์ หนุ่มเพลย์บอยเพื่อนสนิทของภัทรดันมาตกหลุมรักฟ้าใสอีก ภัทรเลยไม่ชอบขี้หน้าฟ้าใสมากขึ้นและมักจะพูดจากระแนะกระแหนฟ้าใสทุกครั้งที่มีโอกาส ด้านน้ำเงินที่บังเอิญมีโอกาสได้พบเอกรินทร์จึงถามเอกรินทร์ด้วยความเป็นห่วงฟ้าใสว่าทำไมถึงเจาะจงให้ฟ้าใสมาเป็นคนดูแล เอกรินทร์บอกเหตุผลว่ารู้สึกเอ็นดูฟ้าและเล่าเรื่องภรรยาและลูกที่จมน้ำหายไปเมื่อ 25 ปีก่อน ทำให้น้ำเงินได้รู้ความจริงที่น่าใจหายว่าแท้จริงแล้วเอกรินทร์คือสามีของไข่มุกและเป็นพ่อของฟ้าใส

เมื่อเอกรินทร์หายป่วยออกจากโรงพยาบาลก็ให้ลูกน้องไปตามสายลมที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้เพื่อจะตอบแทน เอกรินทร์จึงรู้ว่าสายลมเป็นน้องชายของฟ้าใส เอกรินทร์บอกกับสองพี่น้องว่าจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณและให้เชิญพ่อและแม่มาร่วมงานด้วย ทั้งครอบครัวดีใจมากยกเว้นน้ำเงินเพราะกลัวว่าจะสูญเสียครอบครัวไป วันนั้นน้ำเงินตัดสินใจกระโดดให้รถชนเพื่อให้ตัวเองบาดเจ็บไข่มุกจะได้อดไปงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงเอกรินทร์ได้คุยกับฟ้าใสทำให้รู้ถึงความลำบากของครอบครัวเธอ ที่โดนยึดเรือประมงจนไม่สามารถออกไปหาปลาได้ และแม่ยังต้องเอาแหวนที่รักมากไปขายเพื่อไม่ให้บ้านถูกยึด เอกรินทร์จึงสั่งให้ลูกน้องไปซื้อเรือและแหวนของแม่ฟ้าใสกลับคืนมา ในวันที่ไปซื้อแหวนตรีคณาตามไปด้วย แต่พอเห็นว่าแหวนของแม่ฟ้าใสเป็นแหวนไข่มุกล้อมเพชรก็ตกใจรีบมาเล่มให้เอกรินทร์ฟัง

ด้านภาวินีพอรู้เรื่องแหวนก็รีบไปดูที่ร้านแล้วเธอก็แทบช็อคเมื่อเห็นแหวน เพราะจำได้แม่นว่าเป็นแหวนที่เอกรินทร์ซื้อให้ดุจดาวในวันครบรอบแต่งงาน ภาวินีจึงรีบซื้อแหวนวงนั้นมาทันทีพร้อมกับความสงสัยที่สุมอยู่เต็มอกว่าแหวนของดุจดาวมาอยู่ที่แม่ของฟ้าใสได้ยังไง ก่อนจะตัดสินใจไปบ้านน้ำเงินและได้รู้ความจริงว่าที่แท้ไข่มุกก็คือดุจดาว ภาวินีตกใจมากแต่พอรู้ว่าดุจดาวความจำเสื่อมก็โล่งใจ ส่วนน้ำเงินที่กลัวว่าทุกคนจะรู้ความจริงก็ตัดสินใจขายบ้านและเตรียมตัวย้ายหนี ทำให้ไข่มุก, ฟ้าใส และสายลมสงสัย ระหว่างทางไข่มุกเกิดป่วยกะทันหันน้ำเงินไม่มีเงินค่ารักษา แต่เพราะกลัวว่าไข่มุกจะตายน้ำเงินจึงตัดสินใจพาไข่มุกกลับไปหาเอกรินทร์ ระหว่างทางน้ำเงินและไข่มุกโดนรถชนไข่มุกหน้าเสียโฉม ส่วนน้ำเงินที่กำลังจะบอกความจริงกับฟ้าใสก็สิ้นใจตายซะก่อน

สายลมที่สงสัยความสัมพันธ์ของไข่มุกกับเอกรินทร์มานานก็ตัดสินใจสืบความจริงจากตรีนุช จนรู้ว่าแท้จริงแล้วไข่มุกคือดุจดาวภรรยาของเอกรินทร์ สายลมตกใจมากแต่กลัวว่าถ้าหากภาวินีรู้เข้าไข่มุกจะเป็นอันตรายจึงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ด้านภาวินีเมื่อหมดหนทางจะเกลี้ยกล่อมเอกรินทร์ให้ยกสมบัติให้ ก็งัดไม้ตายด้วยการปลอมลายเซ็นเอกรินทร์และทำพินัยกรรมปลอมขึ้น เมื่อตรีคณารู้ก็พยายามหาทางขัดขวางด้วยการออกตามหาครอบครัวฟ้าใสจนรู้ว่าไข่มุกคือดุจดาว เธอตั้งใจจะพาไข่มุกไปหาเอกรินทร์ แต่ระหว่างทางเจอภาวินีเข้าภาวินีพลั้งมือฆ่าตรีคณาตาย และขณะที่กำลังจะฆ่าไข่มุก ภัทร, ฟ้าใส และสายลมก็เข้ามาขัดเสียก่อน ภาวินีจึงต้องหนีไปแต่เธอได้วางแผนร้ายขั้นต่อไปไว้แล้ว ส่วนใครจะเป็นเหยื่อและสุดท้ายความริษยาของภาวินีจะทำให้เธอสมหวังเหมือนทุกครั้งหรือไม่? ติดตามชมได้ในละคร “ทะเลริษยา”


รายชื่อนักแสดง

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท ภัทร
น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ รับบท ฟ้าใส / ยัยหนู
นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบท เอกรินทร์
สินจัย เปล่งพานิช รับบท ภาวินี
กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบท ดุจดาว / ไข่มุก
ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบท สายลม
ณัฎฐนันท์ เกียรติดาฐนิต รับบท ตรีนุช
รัญญา ศิยานนท์ รับบท ตรีคณา
เกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท น้ำเงิน

***************************************************

@  นิราศ 2 ภพ…. 4  แผ่น....................140  บาท

@  นางอาย……2 แผ่นจบ…….70 บาท

**************************************************

@นางบาป ( เบนล์  เข็ม  เต๋า)…. 6  แผ่น....................210  บาท

เรื่องย่อ

วิษณุ นำเอาตำนานของหมู่บ้านบางบาปมาทำเป็นละคร ซึ่งตามตำนานเล่าว่า พระวนาเทพ และ คุณกำไล ได้พาครอบครัวพร้อมด้วยข้าทาสบริวารมาอยู่ที่นี่ มีนางทาสคนหนึ่งชื่อ นางหยาด ที่ใช้ความสวยยั่วพระวนาเทพจนได้เป็นเมียอีกคนหนึ่ง แต่ด้วยความอยากที่จะเป็นเมียเอก นางหยาดจึงวางยาพิษฆ่าคุณกำไลและลูกๆ เมื่อความจริงถูกเปิดเผยนางหยาดโดนแขวนคอ วิษณุได้ ธนัตถ์ และภาพิมล ดาราชื่อดังมาเป็นพระ-นาง พักตรา รับบทนางร้าย ปาล เป็นพระรองของเรื่อง

วันเปิดตัวละคร “นางบาป” จัดขึ้นที่สถานที่จริงและ เรืองริน หนึ่งทีมงานของวิษณุได้รู้จักกับนักแสดงที่จะร่วมงานด้วย ซึ่งดาราทุกคนก็เป็นมิตรกับเรืองริน ยกเว้นภาพิมลที่แสดงความไม่ชอบหน้าเรืองริน เพราะเธอหมั่นไส้ที่ดาราชายทั้งสองคนแสดงความสนใจในตัวเรืองรินมากกว่าเธอ ระหว่างการเตรียมงาน วิษณุ, เรืองริน และทีมงานต้องมาดูงานที่บ้านหลังนี้บ่อยๆ จนเรืองรินเริ่มสัมผัสได้กับความแปลกที่เหมือนมีคนแอบจ้องมองอยู่

และเธอก็มักจะเจอกับเหตุการณ์ที่ลึกลับต่างๆ ฝีมือของวิญญาณนางหยาด และนางหยด สองพี่น้องที่ถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้นั่นเอง วิษณุรับ วิสาข์ เข้ามาเป็นพีอาร์ประจำกองถ่าย หลังจากที่ยกกองถ่ายมาที่บ้านของคุณพระและต้องหยุดการถ่ายทำเพราะฝนตกหนักและน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถไปไหนได้ ภาพิมลก็ชวนวิสาข์เล่นผีถ้วยแก้วเพื่อเป็นการฆ่าเวลา โดยได้เชิญดวงวิญญาณที่สิงอยู่ในบ้านหลังนี้ให้มา เมื่อเล่นไปแล้วทั้งสองคนก็ไม่สามารถบังคับถ้วยแก้วได้จึงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ไม่มีใครรู้ว่าผีนางหยดได้เข้าสิงร่างของเรืองริน และผีนางหยาดเข้าสิงร่างพักตรา หยดในร่างเรืองรินสนใจกับ
ชีวิตของคนในยุคนี้และแสดงความร้ายกาจ ส่วนหยาดที่สิงร่างพักตราก็พยายามขออโหสิกรรมกับภาพิมล เพราะรู้ว่าเป็นคุณกำไลในอดีตชาติ ทำให้ภาพิมลหวาดกลัวมาก และปาลยังแอบเห็นพักตราเอาเสื้อสำหรับทาสที่ใช้ในละครมานุ่งแล้วไปตักน้ำมาถูเรือน ปาลไปบอกเรื่องนี้กับวิษณุถึงได้รู้ว่าเป็นหยาดที่ไม่มีความดุร้ายเหมือนกับหยด หยาดเตือนวิษณุเรื่องหยด

วิษณุเอาสร้อยพระของเขามาคล้องคอของเรืองรินจนหายเป็นปกติ วิสาข์ซึ่งหลงรักวิษณุอยู่เกิดมาเห็นสร้อยเข้าก็จะเอาคืน ทำให้วิษณุกับวิสาข์มีปากเสียงกันรุนแรง ด้วยความโกรธทำให้วิสาข์ขับรถฝ่าน้ำที่ท่วมออกไป จนทำให้รถตกถนนและเธอก็จมน้ำ วิษณุกับพวกมาช่วยไว้ แต่วิสาข์ก็ถูกวิญญาณของหยดสิงร่าง พอน้ำลดแล้ววิษณุก็ไปหาหลวงตาซึ่งท่านก็แนะนำให้วิษณุนั่งสมาธิ เพื่อจะได้ติดต่อกับผีนางหยาดและช่วยปลดปล่อยให้หยาดสู่สุคติ แล้ววิษณุก็ได้รู้เรื่องราวในอดีตชาติที่ตนเป็นคุณพระวนาเทพ ที่เป็นคนเจ้าชู้และมีเมียหลายคน

ในจำนวนนั้นก็มีหยดและหยาด ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับคุณกำไลที่เป็นอดีตชาติของภาพิมลนั่นเอง หยาดเป็นคนหัวอ่อนจึงหลงเชื่อแผนการของหยด ทำให้คุณกำไลและลูกๆ ต้องตายด้วยยาพิษ จนตัวเองต้องโดนจับแขวนคอตาย เยื้อน เป็นแม่ของหยาดและหยด รู้เรื่องที่หยดทำทุกอย่างจึงตัดสินใจใช้มีดแทงหยดตาย พร้อมสาปแช่งให้หยดถูกจองจำอยู่ที่บ้านหลังนี้จนกว่าจะสำนึกผิด หยดในร่างของวิสาข์มักจะคอยกลั่นแกล้งคนในกองถ่ายให้ทะเลาะกัน เช่น เมื่อรู้ว่าธนัตถ์ชอบเรืองรินก็พยายามยุให้ภาพิมลมีเรื่องกับเรืองริน

แต่ปาลก็มักจะเข้ามาช่วยเรืองรินอยู่เสมอ จนเรืองรินเริ่มมีใจให้กับปาล หลังจากแผนการที่วางไว้ไม่ได้ผล หยดก็หลอกเรืองรินมาที่ริมน้ำตอนกลางคืนแล้วก็ผลักเรืองรินตกน้ำ ซึ่งทำให้สร้อยพระที่ใส่อยู่ขาดจากคอ วิญญาณของหยาดเลยมาช่วยเรืองรินไว้ได้ ทำให้เรืองรินรู้ว่ามีวิญญาณสิงอยู่ที่ร่างของวิสาข์ เมื่อวิษณุต้องการช่วยหยาด เลยให้ภาพิมล, ปาล, เรืองริน และตนเองเล่นผีถ้วยแก้ว โดยให้ภาพิมลเชิญวิญญาณหยาดที่สิงร่างของเรืองริน หยาดได้ขออโหสิกรรมจากคุณพระ คุณกำไล และได้ไปผุดไปเกิด

ส่วนหยดในร่างของวิสาข์กลัวว่าจะต้องไปผุดไปเกิด จึงใช้แผนยั่วยวนธนัตถ์และถูกตีจนสลบ หยดติดอยู่ในร่างของวิสาข์ที่นอนสลบอยู่ที่โรงพยาบาลออกไปไหนก็ไม่ได้ จนกระทั่ง ยุพดี แม่ของวิสาข์มาเยี่ยมทำให้หยดตกใจ เพราะยุพดีก็คือเยื้อนแม่ของหยดในอดีตนั่นเอง เมื่อยุพดีเห็นสภาพของวิสาข์ก็ร้องไห้ และเพราะน้ำตาของยุพดีนี่เองที่ทำให้คำสาปกลับมาอีกครั้ง หยดก็ต้องถูกจองจำอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้ง สุดท้ายปาลกับเรืองรินก็เป็นแฟนกัน และทั้งคู่ก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หยาด ถึงแม้จะไม่สามารถแก้ไขตำนานนี้ให้ถูกต้องได้


รายชื่อนักแสดง

อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท ปาล
รุจิรา ช่วยเกื้อ รับบท เรืองริน
พรชิตา ณ สงขลา รับบท หยด
อิศริยา สายสนั่น รับบท หยาด
วัชระ ตังคประเสิร์ฐ รับบท วิษณุ / คุณพระวนาเทพ
เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบท วิสาข์
เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล รับบท ธนัตถ์
สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท ภาพิมล / คุณกำไล

**************************************************

@นางสาวจริงใจกับนายแสนดี (อั้ม + ติ๊ก ) …. 4  แผ่น....................140  บาท      แนวละคร คอมเมดี้

เรื่องย่อ

นายแสนดี ( ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ) ชายหนุ่มหน้าตาและบุคลิกดี กะล่อน กล้าบ้าบิ่น ชอบทำตัวเป็นเศรษฐีไฮโซหลอกสาวๆไปวันๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่เด็กทำงานในอู่ซ่อมรถ และโดนไล่ออกเพราะขโมยรถในอู่ไปใช้ แสนดีอาศัยอยู่กับเปิ้ล ( ปอย-ปวีณา ตันท์ศรีสุโรจน์ ) เพื่อนสาวจอมห้าว จอมแก่น เปิ้ลเอือมระอาในพฤติกรรมของแสนดีและคอยเตือนอยู่เป็นประจำ ทั้งคู่เช่าห้องของป้าแจ๋ว ( ตุ๋ม-นภาพร หงสกุล ) จอมงก ปากจัด มีลุงย่น (สีเทา) เป็นอดีตสามีขับรถแท๊กซี่ และเป็นหัวหน้ากลุ่มนางรำแก้บนตามศาลพระพรหม

วันหนึ่งแสนดีได้บังเอิญเจอกับนางสาวจริงใจ ( อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ) สาวสวย หุ่นดี ซึ่งเป็นที่หมายปองของบรรดาหนุ่มๆ ทั้งคู่เข้าใจผิดคิดว่าต่างคนต่างเป็นเศรษฐี แต่จริงๆ แล้วทั้งสองคนยังไม่มีงานทำ และไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอย่างที่เห็นกัน จริงใจเช่าบ้านอยู่กับทองแท้ ( บอล-อัศนัย เทียนทอง ) เพื่อนหนุ่มที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก จริงใจได้งานเป็นนางรำแก้บนอยู่ในคณะของลุงย่นที่ศาลพระพรหม แสนดีกับจริงใจหลอกกันไปหลอกกันมา ไม่มีใครรู้ความจริงของกันและกัน เพราะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่แคล้วคลาดกันตลอด

และด้วยโชคชะตาทำให้ทั้งสองคนมาพบกันเพราะความคิดแปลกๆ ของพิพัฒน์ ( เหมียว-สมบัติ ขจรไชยกุล ) และประมาณ ( ติ๊ก ชีโร่ ) เศรษฐีใจดี ที่พนันกันว่าจะปั้นคน 4 คนให้เข้ามาอยู่ในสังคมไฮโซ และจะพลิกชีวิตพวกเขาให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือให้ได้ ทำให้ แสนดี จริงใจ เปิ้ล และทองแท้ถูกเลือกเข้ามาเล่นเกมส์ครั้งนี้ โดยสร้างสถานการณ์ให้แสนดีไป Casting เป็นดารา ส่วนจริงใจได้เข้าไปอยู่ในสังคมไฮโซ เรื่องราววุ่นๆ จึงตามมา จู่ๆ แสนดีก็ได้ช่วย มรว.พิริยะศักดิ์ ( แอ๊ด-สมบัติ เมทะนี ) ที่โดนทำร้ายด้วยฝีมือลูกเลี้ยงอย่าง พิเชษฐ์ ( เอ็กซ์-ปิยะ วิมุกตายน ) ซึ่งเป็นลูกติดคุณ เปรมฤดี ( อ้วน-มณีนุช เสมรสุต ) ภรรยาใหม่ของ มรว.พิริยะศักดิ์ ด้วยความโลภของสองแม่ลูก

พิเชษฐ์จึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มรดกทั้งหมด เพราะกลัวว่ามรว.พิริยะศักดิ์จะหาลูกที่เป็นทายาทตัวจริงเจอ และไม่ยอมยกมรดกให้ตน มรว.พิริยะศักดิ์เองก็ต้องการจะเจอลูกที่หายไปกับวโรรส ( หลิน-วีรินท์ เชยอรุณ ) อดีตภรรยาที่หนีไปเมื่อ 20 ปีก่อน มรว.พิริยะศักดิ์จึงขอร้องให้แสนดีช่วยสืบหาทายาทตัวจริง ครั้งแรกแสนดีปฏิเสธแต่สงสาร ที่มรว.พิริยะศักดิ์โดนวางยา และแวว ( เม้าท์-มยุรี อิศรเสนา ณ อยุธยา ) คนใช้เก่าแก่ มาขอร้องแสนดีจึงรับปากที่จะช่วย

ระหว่างที่แสนดีสืบหาทายาทให้กับมรว.พิริยะศักดิ์ก็ถูกหรั่ง ( เป๊ปซี่-ธีระวัฒน์ ทองจิตติ ) กับปื๊ด ( เปิ้ล-ณัฐกิตต์ โสภาพ ) คอยขัดขวาง ตอนทำงานในกองถ่ายแสนดีได้เจอกับเอื้อมดาว (เจี๊ยบ-สมาพร เขียวบวร) นางเอกสาวสวยแต่เป็นภรรยาลับๆ ของพิเชษฐ์ เอื้อมดาวแอบชอบแสนดีเพราะคิดว่าแสนดีรวยจึงพยายามตีสนิท แสนดีกับเปิ้ลลงทุนเปิดบริษัทจัดหางาน ด้วยโชคชะตาทำให้จริงใจเข้ามาสมัครงานที่บริษัทของแสนดี ....

เรื่องวุ่นๆ อีรุงตุงนัง สับสน โกลาหลของ นางสาวจริงใจ และ นายแสนดี ยังมีอีกเยอะคะท่าน...นผู้ชม แต่ขืนบอกไปก่อนเดี๋ยวจะไม่ได้ลุ้น หมดสนุกกันซะก่อน สุดท้ายชีวิตของแสนดีและจริงใจจะลงเอยอย่างไร!? ติดตามชมได้ในละคร “นางสาวจริงใจกับนายแสนดี” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7

รายชื่อนักแสดง

เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท แสนดี
พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท จริงใจ
อัศนัย เทียนทอง รับบท ทองแท้
ปวีณา ตันท์ศรีสุโรจน์ รับบท เปิ้ล
ปิยะ วิมุกตายน รับบท พิเชษฐ์
สมาพร เขียวบวร รับบท เอื้อมดาว
สมบัติ เมทะนี รับบท คุณหลวงพิริยะศักดิ์
มณีนุช เสมรสุต รับบท คุณเปรมฤดี
สมบัติ ขจรไชยกุล รับบท พิพัฒน์

********************************************************** 

@น้ำพุ ( เติ้ล ตะวัน + พลอย ไลลา)…. 3  แผ่น....................105  บาท

นำแสดง : ตะวัน จารุจินดา สินจัย เปล่งพานิช จิรายุส วรรธนสิน เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

เรื่องย่อ

           พ่อกับแม่สุวรรณี สุคนธา (สินจัย เปล่งพานิช) ของ "น้ำพุ" (ตะวัน จารุจินดา) เลิกลากัน เพราะพ่อไปมีผู้หญิงคนใหม่ และพ่อทำลายของน้ำพุและแม่เข้าปกป้องน้ำพุ น้ำพุจึงมีความรู้สึกสว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก

           แม่พาน้ำพุและลูกสาวทั้งหมดไปอาศัยบ้านเพื่อน แม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย และยังมีงานเขียนอีกด้วยเพื่อหารายได้เลี้ยงลูก ๆ ระหว่างที่แม่ น้ำพุ และพี่ ๆ น้อง ๆ อาศัยบ้านเพื่อนแม่ ก็มี "น้าแพ็ท" (จิรายุส วรรธนะสิน) เพื่อนรุ่นน้องของแม่มาเยี่ยมและคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาเสมอ ๆ น้ำพุรู้สึกว่าแม่สนิทสนมกับน้าแพ็ทมากเป็นพิเศษ

           ต่อมาแม่ก็พาลูก ๆ ไปฝากยายที่พิษณุโลก ส่วนแม่ก็ย้ายออกมาอยู่ห้องเช่า ต่อมาแม่ก็มารับน้ำพุมาอยู่ด้วย เพราะแม่ฝากความหวังไว้ที่น้ำพุลูกชายคนเดียวว่าอนาคตอยากให้น้ำพุเป็นหมอ จึงอยากให้น้ำพุได้เรียนโรงเรียนดี ๆ ที่กรุงเทพฯ น้ำพุดีใจมากที่จะได้กลับมาอยู่กับแม่อีกครั้ง

           แต่น้ำพุมาอยู่ได้ไม่นาน จู่ ๆ แม่ก็ทิ้งงานสอนตามน้ำแพ็ทไปต่างประเทศ จนถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย น้ำพุรู้สึกว่าตนเองถูกแม่ทอดทิ้ง และน้าแพ็ทก็มาแย่งความรักจากแม่ไปหมด จึงหันไปคบเพื่อนที่พากันริกินเหล้า สูบบุหรี่เพื่อเป็นการประชด

           หลังจากที่แม่กลับมา งานของแม่ก็เหลือเพียงงานเขียนอย่างเดียวเท่านั้น จนแม่ต้องเร่งทำงานหนักขึ้นเพื่อให้รายได้เพียงพอที่จะมาเจือจุนครอบครัว และแม่ก็ตั้งใจจะหาบ้านเช่าเพื่อรับลูกสาวที่ฝากยายไว้มาอยู่ด้วยกัน แม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสนใจน้ำพุนัก

           เมื่อแม่รับพี่ ๆ และน้อง ๆ มาอยู่ด้วย แทนที่ครอบครัวจะอบอุ่นเช่นเดิม แต่น้ำพุกลับรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยก เพราะความที่เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน แต่นั่นก็ยังไม่พอ น้ำพุรู้สึกแย่ยิ่งขึ้นเมื่อน้าแพ็ทย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย

           "อ๊อด" และ "เบิ้ม" เพื่อนสนิทพาน้ำพุได้รู้จักกับ "ม้ง" เพราะทั้งหมดสนใจเรื่องดนตรีเหมือน ๆ กัน แต่แม่กลับไม่สนับสนุน เพราะเกรงว่าน้ำพุจะสนใจดนตรีจนไม่สนใจการเรียน อย่างที่ตนวาดอนาคตการเป็นหมอของน้ำพุ ยิ่งทำให้น้ำพุห่างเหินกับแม่ยิ่งขึ้น

           แล้วน้ำพุก็ได้รู้จักกับ "กิ๊ก" (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ทั้งคู่ถูกใจกันจนถึงขั้นที่น้ำพุแอบพากิ๊กมาค้างที่บ้านบ่อย ๆ น้ำพุและเพื่อน ๆ เริ่มทดลองสูบกัญชา จนวันหนึ่งทั้งหมดถูกตำรวจจับ แม่ไปประกันตัวน้ำพุออกมา หลังจากนั้นแม่ก็คุมเข้มน้ำพุยิ่งขึ้น จนวันหนึ่งแม่ก็จับได้ที่น้ำพุพากิ๊กมาค้างที่บ้าน แม่ไล่กิ๊กออกจากบ้านและห้ามไม่ให้น้ำพุพากิ๊กมาที่บ้านอีก

           ต่อมา กิ๊กก็ถูกไล่ออกจากบ้าน จึงมาชวนน้ำพุให้หนีไปใช้ชีวิตด้วยกัน ระหว่างทาง ทั้งคู่ก็ไปพบ "ใหม่" เพื่อนอีกคนหนึ่งที่ติดยางอมแงม ใหม่ขอร้องให้น้ำพุกับกิ๊กกลับบ้าน น้ำพุพากิ๊กกลับด้วยกัน และขอร้องให้แม่รับกิ๊กเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกัน แม่จำยอมเพราะกลัวน้ำพุจะเตลิดไปอีก

           น้ำพุยังคงคบกับเพื่อนกลุ่มเดิม ๆ และยังพากันไปเล่นยาอยู่ จึงโดนตำรวจจับอีกครั้ง ครั้งนี้น้ำพุถูกส่งไปอยู่บ้านเมตตา ส่วนกิ๊กถูกส่งไปอยู่บ้านปรานี แม่วิ่งเต้นหาทางช่วยจนรับน้ำพุออกมาได้ แม่ตัดสินใจส่งน้ำพุไปอยู่กับย่าที่เชียงใหม่เพื่อกันน้ำพุออกจากเพื่อนๆ

           น้ำพุขอแม่เรียนต่อด้านศิลปะ แม่ไม่เห็นด้วยและผิดหวังที่น้ำพุไม่เป็นอย่างที่ตนคาดหวังไว้ แต่แพ็ทก็ช่วยเกลี้ยกล่อมจนแม่ยอมใจอ่อน น้ำพุสอบเข้าได้เรียนศิลปะตามที่ตั้งใจ เขากลับมาอยู่กรุงเทพฯ กับแม่อีก และได้เพื่อนใหม่คือ "จุก" และมีแฟนใหม่อย่าง "ปอแก้ว" น้ำพุยังคงติดยาอยู่และทำให้จุกร่วมเสพย์ยาไปด้วย แม่เห็นน้ำพุผ่านผอมลงจนผิดตาจึงพาไปหาหมอ หมอบอกว่าน้ำพุเป็นโรคตับ ต้องรักษาตัวในโรงพยาบา ทำให้น้ำพุต้องเสียเวลาเรียนไปหนึ่งปีเต็ม ๆ

           แม่และแพ็ทก็ร่วมหุ้นกันทำนิตยสาร แม่จึงไม่มีเวลาสนใจลูก ๆ มากนัก น้ำพุเริ่มเสพย์ยามากขึ้น จนทนไม่ไหว จึงยอมสารภาพกับแม่และขอไปเลิกยาที่ถ้ำกระบอก เมื่อรักษาตัวจนหาย น้ำพุก็กลับมาเรียนอีกครั้ง ปอแก้วก็ไปมีแฟนใหม่แล้ว แถมน้ำพุยังไปมีปัญหากับนักเรียนโรงเรียนอื่นอีก น้ำพุยืนยันว่าเขาไม่ผิด แต่เพราะประวัติที่เคยติดยาทำให้บรรดาอาจารย์ไม่เชื่อที่น้ำพุพูด

           น้ำพุหมดกำลังใจ กลับบ้านไปก็ไม่มีใครสนใจ น้ำพุไม่รู้จะพึ่งใคร จึงหันไปเสพย์ยาอีกครั้ง และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายของน้ำพุ การจากไปของน้ำพุสร้างความเสียใจให้แก่ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่ที่โทษว่าเป็นความผิดของตนเองที่เลี้ยงดูน้ำพุไม่ดีพอ จึงได้เขียนเรื่องของน้ำพุไว้เพื่อเป็นอุทธาหรณ์สำหรับครอบครัว

********************************************************

@บ่วงรัก…. 3  แผ่น....................105  บาท


เรื่องย่อ

พิณทอง อาศัยอยู่กับ พรรณี แม่ของเธอและ เพชรแท้ พี่ชาย ในชุมชนแออัดแถบชานเมือง หลังจากพ่อของพิณเสียชีวิตพรรณีก็ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับผ้ามาเย็บที่บ้าน พิณเรียนจบปวช. ด้านการตลาด และได้ทำงานในบริษัทธุรกิจส่งออกของ ธานินทร์ เลิศชัยวัฒน์ ในตำแหน่งผู้ช่วยโอปเรเตอร์ แต่พิณโดน ชนะศึก ลูกชายของธานินทร์ไล่ออกเพราะบกพร่องในหน้าที่ ด้วยความสงสารและรู้ว่าพิณเป็นลูกสาวของอดีตคนรักเก่า ธานินทร์จึงรับพิณเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา

เพชรเรียนจบปวช. สาขาพลศึกษา และทำงานเป็นครูฝึกที่สปอร์ตคลับแห่งหนึ่ง และที่นี่เองทำให้เพชรได้พบกับ ชนกนันท์ น้องสาวของชนะศึก ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันคอยหาทางกลั่นแกล้งกันตลอดเวลา ธานินทร์พยายามหาทางใกล้ชิดพิณเพราะอยากรู้เรื่องของพรรณี ทำให้ชนะศึกกับชนกนันท์เข้าใจผิดคิดว่าพิณจะมาหลอกธานินทร์ ชนะศึกหาทางกลั่นแกล้งพิณด้วยการให้ทำงานหนักๆ แต่สุดท้ายความใกล้ชิดกัน ทำให้ความรู้สึกของชนะศึกที่มีต่อพิณเริ่มเปลี่ยนไป

ชนกนันท์เข้าใจผิดเรื่องธานินท์กับพิณถึงขั้นบุกเข้าไปตบพิณถึงที่ทำงาน ก่อนจะกลับไปฟ้องอังคณา อังคณาจึงสั่งให้ เรืองโรจน์ เลขาส่วนตัวของธานินทร์ตามสืบเรื่องนี้ ด้านชนะศึกได้ขอร้องให้ธานินทร์ย้ายพิณมาทำงานกับเขาแทน โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้เกิดคำครหา แต่จริงๆ แล้วเขาอยากให้พิณมาอยู่ใกล้ๆ ชนกนันท์ตามไปหาเรื่องพิณที่บ้านและได้พบกับเพชร ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ชนกนันท์หลอกเพชรออกมาข้างนอกให้นักเลงรุมทำร้าย เพชรแค้นใจมากตามไปต่อว่าถึงคอนโด ก่อนจะลงมือปลุกปล้ำชนกนันท์

อังคณารู้ความจริงจึงเรียกพรรณีมาต่อว่า พรรณีขอร้องธานินทร์ให้เลิกยุ่งกับเธอและครอบครัว คืนนั้นเองพรรณีให้เพชรกับพิณช่วยกันเก็บข้าวของย้ายครอบครัวไปอยู่ที่อื่น อังคณาโหมกินเหล้าจนเมามาย แล้วพร่ำเพ้อว่าธานินทร์ไม่เคยรักเธอ เรืองโรจน์ปลอบอังคณาและในที่สุดทั้งสองต่างก็ตกเป็นของกันและกัน สองเดือนผ่านไป ชนกนันท์ตรวจพบว่าตัวเองตั้งท้อง เพชรรู้ข่าวรีบมาหาชนกนันท์ที่บ้าน เธอบอกกับเพชรว่าจะทำแท้ง เพชรโกรธมากต่อว่าชนกนันท์อย่างรุนแรง

ก่อนกลับคนขับรถของชนะศึกเห็นเพชรจึงสะกดรอยตามไปและได้รู้ที่อยู่ของครอบครัวพิณ จึงรีบรายงานให้ชนะศึกทราบ ชนะศึกรู้เรื่องอังคณากับเรืองโรจน์ รู้สึกผิดหวังในตัวอังคณามาก ชนะศึกตัดสินใจบอกที่อยู่ของพรรณีให้ธานินทร์รู้ ธานินทร์รีบไปหาพรรณี ธานินทร์บอกกับพรรณีว่าเขาตัดสินใจจะหย่าขาดจากอังคณาเพื่อจะมาดูแลพรรณี และขอให้พรรณีพาไปไหว้พระที่เกาะแห่งหนึ่งที่ทั้งคู่เคยไปไหว้มาด้วยกัน ชนะศึกรับอาสาพาทุกคนไปที่เกาะ

ระหว่างที่ชนะศึกกับพิณกำลังจะปรับความเข้าใจกัน เพชรได้เข้ามาบอกข่าวร้ายเรื่องเรือที่ธานินทร์กับพรรณีนั่งไปด้วยกันเกิดอุบัติเหตุ ธานินทร์กับพรรณีจมน้ำเสียชีวิตด้วยกันในพินัยกรรมของธานินทร์ระบุไว้ว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะตกเป็นโมฆะ หากชนะศึกไม่ได้แต่งงานกับพิณ อังคณาไม่พอใจมาก หลังจากชนะศึกกับพิณจดทะเบียนสมรสกันแล้ว พิณได้ขอตัวกลับไปเก็บของที่บ้าน และเธอก็ไม่ย้อนกลับมาหาชนะศึกอีกเลย

ชนกนันท์นัดหมอทำแท้ง เพชรมาดักรอชนกนันท์วิ่งหนีไปแล้วโดนรถชนอย่างแรงจนแท้งลูก เพชรรีบพาชนกนันท์ไปส่งโรงพยาบาล และได้พบกับชนะศึก ชนะศึกจึงสารภาพกับเพชรว่าเขาต้องการพิณและอยากให้พิณไปใช้ชีวิตอยู่กับเขาในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพชรจึงยอมบอกที่อยู่ของพิณที่นครนายก ระหว่างทางชนะศึกประสบอุบัติเหตุ ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไปเป็นอัมพาต ชนะศึกจึงล้มเลิกความคิดที่จะตามพิณกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับคนพิการ

สามเดือนผ่านไปมีคนมาชวนพิณให้ไปทำงานที่ไต้หวัน พิณอยากจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจจะไปไต้หวัน แต่ก่อนไปพิณต้องเตรียมเอกสารทางกฎหมายมากมาย ที่สำคัญเธอต้องได้รับความยินยอมจากสามีตามกฎหมายเสียก่อน นั่นหมายความว่าชนะศึกจะต้องเซ็นยินยอมการจากไปของเธอ แต่พิณจะทำใจไปพบชนะศึกอีกครั้งได้หรือไม่ แล้วสุดท้ายเรื่องราวความรักของพิณและชนะศึกจะลงเอยเช่นไร ติดตามชมเรื่องราวสุดเข้มข้นนี้ได้ในละครดราม่าเรื่อง “บ่วงรัก”


รายชื่อนักแสดง

รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท ชนะศึก
พิชญา ศรีเทพย์ รับบท พิณทอง
ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบท เพชรแท้
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบท ชนกนันท์
พิศาล อัครเศรณี รับบท ธานินทร์
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท อังคณา
กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบท พรรณี

**********************************************************

@บางรักซอย 9 ( แท่ง +อ้อม )…. 15  แผ่น....................525  บาท

  นำแสดงโดย 1. ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง รับบท ชัดเจน 2. พิยดา อัครเศรณี รับบท แป้ง 3. สุวัจนี ไชยมุกสิก รับบท เหมียว 4. พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท แม่เยาว์ 5. สีหนุ่ม เชิญยิ้ม รับบท พ่อตุ๊ 6. เหลือเฟือ มกจ๊ก รับบท มารวย 7. ตี๋ ดอกสะเดา รับบท แมน 8. สมเจต พยัฆโส รับบท เฮียหมู 9. อุ่นเรือน ราโชติ รับบท ลำดวน ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 18.00 น. ช่อง 9 เรื่องย่อ บางรัก ซอย 9 เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดถึงชีวิตของคนในวัยทำงาน ที่มีทั้งเรื่องอาชีพ อนาคต และความรักเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อน สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนเมืองในยุคปัจจุบันออกานำเสนอในรูปแบบตลกและแฝงแง่คิด ความรู้สึก ชัดเจน ( ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ) สถาปนิกหนุ่มวัย 30 มองโลกในแง่ดีมีอารมณ์ขัน ชีวิตสบาย ๆ เป็นคนที่มีความชัดเจนในตัวเองมาก แม้แต่ชื่อก็ยัง ชัดเจน ชัดเจนเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นและชอบศึกษาชีวิตมีความเข้าใจในคนรอบข้างเสมอ และเพราะเป็นสถาปนิกที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำอยู่เสมอ ชัดเจนตัดสินใจมาใช้ชีวิตอิสระ ด้วยการมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับออฟฟิศ บ้านเช่าหลังนี้เป็นการดัดแปลงจากเรือนคนใช้มาแบ่งทำเป็นห้องเช่า ในส่วนของโรงรถก็ใช้เป็นที่อบขนมของลูกเจ้าของบ้าน ที่ชื่อแป้ง แป้ง ( พิยดา อัครเศรณี ) สาวนักฝันที่จะมีร้านเบเกอรี่เป็นของตนเอง แป้งเป็นคนมีระเบียบวินัยสูงเต็มเปี่ยมไปด้วยกฏเกณฑ์ในชีวิต เมื่อชัดเจนเข้ามาเช่าบ้านอยู่ในบ้าน ก็มีแต่เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นเสมอ ถึงแม้จะเป็นสถาปนิก แต่ก็ไม่เคยทำให้แป้งรู้สึกว่าบ้านมีระเบียบขึ้นมาเลย ตรงกันข้ามจากบ้านที่เคยมีระเบียบวินัย กลับถูกเพ่นพ่านไปด้วยเพื่อนสถาปนิกที่ออฟฟิศ และแฟนเก่าของชัดเจนที่มาตามรังควานหรือแม้แต่ลูกของเพื่อนที่มาฝากชัดเจนดูแล ด้วยเหตุนี้แป้งต้องมาคอยควบคุมและดูและผลประโยชน์ของบ้านตนเอง และมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชัดเจนตลอดเวลา ต่างกับปิ๊ก ( หลุยส์ - พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร ) น้องชายของแป้ง กลับเห็นดีเห็นงามและชื่นชมชัดเจนเป็นพิเศษ ก็เพราะนิสัยที่เข้าอกเข้าใจคนอื่นของชัดเจนนั่นเอง แต่นั่นกลับเป็นหนี่งในเหตุผลที่ทำให้แป้งหาเรื่องทะเลาะกับชัดเจนหนักขึ้น เพราะแป้งถือว่าชัดเจนให้ท้ายน้องชาย ทำให้ชัดเจนเกิดความรู้สึกว่าแป้ง ทำตัวเหมือนแม่มากกว่าพี่สาว แม้แต่กับพ่อตุ๊ (สีหนุ่ม เชิญยิ้ม) พ่อของแป้ง ก็ดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีกับชัดเจน เนื่องจากเป็นคนสบาย ๆ เหมือนกัน พ่อของแป้งเป็นคนสนใจใฝ่รู้กับทุกๆเรื่องไม่เว้นแม้แต่การดูหมอ ทรงเจ้า แต่ถึงกระนั้นพ่อของแป้งก็เป็นถึงอดีตนายทหารเรือ (เออ…แต่เป็นกองดุริยางค์) ผิดกับแม่เยาว์ ( พิมพ์แข กุญชร ) ที่เป็นถึงหลานสาวเจ้าพระยา เป็นคุณแม่ผู้สูงศักดิ์ หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรียิ่งนัก แต่เนื่องจากฐานะครอบครัวที่สะเทือนไปในคราว “ต้มยำกุ้ง” ระบาด แม่ของแป้งจึงจำต้องแบ่งพื้นที่ในบ้านให้ชัดเจนเช่าอาศัย ซึ่งแม่ของแป้งไม่เคยรู้เลยว่ามันเหมือนเป็นการชักศึกเข้าบ้าน ในบ้านเช่า นอกจากจะมีชัดเจนเป็นผู้เช่าอาศัยแล้ว ยังมีเพื่อนร่วมออฟฟิศของชัดเจนอีกหนึ่งคนชื่อมารวย (เหลือเฟือ มกจ๊ก) ชายหนุ่มนิสัยรักสบายมาก จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าขี้เกียจ ซึ่งปรารถนาจะรวยทางลัดอยู่ตลอดเวลา แต่มารวยเป็นคนมีความจริงใจแต่ติดจะเชยและซื่อไปบ้าง นอกจากนี้ผู้เช่าอาศัยในบ้านของแป้งยังมี แมน ( ตี๋ ดอกสะเดา ) เพื่อนร่วมออฟฟิศอีกคนของชัดเจนผู้ถูกกระชากวัยหนุ่มไปด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพียงเพราะการแต่งงาน แต่แล้วเขาก็กระชากมันกลับมาด้วยความรวดเร็วอีกเช่นกัน ด้วยการ หย่า พร้อมกับของแถมเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ ( ก๊วยเจ๋ง ) ที่เขาจำต้องสลับกับภรรยาเลี้ยงดู แมนเป็นคนเจ้าชู้ จึงเกลียดความจริงจัง พอ ๆ กับที่เป็นคนกะล่อน จึงเกลียดความเชยเป็นที่สุด เหล่านี้คือบุคคลที่จะมาทำให้ชีวิตของชัดเจนวุ่นวายได้ไม่มากเท่ากับ เหมียว ( สุวัจนี ไชยมุสิก ) แฟนเก่าของชัดเจน ที่สลัดรักจากสถาปนิกหนุ่มไปซบอกกัปตันเครื่องบิน ด้วยเหตุผลเพียงเท่กว่าและเร้าใจกว่า แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่าที่เหมียวทำงานอยู่ที่เดียวกับชัดเจน และคิดอยู่เสมอว่าชัดเจนคือของตายสำหรับเขาจึงหมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเมื่อยามเหงา มีปัญหาก็มาขอความช่วยเหลือ ทะเลาะกับแฟนก็มาหา เมาก็มาหา แต่ชัดเจนเอง ก็ไม่สามารถตัดขาดจากเหมียวไปได้ เพราะอดีตรักที่น่าจดจำของกันและกันและทุกครั้งที่เหมียวมีปัญหา จึงสามารถหวนกลับมาซบอกเพื่อเรียกหาความรักและความเห็นใจจากชัดเจนได้เสมอ จนทำให้แป้งไม่ชอบพฤติกรรมของเหมียวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ แต่ใครเลยจะรู้ ว่าชัดเจนและแป้งนั้น เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัดและคู่รักกัน ด้วยความที่ฟอร์มจัดด้วยกันทั้งคู่ สถานภาพที่คนอื่นมองจึงดูแปลก ๆ เพราะบางครั้งก็เหมือนเป็นเพียงผู้เช่าและผู้อาศัยแต่บางครั้งก็เหมือนเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่ดูเหมือนเป็นแม่ลูกกัน หรือเป็นคู่รักกันก็มีความรักและความผูกพันของหนุ่มสาวทั้งสอง จึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายและปัญหารอบข้าง บ้างสุข บ้างเศร้า บ้างเหงา บ้างตลก แต่ทุกชีวิตในบ้านหลังนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป

**********************************************************

@ เปรตวัดสุทัศน์ ( นุ่น  วรนุช ) …. 3  แผ่น....................105  บาท


นำแสดงโดย
1. เอกรัตน์ สารสุข
2. วรนุช วงษ์สวรรค์
3. มัณฑนา โห่ศิริ
4. คีตภัทร อันติมานนท์
5. พรรัมภา สุขได้พึ่ง


เรื่องย่อ
พันภพ ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้ขึ้นไปเมืองเหนือ (เชียงใหม่) เพื่อรับตัวหลวงโอสถกับครอบครัวลงมากรุงเทพฯ เพื่อรักษาโรคร้ายให้กับขุนนางผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะหลวงโอสถมีความเชี่ยวชาญในโรคฝีในท้องเป็นที่เลื่องลือ แต่ได้ขึ้นไปรับราชการพิเศษอยู่เมืองเหนือตั้งแต่หนุ่ม พันภพพากองทหารขนาดย่อมประกอบด้วยม้าและตนเองนั่งช้างถึงเมืองเหนือ เจอสัมภเวสีเสียงเปรตร้องและพระธุดงค์ และเกิดล้มป่วยด้วยไข้ป่าเจียนตาย เอาแต่ฝันละเมอเพ้อเห็นแต่ภูตผีปีศาจและฝูงเปรตร้องขอส่วนบุญ ขบวนเร่งเดินทางถึงเชียงใหม่

พันภพรอดตายจากการรักษาของหลวงในงานประเพณี จึงได้สนิทสนมกับครอบครัวหลวงโอสถ ที่มีบุตรสาว 3 คน คือ แสนเสน่ห์ วงแหวน และแพนคำ ซึ่งเป็นใบ้ พูดไม่ได้เพราะล้มป่วยมาแต่เด็ก หลวงโอสถมีเมียเป็นชาวบ้านธรรมดาชื่อ บัว ซึ่งก่อนจะมาอยู่กับหลวงโอสถและให้กำเนิดวงแหวนกับแพนคำนั้น ได้ถูกโจรชื่อ เสือแมน ฉุดปล้นไปข่มขืนแต่วัยสาว ส่วนแสนเสน่ห์ที่แท้ก็คือลูกเสือแมน มีแต่บัวเท่านั้นที่รู้ความจริง พันภพเป็นทหาร หากมีใจใฝ่บุญกุศลเช่นเดียวกับหลวงโอสถ วงแหวนและเด็กหญิงแพนคำ

ส่วนแสนเสน่ห์เป็นสาวสุดสวย มีนิสัยหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าคนอ่อนโยนพูดจาไพเราะ แต่ลับหลังเป็นคนใจคอโหดเหี้ยม ชอบข่มขู่ดูถูกบัวผู้เป็นแม่ชาวบ้านธรรมดาอยู่เสมอ ต่างจากน้องสาวทั้งสองที่เป็นคนรักสงสารแม่มาก แสนเสน่ห์เป็นหญิงที่ชอบใช้เสน่ห์ยั่วผู้ชายให้มาหลงใหลตน และยุแหย่ให้แตกแยกวิวาทกันในภายหลัง และเห็นเป็นของสนุก แต่ครั้งเมื่อได้พบกับพันภพ แสนเสน่ห์ก็เกิดรักใคร่จริงจัง ติดขัดอยู่ที่ว่า พันภพมีคู่รักอยู่แล้วที่กรุงเทพฯ ชื่อ สร้อย ข้างพันภพเมื่อแรกก็สนใจและทราบซึ้งในแสนเสน่ห์ที่ได้มีส่วนรักษาพยาบาลตนจนหายจากไข้หนัก

แต่ต่อมาภายหลังได้รู้ความจริงจากนายสะอาดผู้ช่วยหลวงโอสถว่า นายสะอาดที่ต้องเป็นคนทุกข์เศร้าที่เห็นอยู่ก็เพราะถูกแสนเสน่ห์หลอกใช้เป็นเครื่องมือนั่นเอง ทั้งได้แอบรู้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของแสนเสน่ห์ พันภพจึงพยายามตีตัวออกห่างแสนเสน่ห์ ในขณะที่แสนเสน่ห์รักพันภพอย่างจริงใจและพยายามจะเอาชนะ พันภพ วงแหวน และเด็กหญิงใบ้แพนคำต่างก็เป็นคนดี จึงได้ใกล้ชิดสนิทสนมกัน ไปเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ สำหรับวงแหวนแม้ว่าจะมีน้องสาวใบ้คอยเชียร์อยู่ก็พยายามออกห่างจกพันภพ เพราะรู้ดีว่าพันภพมีคู่รักอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันวงแหวนก็เห็นใจและสงสารสะอาด ที่เป็นคนอกหัก เพราะพี่สาวของตนจึงให้ความสนิทสนมกับสะอาดเป็นพิเศษ

แสนเสน่ห์หึงหวงทั้งพันภพและสะอาด จึงชิงชังวงแหวนกับแพนคำน้องสาวของตนเป็นอย่างยิ่ง พันภพพาครอบครัวหลวงโอสถ อันประกอบด้วยบัวผู้เป็นเมีย แสนเสน่ห์ วงแหวน แพนคำ และสะอาด เดินทางจากเมืองเหนือกลับกรุงเทพฯ ส่วนพันภพก็มีคู่หูประจำตัวคือ เล็ก กับ ยักษ์ ติดตามอยู่ซึ่งระหว่างเดินทางลงมากรุงเทพฯ นั้น ก็ได้ข่าวว่าเมืองหลวงเกิดโรคห่า (อหิวาตกโรค) ระบาดหนัก ผู้คนล้มตายกันเป็นเบือ จึงชะลอการเดินทางไปเรื่อยๆ ตามป่า และหมู่บ้าน และระหว่างนี้ก็ไดพบผจญภัยทั้งฝูงผี ปีศาจและโจรร้ายที่น่าสะพรึงกลัว คือ เสือกร่างกับเสือแมนที่ชอบปล้นสดมภ์และข่มขืนสาวชาวบ้าน ระหว่างเดินทางอยู่ในป่า พันภพได้พบกับพระธุดงค์องค์หนึ่งชื่อ มาก ซึ่งเป็นผู้มีอาคมแก่กล้าในการปราบปรามผีร้าย เรียกเปรตมาแล้วสั่งสอน ให้ของกินแต่เปรตกินไม่ได้ จึงช่วยกันแผ่กุศลให้แต่ก็ไม่ถึง ยมทูตมาตามแต่เปรตหนีไปได้

พระธุดงค์ขอร้องให้ส่วนบุญและปล่อยชั่วคราวเพราะเป็นวันพระสิ้นเดือน ทำให้พันภพได้รู้เรื่องฝูงผีและเปรตตามความหมายทางพุทธศาสนา ทำให้ใฝ่บุญกุศลยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับหลวงโอสถ เมียและลูกสาว ยกเว้นแต่แสนเสน่ห์ที่หมิ่นหมายในเรื่องนี้ ไม่ใส่ใจ ระหว่างเดินทางอยู่ในป่า พันภพได้ช่วยชีวิตแสนเสน่ห์ไว้ จากการที่ถูกหนุ่มชาวเหนือคนหนึ่งตามฆ่าเพราะอกหัก ทำให้แสนเสน่ห์ยิ่งรักและหลงใหลในพันภพมากขึ้น แต่ก็เอาชนะใจไม่ได้ วันหนึ่ง เสือกร่างและเสือแมน ได้เข้าปล้นและฉุดลักพาตัวแสนเสน่ห์ไปหมายจะข่มขืน แต่บัวผู้เป็นแม่รู้ว่าเป็นเสือแมน

จึงตามไปบอกเสือแมนให้รู้ว่าแสนเสน่ห์ที่แท้คือลูกสาวที่ติดท้องไป และแม้ว่าหลวงโอสถจะรู้เรื่องนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าพ่อของแสนเสน่ห์นั้นเป็นโจร และหลวงโอสถก็เลี้ยงดูมาเยี่ยงลูกสาวที่รักมากคนหนึ่ง จนที่สุดเสือแมนได้ปล่อยตัวแสนเสน่ห์ไป ในขณะที่เรื่องนี้มีเด็กหญิงแพนคำที่แอบรู้เห็น และได้ยินได้รู้ความลับ แต่ถูกบัวผู้เป็นแม่ขอร้องไว้ให้แพนคำปิดปากเงียบ ข้างแสนเสน่ห์หวาดระแวงแพนคำน้องสาวของตน ถึงกับคิดฆ่าเพื่อปิดปาก โกรธแค้นชิงชังผู้คนทั่วไป และมีนิสัยร้ายยิ่งกว่าเก่า เช่น ชอบก้าวร้าวและข่มขู่แม่ของตนอยู่เสมอว่าจะนำความลับเรื่องนี้ไปประจานให้อับอาย คณะของพันภพ ระหว่างเดินทางเข้าเมืองหลง ก็ได้พบกับศพผู้คนมากมายที่นอนตายเกลือกกลิ้ง ถูกทิ้งอยู่ให้เป็นเหยื่อแร้งกา ตลอดเส้นทาง

ในขณะนั้นมีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความน่าหวาดหวั่น ทั้งพวกโจรผู้ร้าย นักเลง และฝูงผีปีศาจ เป็นที่ชุมนุมของหมอผีทั้งหลายทั้งที่เก่งกาจและฉวยโอกาสหากินกับชาวบ้าน ที่กรุงเทพฯ พันภพมีแม่ชราชื่อ ก้าน และมีสร้อย หญิงคนรักเป็นผู้คอยดูแลแม่อยู่ สร้อยเป็นแม่ค้าอยู่ในตลาด และมีนักเลงชื่อโต มาแอบชอบสร้อย แต่สร้อยไม่เล่นด้วย โตจึงชอบหาเรื่องกับพวกพันภพและสร้อยอยู่เสมอ พันแสง เป็นหัวหน้าเวรนครบาล ทำสนิทกับโต เพราะรู้ว่าโตคบอยู่กับเสือแมน เสือกร่าง จึงหวังจับโจรทั้ง 2 นี้ โดยใช้โตเป็นเครื่องมือ

วันหนึ่งแสนเสน่ห์ได้พบโตและรู้ว่าโตหลงรักสร้อยอยู่ จึงได้ยั่วยุโตหวังใช้ให้โตเป็นเครื่องมือทำลายสร้อยและที่สุดพันแสงก็ได้รู้จักกับแสนเสน่ห์จากการแนะนำของโต แสนเสน่ห์จึงคิดใช้ทั้งโตและพันแสงเป็นเครื่องมือทำลายทั้งสร้อยและสะอาด วงแหวน แพนคำ ที่มักไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ และสนิทสนมกัน ระหว่างนั้นทางกรุงเทพฯ ได้พบเห็นฝูงผีเปรตและโดยเฉพาะเปรตวัดสุทัศน์ที่มักจะออกมาร้องโหยหาและขอส่วนบุญอยู่เสมอ พันภพ สร้อยและก้าน ต่างก็ไปมาหาสู่ชอบพอกับครอบครัวหลวงโอสถกับบัวผู้เป็นเมีย รวมทั้งสะอาดกับวงแหวนและแพนคำจนเป็นที่ริษยาแก่แสนเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง ถึงวันหนึ่งหลวงโอสถตายด้วยโรคที่ติดจากคนไข้ (โรคห่า) และก่อนสิ้นใจบัวได้สารภาพบอกกับผัวว่า แสนเสน่ห์นั้นเป็นลูกเสือแมน แสนเสน่ห์รู้จึงโกรธแค้นถึงกับทุบตีแม่ และวางแผนฆ่าแพนคำน้องสาวผู้เป็นใบ้

โดยใช้โตเป็นเครื่องมือ แต่โตกลับฉุดเอาวงแหวนไปด้วย พันภพตามไปช่วยได้ทัน ทำให้พันภพกับวงแหวนได้ลึกซึ้งและเข้าใจกันยิ่งขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องระงับความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันไว้ ในขณะที่แพนคำไม่กล้าบอกความจริงกับวงแหวนและพันภพ ก็เพราะกลัวแสนเสน่ห์จะฆ่าแม่บัว ตามที่แสนเสน่ห์ได้ขู่ไว้ แสนเสน่ห์ได้ขอร้องพันภพมิให้แต่งงานกับสร้อย ทั้งอ้อนวอนสารภาพรักกับพันภพ เมื่อพันภพไม่ยอมทำตาม แสนเสน่ห์จึงอาฆาตพยาบาทพันภพไว้ ว่าจะทำลายพันภพและคนรักให้หมดสิ้น เมื่อใกล้วันแต่งงานระหว่างพันภพกับสร้อย และสะอาดกับวงแหวนนั้น แสนเสน่ห์ โต เสือกร่าง และเสือแมนได้พบกัน จากการวางแผนของแสนเสน่ห์ และเสือแมนเองก็คิดที่จะช่วยลูกสาวที่แท้จริงของตนให้สมหวังในความรัก จึงได้ทำการเข้าดักฉุดสร้อยไปข่มขืนและฆ่าสะอาดตาย โตเข้าขัดขวางสร้อยไว้จึงตายไปกับสร้อย แสนเสน่ห์ได้อาศัยเสน่ห์ใส่ความกับพันแสง (ตำรวจ) ว่าตัวการที่แท้จริงในเรื่องนี้คือพันภพ เพราะพันภพโกรธที่สร้อยเป็นชู้กับสะอาด

จึงวางแผนฆ่าคนทั้งคู่ด้วยความแค้น ข้างพันแสงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทั้งหลงรักแสนเสน่ห์อยู่จึงพาตำรวจนครบาลออกไล่ล่าพันภพ ทำให้พันภพต้องลำบากหนีร่อนเร่ไปแอบพักอยู่ที่บ้านเล็กกับยักษ์นอกพระนคร ส่วนแม่ก้านหญิงชราก็ได้รับความลำบาก ทั้งวงแหวนก็เข้าใจผิดว่าพันภพฆ่าสะอาดกับสร้อยจริงๆ ระหว่างนี้เองที่แพนคำ ตัดสินใจบอกใบ้ให้วงแหวนได้รู้ความจริง วงแหวนได้ไปถามความจริงเอาจากบัวผู้เป็นแม่ จนได้รู้เรื่องราวความหลังทุกอย่าง ว่าแสนเสน่ห์เป็นลูกของเสือแมนและอยู่เบื้องหลังการฆ่าสร้อยกับสะอาด แสนเสน่ห์แอบรู้เรื่องจึงใช้ให้เสือกร่างมาจับตัววงแหวนกับแพงคำไปฆ่าทิ้ง และแม้ว่าแม่บัวจะอ้อนวอนอย่างไร แสนเสน่ห์นอกจากจะไม่ฟังแล้วยังทุบตีและไล่แม่ของตนเองออกจากบ้านไปตกระกำลำบากอยู่ตามข้างถนน ในขณะที่พันภพกับพวกได้มาช่วยวงแหวนกับแพนคำไว้ได้ทัน และพาทั้งสองไปอยู่ที่นอกพระนครกับแม่ผู้ชราด้วย เพราะต้องคอยหนีการไล่ล่าของพันแสงอยู่ พันภพกับวงแหวน เกิดรักกันโดยที่มีแพนคำเป็นสื่อกลาง

ในช่วงระหว่างนี้และที่สุดก็ได้พบกับแม่บัว ซึ่งล้มเจ็บลงตายอย่างอนาถา ข้างแสนเสน่ห์ร่ำรวยเงินทองก็เพราะเสือกร่างกับเสือแมนนำเงินทองที่ปล้นในพระนครมาซุกซ่อนเอาไว้ในบ้าน ทั้งทำให้บ้านกลายเป็นที่สูบฝิ่น ที่ซ่องสุมโจร จนวันหนึ่งเสือแมนรู้ว่าแสนเสน่ห์ไล่บัวออกจากบ้านไปอย่างอนาถา จึงโกรธแค้นตบตีลูกสาวทำให้แสนเสน่ห์ไปตามพันแสงมาดักจับเสือแมนกับเสือกร่าง จึงได้เกิดการต่อสู้กันที่บ้านแสนเสน่ห์ ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทั้งแสนเสน่ห์ พันแสง เสือกร่าง เสือแมน ยิ่งฆ่ากันตายในกองไฟไปด้วย เมื่อเหตุการณ์ร้ายผ่านไป พันภพ วงแหวน แพนคำ และแม่ก้าน ต่างก็กลับเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ อีกครั้ง และวันหนึ่งทุกคนก็ได้เผชิญหน้ากับเปรตใหญ่วัดสุทัศน์ ในบรรดาเปรตที่ออกอาละวาดได้พบว่าแสนเสน่ห์ได้กลายเป็นเปรตขอส่วนบุญอยู่ในฝูงด้วย เปรตแสนเสน่ห์ได้ตามอ้อนวอนขอส่วนบุญอโหสิจากพันภพ และน้องสาวทั้งสอง แต่ในขณะที่ทุกคนได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เปรตแสนเสน่ห์นั้น

แสนเสน่ห์ก็ไม่สามารถที่จะละความชั่วได้อย่างน่าสงสาร เพราะตกอยู่ใต้อำนาจของหัวหน้าฝูงเปรตใหญ่ เที่ยวออกอาละวาดกินเลือดและน้ำหนองไปอย่างน่าเวทนายิ่ง และบางครั้งก็คิดฆ่าพันภพ วงแหวน แพนคำ ก็เพราะโกรธอาฆาตอยู่ ทั้งตกอยู่ในอำนาจของเปรตใหญ่จากวัดสุทัศน์ พันภพ วงแหวน แพนคำ และแม่ก้านจึงต้องผจญภัยกับเปรตแสนเสน่ห์ และเปรตใหญ่อย่างหาความสุขไม่ได้เช่นเดียวกับคนกรุงเทพฯ ทั่วไป พันภพจึงต้องไปตามพระธุดงค์มากมาช่วยปราบฝูงผีเปรต สุดท้ายที่กรุงเทพฯ มีงานบุญฉลองใหญ่ ทำพิธีไล่เสนียดจัญไรและพวกผีร้าย ให้เห็นว่าฝูงเปรตทั้งหลายต่างตกอยู่ในกองไฟบาป ต้องร้อนรนทุกข์ทรมาน ในขณะที่มีพิธีสวดทั้งพระสงค์และพราหมณ์ กระหึ่มไปทั่วพระนคร เฉพาะเปรตแสนเสน่ห์ได้เฝ้าวนเวียนขอสมาลาโทษต่อพันภพ วงแหวน แพนคำอีกครั้ง

พร้อมกับสำนึกในบาปบุญคุณโทษที่เคยทุบตีด่าว่าแม่ และกระทำชั่วร้ายต่าง ๆ ไว้เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่มากมาย พันภพ วงแหวน แพนคำ และแม่ก้านได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลครั้งใหญ่ให้กับแสนเสน่ห์ ซึ่งแสนเสน่ห์ได้พบกับพันภพครั้งสุดท้ายและสารภาพกับพันภพว่าเท่าที่ได้ทำไปทุกอย่างก็เพราะความรักที่มีต่อพันภพนั่นเอง ขณะที่พันภพออกบวช อุทิศส่วนกุศลให้เปรตแสนเสน่ห์โดยเฉพาะ ที่กรุงเทพฯ ได้มีพิธีล้างอาถรรพ์ครั้งใหญ่อันเนื่องมาจากโรคห่าระบาดสิ้นสุดลงและได้ทำพิธีโล้ชิงช้าที่เสาชิงช้าวัดสุทัศน์นั้น เสียงสวดของพระสงฆ์และพราหมณ์ทั้งหลายก็ไดทำให้บรรดาฝูงเปรตรวมทั้งแสนเสน่ห์หายไปแต่บัดนั้น

ผีเปรตถูกท่านยมจับไป แต่เปรตแสนเสน่ห์กับพี่เลี้ยงตาไล่ล่ากันไปถึงเมืองเหนือ และถูกพระธุดงค์ปราบถ่วงเวลาเรียกผู้คุมมาทรมานให้เห็น และสำนึกขออโหสิและอยากเกิดเป็นพี่น้องกันในชาติหน้าแล้วหนีไปเพื่อสร้างกุศล ทุกคนเอาใจช่วยแผ่กุศลให้ ในชาติปัจจุบัน แสนเสน่ห์มาเกิดตามที่อธิษฐาน แต่แสนเสน่ห์หนีพญายมและบ่วงกรรมไม่พ้น ในโรงพยาบาลเห็นหน้ายมบาลเป็นหมอและพยาบาลลากตัวกลับไปรับกรรมจนได้

************************************************************

@ปริศนา (เทญ่า + ติ๊ก ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

               ปริศนาถูกส่งตัวไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เด็กกับหลวงวิรัช ราชกิจ อาของเธอ ปริศนาเรียนจบแล้วจึงกลับมาอยู่กับแม่ และพี่สาว 2 คน คือ อนงค์ และสิลีที่กรุงเทพฯ เธอสมัครเป็นครูที่โรงเรียนของท่านหญิงรัตนาวดี ซึ่งเป็นน้องของท่านชายพจน์ ท่านหญิงเป็นหัวโจกพาเพื่อนๆเกเร แต่ก็ถูกเธอปราบจนอยู่หมัด ประวิทย์ซึ่งเคยรักอนงค์มาก่อนได้รู้จักกับปริศนา ก็เกิดหลงรักปริศนาอย่างมาก ประวิทย์พาปริศนามารู้จักกับท่านชายพจน์ ระตรีหลงรักท่านชายอยู่แต่ท่านชายเห็นเป็นน้องสาวคนหนึ่ง ประวิทย์บอกรักปริศนา เธอต่อว่ากลับไป เพราะคิดกับประวิทย์เป็นเพื่อน และเธอเองก็รู้ว่าอนงค์รักประวิทย์อยู่ ระตรีต่อว่าปริศนา และบอกว่าเธอคือคู่หมั้นของท่านชาย ประวิทย์แต่งงานกับอนงค์ ในงานท่านชายบอกรักปริศนา ระตรีไปบอกอาหญิงของท่านชายกล่าวหาว่าปริศนาไม่ใช่ลูกของพระพินิจมนต์ตรี และย่าปริศนาไม่ยอมรับเธอเป็นหลาน ย่าและอาหญิงของท่านชายจึงไม่ยอมรับปริศนา พาดีหลวงวิรัชกลับมา และยืนยันว่าปริศนาเป็นหลานจริงๆ เพราะเขารู้เห็นทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ชายตน ย่าจึงรับเธอเป็นหลาน ท่านชายจึงได้แต่งงานกับปริศนา

******************************************************

@เป็นต่อ ……..8  แผ่น....................280  บาท
เรื่องย่อ

เป็นต่อ เป็นละครแนวซิทคอม ในมุมมองของคนโสดรุ่นใหม่ที่กำลังแสวงหาคู่ และเส้นทางการเดินทางของชีวิต เรื่องราววุ่นๆ ของนายเป็นต่อ ( ชาคริต แย้มนาม ) พนักงานฝ่ายขายของนิตยสารรายเดือน สำหรับคนเมืองหลวง เป็นต่อไม่ใช่ศิลปินสติเฟื่อง และไม่ต้องการโดดเด่นเป็นดารา เขาต้องการแค่มีชีวิตที่เรียบง่ายและมั่นคง เขาต้องการแค่เป็นพนักงานฝายขาย เหมือนพนักงานอีกหลายหมื่นแสนคนในกรุงเทพฯ แต่ความต้องการอันสมถะเรียบง่ายของเขานั้น กลับไม่เคยเป็นอย่างที่เขาต้องการ

เป็นต่อ หนุ่มวัย 27 ปี อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกับน้องสาวชื่อ พอใจ ( พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ) ที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ ต่างคนต่างมีความรักและห่วงใยกัน แต่เนื่องจากวัยที่ไม่ใกล้และไม่ไกลกันนัก การแสดงความรักและความเป็นห่วงกันจึงกลายเป็นเรื่องที่ยากไป ความเป็นห่วงซึ่งกันและกันจึงกลายเป็นอุปสรรคของการดำเนินชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่ง อีกทั้งยังมีเพื่อนๆ ร่วมงานที่บริษัท ทั้งพี่ยม ( เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ) ฝ่ายศิลป์จอมเพี้ยน, วอก ( กิตติ เชี่ยววงศ์กุล ) รุ่นน้องจอมไฮเปอร์, พี่หมอน ( ผอูน จันทรศิริ ) ผู้จัดการปากกรรไกร ที่พร้อมใจกันสร้างปัญหาให้พนักงานฝ่ายขายอย่างเขา ต้องเป็นผู้คอยตามแก้ตลอด

รวมไปถึงมีร้านอาหารกึ่งผับที่ประจำของพวกเป็นต่อ ที่ซ่องสุมทั้งความวุ่นวายและปัญหาที่แก้ไม่รู้จักหมด ทั้งเจ๊มิ้นท์ ( วิชชุดา พินดัม ) สาวเซ็กซี่พนักงานดูแลร้าน และจวบบ๋อยปากเสียที่พร้อมจะเพลียถ้าทะเลาะด้วย ถ้าจะมีคำถามซักข้อที่เป็นต่อจะถาม ก็คงจะถามว่า เขาจำเป็นต้องเป็นคนช่วยเหลือคนอื่นไปอย่างนี้อีกนานเท่าไหร่ คำตอบที่ได้ก็คือ คงเป็น "เป็นต่อ" ไปเรื่อยๆ เรื่องราวของละครเรื่องนี้ โดยรวมจะพูดถึงชีวิตของคนโสด และเสน่ห์ของความเป็นโสด ทั้งความสนุก ความเหงา การออกเดท และการแสวงหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคู่หรือความมั่นคง

รายชื่อนักแสดง
ชาคริต แย้มนาม รับบท เป็นต่อ
พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร รับบท พอใจ
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท ทิพย์
ผอูน จันทรศิริ รับบท สายสมร
วิชชุดา พินดัม รับบท มิ้นท์
ธงธง ม๊กจ๊ก รับบท ก็อบ
เจี๊ยบ เชิญยิ้ม รับบท วิเศษนิยม


******************************************************

@ปิ่นมุข  …. 4  แผ่น....................140  บาท      แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

บ้านชยานันท์ มีประมุขของบ้านคือ คุณย่ามาลา มีลูกชายคนเดียวคือ คุณชาญศักดิ์ ซึ่งมีภรรยา 4 คน ภรรยาคนแรกชื่อ ปาน เป็นสาวใช้ หายสาบสูญไปตอนท้องแก่ใกล้คลอด ภรรยาคนที่ 2 คือ คุณหญิงฉวี คุมอำนาจเงินทั้งหมด แต่คุณหญิงเป็นหมันจึงขอบุตรชายชาวไร่มาเลี้ยง โดยมีข้อแม้ให้ใช้นามสกุลเดิมชื่อ อาติยะ พิษณุเวช เมื่อเรียนจบจากอังกฤษก็ได้มาบริหารงานกิจการทุกอย่างแทนคุณชาญศักดิ์ที่เสียชีวิตกะทันหัน

ภรรยาคนที่ 3 คือ วลัย เป็นคนกลัวความจน และมีนิสัยทะเยอทะยาน มีลูกคือ ทัศนาวลัย และสิทธา ลูกชายที่มีนิสัยกระเดียดไปทางผู้หญิง ภรรยาคนที่ 4 คือ บุษบง มีลูกสาวคือ บุษบา หลังจากที่คุณชาญศักดิ์เสียชีวิต คุณย่ามาลาก็หลงๆ ลืมๆ ชอบอาละวาดคนอื่นจนถูกแยกไปอยู่คนเดียว วันหนึ่งบุษบงนำเด็กสาวชื่อ ปิ่น มาเป็นคนใช้ในบ้านชยานันท์ แต่ที่จริงเธอคือ ปิ่นมุก ลูกสาวติดท้องของปาน เธอเข้ามาตามหาพินัยกรรมเพื่อทวงสิทธิ์ของแม่

ทุกวันปิ่นมุกจะแอบปีนรั้วบ้านออกไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งที่นั่นเพื่อนๆ เรียกเธอว่า มุก มุกเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับบุษบา บุษบาจึงรู้เรื่องของปิ่นมุกและยอมช่วย บุษบามีเพื่อนสนิทบ้านติดกันชื่อ พิสมัย ( ไก่ ) พิสมัยอยู่กับพี่ชายชื่อ ภานุ ( กบ ) สิทธาเองก็รู้เรื่องปิ่นมุก เขาเห็นปิ่นมุกเหมือนญาติ ปิ่นมุกจึงมีบุษบง บุษบา สิทธา พิสมัย และภานุ คอยช่วยเหลือ ทัศนาวลัยไม่ถูกชะตากับปิ่นมุกตั้งแต่เห็นหน้า เลยหาเรื่องกลั่นแกล้งตบตีสารพัด

ปิ่นมุกรู้ซึ้งว่าแม่ปานต้องเจอกับการดูถูกเหยียดหยามเพียงใด เธอรู้สึกเกลียดพวกชยานนท์เป็นทวีคูณ และสัญญากับตัวเองว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายแม่ปานของเธออย่างสาสม แต่การสืบหาพินัยกรรมต้องมีการสะดุดหลายครั้ง เพราะสายตาที่จ้องจับผิดของอาติยะ ซึ่งไม่เชื่อเลยว่าเธอเป็นเพียงคนรับใช้บ้านนอกไร้เดียงสา ทัศนาวลัยเห็นอาติยะสนิทสนมกับปิ่นมุกเกินฐานะ เกิดความอิจฉาเลยจับปิ่นมุกไปเฆี่ยนและขังไว้ในเรืองหลังเล็ก เรือนที่แม่ปานเคยอยู่

ปิ่นมุกใช้โอกาสนี้หาพินัยกรรมแต่ก็ไม่เจอ แม้ปิ่นมุกจะหมั่นไส้ในความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของอาติยะ แต่ลึกๆ เธอก็แอบเผลอใจให้อาติยะแบบไม่รู้ตัว แต่อาติยะไม่ได้คิดกับปิ่นมุกเกินเจ้านายกับลูกจ้าง เพราะหัวใจของเขาได้มอบให้แก่ มุก ดีเจ.สาวปากกล้าที่จัดรายการวิทยุของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาติยะโทรไปขอเพลงทุกคืน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าปิ่นกับมุกคือคนเดียวกัน อาติยะอยากเห็นหน้าดีเจ.มุกถึงขนาดโทรหา อ.นิพนธ์ เพื่อนซึ่งเป็นคนก่อตั้งรายการวิทยุที่มุกเป็นดีเจ.อยู่

เขาต้องการเจอหน้ามุกแต่มุกรู้ทันหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ปิ่นมุกเริ่มสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่คุณย่ากินยาสมุนไพรที่วลัยจัดหาให้ คุณย่าจะมีอาการคลุ้มคลั่งมากขึ้น ในทางกลับกันเวลาไม่กินอาการกลับดีขึ้น ปิ่นมุกสืบจนรู้ว่าเป็นยากล่อมประสาทอย่างรุนแรง ปิ่นมุกเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณหญิงฉวี แต่วลัยไหวตัวทันสลับเปลี่ยนยาใหม่ ปิ่นมุกถูกวลัยกับทัศนาวลัยทำร้ายและถูกคุณหญิงฉวีไล่ออกจากบ้าน อาติยะจึงพาปิ่นมุกมาอยู่กับ แม่ทิพย์ ที่ไร่พิษณุเวช

และการมาอยู่ที่นี่ทำให้ปิ่นมุกรู้จักตัวตนอาติยะ แต่ปิ่นมุกยังดื้อที่จะกลับไปบ้านชยานันท์ ประจวบเหมาะกับที่คุณย่าคลุ้มคลั่งเรียกหาแต่ปิ่นมุก ปิ่นมุกจึงได้กลับมาที่บ้านชยานันท์อีกครั้ง วลัยหวังที่จะหุบสมบัติทั้งหมดของชยานันท์ จึงแอบเอาคุกกี้ใส่งาไปให้คุณหญิงฉวีกินเพราะรู้ว่าคุณหญิงแพ้งาอย่างรุนแรง โชคดีที่ปิ่นมุกพาคุณหญิงส่งโรงพยาบาลทัน

ปิ่นมุกได้เจอ พ่อเลี้ยงวุฒิไกร ตอนที่พ่อเลี้ยงมาเป็นกรรมการตัดสินคัดตัวเป็นเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัย มุกแกล้งทำตัวสนิทสนมกับพ่อเลี้ยง เพราะรู้ว่าพ่อเลี้ยงคบอยู่กับทัศนาวลัย พ่อเลี้ยงหลงมุกมากถึงขนาดบุกมาปล้ำมุกถึงห้องอัดรายการ และบอกอาติยะว่ามุกเป็นเด็กที่ตัวเองเลี้ยงไว้ อาติยะมาได้ยินพอดีจึงเสียใจมาก กลับไปอยู่ที่ไร่พิษณุเวชแม่ทิพย์พูดให้สติว่าอย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ตาไม่เห็น อาติยะจึงโทรไปที่สถานีวิทยุนัดเจอมุกที่ดาดฟ้าตอนเที่ยงคืน

เพื่อฟังคำอธิบายทั้งหมด ปิ่นมุกตัดสินใจจะเล่าความจริงทุกอย่างให้อาติยะฟัง แต่ยังไม่ทันจะไปตามนัดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น วลัยพาทนายมาที่บ้านพร้อมพร้อมกับเอาพินัยกรรมปลอมมาเปิดต่อหน้าทุกคน พินัยกรรมระบุว่าคุณชาญศักดิ์ยกบ้านชยานันท์ให้กับวลัยและลูก ส่วนอาติยะจะมีสิทธิในมรดกก็ต่อเมื่อแต่งงานกับทัศนาวลัย วลัยพานักเลงมาลากตัวคุณย่า คุณหญิงฉวี และบุษบงไปอยู่บ้านพักคนชรา

และยึดครองบ้านชยานันท์ ปิ่นมุกโดนซ้อมจนสลบไม่สามารถไปหาอาติยะได้ อาติยะตัดใจจากมุกซมซานกลับมาบ้าน แต่ก็ต้องตกใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาติยะขอให้วลัยพาทุกคนกลับบ้าน แต่วลัยมีข้อแม้ว่าทุกคนต้องอยู่ใต้อำนาจของเธอ และอาติยะต้องแต่งงานกับทัศนาวลัย คุณหญิงฉวีและคุณย่าถูกวลัยจิกใช้และดูถูกเหยียดหยามสารพัด เหมือนกรรมตามสนองที่ท่านทั้งสองเคยทำไว้กับปานในอดีต

พ่อเลี้ยงวุฒิไกรตัดหน้าพาทัศนาวลัยไปจดทะเบียนสมรสเพราะอยากได้สมบัติ วลัยสืบรู้ว่าปิ่นคือปิ่นมุกลูกสาวของปาน วลัยโกรธมากพังเรือนปานจนย่อยยับ อาติยะรู้เรื่องทั้งหมดก็เสียใจหนีกลับไร่พิษณุเวช ปิ่นมุกสิ้นหวังเพราะนอกจากจะทวงความยุติธรรมให้แม่ไม่ได้ ยังต้องสูญเสียอาติยะคนที่เธอรักไปอีกคน ปิ่นมุกกลับไปเรือนแม่ปานและได้พบกับพินัยกรรม ซึ่งซ่อนอยู่หลังรูปของพ่อชาญศักดิ์กับแม่ปาน

ปิ่นมุกทวงบ้านชยานันท์กลับคืนมาได้สำเร็จ แต่เธอถูกวลัยลักพาตัวไปฆ่าอาติยะมาช่วยได้ทัน แต่ปิ่นมุกก็พลาดถูกยิงอาการสาหัส วลัยกลายเป็นคนบ้า ส่วนทัศนาวลัยถูกพ่อเลี้ยงวุฒิไกรทิ้งทั้งที่ยังท้องอ่อนๆ ทัศนาวลัยแค้นเอามีดแทงพ่อเลี้ยงจนเป็นอัมพาต และไปสำนึกผิดอยู่ในคุก ปิ่นมุกกับอาติยะแต่งงานกันและใช้ชีวิตอยู่ในบ้านชยานันท์อย่างมีความสุข


รายชื่อนักแสดง

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบท อาติยะ
พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท ปิ่นมุก
นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท สิทธา
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบท ทัศนาวลัย
นุสรา สุขหน้าไม้ รับบท บุษบา
อติมา ธนเสนีวัฒน์ รับบท พิสมัย
สิทธิพร นิยม รับบท ภานุ
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ รับบท พ่อเลี้ยงวุฒิไกร
กรองทอง รัชตะวรรณ รับบท วลัย

********************************************************

@ ผู้ใหญ่เห็ด VS กำนันหอย  ( ไชยามิตรชัย + ธัญญาเรศ ) …. 3  แผ่น....................105  บาท

ตำบลนาดอนได้มีการชิงตำแหน่งกำนันปรากฏว่า ผู้ใหญ่หอยแห่งบ้านนาดีชนะ ผู้ใหญ่ดามพ์แห่งบ้านหนองอีแหล เรื่องนี้สร้างความเจ็บใจให้กับประมวลและบรรทมเป็นอย่างมาก ประมวลจึงให้เห็ดนักเรียนนอก ลูกสาวคนเดียว ลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเห็ดได้รู้เรื่องราวของกำนันหอยจากคนอื่นๆ ว่าขวางความเจริญ จึงตัดสินใจลงเป็นผู้ใหญ่บ้าน และได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาพัฒนาบ้านเกิดให้ทันสมัย แต่ก็มักจะไม่ผ่านการอนุมัติจากกำนันหอย เป็นเหตุให้ทั้งคู่ผิดใจกัน เห็ดส่งเจนจัดเพื่อให้ไปดิสเครดิตกำนันหอย แต่ถูก ทิว,โนรีชาวบ้านนาดีจับได้และลงโทษ ดังนั้นผู้ใหญ่เห็ดจึงได้ ให้ รฐา หาทางล้มกำนันรฐา รู้สึกคุ้นหน้าเมื่อเจอกับกำนันหอยแต่เธอก็ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของกำนันซึ่งดูล้าสมัย ผู้ใหญ่เห็ดแนะนำชาวบ้านให้ใช้รถเหล็กไถนาแทนการใช้กระบือ โดยมีเสี่ยทวีชัยคอยขายให้ แต่กำนันหอยคัดค้านทำให้ นายอำเภอ ไชยยศ ได้จัดการแข่งขันขึ้นว่าการใช้กระบือกับรถเหล็กอะไรไถนาดีกว่ากันซึ่งกำนันหอยชนะขาดลอย สร้างความไม่พอใจกับเสี่ยทวีชัย การทำขวัญข้าวผ่านไปด้วยดี พอถึงถึงช่วงเก็บเกี่ยวชาวบ้านต่างช่วยกันลงแขก ผู้ใหญ่เห็ดและกำนันหอยมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องของ เทคโนโลยีแทนกระบือ

วันหนึ่งขณะที่
ผู้ใหญ่เห็ดกับรฐา ขับรถเข้าเมืองรถเกิดมีปัญหาและได้กำนันหอยช่วยไว้ เธอจึงจำยอมไปค้างที่บ้านของกำนันหอย ทำให้เธอก็ได้พบกับวิถีชีวิตเก่าๆ ของคนที่นั่นซึ่งเธอไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะเธออยากพัฒนาบ้าน และได้ร่วมมือกับเสี่ยทวีชัยเพื่อสร้างรีสอร์ทและสถานที่ท่องเที่ยว เป็นเหตุให้ถูกนายอำเภอตักเตือน เธอคิดว่าเป็นเพราะกำนันหอย เสี่ยทวีชัยรู้เข้าจึงให้ผู้ใหญ่ดามพ์เผายุ้งข้าวของกำนันหอยทำให้อุราแม่กำนันหอยล้มป่วย เข้าโรงพยาบาลหลังจากผู้ใหญ่เห็ดรู้ความจริงจึงไปเยี่ยมพร้อมมอบเงินค่าเสียหายที่ตนยืมจากทวีชัยให้ ผู้ใหญ่ดามพ์ได้ขายที่หนองบัวแดงให้ทวีชัย ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจนผู้ใหญ่เห็ดไปขอร้องเพื่อชาวบ้านแต่เสี่ยจะยอมก็ต่อเมื่อเธอเป็นแฟนเสี่ย นายอำเภอทราบเรื่องของผู้ใหญ่เห็ดกับกำนันหอยจึงให้ทั้งสองไปอบรมสัมมนา เห็ดได้เจอกับ ดร. สุชาดาแฟนเก่ากำนันหอยซึ่งหวังที่จะคือดีด้วยแต่ต้องผิดหวังเพราะกำนันหอยมีใจกับผู้ใหญ่เห็ด
อำภาแกล้งป่วยหวังให้หอยกลับมาอยู่กับตนแต่ต้องผิดหวังเมื่อหอยกลับไปตามหาหัวใจที่บ้านเกิดอีกครั้ง 

ผู้ใหญ่เห็ดต้องแปลกใจเมื่อเห็นกำนันหอยแสดงวิสัยทัศน์ด้านการเกษตรเหนือกว่ากำนันอื่นๆ ทำให้เสี่ยทวีชัยคอยป้วนเปี้ยนผู้ใหญ่เห็ดโดยมักแสดงความเป็นเจ้าของอย่างมาก ทำให้ผู้ใหญ่เห็ดเกิดความไม่พอใจและ ไล่ให้ทวีชัยกลับบ้านทำให้เสี่ยทวีชัยแค้น จึงไปแก้แค้นกับที่ชาวบ้านซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผู้ใหญ่เลยต้องกลับไปตกลงกลับเสี่ยทวีชัย แต่กลับถูกเสี่ย ลวนลามแต่โชคดีที่กำนันหอย
มาช่วยไว้ได้ทัน

หลังจากเรื่องร้ายๆผ่าน
กำนันหอยก็ได้แต่งงานกับโนรีและไม่นานก็มีข่าวว่ากำนันหอยถูกโจรทำร้ายจนเสียชีวิต เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อเป็น กำนันที่ดีเหมือนกำนันหอยและเมื่อเธอได้ตำแหน่งก็มีปลัดคนใหม่มาแสดงความยินดี เธอก็ตกใจเพราะเขาคือกำนันหอย
ซึ่งเธอคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเรื่องวุ่นจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 19.15 น.

นักแสดง

ไชยา มิตรชัย แสดงเป็น กำนันหอย
หนุ่มจิตใจดี อารมณ์เยือกเย็น สุขุม จนบางครั้งดูเหมือนเป็นคนเฉื่อยชา ไม่ทันสมัย พูดเสียงเหน่อๆบ้างท่าทางเป็น คนซื่อๆเซ่อๆ รักธรรมชาติและความสงบ ยึดยิดกับชีวิตเดิมๆซื่อสัตย์ รักษาความเป็นธรรม แต่บางครั้งกลับตาลปัตรกลายเป็นคนเอาจริงเข้มแข็งได้ ชอบใช้ชีวิตแบบบ้านๆ


ธัญญเรศ รามณรงค์ แสดงเป็น ผู้ใหญ่เห็ด
สาวทันสมัยเรียนจบมาจากเมืองนอกและใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพจนชิน ไฟแรงสูง มีความต้องการจะเห็นบ้านตนเองพัฒนาทันสมัย เหมือนคนในเมือง จนไม่คิดถึงหลักความเป็นจริง มักใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ เอาแต่ใจตัวเอง เป็นคนหูเบาแต่ลึกๆเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้ที่ลำบากทุกข์ยากกว่า รักความถูกต้อง เป็นคนรักสวยรักงาม

พิศาล อัครเศรณี แสดงเป็น กำนันหาญ
เป็นอดีตกำนัน พูดจาเสียงดัง ในใจลึกๆเป็นคนใจดีถึงแม้ภายนอกจะดูดุดัน ใจคอกล้าหาญ มุทะลุ ชอบมองการณ์ไกล นอกบ้านดูดุ แต่ในบ้านเป็นคนที่เกรงใจเมีย ชอบเข้าวัดทำบุญ

โฉมฉาย ฉัตรวิไล แสดงเป็น อุรา
เป็นหญิงแบบฉบับชาวบ้านที่อยากเห็นครอบครัวมีฐานะดีเหมือนคนอื่น ละโมบบ้าง เป็นคนทุกข์ร้อนก่อนที่ปัญหาจะเกิด ตีโพยตีพายเกินเหตุแต่จิตใจดี รักครอบครัว

จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ แสดงเป็น ประมวล
อดีตผู้ใหญ่บ้าน ลักษณะเหมือนคนในเมือง ชอบความเป็นสมัยใหม่ นิสัยชอบเอาชนะผู้อื่น หวงลูกสาวมากบางครั้งดูตลก เจ้าคิดเจ้าวางแผน อวดรู้แต่บางครั้งไม่รู้จริงจนทำให้ตัวเองหน้าแตกอยู่บ่อยครั้ง

วิยะดา อุมารินทร์ แสดงเป็น อุบล
มีนิสัยคล้ายสามีแต่ใจอ่อนกว่า จะปกป้องลูกสาวอยู่ตลอดเวลา เชื่อลูกสาวง่าย ทำตัวเหมือนไม่ชอบสุงสิง กับพวกชาวบ้าน แต่นิสัยจริงๆแล้วชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นเสมอ หูเบาเชื่อคนง่าย

ชนานา นุตาคม แสดงเป็น อำภา
เป็นคนในเมือง ชอบใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในเมือง รักหลานสาวเกินเหตุ ติดนิสัยสุรุ่ยสุร่ายยวมทั้งเห่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยทุกชนิด

เกริก ชิลเลอร์ แสดงเป็น ผู้ใหญ่ดามพ์
ผู้ใหญ่บ้านในตำบลทุ่งนาดี นิสัยทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว เจ้าเล่ห์เพทุบาย ปากกับใจไม่ตรงกัน ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ปากหวานก้นเปรี้ยว แต่จิตใจยังมีความรับผิดชอบหลงเหลืออยู่บ้าง

*******************************************

@ ผยอง  ( หนุ่ม ศรราม + กบ สุวนันท์ ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

             ม.จ.จอมเทพ จตุพล อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศไทย ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนลูกน้องคนสนิทเสียชีวิต จอมเทพเสียใจมากและโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง จึงละทิ้งทุกอย่างออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างไร้จุดหมาย จนพบรักกับสาวชาวไร่คนหนึ่งชื่อกาหลง ทั้งสองตกลงใช้ชีวิตคู่แบบชาวบ้านธรรมดา โดยไม่มีใครรู้ฐานะที่แท้จริงของจอมเทพ ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันชื่อเหินฟ้า ซึ่งไม่รู้ถึงยศถาบรรดาศักดิ์ของพ่อเช่นกัน เหินฟ้าเรียนมัธยมในโรงเรียน ประจำอำเภอ เหินฟ้าไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก แต่เขาให้ความไว้วางใจ กับสนิทสนมกับสวย มากที่สุด สวย กำพร้าพ่อ ฐานะที่บ้านยากจน แต่สวยไม่เคยน้อยใจในโชคชะตาตนเอง เพราะมีนางบุญสม ผู้เป็นแม่ และตาสุด คอยให้ความรักความอบอุ่น

            วันหนึ่งเหินฟ้าขี่จักรยาน โดยมีสวยซ้อนท้ายไปโรงเรียน รถของบัลลังก์ขับเฉี่ยว บัลลังก์พาเหินฟ้าและสวยไปทำแผลที่โรงพยาบาล บัลลังก์สะดุดกับชื่อเหินฟ้ามาก เพราะครั้งหนึ่ง พ่อบุญธรรมของเขาที่หายสาบสูญไปร่วมยี่สิบปี เคยพูดไว้ว่า ถ้าท่านมีลูกจะตั้งชื่อว่าเหินฟ้า บัลลังก์สะกดรอยเหินฟ้าจนพบว่า พ่อของเหินฟ้า ก็คือ ม.จ. จอมเทพ พ่อบุญธรรมของเขานั่นเอง เหินฟ้าผิดหวังอยู่ลึก ๆ ที่เขาไม่ได้เป็นลูกคนเดียวของพ่อ อีกทั้งยังเห็นจอมเทพสนิทสนมกับบัลลังก์มาก เหินฟ้ายิ่งน้อยใจ โดยที่กาหลงและจอมเทพลืมบอกไปว่าบัลลังก์เป็นเพียงลูกบุญธรรม หน้าถัดไป จอมเทพหัวใจวายเสียชีวิตกระทันหัน บัลลังก์เดินทางมาช่วยงานศพ และส่งข่าวให้ ม.จ.ญ.ภิเษกศรี พี่สาวต่างมารดาของจอมเทพทราบ ภิเษกศรีมาร่วมงานศพ และแสดงท่าทีดูแคลนกาหลง เหินฟ้าได้รับรู้ความจริงว่าตน คือ ม.ร.ว.เหินฟ้า จตุรพล ทายาทเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติ เหินฟ้ากับกาหลงปฏิบัติรับมรดกต่าง ๆ แต่เมื่อภิเษกศรีดูถูกดูแคลน เหินฟ้าจึงเกิดความอยากเอาชนะ ยอมรับมรดกของพ่อ  บัลลังก์กลัวว่าเหินฟ้าจะผลาญสมบัติทั้งหมดของจอมเทพ จึงพูดโน้มน้าวให้เหินฟ้าย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯ ก่อนไป เหินฟ้ามอบแหวนวงหนึ่งให้กับสวยเป็นที่ระลึก ซึ่งเป็นแหวนที่จอมเทพเคยให้ไว้กับหญิงสาวคนหนึ่ง เหินฟ้าเข้ามาอาศัยที่วังเพลินจิต ซึ่งภิเษกศรีมีลูก 4 คน คือ ม.ร.ว.ธิดาศรี แต่งงานแล้วมีบุตรชายและหญิง ม.ร.ว.ปิยะพันธ์ กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัย ม.ร.ว.ธัญญวิทย์ เรียนอยู่ชั้น ม.5 และ ม.ร.ว.ขนิษฐศรี บุตรสาวคนสุดท้อง ภิเษกศรีจำต้องอุปการะเหินฟ้า เพราะวังเพลินจิตจริง ๆ แล้วไม่ใช่ของภิเษกศรี แต่เป็นของจอมเทพ ภิเษกศรี แสดงท่าทีดูถูกเหินฟ้าต่าง ๆ นาๆ เหินฟ้าใช้ความอดทนอยู่ที่วังเพลินจิตต่อไป เพื่อจะพิสูจน์ว่าตนเองก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร บัลลังก์พาเหินฟ้าไปพบกับ ม.จ.หญิงมยุเรศลักษณา คนรักเก่าของจอมเทพที่ต้องเลิกร้างกันไป และเป็นเจ้าของแหวนที่เหินฟ้ามอบให้สวย มยุเรศลักษณาเอ็นดูเหินฟ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า เหินฟ้าเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเดียวกับธัญญวิทย์ และขนิษฐศรี สร้างความไม่พอใจให้ขนิษฐศรี เพราะเธอไม่ต้องการให้เหินฟ้ามีอะไรเท่าเทียมกับตน ขนิษฐศรีจึงกลั่นแกล้งฉีกหน้าเหินฟ้าต่อหน้าเพื่อนๆ เสมอ หน้าที่แล้ว | หน้าถัดไป 
        

          เวลาผ่านไป สวยเริ่มเปลี่ยนแปลงจากเด็กเป็นสาวน้อยน่ารัก เป็นจุดสนใจของเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะโกเมน ลูกชายเสี่ยเจ้าของโรงสีรุ่นพี่ที่โรงเรียน โกเมนรู้ว่าสวยคบอยู่กับเหินฟ้า จึงวางแผนกับกิ่งผกา น้องสาวของตนที่แอบชอบเหินฟ้าอยู่ โดยกิ่งผกาแกล้งเขียนจดหมายไปบอกเหินฟ้าว่าสวยเป็นแฟนกับโกเมน
เหินฟ้าเข้าใจผิด และไม่ยอมติดต่อสวยอีกเลย

            วันหนึ่งสวยเป็นตัวแทนของโรงเรียนเดินทางมาร่วมงานที่กรุงเทพฯ เหินฟ้ากับเพื่อน ๆ รวมทั้งธัญญวิทย์ และขนิษฐศรีมาเที่ยวงานนี้ด้วย สวยเห็นเหินฟ้าอยู่ในกลุ่มผู้ดี จนเข้าใจผิดว่าเหินฟ้าลืมเพื่อนกระจอกอย่างเธอไปแล้วเหินฟ้าสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ จนเรียนจบโรงเรียนนายเรืออากาศ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเขาไม่ได้ข่าวจากสวยอีกเลย สวยเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยความช่วยเหลือของหมอแหม่มที่สอนภาษาอังกฤษให้กับเธอ และจบการศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์จากอังกฤษเหินฟ้าเข้ารัราชการเป็นนักบินประจำกองทัพอากาศ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ขนิษฐศรีเปลี่ยนจากความเกลียดมารักเหินฟ้าโดยไม่รู้ตัว แต่เหินฟ้ามองขนิษฐศรีเป็นน้องสาวคนหนึ่ง 

          วันหนึ่ง ความลับทั้งหมดถูกเปิดเผย ว่าเหินฟ้าเป็นทายาทในกองมรดกของจอมเทพ และเป็นเจ้าของวังเพลินจิต ภิเษกศรีเครียดที่ต้องถูกยึดทรัพย์สมบัติ จนล้มป่วย เหินฟ้าตัดสินใจยกวังเพลินจิตคืนให้ภิเษกศรีตามเดิม ภิเษกศรีและลูก ๆ ที่เคยดูถูกเหยียดหยามเหินฟ้า จึงรู้สึกสำนึกผิดและเห็นความดีของเหินฟ้า

******************************************************

@ผู้กองยอดรัก ( ศรราม + ติ๊ก กัญญารัตน์ )…. 3  แผ่น....................105  บาท

นำแสดงโดย
1. ศรราม เทพพิทักษ์
2. กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ
3. มนตรี เจนอักษร
4. ดวงตา ตุงคะมณี
5. ไพโรจน์ ใจสิงห์
6. อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ
7. เกริก ชิลเลอร์
8. พรนภา เทพทินกร
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.20 น. ช่อง 3

เรื่องย่อ
พัน น้ำสุพรรณ ( ศรราม เทพพิทักษ์ ) หลังจากที่เรียนจบสาขานิติศาสตร์เขาก็ทำงานเป็นทนายฝึกหัดอยู่เกือบปีเมื่อหมดกำหนดการผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เขาก็เดินทางกลับบ้านเกิด กำนันพูน ( ไพโรจน์ ใจสิงห์ ) กับนางจันทร์ ( อัจฉราพรรณ ) ก็เตรียมจัดงานต้อนรับการกลับมาของลูกชายอย่างใหญ่โต พันอยากเป็นทหาร แต่พ่อกำนันไม่ยอมเพราะกลัวลูกจะลำบาก จึงติดสินบนเจ้าหน้าที่สัสดี เพื่อไม่พันได้เป็นทหาร

เมื่อพันรู้เรื่องจึงทะเลาะกับพ่อ และคิดวางแผนฆ่าตัวตาย ทำให้พ่อกับแม่จึงต้องตามใจ แต่พันจับได้ใบดำ
เขาจึงไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์โดยใช้วุฒการศึกษาแค่ ป.4 วันแรกที่กรมพันได้พบเพื่อน และได้พบกับผู้กองฉวีผ่อง ( กัญญารัตน์ ) พันเกิดปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่อ่ำ เตือนพันว่าให้ตัดใจเพราะเธอเป็นลูกสาวสุดหวงของพันโท ผวน ( มนตรี ) กับคุณนายไฉววงศ์ ( ดวงตา ) แต่กลับทำให้พันเกิดความรู้สึกท้าทายมาก กว่าที่คิดจะเด็ด ดอก ฟ้าโดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ พันตรี นายแพทย์ สุทธิสาร ( เกริก )

พันเสนอตัวเป็นคนขับรถให้ผู้กองเพื่อหวังจะจีบหล่อน แต่พันก็โดนผู้กองตอกกลับมาทุกครั้ง ผู้กองเริ่ม
รู้สึกว่าพันมีความคิดอ่านเกินกว่าคนจบ ป.4 มีอยู่ครั้งหนึ่งมีงานเลี้ยงตอนกลางคืนแต่ผู้กองไม่รู้ พันจึงอาสาขับรถพาผู้กองไปยืมชุดที่ห้องเสื้อของคุณชื่น ( กนกวรรณ ) จนความลับเกือบแตก ในงานเลี้ยงพันตรีสุทธิสารพยายามตามจีบผู้กองจนพันเกิดความหมั่นไส้และหาวิธีแกล้งสุทธิสาร

คุณนายไฉววงศ์ ซึ่งเป็นคนที่มีนิสัยขี้เหนียวสุด ๆ ชอบใจพัน เพราะพันชอบเอาของมาฝากอยู่บ่อย ๆ และเก็บขวดในบ้านไปขายได้ราคาดี แต่หารู้ไม่ว่าพันควักเงินของตัวเองให้คุณนาย โดยแลกกับความลับของตัวเองจากเจ๊ก สุ่ยที่รู้ว่าเขาคือใคร เจ๊กสุ่ยคิดจะยก อรทัย ให้กับพัน แต่พันให้อ่ำรับหน้าแทน จนอ่ำเกิดชอบอรทัยขึ้นมาจริง ๆ คุณนายไฉววงศ์ขอให้พันโทผวนรับพันมาช่วยงานที่บ้าน พันเป็นพลขับรถให้ผู้กอง ผู้พันสุทธิสารไม่พอใจ และหาทางแกล้งพัน ทั้งสองจึงต่างฝ่ายต่างวางแผนแกล้งกันอยู่เป็นประจำ

พันเริ่มเห็นว่าผู้กองไม่ได้เป็นคนเหย่อหยิ่ง แต่เธอเป็นคนรู้จักวางตัว เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ส่วนผู้กองก็เริ่มเห็นใจในความจริงใจของพัน และเริ่มจะเขวอยู่เหมือนกัน แต่ผู้กองยังคงสงสัยที่พันฉลาดเกินกว่าคนจบชั้น ป.4 ทำให้ยังไม่วางใจ อีกทั้งยังมี อรทัย กับประกาย แม่ค้าขายของในกรมที่มักจะแวะมาหาพันบ่อย ๆ ผู้กองจึงตัดสินใจตีตัวออกห่าง และรับนัดทานข้าวกับพันตรีสุทธิสารทุกครั้ง

พันเป็นที่โปรดปรานของคุณนายไสววงศ์ เพราะช่วยคุณนายทำขนมทำให้พันโทผวนหึง อรทัย มีอาการ
เวียนหัว และอาเจียน ทำให้อ่ำเข้าใจพันผิด พันโทผวนได้ทีจึงสั่งขังพัน ผู้กองรู้สึกผิดหวังในตัวพันมากพอเจ๊กสุ่ย พาอรทัยไปตรวจที่โรงพยาบาลจึงได้รู้ว่าหล่อนเป็นโรคกระเพาะ เมื่อผู้กองรู้ความจริงจึงบอกให้พันโทผวนปล่อย ตัวพันทันที มีคำสั่งด่วนให้ผู้กองไปรักษาคนไข้ที่ต่างจังหวัด

พันโทผวนจึงให้พันเป็นคนขับรถไปส่งระหว่างทางมีโจรดักปล้นรถผู้กอง พันจึงพาผู้กองหนี แต่ดันไปเจอรังโจรและถูกจับ หัวหน้าโจรเห็นผู้กองก็อยากจะได้มาเป็นเมีย พันจึงออกอุบายหลอกโจรว่าผู้กองเป็นเมียตนเองและจูบผู้กองให้โจรดู หัวหน้าโจรจึงยอมตัดใจ ในค่ายผู้กองได้รักษาโจรคนหนึ่ง และผู้กองได้บอกเมียโจรคนนี้ว่าจะต้องรีบพาสามีหล่อนไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะตายได้ เมียโจรจึงวางแผนใส่ยานอนหลับไว้ในเหล้าจนหัวหน้าโจร และพวกหลับสนิท จนหนีออกมาได้

มาถึงกรุงเทพฯ พันตรีสุทธิสารก็เร่งรัดขอแต่งงานกับผู้กอง พันโทผวนเห็นด้วยและเปิดโอกาสให้พัน โดยการให้หาสินสอดทองหมั้นจำนวนมากมาสู่ขอ พันจึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ที่สุพรรณให้มาสู่ขอผู้กอง ขบวนขันหมากมาถึงบ้านผู้กองพร้อม ๆ กัน แต่ขันหมากของพันตรีสุทธิสารดูจะได้เปรียบมากกว่า เพราะว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาเป็นเถ้าแก่สู่ขอ แต่พอพันโทผวนได้พบกับกำนันพูนถึงกับตะลึง! เพราะทั้งสองคนเคนเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน ที่สำคัญกำนันพูนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของพันโทผวนอยู่มากโข พันโทผวนจึงให้ผู้กองฉวีผ่อง ตัดสินใจเองว่า จะรับขันหมากจากฝ่ายใด และใครคือคนที่ผู้กองเลือก!!

*****************************************************

@ฝันเฟื่อง ( ติ๊ก + เจี๊ยบ )…. 2  แผ่น....................70  บาท แนวละคร โรแมนติก-คอมเมดี้

เรื่องย่อ

ถ้าความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ความรักของ รัฐรวี ( เจษฎาภรณ์ ผลดี ) ว่าที่นักการฑูตหนุ่มกับ มณฑิรา ( โสภิตนภา ชุ่มภาณี ) คุณหนูไฮโซผู้เพียบพร้อม คงจะเป็นพรหมลิขิตที่ขีดเส้นไว้อย่างซับซ้อนและอลหม่านอย่างที่สุด เพราะกว่าสองคนจะได้เจอกันและรักกันได้ ต้องผ่านเรื่องวุ่นวายนับไม่ถ้วน

เริ่มตั้งแต่ต้นเหตุชนวนความรักคือ อุทธรณ์ ( ภูริ หิรัณพฤกษ์ ) พนักงานขายประกัน ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของคนใช้เก่าแก่ของบ้านรัฐรวี อุทธรณ์เป็นทั้งเพื่อนเล่นและลูกไล่ของรัฐรวีตั้งแต่เด็ก อุทธรณ์เกิดไปตกหลุมรัก วิไลลักษณ์ ( อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ) สาวใช้คนโปรดของมณฑิรา ซึ่งดูๆ แล้วมันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้รัฐรวีกับมณฑิราได้เจอกัน แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะอุทธรณ์ดันพลั้งปากบอกว่าตัวเองเป็นรัฐรวีลูกชายท่านรัฐมนตรี ส่วนวิไลลักษณ์เองก็แอบขโมยเสื้อผ้าเครื่องประดับของมณฑิรามาใส่และอ้างตัวว่าเป็นคุณหนูวิไลลักษณ์สาวไฮโซกำมะลอ ทั้งอุทธรณ์และวิไลลักษณ์ต่างตกลงไปในหลุมพรางที่ขุดขึ้นมาเอง

โกหกกันแค่สองคนยังไม่พอ ทั้งอุทธรณ์และวิไลลักษณ์ยังลากเอารัฐรวีและมณฑิรามาลงเรือลำเดียวกันอีก เพราะเมื่อรัฐรวีรู้ความจริง เขายื่นคำขาดให้อุทธรณ์ไปยุติเรื่องโกหกทั้งหมด แต่อุทธรณ์ของความเห็นใจเพราะเขาตกหลุมรักคุณหนูวิไลลักษณ์อย่างแรง และถ้าความจริงถูกเปิดเผย เขาต้องสูญเสียเธอไป อุทธรณ์ขอใช้ชื่อรัฐรวีเพื่อมัดใจวิไลลักษณ์ก่อน เมื่อสำเร็จแล้วก็จะบอกความจริงทันที รัฐรวีจำยอมเพราะเห็นแก่แม่ชื่น แม่ของอุทธรณ์ที่เลี้ยงดูตัวเองมาตั้งแต่เกิด แต่รัฐรวีมีข้อแม้ว่าทุกครั้งที่นัดเจอกัน ต้องให้เขาไปด้วย เพราะเขากลัวว่าอุทธรณ์จะล่วงเกินวิไลลักษณ์ จนทำให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียง อุทธรณ์หวั่นใจเพราะกลัวว่าวิไลลักษณ์จะชอบรัฐรวี หนุ่มหล่อ เท่ห์ แล้วจะเปลี่ยนใจจากตน อุทธรณ์เลยขอให้รัฐรวีติดตามไปในฐานะคนขับรถ กว่ารัฐรวีจะยินยอมทำตาม อุทธรณ์ต้องยกเหตุผลร้อยแปดมาอธิบาย จนน้ำลายแทบแห้ง สุดท้ายรัฐรวีจึงต้องมาสวมบทคนขับรถให้แม้จะไม่เต็มใจนัก

ทางฝ่ายมณฑิราเมื่อจับได้ว่าวิไลลักษณ์แอบเอาเสื้อผ้าและเครื่องประดับของเธอไปหลอกหนุ่มๆ เธอกลับไม่ถือโทษ แต่กลับเป็นห่วงกลัวว่าวิไลลักษณ์จะโดนหลอก มณฑิราจึงให้วิไลลักษณ์เชิญคุณรัฐรวี ( ซึ่งจริงๆ แล้วคืออุทธรณ์ ) มาที่บ้านเพื่อช่วยดูตัวให้ วิไลลักษณ์ซาบซึ้งในน้ำใจของมณฑิรา ทำให้ความรักเทิดทูนที่เธอมีต่อนายสาว ยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้น ในวันที่อุทธรณ์จะมาพบพ่อแม่ของวิไลลักษณ์ มณฑิราพานายวง, แม่เมียด และไอ้เวียน พ่อแม่และพี่ชายของวิไลลักษณ์ไปขัดสีฉวีวรรณโบ๊ะรวยให้สมศักดิ์ศรีของคุณหนูวิไลลักษณ์ ละครฉากใหญ่ที่มณฑิราจัดขึ้นเกือบจะสมบูรณ์แบบ ขาดก็แต่นักแสดงตำแหน่งสำคัญคือ บทคนใช้ เนื่องจากยายเอี่ยม และหนูหิ่น คนรับใช้เก่าแก่ในบ้านที่ไม่กินเส้นกับครอบครัวของวิไลลักษณ์ไม่ยอมเล่นด้วย

มณฑิราจึงจำเป็นต้องแปลงร่างเป็นคนรับใช้ของวิไลลักษณ์ไปโดยปริยาย เพื่อเพิ่มความสมจริงให้ละครฉากสำคัญทำให้มณฑิราต้องตกลงมาอยู่ในเรือลำเดียวกับรัฐรวีไปอีกคน และแล้วเส้นทางของพรหมลิขิตก็ขีดไว้ทำให้รัฐรวีกับมณฑิรามาเจอกันจนได้ รัฐรวีมาบ้านมณฑิราในฐานะคนขับรถประจำตัวของคุณอุทธรณ์ และครั้งนี้เองเขาได้พบกับมณฑิราสาวใช้คนสวยของคุณหนูวิไลลักษณ์ ศรรักปักอกรัฐรวีเข้าอย่างจัง รัฐรวีตกหลุมรักมณฑิราทันที ถึงแม้จะตะขิดตะขวงใจในความสวยและดูดีของสาวใช้คนนี้ก็ตาม มณฑิราเองก็สะดุดกับหน้าตาและผิวพรรณที่ดูดีเกินฐานะคนขับรถของรัฐรวี แต่ด้วยฐานะของคนขับรถทำให้เธอไม่อยากสุงสิงมากนัก และเพราะความถือตัวนี้เอง ยิ่งทำให้รัฐรวีสนใจอยากรู้จักสาวใช้ที่ชื่อมณฑิรามากขึ้น

อุทธรณ์เอ่ยปากชวนวิไลลักษณ์ไปเที่ยวทะเล โดยขอยืมบ้านพักตากอากาศของรัฐรวี ซึ่งรัฐรวีก็ไม่ปฏิเสธแต่มีข้อแม้ว่าต้องพามณฑิราไปด้วย ไม่งั้นอด !! อุทธรณ์เลยต้องหว่านล้อมให้วิไลลักษณ์พามณฑิราไปด้วย แต่วิไลลักษณ์ไม่ยอม มณฑิราเห็นใจและต้องการหนี อัครเดช ( เบญจพล เชยอรุณ ) ชายหนุ่มจอมจุ้นจ้านที่ตามตื้อเธอไม่เลิก มณฑิราจึงรับปากว่าจะไปด้วย ทำให้รัฐรวีดีใจจนเนื้อเต้นคิดว่าการไปเที่ยวครั้งนี้เขาต้องพิชิตใจสาวใช้มณฑิราได้แน่ แต่มันไม่ได้เป็นอย่าที่คิด เพราะรัฐรวี, มณฑิรา, วิไลลักษณ์ และอุทธรณ์ ต่างต้องเล่นละครเป็นคนอื่นและปิดบังฐานะที่แท้จริงของตัวเองไว้ให้แนบเนียนที่สุด แถมยังต้องเจอกับ ซูซี่ ( เจมี่ บูเฮอร์ ) เลขาสาวขาวเซ็กซ์ของรัฐรวีที่ตามมาจับรัฐรวีถึงที่ ทั้งสี่คนต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลาเพื่อปิดบังฐานะของตัวเองให้รอดตัวไปวันๆ แต่ท่ามกลางความอลหม่าน ความรักเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ค่อยๆ เพาะตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจของรัฐรวีและมณฑิรา

หลังกลับจากทะเล รัฐรวีตอบตัวเองได้เต็มปากว่าเขารักสาวใช้มณฑิราเข้าแล้ว ในวูบนั้นเขาเอาคำว่าเหมาะสมและการคาดหวังของพ่อแม่ทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วเดินหน้าตามจีบมณฑิราต่อไป ทำให้มณฑิราอึดอัดเพราะถึงแม้เธอจะสนใจรัฐรวี แต่ด้วยฐานะของคนขับรถทำให้เธอไม่สามารถจะมีใจให้ได้ แต่แล้วฟ้าก็เป็นใจให้มณฑิราได้ล่วงรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของรัฐรวี มณฑิราเหมือนยกภูเขาออกจากอก และเปิดใจให้รัฐรวีได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะเธอต้องการพิสูจน์ว่า ว่าที่ท่านทูตอย่างเขาจะรักผู้หญิงที่เป็นเพียงสาวใช้ได้จริงหรือเปล่า แต่ที่ทำเอามณฑิราอดห่วงไม่ได้ ก็คือวิไลลักษณ์ ที่ยังไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับ นายอุทธรณ์ เธอพยายามบอกอุทธรณ์โดยอ้อมๆ หลัวว่าอุทธรณ์จะล้มเลิกแผนการณ์ แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่ออุทธรณ์ไม่กล้าพอจะบอกกับวิไลลักษณ์ เขาจึงตัดสินใจพาวิไลลักษณ์หนี และหวังรวบหัวรวบหางให้สำเร็จก่อนจะบอกความจริง

การหนีหายไปของวิไลลักษณ์กับอุทธรณ์ทำให้รัฐรวีและมณฑิราต้องช่วยกันตามหา ในระหว่างนี้เองมณฑิราได้มีโอกาสรู้จักกับรัฐรวีมากขึ้น และเห็นถึงจิตใจที่ดีงามของเขาที่ปฏิบัติต่อสาวใช้อย่างเธอด้วยการให้เกียรติ ในขณะที่รัฐรวีเองยิ่งได้อยู่ใกล้มณฑิรา เขายิ่งเห็นความสวยงาม อ่อนโยนแสนดีของเธอ ความรักที่มีอยู่แล้ว ก่อตัวขึ้นอย่างแข็งแรง และยากเกินกว่าเขาจะยั้งใจ ฝ่ายวิไลลักษณ์และอุทธรณ์เมื่อหนีมาอยู่ด้วยกัน ทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้กันและกันอย่างจริงจัง ไม่มีหน้ากากของคุณหนูที่ปั้นแต่งหรือมาดของคุณชายที่ต้องเสริมสร้าง ทั้งสองคนเริ่มเปิดตาและมองดูตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย และท้ายที่สุดก็ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน

เรื่องของวิไลลักษณ์และอุทธรณ์ก็มีทางลงเอยไปได้ดี แต่เรื่องของรัฐรวีและมณฑิรากลับยังไม่จบ หลังจากที่มณฑิรายอมยกโทษให้วิไลลักษณ์และจัดงานแต่งงานให้เป็นของขวัญ อุทธรณ์ประหลาดใจมาก เมื่อรู้ความจริงว่ามณฑิราไม่ได้เป็นคนรับใช้อย่างที่เขาคิด มณฑิราขอให้อุทธรณ์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อย่าบอกรัฐรวีเพราะเธอต้องการพิสูจน์ความจริงใจของเขาอีกสักนิด มณฑิราจะพิสูจน์หัวใจของรัฐรวีแบบไหน แล้วรัฐรวีจะยอมทิ้งยศฐาบรรดาศักดิ์ ฐานะทางสังคม และชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เพื่อมารักกับสาวใช้กำมะลออย่างมณฑิราได้หรือไม่ ความรักของทั้ง 2 หนุ่มสาวคู่นี้ จะลงเอยแบบใด คอยลุ้นไปกับเรื่องราว ความรักวุ่นๆ ของ 2 คู่ชู้ชื่นนี้ได้ใน ละครโรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง “ฝันเฟื่อง” ได้ทาง ททบ.5


รายชื่อนักแสดง

เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท รัฐรวี
โสภิตนภา ชุ่มภาณี รับบท มณฑิรา
ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบท อุทธรณ์
อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท วิไลลักษณ์
เบญจพล เชยอรุณ รับบท อัครเดช
เจมี่ บูเฮอร์ รับบท ซูซี่
รอง เค้ามูลคดี รับบท นายวง
เมตตา รุ่งรัตน์ รับบท แม่เมียด
มาเรียม คำเมือง รับบท แม่ชื่น

 

*************************************************

@พริกขี้หนูกับหมูแฮม (ก้อง +หมิว) …. 3  แผ่น....................105  บาท

                   พิมสายเดินทางมาศึกษาต่อที่ซานฟรานซิสโกหลังจากลาออกจากงานที่เมืองไทย ตั้งใจจะมาพักกับนัทแฟนของเธอที่อพาตเมนต์ของเขา ซึ่งพิมเป็นคนช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของห้องนี้ด้วย แต่ไม่รู้มาก่อนว่าเขาได้ขายห้องให้กับจอนเพราะต้องการหนีหนี้ไปแล้ว เมื่อมาถึง พิมได้จัดแจงตกแต่งห้อง สร้างความแปลกใจให้กับจอนที่เพิ่งกลับมาในตอนกลางคืนเป็นอย่างมาก พิมตกลงกับจอนว่าเธอจะต้องพักในห้องนี้ เพราะไม่มีที่อยู่หรือรู้จักใครในซานฟรานซิสโกเลย ยิ่งไปกว่านั้น เธอได้ถูกคนล้วงกระเป๋าไปอีก ทำให้เธอต้องยืมเงินจอนเพื่อไปลงทะเบียนเรียนเพิ่มเติมภาษาอังกฤษ และได้ต่อเติมห้องนอนเพื่มอีก1ห้อง หลังจากนั้น เธอได้ทำงานพิเศษเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารของพอูนเพื่อหาเงินเพิ่มอีกด้วย
วันหนึ่ง พิมได้ไปงานปาร์ตี้ และได้พบกับนัท ซึ่งมาพร้อมกับเปรมมิกาสาวใหญ่ประจำงานสังคม พิมโกรธและเสียมากที่นัทโกหกเธอมาตลอด และได้มีเรื่องกับเปรมมิกาอีกด้วย เช้าวันต่อมา พิมคิดจะกระโดดตึกตายแต่ได้จอนมาช่วยเตือนสติ ทำให้เธอล้มเลิกความคิดนั้นไป หลังจากนั้น แพ็ทแฟนของจอน ได้มาบอกเลิกเพื่อจะไปแต่งงานกับฝรั่ง จอนเสียใจจนคิดจะผูกคอตาย แต่ก็ได้พิมมาปลอบใจอีกเช่นกัน ทั้งสองคนพากันไปกินเหล้ากันที่ร้านของพอูญ และได้พบกับมะลิวัลย์ซึ่งไปขอทำงานด้วยอีกคน พิมจำมะลิวัลย์ได้ว่าเป็นคนที่ล้วงกระเป๋าเงินเธอไป แต่มะลิวัลย์ทำไปด้วยความจำเป็น และได้คืนเงินส่วนที่เหลือแล้ว เธอจึงไม่คิดจะเอาเรื่อง
                 เปรมมิกา ซึ่งมีเรื่องกับพิมในงานปาร์ตี้ ได้แกล้งพิมโดยปล่อยข่าวเรื่องที่พิมอาศัยอยู่ในอพาตเมนท์เดียวกับผู้ชาย จนทำให้ป้าซึ่งอาศัยที่นิวยอร์ก ต้องมาที่อพาตเมนท์เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของที่พัก พิมให้จอนแกล้งปลอมตัวเป็นผู้หญิงเพื่อหลอกป้า แต่หลอกไม่สำเร็จ ทำให้พิมต้องตกลงไปอยู่ที่นิวยอร์กในอีก3วัน
                นัท ได้มาหาพิมและขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น และได้ฝากห่อกระดาษห่อหนึ่งให้เธอเอาไปให้เพื่อนที่นิวยอร์กด้วย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าภายในห่อนั้นมียาเสพติดอยู่ ทำให้พวกที่ต้องการห่อนั้นเข้ามาทำร้ายเธอที่อพาตเมนต์ เพราะหาห่อยาเสพติดไม่เจอเนื่องจากจอนปาไปไว้ใต้โซฟาโดยไม่ได้สนใจ เมื่อจอนกลับมาที่อพาตเมนต์เพื่อมาช่วยพิม เขาได้ถูกทำร้าย แต่โชคดีที่มะลิวัลย์หาห่อนั้นเจอทันเวลา
              จอนเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นพิมได้อัดเสียงลงในเทปเพื่อบอกลาก่อนที่จะไปนิวยอร์ก เมื่อจอนได้ฟังเทปแล้ว เขาได้วิ่งออกจากโรงพยาบาลเพื่อจะไปลาพิม แต่พิมได้ขึ้นรถไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจวิ่งตามรถ และบอกให้พิมสัญญาว่าจะกลับมาที่ซานฟรานซิสโกอีกครั้ง เพราะเธอติดเงินเข้าไว้อีก1เหรียญ
เวลาผ่านไป เมื่อพิมกลับมาจากนิวยอร์ก เธอได้พบกับมะลิวัลย์ ที่มาทำงานให้กับปั๊มน้ำมันซึ่งจอนเป็นเจ้าของ มะลิวัลย์เอาเงินอีก1เหรียญไปให้จอนและบอกเขาว่ามีคนเอามาคืน เมื่อจอนหันไปได้พบกับพิม ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง.......

************************************************

@ เพื่อนรักเพื่อนร้าย  …. 3  แผ่น....................105  บาท
เรื่องย่อ

ไตรจักร และ ตรีเทพ เป็นเพื่อนรักกัน ไตรจักรเป็นลูกกำพร้ามีน้องสาวชื่อ เครือวัลย์ ที่พิการอาศัยอยู่กับ ยาย ส่วนตรีเทพเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง ทำให้เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับความจน ตรีเทพมาอยู่กับไตรจักรเพราะว่าพ่อถูกตีตายและแม่ถูกจับเข้าคุก ด้วยความใกล้ชิดตรีเทพจึงใช้เครือวัลย์เป็นที่ระบายความกำหนัดในวัยหนุ่มโดยที่ไม่มีใครรู้

ตรีเทพและไตรจักรสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่ตัวเองหวัง และทั้งคู่ก็ได้พบกับ เวทิตา ดาวคณะอักษรศาสตร์ ทั้งคู่ต่างก็หลงรักเวทิตาแต่สุดท้ายเวทิตาก็มีใจให้ไตรจักร ทำให้ตรีเทพมองดูด้วยความริษยา ในคณะยังมี สรีรัญ ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของหนังสือพิมพ์มหาชน แต่ไม่บอกว่าตัวเองเป็นใคร เธอทำตัวทอมๆ หลงรักไตรจักรแต่เก็บไว้ ส่วนตรีเทพไม่เห็นสรีรัญในสายตา

เทอมสุดท้ายของปี 4 ไตรจักรและตรีเทพต่างเป็นที่จับตามองว่าใครจะครองเกียรตินิยมอันดับ 1 และเป็นธรรมเนียมที่นักเรียนที่เรียนดีที่สุดจะได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์มหาชน ก่อนสอบไล่ปลายภาคเรียนตรีเทพแอบใส่ยาเบื่อหนูในแก้วน้ำให้ไตรจักรดื่ม ทำให้ไตรจักรไปสองไม่ไหวผลการสอบออกมาทำให้ตรีเทพได้เป็นที่ 1 ของภาควิชา วันแรกของการทำงานไตรจักรไปแสดงความยินดีกับตรีเทพด้วยความบริสุทธิ์ใจ

และยืนยันว่าจะสอบเข้าให้ได้ ส่วนสรีรัญไปเรียนต่อต่างประเทศ ระหว่างรอทดสอบและเรียกตัวจากมหาชน ไตรจักรไปทำงานที่ร้านอาหารของ วิชัย พ่อของเวทิตา ความขยันและความซื่อสัตย์ของไตรจักรทำให้วิชัยเริ่มชอบ ส่วนตรีเทพก็เอาใจวิชัยโดยการเอาร้านอาหารไปโปรโมตในหนังสือพิมพ์ ทำให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จัก แล้วไตรจักรก็ผ่านการทดสอบจากมหาชน

แต่ก่อนวันสัมภาษณ์งานตรีเทพแอบมาขโมยเงินของวิชัยไป เพื่อให้วิชัยเข้าใจไตรจักรผิด วันรุ่งขึ้นขณะที่วิชัยโวยวายไล่ตีไตรจักร เขาก็พลาดออกไปนอกถนนและถูกรถชน ทำให้ไตรจักรไม่ได้ไปสัมภาษณ์งาน วิชัยกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ ตำรวจตรวจสอบบัญชีธนาคารของไตรจักร และพบเงินที่ยายถูกหวยจำนวนใกล้เคียงกับจำนวนเงินของวิชัยที่หายไป ยายและเครือวัลย์ไม่สามารถบอกที่มาของเงินได้เพราะกลัวความผิด

ด้านตรีเทพก็ไปบอกมหาชนเรื่องไตรจักรต้องคดี ทำให้มหาชนไม่รับไตรจักรเข้าทำงาน ไตรจักรถูกจับเข้าคุกและเครือวัลย์พบว่าตัวเองตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว แต่ว่าตรีเทพบังคับไม่ให้เธอบอกใครว่าเขาเป็นพ่อเด็ก ตรีเทพไปเยี่ยมวิชัยเสมอและเอาใจด้วยการพาวิชัยไปทำกายภาพบำบัดและใส่ขาเทียม วิชัยเห็นว่าตัวเองพิการอีกทั้งร้านก็ไม่มีคนดูแลจึงบังคับให้เวทิตาแต่งงานกับตรีเทพ

เวทิตาเอาเรื่องนี้ไปบอกไตรจักร ไตรจักรคิดว่าตรีเทพรักเวทิตาจริงจึงบอกเลิกกับเวทิตา เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เวทิตาเสียใจมากจึงกลับไปบอกตรีเทพว่าเธอยอมแต่งงานกับเขา วันที่ตรีเทพและเวทิตาแต่งงานกันเป็นวันที่ไตรจักรดีใจและเสียใจมากที่สุด ช่วงเวลาที่ไตรจักรอยู่ในคุกเป็นช่วงเวลาที่ตรีเทพกำลังไต่เต้าอย่างมีความสุขในมหาชน ด้วยการมีความสัมพันธ์ลับๆ กับหัวหน้าข่าวชื่อ จีรวรรณ

ส่วนเรื่องครอบครัวเขาก็กำลังจะไปด้วยดี ถ้าสรีรัญลูกสาวคนเดียวของมหาชนไม่กลับมาเสียก่อน สรีรัญกลายเป็นผู้หญิงสวยเปรี้ยวจบโทบริหารจากเมืองนอก ตรีเทพเห็นสรีรัญก็เกิดปิ๊งขึ้นมาและอยากเป็นเจ้าของบริษัท ตรีเทพเริ่มทอดทิ้งครอบครัว 1 ปีผ่านไปหลังจากไตรจักรออกจากคุก ไตรจักรได้มาทำงานเป็นคนขับรถที่มหาชน วันหนึ่งนักข่าวที่จะต้องไปทำข่าว นายพลฉลอง นักการเมืองทุจริต

ไตรจักรสวมบทบาทเป็นนักข่าวแทน วันต่อมาข่าวและรูปที่ไตรจักรทำได้รับการตีพิมพ์อย่างครึกโครม สรีรัญรับไตรจักรเข้าทำงาน เมื่อไตรจักรเข้ามาทำงานในมหาชน สรีรัญชอบแนวทางการทำงานของไตรจักร ตรีเทพหาเรื่องทะเลาะกับเวทิตาแล้วขอเลิก โดยไม่รู้ว่าตอนนั้นเวทิตาเพิ่งตั้งท้อง ตรีเทพแอบไปเบิกเงินของเวทิตาจสหมดเพื่อเอามาซื้อข้าวของยกฐานะตัวเอง แล้วสร้างเรื่องหลอกสรีรัญว่าถูกพ่อตาไล่ออกจากบ้าน

และกำลังจะหย่าเพราะทนเมียดูถูกไม่ไหว เมื่อวิชัยรู้ว่าที่จริงคนที่ขโมยเงินเขาไปและใส่ร้ายไตรจักรจนติดคุกคือตรีเทพ วิชัยก็ด่าตรีเทพอย่างรุนแรง ตรีเทพขาดสติผลักวิชัยหัวกระแทกบันไดเสียชีวิต เมื่อสรีรัญต้องทำงานใกล้ชิดกันทำให้เธอพบว่าไตรจักรเป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษโดยแท้ ความทะนงตัวทำให้สรีรัญประทับใจมาก ขณะที่ดอกรักในหัวใจไตรจักรและสรีรัญกำลังเบ่งบาน

ตรีเทพซึ่งดูด้วยความเคียดแค้นจึงวางแผนไปขอหย่ากับเวทิตา พร้อมชี้ช่องทางให้เวทิตากลับไปหาไตรจักร เวทิตาอยู่ในสภาพจนตรอกจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ไตรจักรกลับคืนมาเป็นของตน ปัญหาความรักสี่เส้าจะมีจุดจบแบบไหน แล้วเวทิตาจะดึงกลับมาได้หรือไม่ แล้วความรักของไตรจักรที่มีต่อสรีรัญจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ในละคร “เพื่อนรัก...เพื่อนร้าย”


รายชื่อนักแสดง

ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ไตรจักร
เอมี่ กลิ่นประทุม รับบท สรีรัญ
วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท ตรีเทพ
อารยา เอ.ฮาร์เกต รับบท เวทิตา
ภัทรยศยา เครือสุวรรณศิริ รับบท เครือวัลย์
ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท เถ้าแก่ฮง
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รับบท ยาย
อรรถชัย อนันตเมฆ รับบท พลเอกฉลอง

************************************************

@ พระจันทร์แสนกล (แคน +เจนนี่) …. 3  แผ่น....................105  บาท


1. ธีรเดช วงศ์พัวพัน
2. เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

เรื่องย่อ
ยอดขวัญและทักษ์ ซึ่งเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึงเดือนจดทะเบียนสมรสกันในวันวาเลนไทน์ ทั้งคู่แข่งขันตอบปัญหาและเล่นเกมส์จนชนะเลิศได้รางวัลเป็นตั๋วฮันนีมูนเกาะไกวัล แต่ทักษ์ติดสอบปริญญาโทจึงไปไม่ได้ ยอดขวัญจึงให้ตั๋วกับปลื้มใจ ที่เป็นน้องสาวทำงานเป็นช่างภาพฟรีแล้นซ์ให้กับนิตยสารสวีทโฮม และกำลังจะเดินทางไปถ่ายภาพบ้านพักตากอากาศของ บูชิต เศรษฐีหนุ่มผู้มีชื่อเสียงบนเกาะไกวัลพอดี ขณะเดียวกันทักษ์ก็นำเรื่องตั๋วนี้ไปบอกน้องชายชื่อทิว โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ ซึ่งกำลังจะลาพักร้อนเพื่อเดินทางไปหาแฟนสาว ชื่อ รุ้งพราย ลูกสาวของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดริมทะเลทางใต้อยู่พอดี ทิวคิดว่าเป็นแค่การเดินทางร่วมกันเพียงชั่วโมง ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรเขาจึงตอบตกลง

ปลื้มใจและทิวมาพบกันที่ดอนเมืองก็จำกันได้ว่าเคยมีเรื่องกันมาตั้งแต่ในงานแต่งงานของยอดขวัญและทักษ์ปลื้มใจและทิวพบว่า เขาและเธอไม่สามารถแยกออกจากคณะคู่ฮันนีมูนอีก 5 คู่ได้เพราะงานนี้จัดขึ้นเพื่อหวังโปรโมทการท่องเที่ยวภาคใต้และจัดโปรแกรมยิ่งใหญ่เชิญสื่อมวลชนมาทำข่าวกันอย่างเอิกเกริก

เหตุการณ์ไม่เป็นดังคาดเมื่อทั้งคณะไปถึงเกาะไกวัลและได้พบกับผู้จัดการ ชลาศัย เธอเป็นสาวใหญ่วัยใกล้สี่สิบที่ยังโสดและมีชีวิตอยู่ในโลกของความฝันถึงความรักอันสวยสดงดงาม ไม่มีใครสามารถกระดิกตัวไปจากโปรแกรมที่ชลาศัยจัดไว้ได้เลย

ปลื้มใจ และทิวตกกระไดพลอยโจนในนามของคู่ฮันนีมูนที่ชื่อ ยอดขวัญและทักษ์ท่ามกลางอีก 5 คู่แรก ปรากรม และ อรชุมา หนุ่มใหญ่ที่ทำตัวเนี้ยบ คู่ที่สอง เอกราชและดารณี หนุ่มสาวไฮโซที่เรื่องมากที่สุดในคณะ คู่ที่สาม นาเรศกับศรุต ตำรวจสาวกับตำรวจหนุ่มเป็นคนที่อัธยาศัยใจคอดีทั้งคู่ คู่ที่สี่ น้องโบกับพี่ตึ๋ง ซึ่งแต่งงานกันทันทีหลังจากอายุเกิน 18 ส่วนคู่สุดท้ายคือ นุชกับเกื้อ สาวน้อยที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับหนุ่มใหญ่ที่ไม่ได้รักกัน

ปลื้มใจได้ไปถ่ายภาพบ้านพักอากาศของบูชิตแต่บังเอิญได้รู้ถึงเบาะแสที่ส่อเค้าว่าบูชิตกำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย โดยใช้เกาะเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของเกาะไกวัลเป็นแหล่งพักยา บูชิตก็ระแวงปลื้มใจ กลัวว่าเธอล่วงรู้ความลับของเขา จึงส่งคนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหว ทิวรู้สึกว่ารุ้งพรายแฟนสาวของเขาทำตัวกลัวเธอแปลก ๆ ไปไม่มีเวลาให้และมักจะอ้างว่าต้องทำงานให้พ่อ

ในงานเลี้ยงคืนสุดท้ายบนเกาะ ซึ่งเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ชลาศัยเชิญนักการเมือง บูชิตมาพร้อมกับรุ้งพราย ทิวได้ยินคนพูดถึงที่ควงคู่มากับว่าที่เจ้าสาว ที่แท้ก็คือแฟนของเขาเอง ความเสียใจทำให้ทิวปลีกตัวออกงานเลี้ยง เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อกลับถึงกรุงเทพ ช่างภาพหนังสือต่างเฮโลมาทำข่าวคู่ฮันนีมูนทั้ง 6 คู่ ก็ล่วงรู้ถึงหูของ นายปรีดา ผู้เป็นบิดาของปลื้มใจ และนายปราโมทย์ ผู้เป็นลุง นายปรีดาเสียใจมากที่ปลื้มใจโกหก ยอดขวัญมาช่วยพูดให้ว่าเป็นแค่การเข้าร่วมโปรแกรมก่อนแต่งงาน และปลื้มใจกับทิวเป็นแค่ แฟน กันเท่านั้น นายปรีดา จึงคลายความเสียใจและบอกทิวว่าถ้ารักชอบกันก็ต้องทำให้ถูกต้อง

นับตั้งแต่นั้นมาทิวจึงต้องมาเทียวรับเทียวส่งปลื้มใจเพื่อแสดงให้ผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นแฟนกันจริง ทั้งนายปรีดาและนายปราโมทย์ต่างก็ถูกใจทิวเป็นอย่างมาก เพราะนิสัยใจคอเหมือนกับพวกเขาทั้งสอง

บูชิตตามมาหาปลื้มใจถึงกรุงเทพเพื่อค้นหาภาพถ่ายสำคัญนั้น ทิวและปลื้มใจนำเรื่องภาพของบูชิตไปปรึกษาศรุต ( นายตำรวจหนุ่ม ) ศรุตดีใจเมื่อได้หลักฐานสำคัญที่จะรอบตัวบูชิต ดังนั้นเมื่อชลาศัยขึ้นมากรุงเทพเธอจึงนัดพบทิวและปลื้มใจเพื่อมารับภาพที่ถ่ายจากเกาะไกวัล ทว่าปัญหาก็ยังตามมาเมื่อรุ้งพรายเริ่มไม่มั่นใจในตัวบูชิต จึงหันกลับมาหาทิว หัวใจที่กำลังจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกันของทิวและปลื้มใจต้องมีอันหยุดชะงัก

แต่เรื่องวุ่น ๆ ของปลื้มใจและทิวก็ยังไม่จบ เพราะวิชญ์ ( แฟนเก่าของปลื้มใจ ) กลับมาจากเมืองนอก และต้องการจะเอาตัวปลื้มใจกลับคืนมาจาก แฟนกำมะลอ เขาตามติดปลื้มใจตลอดเวลา ปลื้มใจไปทานข้าวกับเพื่อนกลุ่มฮันมูน วิชญ์ก็ต้องตกใจเมื่อพบนุช ซึ่งเขาเป็นคนที่ทำให้นุชท้องแล้วหนีไปเมืองนอก วิชญ์ไม่กล้าอยู่สู้ความจริง ดังนั้นเขาจึงหนีเตลิดกลับเมืองนอกอีกครั้ง

และแล้วคู่ฮันนีมูนกำมะลออย่างทิวและปลื้มใจ ก็ได้คนรอบข้างช่วยเชียร์ให้ลงเอยกันจริง ๆ เสียที่เพราะต่างก็ต้องการให้ทั้งคู่ ได้รู้รสความหวานของน้ำผึ้งพระจันทร์ ซึ่งสถานที่ที่ทิวและปลื้มใจตกลงเลือกไปฮันนีมูน คือเกาะไกวัลนั่นเอง
 

*************************************************

@ ภูตพยาบาท (บุ๋ม ปนัดดา)  …. 3  แผ่น....................105  บาท

***************************************************

@ฟ้าใหม่ (ป๋อ +อั้ม)  …. 2  แผ่น................70  บาท


นักแสดงนำ
1. ณัฐวุฒิ สกิดใจ                2. พัชราภา ไชยเชื้อ
3. ดนุพร ปุณณกันต์            4. อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร
5. จีรนันท์ มะโนแจ่ม          6. อติมา ธนเสนีวัฒน์
7. คงกระพัน แสงสุริยะ

เรื่องย่อ

:: ปลายรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อ แสน (พระเอก) อายุได้ 8 ขวบ ออกหลวงพิชิตบรเทศ (หรือหลวงนายสิทธิ์) พ่อของแสนพาแสนเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านได้พระราชทานแสนให้เป็นมหาดเล็กของ สมเด็จพระมหาอุปราชเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ และแสนเป็นที่เอ็นดู และโปรดปรานของท่านยิ่งนัก เพราะเป็นมหาดเล็กที่เด็กที่สุด อีกทั้งยังหน้าตาดีมากอีกด้วย

:: ออกหลวงพิชิตบรเทศพ่อของแสนเป็นขุนนางผู้มั่งคั่งจากการสืบทอดการค้าทางการเรือของตระกูลขุนนางสายกรมท่าขวา ต้นตระกูลเป็นขุนนางเชื้อสายเปอร์เซียน ส่วน แม่นายกลิ่นจันทร์ แม่ของแสนเป็นธิดาสาวสวยของ เจ้าสัว จีนผู้มั่งคั่งสายกรมท่าซ้าย เธอเป็นชาววังมาก่อนและความสวยเป็นที่เลื่องลือนัก และเพราะแสนเป็นหลายชายโทนและฉลาดน่ารักนักหนา เจ้าคุณปู่ และ คุณหญิงย่า ของแสนจึงหมายมั่นให้แสนได้เป็นขุนนางชั้นสูงสุดหนี่ขี่คานหามให้ได้ แต่ท่านทั้งสองสิ้นบุญไปก่อนที่จะได้เห็นความสำเร็จในราชการของแสน

:: แสนสนิทสนมกับมหาดเล็กหนุ่มรุ่นพี่อยู่ 3 คน สองคนคือคุณคนใหญ่ หรือ คุณใหญ่ กับ คุณเล็ก เป็นพี่น้องคลานตามกันมาจากตระกูลขุนนางเศรษฐีผู้ดีเก่าแก่ยาวนานสายเจ้าแม่วัดดุสิตและมีนิวาสสถานอยู่ย่านวัดสุวรรณดาราม เพียงเอ่ยว่า " พวกบ้านวัดสุวรรณ" ก็เป็นที่รู้จักกันว่าตระกูลไหนเหมือนกับที่ถ้าเอ่ยว่า "พวกบ้านท่าตะเภาแขก" ก็จะหมายถึงตระกูลของแสน ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ คุณกลาง หรือ คุณหน้าสวย เป็นเพื่อนร่วมสาบานกับคุณใหญ่คุณเล็กเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลขุนนางฝ่ายวังหลวง คุณกลางมีเชื้อจีนและสามารถพูดภาษาจีน ญวณและมลายูได้ มหาดเล็กรุ่นพี่นี้มีเพียงคุณใหญ่เท่านั้นที่เป็นมหาดเล็กของวังหน้า ส่วนคุณเล็กและคุณกลางเป็นมหาดเล็กของวังหลวง ทั้งสามคนและแสนสนิทสนมกันมาก ไปไหนไปด้วยกันตลอดและต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก มหาดเล็กทั้งสี่นี้ต่างก็มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงในการกอบกู้และสร้างเมืองใหม่ให้เป็น "ฟ้าใหม่" ของคนไทยทั้งปวง

:: วันหนึ่งพี่ทั้งสามคนและแสนว่างจากการฝึกดาบที่สำนักพุทไธยศวรรย์ พี่ทั้งสามนัดกันไปที่วัดเก่าศรีอโยธยาอันเป็นวัดร้าง เพราะได้ยินมาว่ามีตาเถรชรามาจำศีลภาวนาอยู่โดดเดี่ยวที่กุฏิร้างท้ายวัด และว่ากันว่าแกมีของขลังหลายอย่างและมีตาทิพย์ มหาดเล็กหนุ่มทั้งสามอยากได้ของขลังไว้ติดตัว จึงชวนกันไป แสนตามพวกพี่ ๆ ไปด้วย โดยมี ออกรับ ทาสประจำบ้านซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของแสนตามไปดูแลแสน แต่พี่ทั้งสามให้กรับรออยู่เพียงหน้าวัดกับ เจ้าสมเกลี้ยง และ เจ้าพรหม ทาสติดตามของพวกเขา วัดศรีอโยธยาเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนสร้างกรุงศรีฯ เป็นวัดร้างที่ดูน่ากลัวจนไม่มีใครอยากเฉียดใกล้ สามหนุ่มและหนึ่งเด็กบุกพงรกผ่านป่าช้าไปจนถึงกุฏิร้างท้ายวัด เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่ทำให้ประหลาดใจคือ กุฏิซึ่งจะพังมิพังแหล่นั้นไม่มีบันไดขึ้น ต้องโหนหัวไม้เคร่าขึ้นไปและสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจเป็นสิ่งที่สองคือเสียงเชื้อเชิญของชายชราที่เอ่ยราวกับตาเห็นให้สามหนุ่มกับหนึ่งเด็กขึ้นไปหา โดยเรียกว่า "ไอ้ตัวเล็กกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินวันหน้า" และเมื่อโหนกุฏิกันได้หมดแล้ว ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนตะลึงจังงังอยู่กับที่ก็คือ ชายชรานั้นชรากว่าที่คิดเอาไว้มากมายนัก สังขารบอกว่าอายุเกินร้อยปี นั่งหน้าซุกเข่าอยู่เหมือนผ้าขี้ริ้วกองหนึ่ง

:: ชายชราพูดเสมือนพยากรณ์ว่าคุณใหญ่และคุณกลางคือ "จอมคน" และคุณเล็กคือทัพหน้าที่จะปราบเสี้ยนหนามของแผ่นดินให้ย่อยยับ ส่วนแสนคือแขนซ้ายขวาของพี่ ๆ ทั้งสาม เมื่อกรุงศรีอยุธยาหาไม่แล้ว แสนจะเป็นพาหนะไปสร้างกรุงใหม่และมีลูกหลานสืบสกุลใหญ่ไปยาวนานหลายชั่วอายุ คุณเล็กผู้เลือดร้อนต่อว่าชายชราว่าแช่งชักกรุงศรีฯ แต่ชายชรายืนยันหนักแน่นถึงชะตากรรมของเมืองว่าเป็นความจริง และให้คุณใหญ่กับคุณกลางเรียนวิชาดูฤกษ์ล่างฤกษ์บนและฝึกฝนขนบธรรมเนียมการปกครองต่าง ๆ ของบ้านเมือง ส่วนคุณเล็กให้เรียนการพิชัยสงคราม และฝึกฝนวิชาอาวุธ และชายชรายังกล่าวอีกว่า ถ้อยความที่แก่พูดครั้งนี้มหาดเล็กทั้งสี่จะลืมเป็นบางคราว ต่อเมื่อถึงเวลาจึงจะนึกได้

:: และก็เป็นดังชายชราว่า ถึงแม้ว่าช่วงเวลาแรก ๆ มหาดเล็กหนุ่มทั้งสามจะกังวลกับถ้อยคำของแก่เพราะกรุงศรีอยุธยานั้นว่างศึกมาหลายชั่วอายุคน จึงมิมีการฝึกวิชาอาวุธ และทั้งสามเห็นว่าพระมหาอุปราชผู้จะสืบราชบัลลังก์ก็ออกจะมีจิตฝักใฝ่ในอิสตรี และทรงเป็นนักฝันชอบนิพนธ์ คำประพันธ์ แต่เพราะความที่เวลานั้น "บ้านเมืองยังดี" ไม่มีข้าศึกศัตรูมารุกราน อีกทั้งมหาดเล็กทั้งสี่ต่างร่วมปฏิญาณกันว่าจะมิแพร่งพรายเรื่องคำทำนายนี้แก่ผู้ใดเป็นอันขาด ประกอบกับอีกไม่นานต่อมาก็ถึงวาระพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นไปสมโภชพระพุทธบาท ข้าราชบริพารและนางในทั้งวังหลวงและวังหน้าโดยเสด็จแทบนับมิถ้วนเป็นขบวนมโหฬารและสนุกสนานมาก ด้วยว่าเป็นการเสด็จทั้งโดยชลมารคและสถลมารค และพระมหาอุปราชนิพนธ์คำประพันธ์อันไพเราะล้ำและขับประทานให้แสนฟังระหว่างเสด็จประพาสธารโศกและธารทองแดง คำของชายชราจึงเลือนไปหลบนิ่งอยู่เบื้องหลังความสุขของแผ่นดิน

:: เมื่อแสนย่างเข้าสู่วัยหนุ่มและโกนจุกแล้วนั้น เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ประชวรด้วยโรคร้ายและระหว่างนั้นมีการขัดแย้งกันในหมู่พี่น้องพระราชวงศ์ของท่าน เหตุเพราะเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ทรงเป็นคนเจ้าอารมณ์อยู่แล้ว และเมื่อผสมกับความเจ็บป่วยกับความถือตนว่าเป็นพี่คนโตเป็นลูกอัครราชมเหสีและเป็นรัชทายาท อารมณ์ก็ยิ่งแรงมากขึ้น ทรงสั่งให้ลงอาญาเจ้ากรมปลัดกรมคนของน้อง ๆ ทั้งสามซึ่งเรียกกันว่า เจ้าสามกรม เพราะทรงเห็นว่าตั้งให้ทรงกรมสูงกว่ายศที่ควรแก่ฐานะถือว่าผิดราชประเพณี จนเพราะความเกลียดชังให้เกิดแก่บรรดาเจ้าสามกรม เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์จึงถูกกราบบังคมทูลเรื่องลักลอบทำชู้กับ ขาวสุดพุดจีบจีน หม่อมห้ามของพระบิดา ท่านจึงต้องพระราชอาญาซึ่งจะต้องถึงประหาร แต่เพราะก่อนที่พระมารดาของท่านจะสวรรคตได้เคยทูลขอต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิให้ลงโทษพระโอรสถึงประหาร เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์จึงต้องอาญาโทษโบย 230 ทีและถูกริบราชบาตร แต่เพราะเหตุที่ท่านประชวรติดต่อกันมาถึงสามปีแล้ว ท่านจึงมิอาจทนพิษบาดแผล และทิวงคตเมื่อถูกโบยได้ 180 ที แสนสะเทือนใจในชะตากรรมของเจ้านายอันเป็นที่รักยิ่งนัก และแม้เวลาจะล่วงผ่านไปนานเพียงใดก็ตามแสนก็ยังสะเทือนใจทุกครั้งที่นึกถึงยิ่งเห็นแหวนก้อยที่ท่านถอดประทานให้ก็ยิ่งสะเทือนใจ

:: หลังจากเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ทิวงคต คุณใหญ่ได้รับหมายเกณฑ์ให้เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กของ เจ้าฟ้าอุทุมพร คุณใหญ่จึงพาแสนเข้าถวายตัวด้วย คุณเล็กยังอยู่วังหลวง ส่วนคุณกลางนั้นออกไปอยู่หัวเมืองตากตั้งแต่เป็นหนุ่มเต็มตัวและได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่ประจำของตน ก่อนหน้าที่จะเกิดการโบยครั้งยิ่งใหญ่นี้ คุณใหญ่และคุณเล็กรู้สึกถึงบรรยากาศในวังเริ่มร้อนราวไฟอยู่แล้วและคิดกันว่าหากต้องสิ้นเจ้านายจริง ๆ จะหาทางออกไปประจำอยู่หัวเมืองรอบนอกและข่าวที่สะดุดใจพ่อของแสนยิ่งนักคือข่าวจากคุณกลางซึ่งประจำอยู่หัวเมืองตากว่า อลองพญา ซึ่งเดิมเป็นพรานแห่งบ้านมุตโชโบและมาตั้งตนเป็นเจ้านั้น ยังอาฆาตแค้นไทยอยู่อย่างรุนแรงและคงไม่ปล่อยให้โอกาสหากได้ช่องที่จะชำระแค้นกับไทย พ่อของแสนสังหรณ์ว่าความระเริงในความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอยุธยาจนผู้คนประมาท เถลิงแต่ความสุขจนมิได้ระวังภัยจะนำอาณาจักรนี้ไปสู่ความล่มสลาย และสั่งแสนว่าหากอยุธยาถึงคราวล่มสลายจริง ๆ ให้แสนอยู่ใกล้ชิดคุณพี่ทั้งสามและหาถิ่นใหม่ตั้งอาณาจักรไทย ความสังหรณ์ของพ่อแสนนั้นมีมาตลอดเพราะคนกรุงศรีฯ รู้เรื่องพุทธทำนายความล่มสลายของกรุงศรีฯ ดี แต่คนส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าบ้านเมืองรุ่งเรืองและมีอำนาจไพศาลเหนือบ้านเมืองอื่น อีกทั้งประเมินว่าพวกม่านศัตรูคู่แค้นยังตกต่ำโงหัวไม่ขึ้น จึงไม่ใส่ใจพุทธทำนายนี้กัน

:: อีกนานต่อมาจึงมีพิธีอุปราชาภิเษกเจ้าฟ้าอุทุมพรขึ้นเป็นพระมหาอุปราชพระองค์ใหม่และมีการแห่ครองวัง แสนออกจะตื่นเต้นที่ได้เข้าขบวนแห่ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเขาแต่คุณใหญ่มีทีท่าชืดชายิ่งนัก การเข้าขบวนแห่พิธีอุปราชาภิเษกของเธอครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง เธอมิได้เต็มใจแต่ต้องทำเพื่อให้ตัวรอดไว้ก่อน สำหรับคุณใหญ่แล้วเธอไม่ต้องการลอกคราบเปลี่ยนสีตามนาย เธอถือว่ามีเจ้านายพระองค์เดียวแนบแน่น คือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ เธอบอกแสนว่าหลังพิธีนี้เธอจะออกไปประจำอยู่หัวเมือง แต่จะไม่ไปไกลนัก หากเกิดเหตุในกรุงศรีเธอจะได้เข้ามารับแสนออกไปได้ทัน

:: การได้เข้าขบวนแห่พิธีอุปราชาภิเษกนำพาให้แสนได้พบกับ เรณูนวล (นางเอก) สาวรุ่นที่สวยมาก เธอมาดูขบวนแห่ครองวังกับนางในอื่นๆ การแต่งกายของเธอบ่งบอกว่าเธอเป็นสาวในสกุลสูง แต่ท่าทางเธอแก่นแก้วก๋ากั่นราวเด็กผู้ชาย เธอเรียกแสนอย่างล้อเลียนว่า "ลูกแขกค้าตะเภา" และชมอย่างล้อเลียนอีกเช่นกันว่าแสนขนตายาวเปรื้อย ทำให้แสนหงุดหงิดและขัดเคืองเป็นที่สุด แสนรู้จากเพื่อนชายว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของ พระยาพิษณุโลก กับภริยาเอก พ่อส่งเธอมาถวายตัวเป็นข้าหลวงตำหนัก พระพันวรรษาน้อย ตั้งแต่เธอยังเด็ก ปากคอเธอไม่มีใครเกินและเธอไม่กลัวใครด้วย ห้าวหาญเหมือนพ่อ ชอบขี่ม้ารำทวน ผิดวิสัยหญิงทั่วไป เพื่อนชายของแสนยุด้วยความคะนองให้แสนตอกกลับเธอคืน หากเจอกันอีกว่าเธอเป็นชาวเหนือพูดจากเก๋อไก๋น่าส่งไปเป็นตะพุ่นหญ้าม้ามากกว่าเป็นนางข้าหลวง แสนคิดว่าเขาจะตอกกลับในคราวหน้าที่พบกัน

:: คุณใหญ่รู้เรื่องความหงุดหงิดของแสนด้วยความขัน คุณใหญ่บอกว่าข้าหลวงสาวคนนั้นน่าจะชอบว่าแสนตาสวยและคงอยากให้มองเธอ และล้อแสนว่าตัดจุกไม่ ทันไรก็มีสาวมาเกี้ยวเสียแล้ว แต่ความหงุดหงุดของแสนที่ถูกผู้หญิงล้อหายวับไปในทันใดเมื่อรู้ว่าคุณใหญ่มาที่บ้านครั้งนี้เพื่อมาลาพ่อแสนไปประจำอยู่หัวเมือง แสนใจหายยิ่ง นัก คุณใหญ่สั่งแสนให้ฝึกอาวุธไว้สม่ำเสมอ เพราะเมืองม่านขณะนี้เงียบเชียบผิดสังเกต และได้ข่าวจากคุณกลางว่าขณะนี้ม่านมาค้าอัญมณีตามชายเขตแดนหนักมือขึ้นราวกับ จะรวบรวมเงินทองไว้ทำการใด และผู้ที่มาค้าเป็นชายฉกรรจ์ทั้งสิ้น ไม่ใช่ผู้หญิงดังแต่ก่อน คุณใหญ่ให้แสนบอกพ่อว่าให้แบ่งทรัพย์สินเงินทองเก็บซ่อนในที่ที่พ้นตาศัตรู และเตือนแสนมิให้ข้องแวะกับนางในนางห้าม ด้วยว่าเป็นอันตรายต่อชายผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ให้ดูชะตากรรมของพระมหาอุปราชพระองค์เก่าเป็นตัวอย่าง

:: ในวังหลวงก็ยังมีเรื่องขัดเคืองเกี่ยวกับการสืบราชบัลลังก์คุกกรุ่นไม่สร่าง เพราะ เสด็จพระองค์ใหญ่ หรือ เจ้าฟ้าเอกทัศ พระเชษฐาของเจ้าฟ้าอุทุมพรไม่พอพระทัยที่พระองค์ไม่ได้รับอุปราชาภิเษกเป็นพระมหาอุปราชแต่ตอนนี้ทรงถูกบังคับให้ผนวช และเมื่อเสด็จพ่อยังไม่สิ้นเจ้าฟ้าเอกทัศจึงยังทำอะไรไม่ได้ แต่หากสมเด็จพ่อสิ้น ใครๆ ต่างคาดกันว่าเจ้าฟ้าอุทุมพรคงเดือนร้อนเป็นแน่ เพราะเจ้าฟ้าเอกทัศทรงมีพวกมากกว่า และเจ้าฟ้าอุทุมพรเองก็ไม่ชอบกับฝ่ายเจ้าสามกรม จึงหาพวกไม่ได้ มีแต่สมเด็จพ่อและข้าราชบริพารที่รู้ว่าท่านเอาการเอางานกว่าพระเชษฐา ซึ่งเอาแต่จะสนุกสนานเฮฮาและชอบฟังคนสอพลอ

:: แสนรู้จากแม่นายกลิ่นจันทน์ว่านางข้าหลวงสาวน้อยที่ล้อเขานั้นชื่อ เรณูนวล การมาอยู่วังหลวงของเธอเสมือนเป็นตัวจำนำ เพราะบิดาเธอเป็นเจ้าเมืองพิษณุโลกหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองหน้าศึกทางเหนือ มีผู้คนและนักรบฝีมือดีในปกครองมากมายพอที่จะแข็งเมืองและตั้งตัวเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้

:: คุณใหญ่ไปกินตำแหน่งยกกระบัตรเมืองราชพรี เมืองหน้าศึกทางใต้และได้ลูกสาวเศรษฐีเมืองนั้นเป็นภรรยา คุณกลางได้เป็น พระยาตาก ประจำเมืองตาก เมืองหน้าศึกทางเหนือ ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคู่ คุณเล็กได้เป็น นายสุจินดา ยังอยู่วังหลวง ยังไมีมีคู่เช่นกัน และแสนได้เป็น หุ้มแพร ยังอยู่วังหน้า แสนพบกับเรณูนวลอีกครั้งเมื่อนายสุจินดา (คุณเล็ก) ชวนแสนไปดูพระธาตุวัดวรโพธิ์ที่หักลงเพราะพายุใหญ่ เพื่อจะดูว่ามีนางในคนไหนบ้างที่ไปหา เถนต่างชาติ ให้ทำเสน่ห์ให้ จะได้หมายหัวนางในเหล่านั้นว่าเป็นพวกที่เข้าข่ายอันตรายสำหรับบ้านเมืองเพราะเถนทั้งหลายที่มาฉวยโอกาสเหตุการณ์พระธาตุหักทำพิธีไสยศาสตร์และทำเสน่ห์เป็นพวกกุลามอญ ซึ่งมาจากฝ่ายม่าน เข้าข่ายน่าสงสัยว่าจะปลอมตัวแทรกซึมมาดูลาดเลาประเมินสถานการณ์ในกรุงศรีฯ และล้วงความลับในวังหลวงจากพวกนางในช่างพูดที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปด้วย

:: แสนและนายสุจินดาสวนทางกับขบวนของสตรีมีศักดิ์และเรณีนวลอยู่ในขบวนนั้นด้วย เธอเห็นว่าแสนและนายสุจินดามุ่งไปทางวัดวรโพธิ์จึงเอ่ยแขวะด้วยความดูถูก ให้ทั้งแสนและนายสุจินดาได้ยินอย่างไม่กลัวเกรงว่าเธอขันนักที่ลูกผู้ชายใจทหารกรุงศรีอยุธยานี้ใส่ใจกับตาเถนกุลาข่าขมุด้วย นายสุจินดาพอใจเรณูนวลทันที ด้วยเดาได้ว่า เธอมิใช่นางในที่งมงายอยู่กับการทรงเจ้าเข้าผีหรือหาหมอทำเสน่ห์ ประกอบกับรู้ว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร จึงทักทายกันด้วยดี นายสุจินดาบอกแสนว่าเรณูนวลเป็นหญิงที่เธอ อยากได้มาเป็นคู่เคียงคู่คิด แต่ติดว่าเด็กเกินไปสำหรับเธอ เธอจึงมองไว้ให้แสน แสนว่าเขาไม่อยากได้หญิงที่หัวแข็งเหมือนหัวไอ้โจรมาเป็นคู่

:: นายสุจินดาและแสนไปถึงวัดวรโพธิ์ และเห็นว่ามีกลดพระธุดงค์ปักอยู่ 4-5 กลด มีผ้าปิดล้อมมิดชิด นายสุจินดาพาแสนลอบไปสอดแนมที่กลดหลังหนึ่ง ที่เห็น ยี่สุน นางละครจริตมากเข้าไปและก็จริงดังนายสุจินดาคาด ยี่สุนถูกเถนต่างชาติล่อให้พูดถึงกำลังในการรบของกรุงศรีฯ และหล่อนก็พูดไปเรื่อยโดยไม่รู้เท่าทัน ยี่สุนกลับวังแล้วนายสุจินดาจึงชวนแสนเข้ากลดเพื่อดูทีท่าของเถนคนนั้น โดยทำทีเป็นชาวบ้านทั่วไปมาขอของขลัง แต่เถนนั้นมิปลงใจเชื่อเท่าไรนักเมื่อเห็นสง่าราศรีผู้ดีของนายสุจินดาและแสน และคืนนั้นนายสุจินดาและแสนและบรรดาทาสที่บ้านนายสุจินดาปลอมเป็นตำรวจวังมาทำเหตุไล่พวกเถนสอดแนมไปหมดสิ้น นายสุจินดานึกถึงชะตาเมืองว่านี่น่าจะถึงคราวชะตาร้ายแล้ว

:: คืนหนึ่งแสนสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกราวถูกใครปลุก และนอนต่อไปไม่หลับจึงลุกออกนอกห้องและแสนได้เห็นสิ่งซึ่งทำให้ตัวเองหนาวยะเยือกคือดาวหางกลุ่มโตพาดเต็มฟ้า พ่อของแสนก็ตื่นมาเห็นด้วยเช่นกัน สองพ่อลูกปรารภกันเรื่องการแย่งราชบัลลังก์ ซึ่งเป็นสิ่งปกติของอยุธยายิ่งยามผลัดแผ่นดินยิ่งต้องเกิดขึ้นแน่นอน โดยคาดกันว่ากลุ่มเจ้าสี่กรมคงถูกประหารหมดและเจ้าฟ้าเอกทัศคงสึกออกมาแย่งราชสมบัติจากเจ้าฟ้าอุทุมพรแน่ และก็จริงดังคาด เพียงวันรุ่งขึ้นพระเจ้าอยู่หัวประชวรกะทันหัน แสนและนายสุจินดาถูกเรียกเข้าเฝ้าพระมหาอุปราช และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถึงบันไดหน้าประตูพระมหามณเฑียรที่พำนักของพระเจ้าอยู่หัว ได้เห็นเค้าลางอันจะนำไปสู่การชิงราชบัลลังก์ เริ่มตั้งแต่เจ้าทั้งสี่กรมถูกสมเด็จรับสั่งเรียกให้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะยอมรับพระมหาอุปราชขึ้นครองราชย์ และท่านสี่กรมนั้นถวายสัตย์อย่างไม่เต็มพระทัยเลย ได้เห็นว่าเจ้าฟ้าเอกทัศละจากสมณเพศมาลักลอบซุ่มดูเหตุการณ์ในพระมหามณเฑียรด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระอุปัชฌาย์เจ้าฟ้านเรนทร ทรงบิณฑบาตรชีวิตของเจ้าสี่กรมจากพระมหาอุปราชหากทั้งสี่เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ พระมหาอุปราชยินยอมแต่เจ้าสามกรมมิยอมผนวชจึงถูกประหารทั้งหมด มีแต่ กรมหมื่นเทพพิพิธ ที่ทรงหนีไปผนวชทันจึงไม่โดยประหาร

:: แสนไม่เข้าใจตัวเองว่าเหตุใดเมื่อผลัดแผ่นดินและจะมีเรื่องยุ่งถึงเลือดเนื้อนั้น ใจเขาจึงประหวัดเป็นห่วงข้าหลวงที่ชื่อเรณูนวลขึ้นมาในทันใด ในงานพระเมรุพระบรมศพ ข้าราชบริพารและนางในใกล้ชิดต้องโกนศรีษะไว้ทุกข์ แต่เรณูนวลรับหน้าที่เป็นนางร้องไห้จึงไม่ต้องโกน นายสุจินดาบอกกับแสนว่าเขาและแสนคงต้องเตรียมตัวถวายตัวแก่เจ้านายใหม่อีกครั้ง เพราะได้ยินมาว่าเจ้าฟ้าอุทุมพรจะถวายราชบัลลังก์แก่เจ้าฟ้าเอกทัศ และเธอเห็นบรรดาเถนต่างชาติที่เคยถูกขับไล่ไปจากวัดวรโพธิ์นั้นมาปะปนกับผู้คนอยู่ในงานพระเมรุด้วย น่าจะเป็นเค้าลางว่าศัตรูคู่ศึกดั้งเดิมคือม่านกำลังคืบคลานมาใกล้ทุกขณะจิต ในงานพระเมรุนี้แสนได้ขี่ม้ารำทวนคู่กับนายสุจินดาถวายเจ้าฟ้าเอกทัศทอดพระเนตร และท่านทรงพอพระทัยมาก ประทานเงินให้แก่ทั้งสองคน และเพียงชั่วในคืนนั้นเองเจ้าฟ้าอุทุมพรทรงถูกบังคับกลาย ๆ ให้ถวายราชบัลลังก์แก่เจ้าฟ้าเอกทัศ แล้วหลังจากนั้นท่านทรงออกผนวช

:: เช้ามืดที่แสนเข้าวังหลวงเพื่อถวายตัวต่อพระเจ้าเอกทัศนั้น ขบวนพระประเทียบของพระพันวรรษาผ่านแสนไป และแสนได้เห็นเรณูนวลอยู่ในขบวนพระประเทียบด้วย และเรณูนวลก็เห็นแสน แวบเดียวที่เห็นกันแสนรู้สึกได้ว่าสีหน้าเศร้าและเบื่อหน่ายของเรณูนวลเปลี่ยนเป็นยินดีราวกับได้เห็นคนรู้จักคุ้นเคย แล้วหลังจากนั้นแสนต้องรีบหันหลังให้ขบวนพระประเทียบ เพราะการที่ผู้ชายมองขบวนพระประเทียบนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามและโทษฉกรรจ์นัก

:: แสนเป็นคนแรกที่เข้าถวายตัวต่อพระเจ้าเอกทัศและได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างสูงด้วยพระองค์ทรงทราบว่าแสนเป็นคนโปรดของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ แต่สิ่งซึ่งทำให้แสนใจหายวาบด้วยความชิงชังเป็นที่สุดคือ พระเจ้าเอกทัศทรงยกแสนให้เป็นบุตรบุญธรรมของ จมื่นศรีสรรักษ์ราช ขุนนางสอพลอคู่พระทัยของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นพี่ของสนมเอกสองคนของพระองค์คือ เจ้าจอมเพ็ญ (หรือ เพ็ง) และ เจ้าจอมแมน สองสนมเอกที่มีแต่คนรังเกียจ จมื่นศรีฯ พอใจยิ่งนักที่ได้แสนเป็นบุตรบุญธรรมเพราะตนเองมีแต่ลูกหญิง และหวังจะได้แสนเป็นเขยในภายหน้าอีกด้วย ผู้ที่ช่วยให้แสนสบายใจขึ้นได้คือ จมื่นไวยวรนาถ ขุนนางผู้ซื่ตรงและเอาการเอางาน ผู้ต้องมาเป็นคู่ราชการคู่กินใจกับจมื่นศรีฯ ผู้ตั้งหน้าหาประโยชน์จากการสอพลอพระเจ้าแผ่นดิน เบียนบังของหลวง จมื่นไวยฯ กราบบังคมทูลให้แสนเป็นผู้ติดต่อข้อราชการระหว่างท่านกับจมื่นศรีฯ เท่ากับเปิดทางให้แสนห่างจากจมื่นศรีฯ ได้มาก และต่อมาแสนได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาราชการงานเมืองทั้งฝ่ายมหาดไทยและฝ่ายกลาโหมกับจมื่นไวยฯ อีกด้วย ได้เรียนกลการจัดทัพ การเขียนอ่านเลขอักษรเป็นรหัสอันเป็นวิชาพิเศษ และหอบตำรามาศึกษาท่องจำร่วมกับนายสุจินดาที่บ้านอีกด้วย ปิดประตูท่องกันอยู่แต่ในห้องเป็นเรื่องลับ ข้าวปลาอาหารก็กินอยู่ในนั้น

:: แม่นายกลิ่นจันทน์เข้าไปเยี่ยมเพื่อนพ้องชาววังในวังหลวงได้เห็นตัวจริงของเรณูนวลเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ฟังแสนเล่าเรื่องถูกผู้หญิงล้อเลียนมานานแล้ว และเมื่อ ได้พูดคุยกับเรณูนวล กลิ่นจันทน์ก็ออกจะพอใจว่าผู้หญิงคนนี้ นอกจากจะสวยมากแล้วยังเป็นหญิงที่คมทางปัญญาอีกด้วย และชาติกำเนิดของเธอก็เป็นหญิงมีศักดิ์ตระกูล เป็นถึงลูก เจ้าเมืองพิษณุโลกหัวเมืองสำคัญทางเหนือ เธอเหมาะทุกอย่างที่จะเป็นภรรยาเอก เหมาะที่จะปกครองผู้คน แต่อุปสรรคใหญ่หลวงก็คือเธอเป็นนางใน เท่ากับเป็นสมบัติของพระเจ้า แผ่นดิน สามัญชนแม้จะมาจากตระกูลขุนนางก็มิบังอาจเอื้อมขอให้ต้องราชภัย แต่แม่เรณูนวลเธอมิใช่หญิงฉลาดอย่างสามัญ เธอฉลาดล้ำลึกอีกทั้งเธอรู้หนังสือ ซึ่งแม้นางในทั่วไปก็ ไม่มีโอกาสจะเรียน และเธอก็มิใช่รู้ระดับอ่านออกเขียนได้ธรรมดา หากรู้สูงถึงขนาดเขียนใบบอกราชการได้ เขียนอักษรเลขเข้ารหัสได้ เธอให้น้ำผึ้งป่าดอกสารภีและขี้ผึ้งหอมแก่แม่ นายกลิ่นจันทน์ และที่กระดาษห่อนั้นเธอเขียนตัวอักษรและตัวเลขเป็นรหัสไว้ ใครไม่รู้ก็คิดว่าเป็นการขีดเขียนเล่นอย่างคนมือบอน แต่แม่นายกลิ่นจันทน์เธอก็เป็นคนฉลาดไม่ธรรมดา เช่นกัน ถึงจะถอดรหัสไม่ออกแต่เธอก็สะดุดใจว่านี้ต้องมีอะไรแอบแฝง พระพิชิตบรเทศเป็นผู้อ่านรหัสให้ ข้อความนั้นมีว่า การดีดสีตีเป่าสำหรับลูกผู้ชาย ยามบ้านเมืองดีก็ดีอยู่ เหมือนลายจำหลักดาบ แต่ตัวดาบนั้นต้องดีจริงจึงจะช่วยบ้านเมืองได้ คนรักบ้านรักเมืองรักแผ่นดินเกิด ภักดีมั่นในพระมหากษัตริย์ ย่อมเว้นว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวง และย่อมพา ตัวออกห่างหญิงร้ายชายชั่วทั้งปวง เมื่อรหัสถูกถอด แม่นายกลิ่นจันทน์จากที่ไม่สู้จะชอบใจเรณูนวลว่าทำเหมือนอวดรู้เกินหญิงและบังอาจจะลองภูมิลูกชายเธอก็คลายใจกลายเป็น นิยมชมชอบพระพิชิตและแม่นายกลิ่นจันทน์รู้ว่าเรณูนวลส่งสารปริศนานี้ถึงแสนเพราะเหตุที่แสนไปคลุกคลีใกล้ชิดกับจมื่นศรีสรรักษ์ราชผู้ฉ้อราฏร์บังหลวงที่คนชังกันทั้งเมือง พระพิชิตฯ พูดอย่างมั่นใจว่าเรณูนวลชอบแสนแน่ และสารนี้เท่ากับเป็นปริศนารักของเรณูนวลถึงแสนด้วย แสนเองก็รู้และเขาก็ชอบหญิงฉลาดเช่นนี้ แต่ก็ติดที่เธอเป็นนางในนางต้อง ห้าม แม่นายกลิ่นจันทน์รู้ทันทีว่าเธอต้องตกที่นั่งแม่สื่อเดินสารให้ลูกชายเป็นแน่แท้ แสนทำเป็นนิ่งเสีย ปล่อยให้พ่อแม่คิดหาวิธีที่แยบยลส่งรหัสบอกกล่าวเรณูนวล แล้วกลิ่นจันทน์ ก็คิดออก เธอเอาขี้ผึ้งหอมที่เรณูนวลให้มาทำเป็นสีผึ้งสีปากแบ่งใส่ตลับมากมายไปทั้งถวายทั้งแจกเจ้านายฝ่ายในและชาววังทั้งหลาย เมื่อถึงเรณูนวล กลิ่นจันทน์ก็ทำเป็นยกสีผึ้งตลับ ที่เธออ้างว่าเป็นของเธอใช้เองให้ และพูดกับเรณูนวลด้วยถ้อยคำธรรมดาว่า ในสีผึ้งที่เธอใช้นั้นเธอใส่ลูกกันภัยและลูกพุทธรักษาไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล เรณูนวลเข้าใจทันทีว่า กลิ่นจันทน์บอกนัยให้เธอรักษาตัวให้พ้นจากการเป็นสนมของพระเจ้าแผ่นดิน เธอจึงตอบกลิ่นจันทน์ไปว่าสีผึ้งของแม่เธอก็เป็นตำรับเดียวกับของกลิ่นจันทน์คือใส่ลูกกันภัยและ ลูกพุทธรักษาเหมือนกัน กลิ่นจันทน์กลับบ้านอย่างสบายใจไปเล่าคำสนทนาทั้งหมดแก่พระพิชิตและแสนซึ่งรอฟังอย่างกระหาย และคำจากเรณูนวลนั้นเป็นสิ่งชื่นใจเหลือล้ำสำหรับแสน

:: แสนได้มีโอกาสส่งสารถึงเรณูนวลผ่านตลับสีผึ้งของแม่ครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้น ก็ต้องออกศึกเป็นศึกครั้งแรกในชีวิตของแสน ศึกครั้งนั้นเกิดจากอลองพญาให้ มังระ ราชบุตรตีเมืองทวาย มะริดและตะนาวศรีของไทย และตีได้สำเร็จจึงให้ทัพมุ่งต่อเข้าตีหัวเมืองฝ่ายไทยเพิ่มขึ้น แสนได้ไปทัพทันทีจากคำกราบบังคมทูลของจมื่นไวยฯ เพราะแสนเคยปวารณาตัวไว้ตั้งแต่แรกเรียนวิชากับจมื่นไวยฯ แล้วว่าอยากออกศึก ด้วยหวังจะไปให้ห่างจากครอบครัวของจมื่นศรีฯ และหวังว่าหากชนะศึกษอาจมีโอกาสกราบบังคมทูลขยับขยายไปจากครอบครัวจมื่นศรีฯ ให้เด็ดขาดไปเลย จะได้พ้นข้อครหา แสนสงสัยว่าในวังจะมีหนอนบ่อนไส้ มีขุนนางกินสินบนของพวกม่าน และน่าจะเป็นพระยาราชมนตรีปิ่น พี่ชายของจมื่นศรีฯ กับ พระยาพลเทพ เสนาบดีจตุสดมภ์กรมนา เพราะตำแหน่งแม่ทัพปลัดทัพที่จะออกรบคราวนี้ล้วนคนไม่มีฝีมือนัก ด้วยว่าคนมีฝีมือเชี่ยวชาญทางทหารถูกพลเทพย้ายไปกระจายอยู่ในงานด้านอื่น ดู ๆ ออกจะชัดว่าต้องการทอนกำลังทางการรบของกองทัพ แต่ก็ยังจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย

:: วันเดินทางนายสุจินดานำของเชิญขวัญมาให้แสน ของนั้นคือสายประคำของพระพุทธคุณร้อยแปดเม็ด นายสุจินดาบอกว่าเรณูนวลให้ เรียม พี่เลี้ยงต้นห้องของเธอลักลอบออกจากวังมาฝากนายสุจินดาให้แสน แสนดีใจยิ่งนักแต่ก็เก้อเขินเมื่อโดยนายสุจินดาล้อ แสนฝากแหวนนพเก้าเรือนมณฑปไปให้เรณูนวล และฝากถ้อยความถึงเธอว่า ถ้าบ้านเมืองดี แสนอาสาศึกจนถึงคราวได้บำเหน็จมือ จะทูลขอลูกสาวเจ้าเมืองสองแควมาไว้เป็นศรีบ้าน แต่ถ้าล้มหายตายจากกลางศึก ก็ขอเจ้าของประคำเก็บแหวนนี้ไว้ผู้ข้อมือบุตรชายของเธออันจะเกิดในภายหน้าด้วย แสนเอาแหวนที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ทรงประทานให้ ร้อยเข้าไว้กับสายประคำของเรณูนวลและสวมคอไว้เป็นมิ่งขวัญตนตลอดเวลา

:: แสนและนายสุจินดาได้เป็นลูกทัพไปรับศึกด้านเมืองราชพรีด้วยกัน นายสุจินดาอยู่กองหน้าแสนอยู่กองหลัง พาหนะของนายสุจินดาคือม้าสีดำปลอดตลอดตัว ส่วนของแสนคือ เจ้าผ่านเอก ม้าแสนรู้คู่ใจ บรรดาทาสชายของทั้งบ้านแสนและบ้านนายสุจินดาต่างก็ตามมาอยู่ประจำกองเดียวกับนาย เมื่อพักทัพยามค่ำที่โพธาราม นายสุจินดาขออนุญาตแม่ทัพออกลาดตะเวนกับแสน แล้วนายสุจินดาพาแสนไปที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงซึ่งนายสุจินดาเคยมานานแล้วเมื่อครั้งมาเยี่ยมออกหลวงยกกระบัตร หรือคุณใหญ่ซึ่งตอนนี้ไปประจำอยู่ที่อัมพวา เมื่อไปถึงหมู่บ้านกระเหรี่ยงนั้นเงียบเชียบเป็นหมู่บ้านร้างเพราะผู้คนอบยพหนี้ภัยไปหมด เหลือเพียงเรือนผู้เฒ่าที่นายสุจินดา ตั้งใจมาหาเพียงหลังเดียวที่มีคนอยู่ คือสายน้อยลูกของกระเหรี่ยงเฒ่า เธอบอกว่าผู้เฒ่าตายแล้ว แต่ก่อนตายได้สั่งให้เธอรอพบนายสุจินดาและน้องชาย ซึ่งผู้เฒ่ารู้ด้วยญาณ ว่าจะมาหาแน่นอนและฝากของสำคัญให้นายสุจินดาและน้องกับสั่งให้เธอทำนายการศึกให้ด้วย สาวกระเหรี่ยงใช้กระดูกไก่ 3 อัน เป็นเครื่องทำนาย เธอบอกว่าการรบครั้งนี้ ทัพไทยจะพ่าย แต่ฝีมือการรบอันเก่งฉกาจของนายสุจินดาและแสนจะเป็นที่เลื่องลือ และจะเป็นผู้ช่วยให้กองทัพไทยสูญเสียน้อยที่สุด และต่อไปทั้งคู่จะรับภาระการศึกหนัก และต้องแยกจากกัน แต่จะได้มาพบกันอีก เธอบอกว่าชะตากรุงศรีอยุธยาถึงที่สิ้นสุดแล้ว กรุงจะแตกย่อยยับขอนายสุจินดาและแสนอย่าได้อาลัย เพราะที่สร้างกรุงใหม่มีรอ อยู่แล้ว ณ ที่ที่มีพื้นน้ำกว้างใหญ่ และที่นั่นเธอมองเห็นคนสี่คนร่วมกันตั้งเมือง เมื่อทำนายจบสาวกระเหรี่ยงให้ของฝากจากผู้เฒ่าแก่นายสุจินดาและแสน มันคือเมล็ด ทองคำเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียว เธอให้แสนและสายสุจินดากลืนต่อหน้าเธอ และบอกว่าใครที่กลืนเมล็ดทองคำนี้ไว้ในร่างกายจะไม่มีวันตายโหง แล้วเธอขึ้นม้าควบหายไป ในความมืด

:: และทุกอย่างเป็นดังที่กระเหรี่ยงสาวทำนาย แสนและนายสุจินดานำกองรบอย่างสามารถด้วยสติปัญญา ชั้นเชิง และกลการรบที่ลึกล้ำที่ทำให้ใช้คน จำนวนน้อยต้านและฆ่าคนจำนวนมากได้แต่เพราะความตื่นกลัวของแม่ทัพไทยที่เห็นว่ากำลังของฝ่ายทัพไทยนี้มีน้อยกว่ากำลังของทัพม่านอยู่แล้ว แล้วม่านยังส่งทัพ ม้าเสริมเข้ามาอีก แม่ทัพจึงสั่งถอยกลับอยุธยา หากผู้ใดขัดคำสั่งโทษถึงหัวขาด กองของแสนคุมปืนใหญ่กลับ ส่วนนายสุจินดาอารักขาแม่ทัพ ทั้ง ๆ ที่กองทัพไทยสูญเสีย น้อยมาก แต่ทั้งแสนและนายสุจินดาไม่มีความชอบอันใดในการรบเพราะแม่ทัพเพ็ดทูลความดีเป็นของตนสิ้น ทั้งสองคิดว่าเพียงไม่มีโทษที่แตกทัพก็บุญหัวแล้ว หากแต่ พระเจ้าเอกทัศทรงมีวิจารณญาณในการประมวลร้อยเรื่องราวจากคำกราบบังคมทูลทั้งของแม่ทัพและของนายสุจินดากับแสน ทรงว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นกองทัพ แตกแต่ยังคุมกันกลับได้อย่างไม่เสียพล ผิดกับการแตกทัพทั่วไป ทรงตรัสกับนายสุจินดาและแสนว่าครั้งนี้จะไม่ทรงบำเหน็จใด ๆ ให้อาญาทัพคลอนแคลนเป็นตัวอย่าง ที่ไม่งาม แต่หากต่อไปเมื่อหน้าแสนและนายสุจินดายังรับราชการและมีช่องที่ได้รับมอบหมายให้ออกให้ทำการโดยลำพังแล้วได้ชัยชนะกลับมา เมื่อนั้นท่านจะปูนบำเหน็จ ให้ถึงใจ และทรงอนุญาตให้บ้านแสนฝึกหัดผู้คนยิงปืนได้ ไม่ต้องห้ามเหมือนบ้านอื่น

:: แสนกลับถึงบ้าน นอกจากความปริเวทนาการของครอบครัวทาสที่สูญเสียลูกผัวในการรบแล้ว แสนยังเห็นว่าข้าวของในเรือนถูกเก็บจนเรือนโล่ง พ่อและแม่แสนบอกว่าเตรียมพร้อมไว้ที่จะฝังซ่อนให้พ้นมือศัตรูหากข้าศึกเข้าประชิดกรุงศรีฯ จริง ๆ แม่นายกลิ่นจันทน์ยังสู้ทำอาหารอร่อยจัดใส่สำรับและภาชนะชั้นดีไว้รอรับแสน แม่บอกว่ายามนี้ความสุขนั้นถึงจะน้อยนิดดังสายฟ้าแลบก็ต้องรีบฉกฉวยไว้ พ่อบอกแสนว่าพวกบ้านวัดสุวรรณอพยพไปอยู่สะแกกรัง ขณะนี้รออยู่แต่นายสุจินดา แสนอยากให้แม่อพยพไปกับพวกบ้านสุวรรณด้วย แม่บอกว่าจะดูก่อน ไม่อยากหนี้เสือไปปะจระเข้กลางทาง

:: กินอาหารเสร็จแล้ว ราวกับพ่อจะรู้ว่าลูกชายอยากจะไป "มองหลังคาบ้าน" สาวที่ผูกใจอยู่ จึงทำทีเป็นง่วงนอน และเพื่อให้แม่ไปห่างจากลูกชายด้วยจึงแสร้งให้เรียกหาเฒ่ากรับมานวดให้ ด้วยรู้ว่าแม่นายกลิ่นจันทน์นั้นไม่มีวันยอมให้ใครมีฝีมือนวดสามีเกินตัวเธออยู่แล้วแน่นอน แสนเข้าห้องแล้วลงทางหน้าต่างออกจากบ้านมุ่งไปทางวังหลวง ถึงหน้าบ้านหอรัตนชัย บ้านน้าหญิงของเรณูนวล ยังไม่ทันจะเพ่งหลังคาเรือนด้วยซ้ำเสียงหนึ่งก็ลอยมา แล้วเจ้าของเสียงคือแม่เรียมก็ปรากฏตัว แสนและเรียมต่อปากต่อคำกันจนเรียมแน่ใจว่าใจแสนหนักแน่นกับเรณูนวลจริงแท้ จึงชี้ห้องเรณูนวลให้และให้แสนไปรออยู่เพียงใต้ชายคาหล่อนจะไปตามเรณูนวลลงมาพบ และให้เวลาเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น และห้ามแสนล่วงเกินเรณูนวลเป็นอันขาด แสนให้คำมั่นและให้แหวนรังแตนเพชรเป็นสินน้ำใจแก่เรียม

:: แสนและเรณูนวลได้พบกันเพียงใกล้แค่เอื้อมชั่วหน้าต่างคั่น เรียมไปดูต้นทางอยู่ห่างออกไป แสนเอ่ยคำฝากรักจากใจได้ไพเราะล้ำและจริงใจยิ่งนัก สองคนแลกแหวนและให้คำสัตย์ต่อกัน เรณูนวลประนมมืออยู่ใกล้แก่เอื้อม แรงรักบริสุทธิ์ยามแรกรุ่นทำให้แสนสุดที่จะห้ามใจเขาประนมมือตนทับมือประนมของเรณูนวลแล้วเอามือน้อยนั้นมาแนบใจ และให้คำมั่นแก่เธอว่าวันใดที่กรุงศรีฯ มีฟ้าแผ้วแผ่นดินเย็น แสนจะบากบั่นทำการทุกอย่างให้ได้เรณูนวลไปเป็นดาวประจำชีพ แม้จะต้องฝ่าพระราชอาญาและกฎมณเฑียรบาลก็มิเกรง มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะขวางกั้นเขากับเรณูนวลได้ ขอให้เรณูนวลรักษาตัวให้พ้นภัยรอท่าเขา เสียงจามเป็นสัญญาณหมดเวลาจากเรียม แต่ทันใดนั้นมีเสียงคนร้องด้วยความตื่นตระหนกระคนเสียงร่ำไห้ แล้วเรียมวิ่งถลันมาบอกว่ามีข่าวจากม้าเร็วว่าม่านบุกรุกเข้ามาถึงสุพรรณบุรีแล้ว

:: ความรัก ความอาวรณ์เป็นฉันท์ใด หนุ่มสาวคราวแรกรักเพิ่งได้ประจักษ์ในบัดนี้ เรณูนวลสุดที่หวงตัวต่อไป เธอโผเข้าสู่อ้อมกอดของแสน หัวใจสะท้อนสะท้านดังใบไม้ต้องพายุ เธอให้คำมั่นแก่แสนว่า เมื่อบ้านดีเมืองหายเดือดในวันข้างหน้า ไม่ว่าเธอจะตกไปอยู่ที่ใด หากรู้ว่าแสนยังมิเบนใจไปอื่น ยังตั้งตาคอยวันกลับของเธอ เธอจะสู้ลุยไฟนรก ฝ่าพระราชอาญาไปสู่เรือนแสน แต่หากแสนต้องอันตรายสุดวิสัยที่จะครองกันในชาตินี้ เธอจะบวชชี จะไม่มีวันยอมให้มือชายที่สองมาต้องกายเป็นอันขาด

:: ข่าวข้าศึกบุกเข้าถึงสุพรรณแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในชั่วเช้ามืด ชาวเมืองต่างพากันไปออกที่วัดประดู่โรงธรรม อาราธนาให้ขุนหลวงหาวัดสึกออกมาสู้ศึก พวกที่ใส่บาตรก็ใส่ด้วยกระดาษเขียนฎีกาให้ท่านสึกเช่นกันจนล้นบาตร พระเจ้าเอกทัศยังไม่ทรงทราบข่าวศึกเพราะยังบรรทมหลับอยู่มิมีใครกล้าปลุก บรรดาขุนนางต่างรอเข้าเฝ้าที่จะให้ปลุกพระบรรทมเพื่อกราบบังคมทูลข่าวศึก ก็มีแต่พระยาพลเทพห้าม อ้างว่าจมื่นศรีฯ เคยบอกว่ามิให้รบกวนเบื้องพระยุคลบาทโดยมิมีเรื่องคอขาดบาดตาย นางปริก เข้าวังพบกับเจ้าจอมเพ็ญ บอกเรื่องข้าศึกบุกสุพรรณและชาวเมืองไปขอให้ขุนหลวงหาวัดสึก เจ้าจอมเพ็ญให้เร่งไปบอกจมื่นศรีฯ และพระยาราชมนตรีพี่ชาย ส่วนตัวเจ้าจอมเพ็ญและเจ้าจอมแมนไปเพ็ดทูลยุยงพระเจ้าเอกทัศว่าขุนหลวงหาวัดจะสึกมาชิงราชบัลลังก์ พระเจ้าเอกทัศตรัสอย่างเสียดสีเหยียดหยันว่าจะออกท้องพระโรงไปประทับรอมอบราชบัลลังก์ให้ขุนหลวงหาวัดเอง และเมื่อทรงออกท้องพระโรงก็แผดสุรสีหนาถถามหาว่าใครจะมาถอดพระองค์ออกจากราชบัลลังก์ก็ให้เร่งมา ถ้าถอดพระองค์มิออก พระองค์จะถอดหัวผู้นั้นออกจากบ่า บรรดาขุนนางพากันหัวหดเพราะมิรู้ว่าพระอารมณ์ใด พระยามหาเสนา รีบกราบบังคมทูลเรื่องข้าศึกล่วงเข้าสุพรรณบุรี พระเจ้าเอกทัศจึงทรงต่อเรื่องได้ว่าเหตุใดชาวเมืองจึงต้องไปขอให้ขุนหลวงหาวัดศึก พระองค์ทรงบริภาษบรรดาขุนนางที่มิได้รีบกราบบังคมทูลข่าวศึกให้ทรงทราบโดยเร็วและให้พระยามหาเสนากับ พระยารัตนาธิเบศร์ และ สังฆการี ไปกราบทูลให้ขุนหลวงหาวัดสึกมาช่วยบ้านเมือง

:: ขุนหลวงหาวัดทรงสึกและทรงเรียกแสนกับนายสุจินดาเข้าเฝ้าเป็นสองคนแรก เพราะเป็นสองคนที่เคยทรงไว้พระทัยและได้ยินกิตติศัพท์ฝีมือรบที่แขวงราชพรี และทรงเรียกพ่อของแสนมาควบคุมการสร้างกำแพงกรุงเพิ่ม ขุนหลวงหาวัดให้แสนไปกับพระยารัตนาธิเบศร์ซึ่งเป็นปลัดทัพ โดยให้แสนคุมกองเรือปืนต่อท้ายขบวนของ ราชบังสรร ส่วนนายสุจินดาทรงให้เป็นกองระวังภัยแม่ทัพไปกับพระยายมราชซึ่งเป็นปลัดทัพเช่นกัน แม่ทัพใหญ่คือพระยามหาเสนา จากนั้นทรงให้ปล่อยแม่ทัพ 3 คนจากคุกเพื่อมาช่วยการศึก ได้แก่ พระยาอภัยราชา พระยายมราช และ พระยาเพชรบุรี ซึ่งถูกพระเจ้าเอกทัศสั่งจองจำตั้งแต่เมื่อครั้งที่ไปกราบทูลขอให้ท่านศึกมาชิงบัลลังก์จากพระเจ้าเอกทัศ ต่อจากนั้นท่านจึงกราบบังคมทูลพระเจ้าเอกทัศให้ลงโทษขุนนางสมสู่กับนางในของพระเจ้าเอกทัศอีกด้วย พระเจ้าเอกทัศต้องทรงยอมตามขุนหลวงหาวัดเพราะจนด้วยเหตุผลหนึ่ง และเพราะจำต้องยอมไปก่อนเพื่อให้ขุนหลวงหาวัดกู้บ้านเมืองให้ดี แล้วพระองค์จะทรงกำจัดเสียในภายหลัง จมื่นศรีฯ และพระยาราชมนตรีถูกลงโทษโบยคนละ 50 ที จมื่นศรีฯ ทนความเจ็บปวดได้ แต่พระยาราชมนตรีสิ้นชีวิต

:: กองทัพไทยยกออกไปต้านทัพม่าน กำลังของไทยน้อยกว่าม่านมากแต่ก็รบสุดชีวิตจิตใจรอกองทัพหลวงส่งมาสมทบ แต่ก็ไม่มีวี่แวว แสนและนายสุจินดาเห็น ว่าน่าจะใช้วิธีทำศึกแบบกษัตริย์ คือ ให้แม่ทัพกระทำยุทธหัตถี พระยามหาเสนาเห็นด้วย แสนจึงรับเป็นผู้ไปท้าอลองพญา โดยเอาเฒ่ากรับไปเป็นล่าม อลองพญารับคำท้าชนช้าง กับพระยามหาเสนา นายสุจินดาเป็นกลางช้างคอยส่งอาวุธให้แม่ทัพ อลองพญาจวนเจียนจะเสียท่าแก่พระยามหาเสนา มังระราชบุตร และ มังฆ้องนรธา จึงเข้ามารุมฟัน พระยามหาเสนาขาดคอช้างเสียชีวิต แต่เอาศพไปประจานไม่สำเร็จ เพราะนายสุจินดาสู้สุดชีวิตเอาศพกลับมาได้ ต่อจากนั้นอลองพญาไม่ยอมใช้วิธีรบแบบกษัตริย์อีกเลย ระดมกำลังโหมรุกไล่ทัพไทยจนแตก พระยายมราชบาดเจ็บและสิ้นชีวิตลงอีกคน พระยารัตนธิเบศร์ แสน และนายสุจินดาแปลกใจมากที่ทางกรุงศรีฯ เงียบเชียบไม่ส่งทัพ หนุนมาช่วยเลย จึงล่าทัพกลับเข้ากรุง และเข้าเฝ้าขุนหลวงหาวัดเพื่อทูลถามความขัดข้องในคืนที่มาถึงเลยทันที โดยที่แม้จะแตกทัพมาก็มิกลัวอาญากันอีกแล้ว ปรากฏว่ารอบ กรุงก็มีศึก แสนถูกเอาตัวไว้ติดท้ายช้างของขุนหลวงหาวัดออกไปรบในคืนนั้นเลย และนายสุจินดาถูกมอบหมายให้ไปรับหน้าที่ป้องกันพระนครด้านท้ายคูปากตะเคียน

:: กองทัพของอลองพญาโจมตีกรุงจนตั้งตัวไม่ติด ต้องกระจัดกระจายถอยเข้ากำแพงเมืองและพยายามลวงทัพม่านให้รู้สึกว่าไทยยังมีกำลังอีกมากมายในกรุง พวกไทยที่ขี้ขลาดไม่ยอมรบต่อก็มีมาก หนีกันจ้าละหวั่น แสนนำพลจำนวนเพียงหยิบมือลอบดั้นด้นไปตามหานายสุจินดาจนเจอแช่อยู่ในน้ำถูกทับถมอยู่ด้วยซากศพ แต่ก็ยังฟาดฟันข้าศึกด้านนั้นจนเรียบ และเมื่อเอาตัวขึ้นจากน้ำมาได้นายสุจินดาก็หมดสติ เพราะต้องรบโดยแช่อยู่ในน้ำทั้งคืน

:: ม่านระดมยิงถล่มใส่ไทยหนักด้านวัดท่าพระเมรุ และโดยพระที่นั่งสุริยามรินทร์ พระที่นั่งประจำพระองค์พระเจ้าเอกทัศยอดปราสาทพังลง แสนไปช่วยพ่อที่ประจำอยู่ปืนใหญ่บนเชิงเทินและยิงใส่ตรงที่อลองพญาตั้งทัพอยู่ ลูกปืนใหญ่ตกใส่จุดที่อลองพญาอยู่ และโดนอลองพญาบาดเจ็บจนทัพม่านต้องถอย ทัพไทยใจฮึกเหิมขึ้นทันที ไล่ตามตีท้ายทัพม่าน อีกไม่นานต่อมาจึงได้ข่าวจากเมืองตากว่าอลองพญาสิ้นชีวิตในเขตแดนไทยแถบด่านแม่ละเมา ข่าวอลองพญาสิ้นเป็นที่สำเริงแก่โสตของชาวไทยทุกผู้ โดยเฉพาะพระเจ้าเอกทัศทรงเรียกหาข้าคนมาแต่งเครื่องพิชัยสงครามให้เพื่อจะออกตรวจเชิงเทินร่วมกับขุนหลวงหาวัด ผู้ที่โผล่เข้าไปรองพระยุคลบาทคือจมื่นศรีสรรักษ์ราช สอพลอคู่พระทัย และเมื่อพระเจ้าเอกทัศทรงปรารภจะให้ขุนหลวงหาวัดไปพ้นทางจมื่นศรีฯ ก็ออกความเห็นว่าขุนหลวงหาวัดทรงเป็นคนละเอียดอ่อน ไม่จำเป็นต้องกระทำการใดรุนแรง เพียงแค่เอาประแสงดาบเปลือยฝักวางพาดบนตัก แค่นี้ขุนหลวงหาวัดก็จะทรงทราบแล้วว่า พระองค์จะรับภาระการครองราชย์ดังเดิม พระเจ้าเอกทัศทรงทำตาม และก็ได้ผลจริงดังจมื่นศรีฯ ว่า ขุนหลวงหาวัดกลับไปผนวชดังเดิม

:: การศึกสงบ แสนจึงคิดบวชเพื่อให้พ่อแม่เห็นชายผ้าเหลืองก่อนที่บ้านเมืองจะวุ่นวายอีก เรณูนวลมาร่วมงานฉลองนาคที่บ้านแสนด้วย แสนไม่กล้าแม้แต่จะมองเธอ เกรงสายตาจะบอกความในใจให้แขกเหรื่อรู้สิ้น คำอธิษฐานของเรณูนวลนั้นสนิทแนบเนียนนัก ยากที่ใครจะรู้ว่าเธอเปิดใจถึงแสน เธอขอให้การบุญที่เธอได้ทำในวันบวชนั้นส่งผล แม้จะไม่ถึงสวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ แต่ขอให้สมบัติมนุษย์จงสำเร็จแก่เธอ หากเธอปรารถนาการอันใดและมิได้เบียดเบียนผู้ใดก็ขอให้ได้ดังประสงค์ แต่หากเธอมีปรารถนาสิ่งใดขออย่าได้มีกระแสนกรรมพัดพาสิ่งนั้นเข้ามากล้ำกรายเธอ แสนเข้าใจความหมายของเรณูนวลและได้แต่อธิษฐานตอบอยู่เพียงในใจในสิ่งเดียวกันคือ ขอให้สมปรารถนาในการครองคู่กับเรณูนวล และหากผิดขากเธอแล้วจะมิขอพบพ้องด้วยหญิงใดเลย

:: นายสุจินดาไปนอนเป็นเพื่อนพระแสนที่วัดได้ไม่กี่วัน ก็มีพระราชโองการให้ไปช่วยราชการทางเมืองเหนือตามคำกราบบังคมทูลขอของพระยาพิษณุโลกพ่อ ของเรณูนวล โดยนายสุจินดาจะต้องไปรักษาเมืองเชียงใหม่ ในขณะที่พระยาพิษณุโลกขึ้นไปช่วยรักษาลานนา แต่เมื่อไปประจักษ์ว่าลานนาตกอยู่ในเงื้อมมือม่านสิ้นแล้ว พระยาพิษณุโลกก็ไม่เห็นประโยชน์อันใดที่ทัพไทยจะไปยันช่วยได้ จึงแจ้งไปยังกรุงศรีฯ และยกทัพกลับ

:: แสนลาสิกขามานานจนผมยาวเต็มทีแล้ว แต่ก็ยังมิอาจจัดการเรื่องสู่ขอเรณูนวลได้ เพราะยังไม่มีช่องทางที่เหมาะสม จนนายสุจินดาถามขึ้นในวันหนึ่งว่าจะเอา อย่างไร เนื่องจากฝ่ายหญิงเอกก็ถามมา ด้วยว่าพระเจ้าแผ่นดินก็เริ่มมองดอกไม้งามดอกนี้แล้ว แต่ติดที่สนมเอกสองนางเพ็ญและแมนยังกีดกันเต็มแรง แสนกังวลยิ่งนัก แต่จุดประสงค์จริงแท้ของนายสุจินดามิใช่อยู่ที่คำตอบของแสน เนื่องจากเขารู้ใจแสนดีอยู่แล้ว หากแต่จะมาบอกเรื่องพระยาพลเทพตัวร้ายรู้เรื่องที่เรียมไปพบกับนาย และไปหานายสุจินดาเพื่อหยั่งว่านายสุจินดาจะบังอาจเอื้อมลอบรักกับเรณูนวลหรือไร นายสุจินดารู้ว่าพลเทพระแวงเพราะหากตระกูลใหญ่และกล้าแข็งอย่างตระกูลบ้าน สุวรรณของนายสุจินดาเกี่ยวดองกับตระกูลของเจ้าเมืองใหญ่ผู้ทรงอำนาจอย่างพระยาพิษณุโลกแล้ว ก็จะกลายเป็นตระกูลใหญ่ที่มีนักรบระดับนายทัพนายกองฝีมือกล้าง แข็งยิ่งล้ำยากที่ใครจะล้มได้ อันจะไม่เป็นผลดีต่อใครก็ตามที่เป็นศัตรูและไม่เป็นผลดีต่อราชบัลลังก็ด้วย ความระแวงของพระยาพลเทพครั้งนี้ ยิ่งทำให้ภาพการเป็น ไส้ศึกให้พวกม่านชัดขึ้น และส่อเค้าว่าจากนี้นายสุจินดาและเรียมจะถูกพระยาพลเทพสั่งสอดแนมตลอดแน่นอน และจะทำให้โอกาสที่แสนจะได้พบกับเรณูนวลนั้นยากยิ่ง

:: แต่แสนก็มีโอกาสพบเรณูนวลอีกครั้งโดยความช่วยเหลือของสนมเอกทั้งสองของพระเจ้าเอกทัศซึ่งแสนจำยอมทำดีด้วยทั้ง ๆ ที่รังเกียจนัก ในช่วงเวลาอันน้อยนิดแสนและเรณูกอดพรอดรักและย้ำสัญญาใจต่อกันจนแน่ใจว่าต่างคนต่างไม่ระแวงใด ๆ ต่อกัน แม้ว่าจากนี้ไปจะมิมีโอกาสได้พบกันอีกก็ตาม และเรื่องที่แสนรักกับเรณูนวลนี้ก็เริ่มถูกเผยเมื่อพระยาพลเทพคิดสะระตะแล้วว่า หากมิใช่นายสุจินดาหมายเรณูนวลไว้เองก็ต้องหมายไว้ให้ผู้รับชอบใกล้ชิดคือแสน พระยาพลเทพยกเรื่องนี้มาขู่จมื่นศรีฯ พ่อเลี้ยงของแสนเมื่อจมื่นศรีฯ มีทีท่าว่าเอาใจออกห่าง มิยอมร่วมทำการฉ้อฉลทุจริตด้วยอีก จมื่นศรีฯ ตกใจกลัวจนต้องมาออกปากกับครอบครัวแสนตอนที่มาบอกข่าวที่รู้มาจากพระยาพลเทพว่ามังลอกสิ้นแล้ว กรุงศรีฯ ต้องรับศึกม่านอีก

:: พ่อของแสนสะดุดใจนักที่พระยาพลเทพรู้เรื่องมังลอกสิ้นชนมชีพได้เร็วมาก จึงสันนิษฐานว่า พระยาพลเทพน่าจะมีหน่วยลาดข่าวของตนเองและต้องมีสัมพันธ์โยงใยกับม่านแน่นอน เมื่ออลองพญาสิ้นแล้วนั้น มังลอก บุตรชายหัวปีขึ้นครองกรุงอังวะต่อ แต่ฝีมือการรบนั้นอ่อนกว่าบิดามาก หุยตองจา มอญเจ้าเมืองทวาย จึงไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่ออังวะและเข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้าเอกทัศ กรณีหุยตองจานี้เป็นดังอีกาคาบไฟมาทิ้งใส่กรุงศรีอยุธยา มังลอกครองราชย์ได้เพียงสี่ปีก็สิ้น มังระน้องคนถัดไปขึ้นครองต่อ และถือเอากรณีหุยตองจาเป็นเหตุในการส่งทัพมาตีไทย ทัพม่านตีและปล้นสดมภ์เข้ามาสองด้าน เนเมียวสีหบดี เข้ามาทางเหนือ มังมหานรธา เข้ามาทางตะวันตก หัวเมืองรายทางและหมู่บ้านเล็กหมู่บ้านน้อยของไทยแตกย่อยยับเพราะครั้งนี้ทัพม่านเข้ามาเหมือนโจรเข้าปล้นสดมภ์ทรัพย์สินมากกว่าจะเข้าทำศึก เพื่อขยายอาณาจักร เรือของบ้านแสนที่ไปค้าขายและผ่านแถบทวาย มะริด ตะนาวศรี ถูกม่านปล้นเอาทรัพย์สินและยึดเรือ ลูกเรือที่หนีกลับกรุงศรีฯ ได้บอกกับพ่อแสนว่าใหอพยพหนีเพราะเห็นแล้วว่าศึกครั้งนี้จะหนักเหลือกำลังที่กรุงศรีจะรับ

:: นายสุจินดาขึ้นเหนือไปร่วมรบกับพ่อของเรณูนวล คุณใหญ่ยังอยู่ที่ราชบุรี พระยาตากถูกเรียกตัวเข้ากรุงศรีฯ และมอบหมายให้ไปรับศึกด้านเมืองพริบพรี (เพชรบุรี) และแสนได้ไปกับทัพของพระยาตากด้วย แสนตั้งขอสังเกตเงียบ ๆ ว่าพระยาตากที่ได้พบครานี้หลังจากไม่เคยพบกันนับแต่ท่านออกไปอยู่หัวเมืองนั้น มีสง่าราศียิ่ง แต่ดูเศร้าและเคร่งเครียดผิดจากคุณกลางเมื่อครั้งเป็นหนุ่มน้อย แสนรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระยาตากด้วยฝีมือฉกาจฉกรรจ์และขับไล่ข้าศึกไปจากเขตไทยได้ พระยาตากได้เลื่อนขึ้นเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่ก็ยังมิได้ไปนั่งเมืองเนื่องจากต้องรบต่อ นายสุจินดามีโอกาสกลับมากรุงศรีฯ เนื่องจากพระยาพิษณุโลกเห็นว่าศึกที่เข้ามาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก จึงให้นายสุจินดามาส่งข่าวเรณูนวลให้หาทางขยับขยายลาออกจากวังแล้วนายสุจินดาจะพากลับพิษณุโลกหรือให้ไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัย

:: ทัพม่านทั้งสองทัพเคลื่อนโอบล้อมใกล้กรุงเข้ามาทุกขณะ และตีหัวเมืองและหมู่บ้านตามรายทางแตกเรียบ แต่เมื่อมาถึงบ้านระจัน คนไทยนับพันจากเมือง วิเศษไชยชาญ เมืองสิงห์ และเมืองสุพรรณ รวมตัวกันตั้งค่ายสู้รบยันพวกม่านไว้ได้นานถึงสี่เดือน และมีใบบอกไปยังกรุงศรีฯ ขอปืนใหญ่ไปสู้กับม่าน แต่ใบบอกนั้นเงียบ หายไปถึงสามครั้งสามครา แต่คราที่สี่จึงถึงมือพระยารัตนาธิเบศร์ซึ่งเข้าเวรอยู่ ณ ศาลาลูกขุน พระยารัตนาธิเบศร์แปลกใจว่าตัวเองเหมือนจะเคยได้ยินว่าใบบอกเช่นนี้เคย มีมาแล้ว แล้วหายไปไหน แสนบอกว่าเคยได้ยินว่าอยู่ที่พระยาพลเทพ และพระยาพลเทพพูดไม่ใส่ใจ พูดแต่ว่าชาวบ้านระจันเป็นแค่ซ่องโจร มิใช่ผู้กล้าที่ต้านม่านแต่อย่างใด แสนหาทางเข้าพบเจ้าจอมเพ็ญ ขอให้ตนได้เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลเรื่องใบบอกของชาวบ้านระจัน และก็สำเร็จ พระเจ้าเอกทัศทรงอนุญาตให้ส่งปืนไปให้ชาวค่ายบ้านระจัน ตามที่ทูลขอ แต่ในคืนนั้นที่ประตูเล็กท้ายวัง มีร่างหนึ่งดูไม่ออกว่าหญิงหรือชาย แต่ร่างนั้นใหญ่เกินหญิงคลุมศรีษะและหน้าตามาลอบพบกับร่างหนึ่งจากในวัง ซึ่งเมื่อแรกดูไม่ออกเช่นกันว่าหญิงหรือชายเพราะคลุมผ้าดำตลอดร่าง ต่อเมื่อพบพูดจากกันจึงเผยออกว่าร่างจากนอกวังนั้นคือพระยาพลเทพ และร่างจากในวัง คือ เจ้าจอมเพ็ญ พระยาพลเทพข่มขู่อย่างผู้อยู่เหนือเจ้าจอมเพ็ญเรื่องที่นำแสนเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลขอปืนให้ชาวค่ายระจัน เจ้าจอมเพ็ญแหวว่าตัวเองก็รักชาติบ้านเมืองเช่นกัน ไม่ต้องการให้กรุงเสียแก่ม่าน แต่เมื่อโดนพระยาพลเทพขู่เรื่องจะไม่เอายาเสน่ห์จากพ่อครูเสน่ห์ให้เจ้าจอมเพ็ญอีกต่อไป กับได้ดมน้ำมันที่พระยาพลเทพให้ดม เจ้าจอมจึงอยู่ในอาการมึน ๆ ฟังคำสั่งจากพระยาพลเทพโดยดุษฎี พระยาพลเทพให้เจ้าจอมเพ็ญกราบบังคมทูลพระเจ้าเอกทัศว่าเธอทนเสียงปืนไม่ได้ไม่ให้ทำศึกด้วย การยิงปืน และไม่ให้ปืนแก่ชาวบ้านระจันซึ่งใช้ปืนไม่เป็น และให้ยาแก่เจ้าจอมเพ็ญไปใส่ในของเสวยให้พระเจ้าเอกทัศ กับให้ยาเสน่ห์แก่เจ้าจอมเพ็ญไว้อีกบ้าง

:: รุ่งขึ้นก็เห็นผลจากการปฏิบัติงานของเจ้าจอมเพ็ญ พระเจ้าเอกทัศทรงเปลี่ยนใจไม่ให้ปืนใหญ่แก่ชาวบ้านระจัน แสนปะทะคารมกับพระยาพลเทพอย่างไม่เกรงกลัวพระราชอาญา จมื่นศรีฯ ผู้จะกลับตนเป็นคนดีเพราะแรงความดีของแสนที่ได้ช่วยชีวิตท่านไว้หลายครา กราบบังคมทูลว่า เห็นด้วยที่จะให้ปืนแก่ชาวค่ายระจัน และแสนกราบบังคมทูลว่าจะสอนชาวค่ายระจันให้รู้จักวิธีใช้ปืน เพราะเจ้าเอกทัศจึงทรงโอนอ่อนให้ชาวค่ายระจันมีปืนได้ แต่ต้องหล่อเอง และทรงให้พระยารัตนาธิเบศร์ไปควบคุมดูแล ขุนนางฝ่ายดีทั้งหลายแค้นใจพระยาพลเทพนัก และยิ่งแค้นมากขึ้นเมื่อได้ฟังคำสารภาพจากจมื่นศรีฯ ว่าเจ้าจอมน้องสาวทั้งสองคนของจมื่นศรีฯ ตกอยู่ใต้อิทธิพลของพระยาพลเทพเพราะต้องพึ่งยาเสน่ห์จากทางนั้นและต้องคุณไสยมึนเมา ทำให้ขาดสติต้องปฏิบัติตามคำสั่งทุกครั้งไป

:: แต่ถึงชาวค่ายระจันจะได้ปืน ก็มิอาจทานกำลังม่านได้เพราะมีกำลังน้อยกว่า และเพราะมีคนไทยขายแผ่นดินนำข่าวไปบอกเนเมียวสีหบดีว่าค่ายระจันกำลังได้คนจากรุงศรีฯ มาช่วยหล่อปืนใหญ่ ทัพม่านจึงยกเข้าตีก่อกวนมิให้หล่อปืนได้สำเร็จสมบูรณ์ใช้การได้ และยังตัดทางหาเสบียงและทางสื่อสารกับกรุงศรีฯ อีกด้วย อีกทั้งพวกมอญโดยการนำของ สุกี้พระนายกอง ยังแปรพักตร์ไปเข้ากับพวกม่าน ค่ายระจันจึงแตกแม้ว่าจะรบจนสุดใจขาดดิ้นสิ้นฝีมือ แสนร่วมรบกับชาวค่ายระจัน ฆ่าพม่าจนเหลือที่จะนับศพ จนสุดแรงล้าสิ้นสติฟุบบนหลังม้า เมื่อฟื้นขึ้นพบว่าตัวเองนอนอยู่ในข่ายของพระยากำแพงเพชร พระยากำแพงเพชรบอกว่าจะถืออาญาสิทธิ์เจ้าเมืองเอาตัวแสนไว้ที่ค่ายเพื่อรักษากายที่บอบช้ำสาหัส ส่วนพระยารัตนาธิเบศร์นั้นให้กลับเข้ากรุงไปเพ็ดทูลเอาตัวรอดจากการแตกทัพ และคิดว่าน่าจะรอดเพราะในกรุงขณะนั้นออกจะเละเทะมาก

:: เมื่อเข้าหน้าฝนหน้าน้ำหลาก พระยากำแพงเพชรจึงมีเวลาละจากศึกไปนั่งเมืองกำแพงเพชรเป็นครั้งแรก และมีแสนติดตามท่านไปด้วย แต่ครั้งนี้แม้น้ำจะหลาก ทัพม่านก็ยังมิยกกลับเมือง ยังตั้งคุมเชิงอยู่รอบกรุง ทัพของเนเมียวสีหบดีตั้งที่ปากน้ำพระประสบ ทัพของมังมหานรธาตั้งที่สีกุก พระยากำแพงเพชรนั่งเมืองได้ไม่นาน ก็ถูกเรียกตัวเข้าป้องกันวังหลวงพร้อมกับกองกำลังของท่านอันมีแสนด้วย แสนจึงได้พบกับพ่อแม่อีกครั้งและได้รู้เรื่องที่เรณูนวลหนี้ออกจากวังมาอยู่เป็นเพื่อนแม่นาย กลิ่นจันทน์ตอนรับกันหน้าสิ่วหน้าขวานและพ่อแสนต้องเข้าประจำกำแพงเมืองและเธอยังบอกอีกว่า หากถึงยามคับขันที่สุดและจะอยู่กรุงไม่ได้แล้ว เธอจะหนีออก จากวังมาพาแม่นายกลิ่นจันทน์ไปบ้านเธอที่พิษณุโลก ความกล้าหาญของเรณูนวลชนะใจแม่นายกลิ่นจันทน์อย่างหมดจด เรณูนวลจำต้องอยู่ในวังหลวงเพราะน้าสาวหนี้ ไปซ่อนตัวนอกกรุง ครอบครัวบ้านสุวรรณอพยพไปอุทัยธานี แม่นายกลิ่นจันทน์ฝากสมบัติไปซ่อนที่นั่นด้วย ครอบครัวของจมื่นศรีฯ พ่อเลี้ยงของแสนก็อพยพไปอยู่แถบ บางละมุง นาจอมเทียน แต่ตัวจมื่นศรีฯ ผู้สำนึกผิดแล้วยังอยู่ในกรุงและลั่นปากว่าจะขอตายที่นี่แสนเล่าเรื่องคำทำนายของเถรชราที่ทำนายเรื่องพี่ทั้งสามและแสน ตอนที่แสนยังเด็กให้พ่อแม่ฟังและปฏิญาณกับพ่อว่าจะพาชื่อไทยอยุธยาให้กลับไปเกิดใหม่จะไม่ยอมให้ยศแห่งอยุธยาล่ม

:: ความเลวของพระยาพลเทพปรากฏขึ้นชัดทุกที พระเจ้าอยู่หัวก็เหมือนมิทรงทราบ และยังทรงพระสำราญเหมือนบ้านเมืองไม่มีการศึกใด ๆ ขุนหลวงหาวัดคราวนี้มิเอาธุระแผ่นดินอีกแล้ว ไม่ว่าชาวเมืองจะไปใส่บาตรด้วยฎีกามากมายเพียงใดก็ตาม เพราะทรงโกรธพระเชษฐาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ท่านสึกออกมารักษากรุงให้แล้วมาเปลือยประแสงดาบขู่ท่าน ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่ากรมหมื่นเทพพิพิธหรือพระองค์แขกซึ่งทรงถูกกระเจ้าเอกทัศเนรเทศไปเกาะลังกา กลับมาส้องสุมผู้คนอยู่ ณ เมืองปราจีนบุรี จึงมีผู้คนไปสมทบกับพระองค์ท่านมากมาย รวมทั้งพระยารัตนาธิเบศร์ด้วย

:: ข่าวมังมหานรธาแม่ทัพผู้กล้าแข็งของม่านเสียชีวิตทำให้คนไทยดีใจและระเริงกันมาก หากแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานเตือนไม่ให้ระเริง เพราะการที่มังมหานรธาตายไป จะทำให้เนเมียวสีหบดีมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบัญชาทัพแต่เพียงผู้เดียว ปราศจากผู้ขัดแย้งดังแต่ก่อน ทัพม่านจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวยิ่งกว่าเมื่อครั้งมีแม่ทัพสองคน และก็จริงดังคำผู้เฒ่าว่า ม่านยึดที่ดอนทุกที่นอกกรุงเป็นที่ตั้งทัพและปืนใหญ่ ระดมยิ่งเข้ากรุงศรีฯ เป็นระยะ ๆ ทุกวัน ปักหลักรอเวลาน้ำลดอย่างอดทน เมื่อชาวเมืองเห็นว่าครานี้น้ำที่หลากนองมิได้ทำให้ข้าศึกล่าถอยดังแต่ก่อน จึงต่างเก็บทรัพย์สมบัติฝังซ่อน บ้านก็อพยพไปหาที่หลบภัย ส่วนผู้ที่ยังอยู่ก็เหงาหงอยไม่มีแก่ใจจะรื่นเริงใดๆ อยุธยาเงียบเชียบเหมือนเมืองร้าง พวกผู้หญิงที่อยู่ใกล้ขอบกำแพงพระนครต่างตัดผมสั้นแต่ตัวด้วยสีที่เก่าคร่ำคร่า ไม่ให้ดูออกว่าเป็นหญิงหรือชาย

:: ทหารกล้าทุกผู้ต่างรู้ชะตาเมืองคงขาดในครานี้ แต่ก็ยังพร้อมรบเพื่อบ้านเมือง แม้จะต้องทนกับการถูกบั่นทอนกำลังใจจากพระยาพลเทพเสนาบดีโฉดชั่วผู้ทรยศต่อแผ่นดินเกิด พระยาพลเทพกราบบังคมทูลอาสาเป็นผู้บัญชากองปืนใหญ่รอบกำแพงพระนคร ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั้นเป็นจตุสดมภ์กรมนา ไม่มีหน้าที่ใดๆ เกี่ยวกับการทหารเลย สั่งให้ขออนุญาตลูกขุน ณ ศาลาก่อนยิงปืนใหญ่ทุกครั้ง และสั่งห้ามประจุดินปืนเต็มพิกัด โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้เสียงปืนดังมาก บรรดาท้าวนางในวังจะตกใจกลัว แต่เมื่อม่านระดมยิงใส่ทุกวันจนเหลือที่จะทน หลวงพระยาอภัยศรเพลิง จึงสั่งยิงตอบโต้โดยทั้งมิขออนุญาตและทั้งประจุดินปืนเต็มที่ แต่ก็ยังโชคดีมิถูกลงราชอาญาเป็นแต่มีคำสั่งว่าต่อไปให้ประจุดินปืนแต่น้อย ให้ยิงพอมีเสียงแปะ ๆ ไม่ให้หนวกหูท้าวนางข้างใน พระศรีสุรยพาหะ ผู้คุมปืนใหญ่ประจำป้อมซัดกบสุดที่จะทนคับแค้นอยู่ได้ จึงไปปรารภกับพ่อของแสน ด้วยหวังจะให้แสนรับรู้ด้วย เผื่อว่าแสนจะนำความไปปรารภกับจมื่นศรีฯ และเผื่อจมื่นศรีฯ จะได้นำความกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวบ้าง พ่อของแสนลั่นปากอย่างหนักแน่นว่า หากข้าศึกรุกหนัก เขาจะยิงปืนใหญ่สู้โดยมิเกรงอาญาหลวงเป็นอันขาด และตอนนี้ก็เตรียมการที่จะเผาลูกปืนดินเผาอยู่แล้ว แต่จะลงมือเผาก็ต่อเมื่อเข้าหน้าสิ่วหน้าขวานจริง ๆ เพราะหากทำไว้ล่วงหน้านาน ๆ เกรงจะมีคนปากบุกซุกปากบอนไปกราบเรียนเสนาบดีว่าซ่อมสุมศัสตรวุธต้องห้าม พระศรีสุรยพาหะจึงกลับไปด้วยความสบายใจว่ายังมีคนจริงร่วมใจในการรักษาพระนคร

:: แสนประจำอยู่กองทัพของพระยากำแพงเพชรซึ่งคุมทัพรักษาพระนครด้านทิศตะวันออกที่เกาะแก้ว แสนรู้จักนิสัยพระยากำแพงเพชรดีว่าเอาจริงเอาจังกับการ รบอย่างสุดชีวิตจิตใจเพียงใด ท่านมิใช่พวกตั้งรับข้าศึกอย่างเดียว หากแต่ชอบที่จะรุกไล่ด้วย การออกไปทัพกับท่านถึงเกาะแก้วครานี้ กว่าจะได้กลับเข้าพระนครก็คงอีกแสน นาน หรือไม่ก็อาจไม่ได้กลับเลยหากเสียทีข้าศึก หรือเสียชีวิต แสนจึงหาทางไปพบเรณูนวลก่อนที่จะออกไปเกาะแก้ว โดยไปดักพบเรียมที่ตลาด เรียมเห็นแสนก็รู้ทันทีว่ามา ตามหาเธอด้วยเรื่องอะไร พูดนัดแนะกับแสนเป็นนัยที่รู้กันเฉพาะสองคน ว่าเธอจะพาเรณูนวลไปพบกับแสนที่บ้านหอรัตนชัย เรณูนวลและแสนพบและลากันด้วยเสน่หา อาลัยล้ำ เรณูนวลเล่าให้แสนฟังถึงวิกฤตในวังว่าเจ้าจอมทั้งสองคนเริ่มออกอาการเหมือนคนถูกปีศาจเข้าสิง ยามวิปริตก็เพ้อว่าตนเองเป็นเจ้านางศรีสุดาจันทร์ แล้วสั่งห้าม ยิงปืน แต่พออีกเดี๋ยวก็ล้มฟาดแล้วฟื้นมาเป็นตัวเอง ร้องไห้สงสารชะตาเมือง ท้าวนางข้าในให้ตามคนทรงมาเข้าทรง คนทรงบอกว่าพระเสื้อเมืองทรงเมืองและเทพยดา รักษากำภูฉัตรเสด็จหนี้ไปสิ้นแล้ว ขวัญเมืองไม่มีผู้ใดรักษาแล้ว คำของคนทรงทำให้เรณูนวลสยองใจจนปลงตก แต่เธอก็ยังบอกแสนไม่ให้ห่วงหน้าพะวงหลัง ให้แสนตั้ง ใจรบ ส่วนเธอหากต้องสู้ก็จะสู้จนตัวตาย จะมิยอมให้ข้าศึกได้ตัวเธอเป็นอันขาด แต่หากมีหนทางหนี เธอจะพาแม่ของแสนไปให้ถึงบ้านเธอที่พิษณุโลกให้ได้ เธอขอ แต่คำมั่นจากแสนเท่านั้นว่าหากยังมิได้ข่าวแน่ชัดว่าเธอเป็นหรือตายก็ขออย่าได้รับหญิงใดเป็นภรรยา หากเธอได้ยินว่าแสนมีภรรยา เธอจะส่งแม่ของแสนคืนและตัวเธอ จะไปบวชชี แสนบอกว่าเขาและเธอรักกันในยามยากที่บ้านเมืองวิกฤต ความรักนั้นมีค่ายิ่งกว่าความรักตามปกติในยามปกติ ขอให้เรณูนวลเชื่อว่าหากเขายังไม่ได้ข่าวเรณูนวล เข้าจะไม่ยินดีด้วยหญิงใดเป็นอันขาด

:: กองทัพของพระยากำแพงเพชรเป็นกองทัพที่มีทั้งทหารจีนและไทย แต่ก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพราะศูนย์กลางน้ำใจรวมอยู่ที่ตัวท่าน ท่านปลุกใจลูกทัพท่านให้ฮึกเหิมสู้ศึก ท่านลั่นวาจาเป็นเด็ดขาดว่า แม้กรุงศรีอยุธยาซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังเก่าจะต้องพังลง ท่านก็จะไปรวบรวมกำลังสร้างบ้านใหม่ขึ้นบนแผ่นดินเดิมนี้ เพราะนี่คือแผ่นดินของไทย ท่านจะต้องกู้เกียรติกรุงไทยกลับคืนมาให้ได้

:: ราวบ่ายควายหรือบ่ายสามโมง อันเป็นเวลาที่ชาวอยุธยาหุงหาอาหาร ทัพม่านจะระดมยิงรบกวนทุกวันเพื่อมิให้ชาวเมืองหุงหากินกันได้สะดวก เมื่อทัพของ พระยากำแพงเพชรไปตั้งอยู่ที่เกาะแก้ว พระยากำแพงเพชรให้แสนยิงตอบโต และก็ได้ผลทั้งสองทาง ผลทางฝ่ายข้าศึกคือค่ายด้านหนึ่งพังและทหารม่านตายไปไม่น้อย ส่วนผลทางฝ่ายไทยคือ มีเรือด่วนออกมาจากกำแพงพระนคร หมื่นยงพลพ่าย ถือใบบอกมาให้พระยากำแพงเพชร ถ้อยความในใบบอกทำให้พระยากำแพงเพชรหัวเราะออก มาด้วยความแค้น และเปรยให้ลูกทัพทั้งหมดรับรู้ด้วยว่าใบบอกนี้มาเพราะเสียงปืนที่ลูกทัพยิงนั้นรบกวนโสตประสาทของคุณข้างในที่มีทั้งผู้ "รัญจวนหู" และ "รัญจวนครรภ์" นับว่าทัพของท่านทำไม่ถูกกาลเทศะ ด้วยพระยากำแพงเพชรถูกคาดโทษว่าหากสั่งยิงอีกโทษท่านถึงคอขาด และให้พระยากำแพงเพชรทำใบบอกตอบ ไปด้วย ใบบอกตอบนี้จะถือว่าเป็นหนังสือทัณฑ์บนของพระยากำแพงเพชร พระยากำแพงเพชรให้แสนเป็นผู้เขียนใบบอกตอบ แสนโกรธจนสั่นไปหมด แต่ก็พยายามบังคับ มือให้เขียน บังคับสมองให้คิดถ้อยคำที่จะไม่ระคายหูลูกขุน ณ ศาลาตามที่พระยากำแพงเพชรสั่ง หมื่นยงพลพ่ายนั้นถึงจะเห็นว่าพระยากำแพงเพชรเป็นฝ่ายถูกก็มิกล้าเอ่ยคำ เพราะกลัวว่าฝีพายที่พายเรือมาให้อาจเอาไปกล่าวโทษให้ตนเดือดร้อนได้ เนื่องจากเวลานี้ในวังหลวงมีแต่การอิจฉาริษยากล่าวโทษกันไม่เว้นแต่ละวัน นับเป็นศึกในที่ใหญ่ หลวงมิแพ้ศึกนอกเลย เมื่อหมื่นยงพลพ่ายไปแล้ว รอยยิ้มของพระยากำแพงเพชรหายวับไปทันใด เพราะเหลือจะเจ็บใจในคำสั่งอันมิชอบมิธรรมนั้น ท่านให้ลูกทัพตัดสินใจ ใครที่อยากกลับบ้าน ท่านอนุญาตให้กลับ ใครอยากอยู่ (ตาย) ที่พระนครก็ได้ แต่หากใครอยากอยู่กับท่านก็ต้องวางใจให้ท่านเป็นหนึ่งแน่ เด็ดเดี่ยว ให้วางใจว่า มิเร็วมิช้า ท่านจะทิ้งอยุธยาแล้วมุ่งหน้าไปหาที่ตั้งหลักใหม่ ท่านบอกว่าอยุธยาพังได้ แต่ก็สร้างใหม่ได้ แต่ชาติไทยคือว่าคนอันมีเลือดเนื้อเป็นไทยนี้จะต้องไม่พังไม่ตาย พระยา กำแพงเพชรให้ทางเลือกแก่ทุกคน และเมื่อเลือกแล้วถือเป็นเด็ดขาด ไม่มีการต่อรอง ทหารทุกคนเลือกที่จะติดตามพระยากำแพงเพชร

:: ก่อนน้ำลดสองวันมีพระบรมราชโองการมาถึงพระยากำแพงเพชร ถือได้ว่าเป็นพระบรมราชโองการครั้งสุดท้ายที่มีถึงท่านและท่านไม่สามารถปฏิบัติให้ลุล่วง ได้ คือ คำสั่งให้ทัพของพระยากำแพงเพชรเป็นทัพหนุนคอยช่วยกองเรืออันมี พระยาเพชรบุรี เป็นกองหน้า และ หลวงศรเสนี เป็นผู้คุมปืนใหญ่ โดยกองเรือนี้จะไปตั้งสกัด ข้าศึกที่วัดป่าแก้ว พระยากำแพงเพชรนัดแนะการส่งกำลังหนุนกับพระยาเพชรบุรีว่าเมื่อพระยาเพชรบุรีต้องการกำลังหนุนจากพระยากำแพงเพชรก็ให้สัญญาณด้วยการ ล่าถอยเข้าคลองเล็กคลองน้อยแทนการส่งสัญญาณโจ่งแจ้ง ข้าศึกจะได้ไม่รู้ตัว อย่าได้กังวลว่าจะดูเหมือนแตกทัพ เพราะเมื่อกองเรือถอยนั้นจะได้พักเอาแรงได้ไม่รู้ตัว เมื่อหายเหนื่อยแล้วจะได้ไปสมทบร่วมรบกับกองของพระยากำแพงเพชรต่ออีก จะมีผลดีกว่าการแยกกองกันรบ แต่พระยาเพชรบุรีไม่ยอมทำตามข้อเสนอของพระยา กำแพงเพชร และดื้อดันออกไปยิงกับข้าศึกต่อ ชั่วไม่ถึงหม้อข้าวเดือด กองเรือของพระยาเพชรบุรีก็ถือกองเรือของม่านที่ซุ่มอยู่โจมตีอย่างหนัก ถึงจะฆ่าข้าศึกได้มากมาย แต่ในที่สุดแล้วทัพของพระยากำแพงเพชรก็มิอาจช่วยทัพของพระยาเพชรบุรีได้เนื่องจากการขาดเรือใหญ่ มีแต่เรือเล็กที่ขนคนได้แค่ลำละห้าหกคนเท่านั้น พระยาเพชรบุรี ตายในการรบ ร่างกายแหลกไม่มีชิ้นดี เพราะฝ่ายม่านยิงปืนเข้าใส่เรือของท่านซึ่งมีถังดินปืนอยู่และดินปืนทั้งถังระเบิด พาเอาทหารม่านมากมายที่รบติดพันกันอยู่ตายไปด้วย พระยากำแพงเพชรให้ลูกทัพของท่านไปรวมพลที่วัดพิชัย เพราะแถบนั้นมีข้าศึกอยู่เบาบางที่สุด และเป็นจุดที่จะตีฝ่าออกไปลงสู่เมืองบางกอกอันเป็นทางตัดออกปากน้ำเมือง สมุทรได้ แผนของพระยากำแพงเพชรคือจะไปตั้งหลักแถบหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก ซึ่งท่านคาดว่ากองทัพม่านจะไปไม่ถึง แต่ท่านจะยั้งทัพอยู่ที่วัดพิชัยนี้ก่อน เผื่อว่าเกิดปาฏิหารย์ใดทำให้ป้องกันกรุงศรีอยุธยาไว้ได้จากข้าศึก ท่านก็จะทำและจะรอรับราชอาญาที่ปล่อยให้พระยาเพชรบุรีตาย แต่เมื่อใดที่ข้าศึกเข้าล้อมกำแพงกรุงได้ ทั้งสี่ด้านแล้ว เมื่อนั้นท่านจึงจะนำทัพเคลื่อนไปยังฝั่งทะเลตะวันออก พระยากำแพงเพชรตั้งจิตพิษฐานว่า หากท่านยังมีบารมีที่จะกลับมากู้แผ่นดินเกิดแล้ว ขอให้เทพยดา แหวกช่องทางให้ไปรอด จับสิ่งใดเข้าก็ให้สำเร็จผล ปรากฏเกียรติและบารมีจนได้บำรุงแผ่นดินสืบไป เมื่อพิษฐานจบ มีดวงแสงช่วงโชติปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงตะวัน วนเวียนเป็นทักษิณาวรรตสามรอบอยู่เหนือลำน้ำ แล้วจึงเคลื่อนลับไปเบื้องตะวัน

:: เดือนยี่ ขึ้นสี่ค่ำ ปีจอ พ.ศ. 2309 ข้าศึกล้อมกระชั้นมาจ่ออยู่ริมคูพระนครทุกด้าน พระยากำแพงเพชรกับสมัครพรรคพวกราวห้าร้อยคนตัดออกจากค่ายวัดพิชัยมุ่งสู่บูรพาทิศ ยามนั้นเป็นเวลาพลบค่ำ มืดสนิท ด้วยเดือนยังมิทันขึ้น หัวใจทุกดวงของผู้ที่จะทิ้งบ้านเกิดหดหู่ยิ่งนัก แต่เมื่อมองยอดมหาปราสาทอันแวววาว ใจก็ฮึดขึ้นมาที่จะกลับมากู้บ้านเมืองให้ได้ต่อไป ทุกคนยั้งม้ามองเมืองสั่งลาเป็นครั้งสุดท้าย หูแสนแว่วเสียงขับลำนำที่เคยได้ยินจนคุ้นมาตั้งแต่เล็ก จิตก็ประหวัดถึงหญิงอันเป็นที่รักทั้งสองคน คือ แม่และเรณูนวล ต่อเมื่อแว่วเสียงเรียก ทุกคนในกองทัพจึงปาดน้ำตาทิ้งมุ่งหน้าตามพระยากำแพงเพชรไปสู่แสงเรืองด้านบูรพาทิศ

:: จมื่นศรีสรรักษ์ราชผู้กลับตัวกลับใจตัดสินใจที่จะตายอยู่กับแผ่นดินพระนคร ดังนั้นเมื่อมีพระราชโองการให้เข้าเฝ้าจมื่นศรีฯ จึงกราบบังคมทูลอาสาออกรบกับข้าศึก ทำความขบขันให้แก่พระเจ้าเอกทัศและพระยาพลเทพยิ่ง พระเจ้าเอกทัศขันอย่างโปรดปรานเอ็นดูว่ากรมวังผู้ขี้กลัวอย่างจมื่นศรีฯ คราวนี้กลับกล้าอาสาออกรบเพื่อบ้านเมือง ส่วนพระยาพลเทพขันอย่างประชดประเทียดเสียดสีเร่งให้ออกไปตาย และเมื่อพระเจ้าเอกทัศทรงตำหนิ พระยาพลเทพกราบทูลว่าได้เคยถวายคำแนะนำแล้วว่าให้พระเจ้าเอกทัศทรงยกอยุธยาเป็นเมืองออกแก่พระเจ้ากรุงอังวะ แล้วพระองค์มิทรงทำตาม จนมาบัดนี้ผู้คนสู้ศึกล้มตายจนหมดเมืองอยู่แล้วเพราะคำกราบบังคมทูลของเสนาบดีบางคนที่ให้สู้ตาย ถ้อยความท้ายนี้พลเทพเสียดสีทั้ง จมื่นศรีฯ และจมื่นไวย พลเทพจึงโดนจมื่นไวยฯ เชือดเอาด้วยวาจาและเปิดโปงต่อพระพักตร์พระเจ้าเอกทัศว่าพลเทพเป็นไส้ศึกให้อังวะ และชักนำเอาพวกเถนลามกเข้ากรุงมาทำเสน่ห์ยาแฝดมอมเมาบรรดานางในและเอายามนตร์ให้พระเจ้าเอกทัศเสวยจนมึนเมาตกอยู่ใจ้คำชักจูงทุกอย่างของพลเทพ พลเทพทั้งตกใจทั้งโกรธที่จมื่นไวยรู้ความลับของตน ทั้งคู่ทุ่มเถียงกันต่อหน้าพระพักตร์ จมื่นไวยฯ กราบบังคมทูลว่าจะออกรบร่วมกับจมื่นศรีฯ ส่วนพลเทพนั้นจมื่นไวยทูลเสียดสีว่าให้อยู่วังคอยเป็นฑูตเจรจาหย่าศึกกับกรุงอังวะ เผื่อจะได้ไปเป็นใหญ่เป็นโตต่อไปในกรุงอังวะให้มีชื่อเป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์สกุลต่อไป พลเทพโกรธแทบจะวางมวยกันต่อหน้าพระพักตร์ พระเจ้าเอกทัศไล่ออกจากที่เฝ้าทั้งหมด จมื่นไวยกล่าวอาฆาตพลเทพให้ระวังซ่อนตัวจากจมื่นไวยให้มิดชิด วันใดที่พลเทพจะไปเปิดประตูเมืองให้แก่ศัตรูก็ให้หลบหลีกจมื่นไวยให้จงดี เพราะจมื่นไวยจะตามหาตัวพลเทพจนพบ และหากพบที่ใดที่นั้นก็เป็นที่แลกชีวิตกัน

:: จมื่นศรีนำทาสชายที่ยังเหลืออยู่ที่บ้านออกรบกับข้าศึกจนตัวตาย แต่ก่อนตายก็ฆ่าข้าศึกได้ไม่น้อย จมื่นไวยไปที่บ้านพ่อของแสนเพื่อบอกให้บ้านนั้นอพยพหนี้ เมื่อเห็นว่าเรณูนวลอยู่ด้วยและเตรียมพาแม่นายกลิ่นจันทน์อพยพอยู่แล้ว จมื่นไวยจึงมอบตำราสำคัญสามเล่มและดาบคู่มือให้แก่แสน ตัวทานนั้นจะกลับเข้าวังหลวงส่งพระเจ้าเอกทัศหนี้เพื่อว่าเมื่อข้าศึกตีเข้ากรุงได้พระองค์จะได้ไม่ถูกจับเป็นเชลยให้ถูกเย้ยไยไพ และหลังจากส่งเสด็จหนี้แล้วจมื่นไวยจะสู้ตาย จมื่นไวยบอกว่าดูดวงชะตากรุงแล้ว กรุงแตกแก่อังวะแน่นอนในวันเนาวันสงกรานต์ และบอกให้พ่อของแสนหนี้ไปด้วย แต่พ่อของแสนบอกว่าขอตายอยู่กับแผ่นดินอยุธยา

:: จมื่นไวยกลับเข้าเมืองและเห็นลางร้ายที่ส่อเค้าว่ากรุงศรีอยุธยาจะล่มแน่นอนคือที่ยอดนภศูลพระมหาปราสาทมีนกเหยี่ยวถูกเสียบตายอยู่ตัวหนึ่งและ หมอกธุมเกตุหรือฝุ่นดินเหลือกลุ้มตลบตัวเมือง ข้าศึกระดมยิงปืนเข้าในกำแพงเมืองถี่ยิบ ชาวเมืองต่างอพยพหนี้ตายร้องระงมลั่นทั้งเมือง จมื่นไวยเข้าในพระบรมมหาราชวัง ชาววังต่างร่ำไห้ระงมเช่นกันและขนข้าวของหลบไฟไหม้หลบลูกปืนกันโกลาหล จมื่นไวยไปยังท้องพระโรงเพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าเอกทัศ เจอพระยาพลเทพฉีกยิ้มเย้ยอยู่ จมื่นไวยฯ สู้สะกดกลั้นไม่ฟันพลเทพ ทั้ง ๆ ที่อยากนัก กล่าวอาฆาตพลเทพว่าจะรอคิดบัญชีกับพลเทพในวันเนาสงกรานต์ แต่ะจไม่ให้พลเทพตายเพราะความตายนั้นสะดวก ดีเกินไป สำหรับคนอย่างพลเทพ พลเทพออกจะกลัวในความจริงจังของจมื่นไวย

:: ท้องพระโรงมืดสลัว พระเจ้าเอกทัศประทับนิ่งเหม่ออยู่ในภวังค์บนพระแท่นใต้พระมหาเศวตฉัตร จมื่นไวยไปหมอบแทบพระบาทมองท่านแล้วน้ำตาไหลริน ที่มุมท้องพระโรงมีมหาดเล็กอีกสองคนหมอบอยู่ด้วย เป็นที่จมื่นไวยคัดแล้วว่าวางใจได้ จะให้พาพระเจ้าเอกทัศหนี จมื่นไวยกราบทูลเชิญพระเจ้าเอกทัศหนี แล้วจมื่นไวยก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเห็นคือ ขัตติยมานะของพระองค์ พระองค์ไม่ยอมหนี้และคำพูดจากใจจิงของพระองค์สั่นหัวใจของจมื่นไวยยิ่งนักแต่จมื่นไวยจะยอมให้ข้าศึกจับพระองค์เป็นเชลยมิได้ จึงใช้วิธียั่วพระโทสะและก็ได้ผล พระเจ้าเอกทัศทรงโกรธลั่นปากว่าจะออกจากกรุง แต่ครู่ต่อมาทรงคิดด้วยขัตติมานะว่าจะยอมไปเพียงแค่ให้พ้นตาจมื่นไวย แล้วจะทรงลอบกลับมารบกับข้าศึก คงไม่มีใครจำพระองค์ได้ และถึงจะตายกลางศึกก็มิเสียดายพระชนม์ชีพ ก่อนออกจากวังพระเจ้าเอกทัศทรงชวนจมื่นไวยไปฝังซ่อนทรัพย์สมบัติของพระองค์ในห้องลับใต้บ่อน้ำเทียมที่พระองค์ทรงสร้างเตรียมไว้นานแล้ว สมบัติมีค่ามหาศาลของกษัตริย์อยู่ในบ่อน้ำเทียมนี้ทั้งสิ้น พระเจ้าเอกทัศทรงพิษฐานให้ผู้มีบุญเท่านั้นที่จะค้นพบสมบัตินี้ เพื่อเอาไปสร้างเมืองใหม่ และสาบแช่งมิให้ผู้ใจคดและศัตรูได้สมบัตินี้ไป แล้วพระองค์ทรงปิดทางเข้าโดยสิ้น โดยสั่งให้จมื่นไวยฟันเชือกเส้นหนึ่ง เมื่อเชือกเส้นนั้นขาด หลังคาหลายชั้นถล่มลงมาทับปิดร่องรอยบ่อน้ำไว้สิ้น ไม่มีใครจะมีวันดูออกว่าใต้สิ่งปรักหักพังนี้เป็นที่ซ่อนสมบัติค่ามหาศาล

:: ก่อนเสด็จออกนอกพระนคร พระเจ้าเอกทัศทรงอวยพรให้จมื่นไวย และทรงรับสั่งฝากว่า หากจมื่นไวยยังมีชีวิตอยู่หลังการรบและพบผู้มีบุญคุณใหม่ ขอให้บอกเขาผู้นั้นด้วยว่าพระองค์โฉดเขลาทรงขอโทษที่มิอาจทรงรักษาเกียรติศักดิ์แห่งแผ่นดินไว้ได้ ป้อมมหาชัย คือ ป้อมที่ข้าศึกจะตีหักเข้ามาเป็นด่านแรกเพราะเข้าได้ง่ายกว่าด้านอื่นและขณะนี้มีข้าศึกกำลังสุมไฟใส่รากกำแพงด้านป้อมนั้นอยู่ จมื่นไวยมั่นใจ ว่าพระยาพลเทพจะต้องไปรอเปิดประตูเมืองให้พวกม่านเข้าทางด้านนั้น แต่ก่อนไปตามหาชำระแค้นพระยาพลเทพ จมื่นไวยมุ่งไปหาพระพิชิตพ่อของแสนที่ป้อมเพชรก่อน จมื่นไวยอ้างกระแสพระดำรัสของพระเจ้าเอกทัศที่ฝากฝังผู้มีบุญคุณคนใหม่กู้แผ่นดิน และบอกให้พระพิชิตรักษาชีวิตไว้เป็นกำลังสำคัญในการนี้ด้วย โดยสำทับว่าหาก พระพิชิตมิทำตามถือว่าสะบัดน้ำพระพิพัฒน์สัตยา พระพิชิตจึงต้องยอมรับปากจมื่นไวยสั่งว่าหากเห็นว่ากำแพงเมืองทรุดเมื่อไรให้พระพิชิตหนี้ไปสมทบกับครอบครัว รอกู้บ้านเมืองและมอบประคำพระพุทธคุณและดาบของท่านให้พระพิชิต

:: วันอังคาร เดือนห้า ขึ้นเก้าค่ำ ปีกุน พ.ศ. 2310 ข้าศึกระดมกำลังยิงกระหน่ำทุกด้านรอบพระนคร และเร่งสุมเพลิงคลอกรากกำแพงเมืองทุกด้าน กองกำลังรักษาเมืองรับมือข้าศึกสุดชีวิตจมื่นไวยบัญชาการรบอย่างเข้มแข็งอยู่ด้านที่กำแพงกำลังจะพัง ผู้ที่มาขัดการบัญชาการของจมื่นไวยคือพระยาพลเทพ พระยาพลเทพแต่เครื่องขุนนางชุดเข้าเฝ้าเต็มยศมารอต้อนรับทัพม่านด้วยหวังเต็มที่ที่จะได้ยกขึ้นเป็นเจ้าครองเมืองประเทศราช จมื่นไวยระเบิดความแค้นไล่ฟันพระยาพลเทพ พลเทพหูขาดไปข้างหนึ่ง หนีจมื่นไวยหัยซุนด้วยอยากรักษาชีวิตไว้ขึ้นเป็นเจ้า จมื่นไวยตามล่าไม่ลดละ

:: ประตูด้านป้อมมหาชัยถูกข้าศึกพังถล่มลงเป็นประตูแรก ข้าศึกเฮโลกันเข้าทางประตูนั้น จมื่นไวยมาเห็นพระยาพลเทพยืนปลื้มรับทัพข้าศึกเข้าเมืองอยู่ จึงโดยฟันแขนซ้ายพระยาพลเทพขาดก่อนที่พระยาพลเทพจะทันรู้ตัว และตามด้วยปลายดาบจิ้มทะลวงตาข้างหนึ่ง และสุดท้ายฟันแขนขวาขาดอีกข้าง จมื่นไวยคั่งแค้นแน่นหัวอก ไมให้พลเทพเหลือมือที่จะไปกราบไหว้แม่ทับและเจ้าผู้ครองกรุงอังวะ ไม่ให้เหลือรูปโฉมที่ผู้ใดจะยินดีมอง ข้าศึกกลุ้มรุมทำร้ายจมื่นไวย จมื่นไวยต่อสู้จนตัวตายอยู่ตรงประตูใหญ่ท่าช้างหน้าวังจันทรเกษม

:: เพลาค่ำแปดนาฬิกา วันเนาสงกรานต์ ขึ้นเก้าค่ำ เดือนห้า พ.ศ. 2310 นั้นเอง พระนครศรีอยุธยามหาราชธานีก็สิ้นศักดิ์แห่งราชธานีลง หลังจากรวมกำลังตั้งต่อสู้ศัตรูมาได้หนึ่งปีกับสองเดือน เปลวเพลิงรุกโหมโชติช่วงแดงฉานตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิท กลืนชีวิตกรุงศรีอยุธยาบรมราชธานีอันเคยบรมสุข เป็นหมดสิ้นเลื่อมยศ

:: เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก คนไทยก็แตกออกเป็นหมู่เป็นก๊ก ทุกก๊กล้วนแต่อยากแยกตัวไปเป็นใหญ่เป็นเจ้า ไม่มีก๊กใดเลยที่คิดจะรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น เหมือนเดิม นอกจากก๊กของพระยากำแพงเพชรก๊กเดียวเท่านั้น พระยากำแพงเพชรยึดเอาเมืองระยองเป็นที่มั่น และตั้งกองบัญชาการอยู่ที่จวนของ พระระยอง เจ้าเมือง ระยอง ซึ่งยอมเข้าเป็นพวกเพราะเห็นในความวิริยะอุตสาหะรักบ้านเมืองของพระยากำแพงเพชร ก๊กใหญี่อีกหนึ่งคือเมืองพิษณุโลกและข่าวว่าพระยาพิษณุโลกพ่อของ เรณูนวลก็ตั้งตนขึ้นเป็นเจ้า ส่วนที่สวางคบุรีเป็นก๊กภิกษุทุศีล มี เจ้าพระฝาง หรือพระเรือนหรือเถนเรือนครองผ้าเหลืองตั้งตนขึ้นเป็นเจ้า ที่นครราชสีมาเป็นก๊กของกรมหมื่น เทพพิพิธ ก๊กนี้ทำประหนึ่งเป็นแผ่นดินใหญ่จะแยกตัวออกจากไทยสยามกลางเลยทีเดียว และที่ค่าโพธิ์สามต้น สุกี้ พระนายกองยังกำแหงตั้งกองรีดนาทาเร้นคนไทยอยู่ นับ เป็นอีกก๊กหนึ่ง ส่วนที่ธนบุรีคนไทยขายชาติมีเชื้อรามัญชื่อ เจ้าทองอิน ตั้งตนเป็นใหญ่รีดนาทาเร้นคนไทยไปส่งส่วยกรุงอังวะเดิมชายผู้นี้เป็นคนสามัญแต่อยากเป็นเจ้ามาก จึงไปอ้อนวอนให้สุกี้พระนายกองตั้งให้เป็นเจ้าแลกกับส่วยอันอุดมสมบูรณ์จากเมืองธนบุรี รวมขณะนั้นห้าก๊ก สี่ก็กล้วนตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าทั้งสิ้น พระยากำแพงเพชรจึงต้อง ตั้งตนเป็นเจ้าด้วย เฉลิมพระนามว่า เจ้าตาก แต่ก็ไม่ทำตนเสมอเจ้าราชตระกูลหลวง หากวางศักดิ์ตนเพียงเสมอเจ้าหัวเมืองเอกเท่านั้น ทรงตั้งแสนเป็น หลวงต่างใจ นักรบคู่พระทัย มีนายทหารเชื้อจีน พระเชียงเงิน หลวงพิชัยจัน และเชื้อแขก หลวงนายศักดิ์แขก เป็นทหารหน้ากล้าตาย และมีลูกทัพชาวญวนมาเพิ่มเติม จากนั้นจึง ทรงเริ่มรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นด้วยการเข้าตีเมืองจันทบุรีซึ่งตั้งแข็งเมืองอยู่ เพราะเจ้าเมืองคือ พระยาจันทบูร เชื่อในความเข้มแข็งของเมืองตนและได้ชุมโจร ขุนราม และ หมื่นซ่อง ซึ่งถูกพระเจ้าตากตีแตกมาจากระยองมาช่วยเป็นกำลังเพิ่ม พระเจ้าตากให้พลพรรคกินข้าวมื้อเย็นแล้วให้ทุบหม้อข้าวหม้อแก้งและเทเสบียงทิ้ง ทั้งหมด ให้ไปกินมื้อเช้าในเมืองจันท์ และทัพของพระเจ้าตากก็ตีเมืองจันท์ได้ แสนให้ลูกกองของตนไปพักผ่อนหาความสุข ส่วนตัวแสนเองปลีกไปอยู่ลำพัง คิดถึง เรณูนวลยิ่งนัก และแสนเป็นเช่นนี้มาตลอดที่ติดตามพระเจ้าตาก ไม่เคยสนใจไมตรีที่หญิงใดหยิบยื่นเสนอมาเลย

:: กองทัพพระเจ้าตากยั้งอยุ่ที่เมืองจันท์เพื่อรอสิ้นหน้ามรสุมและเพื่อสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์แสนรับหน้าที่คุมพลต่อเรือรบ และระหว่างนั้นนายสุจินดาหรือคุณเล็กก็โผล่มา แสนดีใจยิ่งนัก คุณเล็กเล่าเรื่องวันกรุงแตกด้วยความสะเทือนใจอย่างสูงสุด และเล่าความยากลำบากในการเดินทางฝ่าด่านพม่าไปราชพรีเพื่อไปติดตามหาคุณใหญ่ และคุณใหญ่ให้คุณเล็กรีบมาหาพระเจ้าตากโดยฝากดาบคร่ำทองเก่าแก่มาเป็นของคำนับ กับแหวนพลอยไพฑูรย์และพลอยบุษย์น้ำทองอีกอย่างละวง คุณใหญ่เองยังมาได้ได้เพราะภรรยาเพิ่งคลอด แต่สั่งความมาว่าเมื่อใดบุตรพอชันคอได้และภรรยาแข็งแรงพอ จะเดินทางมาสมทบทันที และสิ่งมีค่ายิ่งใหญ่ที่คุณใหญ่สั่งให้คุณเล็กไปตามหาให้เจอและนำมาส่งมอบพระเจ้าตากให้ได้คือ นางนกเอี้ยง มารดาของพระเจ้าตาก และสิ่งสุดท้ายนี้นำความโสมนัสและกำลังใจมาสู่พระเจ้าตากอย่างใหญ่หลวง

:: คุณเล็กบอกเรื่อง พระยาอนุราฐบุรี หรือ พระยานกเล็ก คนร้ายประจำเมืองชลเที่ยวปล้นจี้ผู้คนโดยอ้างว่าจะรวบรวมสมบัติรอพระเจ้าตาก พระเจ้าตากยกกองไปปราบราบคาบ พระยานกเล็กเสียชีวิตจมอยู่ก้นทะเล และลุข้างขึ้นเดือนสิบสอง กองเรือของพระเจ้าตากก็ยาตราเข้าปากแม่น้ำเจ้าพระยายึดเมืองธนบุรีไว้ได้ และพระเจ้าทองอินคนทรยศตายอย่างทรมาน โดยถูกเสียบประจานไว้หน้าป้อมวิชัยประสิทธิ์ก่อนถูกตัดหัว พระเจ้าตากได้คนไทยมาเพิ่มเป็นกำลังอีกมากมาย มองย่า ปลัดทัพของพวกม่านหนีไปกับเรือเร็ว คุณเล็กแน่ใจว่ามันมุ่งไปรายงานสุกี้พระนายกองนายของมันที่โพธิ์สามต้น คุณเล็กทูลพระเจ้าตากว่าควรเร่งติดตามขึ้นไป พระเจ้าตากเห็นด้วย กองทัพเรือของพระเจ้าตากยกขึ้นไปโพธิ์สามต้น ตีค่ายฝั่งตะวันออกของสุกี้พระนายกองแตก ยึดได้ปืนและดินปืนจำนวนมาก ส่วนเชลยได้แต่พวกตะพุ่นเป็นส่วนใหญ่ ตัวสุกี้และกองทัพย้ายข้ามฟากไปอยู่ค่ายด้านตะวันตกก่อนแล้ว พระเจ้าตากพักทัพและสั่งให้คุณเล็กเก็บเสบียงอาหารทั้งหมดไว้ ทรงบอกด้วยอัสสุชลคลอตาว่ารุ่งขึ้นจะเข้าเหยียบกรุงเก่า ตีค่ายสุกี้พระนายกอง และเสบียงที่สั่งเก็บนั้นเอาไว้เลี้ยงคนไทยผู้อดอยากจากสงคราม รุ่งขึ้นพระเจ้าตากเคลื่อนทัพเจ้าสู่กรุงเก่า ตีค่ายสุกี้พระนายกองแตก สุกี้พระนายกองถูกคุณเล็กฟันขาดสะพายแล่งตาย ส่วนมองย่าหนีไปได้ กองทัพทุกคนแม้แต่องค์จอมทัพน้ำตารินกันถ้วนหน้าเมื่อได้กลับมาเหยียบกรุงเก่าบ้านเกิด หากแต่เสาเรือนนั้นมิพักต้องหามอดไหม้ไปกับเพลิงที่พม่าเผากรุงสิ้น พระเจ้าตากได้พระยาธิเบศร์บดีจางวางมหาดเล็กครั้งกรุงเก่า มารับใช้ด้านขนบประเพณี มีเจ้านายฝ่ายในที่ยังเหลืออยู่ร่วมงานพระเมรุ ตกค่ำพระเจ้าตากทรงพักที่พระที่นั่งทรงปืนซึ่งยังพอเหลือหลังคากันน้ำค้างได้ และมีนิมิตเกิดกับท่านคือ บุรพกษัตริย์แห่งกรุงเก่ามาชุมนุมกันไล่ท่านให้ไปแสวงหาแผ่นดินอื่นเป็นที่ตั้งหัวใจแผ่นดินอย่ามาอยู่ในแผ่นดินอันพวกท่านเหล่านั้นทรงเป็นเจ้าของ แสนเห็นว่าเมืองธนบุรีนั้นเล็กพอเหมาะและดีที่เป็นเมืองกุมทางสัญจรทั้งทางบกและทางน้ำ หรือไม่ก็ไปปักหลักที่จันทบุรี พระเจ้าตากทรงเห็นชอบเมืองธนบุรี

:: ปีกุน ศักราช 2310 มหาเศวตองค์ใหม่กางกั้นลงเหนือกรุงธนบุรี และยกเมืองนั้นเป็นราชธานีของไทยสยามแทนกรุงศรีอยุธยา คุณใหญ่ได้เลื่อนเป็น พระราชรินทร์ พระตำรวจขวา คุณเล็กได้เป็น พระมหามนตรี พระตำรวจซ้าย แสนยังเป็นออกหลวงต่างใจ แสนคิดอยู่เสมอที่จะไปหาเรณูนวลและแม่ แต่ยังไม่สบโอกาส รอยู่ว่าพระเจ้ากรุงธนบุรีจะทำศึกทางเหนือเมื่อไร แสนจะกราบบังคมทูลอาสา แต่ก็มาถึงคราวที่แสนต้องลำบากใจที่สุดเสียก่อน พระเจ้ากรุงธนพระราชทาน พลอยแหวน ลูกสาวเจ้าเมืองจันทบูรให้แก่แสนและพระราชทานเรือนหอให้ด้วย แสนตัดสินใจที่จะขัดพระมหากรุณาธิคุณด้วยไม่อาจทรยศต่อเรณูนวลได้ แสนขอให้พระราชรินทร์ช่วยกราบบังคมทูลปฏิเสธให้พระราชรินทร์ทำตามที่แสนขอ และพระเจ้ากรุงธนก็ทรงพระเมตตาแสนยิ่งนัก มิได้เอาโทษที่แสนขัดพระประสงค์ หากแต่ไม่ทรงล้มเลิกการแต่งงานของแสน โดยทรงตรัสกึ่งท้าพนันว่าให้แสนแต่งงานเข้าหอ หากแสนได้เห็นรูปโฉมเจ้าสาวแล้วแสนยังซื่อสัตย์ต่อคำมั่นกับเรณูนวลได้ พระองค์จะทรงเรียกพระนางพระราชทานคืนเอง แสนจึงจำต้องเข้าพิธีแต่งงานกับพลอยแหวนอย่างไม่เต็มใจที่สุดหน้างอตลอดงาน จนกระทั่งวันส่งตัว แสนบอกความจริงกับพลอยแหวนทุกอย่างและบอกว่าจะนับเธอเป็นน้องสาว เรือนหอและสมบัติแต่งงานทั้งหมดยกให้เธอ แล้วแสนลงจากเรือนหอไปนอนกับออกรัก พลอยแหวนโกรธมาก เธอตั้งปณิธานว่าจะตามขัดขวางความรักของแสนกับเรณูนวลจนถึงที่สุด ไม่นานต่อมาเธอก็ถูกพระราชทานให้เป็นภรรยาขุนนางผู้ร่ำรวยมาก

:: พระตำรวจซ้ายจะขึ้นไปตีหัวเมืองเหนือซึ่งเจ้าพระยาพิษณุโลกพ่อของเรณูนวลปกครองอยู่และมีทีท่าว่าจะแข็งเมืองไม่เข้าด้วยพระเจ้ากรุงธน แสนอาสาเป็นกองหน้าไปดูลาดเลา เพราะอยากพบเรณูนวลมาก แสนออกความคิดว่าหน้าน้ำเช่นนี้ต้องไปเป็นเรือสลัด แสนจึงได้เป็นหัวหน้ากองเรือครั้งนี้

:: เรณูนวลรู้เรื่องกองเรือสลัดจากกองสอดแนมของเธอ จึงไปบอกออก พระพิชิตบรเทศ พ่อของแสน ซึ่งขณะนี้พักอยู่ที่บ้านของเธอและเธอยกย่องเป็นญาติสนิท และ ณ วันนี้ พระพิชิตฯ เหลือแขนขวาเพียงข้างเดียว เพราะแขนซ้ายนั้นขาดจากการทำศึกครั้งเสียกรุง เรณูนวลบอกด้วยว่า แสนได้เป็นหลวงต่างใจและแต่งงานเข้าหอไปแล้วกับเมียพระราชทาน แม่นายกลิ่นจันทน์ว่าแสนมิใช่คนใจง่ายเช่นนั้น หากพบแสนแม่นายจะถามดู เรณูนวลไม่คิดว่าแสนจะกล้าขัดพระบัญชาของพระเจ้ากรุงธน ใครๆ ต่างรู้กิตติศัพท์ดีว่าท่านทรงเด็ดขาดนัก แต่เธอก็มิได้เอ่ยปากโต้แย้งพ่อแม่ของแสนแต่อย่างใด เรณูนวลกลับไปเรือนของเธอ ปรารภกับเรียมว่าศึกครั้งนี้ต้องเกิดแน่นอน เธอรู้ว่าพ่อของเธอก็คนจริงคนหนึ่งและจะไม่มีวันยอมลงให้แก่พระเจ้ากรุงธน เพราะพ่อเธอถือว่าเมื่อสุดสิ้นพระราชวงศ์พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว ผู้ใดดับร้อนของแผ่นดินได้ก็ต้องถือว่าศักดิ์เสมอกัน หากจะต้องทำศึกกันก็ต้องทำ จะได้รู้กันไปว่าฝีมือใครเยี่ยมกว่ากัน และหากเกิดศึกถึงแสนจะเป็นคนรัก เธอก็ต้องเลือกพ่อก่อนแสน แต่เธอก็พยายามจะไม่ให้คนไทยฆ่ากันเอง เรณูนวลรู้ว่า หลวงโกษา เจ้าเมืองพิจิตรจะอาสาออกศึกครั้งนี้แน่เพราะเป็นคนห้าวหาญชอบอาสาและเป็นคนที่พ่อเธอเชื่อในฝีมือ เธอจึงให้เรียมใช้มายาหญิงล่อให้หลวงโกษาบอกว่าจะเอาปืนกระบอกไหนไปออกศึก แล้วให้เรียมทำเล่ห์ขโมยปืนกระบอกนั้นมาให้เธอให้ได้ และเธอจะตั้งศูนย์ปืนเสียใหม่ ให้ยิงแล้วลูกปืนจะไม่โดนที่สำคัญตามที่เล็งไว้ ไม่แรงจนคนถูกยิงถึงตาย เรณูนวลยืนยันจะยืนหยัดอยู่ข้างพ่อเท่านั้น แต่หากแสนตายเธอก็จะตายตาม เธอไม่มีวันอยู่เข้าหอกับชายอื่นที่มิใช่แสนอย่างเด็ดขาด

:: เรียมทำการตามที่เรณูนวลสั่งสำเร็จ และด้วยมายาหญิงอันยอดเยี่ยมยังทำให้หลวงโกษาฝันเตลิดเพลิดไปไกลว่าเสร็จศึกแล้วจะขอเรียมไปเคียงข้างอีกด้วย หลวงโกษาเป็นพ่อม่ายเมียตายและเคยหวังจะได้เรณูนวล แต่เมื่อเรณูนวลไม่เล่นด้วยและยังล้อเลียนเขาอยู่บ่อย ๆ เรื่องที่เขาไม่ค่อยรู้หนังสือ หลวงโกษาจึงหักใจจากเธอ ทัพเรือของพระเจ้ากรุงธนประทะกับทัพของหลวงโกษาที่เกยชัย ฝีมือรบของฝ่ายกรุงธนนั้นเหนือกว่าฝ่ายโกษา แต่กองเรือของพระเจ้ากรุงธนเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะความชำนาญพื้นที่สู้กองทัพของหลวงโกษาไม่ได้ และเมื่อพระเจ้ากรุงธนถูกหลวงโกษาลอบยิงโดนที่ขา กองเรือของกรุงธนจึงต้องล่ากลับ และระหว่างทางกลับแสนได้พบพ่อและแม่ในเรือที่เรณูนวลให้คนลอบนำมาลอยไว้เพื่อส่งมอบพ่อแม่ของแสนคืนแสน

:: กองทัพของพระเจ้ากรุงะนกลับกรุงได้ไม่ถึงครึ่งเดือน ก็ได้ข่าวว่าเจ้าพระยาพิษณุโลกเฉลิมตนขึ้นเป็นกษัตริย์ฝ่ายเมืองเหนือ แต่ชั่วภายในเดือนเดียวกันนั้นเอง กองลาดข่าวของแสนนำข่าวมาแจ้งว่าเจ้าพระยาพิษณุโลกสิ้นชีพแล้วด้วยโรคฝีในลำคอ และเมืองแตกฉานซ่านเซ็นเพราะถูกเจ้าพระฝางสงฆ์ทุศีลเข้าตีเอาเป็นเมืองขึ้น และเรณูนวลหายสาบสูญไป มีผู้โจษจันกันว่าเธอกับพี่เลี้ยงและข้าคนหลบอยู่ในป่า แต่ไม่รู้ว่าที่ใด แสนร้อนใจนักอยากขึ้นไปตามหา และพอดีกับที่หน่วยลาดข่าวของบ้านพระตำรวจซ้ายขวาก็กลับมาส่งข่าวไล่ ๆ กัน บ้านของแสนและบ้านของพระตำรวจซ้ายจึงระดมกองกำลังเตรียมขึ้นเหนืออย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันจะกราบบังคมทูลเพราะเจ้ากรุงธนก็มีรับสั่งให้ยกทัพไปตีพิมายเสียก่อน แสนพักใจเรื่องเรณูนวลไว้ได้ แต่หนักใจเรื่องศึกพิมายที่คนไทยจะต้องมาฆ่ากันเอง เพราะก๊กพิมายคือก๊กของกรมหมื่นเทพพิพิธ พระราชโอรสแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงจากรุงเก่า และหากกรมหมื่นฯ รบแพ้ก็ต้องโดนสำเร็จโทษแน่นอน พ่อปลอบแสนให้สบายใจและบอกว่าศึกครั้งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง และกรมหมื่นเทพพิพิธเองนั้นก็น้ำใจโลเลไม่เคยจริงใจกับใคร

:: พ่อบอกแสนว่ามองย่าปลัดทัพตัวร้ายของอังวะหนี้ไปพึ่งใบบุญของกรมหมื่นพิพิธอยู่ และกรมหมื่นฯ ก็ทรงอุปถัมภ์เป็นอย่างดี ศึกพิมายครั้งนี้พระเจ้ากรุงธนทรงโปรดให้พ่อของแสนไปทัพด้วย โดยให้ไปทัพหลวงกับแสน ส่วนพระตำรวจซ้ายขวานั้นแยกเดินทัพไปอีกเส้นทางอันเป็นความลับ คือ เจ้าพระยาศรีสุรยวงศ์ หรือ พระพิมายเดิม พระมหามนตรี บุตรชายของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ มองย่าและกรมหมื่นเทพพิพิธหัวหน้าก๊กซึ่งตอนแรกเสด็จหนีเข้าป่าแต่ก็ถูก ขุนชนะ กรมการเมืองพิมายตามจับมาจนได้ สามคนแรกโดยคำสั่งประหารชีวิตทันที แต่สำหรับกรมหมื่นพิพิธ พระเจ้ากรุงธนยังทรงยั้งไว้ พระเจ้ากรุงธนให้แสนเข้าเฝ้าเป็นการเฉพาะและทรงถามว่าจะจัดการกับหมื่นเทพพิพิธอย่างไร เป็นคำถามสุดแสนยากในใจแสนจะตอบ เพราะความจงรักภักดีในราชวงศ์บ้านพลูหลวงนั้นอย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งคือไม่รู้ว่าพระเจ้ากรุงธนทรงถือเป็นโอกาสทดสอบน้ำใจของแสนว่าจะจงรักภักดีต่อพระองค์หรือยังฝักใฝ่อยู่กับราชวงศ์เดิมแห่งกรุงศรีฯ เพราะทรงทราบอยู่แก่ใจว่าแสนจงรักภักดีในราชวงศ์บ้านพลูหลวงยิ่งนัก เพราะราชวงศ์นี้เป็นราชวงศ์ที่ค้ำจุนตระกูลของแสนมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ

:: และยังเป็นราชวงศ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เจ้านายพระองค์แรกของแสน และกรมหมื่นเทพพิพิธเองก็ทรงฝักใฝ่อยู่กับเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ หรือว่าที่ทรงถามจะเป็นเพราะพระเจ้ากรุงธนเองก็ทรงยากใจ เนื่องจากเคยเป็นมหาเล็กในวังหลวงแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงมาเช่นกัน แต่จะเป็นเพราะอะไรแสนก็ต้องตอบ คำตอบตามบทพระอัยการไม่เป็นที่ต้องพระประสงค์ พระเจ้ากรุงธนทรงบอกว่าอยากทราบความรู้สึกจากใจของแสน แสนจึงกราบทูลว่าหากกรมหมื่นฯ ยอมละขัตติยมานะก็ควรทรงชุบเลี้ยงไว้ประดับพระบารมี แต่หากไม่ทรงละขัตติยมานะ ก็ให้เป็นไปตามบุญกรรมที่ท่านทำมาเพียงนั้น พระเจ้ากรุงธนทรงในแสนเงยหน้าสบสายพระเนตร สองคนมองกันนิ่งนาน แล้วพระเจ้ากรุงธนทรงให้หาพระตำรวจซ้ายขวาเข้าเฝ้าและทรงให้พระยาธิเบศร์บดีอยู่ด้วย แล้วพระองค์มีพระดำรัสแก่ขุนพลคู่ใจทั้งสามว่า พระองค์จะทรงทำการใดแก่มิตรหรืออมิตร ย่อมมิได้เป็นตามความโกรธหรือรัก เกลียดหรือชอบเป็นส่วนตัวบุคคล พระองค์ทรงทำการอันยิ่งใหญ่สำเร็จได้ด้วยปณิธานเพื่อประโยชน์ใหญ่ ประโยชน์นั้นคือประโยชน์ของแผ่นดิน เรื่องอิฏฐารมณ์หรืออนิฏฐารมณ์ส่วนจำเพาะบุคคลเป็นเรื่องละเว้น ปัดทิ้งเสียได้ วันรุ่งขึ้นพระเจ้ากรุงธนทรงโปรดให้กรมหมื่นเทพพิพิธเข้าเฝ้าด้วยอาการอันแสนสุภาพต่อกันคือมีเพียงคนคุมแวดล้อมโดยมิมีการจองจำ แต่เป็นคราวสิ้นสุดอวสานแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงอย่างจริงแท้ กรมหมื่นฯ ไม่ทรงยอมละขัตติยมานะ ไม่ทรงนอบน้อมต่อพระเจ้ากรุงธน พระชนม์ชีพของกรมหมื่นฯ จึงสุดสิ้นเพียงวันนั้น

:: จากศึกพิมาย พระราชรินทร์พระตำรวจขวาได้เลื่อนเป็น พระยาอภัยรณฤทธิ์ ส่วนพระตำรวจซ้ายน้องชายได้เป็น พระอนุชิตราชา ตำแหน่งจางวางพระตำรวจทั้งสองนาย และแสนได้เลื่อนเป็นพระมหามนตรี พระตำรวจซ้ายแทนพระยาอนุชิตราชา และทรงมีเมตตาให้ระบุเป็นพิเศษในสัญญาบัตรประกาศความชอบของแสนว่า แสนได้ทอดชีพอาสาติดพระองค์มาตั้งแต่ครั้งสร้างสมพระบารมีเป็นประเดิม ส่วนขุนชนะผู้ติดตามจับกรมหมื่นเทพพิพิธได้นั้นทรงแต่งตั้งให้เป็น พระยานครราชสีมา เจ้าเมืองนครราชสีมา

:: เสร็จศึกและปูนบำเหน็จกันยังแทบมิทันจะหายใจก็มีพระราชโองการให้ไปตีเมืองนครศรีธรรมราช เพราะ เจ้าพระยานคร เฉลิมพระยศขึ้นเป็นเจ้า มิยอมขึ้นกับกรุงธน แสนแทนจะอัดใจตายเพราะเท่ากับไม่มีโอกาสที่จะกราบบังคมทูลขอขึ้นเหนืออีกตามเคย พระยาอนุชิตราชาปลอบโยนให้แสนค่อยคลายใจว่า เมื่อใดที่พระเจ้ากรุงธนทรงโปรดให้ขึ้นไปปราบก๊กเจ้าพระฝางพระยาอนุชิตจะกราบบังคมทูลขอให้แสนไปช่วยแน่นอน และพระยาอนุชิตเชื่อว่าเรณูนวลน่าจะยังไม่เป็นอันตรายใหญ่หลวงเพราะเธอมีสายวงศาคณาญาติทางเหนือกว้างขวางอยู่

:: กองทัพของกรุงธนยกลงใต้ทั้งทางบกและทางน้ำ พระเจ้ากรุงะนเสด็จทางน้ำกับแสน ส่วนทางบกให้อัครมหาเสนาบดี เจ้าพระยาจักรีแขก (หลวงนายศักดิ์เดิม) กับ พระยาพิชัยราชา (หลวงพิชัยจีนเดิม) เป็นแม่ทัพคุมทัพไป ส่วนพระยาอภัยรณฤทธิ์และพระยาอนุชิตราชาไปปราบเขมร การตีนครศรีธรรมราชเป็นผลสำเร็จ เจ้าพระยานครหนีลงไปเมืองตานี พระเจ้ากรุงธนทรงให้แสนถือศุภอักษรของเจ้าพระยาจักรีไปเจรจากับ พระศรีสุลต่าน เจ้าเมืองตานี เพราะแสนพูดภาษามลายูได้ และทรงสั่งว่าหากเจ้าเมืองตานีจะผูกไมตรีด้วยการยกลูกสาวให้แสนก็แสนสนองไมตรีนั้น พระเจ้ากรุงธนแสดงให้เห็นว่าทรงจำได้ตลอดว่าแสนรักอยู่กับสาวชาววังลูกเจ้าเมืองเหนือตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า แต่ต่อมาสาวนั้นหายสาบสูญไปและแสนต้องอยู่เดียวดายมาจนถึงกรุงใหม่นี้แสนแทบน้ำตารินเพราะรู้สึกได้ถึงพระเมตตาอันล้นพ้นของพระองค์ที่ทรงผูกพัน ห่วงใย และเอาใจใส่แม้ในเรื่องทุกข์สุขส่วนตัวของข้าราชบริพาร และเพียงเท่านี้แสนก็ถอดหัวใจวางไว้แทบพระบาทด้วยความจงรักภักดี แต่ในเรื่องอิสตรีแสนยังตั้งใจมั่นว่าจะมิข้องแวะด้วยหญิงใดเลย จะรักษาความมั่นคงในรักของตนให้งดงามตลอดไป ให้สมกับนิยายรักของเขากับหญิงอันเป็นที่รักเป็นทีจดจำฝังพระทัยพระมหากษัตริย์

:: แสนใช้ ทนายเผื่อน ทนายหน้าหอผู้ติดตามเขา ให้ปลอมตัวเขาในการเจรจากับพระยาศรีสุลต่าน และแสนปลอมเป็นข้าถือหีบหมาก ฝ่ายพระยาศรีสุลต่านก็ใช้กลเดียวกันกับแสน ให้ข้าปลอมตัวเป็นตัวท่าน แล้วตัวท่านปลอมเป็นผู้ติดตาม แต่ต่างฝ่ายต่างรู้กลกัน เพราะต่างมองออกว่าคนไหนข้าคนไหนนาย แต่กระนั้นการเจรจาก็เป็นไปด้วยดี เพราะเจ้าเมืองตานี้ได้รู้เรื่องราวความจริงของพระเจ้ากรุงธนบุรีตรงจากปากผู้ใกล้ชิด และเมื่อเห็นว่าตนจะไม่มีโทษใดมากจากการที่ช่วยพระยานครไว้พระยาศรีสุลต่านจึงยอมรับศุภอักษรของเจ้าพระยาจักรีอย่างเป็นทางการ และเชิญแสนเข้าเมืองโดยแจ้งว่ายินยอมให้พกอาวุธได้ แสนจึงตอบด้วยไมตรีว่าจะไม่พกอาวุธ แต่ทั้งแสนและข้าติดตามก็พกเขี้ยวเล็บลับเฉพาะของช่าวท่าตะเภาแขกคือลูกดิ่งพิฆาตติดตัวไปเผื่อต้องใช้ในยามคับขัน หากพระยาศรีสุลต่านเล่นไม่ซื่อ

:: และแสนกับข้าติดตามทุกคนยังกินว่านป้องกันพิษเผื่ออาหารใส่ยาพิษอีกด้วย พระยาศรีสุลต่านตอนรับแสนอย่างสมเกียรติ และระหว่างที่เลี้ยงอาหารนั้นพระศรีสุลต่านได้ให้ การะบุหนิง หรือ ดอกแก้วลูกสาวคนเดียวมาไหว้แสน ด้วยหมายจะเอาลูกสาวผูกแสนไว้ใช้ เมื่อได้เห็นการะบุหนิงนั้นหัวใจของแสนเต้นจนแทบหลุดออกจากอก ด้วยว่าเธองามสม งามจนลบคำโบราณ และอายุก็ยังอยู่ในวัยแรกผลิคือสิบห้าปีเท่านั้นเอง พระยาศรีสุลต่านพูดเป็นนัยยกเธอให้แสน และแสนเองก็เกือบจะพลั้งปากตอบรับอยู่แล้ว แต่นามหญิงหนึ่งแวบขึ้นมานิวาสนามนั้นคือเรณูนวล แสนหักใจขาดเด็ด กล่าวถ้อยสุนทรรับดอกแก้วเป็นน้องสาว พระยาศรีสุลต่านจำตกกระไดพลอยโจนให้แสนนับพี่นับน้องตามต้องการ แต่คำลือนั้นแรงนักและลือไปถึงพระกรรณพระเจ้ากรุงธนว่าแสนแต่งงานกับนางดอกแก้วไปแล้ว แต่พระเจ้ากรุงธนไม่ทรงเชื่อ และเมื่อพระยานครเข้าเฝ้ามอบตัว คำให้การของพระยานครเรื่องแสนและดอกแก้วตรงตามความเป็นจริงทุกอย่าง แสนจึงรอดตัว พระเจ้ากรุงธนมิได้ลงโทษพระยานคร แต่ทรงเอาตัวไปใช้ราชการในเมืองหลวงและทรงแต่งตั้งพระหลานเธอปกครองเมืองนครฯ แทน และให้แสนอยู่ช่วยราชการ แสนจึงได้แต่นั้งมองขอบฟ้ากว้างเพื่อปลุกความหวังหใมิรู้เหือดหายว่าคงจะได้พบกับเรณูนวลเข้าสักวัน

:: แสนอยู่ทางใต้รบทัพจับศึกจนมิมีเวลานับว่าวันคืนผ่านไปนานเท่าใดแล้ว จนจัดการทางใต้เรียบร้อยราบคาบ มานับเดือนนับปีดูอีกทีก็ลุปีมะเมีย พุทธศก 2317 เข้าไปแล้ว และปีนั้นมีใบบอกด่วนให้แสนขึ้นไปช่วยราชการศึกทางเหนือ ด้วยว่าทัพ งุ่ยอะคุงหวุ่น ยกตามตีพวกมอญเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ แต่เมื่อแสนยกทัพเรือขึ้นไปถึงกรุงธนนั้น กองกำลังที่จะไปรับมือพม่ามีเพียงพอ พระเจ้ากรุงธนจึงโปรดให้แสนกลับไปประจำอยู่หัวเมืองใต้ตามเดิม และเมื่อปราบทัพพม่าครั้งนี้ได้ราบคาบและจับเอาตัวมาประจานให้ชาวเมืองดุ ขวัญของชาวไทยที่เคยกลัวพม่าก็เฟื่องฟูขึ้นมาก เมื่อบ้านเมืองดูจะสงบเรียบร้อยและว่างศึก แสนนึกจะกราบบังคมทูลขอขึ้นไปหัวเมืองเหนือ ก็พอดีมีตราเรียกทัพด่วนให้แสนขึ้นไปช่วยท่าน เจ้าพระยาสองพี่น้อง (คุณใหญ่และคุณเล็ก) รับศึกหัวเมืองเหนือ ซึ่งครั้งนี้แม่ทัพเฒ่าเชื้อพระวงศ์ระดับสูงนาม อะแซหวุ่นกี้ ผู้มีฝีมือเข้มแข็งและชั้นเชิงสูงเป็นแม่ทัพใหญ่มาเอง ตราเรียกทัพครั้งนี้สมใจแสนยิ่งนัก ท่านเจ้าพระยาสองพี่น้องตั้งค่ายอยู่ที่พิษณุโลก และรบป้องกันเมืองอย่างเข้มแข็ง อะแซหวุ่นกี้มิอาจตีแตกได้โดยง่าย

:: จนต้องขอสงบศึกชั่วคราวและขอดูตัวแม่ทัพใหญ่ฝ่ายไทยตามกลศึก "ชูพิษแสลง" แล้วจึงรบต่อ แต่ถึงฝ่ายไทยจะรบอย่างเข้มแข็งเพียงใด พิษณุโลกก็แตกแก่อะแซหวุ่นกี้ เพราะถูกล้อมจนขาดเสบียงอาหาร ฝ่ายไทยตัดสินใจอพยพผู้คนออกจากเมือง และเมื่อทัพไทยคุ้มกันผู้คนไปถึงแถบเมืองเพชรบูรณ์นั้น กองหลังเป็นเป็นกองเสบียงซึ่งแสนคุมอยู่ปะทะเข้ากับกองโจรของข้าศึก มีกองกำลังของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งบ่งบอกว่าเป็นชาวไทย มาร่วมช่วยตีกระหนาบกองทัพพม่าจนแตกกระเจิง แล้วกองกำลังชาวบ้านกลุ่มนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วราวหายตัวได้ แม้แสนจะพากเพียรตามเท่าไรก็ไร้ร่องรอยให้ตามเจอ แสนสังหรณ์ยิ่งนักว่าจะเป็นกลุ่มของเรณูนวล และตั้งใจว่าจะต้องตามหากองกำลังกลุ่มนี้ให้เจอให้ได้ ข้างอะแซหวุ่นกี้เมื่อตีหักเข้าเมืองได้นั้น พิษณุโลกก็เหลือแต่เปลือกเป็นเมืองร้าง ไม่มีสิ่งใดให้พม่าเอาประโยชน์ได้เลย ข้าวปลาอาหารก็ไม่มี น้ำก็อาบกินมิได้ ด้วยว่าถูกถมและทิ้งอาจมและซากสัตว์เน่าเปลี่ยนไว้เต็มทุกแห่ง ประกอบกับมีใบบอกด่วนเรียกตัวอะแซหวุ่นกี้กลับอังวะเพราพระเจ้าอังวะสิ้นพระชน ทัพพม่าจึงยกกลับไป และไทยก็ว่าศึกลงเป็นเวลานาน แสนกราบบังคมทูลขออยู่หัวเมืองเหนือ และได้รับพระมหากรุณาให้อยู่รวบรวมผู้คนที่กระจัดพลัดพรายตั้งแต่เมื่อครั้งกรุงแตกให้กลับคืนเข้าเมืองให้ได้มากที่สุด แสนจึงใช้เวลาทำการนั้นตามหาเรณูนวลไปด้วยทุกวัน โดยมีเจ้าเผื่อนเป็นผู้ติดตามแทนออกรับซึ่งเฒ่าชราเต็มที่

:: แสนตระเวนอยู่ตามหัวเมืองใหญ่น้อยทางเหนือเนิ่นนาน ข่าวคราวที่มาจากเมืองหลวงที่เกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวล้วนเป็นข่าวมิสู้ดีว่า ท่านโทมนัสที่เมืองพิษณุโลกแตกแก่ข้าศึกจนหันไปฝักใฝ่การวิปัสสนากรรมฐานจนเห็นนิมิตต่าง ๆ และทรงคบหากับพวกอลัชชีสอพลอ ใครกล่าวโทษฟ้องใครก็ทรงจับผู้ถูกล่าวโทษเฆี่ยนหมด แล้ววันหนึ่งสายฟ้าก็ฟาดลงมากลางศรีษะแสนเมื่อได้รับใบบอกให้กลับเข้าเมืองหลวงเพราะพระเจ้ากรุงธนสวรรคาลัยแล้ว แสนถึงกับหน้ามืดเป็นลม เมื่อฟื้นจึงได้เห็นว่าผู้ถือใบบอกมาให้คือผู้ที่ชื่อว่าเป็นเลิศที่สุดในการพูดเกลี้ยกล่อม พระยาพิพัฒนโกษา หรือ หลวงสรวิชิต เดิมเมื่อครั้งตีเมืองจันทบุรี แสนได้รับรู้เรื่องราวความวุ่นวายต่าง ๆ ในเมืองหลวงจากการบอกเล่าของพระยาพิพัฒน์ และได้รู้ด้วยว่าแม้พ่อแม่ของแสนเองก็ต้องอาญาเฆียนทั้งคู่และถูกริบราชบาตรเมื่อยามที่เจ้ากรุงธนมีสติผันแปร แต่เมื่อทรงคืนสติปกติก็ทรงสั่งคืนทรัพย์สินทั้งสิ้นให้ และพระองค์ยังทรงทำการร้ายแรงอีกต่าง ๆ นานา จนเจ้าพระยาสองพี่น้องซึ่งติดรับศึกพม่าอยู่หัวเมืองจำต้องกลับเข้ากรุงมาจัดการกับพระองค์เพราะหากปล่อยไว้จนข้าศึกศัตรูรู้ไทยอาจเพลี่ยงพล้ำเสียทีอีกและอาจถึงกรุงแตกอีก แสนขอให้พระยาพิพัฒน์กราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวองค์ใหม่ขออยู่หัวเมืองเหนือต่อ เพราะใจยังไม่ดีนั้นอย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งเพราะยังไม่อยากทิ้งงานรวบรวมคนไทยที่กระจัดกระจายหลบซ่อนอยู่ตามป่าให้กลับเข้าเมืองซึ่งเป็นผลสำเร็จดีขึ้นเรื่อย ๆ พระยาพิพัฒน์รับปากจะกราบบังคมทูลให้ดีที่สุด

:: เพียงสามปีที่ผลัดแผ่นดินก็มีศึกพม่าประชิดติดเมืองอีกคือศึก เจ้าตะแคงปะ ดุง เจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ของพม่า ยกเข้ามาทางลาดหญ้า แขวงเมืองกาญจนบุรี แสนกราบเรียนให้ผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลกส่งบรรดาขุนหมื่นพันทนายออกไปป่าวเรียกผู้คนให้อพยพมารวมกองกันในเมืองโดยเร็วและให้ขนเสบียงมาด้วย เพื่อจะได้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วที่ต้องทิ้งเมืองเพราะขาดเสบียงความคิดของแสนได้ผล ผู้คนหลั่งไหลเข้าเมืองทุกวัน แสนช่วยเป็นภาระคุ้มกันและจัดส่งกองเกวียนของชาวบ้านจนถึงทางเข้าเมือง และจวนเย็นวันหนึ่ง มีกองเกวียนใหญ่มากกองหนึ่งอพยพเข้ามาความที่เป็นกองใหญ่และเข้ามาตอนพลบจึงจะยังเข้าเมืองไม่ได้ แสนและกองกำลังออกไปดักตรวจตรากองเกวียนนั้นว่าจะมีผู้แปลกปลอมแฝงมาบ้างหรือไม่ ขณะเมื่อกำลังพูดจากันอยู่แสนสังเกตเห็นว่ามีม้าสองม้ารีบถอยไปแผงอยู่ด้านหลังสุดของขบวน และยิ่งได้ฟังคนนำกลุ่มพูดจาถึงวันที่เจ้าพระยาทั้งสองแตกทัพอะแซหวุ่นกี้แสนก็ยิ่งปั่นป่วนหัวใจนัก จะมองสองม้าที่ถอยไปจนสุดกู่ก็มองไม่ถนัด ได้แต่คิดว่าจะต้องค้นเอาความจริงให้ได้ และคิดว่าจะเป็นคนกลุ่มนี้เองที่มาช่วยวันแตกทัพอะแซหวุ่นกี้

:: แสนได้แต่พูดฝากไว้ในเบื้องต้นนี้ว่าอยากรู้ว่าผู้ที่มาช่วยวันแตกทัพเป็นใครแสนให้ชาวบ้านพักผ่อน ตัวเองก็ไปพักด้วย แต่จนดึกแล้วแสนก็ไม่อาจข่มตมให้หลับได้ จึงลุกออกจากที่พักเดินตรวจพลเวรยามไปเรื่อย แล้วแสนก็ต้องชะงักทันใดเมื่อได้ยินเสียงชายชาวบ้านป่าขับลำนำรักอันเป็นลำนำที่ชาวกรุงศรีฯ ขับเป็นประจำและแสนกับเรณูนวลขับสู่กันก่อนแสนจากไปสงคราม แสนคาดคั้นจนได้ความว่ามีผู้สอน แสนสั่นไปทั้งตัวด้วยแน่ใจว่าผู้สอนนั้นเป็นเรณูนวลแน่และกองเกวียนนี้ต้องเป็นของเธอ แสนคาดคั้นขาวบ้านจนในที่สุดได้พบกับเรียมพี่เลี้ยงของเรณูนวล เรียมต่อว่าต่อขานประชดประชันแสนมากมาย โดยเฉพาะเรื่องได้เมียพระราชทานถึงสองคน แสนชี้แจงและสาบานจนเป็นที่พอใจของเรียม เรียมจึงชี้เกวียนที่พักของเรณูนวลให้ แสนกับเรณูนวลได้พบกัน ความรักความคิดถึงแรมปีประดั่งหลั่งไหลท่วมท้นใจ แสนรับรู้ความลำบากของเรณูนวลด้วยน้ำตา และให้คำมั่นว่าจากนี้ไปความตายเท่านั้นที่จะพรากเขาจากเรณูนวลได้ แล้สองหัวใจรักที่รอคอยกันมานานแสนนานก็ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในคืนนั้น แสนขอให้ผู้สำเร็จราบการเมืองพิษณุโลกประกอบพิธีสมรสให้ แล้วจากนั้นแสนกับเรณูนวลและกองกำลังก็ไปสมทบทัพหลวงที่ลาดหญ้า ทำศึกกับพม่าซึ่งยกเข้ามาถึงเก้าทัพ กองของแสนและเรณูนวลรบแบบกองโจรและสามารถตีพม่าแตกกระเจิงได้ชัยชนะในด้านนั้น แสนและเรณูนวลไปตนสมทบกับทัพหลวงซึ่ง พระอนุชิตราชา หรือพระราชวังบวรหรือคุณเล็กเป็นแม่ทัพ และท่านมีพระบัณฑูรให้แสนและเรณูเข้าเฝ้า ท่านตรัสว่าแสนและเรณูนวลจะได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวในวันที่เสร็จศึกเพี่ยงเท่านี้แสนก็ยินดีจนสะท้านไปทั้งกาย

:: ทัพไทยทำศึกกับพม่าสุดชีวิตวิญญาณ บรรดาคนไทยที่ซุ่มซ่อนอยู่ต่างก็ออกมาช่วยบ้านเมืองทำศึกจนมีชัยชนะอย่างเด็ดขาดต่อพม่า และศึกครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นแล้วบ้านเมืองสยามก็เข้าสู่ความสงบสุข ไร้ศึกจากเมืองม่านมารบกวนอีกเลยตลอดรัชกาล

**********************************************************

@ มังกรเดียวดาย ( ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

 

รายชื่อนักแสดง

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง รับบท จางเหา
นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบท เต๊งล้อ
เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร รับบท อาเล้ง
นุสบา ปุณณกันต์ รับบท อาลั้ง
แอนนิต้า-นิษิตา พงศ์ทรง รับบท อาเหมย
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบท อากุ๋ย
อภิชาต ชูสกุล รับบท โป๊ยตี๋
ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ รับบท ซาเก๊า
กริช หิรัญพฤกษ์ รับบท อาเปียว
วัชระ ปานเอี่ยม รับบท บิ๊กชาย
วรเชษฐ์ นิ่มสุวรรณ รับบท อาฟาน
คมกฤช ยุติยงค์ รับบท เถ้าแก่จั๊ว
เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์ รับบท อาเปา


นักแสดงรับเชิญ

อ.วิโรจน์ ตั้งวานิช รับบท หลงไป๊หมิง
อรรถพร ธีมากร รับบท อาซำ
ภัทรวรินทร์ ทิมกุล รับบท รุจี / สร้อย

เรื่องย่อ

หลังจากการตายของอาหลิว ( มาช่า วัฒนพานิช ) สมาคมห้าสมุทร ตกอยู่ภายใต้การดูแลของบิ๊กชาย ( เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม ) ส่วนเต็งล้อ ( หนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา ) ก็ยังคงเป็นมนุษย์นิทราจากอาการที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ จนกระทั่งรุจีหรือสร้อย ( เมย์-ภัทรวรินทร์ ทิมกุล ) แฟนสาวของตี๋เล็ก ( พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ ) ได้ให้กำเนิดทารกเพศชาย เต็งล้อที่หลับไหลมาช้านาน ก็ฟื้นขึ้นจากอาการโคม่าราวกับปาฏิาหารย์ และได้ให้บิ๊กชายส่งคนออกตามหาทายาทคนสุดท้ายของตระกูล "ธรรมกุล"

ข่าวการออกตามหาทารกน้อยแพร่สะพัดออกไป สร้างความไม่พอใจให้แก่โป๊ยตี๋ ( หมึก-อภิชาต ชูสกุล ) หัวหน้าสาขาที่ 19
ของสมาคมฯ เพราะเขามีแผนจะครองตำแหน่งต่อจากเต็งล้อ โดยโป๊ยตี๋มอบหมายให้อากุ่ย ( ปู-อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ ) ลูกน้องคนสนิท นำทีมสังหารออกตามเก็บสองแม่ลูกเพื่อตัดหน้าบิ๊กชาย ทางด้านเต็งล้อเมื่อทราบว่าหลานของตนถูกโป๊ยตี๋ส่งคนไปเก็บ ก็เริ่มตระหนักว่าโป๊ยตี๋กำลังคิดโค่นอำนาจ จึงได้จับอาเปาและอาเปียว ลูกชายทั้ง 2 ของโป๊ยตี๋ไว้ และบังคับให้โป๊ยตี๋พาทายาทของธรรมกุลกลับมาให้ได้ ร้อนถึง จางเหา ( แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ) ที่ตัดขาดจากโลกภายนอก ได้ตัดสินใจไปช่วยเหลือทารก เพราะเห็นแก่ที่เป็นหลานของอาหลิว แต่ก็มาช้าเกินไป รุจีและลูกน้องที่บิ๊กชายส่งมาต่างถูกอากุ่ยฆ่าตายหมด เหลือเพียงอาเล้ง ลูกชายของรุจีที่จางเหาช่วยออกมาได้เท่านั้น จางเหาพาอาเล้งหนีจากการตามล่าของอากุ่ยมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ได้บาดเจ็บสาหัส จนในที่สุดจางเหาเดินโซซัดโซเซ

มาจนถึงกระท่อมกลางป่า ซึ่งเป็นที่พักของอาลั้ง ( นุสบา ปุณณกันต์ ) สาวชาวเขา ซึ่งเป็นลูกสาวของคนที่จางเหารู้จัก เมื่อมาถึงจางเหาได้เจอกับ อาฟาน ( หนึ่ง-วรเชษฐ์ นิ่มสุวรรณ ) ซึ่งเป็นสายที่จางเหาส่งเข้าไปสืบเสาะความเคลื่อนไหวภายในสมาคมฯ โดยอาฟานได้ออกอุบายร่วมกับจางเหา เพื่อป้องกันไม่ให้อาเล้งถูกตามล่าจากอากุ่ย โดยการวางเพลิงเผากระท่อมของอาลั้ง พร้อมกับนำศพเด็กชาวบ้านที่เสียชีวิตแล้วมาเผาอำพรางเพื่อให้ดูเหมือนว่าอาเล้งเสียชีวิตลงแล้ว จากนั้นจางเหาขอร้องให้อาฟานแฝงตัวเข้าสมาคมห้าสมุทร เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของเต็งล้อต่อไป ส่วนตนเองก็กลับบ้านป่าพร้อมด้วยอาเล้งและอาลั้ง และเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้โป๊ยตี๋จำเป็นต้องยิงเข่าทั้งสองข้างของตนเองเพื่อแลกกับชีวิตลูก ๆ ทั้งสองที่เต็งล้อจับตัวมา และรับผิดในเรื่องที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของทายาท "ธรรมกุล" ไว้ได้ สร้างความเจ็บแค้นให้กับโป๊ยตี๋เป็นอย่างมาก

และแล้ว วันเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป... 18 ปี หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนั้น อาเล้ง ( เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร ) ได้เติบโตเป็นเด็กหนุ่มและมีนิสัยคึกคะนองไม่ต่างอะไรจากตี๋เล็กผู้เป็นบิดา ไม่ว่าจางเหาจะอบรม หรือทำโทษสักเท่าใด อาเล้งก็อาศัยความเจ้าเล่ห์เพทุบายเอาตัวรอดไปได้เสมอ คนเดียวที่อาเล้งดูจะเชื่อฟังที่สุดก็มีแต่อาลั้งเท่านั้น ทางด้านเต็งล้อ แม้เข้าสู่วัยชราแต่ยังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อคอยรั้งอำนาจพวกหัวหน้าสาขาต่าง ๆ ที่คิดแย่งชิงตำแหน่งจากตนและกลุ่มอิทธิพลฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ยังนำพาสมาคมห้าสมุทรให้ขยายอำนาจแผ่ไพศาลออกไป คนที่เข้าใจและเห็นใจเต็งล้อมากที่สุดนั้นเห็นจะมีเพียงอาเหมย ( แอนนิต้า-นิษิตา พงศ์ทรง ) บุตรสาวของบิ๊กชายกับอาหลิงที่ให้ความเคารพนับถือเต็งล้อเช่นดังญาติผู้ใหญ่แท้ ๆ ของตน ที่หมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอทำให้เต็งล้อผ่อนคลายความเหงาลงได้บ้าง

ส่วนโป๊ยตี๋นั้นหลังจากเพลี่ยงพล้ำให้แก่เต็งล้อ ก็ต้องหันมาสั่งสมบารมีของตัวเองขนานใหญ่ โดยอาศัยอาเปา ( อ้น-เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์ ) บุตรชายคนโตของตนที่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ให้ออกมาสร้างผลงานชิงดีชิงเด่นกับเต็งล้ออยู่เสมอ ส่วนอีกทางหนึ่งนั้นก็ให้อาเปียว ( กอล์ฟ-กริช หิรัญพฤกษ์ ) บุตรชายคนเล็กคอยตามตื้ออาเหมย เพื่อหวังจะเป็นทองแผ่นเดียวกับบิ๊กชาย แม้บิ๊กชายจะรู้ว่าโป๊ยตี๋มีจุดประสงค์ใด แต่ก็ยังสนับสนุนให้อาเหมยได้เป็นฝั่งเป็นฝากับอาเปียว เพราะหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะช่วยเยียวยาความบาดหมางในสังคมฯ ลงได้ ทางด้านอาเหมยที่ชิงชังความเป็นจอมเสเพลของอาเปียว จึงแก้เผ็ดผู้เป็นพ่อด้วยการหนีออกจากบ้าน จนได้พบกับอาเล้งโดยบังเอิญทั้ง 2 ถูกชะตากันอย่างมาก อาเล้งจึงพาอาเหมยมาพักที่กระท่อม แต่เมื่อจางเหารู้ว่าอาเหมยเป็นคนของสมาคม ก็ขับไล่ไสส่ง ทำให้อาเล้งไม่พอใจ และหนีไปกรุงเทพฯ พร้อมกับอาเหมย เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ อาเล้งขอให้อาเหมยพาตนไปพบกับญาติที่ชื่ออาฟาน ซึ่งเป็นคนดูแลศาลเจ้าในสมาคมฯ และที่นี่เองที่ทำให้อาเล้งได้พบกับเต็งล้อ ในขณะที่เต็งล้อมาไหว้พระที่ศาลเจ้า เต็งล้อรู้สึกถูกชะตาอาเล้งอย่างน่าประหลาดใจ ได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ภายในใจ

ทางด้านจางเหาก็ถูกอาลั้งหว่านล้อมจนยอมเดินทางเข้าเมืองมาตามหาอาเล้ง แต่เมื่อได้เจอตัวอาเล้งกลับดื้อดึงไม่ยอมกลับบ้าน เมื่อเป็นเช่นนั้นจางเหาก็หมดความอดทน แอบย้อนกลับมาหมายจะสังหารเต็งล้อเสีย เพราะทนไม่ได้ที่เต็งล้อมาชักจูงอาเล้งให้เลือกเดินทางผิด แต่สิ่งที่มันคาดไม่ถึงก็คือ อาเล้งกลับเสี่ยงตายเข้าปกป้องเต็งล้อเอาไว้ จากการที่จู่ ๆ จางเหาที่ตัดขาดจากชีวิตนักเลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว กลับหวนเข้ามาหมายจะปลิดชีวิตตนเอง ทำให้เต็งล้อนึกสงสัยในชาติกำเนิดของอาเล้ง จึงสืบสวนจนพบแหวนทอง "ธรรมกุ" ในตัวอาเล้งเข้า ถึงได้รู้ว่าแท้จริงอาเล้งก็คือหลานชายของตนนั่นเอง ดังนั้นเต็งล้อจึงได้คิดแผนที่จะกำจัดจางเหาเสีย เพราะตราบใดจางเหายังมีชีวิตอยู่ ก็คงไม่ยอมปล่อยให้อาเล้งสืบทอดอำนาจต่อจากตนแน่นอน อีกทั้งความแค้นของตนกับจางเหานั้นก็สมควรแก่เวลาแล้วที่ต้องสะสาง เต็งล้อหลอกอาเล้งให้พาตนไปพบจางเหาเพื่อสะสางความแค้น ส่วนอาเล้งก็หลงเชื่อว่าปู่ของตนคงเห็นแก่ความดีที่จางเหาอุปการะตนไว้ จึงอยากตอบแทนบุญคุณด้วยการญาติดีกับลุง ดังนั้นอาเล้งจึงยอมนำทางเต็งล้อไปพบบ้านป่าด้วยความเต็มใจ

การเดินทางไปอย่างเงียบเชียบของเต็งล้อและอาเล้งทำให้อาฟานตื่นตระหนก เพราะมันรู้ดีว่าคนใจคออำมหิตอย่างเต็งล้อ
ไม่มีวันจะยอมเลิกราความแค้นโดยง่าย แต่ครั้งจะไปขัดขวางก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ซ้ำร้ายโป๊ยตี๋เกิดล่วงรู้ว่าเต็งล้อเดินทางไปโดยไม่มีขบวนองครักษ์คุ้มกันมากมายเหมือนเช่นเคย จึงให้อากุ่ย อาเปาและลูกน้องชื่ออากวง นำทีมสังหารลอบติดตามไปหมายจะปลิดชีพเต็งล้อและจางเหาไปในครั้งนี้เลย แต่สมุนฝีมือฉลาดที่เต็งล้อพามาเพื่อสังหารจางเหา กลับต้องสิ้นชีพด้วยน้ำมือของอาเปา, อากุ่ยและอากวง จางเหาและอาเล้งตัดสินใจปักหลักต่อกรกับพวกศัตรู ด้านอาเปาที่สงสัยอากุ่ยอยู่ก่อนหน้า อาศัยจังหวะพูดจาหว่านล้อมและติดสินบนอากวนให้หักหลังและกำจัดอากุ่ย แต่สุดท้ายอาเปาก็ถูกอากวงหักหลัง และฆ่าตายโดยอาศัยการตามฆ่าเต็งล้อบังหน้า ด้านเต็งล้อฉวยโอกาสทีเผลอลงมือทำร้ายจางเหา แต่ก็ถูกจางเหาตอบโต้เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในสภาพปางตาย

แต่ก่อนที่เต็งล้อจะเดินทางมาหาจางเหา ได้เขียนจดหมาายไว้ 2 ฉบับ เพื่อบอกเรื่องราวที่แท้จริงของทายาทธรรมกุลให้กับบิ๊กชาย และอีกหนึ่งฉบับรับรองความเป็นทายาทธรรมกุลที่แท้จริงของอาเล้ง เต็งล้อก็สิ้นใจตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ส่วนจางเหาก็พูดเตือนสติอาเล้งโดยยกเรื่องของหลิวกับตี๋เล็กมาเป็นอุทาหรณ์ หลังจากทนพิษบาดแผลอยู่ได้หนึ่งคืน จางเหาก็แข็งใจเดินทางไปยังหลุมศพของอาหลิวไปตอนรุ่งสาง ก่อนจะหมดลมลงอย่างสงบที่นั่น หลังการตายของเต็งล้อ ซาเก๊า ( แมน-ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ ) ผู้ร่วมขบวนไปกับเต็งล้อและอาเล้งชี้แจงต่อหัวหน้าและสมาชิกสมาคมฯ ถึงข้อความในจดหมายครึ่งแรกของบิ๊กชาย อาเล้งปรากฏตัวพร้อมจดหมายส่วนที่เหลือของกล่องไม้ดำของจางเหา โดยออกอุบายว่า
จดหมายจะเปิดก็ต่อเมื่อผ่านพิธีกงเต็งของเต็งล้อไปเสียก่อน ทำให้อากุ่ยและอากวงร้อนตัวกลัวความผิดที่ก่อ จึงชิงลงมือแย่งกล่องไม้ดำมา เกิดการต่อสู้กันจนอาเหมยถูกยิง บาดเจ็บสาหัส

ส่วนกล่องไม้ดำที่อากุ่ยและอากวงได้ไป อาเล้งได้ซ่อนระเบิดอยู่ข้างในทำให้อากุ่ยต้องสูญเสียดวงตา 1 ข้างไปในครั้งนี้ ทางด้านโป๊ยตี๋ และอาเปียว รีบเดินทางมาดูอาการอาเหมย อาเปียวจึงสารภาพความจริงว่าตนเองและพ่อบ้านไช่ ได้แอบสืบความเคลื่อนไหวของอากุ่ยและอากวงจนรู้ว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของอาเปาพี่ชาย และเต็งล้อนั่นเอง อาเล้ง
ซึ่งเห็นว่าทุกอย่างเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี จึงคิดที่จะไม่เปิดเผยความเป็นทายาทที่แท้จริงของตนเอง บิ๊กชายอาศัยจังหวะนี้ให้โป๊ยตี๋สาบานต่อหน้าหัวหน้าสมาคมทั้งหมดในวันทำพิธีกงเก็กของเต็งล้อว่าจะจงรักภักดีกับสมาคมและตัวบิ๊กชาย แต่กลับถูกโป๊ยตี๋ซ้อนแผนให้อาเปียวและอาเหมยได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน เพื่อยุติความบาดหมางทั้งปวงเช่นกัน
อาเล้งจึงพาอาเหมยหนี แต่ก็ไปไม่รอด ถูกอาเปียวตามเจอและซ้อมจนอาการสาหัส เมื่อหมดหนทาง อาเล้งจึงนำจดหมาย
ส่วนที่สองออกมาเปิดเผยตัวความเป็นทายาท "ธรรมกุล" กับบิ๊กชาย ยืนหยัดที่จะกำจัดโป๊ยตี๋ แทนที่จะรอมชอมกัน

ในวันงานกงเต็กเต็งล้อ โป๊ยตี๋และอาเปียวได้เกลี้ยกล่อมหลงไป่หมิง หัวหน้าสมาพันธ์ดาวมังกรให้หนุนอำนาจตนเอง เพื่อครองตำแหน่งหัวหน้าสมาคมห้าสมุทร ส่วนอาเล้ง บิ๊กชาย ซาเก๊าและอาฟานก็วางแผนที่จะฆ่าโป๊ยตี๋และอาเปียวในวันนั้นเช่นกัน ในช่วงที่สู้กันอย่างชุลมุนโป๊ยตี๋ได้พลั้งมือแทง อาเปียวลูกชายตัวเองตาย ตัวเองก็สติฟั่นเฟือนไป อากุ่ยและอากวงรู้ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจึงลักพาตัวอาลั้งและวางแผนให้อาเล้ง และอาฟานไล่ล่าตนเองไปจนถึงที่พักของหลงไป่หมิง เกิดการดวลปืนกันจนท้ายที่สุด อาเล้งและอาฟานฆ่าหลงไป่หมิง ยิ่งสร้างความระส่ำระสายให้สมาคมห้าสมุทร จนบิ๊กชายและซาเก๊าต้องตามไล่ล่าอาเล้งแทน เมื่อจวนตัว อาเล้งจึงลักพาตัวอาเหมยอีกครั้ง เพื่อล่อบิ๊กชายออกมาและได้เล่าความจริงที่เกิดขึ้น

แต่ก็ถูกอากุ่ยซ้อนแผนส่งสมุนมากวาดล้าง มันฆ่าบิ๊กชาย ซาเก๊าและจับตัวอาหลิงไป ซ้ำยังบังคับให้อาเหมยใส่ร้ายอาเล้งต่อหน้าหัวหน้าสมาคมฯ ทั้งหมด แล้วอาเล้งจะสามารถช่วยทุกคนจากเงื้อมมือของอากุ่ยได้ด้วยวิธีไหน เส้นทางชีวิตของอาเล้งและอาเหมยจะพลิกผันไปอย่างไรติดตามชม "มังกรเดียวดาย" ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.40-21.40 น. ทาง ททบ. 5
*********************************************************

@ เมืองมายา  …. 4  แผ่น....................140  บาท

นำแสดงโดย
1. ภูธเนศ หงษ์มานพ แสดงเป็น ตะวัน
2. โสภิตนภา ทัพพะรังสี แสดงเป็น ชนิกานต์
3. กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น ชุติมา
4. ดารุณี กฤตบุญญาลัย แสดงเป็น จรัสศรี
5. ภาณุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น ศักดิ์ทนง

เรื่องย่อ
หลังจากถูกเปิดโปงข่าวฉาว เสียตัวแลกโกอินเตอร์ ภาพพจน์ของไอย์ ( สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ) ก็ย่ำแย่ในสายตาของประชาชน ไอย์ไม่มีงานละครติดต่อมาเกือบสองเดือน จนในที่สุด ก้องสกุล ( สัญญา คุณากร ) ก็เรียกตัวไอย์และนภางค์ ( ญาณี จงวิสุทธิ์ ) เข้ามาที่ช่อง 2 เพื่อให้ดูบทละครเรื่องใหม่ "ยอดรักพยัคฆ์ร้าย" ที่จะเอาไอย์มาพลิกบทบาทเป็นนางเอกนักบู๊ ก้องสกุลขู่ว่าถ้ายังไม่สามารถทำให้คนดูกลับมาชื่นชอบได้ ละครเรื่องนี้อาจต้องเป็นเรื่องสุดท้ายที่ไอย์จะได้เล่นเป็นนางเอก ยิ่งทำให้ไอย์ต้องพยายามทุกวิถีทาง ที่จะกลับมาเป็นขวัญใจประชาชนอีกครั้ง

แต่แล้วความพยายามของไอย์ก็มีอุปสรรคมาขัดขวาง เมื่อพระเอกที่มาประกบคู่ด้วยคือ ตะวัน วิรัชชกานต์ (ภูธเนศ หงษ์มานพ) พระเอกหนุ่มมาดเข้มที่ครองใจสาว ๆ ได้ทั่วประเทศ ตะวันเป็นดาราที่ตั้งใจทำงาน แต่นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว เขาจะไม่ยอมให้สัมภาษณ์เรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวและเรื่องความรัก แต่มันก็ทำให้นักข่าวอยากจะรู้เรื่องราวของเขามากขึ้น

นักข่าวที่สนใจข่าวเรื่องนี้มากที่สุดก็คือ ศักดิ์ทนง สิบทิศ ( ภาณุเดช วัฒนสุชาติ ) นักข่าวรุ่นเก๋าที่เป็นคนเจ้าเล่ห์จอมลวงโลก แต่อาจจะด้วยความโชคดี ทำให้เขายืนยงอยู่ในวงการหนังสือพิมพ์ได้เป็นเวลานาน จนกลายเป็นนักข่าวรุ่นใหญ่ที่มีอิทธิพลมาก ศักดิ์ทนงเพิ่งย้ายเข้ามาทำงานเป็นรองบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ สยามนิวส์ และดูแลหน้าข่าวบันเทิงของเบิ้ม (สีหนุ่ม เชิญยิ้ม) ด้วย ศักดิ์ทนงอาศัยหน้าบันเทิงของสยามนิวส์เขียนข่าวโจมตีตะวันโดยที่เบิ้มทำอะไรไม่ได้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ศักดิ์ทนงเกลียดตะวัน ก็เพราะตะวันเคยไปขวางเขา ขณะกำลังจะฉุดดาราประกอบสาวไปทำมิดีมิร้าย ศักดิ์ทนงจึงผูกใจเจ็บ และตั้งใจจะทำลายตะวันตั้งแต่วันนั้น จนกว่าตะวันจะออกไปจากวงการ

ในกองถ่าย "ยอดรักพยัคฆ์ร้าย" นักข่าวพากันรุมสัมภาษณ์แต่ตะวัน ทำให้ไอย์ที่หวังจะโปรโมทตัวเองเต็มที่ ถูกแย่งความเด่นไป แถมยังมีข่าวออกมาว่า ช่อง2 หวังเอาตะวันดันไอย์ขึ้นจากปลักโคลน ได้เชิดหน้าในวงการอีกครั้ง ไอย์เลยยิ่งเกลียดตะวันมากขึ้นทุกที จนวันหนึ่ง ไอย์ก็แอบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งออกมาจากรถของตะวันด้วยท่าทางสนิทสนม ไอย์จึงรู้ว่าตะวันมีความลับที่ปิดบังทุกคนเอาไว้ แต่สิ่งที่ไอย์ไม่รู้ก็คือ ผู้หญิงคนนั้นคือ ชนิกานต์ กิจโสภณ ( โสภิตนภา ทัพพะรังสี ) ลูกสาวชุติมา กิจโสภณ ( กาญจนา จินดาวัฒน์ ) นักธุรกิจค้าเพชรอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ชนิกานต์กำลังคบหาดูใจกับตะวัน แต่ความรักของทั้งสองต้องเผชิญกับอุปสรรค เมื่อครอบครัวของชนิกานต์ไม่ยอมรับตะวัน เพราะความแตกต่างทางฐานะ

นอกจากนั้นชุติมายังเชื่อว่า พวกดารามักจะมากชู้หลายรัก มีแต่ข่าวสกปรก ถ้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องแปดเปื้อนไปด้วย แต่ชนิกานต์ก็ยังยืนยันว่าตะวันเป็นคนดี ชุติมาไม่อยากจะหักหาญน้ำใจลูกสาว จึงให้คบหาดูกันไป แต่ในใจของชุติมา หวังไว้ว่าชนิกานต์จะคิดได้เองสักวันว่าตะวันไม่เหมาะกับเธอ ชุติมาจึงห้ามไม่ให้เปิดเผยเรื่องนี้ให้สาธารณชนรู้ จนกว่าตะวันจะพิสูจน์ตัวเองได้ ตะวันจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เรื่องนี้เป็นข่าว

ที่งานเดินแบบการกุศลของคุณหญิงจรัลศรี โชติวิจิตร ( ดารุณี กฤตบุญญาลัย ) มารดาของเอกภพ ( ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม ) หนุ่มไอโซที่ชุติมาหวังจะให้มาเป็นคู่หมั้นชนิกานต์ ตะวันยอมไปเดินแบบตามคำขอร้องของชนิกานต์ที่หวังจะให้ชุติมาเห็นความดีของตะวัน ไอย์จึงได้รู้ความจริงว่าผู้หญิงของตะวันก็คือชนิกานต์นั่นเอง ไอย์จึงยื่นข้อเสนอให้ศักดิ์ทนงว่าจะบอกข่าวสำคัญเรื่องตะวันให้รู้ แต่ศักดิ์ทนงต้องเขียนเชียร์เธอ พอศักดิ์ทนงรู้ความจริงเค้าก็ตรงเข้าไปเยาะเย้ยตะวัน อีกทั้งยังพูดจาล่วงเกินชนิกานต์ ทำให้ตะวันทนไม่ได้ ตรงเข้าชกหน้าศักดิ์ทนงเกิดความวุ่นวายโกลาหลในงาน

และผลการกระทำครั้งนี้ของตะวัน ก็ทำให้ชุติมายื่นคำขาด ไม่ให้ชนิกานต์คบหากับตะวันอีกต่อไป ชุติมาจัดการกำหนดวันหมั้นหมายให้ชนิกานต์กับเอกภพ เพื่อตัดปัญหาเรื่องตะวัน แรงบีบคั้นจากครอบครัวและนักข่าวทำให้ชนิกานต์และตะวันต้องแอบพบกันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ แต่สุดท้ายชุติมาก็จับได้ ชนิกานต์จึงถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปไหนมาไหนตามลำพังอีกต่อไป ทางด้านตะวันก็พยายามจะเคลียร์ข่าวตัวเองเพื่อชนิกานต์ ด้วยการมาขอให้ศักดิ์ทนงหยุดเล่นข่าวเรื่องเขาและชนิกานต์ แต่ศักดิ์ทนงกลับบอกว่าคำขอโทษไม่เพียงพอ ตะวันจะต้องกราบตีนเขาด้วยถึงจะหายกัน ตะวันไม่ยอมและด่าศักดิ์ทนงกลับ ศักดิ์ทนงเสียหน้ามาก จึงประโคมข่าวโจมตีตะวันเสีย ๆ หาย ๆ หนักข้อขึ้นไปอีก

และจากการปะทะกับศักดิ์ทนงครั้งนี้ ตะวันก็ได้รู้ความจริงว่า ไอย์เป็นคนบอกเรื่องของชนิกานต์ให้กับศักดิ์ทนงรู้ ตะวันโกรธมาก ถึงกับไปบอกกับก้องสกุลว่าจะขอถอนตัวจากละคร เพราะเขาทนการรบกวนจากไอย์ไม่ได้ ก้องสกุลจกับจงรัก ( อรนภา กฤษฎี ) จึงต้องบังคับไอย์ให้หยุดวุ่นวายกับตะวัน ไม่เช่นนั้นเขาจะเปลี่ยนตัวนางเอก

นภางค์กลัวว่าไอย์จะต้องโดนถอดจากละครจริง ๆ เลยรีบแล่นไปทวงบุญคุณศักดิ์ทนงให้เขียนข่าวเชียร์ไอย์ ศักดิ์ทนงรู้ว่า "ยอดรักพยัคฆ์ร้าย" ยกกองไปถ่ายทำที่ชะอำ จึงนัดให้ไอย์มาหาเขาที่โรงแรมชะอำ และคืนนั้นก็เป็นคืนวันเกิดของชนิกานต์ ชนิกานต์วางแผนกับปุ้ม ( จุ๊บ ภัทธา มั่นพิริยะกุล ) เพื่อนสนิท ว่าจะแอบออกมาพบกับตะวันเช่นกัน เมื่อไอย์และนภางค์มาเจอกับศักดิ์ทนง ศักดิ์ทนงก็หลอกพานภางค์ไปไว้ที่อื่น แล้วกลับมาคิดจะปล้ำไอย์เป็นรางวัลที่เขาทำลายตะวันสำเร็จ ไอย์ไม่ยอมดิ้นหนีจากศักดิ์ทนง วิ่งไปตามชายหาด เจอกับตะวันที่กำลังจะออกไปพบกับชนิกานต์ ตะวันช่วยไอย์ให้รอดพ้นเงื้อมือของศักดิ์ทนงมาได้ แต่หลังจากนั้นทีมงานในกองถ่ายกลับมาเห็นตะวันและไอย์อยู่ด้วยกัน ในสภาพที่ไอย์เสื้อผ้าฉีกขาดดูไม่เรียบร้อย ทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ ว่าไอย์กับตะวันมีอะไรกัน ไอย์ไม่กล้าเล่าความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนตะวันก็รีบออกไปหาชนิกานต์ แต่เมื่อไปถึง กลับเห็นชนิกานต์นั่งอยู่ในรถกับเอกภพแล่นออกไปไกลแล้ว

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชนิกานต์เริ่มหวั่นไหว กับข่าวคาวของตะวันและไอย์ที่ศักดิ์ทนงใส่ไฟไปว่า ตะวันแอบเล่นเลิฟซีนนอกจอกับไอย์กลางชายหาด จนคนทั้งกองถ่ายเห็น และพอชุติมาเห็นข่าว ก็ยิ่งซ้ำเติมชนิกานต์ ทำให้ชนิกานต์ยิ่งเจ็บปวด เอกภพทนดูไม่ได้ จึงมาพบตะวัน และขอร้องว่า ถ้าหากตะวันรักชนิกานต์จริง ก็ขอให้เลิกยุ่งกับเธอ ก่อนที่ชนิกานต์จะต้องเจ็บปวดมากไปกว่านี้ ทำให้ตะวันเริ่มคิดว่าการปล่อยให้ชนิกานต์ไป เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้เพื่อเธอ เพราะตราบใดที่เขายังเป็นนักแสดง เขาก็จะยิ่งฉุดให้ชนิกานต์ต้องมาแปดเปื้อนกับข่าวคาวทั้งหลายของเขาไปด้วย

ท้ายสุดความรักระหว่างตะวันพระเอกสุภาพบุรุษของวงการ กับชนิกานต์สาวไฮโซ จะลงเอยสมหวังอย่างไรนั้นต้องติดตาม ส่วนนักข่าวอันตรายอย่างศักดิ์ทนง จะลอยนวลอยู่ในเมืองมายาได้อีกต่อไปหรือไม่

****************************************************

@มหาราชกู้แผ่นดิน  …. 5  แผ่น................175  บาท

เรื่องย่อ :

         เมื่อพระองค์ดำหรือพระนเรศวรได้เสด็จหนีจากหงสาวดีมาสู่กรุงศรีอยุธยาได้นำชาวไทใหญ่ จำนวนหนึ่งมาด้วย นั่นคือ เจ้านางมณีจันทร์และเจ้านางมณีอิน ตลอดจนขุนแสนกล้า นักรบของเจ้าไทใหญ่ อีกทั้งยังมีเจ้านายของกรุงศรีอยุธยาร่วมมาในขบวนครั้งนั้นด้วยคือ พระองค์หญิงพิจิตรจินดา กับเดือน ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงและเป็นสนมของพระราเมศวร การกลับมาของพระองค์ดำ ทำให้พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมหาธรรมราชาและพระเอกาทศรถหรือพระองค์ขาว ดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

        พระองค์ดำครองรักกับเจ้านางมณีจันทร์ แล้วเสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก พระองค์ดำทรงคิดอยู่ตลอดเวลาเรื่องที่กรุงศรีอยุธยาตกเป็นประเทศราชของหงสาวดี จึงได้จัดหาทหารฝีมือดีมาร่วมทัพ แล้วทรงเปลี่ยนกลศึกจากการยกพลจำนวนมหาศาลเข้าปะทะข้าศึก ก็เปลี่ยนมาเป็นการใช้การรบเยี่ยงกองโจร ทหารฝีมือดีนั้น ต่อมาได้ร่ำเรียนพิไชยสงครามกับขุนเมืองผู้เป็นอาจารย์ของพระองค์ดำ มีจำนวน 6 คน คือ มิ่ง เที่ยง บุญ เพิ่ม ขวัญ ขาม และมีขุนแสนกล้าอีกผู้หนึ่ง รวมเป็นทหารเอกคู่พระทัย 7 คน

        ส่วนทางหงสาวดี ก็ไม่ไว้ใจกรุงศรีอยุธยา เพราะรู้กิตติศัพท์ของพระนเรศวรเป็นอย่างดีว่ามีความกล้าหาญเพียงใด จึงหาทางทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อยกกองทัพมาก็พ่ายกรุงศรีอยุธยา ทุกครั้ง ทำให้เมืองต่าง ๆ ที่เป็นเมืองประเทศราช ต่างคิดแข็งเมืองกัน

         มังกะยอชะวาทุบตีตองชเว ผู้เป็นมเหสี ทำให้พระเจ้าอังวะ พระราชบิดาของตองชเวไม่พอใจ แข็งเมืองเป็นขบถ จันทรากับสุวรรณฉัตรสายเครือของอังวะจึงถูกเนรเทศออกไปจากหงสาวดี เมื่อทั้งสองกลับมายังอังวะ พร้อมกับนินตยาวดีมเหสีของสุวรรณฉัตรด้วย นันทบุเรงก็ใช้ให้เมืองประเทศราชทั้งหลายยกทัพไปตีอังวะ พระนเรศวรแกล้งเดินทัพช้าๆ เพื่อรอให้พระเจ้านันทบุเรงทำศึกกับพระเจ้าอังวะถึงแพ้ชนะก่อน มังกะยอชะวารักษาเมืองอยู่ ออกอุบายให้พระยาเกียรติกับพระยาราม ขุนนางมอญมาคอยรับ พระนเรศวรที่เมืองแครงพร้อมทั้งไพล่พล และมีกลศึกว่าทั้งสองคน ลวงพระนเรศวรไปฆ่าให้จงได้ ทั้งสองเคยสนิทกับพระนเรศวรมาก่อน จึงนำความไปเล่าให้พระมหาเถรคันฉ่องฟัง พระมหาเถรคันฉ่องมาเฝ้าพระนเรศวรแล้วทูลให้ทรงทราบ พระนเรศวรโกรธและประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ไม่ยอมขึ้นต่อหงสาวดีอีกต่อไป

           พระเจ้านันทบุเรง ส่งกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอยู่หลายครั้ง แต่ก็พ่ายกลับไปทุกครั้ง การพ่ายแพ้ของหงสาวดี ทำให้เมืองประเทศราชทั้งหลายต่างแข็งเมืองขึ้น ภายในเมืองหงสาวดีก็เกิดความวุ่นวาย เนื่องด้วยเจ้ายะไข่ได้ส่งธิดามาถวายพระเจ้านันทบุเรง ทำให้ศุภยา พระอัครมเหสีไม่พอใจมาก รวมถึงเจ้านางสุวนันทาด้วย ยะไข่ได้ใช้ธิดาของตนเป็นสื่อดึงฟิลิป เดอบริโต พ่อค้าชาวโปรตุเกสเข้ามาค้าขายในเมืองหงสาวดี และมีอิทธิพลทางการเมืองต่อหงสาวดีเป็นอย่างมาก ขณะที่พระนเรศวรได้รู้จักกับเซปาสเตียน ฝรั่งชาวสเปน ที่เข้ามาสอนการใช้ปืนไฟให้พระนเรศวร

         พระมหาธรรมราชาสวรรคต พระนเรศวรขึ้นครองราชย์ แล้วทรงแต่งตั้งพระเอกาทศรถเป็นพระอุปราช มุขมนตรีและเจ้านายชั้นสูงในสมัยพระมหาธรรมราชาได้ถวายหญิงงามเชื้อสายราชวงศ์สุพรรณภูมิพระองค์หนึ่ง เป็นพระชายานามว่า “มณีรัตนา” เจ้านางมณีจันทร์น้อยพระทัย แต่ไม่แสดงออก ส่วนราชวงศ์สุโขทัย โดยท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้ถวายนางที่มีเชื้อสายราชวงศ์สุโขทัยเป็นพระสนมเอก นามว่า “เจ้าแก้วปทุม” ทั้งนี้ท้าวศรีจุฬาลักษณ์คิดแค้นที่มิได้รับความรักจากพระมหาธรรมราชา จึงส่งหลานสาวมาแก้แค้นแทนตนทำให้กรุงศรีอยุธยาวุ่นวาย ส่วนขุนเมือง ได้รับแต่งตั้งเป็น “เจ้าพระยาสุรสีห์” ครองเมืองพิษณุโลกแทนพระนเรศวร

ต่อมาในปี พ.ศ.2135 หงสาวดียกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา เกิดการทำยุทธหัตถีขึ้น มังกะยอชะวาสิ้นพระชนม์บนหลังคชาธาร เจ้าสังขทัต เจ้าเมืองตองอู ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของพระเจ้านันทบุเรง นำความมากราบทูล ทำให้พระเจ้านันทบุเรงโกรธมาก เสวยน้ำจัณฑ์จนเมามาย แล้วใช้พระแสงดาบจ้วงฟันพระสุพรรณกัลยา ผู้เป็นพระมเหสีสิ้นพระชนม์พร้อมด้วยพระโอรสน้อย และพระธิดา รวมถึงท้าววรจันทร์และแม้น ผู้เป็นพี่เลี้ยงด้วย รวมถึงพระอินทรเทวีกับสุข ซึ่งคิดหนี แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นความตายไปได้ ข่าวสิ้นพระชนม์ของพระสุพรรณกัลยา ทำให้พระวิสุทธิกษัตรีย์ถึงแก่ประชวร แต่ภายหลังก็ทรงเข้มแข็งและเป็นกำลังใจให้แก่พระราชโอรส เพื่อรอเวลาแก้แค้นให้พระสุพรรณกัลยา

เสร็จศึกหงสาวดี พระนเรศวรทรงยกกองทัพไปตีเมืองละแวก จับนักพระสัฎฐาได้ แล้วกวาดต้อนครัวละแวกมาเป็นเชลยได้จำนวนมาก ในครั้งนั้นพระนางเอกกษัตรีย์ ธิดาพระยาละแวกถวายตัวเป็นพระสนมของพระนเรศวร ทำให้เจ้าแก้วปทุมไม่พอใจเป็นอย่างมาก หาทางกลั่นแกล้งเอกกษัตรีย์ มณีรัตนาวางตนสมเป็นพระอัครมเหสี เป็นที่ต้องพระทัยของพระวิสุทธิกษัตรีย์เป็นอย่างมาก

พ.ศ.2138 พระนเรศวรตัดสินพระทัยไปตีเมืองหงสาวดี ได้ตั้งล้อมเมืองอยู่ถึง 3 เดือน แต่ต่อมาได้ข่าวศึกว่ากองทัพพระเจ้าแปร พระเจ้าอังวะ และพระเจ้าสังขทัตแห่งเมืองตองอูยกทัพมาช่วย เห็นว่าเหลือกำลังรี้พลจึงเสด็จยกทัพกลับ แต่พระเจ้าแปรยกทัพมาช้า ทำให้นันทบุเรง โกรธมาก พระเจ้าแปรตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อหงสาวดี

เจ้าสังขทัตโอรสพระเจ้าตองอู เห็นว่าหงสาวดีกับแปรแตกแยกกัน ขณะเดียวกันก็เกรง พระบารมีของพระนเรศวรอยู่ด้วย จึงคิดจะมาเข้าพวกกับกรุงศรีอยุธยา โดยวางแผนว่าเมื่อพระนเรศวรตีกรุงหงสาวดีแตกตนก็อาจได้ครองหงสาวดี จึงลอบแต่งทูตให้นำบรรณาการมาถวายพระนเรศวร และให้ทูตกราบทูลว่าหากยกทัพไปตีหงสาวดีเมื่อใด ตนจะช่วยรบ ขณะเดียวกันเจ้าสังขทัตก็ติดต่อกับยะไข่ ซึ่งประกาศตนเป็นศัตรูกับหงสาวดี ให้เจ้ายะไข่นำบรรณาการมาถวายพระนเรศวรด้วยเช่นกัน ทั้งนี้พระเจ้า ยะไข่ต้องการหัวเมืองมอญที่อยู่ปากน้ำอิระวดีเป็นอาณาเขต พระนเรศวรจึงเตรียมรี้พลไปตีหงสาวดี อีกครั้งหนึ่ง โดยให้พระยาจักรีคุมกองทัพล่วงหน้าไปสะสมเสบียงที่เมาะลำเลิงก่อน

แผนการของเจ้าสังขทัตล้มเหลวเพราะที่ตองอูมีมหาเถรองค์หนึ่ง ชื่อ พระมหาเถรเสียมเพรียม ซึ่งเป็นอาจารย์ของพระเจ้าสังขทัตได้ทูลทัดทานไว้ พระเจ้าสังขทัตทรงเชื่อแล้วทำตามคำยุยงของมหาเถรผู้นี้ โดยให้แต่งคนออกมาเที่ยวลวงพวกมอญที่เมาะตะมะว่าจะถูกทหารกรุงศรีอยุธยาจับ ชาวมอญจึงพากันหลบหนี และเกิดการขบถขึ้น ขณะเดียวกันกองทัพยะไข่ก็ล้อมเมืองหงสาวดี ข่าวเรื่องพระนเรศวรกำลังยกทัพใหญ่มา ก็ยิ่งทำให้พระเจ้านันทบุเรงกลัวยิ่งขึ้น เจ้าสังขทัตอาสายกทัพไปช่วยหงสาวดีรบ แต่ความจริงแล้วไปทำกลลวง ให้พระเจ้านันทบุเรงเกิดความหวาดกลัว ครั้น นันทบุเรงไปขอให้สุวรรณฉัตร ซึ่งไปอยู่ที่อังวะช่วย สุวรรณฉัตร ก็วางเฉย เช่นเดียวกับมังนรธาสอ ที่ไปเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ก็สวามิภักดิ์ต่อกรุงศรีอยุธยา ถึงกับส่งพระโอรสมาเป็นองค์จำนำอยู่ที่ กรุงศรีอยุธยาด้วย เจ้านันทบุเรงจึงอยู่ในภาวะโดดเดี่ยว ในที่สุดก็ยอมยกให้เจ้าสังขทัตผู้เป็นหลานได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทน

ต่อมาเจ้าสังขทัตลวงพระเจ้านันทบุเรงออกจากหงสาวดีไปอยู่ที่ตองอู กองโจรยะไข่เข้าเมืองหงสาวดีได้ก็เผาจนหมดเมือง พระนเรศวรยกทัพมาเหลือแต่เมืองร้างก็พิโรธมาก ต่อมาเจ้าสังขทัต เอายาพิษให้พระเจ้านันทบุเรงเสวยสวรรคต สังขทัตได้ครองตองอู ส่วนทางอังวะเมื่อเจ้าสุวรรณฉัตรทรงทราบว่าพระเจ้านันทบุเรงสวรรคตก็ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ครองอังวะสืบมา และขยายอาณาเขตออกไปกว้างขวาง

พระนเรศวรสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ พระองค์ทรงอยู่ในกองทัพมากกว่าในพระราชวัง ทรงเสี่ยงพระองค์เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของบ้านเมือง ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของพระองค์นั่นเอง ที่ทำให้พระองค์มีชัยจนได้รับการขนานนามว่า “มหาราชกู้แผ่นดิน”

****************************************************

@ ยามเมื่อลมพัดหวน( เจ เจตริน + หมิว ลลิตา ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

ยามเมื่อลมพัดหวน ดีวีดี

******************************************************

@ ยิ่งเกลียดเธอยิ่งเจอรัก(วริษฐ์ ทิพโกมุท+ ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) …. 4  แผ่น....................140  บาท
เรื่องย่อ

ไปรยา ( ปาย ) สาวสวยเจ้าของรีสอร์ตตกหลุมพราง ปิ่นแก้ว ผู้เป็นแม่ที่สร้างสถานการณ์ให้ลูกสาวไปเจอกับ พิรัล สถาปนิกหนุ่มผู้รักอิสระลูกชายของ ราตรี เพื่อนรัก ที่หวังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ด้วยสัญชาติญาณเพลย์บอยของพิรัลจึงชิ่งหนีพิธีดูตัวได้ทัน ทำให้ราตรีผู้เป็นแม่เสียผู้ใหญ่ ปายเองก็โมโหที่ถูกคลุมถุงชนแถมฝ่ายชายไม่ยอมมาอีก จึงต่อว่าปิ่นแก้วแล้วยื่นคำขาดว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

วันเดียวกันปายถูกเพื่อนขอร้องให้ปลอมตัวเป็นสาวเซ็กซี่เพื่อลองใจ เอกภพ อดีตคาสโนวาเพื่อนซี้พิรัลว่าสมควรเป็นคู่หมั้นของ ดาว เพื่อนรักหรือไม่ ทำให้พิรัลเข้าใจผิดว่าปายเป็นสาวไฟแรงสูงจึงเข้าไปสานสัมพันธ์แบบจู่โจม แต่ปายเล่นงานพิรัลจนอายเพราะไม่เคยถูกปฏิเสธจากสาวใดมาก่อน ทั้งสองจึงขัดแย้งกันชนิดที่ว่าชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย เหมือนที่เขาว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอ ปายกลับไปรีสอร์ตที่เชียงใหม่

เป็นจังหวะเดียวกับที่พิรัลต้องไปคุมงานสร้างรีสอร์ตของ ชลธิษา ม่ายสาวคนดังของจังหวัด ทำให้พิรัลได้มาเจอกับปายอีกครั้งด้วยการเป็นฮีโร่ช่วยเหลือ ข้าวปุ้น น้องสาวของปายให้รอดพ้นจากการถูกนักเลงเจ้าถิ่นทำร้าย ทำให้ข้าวปุ้นหลงเสน่ห์พิรัลอย่างไม่ฟังใคร แม้ปายจะยื่นคำขาดก็ไม่เป็นผล พิรัลไปเยี่ยม น้ำว้า เจ้าของร้านกาแฟบนดอย เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยม จึงได้รู้ว่าน้ำว้าแอบชอบปายอยู่จึงพยายามกีกัด

พิรัลได้เห็นปายสนิทสนมกับ ธีรภัทร์ ในเชิงชู้สาวยิ่งย้ำความเชื่อของตนว่าปายเป็นผู้หญิงไม่ดี หารู้ไม่ว่าธีรภัทร์เป็นญาติสนิทของปาย ธีรภัทร์เป็นเจ้าของกิจการมากมายในเชียงใหม่ เป็นที่หมายตาของชลธิษาที่จะจับผู้ชายรวย แต่ธีรภัทร์รู้ทันจึงชวนปายไปเป็นเกราะป้องกันแม่ม่ายสาว แต่เมื่อพิรัลมาทำงานที่รีสอร์ตชลธิษาก็หันมาที่พิรัลแทน ปายวางแผนหาทางกันข้าวปุ้นออกห่างจากพิรัลด้วยการชวนธีรภัทร์มาจับคู่พิรัลกับชลธิษา

ซึ่งธีรภัทร์ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่พิรัลก็ไหวตัวทันอย่างฉิวเฉียด เมื่อรู้ว่าปายเป็นคนต้นคิดเรื่องหมดจึงหาทางแก้แค้นคืน โชคเข้าข้างพิรับทำให้เขารู้ว่าปายคือลูกสาวเพื่อนรักที่แม่หมายมั่นจะให้ร่วมหอลงโรงกันตั้งแต่แรก แผนการแก้แค้นจึงเริ่มขึ้นด้วยการขอร้องให้แม่หันมาคืนดีกับปิ่นแก้วอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ความเป็นเพื่อน ปายหลวมตัวมาติดกับดักตามเกมด้วยการมาตามนัดสำคัญ เพื่อฟื้นฟูสถานภาพความเป็นคู่หมั้นคู่หมายเก่า

ปายช็อกมากเมื่อรู้ว่าพิรัลเป็นใคร แต่ยังไม่เท่าข้าวปุ้นที่คิดว่าปายขัดขวางตนกับพิรัลมาตลอดเพราะจะหวงไว้เอง ข้าวปุ้นจึงเปิดศึกรักกับพี่สาวโดยมีน้ำว้าเป็นกำลังสำคัญ ข้าวปุ้นหันมาควบคุมเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของน้ำว้าเพื่อให้เข้าตาพี่สาวตัวเอง ทำให้ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกันโดยไม่รู้ตัว ความเป็นพี่น้องผูกพันกันมากทำให้ปายกับข้าวปุ้นปรับความเข้าใจกันได้ ข้าวปุ้นยอมขอโทษปาย

ปายเองก็หันมาใกล้ชิดน้ำว้าจนผิดปกติเพื่อให้พิรัลเลิกวุ่นวายกับตน พิรัลเกิดอาการหึงจัดไปประชดเอาใจข้าวปุ้นต่างๆ นานา แต่กลายเป็นว่าน้ำว้าหึงข้าวปุ้น ส่วนข้าวปุ้นก็รู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่เห็นน้ำว้าใกล้ชิดพี่สาวตัวเอง ทั้งสี่ได้พากันไปช่วยเหลือแบบแอดเวนเจอร์ ทำให้ปายเกิดอุบัติเหตุเกือบเสียชีวิต พิรัลได้ช่วยเหลือและแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจทำให้ปายซาบซึ้งใจมาก แต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะกลัวจะทำร้ายความรู้สึกข้าวปุ้น

ในที่สุดข้าวปุ้นก็ยอมรับกับปายว่าคนที่เหมาะสมกับตนที่สุดคือน้ำว้า ทำให้ปายหมดห่วงและเริ่มเปิดใจให้พิรัลอย่างเต็มที่ พิรัลไปพลาดท่าเสียทีชลธิษาที่วางแผนหลอกให้ทุกคนคิดว่าเขาและเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จนตั้งท้องต้องให้พิรัลรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ข้าวปุ้นกับน้ำว้าช่วยกันสืบจนรู้ว่าเป็นของแผนขอบชลธิษาที่ต้องการจับพิรัล และลูกในท้องก็เป็นลูกของ สุดสาคร คู่ขาของชลธิษา พิรับจึงพ้นข้อกล่าวหาแต่ปายไม่ไว้ใจพิรัล

พิรัลพยายามพิสูจน์ตัวเองทุกอย่างจนปายเริ่มใจอ่อน เพื่อความแน่ใจปายจ้างหญิงสาวมาลองใจพิรัลเหมือนที่เคยทำกับเอกภพ แต่พิรัลกลับเล่นด้วยปายเสียใจมากที่พิรัลยังเจ้าชู้อยู่ก็จะหนีไป พิรัลจึงพาหญิงสาวคนที่ปายจ้างมาสารภาพว่า หญิงสาวได้ร่วมมือกับตนเพื่อดูว่าปายยังรักตนอยู่หรือไม่ ปายเสียทีแสดงให้ทุกคนรู้ว่ายังรักพิรัลอยู่ และแล้วพิธีหมั้นของคู่ที่เกลียดกันก็กลายมาเป็นคู่รักกันด้วยความเต็มใจ


รายชื่อนักแสดง

วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท พิรัล
ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบท ไปรยา ( ปาย )
โชคชัย บุญวรเมธี รับบท น้ำว้า
อภิชญา ปิยะนุวัฒน์ชัย รับบท ข้าวปุ้น
พรรษชล สุปรีย์ รับบท เพิร์ล
ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รับบท เอกภพ
ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง รับบท ธีรภัทร์
อรหทัย ซื่อศรีสวัสดิ์ รับบท ชลธิษา
ชรัส เฟื่องอารมย์ รับบท ไพศาล

********************************************************

@  แรมพิศวาส ……4 แผ่น....................140  บาท NEW



รื่องย่อ
ราวพุทธศักราช 2485 พจน์ ศิรินทร์ คหบดีใหญ่เจ้าของบ้าน “เดือนเต็มดวง” แห่งจังหวัดนครปฐม มีภรรยาคือ เพ็ญจันทร์ ทั้งคู่รักกันมาก แต่พอ ประพืด บ่าวคนสนิทพามาเจอ กลีบผกา แม่ค้าขายขนมแสนสวย คุณพจน์ก็หมดรักเพ็ญจันทร์ทันที เพราะความทะเยอทะยานอยากสบายกลีบผกาจึงให้ ยายอุ่น ทำยาเสน่ห์ใส่คุณพจน์จนหลงหัวปักหัวปำ และวางยาเบื่อกำจัด นายหมาย สามีของตัวเองที่มีลูกด้วยกันคือ นบ

โชคดีที่เพ็ญจันทร์ผ่านมาเห็นจึงตามหมอชาวบ้านมาช่วยชีวิตนายหมายไว้ทัน ทำให้นายหมายสำนึกบุญคุณของเพ็ญจันทร์เสมอมา เมื่อกลีบผกาเข้ามาอยู่ในบ้านคุณพจน์สำเร็จ ไม่เพียงแต่สร้างความชอกช้ำใจให้เพ็ญจันทร์ ซ้ำร้ายยังใส่ความว่าเพ็ญจันทร์คบชู้สู่ชายกับนายหมาย คุณพจน์เลยไล่ให้ไปอยู่กับ ย่าเยื้อน แม่นมของเพ็ญจันทร์ ทั้งๆ ที่ตั้งท้องอยู่ เพ็ญจันทร์ต้องอยู่อย่างทุกข์ยากลำบากจนคลอดลูกสาวชื่อว่า เดือนแรม

กลีบผกาไปรับนบมาอยู่ด้วย โดยอ้างว่าเป็นหลานห่างๆ คุณพจน์จึงส่งเสียให้เรียนโรงเรียนกฎหมาย ส่วนตัวนบเองก็คิดว่ากลีบผกาคือน้าจริงๆ เพราะถูกสอนให้เรียกน้ามาตลอด วันหนึ่งคุณพจน์พากลีบผกาไปเที่ยวหัวหิน แต่ขากลับเกิดอุบัติเหตุทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก กลีบผกาจึงวางยาฆ่าปิดปาก หมอเกริกเกรียงไกร ที่รักษาคุณพจน์เพราะรู้ว่า คุณนายเรไร แม่ของคุณพจน์อยากได้หลานชายสืบสกุล และสมบัติทั้งหมดต้องตกทอดที่หลานชายเท่านั้น

กลีบผกาเฝ้าปรนนิบัติคุณพจน์อย่างดีแล้วลักลอบเป็นชู้กับประพืดจนมีลูกสาวคือ แน่งน้อย แต่เพราะอยากได้ลูกชายจึงลักลอบคบชู้กับ นายลอย คนสวนจนมีลูกสาวชื่อ หนึ่งฤทัย กลีบผกากลัวประพืดเปิดโปงความจริงจึงสั่งนายลอยไปดักฆ่า โชคดีนายหมายมาช่วยไว้ทัน กลีบผกามีลูกกับนายหมายอีกครั้งด้วยการให้แหวนเป็นของกำนัล จึงได้ลูกชายสมใจนามว่า มาโปรด เมื่อเดือนแรมเริ่มรู้ความก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาจับเส้นการนวดมาจากย่าเยื้อน

เดือนแรมไปนวดให้คุณนายเรไรเสมอ ทำให้คุณนายเรไรเอ็นดูโดยไม่รู้ว่าเดือนแรมเป็นหลานแท้ๆ เพียงคนเดียว เวลาผ่านไปยาพิษที่กลีบผกาให้คุณพจน์กินเริ่มสะสมจนคุณพจน์มีอาการคล้ายอัมพาต เดือนแรมจึงแอบเข้ามานวดจนอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กลีบผกาไม่พอใจสั่งหนึ่งฤทัยคอยแกล้งเดือนแรมอยู่เสมอ ม.ร.ว.ประกิจ และคุณนายชดช้อย เพื่อนสนิทของคุณพจน์และเพ็ญจันทร์รู้สึกเป็นห่วงจึงให้ลูกชายชื่อ สุภาพชาย นักเรียนนายร้อยตำรวจเพื่อนสนิทของนบมาเยี่ยมเยือนเป็นประจำ

ทำให้สุภาพชายหลงรักเดือนแรม ขณะเดียวกันนบก็คอยดูแลเอาใจใส่เดือนแรมเสมอ จนหนึ่งฤทัยอิจฉาคอยหาเรื่องเดือนแรมเสมอ ส่วนแน่งน้อยกลับช่วยเดือนแรม เพราะเดือนแรมเคยช่วยแน่งน้อยไม่ให้ตกน้ำตายตอนเด็กๆ วันหนึ่งนบได้พบกับนายหมายผู้เป็นพ่อแท้ๆ แต่จำไม่ได้ นายหมายก็ไม่กล้าบอกความจริง ได้แต่สอนวิชามวยไทยให้ เดือนแรมได้ยินข่าวลือว่านบอาจเป็นลูกแท้ๆ ของกลีบผกากับนายหมาย

จึงไปบอกนบทำให้นบโกรธมากจึงห่างเหินกับเดือนแรม หนึ่งฤทัยเลยให้ ธำรง เพื่อนชายที่มาติดพันไปกำจัดเพ็ญจันทร์และเดือนแรม โดยแกล้งหลอกว่าจะเอาตัวเข้าแลกเป็นรางวัล แต่นบช่วยเพ็ญจันทร์และเดือนแรมไว้ได้จึงได้ปรับความเข้าใจกับเดือนแรม แต่เดือนแรมกลับน้อยใจเมื่อเห็นนบสนิทสนมกับ จิตรา น้องสาวของสุภาพชาย เมื่อธำรงมาทวงสัญญาหนึ่งฤทัยก็บ่ายเบี่ยง ธำรงโมโหจึงปลุกปล้ำหนึ่งฤทัย เจิม บ่ายของกลีบผกามาเห็นเข้าก็ข่มขู่เอาเงิน

หนึ่งฤทัยโมโหเลยฆ่าเจิมแล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือของเดือนแรม คุณพจน์โกรธมากส่งเดือนแรมเข้าคุก นบหาทางช่วยให้เดือนแรมพ้นผิด คุณนายเรไรมาเป็นพยานจนเดือนแรมหลุดคดี คุณพจน์ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน แต่ไม่มีใครมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับคุณพจน์เลยนอกจากเดือนแรม จังหวะเดียวกับที่นายหมายรู้ว่ามาโปรดก็เป็นลูกชายของตนอีกคนหนึ่ง กลีบผกาสั่งให้นายลอยไปฆ่าปิดปาก โชคดีนบกับสุภาพชายมาช่วยไว้ทัน

นำตัวนายหมายส่งโรงพยาบาลนบอาสาให้เลือดนายหมายเอง จึงรู้ว่าเลือดของนบกับมาโปรดและนายหมายเป็นเลือดกรุ๊ปเดียวกัน กลีบผกากลัวความลับจะเปิดเผยจึงให้ยายอุ่นวางยาคุณพจน์ แต่คุณพจน์รอดมาได้นายลอยจึงฆ่ายายอุ่นปิดปาก มาโปรดมาคาดคั้นกับกลีบผกาเรื่องไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของคุณพจน์ กลีบผกาโกหกว่าพ่อของมาโปรดคือนายลอย มาโปรดคิดบอกความจริงกับคุณพจน์

ก่อนที่สมบัติจะตกเป็นของเดือนแรมนายลอยกับกลีบผกาจับตัวเพ็ญจันทร์กับเดือนแรมไปกักขังไว้หมายจะฆ่าทิ้ง แต่นายหมายมาช่วยไว้ได้ทัน นบเห็นนายหมายทำร้ายกลีบผกาจึงต้องเข้าไปช่วยและทำร้ายนายหมาย สุภาพชายที่ตามสืบเรื่องราวของกลีบผกาเข้ามาเห็นพอดี จึงบอกว่านายหมายคือพ่อของนบ คุณพจน์รู้เรื่องทุกอย่างจากมาโปรดจึงขอร้องให้กลีบผกาสารภาพความจริง แล้วหยุดเรื่องเลวร้ายสักที เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไรติดตามได้ในละคร “แรมพิศวาส”


รายชื่อนักแสดง

ภัทรพล ศิลปาจารย์ รับบท นบ
ณปภา ตันตระกูล รับบท เดือนแรม
ธนากร โปษยานนท์ รับบท พจน์ ศิรินทร์
บุษกร พรวรรณะศิริเวช รับบท กลีบผกา
จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท เพ็ญจันทร์
โกสินทร์ ราชกรม รับบท มาโปรด
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ รับบท หนึ่งฤทัย
กฤตภาส ศักดิ์ดิษฐาน รับบท สุภาพชาย
โสภิตสุดา อิทธิเมธินทร์ รับบท แน่งน้อย

********************************************************

@ รังนกบนปลายไม้ ………4 แผ่น....................140  บาท  NEW

เรื่องย่อ

ณ ชุมชนแออัดแห่งหนึ่งริมทางรถไฟชานเมืองกรุงเทพฯ เหมือนธาร หญิงสาววัย 21 ปี อาศัยอยู่กับ ตาสมบุญ และยายดวง และน้องสาวชื่อ หมายทิพย์ ครอบครัวของเหมือนธารอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญของยาย และการทำงานไปเรียนไปของเหมือนธาร จนกระทั่งยายดวงประสบอุบัติเหตุหัวฟาดพื้นนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ภาระหนักจึงตกแก่เหมือนธารคนเดียว เพราะตาสมบุญพิการขาเป๋เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวัน

ส่วนหมายทิพย์ก็เป็นเด็กใจแตกหนีเรียนบ่อยๆ ส่วนพ่อแม่ของเหมือนธารและหมายทิพย์ก็ทิ้งไปตั้งแต่ทั้งคู่ยังเด็ก ไม่เคยส่งข่าวกลับมานับสิบปี เหมือนธารเจอนายจ้างเอาเปรียบอยู่เรื่อยจนต้องเปลี่ยนงานไปบ่อยๆ จนได้มาเจอกับ ฉม เซลส์แมนหนุ่มที่ต่อสู้ชีวิตอย่างหนักเหมือนกัน เหมือนธารไม่ชอบความกะล่อนของฉม แต่ต้องเจอกันบ่อยๆ เพราะเรียนรามฯ ที่เดียวกัน แถมยังมีขายของในชุมชนที่เธออยู่เป็นประจำ

เหมือนธารได้งานเป็นคนสวนแบบเช้าไปเย็นกลับในบ้านเศรษฐีชื่อ คุณพลัง มีภรรยาชื่อ คุณผกาศรี มีหลานชายชื่อ นิตินัย มีแม่บ้านจอมสอพลอชื่อ ป้าพวง คอยดูแลทุกอย่างในบ้านรวมทั้งเหมือนธารด้วย คุณพลังแม้จะอายุมากแต่ก็ชอบหาเศษหาเลยกับเหมือนธารบ่อยๆ ทำให้คุณผกาศรีหาเรื่องด่าเรื่องแกล้งเหมือนธารอยู่เป็นประจำ ส่วนนิตินัยก็เจ้าชู้ ชอบด่าหยาบๆ ใส่เหมือนธาร ทุกครั้งที่มีปัญหาเธอจะมานั่งกุมมือยาย

แล้วเล่าเรื่องดีๆ ที่แต่งขึ้นให้ยายฟังทุกวันเพื่อให้ยายสบายใจ ทั้งยังหวังว่ายายจะตื่นจากนิทรามารับรู้ได้เหมือนเดิม ฉมเห็นสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นกับเหมือนธารจนรู้สึกประทับใจในความเข้มแข็ง และแอบชอบอยู่เงียบๆ พยายามแวะเวียนมาหาและคอยช่วยเหลือตลอดจนกลายเป็นเพื่อนกัน ตั้งแต่เหมือนธารจับได้ว่าน้องถูกไล่ออกจากโรงเรียน แม่คือ เหมือนฝัน ที่หายไปเกือบยี่สิบปีก็กลับมาอยู่ด้วย เหมือนธารรับความเห็นแก่ตัวไม่ได้จนไม่ยอมเรียกว่าแม่

ต่อมาเธอก็รู้ว่าน้องสามีความสัมพันธ์กับนิตินัยร่วมมือกันหลอกคุณพลัง แต่จะดุด่ายังไงน้องก็ไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยทำตัวเหลวแหลกเหมือนเดิม ฉมให้กำลังใจเหมือนธารด้วยการพาไปเที่ยวบ้านต่างจังหวัด ที่นั่นแม้จะยากจนก็อยู่กันอย่างมีความสุข ฉมเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่เป็นชาวประมง ทำให้ฉมมีกำลังใจต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนธารได้งานที่คลินิกของ หมอมหานที ซึ่งกลายเป็นป็อปปี้เลิฟของเหมือนธาร หมอมหานทีเองเป็นญาติกับครอบครัวคุณพลัง

ทำให้รับรู้เรื่องราวและปัญหาทุกอย่างของเหมือนธารเป็นอย่างดี ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นเมื่อ ลุงเหมือนศักดิ์ กลับมาจากซาอุฯ พร้อมกับป้าสะใภ้ รัตนา ที่ร้ายกาจและเห็นแก่ตัวตีสองหน้าเก่ง ลุงหลงเมียเอามากๆ ขนาดประกาศขายบ้านเพื่อเอาเงินไปซื้อบ้านใหม่ให้รัตนา หมายทิพย์ก็มาท้องไม่มีพ่ออีกด้วย ความช่วยเหลือของหมอมหานทีกับฉมทำให้เหมือนธารผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้ จนเรียนจบปริญญาตรีและได้งานที่มูลนิธิแห่งหึ่ง

ซึ่งผู้บริหารเป็นเพื่อนกับหมอมหานทีชื่อ กงกัน กงกันใจดีให้ครอบครัวเหมือนธารย้ายมาอยู่บ้านที่ไม่มีใครอยู่อาศัย เมื่อได้บ้านใหม่ทุกคนก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านของกงกัน หมอมหานทีเหมือนธารจนเธอรู้สึกดีๆ กับหมอมหานทีมากขึ้นเรื่อยๆ ฉมน้อยใจเลยกลับไปอยู่บ้าน พอฉมไม่อยู่เหมือนธารก็เหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิตไป จนไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง เหมือนธารรู้ว่าหมอมหานทีเคยมีภรรยาแล้ว แต่ภรรยาเสียไปเมื่อแต่งงานกันได้ปีเศษ

ภรรยาหมอมหานทีเป็นเพื่อนกับกงกัน หมอมหานทีเลยสนิทกับกงกันไปด้วย จริงๆ แล้วบ้านที่เหมือนธารอยู่เป็นบ้านของหมอมหานที ซึ่งคอยให้ความช่วยเหลือแต่ปกปิดไว้ เหมือนธารคิดว่าหมอมหานทีแอบรักตนจึงรู้สึกอึดอัด แต่เธอเริ่มแน่ใจว่าเธอไม่ได้รักหมอมหานทีแต่รักฉม เธอจึงตัดสินใจคุยกับหมอมหานทีจนได้รู้ว่าหมอมหานทีแอบรักกงกันอยู่ แต่ต้องการใกล้ชิดกับกงกันจึงใช้เธอเป็นสะพานคอยช่วยเหลือเธอ จนกงกันเข้าใจผิดไปเหมือนกัน

แม้จะแก้ปัญหาหมอมหานทีไปได้แล้ว แต่ยังติดเรื่องฉมกับหมายทิพย์ หมายทิพย์รักฉมเพราะฉมเป็นคนดี และรับปากจะเป็นพ่อของลูกในท้อง ทำให้หมายทิพย์ยึดฉมเป็นหลัก ที่บ้านของฉมประสบภัยพิบัติพายุพัดกระหน่ำ พ่อแม่เอาเรือพานักท่องเที่ยวออกทะเลจึงถูกพายุพัดเสียชีวิตทั้งสองคน หมายทิพย์กับเหมือนธารได้ข่าวจึงรีบไปปลอบใจ ฉมไม่ยอมกลับมากรุงเทพฯ เขาได้บวชอยู่ที่วัดเป็นเวลา 2 อาทิตย์ จนกระทั่งได้ข่าวว่ายายดวงเสียชีวิตจึงมาร่วมงานศพ

ฉมกับเหมือนธารจึงกลับมาสานสัมพันธ์รักกันใหม่ ส่วนหมายทิพย์ตัดใจไม่คิดแย่งของรักของพี่สาวที่ดีกับเธอมาตลอดชีวิต นิตินัยตั้งโต๊ะบอลและเป็นหนี้พนันมากมาย แต่ไม่ยอมใช้จึงถูกเจ้าหนี้ตามเก็บ พลังและผกาศรีรู้สึกผิดที่เลี้ยงหลานไม่ได้ดีจึงขอแก้ตัวใหม่กับเหลนที่เกิดกับหมายทิพย์ ทีแรกหมายทิพย์ไม่ยอมรับปู่ทวดและย่าทวด แต่เธอละทิฐิและยอมอภัยให้ทุกๆ คน ทั้งสองครอบครัวจึงกลับมาสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยกันดูแลลูกชายหมายทิพย์ให้เป็นคนดี

ไม่ให้เหมือนกับนิตินัยพ่อของเขา ส่วนเหมือนศักดิ์ถูกภรรยาหักหลังเชิดเงินขายบ้านไป จึงต้องเอาลูกที่เกิดกับรัตนาไปฝากตาสมบุญช่วยเลี้ยง ตัวเองบินไปทำงานที่ไต้หวัน รัตนาถูกนายหน้าหลอกเปิดร้านสปาแล้วเชิดเงินหนีจนตัวเธอไม่เหลืออะไรเลย ฉมหันมาทำงานเป็นนายหน้าขายประกัน และได้รับรางวัลเป็นนักขายดีเด่น เขามอบรางวัลนี้ให้กับเหมือนธาร ปลูกบ้านอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีแต่ความสุขกับหลานๆ ที่วิ่งเล่นไปมาอย่างอบอุ่นตั้งแต่นั้นมา


รายชื่อนักแสดง

วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท ฉม
มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบท เหมือนธาร
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท หมายทิพย์
พัชฏะ นามปาน รับบท มหานที
โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว รับบท นิตินัย
เศรษฐา ศิระฉายา รับบท สมบุญ
อภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท เหมือนฝัน
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท พลัง

********************************************************

@ รักแปดพันเก้า  ( ภูธเนศ+ ภูริ+ อรรถพร+ น้ำทิพย์ )ปี  1+2 …. 10  แผ่น....................350  บาท

นำแสดงโดย
1. ภูธเนศ หงษ์มานพ แสดงเป็น อิทธิ์
2. น้ำทิพย์ จงรัชตะวิบูลย์ แสดงเป็น นุ่น
3. อรรถพร ธีมากร แสดงเป็น แทน
4. ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี แสดงเป็น ทรงพล
5. ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ แสดงเป็น ทัศน์
6. ภูริ หิรัญพฤกษ์ แสดงเป็น ที
7. อริศรา วงษ์ชาลี แสดงเป็น ฟ้า
8. รุ่งเรือง อนันตยะ แสดงเป็น จอน


เรื่องย่อ
นุ่น หญิงสาวช่างฝัน เจ้าของร้านขายเทียนที่สวนลุมไนท์บาร์ซ่า พักอาศัยอยู่ที่แฟลตใจกลางกรุงเทพร่วมกับแม่ที่เป็นอาจารย์โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลแห่งหนึ่ง นุ่นเป็นเหมือนหญิงสาวขี้เหงาในเมืองหลวงทั่วไปที่มีความฝันว่า สักวันจะได้พบกับใครสักคนที่จะฝากชีวิตและสร้างครอบครัวที่มีความสุขร่วมกันได้ เพื่อทดแทนปมของเธอในอดีตที่พ่อทิ้งแม่ไปมีครอบครัวใหม่ จุดนี่เองที่ทำให้นุ่นกลายเป็นคนขี้ระแวง ไม่ไว้ใจผู้ชาย แม้แต่กับแฟนคนปัจจุบัน อิทธิ์ ซึ่งเป็นหนุ่มรุ่นพี่ที่พักอาศัยอยู่ชั้นบนของแฟลตเดียวกัน อิทธิ์เป็นหัวหน้าแผนกสโตร์ที่ห้างสรรพสินค้าเมกกะสโตร์ชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่อิทธิ์เป็นคนไม่ชอบพูดอธิบายอะไรมาก และเก็บความรู้สึก เลยเป็นสาเหตุให้มีปากเสียงกับนุ่น บ่อยครั้ง กับเรื่องการแต่งงานอิทธิ์คิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม เพราะเขาต้องการทำงานเก็บเงินให้มากพอที่จะรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งได้เสียก่อน ซึ่งเขาก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับนุ่นเช่นกัน

ความรักของทั้งสองน่าจะดูราบรื่น เพราะเปรียบเสมือนลิ้นกับฟันที่กระทบกันแล้วก็กลับมาคืนดีกัน เหมือนกับคู่อื่น ๆ ถ้าหากไม่มีทัศนัย หรือ ทัศน์ แฟนเก่าของนุ่น ที่ตั้งใจจะกลับมาทวงคนรักเก่าของเขาคืน เพราะทั้งคู่ก็มีอดีตที่น่าจดจำร่วมกัน แต่เป็นเพราะทัศน์ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกทำให้ห่างกัน ทั้งคู่เลยเลิกราไป และมีคนใหม่เข้ามาแทน แต่ในตอนนี้ทัศน์ค้นพบแล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เข้ามาในชีวิตเขาแล้วจะดีไปกว่านุ่น ยิ่งทัศน์เห็นความบาดหมางระหว่าง อิทธิ์ กับ นุ่น ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าจะสามารถทำให้นุ่นมีความสุขมากกว่า ที่อยู่กับอิทธิ์อย่างแน่นอน นุ่นเองก็รู้สึกหวั่นไหวกับการกลับมาของทัศน์ในครั้งนี้ไม่น้อย และเริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่าระหว่างผู้ชายที่ช่างเอาใจ อารมณ์ดี และน่ารักอย่างทัศน์ กับผู้ชายพูดน้อย แต่จริงใจ และไม่เคยทำร้ายจิตใจของเธออย่างอิทธิ์ ใครคือคนที่เธอควรฝากชีวิตไว้มากกว่ากัน

อุปสรรคความรักของอิทธิ์ และนุ่นไม่ได้มีเพียงแค่ ทัศน์ คนเดียว หากแต่ยังมี ฟ้า แฟนเก่าของอิทธิ์ ซึ่งเป็นนักร้องที่ชนะการประกวดจากหลายเวที และร้องเพลงที่ผับวัยรุ่นชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้ย้ายเข้ามาอยู่ห้องตรงข้ามกับอิทธิ์แล้ว จึงทำให้อิทธิ์กับนุ่นมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น ฟ้ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นคนตรง ๆ และไม่เสแสร้ง ฟ้าจึงไม่ค่อยชอบผู้หญิงอ่อนไหวอย่างนุ่นซักเท่าไหร่ และไม่เชื่อว่าผู้หญิงอย่างนุ่นจะทำให้อิทธิ์มีความสุขได้ จึงมักจะคอยแกล้งยั่วให้นุ่นหึงอิทธิ์อยู่บ่อย ๆ และมันก็มักจะได้ผล ใจจริงแล้ว อิทธิ์ก็ไม่ได้อยากให้ฟ้าย้ายเข้ามาอยู่สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากขัดใจ แทน เพื่อนร่วมห้อง ซึ่งเป็นนักดนตรีหนุ่มที่แอบหลงรักฟ้ามานาน แต่เพราะความที่ฟ้าเป็นแฟนของเพื่อน เลยทำให้แทนไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองให้ฟ้ารู้

แม้ว่าปัจจุบันฟ้ากับอิทธิ์ จะเลิกกันไปนานแล้ว แต่แทนก็ยังไม่กล้าบอกรักฟ้าอยู่ดี เพราะคิดเสมอว่า นักดนตรีจน ๆ และไม่มีอนาคตอย่างเขาคงไม่เหมาะสมและคู่ควรกับเธอ แทนจึงเป็นได้แค่เพื่อนสนิทที่คอยแก้ปัญหา และช่วยเหลือเธออย่างจริงใจ ความเป็นคนสนุกสนาน และการทำตัวสบาย ๆ ของแทน ยิ่งทำให้เขาเหมือนเป็นคนที่ไม่เคยจริงจังกับอะไร เลยไม่มีใครเคยรู้ความลับในใจของแทนในเรื่องนี้

แม้กระทั่ง อิทธิ์ เพื่อนสนิทที่อยู่ร่วมห้องกับเขาแฟนเก่าของฟ้า เพราะความที่ทั้งหมดพักอาศัยอยู่ในแฟลตเดียวกัน ทำให้นุ่นผู้ที่พักอาศัยอยู่ในแฟลตนี้นานที่สุด สนิทสนมกับหลายคนในแฟลต และหนึ่งในนั้นก็คือ จอน ผู้ตรวจสอบบัญชีเจ้าระเบียบ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้คอยให้คำปรึกษาที่ดีกับนุ่นเสมอ ผู้ที่นุ่นคิดว่าเป็นคนที่เข้าใจชีวิตมากที่สุด แต่ตัวของจอนเองกลับไม่เคยเข้าใจชีวิตของตัวเองเลย โดยเฉพาะกับเรื่องราวความรักของเขาที่ไม่เคยลงตัวเลยสักครั้ง นุ่นบอกว่าจอนคงเป็นผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คน หากแต่เขาจะชอบผู้หญิง เพราะจอนเป็นผู้ชายที่อบอุ่น เข้าอกเข้าใจ ทำอาหารอร่อย และจริงใจกับทุกคน แต่จอนกลับคิดว่า เขาก็ยังไม่ดีพออยู่ดี งานของจอน ได้พาให้เขาเข้าไปเกี่ยวพันกับคน ๆ หนึ่ง นั่นคือ ธีระศิลป์ หรือ ที นักแสดงชื่อดัง ที่มักจะมีนิสัยเจ้าอารมณ์ และโมโหร้าย ซึ่งได้ว่าจ้างให้จอน เป็นผู้คอยตรวจสอบบัญชีให้ ความเกี่ยวพันของงานเลยทำให้จอนได้เข้าไปสัมผัสชีวิตส่วนตัวของ ที มากขึ้นในส่วนที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน แม้แต่ตัวจอนเองก็ไม่คาดคิด ในเรื่องที่ ที ปกปิดตัวตนที่แท้จริงไม่ให้สังคมรู้

นอกจากจะมีเพื่อนร่วมแฟลตเหล่านี้แล้ว ทั้งอิทธิ์ และนุ่น ยังมีเพื่อนที่ทำงาน และเพื่อนที่แวดล้อมอื่น ๆ ที่บางครั้งก็ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับก่อปัญหาให้กับคนทั้งคู่ ทั้ง ปิ๋ม เด็กฝึกงานที่แอบหลงรักหัวหน้าที่เอาใจใส่ลูกน้องอย่างอิทธิ์ ทรงพล หนุ่มนักธุรกิจหน้าตาดี มีฐานะ ช่างเอาใจผู้หญิง ที่มาหลงรักฟ้า เพียงแต่ทรงพลมีภรรยาอยู่แล้ว เจ๊ทับทิม กะเทยวัยกลางคนเจ้าของร้านโชว์ห่วยใต้ถุนแฟลต ที่คอยเป็นหูเป็นตา และเป็นลำโพงให้กับคนในแฟลต แต่เจ๊ทับทิมก็ไม่เคยมีเจตนาที่จะทำร้ายใคร ทำให้ไม่มีใครโกรธเจ๊แกลง จุ้น เด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งลูกจ้าง และคู่หูของเจ๊ทับทิม ที่มีนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็น แต่หลายครั้งก็เผลอขัดขากันเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของอิทธิ์และนุ่นต่างก็มีผลกระทบกับความรักของทั้งคู่ บ้างก็ทำให้เกิดรอยร้าว บ้างก็ทำให้ต้องหันกลับมามองกันให้ดี ๆ ไม่ว่าทั้งคู่จะก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้หรือไม่ ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป และไม่ว่าความเชื่อมั่นในความรักของทั้งคู่จะสั่นคลอนมากแค่ไหน ความรักก็ยังเดินหน้าต่อไป.

********************************************************

@ รักในรอยแค้น ( แท่ง ศักดิ์สิทธิ์+ นุสบา ) …. 3  แผ่น....................105  บาท


เรื่องย่อ
บำรุง ธานินทร์นิมิตร  และวัชระ นิเวศวัตร ต่างก็เคยเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเลงตอนหนุ่ม ๆ แต่เพราะความเข้าใจผิดจึงทำให้ทั้งสองกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่มีวันจะยอมลงให้กันได้…

18 ปี ผ่านไปต่างฝ่ายต่างก็ดำเนินธุรกิจจนมีชื่อเสียงร่ำรวย ครอบครัวของบำรุงจัดว่าเป็นครอบครัวนักธุรกิจตัวอย่าง ด้วยความเป็นคนรักครอบครัวและความเป็นนักสังคมของ ฉัตรสุดา ภรรยาของบำรุง ทำให้ครอบครัวธานินทร์นิมิตร เป็นที่รู้จักและมีความสุขมากครอบครัวหนึ่ง

โดยบำรุงมีอารักษ์  ลูกชายคนโตที่หวังจะเจริญรอยตามอย่างพ่อ คอยช่วยเหลือบำรุงต่าง ๆ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์และนิสัยที่ชอบใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหาของอารักษ์ จึงทำให้อารักษ์มักจะถูกบำรุงตำหนิติเตียนอยู่เสมอ บำรุงเองลึก ๆ ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเขาอยากให้อารักษ์มาทำหน้าที่แทน ตนเองจึงค่อนข้าง งวดกับอารักษ์มาก

ผิดกับอิงอร ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบการศึกษาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และกลับมาร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของออกแบบตกแต่งบ้าน บำรุงไม่ต้องการให้องอรเข้ามาร่วมรับรู้ความเป็นไปในแวดวงธุรกิจที่ตนเองทำอยู่ ซึ่งตรงกับความต้องการขององอร ผิดกันที่ว่าองอรก็ต้องการให้บำรุงวางมือและหันมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่นกัน

ทางด้านครอบครัววัชระ หลังจากเหตุการณ์รถคว่ำที่ทำให้เขาต้องสูญเสียภรรยาสุดที่รักไป วัชระปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของบำรุงที่ต้องการแก้แค้นเขา วัชระเหลือเพียงพัดยศ  ลูกชายคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฎิหารย์จากเหตุการณ์ดังกล่าว

พัดยศมี กรุณา  เลขานุการเก่าของบำรุงที่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนต้องร่วมรับผิดชอบ กรุณาจึงมาอยู่กับวัชระและเลี้ยงดูพัดยศ จนพัดยศจบการศึกษากลับมาจากอเมริกา แต่ด้วยความเป็นคนรักสงบ อ่อนโยน และรักศิลปะเหมือนแม่ซึ่งแตกต่างจากวัชระโดยสิ้นเชิง ทำให้ทั้งสองพ่อลูกมักจะมีเรื่องถกเถียงกันบ่อย ๆ

ท่ามกลางความพยายามที่จะประสานรอยร้าวของกรุณา และวังธวัช  เด็กที่วัชระเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เพราะต้องการให้เป็นทั้งเพื่อน พี่และบอดี้การ์ดของพัดยศ ทั้งสองรักและเข้าใจกันเหมือนพี่น้องที่เกิดมาจากพ่อแม่เดียวกัน วังธวัชเองพยายามให้พัดยศเข้าใจวัชระ จนกระทั่งเกิดเหตุลอบยิงวัชระแต่พลาด ทำให้วัชระต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล พัดยศได้รู้จากวัชระในวันที่วัชระฟื้น ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เขาไม่ยอมยกโทษให้บำรุง นอกจากความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจแล้ว ยังเป็นเพราะวัชระ เชื่อมาตลอดเวลาว่าบำรุงคือคนที่ฆ่าแม่ของพัดยศ

พัดยศตัดสินใจเข้าช่วยงานของพ่อ ด้วยความเป็นคนอ่อนโยน จริงใจ และฉลาดของพัดยศทำให้ธุรกิจต่าง ๆ เหมือนจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น จนแม้กระทั่งบำรุงก็ต้องยอมรับความสามารถของพัดยศอยู่ลึก ๆ และยิ่งทำให้อารักษ์ยิ่งเกลียดพัดยศมากขึ้นไปอีก

และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เมื่อพัดยศและองอรได้พบและรักโดยต่างฝ่ายไม่รู้เลยว่าครอบครัวของทั้งสองเป็นศัตรูกัน ในงานเลี้ยงคืนหนึ่ง บำรุงอนุญาตให้องอรพาเพื่อนสนิทที่องอรบอกว่าอยากแนะนำให้พ่อรู้จักมาพบ บำรุงเพิ่งรู้ว่าคนที่ลูกของตนหลงรักคือพัดยศ และด้วยความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจ ประกอบกับความเข้าใจผิดที่อารักษ์พยายามกรอกหูบำรุงว่าพัดยศเป็นคนไม่ดี เพราะอารักษ์อิจฉาพัดยศที่แม้แต่บำรุงพ่อของเขาก็ดูเหมือนจะชอบพัดยศอยู่ลึก ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกของศัตรู

ทั้งหมดนี้ทำให้บำรุงเข้าใจว่าพัดยศจงใจมาหลอกองอรเพื่อหวังผลประโยชน์ในเรื่องธุรกิจ บำรุงสั่งห้ามองอรไม่ได้คบกับพัดยศอีกเด็ดขาด แต่เหมือนยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ ท่ามกลางความแค้นและความขัดแย้งของทั้งสองตระกูล ความรักของพัดยศองอรยิ่งกระชับแน่นมากขึ้น ๆ พัดยศกลับพยายามจะพิสูจน์ให้บำรุงและคนในครอบครัวขององอรเห็นถึงความตั้งใจจริงของเขา และเห็นถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่เขามีต่อองอร

เขาและองอรหวังลึกๆว่าความรักของเขาจะสามารถทลายกำแพงความแค้นที่ทั้งสองตระกูลมีต่อกันลงไปได้ แม้จะต้องทำให้เขามีปากเสียงกับวัชระพ่อของเขาก็ตาม ในที่สุดความพยายามของพัดยศก็เห็นผล เมื่อพัดยศสามารถเจรจากับเจ้าของที่ดินผืนสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามแย่งซื้อมาได้สำเร็จ ที่ดินผืนนี้หมายถึงศักดิ์ศรีที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมลงให้กัน เจ้าของยอมขายที่ดินนั้นให้พัดยศเพราะเห็นถึงความตั้งใจและความรักอันยิ่งใหญ่ที่เขามีต่อองอร

พัดยศตั้งใจที่ใช้ที่ดินผืนนี้เป็นข้อยุติปัญหาทุกเรื่องโดยเขาตั้งใจจะมอบที่ดินผืนนี้ให้องอร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของเขา วัชระพยายามคัดค้านทุกวิถีทางแต่พัดยศก็ไม่สนใจ การเจรจาระหว่างพัดยศและบำรุงน่าจะดำเนินการผ่านไปได้ด้วยดี ถ้าไม่ถูกวัชระวางแผนซ้อนเสียก่อน วัชระวางแผนให้บำรุงเข้าใจพัดยศผิด ว่าสาเหตุแท้จริงที่พัดยศยอมมอบที่ดินให้องอรเพราะพัดยศมีความหวังว่า สักวันหนึ่งเมื่อเขาและองอรแต่งงานกัน ทุกอย่างก็ต้องกลับกลายมาเป็นของนิเวศวัตรอยู่ดี บำรุงโกรธมากที่ถูกเด็กรุ่นเล็กอย่างพัดยศหลอก จึงปฎิเสธไม่มีการเจรจาต่อรองใดใดทั้งสิ้น ไม่ว่าพัดยศจะพยายามอธิบายถึงเหตุผลที่แท้จริงของตนอย่างไร

จนกระทั่งวันหนึ่งระหว่างการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย พัดยศไว้ชีวิตอารักษ์และตนเองเป็นฝ่ายบาดเจ็บ ทำให้อารักษ์เริ่มมองพัดยศในมุมต่างจากที่เคยมอง อารักษ์เริ่มเห็นใจในความรักที่มั่นคงของทั้งคู่ ในที่สุดอารักษ์ตัดสินใจจะช่วยให้พัดยศและองอรได้สมหวัง โดยแลกเปลี่ยนกับที่ดินผืนสำคัญนั้นซึ่งพัดยศยินดีที่จะมอบให้องอรเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของเขา

แต่แล้วแผนการณ์ทั้งหมดก็ล้มเหลวลงในวินาทีสุดท้าย เพราะวรเชษฐ์  ลูกชายนายทหารเพื่อนบำรุงที่มาติดพันองอรรู้ข่าวและเข้าไปห้ามทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน วังธวัชเข้ามาบังกระสุนที่วรเชษฐ์จงใจยิงใส่พัดยศ วังธวัชตาย พัดยศและวรเชษฐ์แย่งปืนกัน ทำให้ปืนลั่นถูกอารักษ์ตายในที่เกิดเหตุ พัดยศถูกวรเชษฐ์ใส่ความว่าเป็นฆาตรกรที่ฆ่าคนทั้งสอง เขากลายเป็นฆาตรกรคดีอุฉกรรจ์ที่ทั้งคนของฝ่ายบำรุงและตำรวจต้องการตัว

ด้วยความสนใจและโกรธแค้น บำรุงเชื่อวรเชษฐ์และสั่งตามล่าตัวพัดยศให้ได้ พัดยศต้องหนีการตามล่าหัวซุกหัวซุนจนเกือบจะถูกจับได้หลายครั้ง แต่เพราะมีองอรและเมธาวี  เพื่อนขององอรคอยแอบส่งข่าวช่วยพัดยศ จึงทำให้พัดยศรอดพ้นมาได้ จนกระทั่งองอรถูกบำรุงจับได้และกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในห้อง ไม่ให้องอรติดต่อกับใครทั้งสิ้น

บำรุงทำทุกอย่างที่จะให้องอรเลิกรักพัดยศ เพราะคิดและเชื่อตลอดเวลาว่าพัดยศเป็นคนผิด บำรุงยอมรับหมั้นวรเชษฐ์ให้องอร เพราะหวังจะให้องอรตัดใจเลิกคิดหวังที่จะรักกับพัดยศ แต่กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้องอรหนีออกจากบ้านไปหาพัดยศที่หัวหิน ด้วยความคิดถึงและความรักที่มีต่อกัน พัดยศและองอรเป็นของกันและกัน

บำรุงตามไปเอาตัวองอรกับมาได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น และจงใจทิ้งการ์ดงานแต่งงานขององอรและวรเชษฐ์ไว้ เพื่อให้พัดยศเดินเข้าไปให้ตนได้แก้แค้นอย่างสาสม พัดยศตัดสินใจไปหาบำรุงทั้ง ๆ ที่รู้ว่าบำรุงจงใจวางแผนล่อให้ตนเองเดินเข้าไป โดยไม่ฟังคำท้วงติงของกรุณาและวัชระ เขาเชื่อว่าความรักอันบริสุทธิ์และความจริงใจที่เขามีต่อองอรและคนในครอบครัวของเธอ จะช่วยทำให้เขาผ่านพ้นอุปสรรคและความโกรธแค้นต่าง ๆ ไปได้

แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง…พัดยศกับองอรจะใช้ความรักของเขาและเธอ เอาชนะความแค้นของทั้งสองตระกูลไปได้หรือไม่ พัดยศจะต้องตายด้วยกระสุนของบำรุงเหมือน "รักในรอยแค้น" เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว หรือไม่ ติดตามชมละคร "รักในรอยแค้น" เวอร์ชั่น 2002 ได้ในเดือนตุลาคมนี้ ออกอากาศต่อจากละคร "ร้อยเล่ห์…เสน่ห์ร้าย" ทาง ททบ.5

*********************************************************

@ รักเกิดในตลาดสด ( แอนดริว+ อ้อม พิยดา ) …. 3  แผ่น....................105  บาท

click here in full details

รายชื่อนักแสดง
1. แอนดริว เกร็กสัน เป็น ต๋อง
2. พิยดา อัครเศรณี เป็น กิมลั้ง
3. อุทุมพร เมฆวัฒนา เป็น กิมฮวย
4. อนุสรณ์ เดชะปัญญา เป็น เคี้ยง
5. จิรภา วงษ์โฆษวรรณ เป็น กิมแช ฯลฯ 

เรื่องย่อ
ณ ตลาดสดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ…ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความ วุ่นวาย จอแจ และอึกทึกคึกโครม พ่อค้าแม่ค้ากำลังขายของอยู่ตาม แผงลอยของตัวเอง และที่แผงขายผักของ ปารเมศ (ต๋อง) พ่อค้า ขายผักรูปหล่อ นิสัยดี กำลังช่วย ปรีชา พี่ชายของเขาขายผักแทน

ทับทิม พี่สะใภ้ของต๋องซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว ต๋องเต็มใจช่วย เพราะเขาเรียนรามฯ สามารถอ่านหนังสือเองได้ และที่ตลาดนี้เองทำให้เขาพบกับ กิมลั้ง สาวสวย หมวย น่ารัก ซึ่ง เป็นแม่ค้าขายปลาอยู่แผงตรงข้ามกับเขา แม่ทวี แม่ครัวบ้านคุณนาย สายหยุดหน้าที่หลักกว่าการเป็นแม่ครัวคือ อาชีพเม้าส์แตกของเธอ

วันหนึ่งของการจ่ายตลาดประจำวัน เธอแอบเห็นต๋อง ส่งสายตาหวานฉ่ำไปยังกิมลั้ง จึงเป็นเรื่องขึ้นมาทันทีเมื่อเธอ นำเรื่องที่เห็นไปบอกกับ กิมฮวย แม่ของกิมลั้ง ทำให้กิมฮวย โกรธมาก เนื่องจากกิมฮวยต้องการที่จะให้กิมลั้งได้หมั้นหมายกับ จาตุรงค์ ลูกชายของพ่อค้าเขียงหมู่ที่มีฐานะร่ำรวยอย่าง เต็กไฮ้ และนางเฮียง ซึ่งทั้งสองครอบครัวอยากจะรวมเป็นหนึ่งเดียวอยู่แล้ว

ทำให้ต๋องตกที่นั่งลำบากเพราะไม่ถูกกับว่าที่แม่ยายอย่าง กิมฮวย แม่ทวีจอมเม้าส์ไม่หยุดแค่นั้น นำเรื่องไปฟ้องกับเต็กไอ้ พ่อค้าเขียงหมูเริ่มหนักใจ จึงสั่งให้ลูกตัวเองไปคุยและพากิมลั้ง ไปเที่ยวบ้างกิมลั้งได้สัมผัสกับความน่าเบื่อของจาตุรงค์ในเรื่อง การกินและการพูดจาของเขาที่มักพูดแต่เรื่องตัวเอง เธอจึงไม่ค่อย พอใจกับกิมฮวยที่จะจับให้เธอแต่งงานกับคนอย่างจาตุรงค์

ด้านต๋องใช้ความพยายามเต็มที่ในการจีบกิมลั้ง โดยผ่านพ่อสื่ออย่างเลื่อน ( เด็กรับจ้างในตลาดลูกน้องคนสนิทของต๋อง ) ซึ่งคอยส่งของและจดหมายคุยกันระหว่างคนสองคน และความพยายามดังกล่าว ทำให้ต๋องรู้สึกว่ากิมลั้งก็มีใจให้เขาเหมือนกัน นับวันกิมฮวยหนักใจกับลูกสาวของตัวเอง ที่มีพฤติกรรมเอนเอียงจะชอบต๋อง เธอจึงวางแผนให้จาตุรงค์ไปทานข้าวที่บ้าน เพื่อได้เจอกับกิมลั้งบ่อย ๆ ในช่วงเช้าก่อนกิมลั้งจะออกไปขายของที่ตลาด แต่กิมลั้งรู้ทันทีจึงรีบออกจากบ้านก่อนที่จาตุรงค์จะมาถึง จาตุรงค์จึงต้องทานข้าวกับกิมแช น้องสาวของเธอ ซึ่งทำอาหารเก่ง และคอยดูแลบ้าน ทำให้คนทั้งสองเริ่มสนิทสนม และใกล้ชิดกันมากขึ้น

ต๋องมีความสนใจ และคิดอยากจะปลูกผักไร้สารพิษ เขาศึกษา และสมัครเป็นสมาชิกชมรมเพื่อน เกษตรกรในโครงการผักปลอดสารฯ เขาทดลองปลูกในปริมาณไม่มาก และแนะนำให้ลูกค้าแม่ค้าใกล้เคียง นำไปบริโภค แต่บางคนบ่นว่าแพง จนบ่อยครั้งที่ต้องทะเลาะกับปรีชาเพราะลูกค้าตัดพ้อเรื่องราคาที่แพง ของผัก แต่เขาก็พยายามอธิบายให้ลูกค้า และพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเห็นความสำคัญของผักไร้สารฯ และ วันหนึ่งต๋องกลับบ้านที่สมุทรสงคราม และทดลองปลูกผักปลอดสารพิษอย่างจริง ๆ จัง ๆ แต่ที่ดินของเขา ผู้ใหญ่มา มาเช่าที่ทำสวนลิ้นจี่ และถูกกดราคาค่าเช่า ต๋องจึงอยากให้พ่อกับแม่เอาที่ดินคืนเพื่อปลูกผักเอง

ต๋องกลับกรุงเทพฯ เพื่อบอกกับกิมลั้งเรื่องที่เขาอาจจะไม่สามารถมาขายผักได้เหมือนเดิม เนื่องจากทับทิมเริ่มแข็งแรง และสามารถมาขายของได้แล้ว เขาคงต้องกลับบ้านต่างจังหวัด จึงชวนกิมลั้งไป เที่ยวบ้านสองสามวัน กิมลั้งจึงคิดแผนบอกกิมฮวยว่าแพ้อากาศและอยากไปเที่ยวเพื่อสูดอากาศดี ๆ ชาย ทะเลกับสายบัว ( แม้ค้าร้านใกล้เคียง ) และน้องชาย ต๋องพากิมลั้ง และน้องชายเที่ยวอย่างสนุกสนานพร้อม กับอวดแปลงผักไร้สารฯ ของเขาอย่างภูมิใจ กิมลั้งมีความสุขมาก เธอเข้ากับพ่อแม่ต๋องได้เป็นอย่างดี เจ๊บ๊วย เจ้าของตลาดสดต้องการขึ้นค่าเช่าแผง แต่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดไม่พอใจเพราะเศรษฐกิจไม่ดีขาย ของไม่ได้เหมือนก่อน ต๋องคิดว่าไม่ถูกต้องกับการขึ้นค่าเช่าของเจ๊บ๊วย จึงพยายามระดมพ่อค้าแม่ค้าใน ตลาดที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว โดยปิดตลาดประท้วง

เจ๊บ๊วยขาดรายได้จึงยอมคิดค่าเช่าเท่าเดิม พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างขอบคุณต๋อง แต่กิมฮวย กลับมอง ต๋องเป็นพวกหัวรุนแรง อาบัง ยามเฝ้าตลาดสงสารต๋องเรื่องกิมฮวย จึงออกอุบายโดยใช้ ขอทานที่ตนรู้จักเป็นเครื่องมือแย่งเงินจากกิมฮวย ต๋องทำหน้าที่ฮีโร่ ( แบบสมมติ ) ช่วยจนได้เงินคืน กิมฮวยเริ่มมองต๋องด้วยไมตรีมากขึ้น จนกิมลั้งอดแปลกใจไม่ได้ ความที่กิมฮวยเริ่มทำดีกับต๋องมากขึ้น ทำให้ กำไล ลูกจ้างร้านเสริมสวย ที่มาหลงรักต๋อง ( ร้อนใจจึงคิดวางแผนหลอกเบิ้ม วินมอเตอร์ไซค์ที่ หลงรักกำไล ) ว่า ต๋องรักอยู่กับ ซิ้วเอ็ง ( ลูกสาวขี้เหร่ของร้านค้าเชียงหมู ) จุงลัก และ เง็ก ที่พยายามให้ต๋อง ชอบลูกสาวของตน และหลอกว่ากิมลั้งเป็นมารความรักของต๋องกับซิวเอ็ง เธอเห็นใจซิวเพราะกำลังท้องกับ ต๋อง จึงอยากให้เบิ้มไปขู่ต๋องให้เลิกกับกิมลั้งแล้วหันมาสนใจซิวเอ็งบ้าง

เบิ้มดักทำร้ายต๋องทันที แต่โชคดีที่เลื่อน และอาบังมาช่วยไว้ทัน แผนจึงล้มเหลว ความพยายาม ของกำไลไม่หยุดแค่นั้น เธอหลอกเบิ้มอีกครั้งว่า จะแต่งงานกับเบิ้ม หากเบิ้มทำตามแผนได้สำเร็จ เธอบอก ว่ากิมลั้งทำร้ายจิตใจเธอมาก อ้างว่าเคยตบหน้าเธอและดูถูกเธอ เบิ้มหลงเชื่อก็โกรธมาก กำไลเห็นเบิ้มฉุด กิมลั้ง แล้วให้เพื่อน ๆ เบิ้มข่มขืนกิมลั้งให้อับอายไปทั้งตลาด เบิ้มฉุดกิมลั้งสำเร็จ และเหตุการณ์กำลัง บานปลาย แต่ซิวเอ็งเห็นจันทร์หอม ( เพื่อนซี้ของกำไล ) แอบส่งจดหมายนัดให้น้องชายกิมลั้งและเห็น เบิ้มฉุดกิมลั้งไป เธอจึงไปบอกต๋อง และในที่สุดต๋องก็สามารถตามมาช่วยทัน กำไลเคียดแค้นมากจึงหยิบ มีดจะแทงกิมลั้ง โชคร้ายที่ต๋องเข้ามาขวางและโดนมีดแทงจนทรุดไปกองกับพื้น ต๋องปลอดภัย ออกจากโรงพยาบาล

ความดีของต๋องทำให้กิมลั้งและกิมแชพยายามขอร้องกิมฮวยให้เห็นความดีของต๋อง หวังจะ ให้กิมฮวยใจอ่อน แต่กิมฮวยไม่ใจอ่อนอย่างที่คิด เธอบอกมันคนละเรื่องกัน ยังไง ๆ กิมลั้งก็ต้องแต่งงาน กับจาตุรงค์ เย็นวันหนึ่งเต็กไฮ้และนางเฮียงบุกมาถึงบ้านกิมฮวยทั้งคู่จะมาขอกิมแชให้จาตุรงค์ กิมฮวย ตกใจและโกรธมากที่ทุกคนหลอกเธอ เธอร้องไห้วิ่งออกมาอย่างคุมสติไม่อยู่ รถกระบะแล่นเข้ามาชนเธอ อย่างรวดเร็ว ต๋องรีบพากิมฮวยส่งโรงพยาบาลทันที เธอเสียเลือดมาก บังเอิญที่ต๋องเลือดกรุ๊ปเดียวกับเธอ เขายอมให้เลือดเพื่อช่วยชีวิตกิมฮวยทันที ความรักที่ต๋องทุ่มเทให้กับกิมลั้งอย่างจริงใจ ความมีน้ำใจ ของเขา จะสามารถเอาชนะใจว่าที่แม่ยายอย่างกิมฮวยได้หรือไม่

********************************************************

 @ รักเดียวของเจนจิรา ( วิลลี่+ จอย ) …. 4  แผ่น....................140  บาท

******************************************************** 

@ รหัสริษยา ( นุ่น + พอล ) …. 4  แผ่น....................140  บาท   แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

พาไล ทายาทคนเดียวของ เอกภพ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและเจ้าของธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ชื่อดัง ต้องสูญเสียทรัพย์สินทุกอย่าง เมื่อเอกภพและ รัชนี พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ รวมทั้งถูกกล่าวหาว่าเป็นข้าราชการคอรัปชั่น รสิกา ป้าของเธอได้เข้ายึดกิจการทั้งหมดรวมทั้งบ้านที่พาไลอาศัยอยู่ โดยอ้างว่าพ่อของพาไลกู้หนี้ยืมสินจำนวนมหาศาลจากรสิกาไว้ก่อนเสียชีวิต พาไลกลายเป็นลูกจ้างและผู้อาศัยในบริษัทและบ้านของตัวเอง

โดนทั้งรสิกาและหลานสาว จันทร์แจรง โขกสับ แต่พาไลก็ไม่ท้อเธอเชื่อว่าการตายของพ่อแม่เป็นฝีมือของรสิกาและ นพ.สรศักดิ์ ที่ร่วมมือกันนำเข้ายาอันตรายจากต่างประเทศ และพยายามให้สินบนเอกภพให้เข้าร่วมขบวนการด้วย แต่เอกภพไม่ยอมร่วมมือรวมทั้งทำการตรวจสอบระงับการสั่งเข้า ทำความเสียหายกับรสิกาและนพ.สรศักดิ์ เป็นอย่างมาก รสิกาและนพ.สรศักดิ์จึงจัดการขั้นเด็ดขาด โดยการสั่งเก็บพ่อและแม่พาไลก่อนเรื่องชั่วร้ายจะฉาวโฉ่ออกมา

และยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของพาไลด้วยการปลอมเอกสารให้ทุกอย่างกลายมาเป็นของตัวเอง หลังจากเปลี่ยนฐานะมาเป็นผู้อาศัยในบ้าน จันทร์แจรงยิ่งเล่นงานพาไลอย่างหนักถึงขนาดไล่พาไลให้ไปนอนห้องคนใช้ และขู่ว่าจะเฉดหัวไล่พาไลออกจากบ้านวันไหนก็ได้ พาไลเก็บความแค้นไว้แน่นอกสัญญากับตัวเองว่าเธอจะต้องได้ทุกอย่างคืนมา ไม่ว่าจะเป็นเงินทองรวมทั้งเกียรติยศของพ่อที่เสียหายในข้อหาคอรัปชั่น โดยมี ธนากร แฟนหนุ่มที่คบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยคอยช่วยเหลือ

ธนากรเป็นทนายฝีมือดีอยู่กับแม่ชื่อ แกมแก้ว ส่วนจันทร์แจรงมีคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานคือ ศิวา นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง และเป็นลูกชายคนเดียวของนพ.สรศักดิ์ พาไลทำการติดต่อกับต่างประเทศด้วยทริกต่างๆ ทำให้พาไลได้หลักฐานเรื่องการซื้อขายยาผิดกฎหมายของนพ.สรศักดิ์และรสิกา โดยพาไลได้นำข้อมูลที่ได้เก็บไว้ในเวปไซด์แห่งหนึ่ง และคนที่เปิดเข้าไปดูข้อมูลนี้ได้จะต้องมี “รหัสผ่าน” ที่พาไลตั้งไว้ว่า “ENVY” หรือ “ริษยา”

แล้วแผนการของพาไลก็เริ่มขึ้น เธอต้องการแก้แค้นคนสามคนคือ รสิกา, นพ.สรศักดิ์ และจันทร์แจรง เธอปรึกษากับธนากร จึงได้รู้ว่าธนากรก็มีความแค้นกับนพ.สรศักดิ์เหมือนกัน เพราะพ่อของเขาขัดผลประโยชน์กับนพ.สรศักดิ์และถูกฆ่าตาย โดยกฎหมายทำอะไรไม่ได้ พาไลบอกธนากรว่าเธอจะเป็นคนเรียกร้องความยุติธรรมให้เอง พาไลบุกไปหาศิวาที่บริษัทบังคับให้ศิวาจดทะเบียนแต่งงานกับเธอ ไม่เช่นนั้นเธอจะแฉข้อมูลลับที่เปิดเผยความผิดของนพ.สรศักดิ์ผู้เป็นพ่อของศิวา

ซึ่งถ้าเรื่องราวเปิดเผยออกมาเมื่อไหร่รับรองว่า ดารณี แม่ของศิวาที่ป่วยเป็นโรคหัวใจคงรับไม่ได้แน่ว่าสามีที่เธออยู่ด้วยตลอดชีวิต ทำความผิดมากมายและเป็นฆาตกรฆ่าคน แม้ว่าศิวาจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็จำใจจดทะเบียนกับพาไล โดยมีเงื่อนไขว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นความลับระหว่างเธอกับเขาเท่านั้น รวมทั้งจะไม่มีพิธีแต่งงานเกิดขึ้น พาไลยินยอมและบอกว่าเมื่อถึงเวลาอันสมควร เธอจะให้ “รหัสผ่าน” แก่ศิวา พาไลยื่นใบลาออกจากบริษัท

รสิกาและจันทร์แจรงสะใจคิดว่าพาไลยอมแพ้ราบคาบ แต่พาไลยังให้ มีนา เลขาคนสนิทของเธออยู่ในบริษัทเพื่อส่งข่าวความเคลื่อนไหวของสองอาหลานให้เธอรับรู้ตลอดเวลา ส่วนพาไลย้ายไปอยู่เรือนกล้วยไม้ภายในบ้านของศิวา โดยมี แป้ง คนรับใช้ผู้รู้ใจตามไปด้วย สองอาหลานยังเข้าใจว่าพาไลออกไปอยู่กับธนากร แม้ว่าพาไลจะทำใจกล้าเข้าไปอยู่ในบ้านของศิวา แต่ลึกๆ นั้นเธอก็แอบหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะศิวามีทีท่าดูถูกและรังเกียจเธออย่างออกนอกหน้า

แถมประกาศว่าเมื่อเธอเข้ามาอยู่ในบ้านก็ต้องทำตัวให้เป็นเมียที่สมบูรณ์แบบ นั่นหมายความว่านอกจากพาไลจะเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเกมการแก้แค้นครั้งนี้แล้ว เธอต้องเอาความเป็นลูกผู้หญิงมาเสี่ยงกับชายหนุ่มเช่นศิวาด้วย ศิวาคอยตามก่อกวนเล่นแง่กับพาไลและทวงสิทธิ์ความเป็นสามี แต่พาไลก็มีแป้งคอยคุมเชิงและช่วยเหลือให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของศิวา แต่ศิวาแก้เกมด้วยการให้ ต๋อย คนขับรถคนสนิทมาแยกแป้งออกไป แต่พาไลก็รอดตัวแทบทุกครั้ง

พาไลให้มีนาหาหลักฐานรายชื่อพยานจากคดีการตายของพ่อแม่พาไล โดยให้ไปขอความร่วมมือจาก หมวดวีรกร เพื่อนของธนากร ทำให้มีนากับหมวดวีรกรเริ่มสนิทกันมากขึ้น ศิวาพยายามปกปิดความสัมพันธ์ของเขากับพาไลไม่ให้จันทร์แจรงรู้ แต่สุดท้ายจันทร์แจรงก็รู้จนได้ว่าพาไลมาอยู่ในบ้านของศิวาในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย จันทร์แจรงโมโหมากทั้งคู่ปะทะตบตีกัน จันทร์แจรงเสียใจจนป่วยมีอาการของโรคหัวใจ

รสิกาบีบบังคับให้ศิวาแต่งงานกับจันทร์แจรง โดยให้ดารณีเป็นคนบังคับ ศิวาปฏิเสธและบอกแม่ว่าพาไลกำลังตั้งท้อง ยิ่งทำให้รสิกาและจันทร์แจรงโมโหมาก รสิกาติดต่อให้ ประเมิน ( แมน ) ลูกน้องเก่าไปทำร้ายพาไลเพื่อให้แท้งลูกให้ได้ แมนไม่อยากทำเพราะเคยฆ่าคนตายมาแล้วมากมาย และแมนเป็นคนตัดสายเบรกรถทำให้พ่อแม่ของพาไลประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรต้องติดตามกันต่อในละคร “รหัสริษยา”


รายชื่อนักแสดง

ภัทรพล ศิลปาจารย์ รับบท ศิวา
วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบท พาไล
กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบท ธนากร
อาริษา วิลล์ รับบท จันทร์แจรง
ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล รับบท วีรกร
สุธัญญา สาริมาน รับบท มีนา
สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ รับบท รสิกา
ภัทรา ธิวานนท์ รับบท ดารณี
ตฤณ เศรษฐโชค รับบท นพ.สรศักดิ์

********************************************************

@รอยรัก รอยอดีต ( กัปตัน + ปิ่น )…. 3  แผ่น....................105  บาท

ร่วมสร้างตำนานรักโดย.....
ภูธเนศ หงษ์มานพ รับบทเป็น ภูมิ/กัลป์
เก็จมณี พิชัยรณรงค์สงคราม รับบทเป็น เดือน/มณฑิรา
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบทเป็น พิศ/วัลยา
ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบทเป็น ทศ/ตะวัน
นพชัย มัททวีวงศ์ รับบทเป็น นิรุตติ์
สุเชาว์ พงศ์วิไล รับบทเป็น เซ้ง/สินชัย
ญาณี จงวิสุทธิ์ รับบทเป็น นมชด/เอมอร
ชนานา นุตาคม รับบทเป็น เมี้ยน/ยุพา
ชูศรี เชิญยิ้ม รับบทเป็น เอี้ยง/ดำ
พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบทเป็น เมตตา
ไชยวัฒน์ ตระกูลอนุชัย รับบทเป็น เกรียงไกร
สมเจตน์ เจริญวัฒน์อนันต์ รับบทเป็น ปกรณ์
ปิยะนุช สังข์พันธ์ รับบทเป็น แก้ว

เรื่องย่อ...... พ.ศ. 2436 (ปีร.ศ.112) สมัยรัชกาลที่ 5 ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไทยเสียดินแดนริม ฝั่งแม่น้ำโขง ให้กับฝรั่งเศส เดือน(เก็จมณี พิชัยรณรงค์สงคราม) บุตรสาวของพระนรบดี จำต้องพลัดพรากจากคนรัก ร้อยเอกภูมิ (ภูธเนศ หงษ์มานพ) นายทหารหนุ่ม ฝีมือดี จากกองทัพสยามที่จำเป็นต้องไปประจำการที่ชายแดน ทั้งคู่สัญญาจะแต่งงานกันทันทีที่ภูมิกลับมา ระหว่างนั้น นายเซ้ง (สุเชาว์ พงศ์วิไล) พ่อค้าชาวจีนผู้ร่ำรวยจากการเปิดโรงบ่อนและโรงฝิ่น ได้ทำการติดสินบนพระนรบดี ให้ช่วยทำลายสำนวนฟ้องที่จะให้มัน ติดตารางได้

พระนรบดีไม่เล่นด้วย ทำให้นายเซ้งโกรธแค้นเลยวางแผนกำจัดพระนรบดี โดยมีพิศ (ภัคจีรา วรรณสุทธ์) ลูกสาวนายเซ้งเห็นดีด้วย
เพราะเธอเองก็แอบรักภูมิมานาน จนเห็นเดือนเป็นศัตรูหัวใจ ทางการส่งข่าวมาว่าภูมิและทศ (ภูริ หิรัญพฤกษ์) น้องชาย หายไปใน สนามรบ นายเซ้งได้โอกาสสั่งลูกน้องบุกฆ่าพระนรบดีตาย เดือนถูกนายเซ้งจับตัวไป แต่แล้วภูมิและทศที่ใคร ๆ คิดว่าตาย ก็ปรากฏ ตัวขึ้น ภูมิตามไปช่วยเดือน ระหว่างการต่อสู้กับนายเซ้ง ทศเข้าช่วยพี่ชายจนตัวตาย นายเซ้งถูกภูมิฆ่า พิศแม้จะรักภูมิเพียงใด
แต่เมื่อเสียพ่อไป พิศจึงสั่งลูกน้องจับภูมิและเดือนตรวนโซ่ทองคำถ่วงน้ำพร้อมสาปแช่ง ไม่ว่าจะกี่ชาติก็ขอจองเวร ไม่ให้คนทั้งสอง ได้รักกัน

พ.ศ. 2543 (ปีปัจจุบัน) กัลป์(ภูธเนศ หงษ์มานพ) วิศวกรควบคุมการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของนายสินชัย (สุเชาว์ พงศ์วิไล) ได้พบ กับวัลยา (ภัคจีรา วรรณสุทธิ์) ลูกสาวของสินชัยที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ วัลยาหลงรักกัลป์ในครั้งแรกที่เจอ แต่สำหรับกัลป์แล้ว วัลยาเป็นเพียงลูกนายจ้างที่เขาไม่อยากมีปัญหา ถึงแม้ตัวเขาเองยังไม่มีคนรัก แต่กัลป์ก็มีใครคนหนึ่งที่เขารู้สึก สบายใจเสมอ เมื่อได้พูดคุยกันผ่านอีเมล์ กัลป์ไม่รู้ว่าเจ้าของอีเมล์ที่ชื่อ orchid เป็นใคร รู้เพียงแต่ว่า เพลงเก่าเพลงหนึ่งที่เจ้าของเมล์ส่ง ผิดเครื่อง หา เขาโดยบังเอิญเป็นเพลงที่เขาชอบมากและรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

กัลป์กำลังมองหามัณฑนากรมาตก แต่งบ้านใหม่ปกรณ์เพื่อน ของกัลป์จึงนัดมณฑิรา(เก็จมณี พิชัยรณรงค์สงคราม) หรือ มณ มัณฑนากร สาวสวยฝึมือดีให้มาคุยกับกัลป์ที่ร้านแห่งหนึ่ง แต่กัลป์มา สายทำให้มณรอไม่ไหว ชวนเอมอร (ญาณี)น้าสาวกลับที่ลานจอดรถ กัลป์ชึ่ง ขับรถมาอย่างรีบร้อนเพื่อให้ทันนัด อยู่ ๆ อาการปวดข้อมือที่เป็นมานานและรักษาไม่หายเกิดเจ็บปวดขึ้นรุนแรงกะทันหัน ทำให้รถ ของเขาเสียหลักเกือบพุ่งเข้าชนมณเป็นเหตุให้ทั้งคู่เถียงกันอย่างรุนแรง จึงฝังใจไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกพบ

รุ่งขึ้นปกรณ์นัดให้มณ มาพบกันที่บ้านอีกครั้ง กัลป์ตั้งใจไม่จ้างมณ เพราะฝังใจกับเหตุการณ์ที่พบกันครั้งแรก แต่ก็ทำไม่ได้เพราะ เมตตา แม่ของเขา เกิดติดใจมณหลังจากที่ได้คุยกัน รวมทั้งตะวัน(ภูริ หิรัญพฤกษ์) น้องชายของเขาก็เห็นชอบด้วย กัลป์เลยจำเป็น ต้องจ้างมณด้วยความจำใจ คนทั้งสองดูเหมือนจะเกลียดกันทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

แต่ที่จริงแล้วมณคือเจ้าของอีเมล์ที่ชื่อ orchid ที่กัลป์รู้สึกดีด้วยมาตลอด และเธอเองก็ไม่รู้ว่าชายเจ้าของเมล์ที่ตอบ กลับมาจนสร้างความ รู้สึกดีด้วยเช่นกัน คือกัลป์ ชายที่เธอบอกน้าอรว่าเขาช่างเป็นคนที่ไม่น่าอยู่ใกล้ด้วยเลย อาการไม้เบื่อไม้เมาระหว่างกัลป์กับมณ มีมาไม่ขาดระยะ ต่างมีเรื่องต้องให้แขวะใส่กันตลอดเวลา

ซ้ำเมื่อมณรู้ว่ากัลป์ทำงานให้กับสินชัย คนที่โกงพ่อเธอจนพ่อต้องฆ่าตัวตาย เธอยิ่งทวีความเกลียดกัลป์มากยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับ ความสัมพันธ์ของกัลป์กับผู้หญิงในเมล์ที่นับวันยิ่งคุยกัน จนต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันไปเสียเกือบทุกเรื่อง จนเป็นเหตุให้มณยังคงวาง นิรุตติ์(นพชัย มัททวีวงศ์) เพื่อนชายสมัยเรียนที่จบมาพร้อมกันและชอบพอเธอไว้เป็นเพียงเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้น

ทางด้านวัลยาใช้ความเป็นลูกสาวของสินชัยเข้ามาพัวพันในชีวิตของกัลป์ โดยให้ความช่วยเหลือตะวัน จนได้เข้าทำงาน ในบริษัท ของพ่อเธอแล้ว ยังช่วยหาหมอเก่งๆ มาช่วยดูแลแม่ของเขาที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ วัลยาได้เจอกับมณที่บ้านกัลป์ เธอไม่ชอบมณ ทันที เพราะแม่ของกัลป์เอ็นดูมณมากกว่าเธอ

ทางด้านสินชัย ทราบข่าวมีคนบ้าขุดเจอตรวนทองคำ สินชัยอยากได้ตรวนนั้นมาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของตนเลยสั่งให้ลูกน้อง
ทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งตรวนทองคำมา วันหนึ่งกัลป์ก็ได้พบกับตรวนทองคำที่เก็บรักษาไว้อย่างดีในพิพิธภัณฑ์ ทันที่ที่ได้เห็นมัน เขาก็ปวดข้อมืออย่างแรง ปกรณ์รีบพากันไปหาหมอ แต่หมอไม่สามารถรักษากัลป์ได้ ปกรณ์จึงแนะนำให้กัลป์ไปรักษา ความเจ็บปวด ด้วยวิธีสะกดจิตระลึกชาติ เพื่อค้นหาที่มาของความเจ็บปวดในอดีต

กัลป์ยอมรักษาอาการปวดข้อมือด้วยการสะกดจิตตามที่ปกรณ์แนะนำ จนพบสาเหตุที่สืบเนื่องมาจากในอดีต ตนนั้นตายพร้อมคนรัก โดยถูกตรวนให้จมน้ำไปพร้อมกับเธอ และเพลงที่ orchid ส่งมาให้นั้น ก็เกี่ยวพันกับความรักของเขาในอดีตด้วยเช่นกัน เป์นเพลง โปรดที่เขาเคยเต้นรำกับคนรักในอดีต ทำให้กัลป์เชื่อว่า คนในเมล์เป็นคนรักของเขาเมื่อชาติก่อน จึงตัดสินใจนัดพบ orchid
กัลป์และมณได้เจอกันที่สถานที่นัดพบ แต่ไม่คิดว่า คนที่ตนต้องการจะเจอ คือคนที่อยู่ตรงหน้า ทั้งคู่รอจนเลยเวลามาก จึงตัดสินใจกลับ

ตะวันเกิดเรื่องเพราะไปส่งยากับลูกน้องสินชัย เมตตาทราบข่าวทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ มณขณะนั้นอยู่กับเมตตา จึงพาส่ง โรงพยาบาลทันท่วงที กัลป์ตามมาที่โรงพยาบาล โดยเข้าใจผิดคิดว่ามณเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ล้มเจ็บ แต่พอรู้ความจริง กัลป์เข้าไปขอโทษ มณไม่ถือโกรธเพราะเข้าใจว่ากัลป์เป็นห่วงแม่ ระหว่างที่ช่วยกันดูแลเมตตา ต่างได้คุยกันอย่างเปิดใจ ทำให้ทั้ง คู่เข้าใจกัน และรู้นิสัยที่แท้จริงของกันและกัน

ด้านวัลยานั้นเห็นว่า กัลป์กำลังเปลี่ยนใจไปชอบมณ เธอเลยวางแผนกับพ่อ ประกาศเรื่องแต่งงานของ เธอกับกัลป์ในวัน เปิด พิพิธภัณฑ์ ซึ่งมณก็มาร่วมงานนั้นด้วย กัลป์ปฏิเสธไม่ได้ เพราะสินชัยเสนอจะช่วยตะวันให้รอดจากคดียาเสพติด ด้วยความเสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มณตัดสินใจรับรัก นิรุตติ์และพากันไปพบพ่อแม่ของนิรุตติ์ที่ต่างจังหวัด

ส่วนกัลป์เพิ่งมั่นใจว่า มณคือคู่รักเก่าในอดีตชาติ เมื่อได้ทำการสะกดจิตอีกครั้ง กัลป์จึงรีบออกเดินทางไปหามณ เมื่อพบกัน กัลป์ตัดสินใจลักพามณมาที่อุทยานน้ำตก ที่ที่เขาเคยขอเธอแต่งงานเมื่อชาติที่แล้ว แต่มณยังจำอะไรไม่ได้ และด้วยความที่ยัง โกรธ กัลป์อยู่ มณจึงหนีกัลป์ จึงพลัดหลงอยู่ในป่าเพียงลำพัง กัลป์ตามหามณจนเจอตัว พร้อมกับที่วัลยาตามกัลป์มาจากกรุงเทพ เห็นภาพ ความรักที่คนทั้งสองมีต่อกัน

วัลยาทนไม่ได้ ผลักมณตกน้ำ กัลป์เข้าช่วยเหลือทัน พามณส่งโรงพยาบาล ช่วงที่มณสลบอยู่ทำให้เธอระลึกชาติได้ และได้รู้ว่าคนที่ทำ ร้าย เธอกับกัลป์ในอดีตคือใคร ด้านตะวันหลุดคดีมาได้ก็กลับมาทำงานอยู่ที่เดิม แต่คราวนี้ตะวันพบว่า เบื้องหลังของสินชัย เป็นพวกค้ายา จึงพยายามทำตัวออกห่าง แต่ลูกน้องสินชัยรู้ตัวเสียก่อน เลยดักทำร้ายตะวัน แล้วข่มขืนและฆ่าแก้ว แฟนสาวของตะวัน

ด้วยความโกรธที่ต้องสูญเสียแก้วไป ตะวันตัดสินใจลอบเข้าไปขโมยข้อมูลที่ผิดกฎหมายของสินชัย แล้วหลบหนีการตาม ล่าไปต่าง จังหวัด สินชัยคิดว่ากัลป์รู้ที่ซ่อนตะวัน แต่ไม่ยอมบอก เลยฆ่าเมตตาแล้วจับมณไปเป็นตัวประกัน กัลป์ออกตามหามณจนเจอ และช่วยมณได้สำเร็จ ทั้งคู่ออกตามหาตะวัน แต่ในที่สุด ทั้งคู่ก็หนีสินชัยไม่พ้น

สินชัยตัดสินใจฆ่าคนทั้งสอง แต่วัลยาเข้ามาขวางไว้จนตัวตาย สินชัยเสียใจจนคลุ้มคลั่งที่ฆ่าลูกสาวตัวเอง จับกัลป์และมณตรวน โซ่ทองคำถ่วงน้ำแล้วหลบหนีไป ทิ่งให้กัลป์และมณทุรนทุรายอยู่ในน้ำ วาระสุดท้ายของกัลป์และมณจะติดอยู่กับพันธนาการ ที่เคย พรากความรักของเขาทั้งสองเหมือนเมื่อในอดีตหรือไม่

ติดตามชมได้ใน "รอยรัก...รอยอดืต" ออกอากาศต่อจากละครเรื่อง เงา ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

**************************************************

@รอยอดีตแห่งรัก  ( บี้ เดอะสตาร์)…..4 แผ่นจบ ………………..140 บาท   แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

ต้นน้ำ เจ้าของแม็กกาซีนชื่อดัง กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับ นุสรา แฟนสาวไฮโซชื่อดังในอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้า ในคืนที่ทั้งคู่ไปงานวันเกิดของต้นน้ำ ขากลับต้นน้ำเมามากนุสราจึงอาสาขับรถให้ แต่เธอไม่ทันระวังจึงขับรถชน มีน หญิงสาวที่อยู่ร้านขายอาหารตามสั่งใกล้ๆ บริษัทของต้นน้ำ นุสราลงมาต่อว่ามีนที่บาดเจ็บ แต่ระหว่างนั้นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น นุสราโดนรถที่วิ่งมาจากอีกด้านหนึ่งชนจนเสียชีวิต ต้นน้ำเสียใจกับการจากไปของนุสรามาก

จึงฝังใจเกลียดมีนมาตลอด แม้มีนจะพยายามขอโทษต้นน้ำด้วยวิธีการใดต้นน้ำก็ไม่ยอมให้อภัยเธอ แถมยังต้องการให้คนที่ตายไปในคืนนั้นคือมีน พี่หวาน กับเม่น ญาติสนิทของมีนได้แต่เป็นห่วง เพราะมีนเสียใจและผิดหวังที่ต้นน้ำคนที่เธอแอบชื่นชมเป็นคนแบบนี้ มีนจึงหนีกลับไปอยู่กับแม่ที่หัวหิน ต้นน้ำพยายามลืมความเศร้าด้วยการเที่ยวเตร่ โดยมี อัญชลี เลขาที่จ้องจะจับต้นน้ำคอยดูแลอย่างใกล้ชิด หมอนเรศ เพื่อนรุ่นพี่ของต้นน้ำจึงเข้ามาช่วยดูแล

ย่าใหญ่ เลยแนะนำให้ต้นน้ำไปพักผ่อนพร้อมกับทีมงานที่จะไปถ่ายทำวีซีดีที่หัวหิน แต่การมาพักผ่อนของต้นน้ำครั้งนี้ทำให้เขาได้พบกับมีนอีกครั้ง ต้นน้ำพยายามหาเรื่องมีน แต่หมอนเรศคอยช่วยเหลือมีน ทำให้ต้นน้ำแกล้งมีนได้ไม่เต็มที่ ระหว่างถ่ายแฟชั่นต้นน้ำและมีนได้มีโอกาสใกล้ชิด และทำความรู้จักกันมากขึ้น ทำให้ต้นน้ำรู้ว่าแท้จริงแล้วมีนเป็นคนมีน้ำใจและเป็นนักสู้ หลายครั้งที่เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในกองถ่าย และอัญชลีก็พยายามเข้ามาช่วยเหลือมีน

ทำให้มีนหลงชื่นชมอัญชลี โดยไม่ระแคะระคายในความร้ายกาจของเธอเลย วันสุดท้ายของการถ่ายแบบนางแบบคนหนึ่งมาไม่ทัน ทีมงานตัดสินใจจับมีนมาแต่งตัวปรากฎว่ามีนสวยขึ้นทันตาเห็น ต้นน้ำเองก็แอบรู้สึกอยู่ลึกๆ แต่เขากลับแสดงอาการไม่พอใจมีน และยิ่งรู้สึกหมั่นไส้เมื่อรู้ว่าหมอนเรศแอบชอบมีน และชักชวนให้มีนที่เรียนจบผู้ช่วยพยาบาลมาช่วยดูแลย่าใหญ่ เมื่อมีนต้องเข้าไปอยู่ในบ้านต้นน้ำ ต่างฝ่ายต่างได้เรียนรู้นิสัยกันในด้านที่ไม่เคยเห็น

แต่ในขณะเดียวกันมีนก็ต้องปะทะกับอัญชลีที่พยายามทำให้ย่าใหญ่และต้นน้ำเข้าใจเธอผิดมาตลอด ย่าใหญ่ได้หลักฐานว่าอัญชลีโกงเงินบริษัทไป แต่อัญชลีก็จัดการย่าใหญ่จนหกล้มต้องเข้าโรงพยาบาล ต้นน้ำเครียดมาก อัญชลีได้ทีเลยใส่ไฟว่าตอนที่ย่าล้มเห็นมีนคุยอยู่กับเม่นไม่ยอมมาดูแลย่าใหญ่ ต้นน้ำโกรธมากด่าว่ามีนอย่างรุนแรงจนมีนทนไม่ได้ตัดสินใจขอลาออก ย่าใหญ่รู้เรื่องบอกให้ต้นน้ำไปตามมีนกลับมา แต่พอต้นน้ำไปถึงกลับถูกหวานและเม่นไล่กลับไป

ต้นน้ำต้องขอร้องมีนให้เห็นแก่ย่าใหญ่ มีนจึงยอมทำตาม ระหว่างทางต้นน้ำได้ข่าวจากหมอนเรศว่าย่าตกบันไดเสียชีวิต ต้นน้ำถึงกับช็อค หลังจากงานศพของย่า ต้นน้ำพบว่ามีนเก็บข้าวของกลับหัวหินไปแล้ว เขาพยายามมาง้อมีนแต่มีนไม่สนใจ ทำให้ต้นน้ำโกรธเข้าไปลากมีนขึ้นรถเพื่อพากลับกรุงเทพ ทั้งคู่โต้เถียงกันขณะที่ต้นน้ำขับรถ แล้วอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ครั้งนี้จะซ้ำรอยเหมือนตอนที่เขาและเธอได้เจอกันครั้งแรกหรือไม่? ติดตามชมเรื่องราวได้ในละคร “รอยอดีตแห่งรัก”


รายชื่อนักแสดง

สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว รับบท ต้นน้ำ
พีรชยา พิณเมืองงาม รับบท มีน
อรรถพร ธีมากร รับบท เม่น
อริศรา วงษ์ชาลี รับบท หวาน
ปานวาด เหมมณี รับบท อัญชลี
พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ รับบท หมอนเรศ
ญดา โชติชูตระกูล รับบท นุสรา
พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบท ย่าใหญ่

 

***************************************************

@ร้อยเล่ห์ เสน่ห์ร้าย (อ้อม + ติ๊ก ) …. 4  แผ่น....................140  บาท


นำแสดงโดย
01. เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบทเป็น ก้องภพ
02. พิยดา อัครเศรณี รับบทเป็น น้ำหนึ่ง
03. เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบทเป็น พรฟ้า
04. สุวัจนี ไชยมุกสิก รับบทเป็น แพรวรุ่ง
05. ไอริณ ศรีแกล้ว รับบทเป็น เจนนี่
06. พีรชัย โปษยานนท์ รับบทเป็น ต่อ
07. กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบทเป็น พิมพิศ
08. รัญญา ศิยานนท์ รับบทเป็น รัตนา
09. สะเกวัลย์ ยงใจยุทธ รับบทเป็น ยิ้ม
10. อ.เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ รับบทเป็น เทียนชัย
                                11. ตรีพล พรมสุวรรณ รับบทเป็น ทิน

เรื่องย่อ
เกษมราช ( สมบัติ เมทะนี ) เศรษฐีพันล้านเจ้าของธุรกิจเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็ก ชื่อดังหลายต่อหลายแห่ง เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่าจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน สิ่งสุดท้าย ที่เกษมราชต้องการทำ คือการตามหาครอบครัวที่เหลืออยู่ของจักรพจน์ เพื่อนสนิทที่เขาเคยหักหลัง แล้วฮุบกิจการที่สร้างร่วมกันมาที่ได้ตายจากไปด้วยความตรอมใจ

เกษมราชใช้เวลาไม่นาน เขาก็ได้พบกับน้ำหนึ่ง ( พิยดา อัครเศรณี ) ลูกสาวคนเดียวของเพื่อนรัก น้ำหนึ่งอาศัยอยู่กับแม่อนงค์ ( กาญจนา จินดาวัฒน์ ) เปิดร้านทำผมเล็ก ๆ อยู่ในตลาดท่าน้ำนนท์ ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ถึงกับขัดสนแต่ไม่ก็เหลือพอให้ฟุ่มเฟือย เกษมราชพยายามขอโทษอนงค์ แต่สิ่งที่เธอต้องการสิ่งเดียวคือชีวิตของสามี ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ทำให้เกษมราชยิ่งรู้สึกผิดและต้องการแก้ตัวในวาระสุดท้ายของตน เขาตัดสินใจกลับมาเปลี่ยนพินัยกรรมแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นการไถ่โทษก่อนจะเสียชีวิต

วันที่พินัยกรรมถูกเปิด เหมือนกับสายฟ้าลงกลางกระหม่อมก้องภพ ( เจษฎาภรณ์ ผลดี ) ลูกชายคนเดียวของเกษมราช เขารับไม่ได้กับการที่ต้องยกสมบัติครึ่งหนึ่ง ให้กับผู้หญิงที่เขาไม่เคยรู้จักแม้แต่หัวนอนปลายเท้า ก้องภพบังคับให้เทียนชัย ( อาจารย์เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ ) ทนายคนสนิทของเกษมราชเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพื่อที่เขาจะพยายามหาทางกำจัดน้ำหนึ่งด้วยตัวเขาเอง

เมื่อเรื่องมรดกหารสองถูกปิดเป็นความลับ ก้องภพจึงกลายเป็นทายาทพันล้านที่เนื้อหอมที่สุดในวงการเศรษฐีใหม่ มีหญิงสาวมากมายเข้ามารุมล้อมและหวังจับ หญิงสาวที่เข้าประกวดมีรายนามดังนี้ "พรฟ้า" หรือ "ฟ้า" ( เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ) คุณหนูไฮโซผู้หยิ่งทระนง เธอเป็นคนชอบเหยียดหยามคนอื่นและชอบเอาชนะ ส่งเข้าประกวดโดย รัตนา ( รัญญา ศิยานนท์ ) น้าสะใภ้ของก้องภพที่งกสมบัติแทนหลาน และไม่ต้องการให้เงินแม้แต่บาทเดียวกระเด็นไปถึงมือคนอื่น

สาวงามคนที่สอง มาด้วยลีลาและเสน่ห์ที่เย้ายวน เธอคือ "แพรวรุ่ง" ( สุวัจนี ไชยมุกสิก ) ดาวอันดับหนึ่งใน The Harem Member Club ชื่อเสียงของแพรวรุ่งเป็นที่โจทย์จันท์ในวงสังคมกลางคืนว่าเธอคือ สาวเสียงเสน่ห์ เป็นดาวที่ไม่มีวันดับ ของคลับที่ไม่มีวันตายแพรวรุ่งเลือกที่จะคบชาย เพราะเธออยู่ในจุดที่เลือกได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เธอเลือกที่ผลักดันตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดและเตียงอันอบอุ่นของก้องภพด้วยเพราะเงินมรดกพันล้าน

สาวงามคนที่สามคือ "เจนนี่" ( ไอริณ ศรีแกล้ว ) ดีเจสาวเซ็กซี่ประจำ "The Harem Disco Theque" ลีลาการโชว์เปิดเพลงพร้อมกับ Dancer ของเธอทำให้แขกแน่นตรึม จนเป็นที่กล่าวขวัญ และแน่นอนเธอคือเด็กคนหนึ่งของก้องภพ ซึ่งรู้ตัวว่าเธอมีดี จนทำให้ก้องภพต้องแวะเวียนมาใช้บริการ และครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีของเธอที่จะขยับขยาย ตัวเองให้เป็นเจ้าแม่สถานบันเทิงพันล้าน

ก้องภพต้องรับมือสาวๆทั้งสาม ในขณะที่ต้องจัดการกับเสี้ยนหนามที่ค้างคาใจอย่างน้ำหนึ่ง เขาตามหาน้ำหนึ่งจนเจอ จากความแข็งกร้าวของน้ำหนึ่งทำให้ก้องภพรู้ว่าการเอาชนะใจผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเขาจึงต้องทำให้เธอรักเขาให้ได้ เพื่อสมบัติของเขาเอง และด้วยความกะล่อนของก้องภพ ก็ทำให้เขาสามารถชนะใจอนงค์และเข้าออกบ้านของน้ำหนึ่งได้สะดวกในเวลาอันรวดเร็ว ระหว่างที่ก้องภพต้องทุ่มเทเวลาให้น้ำหนึ่ง เขาได้เจอต่อ (พีรชัย โปษยานนท์) เพื่อนสนิทที่แอบรักน้ำหนึ่ง ด้วยท่าทีของลายสือ ทำให้ก้องภพหวั่นใจแผนจะล้ม เขาเลยหาทางกันต่อออกจากน้ำหนึ่ง ด้วยการชวนน้ำหนึ่งมาทำงานที่คอมแพล็กซ์ จะได้ไม่ไกลหูไกลตา

นับตั้งแต่วันแรกที่น้ำหนึ่งเข้ามาทำงาน เป็นช่างเสริมสวยของร้านที่เปิดอยู่ชั้นใต้ดินของคอมเพล็กซ์ก้องภพ ความวุ่นวายจากบรรดาสาวๆก็ประดังประเดเข้ามา ก้องภพทำทุกอย่างให้น้ำหนึ่งประทับใจด้วยการปกป้องและให้เกียรติ และพาออกงานสังคมเปิดตัวตามที่ต่างๆจนในที่สุดความพยายามที่ชั่วร้ายก็สำเร็จ น้ำหนึ่งรักก้องภพ จนก้องภพรับรู้ได้ เขาไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป ก้องภพขอน้ำหนึ่งแต่งงานทันทีและเธอก็ตอบตกลงด้วยหัวใจพองโต และคิดไปว่าก้องภพ คือ ชายในฝันที่เธอเฝ้ารอ

งานแต่งงานของน้ำหนึ่งเป็นงานแต่งงานเล็ก ๆ เรียบง่าย แต่สร้างความสุขอย่างมากให้น้ำหนึ่ง แต่แล้วความสุขของเธอก็พังทะลายหลังจากเซ็นต์ใบทะเบียนสมรสเพียงไม่กี่วินาที เมื่อรัตนาและพรฟ้าเอาความจริงเรื่องพินัยกรรมมาบอกน้ำหนึ่ง และก้องภพยอมรับหน้าตาเฉยว่า…มันเป็นความจริง

อนงค์รู้สึกผิดที่ดูก้องภพไม่ออก เธอตัดสินใจเล่าเรื่องระหว่างเกษมราชและจักรพจน์ให้น้ำหนึ่งฟัง น้ำหนึ่งคิดหาทางแก้แค้นและเอาคืนกับผู้ชายที่เธอรักอย่างสาสม ด้วยการไม่ยอมหย่าและไม่คืนสมบัติให้แม้แต่บาทเดียว แต่จะอยู่เพื่อทวงของทุกอย่างของเธอคืน

ก้องภพแค้นมากที่น้ำหนึ่งไม่ว่าง่ายอย่างที่เขาคิด และเขาจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาด การต่อสู้ของคนที่เคยรักกันก็เกิดขึ้น ทั้งกลั่นแกล้ง ประชดประชัน เพื่อให้อีกฝ่ายทนไม่ได้ต้องขอหย่าไปก่อน ทางด้านพรฟ้า, แพรวรุ่งและเจนนี่พอรู้ข่าวความขัดแย้งของคนทั้งสอง ก็เริ่มปฎิบัติการสร้างความร้าวฉาน เพราะยังหวังในตัวก้องภพอยู่ ทั้งสามคนกลับมาคบหากับก้องภพเหมือนเดิม สร้างความไม่พอใจกับน้ำหนึ่งเป็นอย่างมาก และก้องภพก็รู้ดี เขาจึงใช้ความเจ็บปวดของน้ำหนึ่งมาเป็นตัวเร่งให้เธอทนไม่ได้

น้ำหนึ่งต้องต่อสู้ทั้งกับตัวเอง กับก้องภพ กับสาว ๆ และป้ารัตนาในบ้านของก้องภพ แต่เธอก็มีต่อและยิ้ม ( สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ ) เพื่อนที่ดี คอยเป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้กับทุกอย่างจนกระทั่งวันตัดสินก็มาถึง ก้องภพเห็นความสนิทสนมมากผิดปกติของต่อและน้ำหนึ่ง จากความไม่พอใจเริ่มเกิดเป็นความหึงหวง ยิ่งน้ำหนึ่งเย็นชาต่อเขาแต่กลับดีกับต่อเขายิ่งไม่พอใจ ก้องภพเรื่องแสดงความเป็นเจ้าของโดยที่เขาไม่รู้ตัว และความหึงพุ่งขึ้นถึงขีดสุดในวันที่เขาเมามาย ก้องภพเอาชนะน้ำหนึ่งด้วยการปลุกปล้ำภรรยาตัวเอง

หลังจากคืนนั้น ก้องภพเริ่มสงสัยความรู้สึกของตัวเอง ทำไมถึงไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่น ๆ หรือสิ่งที่เขารู้สึกมันคือความรัก ซึ่งน้ำหนึ่งก็รู้สึกไม่ต่างกัน

พรฟ้า แพรวรุ่ง เจนนี่และรัตนา เริ่มหวั่นใจว่า ความเกลียดของก้องภพจะเปลี่ยนเป็นความรักเข้าสักวัน พวกเธอต้องตัดไฟแต่ต้นลม การทะเลาะตบตีเกิดขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ทุกคนล้วนมีแผนของตัวเองที่จะช่วงชิงก้องภพให้ได้ และสถานการณ์ก็เข้าทางพรฟ้า เมื่อต่อเกิดปัญหาต้องการเงินมาใช้หนี้ เพราะเจ้าหนี้ ( รัตนา ) ส่งคนมาทวงจนทำลายข้าวของในร้าน อีกทั้งยังทำร้ายร่างกายด้วย

น้ำหนึ่งสงสารเพื่อนและคิดว่าเงินที่เธอมีก็มากมาย น้ำหนึ่งจึงให้ต่อยืมเงิน 5 ล้านบาท เพื่อไปใช้หนี้โดยไม่ได้บอกก้องภพ แต่พรฟ้ากลับเป็นคนเอาเรื่องมาบอกก้องภพว่าเป็นการให้เงินฉันท์ชู้สาว ก้องภพไม่เชื่อในตอนแรก แต่หลังจากที่ได้หลักฐานยืนยันชัดเจนว่า น้ำหนึ่งเอาเงินไปจากบัญชีจริง เขารู้สึกทั้งเสียใจและผิดหวังที่น้ำหนึ่งหักหลังเขา และเป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ต้องการทรัพย์สมบัติของเขาเท่านั้น ก้องภพตัดสินใจขอหย่ากับน้ำหนึ่งทันที โดยไม่ต้องการสมบัติของเธอคืน

น้ำหนึ่งเสียใจมากที่ก้องภพเข้าใจผิดเธอจึงตัดสินใจหย่าให้ก้องภพ และจากไปโดยที่ไม่ยอมเอาทรัพย์สมบัติแม้แต่แดงเดียว ก้องภพรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรงและตื่นจากความเข้าใจผิด แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เมื่อก้องภพได้รู้ความจริงจากต่อเรื่องเงินใช้หนี้และเทียนชัยทนายของพ่อ ยอมเปิดปากบอกเรื่องที่เกษมราชโกงเงินพ่อน้ำหนึ่งมาในอดีต จนพ่อเธอตรอมใจตาย น้ำหนึ่งก็หนีหายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว

การชิงรักหักเสน่ห์ของผู้หญิงหัวดื้ออย่างน้ำหนึ่ง กับผู้ชายใจร้ายอย่างก้องภพ จะปิดฉากลงอย่างไรนั้น ติดตามชมได้ในละคร ร้อยเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

**************************************************

@ ลิขสิทธิ์หัวใจ …. 3  แผ่น....................105  บาท NEW

เรื่องย่อ

ลิขสิทธิ์ นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ต้องสูญเสีย ฝ้าย ผู้เป็นภรรยาที่ถูกฆ่าตายในรถเบนซ์ที่ลิขสิทธิ์ซื้อให้ หลังจากไปหา ดร.วีรเทพ เพื่อขอความช่วยเหลือในการย้ายไปอยู่เมืองนอกกับ ดร.หทัยเทพ ( ไหม ) ลูกสาว ดร.วีรเทพ กับเจ้าแก้วบุษรา แต่ไหมไม่ไว้วางใจจึงให้ ดร.เมืองแมน ( หม่อน ) พี่ชายกับพ่อช่วยสอบประวัติของฝ้าย หม่อนมุ่งประเด็นไปที่ลิขสิทธิ์ว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่าเมียตนเอง

หลังจากงานศพลิขสิทธิ์พา น้องเหลือ ไปฝากไว้กับบ้านดร.วีรเทพ เมื่อไหมเห็นหลานก็เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็น “มัดหมี่” หม่อนบอกเลิกกับ เขมนาถ เพราะความเครียดที่นนท์โทรมาบอกว่า เขมนิต ( พี่สาวเขมนาถ ) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมทั้งหมด หม่อนจึงโทษไหมว่าเป็นความผิดของไหมที่ทำให้ต้องเลิกกับเขมนาถ เมื่อทั้งสองคืนดีกันไหมตามไปดูแลหลานที่ลิขสิทธิ์รับไปเที่ยวที่เขาใหญ่

โดยการปลอมตัวเป็นพยาบาลชื่อ สมใจ และ วิวัณดา แฟนลิขสิทธิ์หึงมากที่ลิขสิทธิ์ไปตามลำพังกับพยาบาล จึงตามไปราวี ไหมแกล้งวิวัณดากลับจนต้องใส่เฝือกที่คอ ลิขสิทธิ์ขู่จะเอาเรื่องกับไหม แต่เมื่อทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ลิขสิทธิ์ก็เผลอหลับไป เนื่องจากพิษไข้ป่า และเมื่อเขาฟื้นและหายดีแล้ว ดร.วีรเทพ และหม่อนเตรียมยื่นฟ้องเขมนิตในคดีจ้างวานฆ่าฝ้าย

แต่เขมนิตกลับไม่เดินทางไปตามที่ศาลนัด และเริ่มคลุ้มคลั่ง คิดแต่ว่ามีเพียงพ่อเท่านั้นที่สามารถช่วยตัวเธอได้ แต่เมื่อพ่อของเขมนิตมาถึงก็กลับเอามีดแทง เพราะคิดว่าเป็นนนท์สามีของเธอ เมื่อเสร็จคดีของฝ้าย นนท์โทรมาหาหม่อนเพื่อลา
บวช แล้วเล่าเรื่องจริงให้ฟังว่า นนท์กับฝ้ายเคยรักกันมาก่อน แต่นนท์เลือกแต่งงานกับเขมนิตเพราะเป็นลูกนายพล เมื่อเขมนิตรู้เรื่องก็ส่งคนไปฆ่าฝ้าย

เมื่อพลเอกเกษม พ่อของเขมนิตรู้เข้าจึงให้พระนนท์ไปเทศน์ให้สำนึก ต่อมาไหมไปทำงานที่โรงงานของลิขสิทธิ์แต่เบื่อเลยลาออกไปทำงานที่โรงแรมแทน ลิขสิทธิ์โกรธไหมมาก ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันจนไหมถูกหมัดของลิขสิทธิ์สลบไป ลิขสิทธิ์พาไหมไปที่ไร่องุ่นที่เขาใหญ่ พอไหมฟื้นขึ้นลิขสิทธิ์ก็ขอไหมแต่งงาน ไหมจึงตอบตกลงในที่สุดเพราะความรักที่เธอมีให้ลิขสิทธิ์มานานแล้ว


รายชื่อนักแสดง

ทฤษฎี สหวงศ์
โกสินทร์ ราชกรม
สุรินทร์ คารวุตม์
ณปภา ตันตระกูล
ชิดจันทร์ รุจิพรรณ
พรรณชนิดา ศรีสำราญ
ขวัญขิณีย์ วินโกมินทร์

**************************************************

@ ละอองดาว  …. 4  แผ่น....................140  บาท NEW
เรื่องย่อ

กรกฏ เดินทางกลับจากอเมริกาทันที หลังจากได้รับข่าวการเสียชีวิตของ ดร.ไกร ผู้เป็นบิดา ขุนอรรถวาที ทนายประจำตระกูล ได้แจ้งให้ทราบถึงเงื่อนไขในพินัยกรรมว่า เขาจะได้รับมรดกก็ต่อเมื่อได้แต่งงานกับ ละอองดาว หญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นน้องเลี้ยงที่ดร.ไกรรับมาเลี้ยงไว้จากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง กรกฏเคยเจอกับละอองดาวไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกส่งไปเรียนที่อเมริกาความทรงจำสุดท้ายของเขาที่มีต่อละอองดาวคือ เด็กหญิงตัวมอมแมม ขี้มูกเกรอะกรัง

ตัวกลมเหมือนไหกระเทียม หน้าตาเหมือนเด็กเป็นโรค กรกฏรับไม่ได้กับเงื่อนไขในพินัยกรรม เพราะเขามี ผดาชไม นักร้องสาวสังคมจัดเป็นแฟนอยู่แล้ว เขาคิดว่าละอองดาวหวังสมบัติและประจบพ่อของเขาจนหลงเป็นเหตุให้ทำพินัยกรรมประหลาดนี้ขึ้น พินัยกรรมระบุว่าถ้าครบ 1 ปีละอองดาวเป็นฝ่ายตัดสินใจปฏิเสธการแต่งงานกับเขา หรือแต่งงานกับคนอื่นไปก่อนเงื่อนไขนั้นก็จะเป็นโมฆะ กรกฏก็จะได้รับมรดกทั้งหมด

เขาจึงจ้าง ธัชชัย เพื่อนสนิทซึ่งเป็นทนายหนุ่มมาจีบละอองดาว เพื่อตัวเขาจะได้แต่งงานกับผดาชไมสมความปรารถนา แต่เมื่อกรกฏได้เจอกับละอองดาวเขาก็ตะลึงไปกับความสวยของเธอ แต่ด้วยอคติจึงเข้าไปต่อว่าเธอว่าโลภมาก อยากได้สมบัติ และเขาจะไม่ยอมแต่งงานกับเธอ ละอองดาวแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องพินัยกรรมมาก่อน แต่เธอก็พร้อมจะหลีกทางให้ถ้าเขาไม่ต้องการ ธัชชัยมาทำความรู้จักกับละอองดาวแต่กรกฏกลับแสดงความหึงหวง

ละอองดาวทำเย็นชากับเขาก็ยิ่งทำให้เขาหมั่นไส้จนมีการปะทะคารมกันอยู่บ่อยๆ ละอองดาวไปสมัครงานที่วังนภดลของ พระองค์เจ้าพราวนภางค์ นภดล อดีตราชินีอาณาจักรคีรีรัฐ หลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์จึงย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เจ้าพราวนภางค์ถูกชะตากับละอองดาวเป็นอย่างมากจึงรับเข้าทำงาน เจ้าคำอินทร์ ผู้มีศักดิ์เป็นหลานก็เกิดถูกชะตาเธอเหมือนกัน จึงอาสาไปรับไปส่งยิ่งทำให้กรกฏไม่พอใจ ที่วังนภดลละอองดาวได้เห็นภาพวาดชายหนุ่มคนหนึ่ง

ก็รู้สึกผูกพันอย่างประหลาด ต่อมาจึงได้รู้ว่าเขาคือ จักราชัย โอรสของเจ้าพราวนภางค์ ที่ถูกถอดยศเพราะมาหลงรักหญิงคนไทย ก่อนจะไปใช้ชีวิตเป็นกบฏใต้ดินที่ฝรั่งเศสและเสียชีวิตที่นั่น ขณะที่มีลูกสาวคนหนึ่งจักราชัยได้ฝากให้ดร.ไกรนำมาเลี้ยงดู ท่านชายสดายุ หลานชายของเจ้าพราวนภางค์กลับจากฝรั่งเศส และเคยรู้จักกับละอองดาวมาตั้งแต่อยู่ฝรั่งเศส จึงเชิญเธอไปร่วมงานบอลล์วันเกิดที่วังมยุรฤทธิ์ของท่าน

และในงานเลี้ยงถ้าหากหญิงคนไหนได้ออกเต้นรำกับท่านชายเป็นคนแรก คนนั้นก็คือคู่ครองของท่าน ผดาชไมหวังเกาะคนมีฐานะและชื่อเสียง เธอจึงหว่านเสน่ห์ท่านชายตลอดเวลา โดยไม่สนใจสายตาของกรกฏแม้แต่น้อย กรกฏเองก็คอยจับตาดูละอองดาว แต่เมื่อเห็นท่านชายสนใจเธอเขาก็รู้สึกดูด้อยค่าไปทันที ในงานเลี้ยงของท่านชายกรกฏดื่มเหล้าจัดย้อมใจอย่างประชดชีวิต ผดาชไมเริ่มรู้ว่าละอองดาวเป็นคู่แข่ง

จึงตามไประรานให้ละอองดาวเลิกยุ่งกับกรกฏและทวงหนังสือปฏิเสธการแต่ง เธอจึงเขียนหนังสือยกเลิกสัญญาการแต่งงานและนำไปให้กรกฏ แต่เขากลับจุดไฟเผาสัญญานั้นเป็นจุณ ละอองดาวมีหนุ่มๆ ทั้งธัชชัย, เจ้าคำอินทร์ และท่านชายสดายุ มารุมจีบทำให้กรกฏรู้สึกหึงหวง แต่ก็แสดงออกอะไรมากไม่ได้จึงได้แต่ตัดพ้อกับละอองดาวอย่างน้อยใจ ผดาชไมหาทางกลั่นแกล้งละอองดาวแต่ก็ทำให้เธอกับกรกฏได้อยู่กันตามลำพังบ่อยๆ

กรกฏเศร้าหนักถึงกับกินเหล้าจัดจนกลายเป็นคนติดเหล้า ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ละอองดาวต้องมาคอยเฝ้าและสั่งคนในบ้านให้นำเหล้าไปซ่อนให้หมด แต่กรกฏก็อาละวาดหาเหล้ามากินจนได้ ผดาชไมแอบไปควงคู่กับพ่อเลี้ยงเชียงใหม่หวังเกาะคนรวย กรกฏจับได้คาหนังคาเขา และยังมีรูปเธอกับพ่อเลี้ยงประจานหราในหนังสือพิมพ์แต่เธอก็ไม่ยอมรับผิด ผดาชไมโกรธละอองดาวมากจึงยิงปืนใส่ละอองดาวจนเธอได้รับบาดเจ็บ

สุดท้ายผดาชไมก็ถูกเมียหลวงของพ่อเลี้ยงตามมาเล่นงานสาดน้ำกรดใส่หน้าจนเสียโฉมไป ดร.ไกรเขียนจดหมายทิ้งไว้ก่อนตาย พร้อมด้วยสร้อยล็อกเกตฝากไว้ที่ท่านขุนอรรถฯ บอกว่าเมื่อละอองดาวอายุครบ 25 ปีเมื่อไหร่ให้นำของสองสิ่งนี้มาให้เธอ กรกฏนำของนั้นมาให้ละอองดาวที่วังนภดล เจ้าพราวนภางค์เป็นคนเปิดอ่านจึงได้รู้ว่าละอองดาวเป็นหลานของท่านที่ตามหามานาน 25 ปี กรกฏเห็นว่าละอองดาวเป็นหลานของเจ้าผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เขารู้ทันทีว่าฐานะของตัวเองห่างไกลกันนักจึงเดินคอตกกลับมาที่บ้าน

ช่วงเวลานั้นทั้งกรกฏและละอองดาวพยายามทำตัวห่างเหินกันเพื่อตัดความสัมพันธ์ทางใจ สุดท้ายกรกฏก็ตัดสินใจเขียนจดหมายยกสมบัติทั้งหมดให้กับสาธารณกุศลและคิดออกบวช ส่วนละอองดาวได้รับฟังคำตักเตือนของท่านชายสดายุที่รู้ว่าเธอหลงรักกรกฏ แต่พยายามปิดซ่อนความรู้สึก ให้เธอทำตามที่หัวใจต้องการละอองดาวได้คิดจึงรีบไปหากรกฏที่บ้าน กลับพบจดหมายที่เขาเขียนทิ้งไว้และเดินทางไปบวชแล้ว เธอจึงรีบตามไปง้อและปรับความเข้าใจกัน


รายชื่อนักแสดง

สหรัถ สังคปรีชา รับบท กรกฏ
พิยดา อัครเศรณี รับบท ละอองดาว ( แตน )
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ธัชชัย
ปานวาด เหมมณี รับบท ผดาชไม ( ฮันนี่ )
พล ตัณฑเสถียร รับบท ท่านชายสดายุ
นิธิชัย ยศอมรสุนทร รับบท เจ้าคำอินทร์
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบท เจ้าพราวนภางค์
อชิตะ สิกขมานา รับบท เริงใจ ( นิด )
อัศวิน รัตนประชา รับบท ดร.ไกร

**************************************************

@เลห์ร้ายอุบายรัก( ชาคริต + แคทรียา อิงลิช) …. 3  แผ่น....................105  บาท

เรื่องย่อ :

                ความรู้สึกโหยหาความรักจากพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเองซึ่งสั่งสมมาตั้งแต่วัยเยาว์ เป็นแรงผลักดันให้ พริริสา หรือ เจ้าหญิงสุกัญญา วามินท์ ที่แปด  แห่งประเทศไทรจิส ตัดสินใจเดินทางมาหาพ่อที่เมืองไทยเพื่อค้นหาคำตอบให้กับหัวใจตัวเอง และถึงแม้ว่า เจ้าชาย คามิน โอรสของ พระอนุชาราอิส และราชินีนพวรรณ ประมุขแห่งไทรจิสและเป็นพี่ชายต่างสายเลือดของพริริสาจะพยายามเหนี่ยวรั้งไว้เพียงใด แต่พริริสาก็ยังยืนยันความคิดเดิมและขอร้องให้คามินเก็บเรื่องการเดินทางในครั้งนี้เป็นความลับ คามินจำใจยอมแต่มีข้อแม้กับพริริสาอยู่ 2 ข้อ คือ ต้องให้ ไคซัจ องครักษ์ประจำตัวของคามินติดตามไปด้วย และเมื่อพริริสาจัดการทุกอย่างที่เมืองไทยเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอต้องรีบเดินทางกลับมายังไทรจิสเพื่อรับการสถาปนาเป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์อไมคาร์นอย่างเป็นทางการเสียที พริริสารับคำทั้งๆ ที่เธอก็แอบหนักใจอยู่ไม่ใช่น้อย

                เมื่อพริริสาเดินทางมาถึงเมืองไทย เธอค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของเธอเป็นการใหญ่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอรับรู้จาก พีรดา แม่ที่แท้จริงของเธอเพียงว่า พ่อของเธอชื่อว่า คณิน เป็นนักธุรกิจใหญ่ของเมืองไทยและเป็นบุตรชายคนเดียวของ ดร.กฤษณ์ และคุณหญิงจินตนา แห่งตระกูลบูรพเกียรติ์ แต่เมื่อพีรดาตั้งท้อง ครอบครัวของคณินไม่ยอมรับพีรดาและบังคับให้คณินแต่งงานกับ กานดา ผู้หญิงที่มีศักดิ์ตระกูลเทียบเทียมกันในทุกด้านเป็นการตัดปัญหา พีรดาจึงต้องอุ้มท้องเดินออกมาจากบ้านบูรพเกียรติ์อย่างหมดหนทางเลือก จนสุดท้ายพีรดาได้บังเอิญมาพบเพื่อนเก่าคือ นพวรรณ ซึ่งขณะนั้นนพวรรณได้เป็นชายาในพระอนุชาราอิสแห่งประเทศไทรจิสแล้ว นพวรรณจึงขอให้พีรดาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไทรจิส และขอพริริสาเป็นลูกสาวบุญธรรม และเป็นว่าที่เจ้าหญิงแห่งไทรจิสจวบจนปัจจุบัน

                 วิธีการเดียวที่พริริสาคิดว่าจะได้ใกล้ชิดกับคณิน ก็คือ การแฝงตัวเข้าไปสมัครงานในบริษัท บูรพเกียรติ์ และด้วยคุณสมบัติที่ดีเด่นของพริริสาทั้งด้านภาษาและความรู้ เธอจึงได้ทำงานในบริษัทนี้อย่างง่ายดาย และได้เพื่อนสนิทสองคนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ชนิตา สาวประชาสัมพันธ์สุดเปรี้ยว และบุษกร สาวบัญชีหัวโบราณ ถึงแม้จะต่างกันด้วยอุปนิสัย แต่ทั้งสามกลับเข้ากันได้เป็นอย่างดี

                  บริษัทในเครือข่ายของตระกูลบูรพเกียรติมีนับสิบแห่ง แต่เกือบทุกบริษัทกำลังประสบภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง คณินคิดทำทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้สถานการณ์แต่ก็ดูความหวังจะริบหรี่เหลือเกิน  อีกทั้ง กรนันท์ ลูกสาวของคณินก็เอาแต่เที่ยวสนุกไม่ยอมมาช่วยงานบริษัท อาจะเป็นเพราะทั้งพ่อ แม่ ปู่ ย่า รักและตามใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่ให้เคยให้กรนันท์ลำบาก เธอจึงฟุ้งเฟ้ออยู่กับสมบัติเก่า ไม่เคยหันมามองว่าสภาพการเงินของบริษัทเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้คณินจึงให้ โธรัยนักธุรกิจหนุ่มผู้มีความสามารถและเป็นคู่หมั้นของกรนันท์ เข้ามาทำงานช่วยกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทบูรพเกียรติ์

                        แม้โธรัยจะไม่ค่อยเต็มใจกับการเข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤติของบูรพเกียรติ์สักเท่าไหร่ก็ตาม เพราะโธรัยก็มีบริษัทของตนเองที่ต้องดูแล แต่เขาก็ทำงานให้กับบูรพเกียรติ์อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุผลของการทดแทนบุญคุณในรุ่นพ่อแม่ นั่นก็คือ ธเนศ และวิมาดา ซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากคณินในการทำธุรกิจยุคแรกเริ่ม และอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญก็คือ โธรัยไม่เคยรักกรนันท์ แต่ที่ต้องหมั้นหมายกันก็เพราะความต้องการของผู้ใหญ่ โธรัยคิดว่าสักวันถ้าเขาทำงานกอบกู้สถานการณ์ของบูรพเกียรติ์สำเร็จนั่นคือการตอบแทนบุญคุณให้หมดสิ้น และตัวเขาอาจจะไม่ต้องแต่งงานกับกรนันท์ก็เป็นได้

                   เมื่อโธรัยได้เข้ามาทำงานในบูรพเกียรติ์ เขาได้พบกับพริริสา และเกิดความสนใจความแปลกในตัวของเธอทันที ทั้งความหยิ่งทะนง รสนิยมที่ดีเกินเงินเดือน และการใช้ชีวิตที่ลึกลับ รวมถึงอาการแปลกๆ ที่พริริสาแสดงออกเพื่อลบอาการประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าโธรัย ทั้งนี้เพราะพริริสารู้สึกได้ว่าเขากำลังมองเธอแบบจับผิดอยู่ ซึ่งแน่นอน โธรัยก็กำลังสงสัยในพฤติกรรมของสาวออฟฟิศคนนี้อยู่เหมือนกันว่า เธอเข้ามาทำอะไรและต้องการอะไรจากบูรพเกียรติ์

                  ดวงทั้งคู่เหมือนจะสมพงษ์กัน พริริสาต้องมาทำงานอยู่ในฝ่ายที่โธรัยเป็นผู้ดูแล และหลายครั้งที่เขาต้องทึ่งกับความสามารถที่พริริสาแสดงออกมาให้เขาเห็นโดยไม่ตั้งใจ  เช่น การใช้ภาษาต่างประเทศหลายภาษาติดต่องานด้านธุรกิจ ความรู้ทางภูมิศาสตร์ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ฯลฯ แต่ทุกครั้งที่โธรัยตั้งคำถามเพื่อต้อนให้พริริสาจนมุม เธอก็อ้างว่าเคยทำงานในตำแหน่งประสานงานธุรกิจต่างประเทศให้แก่ประเทศไทรจิส โธรัยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

             นับวันแผนการลอบมองพฤติกรรมของคนทั้งคู่เริ่มหนักข้อขึ้น  โธรัยไปขอความช่วยเหลือจาก อภิรุธ เพื่อนสนิทที่เป็นนักสืบให้ช่วยสืบประวัติของพริริสามาให้ได้ ทั้งนี้ก็เพราะโธรัยพยายามทำตัวเป็นนักสืบเองแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถตามพริริสากลับบ้านแล้วเห็นเธอหายเข้าไปในสถานฑูตไทรจิส ซึ่งคนปกติธรรมดาไม่สามารถเข้าออกได้ง่ายๆ แต่เขาก็จับไม่ได้อย่างคาหนังคาเขา ทางฝ่ายของพริริสาก็พยายามหนีสุดชีวิตเหมือนกัน แต่เป็นเพราะโชคช่วยหรือเพราะความเจ้าเล่ห์หลักแหลมของเธอกันแน่ที่ทำให้หนีรอดได้ทุกครั้งก่อนที่โธรัยจะจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใคร

                  กรนันท์เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโธรัยที่ให้ความสนใจพริริสาเป็นพิเศษ เธอจึงบุกไปถึงบริษัท หมายจะสั่งสอนให้เข็ดหลาบ แต่ก็โดนพริริสาตอกกลับจนสิ้นฤทธิ์ กรนันท์พยายามหาเรื่องพริริสาอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งเธอก็แพ้ภัยตัวเองไปเสียทุกที ซึ่งในขณะเดียวกันโธรัยก็มองเห็นถึงความร้ายกาจของกรนันท์เด่นชัดขึ้น ความเอ็นดูลดน้อยลง แต่กลับกัน…ทำไมพริริสาถึงเข้ามามีบทบาทในหัวใจขชองโธรัยมากขึ้นทุกวันๆ

                    จิตใจของพริริสาก็เริ่มหวั่นไหวไม่แพ้กัน เธอตัดสินใจหนีโธรัยด้วยการขอย้ายขึ้นไปเป็นเลขาของคณิน เหตุเพราะเลขาคนเก่าลาออก กรนันท์รู้เรื่องจึงขัดขวางสุดชีวิต แถมอ้อนให้คณินไล่พริริสาออกด้วยซ้ำไป แต่สุดท้ายเหตุการณ์พลิล๊อค นอกจากพริริสาไม่โดนไล่ออก กลับได้มาลอยหน้าในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของคณินอีกต่างหาก กรนันท์แทบจะอกแตกตาย

                   แต่เบื้องลึกจริงๆ ของเหตุการณ์นี้ก็คือ พริริสาอ้างว่าตนเองมีความสัมพันธ์อันดีต่อการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประเทศไทรจิสซึ่งอาจจะชักนำให้เจ้าชายคามินเข้ามาลงทุนร่วมหุ้นกับบูรพเกียรติก็เป็นได้  ซึ่งนั่นก็หมายความว่าบูรพเกียรติ์จะหลุดพ้นจากวิกฤติทางการเงินที่กำลังประสบอยู่ แม้พริริสาจะสะใจที่แผนการที่ตนเองวางหมากเอาไว้จะง่ายกว่าที่คิด แต่เธอก็แอบเสียใจอยู่ลึกๆ ว่าคณินซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของตนนั้น เห็นเงินเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต

                   จากความตั้งใจเดิมแค่เพียงอยากมาเห็น อยากสัมผัสและใกล้ชิดกับพ่อ อยากแค่ถามว่าพ่อไม่เคยรักลูกคนนี้เลยใช่ไหม แต่ตอนนี้เธอตอบกับตัวเองได้โดยไม่ต้องรอคำตอบจากใคร เพราะพริริสาได้ตัดสินแล้วว่าพ่อไม่เคยรักใคร นอกจากรักเงิน ความคิดของพริริสาถูกต้องแล้วหรือ

                    พริริสาตั้งใจจะให้บทเรียนกับบูรพเกียรติ ตระกูลซึ่งนับถือเงินเป็นพระเจ้าแต่จากนี้ เงินจะนำมาซึ่งความเจ็บแสบที่แทบจะลืมไม่ลงให้แก่ทุกคน

                      ไคซัจเห็นเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โตจึงโทรรายงานคามิน  เมื่อคามินรู้ความจริงก็โกรธพริริสามาก แต่โกรธไคซัจมากกว่าที่ดูแลน้องสาวของตนไม่ดี ไคซัจจึงซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง คามินตัดสินใจร่วมมือช่วยเหลือพริริสา ไม่ใช่เพราะเห็นดีเห็นงามไปกับเธอ แต่คามินอยากให้เรื่องนี้จบโดยที่ไม่มีใครเสียชื่อเสียงโดยเฉพาะพริริสา เจ้าหญงิรัชทายาทแห่งอไมร์คาร์น

                คามิน เดินทางมาประเทศไทยเพื่อซื้อหุ้นของบูรพเกียรติ์ตามแผนของพริริสา ซึ่งเป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่คณินมีคำสั่งให้โธรัยเข้ามาดูแลงานด้านต่างประเทศของบูรพเกียรติ์ ฉะนั้นการที่เจ้าชายคามินจะมาซื้อหุ้นของบริษัทจึงเป็นหน้าที่ของโธรัยที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง โดยมีพริริสาเป็นผู้ช่วยโธรัยอีกทอดหนึ่ง

                     โธรัยชอบใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดกวนประสาทและคอยติดตามความเป็นไปของพริริสาอีกครั้งหนึ่ง แต่พริริสากลับลำบากใจสุดๆ เมื่อคามินเข้าใจว่าโธรัยพยายามจีบพริริสา และเหม็นหน้าโธรัยตั้งแต่แรกเห็น ส่วนโธรัยก็สงสัยในความสัมพันธ์ของคามินและพริริสา โดยคาดเดาว่าทั้งคู่อาจจะเป็นแฟนกันตั้งแต่สมัยที่พริริสาทำงานอยู่ประเทศไทรจิส โธรัยแอบหึงเล็กๆ แต่บอกใครไม่ได้

                      แผนการของพริริสาดำเนินไปอย่างช้างๆ แต่แน่นอน หุ้นของบูรพเกียรติ์ค่อยๆ ขยับขยายกลายมาเป็นของพริริสาทีละน้อย แต่ในช่วงจังหวะเดียวกันคามินก็เริ่มเกลียดขี้หน้าโธรัยมากขึ้นทุกทีๆ เพราะในความคิดของคามินแล้วไม่มีใครดีพอสำหรับเจ้าหญิงองค์น้อยๆ ของเขาเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนโธรัยยิ่งเห็นพริริสาให้ความสำคัญกับเจ้าชายคามิน เขาก็ยิ่งหึงหวงแกล้งทำเป็นประชดประชันไปจี๋จ๋ากับกรนันท์ เพราะเขามั่นใจว่าพริริสาต้องมีใจกับเขาบ้างไม่มากก็น้อย แต่คราวนี้โธรัยเป็นฝ่ายหน้าแตกเพราะดูเหมือนว่ากรนันท์จะไม่สนใจเขาเลย เพราะเธอเริ่มหลงใหลคามินอย่างออกนอกหน้าออกตา คามินก็เล่นด้วยกับกรนันท์เพื่อยั่วให้โธรัยโมโหยิ่งขึ้น

                  โธรัยยิ่งร้อนรุ่มใจเมื่อเห็นพริริสาปรากฏตัวเป็นคู่ควงของคามินออกงานราตรี แต่อะไรก็ไม่ทำให้โกรธเท่ากับพริริสาเฉยชาทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน โธรัยแอบรวบตัวพริริสาไปคุยในที่ลับตา ทั้งสองเกือบปรับความเข้าใจกันไดแล้วถ้าหากคามินไม่มาเห็นทั้งคู่เสียก่อน คามินเข้าขวางอย่างเอาเรื่อง ทั้งคู่ถกเถียงจนเกือบจะวางมวย ถ้าหากคามินไม่ใช่เจ้าชาย คืนนี้คงจะมีฮาแน่ๆ 

                    พริริสาสับสนกับความรู้สึกของตนเองอย่างมาก ลึกๆ ก็แอบรักโธรัยอยู่ แต่ด้วยอุปสรรคนานัปการไม่ว่าจะเป็นกรนันท์ คามินและเรื่องบูรพเกียรติ์ ทำให้พริริสาต้องตัดใจ โดยตัดสินใจบอกลาโธรัยด้วยการลาออกจากบูรพเกียรติ์

                   กรนันท์ผิดหวังอย่างแรง ที่สุดท้ายแล้วคามินไม่ยอมเล่นด้วยกับเธอ เธอเสียหน้าจะกลับไปหาโธรัยก็ดูไม่ใช่เรื่อง เธอจึงผละไปคบกับพฤกษ์ หนุ่มนักเรียนรูปงามนามเพราะ แต่ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพาย จนสุดท้ายกรนันท์ก็ตั้งท้องขึ้นมา และพฤกษ์ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นพ่อของเด็กในท้องตามระเบียบ

                   และแล้วตระกูลบูรพเกียรติ์ก็ได้ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ แต่ไม่ใช่หน้าสังคม กลับเป็นข่าวฉาวโฉ่ลงหน้าหนึ่ง เพราะมีการบุกทลายคลีนิคทำแท้งเถื่อน และพบกรนันท์รวมอยู่ในนั้นด้วย คามินเข้าใจผิดคิดว่าพริริสาอยู่เบื้องหลังการให้ข่าวหนังสือพิมพ์ เพราะช่วงหลังพริริสาติดต่อกับหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ พริริสายอมรับว่าเธอได้ติดต่อหนังสือพิมพ์จริงแต่เป็นการช่วยงานเพื่อนสนิทซึ่งก็คือ ชนิตา ประชาสัมพันธ์สาวของบริษัทนั่นเอง แต่คามินตอกกลับว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างของคนไม่มีมนุษยธรรมเท่านั้น จึงเป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องพิพาทรุนแรงระหว่างพี่น้อง พริริสาเสียใจที่พี่ชายที่เธอรักและไว้ใจที่สุดกลับไม่เชื่อใจเธอ เธอเตลิดออกไปและโดนมอมเหล้าที่ไนท์คลับ โชคดีที่โธรัยมาช่วยไว้ทัน และนำเธอไปดูแลที่บ้านพักริมทะเลในสภาพที่ไม่ได้สติอะไร

                   เมื่อพริริสาฟื้นขึ้นมาจึงโวยวายและเข้าใจว่าโธรัยลวนลามเธอ โธรัยก็รับสมอ้างอย่างเต็มใจ แม้จะถูกพริริสาอาละวาดต่างๆ นานา แต่เขาก็รับมือด้วยรอยยิ้มและการตระกองกอด พริริสามีความสุขอยู่ในส่วนลึก แม้ภายนอกเธอจะต่อสู้ขัดขืนโธรัยที่กักตัวเธอไม่ยอมให้ไปไหน แต่พริริสากลับแปลกใจตัวเองที่ยินยอมอยู่เป็นนักโทษของเขาแต่โดยดี

                    คามินรับรู้ความจริงจากชนิตาว่าพริริสาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการให้ข่าวกรนันท์ทำแท้งแต่อย่างใด คามินรู้สึกผิดและเป็นห่วงน้องสาวที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เมื่อได้เบาะแสก็ตามไปบุกถึงบ้านพักริมทะเล คามินเข้าชกโธรัยอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ และพาตัวพริริสากลับไป ปล่อยให้โธรัยทุกข์ใจอยู่กับความเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของคามินและพริริสา

                   กระทั่งอภิรุธนำข้อมูลเรื่องราวของพริริสาที่เขาสืบได้มาบอกแก่โธรัยว่า แท้จริงแล้วเธอคือเจ้าหญิงแห่งประเทศไทรจิส  และเป็นขนิษฐาของเจ้าชายคามิน โธรัยจึงรวบรวมกำลังใจทั้งหมดอีกครั้งเพื่อเอาชนะใจของพริริสาให้ได้ แต่พริริสาบอกปัดความรักของโธรัย เพราะสัญญากับคามินไว้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับโธรัยอีก ไม่เช่นนั้นราชวงศ์อไมร์คาร์นจะไม่ปล่อยให้ชายไร้ศักดินาเช่นโธรัยอยู่อย่างปลอดภัยแน่ และที่สำคัญกฎมณเฑียรบาลของราชวงศ์ก็บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้หญิงจะแต่งงานไม่ได้ หากมีใครคนใดคนหนึ่งในราชวงศ์ลุกขึ้นมาคัดค้า ซึ่งแน่นอนว่าก้างชิ้นใหญ่ชิ้นนั้นก็คือ คามิน นั่นเอง

                     กานดาออกมารักษาหน้าของกรนันท์ไว้ ด้วยการให้ข่าวว่าโธรัยนอกใจคู่หมั้นก่อนและแอบลักลอบไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นก็คือ พริริสา ข่าวนี้สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งแก่คามิน เขาจึงจัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบูรพเกียรติ์จนสำเร็จ และเปลี่ยนมือให้กลายมาเป็นของพริริสาในเวลาอันรวดเร็ซ คามินตั้งใจใช้หุ้นเหล่านี้เป็นเครื่องมือตอบโต้กับคนในตระกูลบูรพเกียรติ์

                       พริริสาเดินทางไปยังคฤหาสน์บูรพเกียรติ์เพื่อประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่าต่อแต่นี้ไปเธอคือผู้ครอบครองบูรพเกียรติ์แต่เพียงผู้เดียว  ในเมื่อตระกูลนี้ไม่เหลือทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศซึ่งเคยมี เคยหวงแหน เกียรติเหล่านั้นจะยังอยู่คู่บูรพเกียรติ์ต่อไปอีกหรือไม่  อีกทั้งพริริสาได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการมาเมืองไทยของเธอในครั้งนี้ คณินช็อกเพระาไม่เคยรู้ว่าตนเองจะมีลูกสาวอีกคนซึ่งเกิดจากพีรดา  พริริสาไม่เชื่อเพราะเธอยังคิดว่าคณินรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับพีรดา แต่คณินกลับเลือกเงินและความสุขสบาย

                    ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย โธรัยก็พาพีรดามาถึงบูรพเกียรติ์ได้ทันเวลา พร้อมด้วยพระอนุชาราอิส ราชินีนพวรรณ คามิน และไคซัจ เพราะหลังจากที่โธรัยสืบเรื่องราวของพริริสาแล้วจึงติดต่อคามินพร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ราชวงศ์อไมร์คาร์นจึงเดินทางมาเพื่อยับยั้งสิ่งที่พริริสากำลังเข้าใจผิด แต่ในขณะที่พริริสากำลังคับแค้นใจอย่างที่สุดเช่นเวลานี้ ไม่มีใครเหนี่ยวรั้งหัวใจของเธอให้อ่อนลงได้ ไม่มีใครให้คำตอบกับคำถามที่หัวใจของเธอเฝ้าเพียรถามตัวเองมาตลอดเวลาได้  แม้คณินจะสำนึกผิดและเอ่ยปากขอโทษ แต่ทว่าพริริสากลับมองว่า คำขอโทษมันช่างดูง่ายและด้อยค่านักเมื่อเทียบกับสิ่งที่คณินได้ทำลงไปกับแม่และตัวเธอเอง เป็นครั้งแรกที่พีรดาตบหน้าพริริสาอย่างลืมตัว พริริสาทั้งเสียใจและไม่เข้าใจว่าทำไมพีรดาถึงไม่โกรธเคืองคณินเลยแม้แต่น้อย  พริริสาจึงขับรถเตลิดออกไปอย่างไร้สติโดยมีโธรัยนั่งคู่ไปด้วย แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด รถของพริริสาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ วินาทีนั้นโธรัยพยายามปกป้องพริริสาด้วยชีวิต โดยใช้ร่างของเขากอดป้องกันเธอไว้

                    เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คามินจำต้องยอมรับว่าโธรัยรักพริริสาด้วยใจจริงและพร้อมที่จะปกป้องเธอด้วยชีวิตเช่นเดียวกับเขา  แต่เมื่อคามินเห็นกรนันท์มาเฝ้าปรนนิบัติโธรัย คามินก็เปลี่ยนท่าทีมาเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวดังเดิม เพราะคามินกลัวว่าพริริสาจะต้องช้ำใจในภายหลัง จึงไม่ยอมให้โธรัยเข้าเยี่ยมพริริสาซึ่งสลบหมดสติอยู่ แถมคามินยังร่วมมือกับกรนันท์คิดแผนการณ์เพื่อที่จะขัดขวางความรักระหว่างโธรัยและพริริสาอีกด้วย

                   เมื่อพริริสาฟื้นขึ้นมาก็พบความจริงว่า ในขณะที่เธอหมดสติและเสียเลือดมากนั้น คณินเป็นคนให้เลือดเพื่อช่วยชีวิตเธอไว้ พริริสาสำนึกได้ว่าคณินคือพ่อที่ให้กำเนิดชีวิตเธอถึงสองครั้งสองครา สิ่งที่เธอคิดว่าตระกูลบูรพเกียรติ์ต้องการแต่เงินเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสุขนั้น  คณินได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่เข้าใจผิดมาตลอด  ความรักและความสุขอยู่ใกล้ๆ ตัวของคนทุกคน เพียงแต่ใครจะหันไปมองและให้ความสำคัญกับมันเท่านั้นเอง แม้ว่าตลอดมาเธอจะมีแค่ความรักของมารดาหล่อเลี้ยงให้ชีวิตเติบโตเพียงลำพัง ทว่าก็ยังดีกว่ากรนันท์ที่มีพ่อแม่สมบูรณ์พร้อม แต่ก็เดินทางผิดเพราะได้รับความรักที่มากเกินไป

                    แต่คนอย่างกรนันท์ซึ่งเคยเดินทางผิดก็ยังคงก้าวเดินในทางที่ผิดๆ ต่อไป เธอแสร้งมาขอโทษและเอ่ยปากขอโธรัยคืนจากพริริสาตามแผนการณ์ที่เธอได้วางไว้กับคามิน แม้พริริสาจะรักโธรัยมากเพียงใดแต่เธอก็ต้องยอมตัดใจ ยิ่งคามินมาย้ำเตือนถึงภาระหน้าที่ในฐานะของเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ไมร์คาร์นแล้ว พริริสาจึงตัดสินใจเดินทางกลับไทรจิส

                   เมื่อพริริสาเดินทางกลับมายังประเทศไทรจิสแล้ว เธอกลายเป็นเจ้าหญิงที่หม่นหมอง ไม่สดใสร่าเริงดังเดิม ไคซัจรับรู้ถึงหัวใจที่แตกสลายของเจ้าหญิงจึงเตือนสติคามินแต่คามินก็ยังรั้น ไคซัจทนไม่ได้จึงดัดหลังเจ้าชายคามินด้วยการแอบแจ้งข่าวโธรัย

                  จังหวะเดียวกันกับที่พฤกษ์หวนกลับมาหากรนันท์และขอแต่งงานด้วยเพื่อเริ่มต้นกันใหม่ กรนันท์สำนึกผิดที่ทำลายความรักของโธรัยและพริริสาจึงสารภาพความจริงเรื่องแผนการของเธอกับคามิน

                  โธรัยรีบเดินทางมาตามหารักของเขาถึงประเทศไทรจิส  โดยมีไคซัจทำตัวเป็นกามเทพคอยสร้างสถานการณ์ให้พริริสาและโธรัยได้พบกัน และในที่สุดความรักของโธรัยก็สามารถรั้งใจพริริสาเกินกว่าที่เธอจะตัดใจได้ ณ นาทีนั้นมีเพียงคามินเพียงคนเดียวที่เป็นตัวแปรของเหตุการณ์ทั้งหมด รักแท้ของพริริสาทำให้คามินใจอ่อนและจำใจยอมรับโธรัยเป็นน้องเขย

                   พิธีสมรสเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ์ แต่ทว่าคามินก็ยังคงคอยแทรกเป็นยาดำอยู่ไม่เลิกรา ซ้ำยังประกาศกลางงานแต่งงานอีกว่า เขาตัดสินใจแล้วว่าจะมาดูแลงานที่เมืองไทยเพื่อควบคุมความประพฤติของเจ้าบ่าวของพริริสา สองหนุ่มยังคงขับเคี่ยวกันต่อไป โดยมีพริริสาเท่านั้นที่ยิ้มอย่างเป็นสุขเต็มหัวใจ

***************************************************

@ลอดลายมังกร  …. 4  แผ่น.........140  บาท

เรื่องย่อ

เหลียง เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเมืองไทยในสภาพ “เสื่อผืนหมอนใบ” โดยมี จั๊ว เป็นเพื่อนรักที่พบกันบนเรือ เมื่อถึงเมืองไทยจั๊วชวนเหลียงไปเริ่มงานครั้งแรกเป็นจับกังรับจ้างแบกกระสอบข้าวสาร เหลียงเก็บเหรียญบาทเหรียญแรกที่ได้ติดตัวไว้ตลอดเวลา และจะหยิบมันออกมาทุกครั้งที่ต้องตัดสินปัญหาสำคัญ และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความยากลำบากที่ผ่านมา เพราะความที่เป็นชาวจีนทำให้เขามักถูกทางการเรียกตัวไปสอบสวนอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ฝ่าฟันและสร้างตัวขึ้นมาได้จนสามารถร่วมทุนกับชาวไต้หวันตั้งโรงงานทอผ้า เหลียงได้พบรักกับ เนียม หญิงสาวชาวไทยเชื้อสายจีนอายุสิบแปด หลังจากแต่งงานแล้วเหลียงซื้อที่ดินในชื่อของเนียม และตั้งโรงงานทอผ้าดิบในปี 2493 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ “นัฐกิจการทอ” พร้อมกับที่เนียมคลอด นัฐ ลูกชายคนโต และมี นภ ลูกชายคนรองในปีต่อมา กิจการของเหลียงเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเนียมก็คลอด นุช ลูกสาวคนแรกซึ่งเหลียงรักมากที่สุด

เหลียงวิ่งเต้นหาทางให้ เหมยหลิง ภรรยาคนแรกของเขา และลูกๆ คือ เทียน กับ แอนดี้ มาอยู่เมืองไทยสำเร็จ พร้อมกับที่ตึกใหญ่บ้านสือพาณิชย์สร้างเสร็จพอดี เขาเอาตัวหนังสือจีนคำว่า “หงี” ที่แปลว่า คุณธรรม และรูปมด ติดบนผนังตรงข้ามประตูทางเข้า เพื่อเป็นคติเตือนใจตัวเองและคนในครอบครัว เหลียงส่งเทียนและแอนดี้ไปเรียนต่อด้านการค้าที่ฮ่องกง แต่ไม่นานเทียนก็พบรักกับ ทรงศรี และพลาดทำให้ทรงศรีท้องจนคลอด ระวี เหลียงโกรธมากและขอให้ส่งตัวระวีกลับมาที่เมืองไทย โดยมีเนียมเป็นคนช่วยเลี้ยง เนียมคลอด นนท์ ลูกชายอีกคนในปีถัดมา เธอจึงเลี้ยงนนท์ไปคู่กับระวีเหมือนเป็นพี่น้องกัน ไม่นานทรงศรีก็คลอดลูกคนที่สองคือ ดวงดาว ทำให้เทียนต้องทำงานหนักโดยไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร เหลียงจึงสั่งให้เขาและครอบครัวกลับเมืองไทย เมื่อแอนดี้เรียนจบกลับมาเขารบเร้าให้เหลียงบินไปขอ เป๊กกี้ ลูกสาวของ รอเจอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของกิจการเดินเรือทะเลในฮ่องกง เหลียงจัดงานแต่งงานให้แอนดี้กับเป๊กกี้ที่นั่นอย่างใหญ่โต

ซึ่งเหมยหลิงก็เอาอกเอาใจเป๊กกี้มาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ เหลียงถูกเรียกตัวไปสอบสวน เขาตัดสินใจหนีออกจากเมืองไทยไปพักอยู่ในฮ่องกงกับรอเจอร์ ทิ้งกิจการมูลค่านับร้อยล้านให้อยู่ในความรับผิดชอบของเนียม, เทียน และแอนดี้ เป๊กกี้คลอด ชาญชัย ออกมาท่ามกลางความเอ็นดูของทุกคน และเธอก็เริ่มระหองระแหงกับเหมยหลิงมากขึ้น เหมยหลิงจึงทำได้เพียงเก็บความแค้นไว้ในอก ระหว่างที่เป๊กกี้ต้องเดินทางกลับไปฮ่องกงเพราะรอเจอร์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เหมยหลิงจึงทำตัวเจ้ากี้เจ้าการหาเด็กสาวคือ วิไลรัตน์ มาเป็นเมียน้อยให้แอนดี้ แต่ก็ถูกเป็กกี้จับได้และต่อว่าจนเหมยหลิงพูดไม่ออก เวลาผ่านไปอีกหลายปีเหลียงก็ได้ลูกสาวอีกคนคือ นันทนา เหลียงทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน จั๊วเกิดความคิดในการหาเด็กสาวมาปรนนิบัติเหลียง เมื่อเหมยหลิงรู้เข้าจึงเป็นตัวตั้งตัวตีเรียก มาลัย เด็กสาวเหนือมาให้ดูตัว โดยลึกๆ แล้วก็เพื่อหวังอาศัยมาลัยเอาชนะเนียม แต่เนียมก็เห็นดีด้วยหากเป็นความสุขของสามี และยอมให้มาลัยเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่อีกคน

นัฐได้รับมอบหมายให้ดูแล “บริษัทนัฐกิจอะลาโมด” ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งนัฐก็ดูแลกิจการจนก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็มาบอกพ่อกับแม่ว่า เขาจดทะเบียนแล้วกับหญิงสาวชื่อ อร ซึ่งแก่กว่าเขาห้าปี และขออนุญาตพาเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนนภที่กลับจากฝึกงานที่ญี่ปุ่นไม่นานก็ถูกเหลียงจับให้แต่งงานกับ ศิรี ลูกสาวของจั๊ว นุชสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะบัญชีธรรมศาสตร์ แต่เหลียงต้องการให้นุชช่วยงานที่กำลังขยายกิจการ ทั้งสองจึงมีปากเสียงกัน แต่สุดท้ายเหลียงก็ต้องเป็นฝ่ายยอมให้นุชรับงานไปทำหลังจากที่เลิกเรียน เมื่อเรียนจบแล้วนุชจึงแต่งงานกับ ดอน อาจารย์หนุ่มที่รู้จักกันในมหาวิทยาลัย ระวีกลับจากอเมริกา ส่วนนนท์อยู่ทำปริญญาเอกต่อ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนชาญชัยก็กลับมาจากอังกฤษ ชาญชัยยังคงทำตัวไม่เอาถ่านและมักจะจัดปาร์ตี้ภายในบ้าน หรือออกไปร่วมวงกับพรรคพวกนอกบ้าน โดยมีนันทนาติดรถไปด้วยกันแทบทุกคืน ในที่เนียมก็จับได้ว่านันทนาตั้งท้องได้สามเดือน แต่นันทนาไม่ยอมปริปาก

ขณะที่ชาญชัยเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องไม่เยี่ยมกรายเข้าไปในห้องนันทนาอีก จนกระทั่งนันทนาหายตัวไปจากบ้านในคืนหนึ่ง ทุกคนออกตามหาแต่ไม่พบ มีเพียงชาญชัยซึ่งปิดห้องดับไฟมืดอยู่คนเดียว นันทนากลับมาบ้านในอีกหลายวันต่อมา ในสภาพอ่อนระโหยเธอคุกเข่าต่อหน้าตัวหนังสือ “หงี” อยู่นานจนเหลียงต้องเข้ามาปลอบลูกสาว เนียมโกรธมากไม่ยอมพูดกับนันทนาอีกเลย นันทนาเก็บตัวเงียบอยู่สักพักก็ออกเที่ยวกลางคืนกับชาญชัยเหมือนเคย เป๊กกี้เตรียมให้ชาญชัยหมั้นกับลูกสาวของเพื่อนคนหนึ่งระหว่างที่ชาญชัยไปทำธุระที่ญี่ปุ่น เมื่อนันทนารู้ข่าวถึงกับอาละวาดหนัก คลุ้มคลั่งกรีดหน้าทำร้ายตัวเอง เทียนต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาลประสาท ชาญชัยกลับจากญี่ปุ่นประกาศถอนหมั้นจนเป๊กกี้ต้องยอมทำตาม นันทนากลับจากโรงพยาบาลด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นเศร้าซึม และสติไม่สมประกอบ แต่ชาญชัยก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรกลับใช้ชีวิตสนุกสนานต่อไปโดยไม่สนใจนันทนาอีก

นนท์กลับจากอเมริกาพร้อมกับปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจ นนท์ยุให้ระวีจีบ สุวิตรา จนสำเร็จ แม้ว่าแท้จริงแล้วระวีแอบชอบ ปริยาภรณ์ หัวหน้าประชาสัมพันธ์สาวสวยในนัฐกิจอะลาโมดอยู่ก็ตาม เหลียงจัดงานแต่งงานให้ระวีกับสุวิตราอย่างใหญ่โต นนท์โล่งใจที่ตนเองเป็นอิสระมากขึ้น เพราะรู้ดีว่าความจริงนั้นสุวิตราแอบชอบตนอยู่ ส่วนชาญชัยยังคงทำตัวเป็นเพลย์บอยคบผู้หญิงไม่เลือกหน้า จนวันหนึ่งมีหญิงสาวมาบอกเป๊กกี้ว่าเธอท้องกับชาญชัย เป๊กกี้เรียกชาญชัยกลับมา แต่ชาญชัยก็เกลี้ยกล่อมจนหญิงสาวยอม หลายวันต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวมีคนพบศพหญิงสาวคนหนึ่งตกเลือดตายจากการทำแท้ง และมีพยานรู้เห็นว่าชาญชัยพาหญิงสาวไปที่นั่นจริง แม้ชาญชัยจะหลุดจากคดี แต่เหลียงรู้สึกอับอายและโกรธชาญชัยมาก จึงมีคำสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่นัฐกิจอะลาโมด ชาญชัยจึงประกาศตั้ง “บริษัทสินทองคอร์ปอเรชั่น” ของตนเองขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจเสื้อผ้าแข่งกับนัฐกิจอะลาโมด

นัฐหาวิธีกำราบคู่แข่งโดยปรับฐานลูกค้าให้สูงขึ้น ทำให้สินทองคอร์ปอเรชั่นแย่ลงเรื่อยๆ จนเหลียงต้องเข้ามาช่วย เพื่อประคับประคองให้สถานการณ์ของสินทองดีขึ้น แต่แล้วชาญชัยก็ขายหุ้นในสินทองและเปิด “บริษัทยูเนียนชาเตอร์ และคอมมอดิตี” ขึ้นอีก ชีวิตแต่งงานของสุวิตรากับระวีเริ่มระหองระแหง เพราะที่จริงระวียังไม่ลืมปริยาภรณ์ แต่ไม่นานนนท์ก็เริ่มหันมาสนใจปริยาภรณ์ เขาจริงจังกับปริยาภรณ์มากจนซื้อคอนโดให้เธออยู่ ระวีรู้เรื่องจึงเกิดชกต่อยกัน ระวีผูกใจเจ็บนนท์โดยโทษว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด เหลียงได้รับข่าวจาก นงพงา ลูกสาวคนโตที่เกิดจากมาลัยว่ากำลังจะแต่งงาน เหลียงกับมาลัยพยายามคัดค้านแต่ไม่เป็นผล ส่วน นรากร ลูกชายคนเล็กของเหลียงกับมาลัย ก็เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง และใช้เงินเป็นเบี้ย มาลัยได้แต่ร้องไห้และบ่นน้อยใจ นงพงากลับจากอเมริกาเหลียงจึงเรียกตัวไปดูแล “สหรัฐกิจ” ซึ่งผลิตสินค้าประเภทสบู่และยาสีฟัน บริษัทของชาญชัยเฟื่องฟูอย่างรวดเร็ว แต่เหลียงกลับมองดูด้วยความกังวล

หลังจากปฏิวัติข่าวการเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลของบริษัทยูเนียนชาร์เตอร์ ทำให้ชาญชัยถูกจับในฐานะอาชญากรทางเศรษฐกิจ แต่ชาญชัยบินหนีไปฮ่องกงเสียก่อน นรากรทนไม่ไหวกับกฎที่เข้มงวดของโรงเรียนประจำจึงหนีออกมาด้วยสภาพเด็กข้างถนน เขากลับมาบ้านสือพาณิชย์และนงพงาก็ช่วยน้องชายด้วยการให้ทำงานในฐานะนักบริหาร แต่ชีวิตที่หรูหราก็ทำให้นรากรใช้เงินไม่อั้น และเล่นการพนันจนหมดตัว นรากรโวยวายว่าถูกโกงจนถูกนักเลงประจำบ่อนรุมทำร้ายร่างกาย จนกะโหลกร้าวและตาข้างขวาบอดสนิท กลายเป็นคนพิการทางสมองได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เหลียงล้มป่วยเพราะเจ็บช้ำจากเรื่องของนรากร โดยมีเนียมทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ต่างๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป คุณธรรมที่เหลียงสั่งสม และพร่ำสอนลูกหลาน จะทำให้เรื่องราวทุกอย่างในบ้านสือพาณิชย์กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่ ติดตามชมตำนานแห่งการต่อสู้ชีวิตสุดยิ่งใหญ่ ของลูกผู้ชายสายเลือดมังกร ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ลอดลายมังกร”


รายชื่อนักแสดง

ศรัญยู วงษ์กระจ่าง รับบท เหลียง
บุษกร พรวรรณะศิริเวช รับบท เนียม
ธัญญา วชิระบรรจง รับบท เหมยหลิง
พล ตัณฑเสถียร รับบท แอนดี้
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท เป๊กกี้
เขมชาติ เดโชชัชวาล รับบท นัฐ
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท ชาญชัย
พิมลรัตน์ พิศัลยบุตร รับบท นันทนา
กัญญารัตน์ พิมพ์สวัสดิ์ รับบท มาลัย

************************************************

@เลือดขัตติยา…. 3  แผ่น....................105  บาท

นำแสดงโดย
1. พิยดา อัครเศรณี แสดงเป็น เจ้าฟ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี
2. เจษฎาภรณ์ ผลดี แสดงเป็น อโณทัย
3. กฤช หิรัญพฤกษ์ แสดงเป็น เจ้าชายสิทธิประวัติ
4. มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น เจ้าหญิงแขไขจรัส
5. ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ แสดงเป็น เจ้าชายไชยันต์
6. เดือนเต็ม สาลิตุลย์ แสดงเป็น พระองค์หญิงภาณุประภัส

เรื่องย่อ
ยโสธร ประเทศเล็ก ๆ ในหุบเขาแถบเอเชียกลาง ประชาชนอยู่อย่างสงบสุขภายใต้การปกครองของเจ้าหลวงและองค์ราชินี โดยมีมกุฎราชกุมารที่อ่อนโยนอย่าง สิทธิประวัติ เจ้าหญิงรัชทายาทอันดับสองอย่างแขไขจรัส และเจ้าหญิงองค์น้อยสุด ทิพยรัตน์ดารากุมารี ธิดาของเจ้าหลวงองค์ก่อน หากแต่เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ และพระเจ้าอาขึ้นครองบัลลังก์แทน ดารากุมารีต้องย้ายจากวังหลวงมาพำนักที่ตำหนักหลังเล็กกับพระมารดา พระองค์หญิงภาณุประภัส ผู้ซึ่งพยายามเคี่ยวเข็ญอบรมพระธิดาอย่างที่สุด โดยแอบหวังว่าสักวันดารากุมารีจะได้ครองมงกุฎราชินีแห่งยโสธร

แต่ความหวังของภาณุประภัสต้องพบอุปสรรค เพราะแขไขจรัสก็หวังตำแหน่งนี้เช่นกัน นันทวดี ก็ส่งเสริมลูกสาวเต็มที่ หากแต่สิทธิประวัติกลับเบื่อนิสัยเรื่องมากจุกจิกของเธอ และกลับมาชื่นชมความเฉลียวฉลาดเข้มแข็งเกินเด็กของดารากุมารีแทน และตัวสิทธิประวัติก็ต้องพึ่งพาเจ้าหญิงองค์น้อยอยู่เสมอในเรื่องของการเรียน ดารากุมารีจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของสิทธิประวัติ โดยที่มกุฎราชกุมารหนุ่มไม่รู้สึกตัว ดารากุมารีเบื่อหน่ายชีวิตในวัง จึงแอบหนีไปเที่ยวที่เกาะกลางทะเลสาบตามลำพัง และที่นี่เองทำให้ได้พบกับอโณทัย เด็กหนุ่มผู้เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวทั้งคู่ถูกชะตา และกลายเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันอย่างรวดเร็ว โดยอโณทัยรู้แต่ว่าเธอชื่อ ดารา

เพื่อหวังให้ลูกชนะแขไขจรัส ภาณุประภัสขอให้อินทร นักวิชาการผู้รอบรู้มาเป็นพระครูสอนการปกครองให้ดารากุมารี แต่เธอทำฤทธิ์เดชเพราะไม่ต้องการเรียนวิชานี้ แต่อินทรใช้ความใจเย็น จนเจ้าหญิงยอมเป็นลูกศิษย์ที่ดี และรับการถ่ายทอดวิชาจากเขาไปได้เต็มที่ โดยไม่รู้สึกพระองค์เลย ทางนันทวดีก็ไม่น้อยหน้าขอให้ วิกรม มาช่วยสอนแขไขจรัส วิกรมอยากเอาชนะอินทรมานาน จึงยอมรับสอน และกลายเป็นที่ปรึกษาของนันทวดี

อโณทัยได้เรียนทหาอย่างที่ตั้งใจไว้ ดารากุมารีดีใจมากที่เพื่อนรักได้เป็นทหาร อโณทัยแต่งตั้งเธอให้เป็นพลทหารลูกน้องเขา แต่ดาราบอกว่าเธอจะเป็นราชินีปกครองทหารต่างหาก อโณทัยจึงสัญญาตาประสาเด็กหนุ่มว่าวันใดที่เธอได้เป็นราชินี เขาจะเป็นผู้คุ้มครองราชบัลลังก์ให้

ในวันที่อายุครบยี่สิบ ดารากุมารีได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาทอันดับสาม อโณทัยมาร่วมงานด้วยในฐานะทหารรักษาพระองค์จึงได้รู้ว่าความจริง สาวน้อย ดารา ที่เขาหลงรักนั้นแท้จริงเป็นเจ้าหญิงน้อยแห่งยโสธร ชายหนุ่มจึงทำตัวเหินห่าง ดารากุมารีพยายามง้อต่าง ๆ นา ๆ จนทำให้อโณทัยรู้ว่เธอเป็นแค่ดาราของเขาเสมอ อโณทัยจึงมุ่งมั่นที่จะเอาดี และก้าวหน้าในการงานให้ได้ เพื่อหวังจะได้มียศศักดิ์คู่ควรกับเจ้าฟ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี

สิทธิประวัติเมื่อได้เห็นดารากุมารีในชุดเต็มยศก็ตกตะลึง และพึ่งรู้องค์ว่าที่แท้แอบหลงรักญาติผู้น้องมาตลอด และรู้องค์เองว่าไม่อาจแต่งงานกับผู้หญิงอย่างแขไขจรัสได้ ด้วยความอ่อนแอของสิทธิประวัติ เมื่อได้พบอโณทัย มกุฎราชกุมารจึงชื่นชมในความเข้มแข็งของเขา ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนรัก อโณทัยได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว จนได้เป็นผู้บัญชาการทหารมหาดเล็ก และเป็นที่ปรึกษาของสิทธิประวัติ ดารากุมารีดีใจในความก้าวหน้าของชายที่รักมาก ส่วนตัวเธอก็พยายามที่จะดำรงตัวเป็นแค่เจ้าหญิงน้อย เพื่อหวังว่าจะให้อโณทัยจะได้เอื้อมถึง

ในหมู่ประเทศใกล้เคียงกับยโสธรคิดรวมตัวเป็นสมาพันธรัฐ เขมรัฐคิดเป็นผู้นำสมาพันธ์ แต่ติดที่ยโสธรซึ่งเป็นประเทศที่ทุกฝ่ายเกรงใจ ไชยันต์ เจ้าชายแห่งเขมรัฐหวังจะครอบงำยโสธรด้วยการแต่งงานกับเจ้าหญิงรัชทายาท ไชยันต์จึงเดินทางมายโสธร เมื่อได้พบดารากุมารี ไชยันต์หลงรักในความงามและความฉลาดของเธอทันที แขไขจรัสเองสนใจในมงกุฎราชกุมารแห่งเขมรัฐ พยายามจะโชว์ตัวเองทุกรูปแบบ แต่ไช่ยันต์กลับเบื่อหน่ายแทนที่จะชื่นชม และทุกคนที่ยโสธรรู้ว่าการมาของไชยันต์ครั้งนี้เพื่อจะเลือกเจ้าสาวระหว่างแขไขจรัสกับดารากุมารี

อโณทัยต้องยอมรับความจริงว่าเขาไม่มีวันเอื้อมถึงดาวที่รักได้แล้ว เพราะดารากุมารีมีแค่สองทางเลือก คือจะแต่งงานกับไชยันต์หรือสิทธิประวัติ แต่ไม่ใช่กับอโณทัย แม้ดารากุมารียืนยันว่าเธอจะไม่แต่งงาน แต่อโณทัยรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เขาต่างหากที่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หญิงที่รัก และคนที่เขาจะวางใจมอบเธอให้ได้คือ สิทธิประวัติ ไม่ใช่ไชยันต์ที่ใช้สมองมากกว่าหัวใจ

ที่ประชุมของเขมรัฐมีมติให้ไชยันต์แต่งงานกับแขไขจรัส เนื่องจากเธอมีสิทธิ์ในบัลลังก์ของยโสธรมากว่าดารากุมารี แม้จะรักดารากุมารี แต่ไชยันต์ก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง เขมรัฐจึงส่งคณะทูตมายโสธรเพื่อสู่ขอแขไขจรัส แต่หลังจากการแต่งงานแขไขจรัสจึงได้รู้ว่าเธอเป็นแค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้น ไชยันต์ไม่ได้รักเธอเลยหากใจเขาได้มอบให้ดารากุมารีแล้ว ด้วยความผิดหวังทำให้แขไขจรัสหันมาพาลโกรธ และอาฆาตดารากุมารีที่ทำให้เธอต้องตกนรกทั้งเป็น

สิทธิประวัติไม่กล้าจีบดารากุมารีเพราะความอาย จึงขอให้อโณทัยช่วย อโณทัยต้องจำใจทำอย่างขมขื่น ดารากุมารีทั้งน้อยใจและโกรธอโณทัยที่พยายามยัดเยียดเธอให้คนอื่น อโณทัยบอกว่าเขาพยายามจะวางเธอไว้ในที่ที่ดีที่สุดต่างหาก ทั้งคู่ต้องทำเหินห่างกัน ทั้งที่ในใจยังรักกัน

ภาณุประภัสดีใจที่เจ้าหลวงทาบทามดารากุมารีให้สิทธิประวัติ แต่เจ้าหญิงองค์น้อยกลับไม่สนใจ อินทรกับพระนมต้องเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมรับความจริง ทางราชสำนักก็ออกหมายกำหนดการอภิเษกระหว่างสิทธิประวัติกับดารากุมารี อโณทัยขอให้ดารากุมารีเลิกติดต่อและลืมเขา แต่เจ้าหญิงองค์น้อยกลับบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเขาจะอยู่ในใจเธอตลอดไป อโณทัยได้แต่ขมขื่น

ก่อนจะถึงพิธีอภิเษก สิทธิประวัติเริ่มล้มป่วย ดารากุมารีต้องมาดูแลพระคู่หมั้น ยิ่งได้เห็นอโณทัยก็ยิ่งรู้องค์ว่าไม่มีวันแต่งงานกับชายคนอื่นได้ ดารากุมารีแอบดักพบอโณทัย และบอกให้เขาได้รู้ความจริงข้อนี้ สิทธิประวัติแอบเห็นทั้งสอง จึงได้รู้ว่าหญิงที่อโณทัยเคยบอกว่ารักจนหมดหัวใจก็คือ ดารากุมารีนั่นเอง

สิทธิประวัติล้มป่วยอาการหนักลง ก่อนจะตายสิทธิประวัติบอกอโณทัยว่าเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และขอให้อโณทัยช่วยดูแลดารากุมารีด้วย หลังการตายของสิทธิประวัติ เขมรัฐจึงคิดส่งแขไขจรัสมาทวงบัลลังก์ แต่ทางยโสธรรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้นเท่ากับเขมรัฐได้ครอบครองยโสธร อโณทัยเสนอให้ยกดารากุมารีขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี องค์เจ้าหลวงเห็นด้วยจึงมีการแต่งตั้งเจ้าหญิงองค์น้อยอย่างเร่งด่วน ดารากุมารีบอกอโณทัยว่าไม่อยากรับตำแหน่งนี้ เพราะทำให้เธอกับเขายิ่งห่างไกลกันมากขึ้น

ไชยันต์กับแขไขจรัสผิดหวังมากเมื่อดารากุมารีได้เป็นรัชทายาท แขไขจรัสบอกแม่ว่าเธอต้องได้บัลลังก์ของยโสธรกลับมา เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ไชยันต์หันมารักเธอได้ นันทวดีร่วมมือกับวิกรมวางแผนทำลายดารากุมารี โดยคนแรกที่จะต้องถูกกำจัดคือ อโณทัย เพราะเขามีทั้งอำนาจทางการทหารและการเมือง ทั้งยังเป็นคนที่หนุนหลังดารากุมารีอยู่

วิกรมปล่อยข่าวว่าอโณทัยกับดารากุมารีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เพื่อหวังบ่อนทำลาย ไม่ให้ยโสธรได้เป็นผู้นำสมาพันธ์ด้วยพร้อมส่งสีหศักดิ์ มาจับดารากุมารีไปได้ อโณทัยตามไปช่วยและต่อสู้กับสีหศักดิ์อย่างดุเดือด สีหศักดิ์ตายในการต่อสู้และอโณทัยพาดารากุมารีกลับมาได้อย่างปลอดภัย

อโณทัยส่งคนไปคุมตัวนันทวดี วิกรม และเสนาบดีการคลัง แขไขจรัสขอให้สอบสวนเรื่องความสัมพันธ์ของดารากุมารีกับอโณทัย อโณทัยรู้ดีว่าเขมรัฐคิดใช้เรื่องนี้ทำลายความน่าเชื่อถือของดารากุมารี เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของหญิงที่รัก อโณทัยจึงยอมรับว่าแอบหลงรักดารากุมารี โดยที่เจ้าหญิงน้อยไม่ได้รักตอบเลย และโทษของเขาก็คือการถูกประหาร อโณทัยบอกดารากุมารีว่าดีใจที่หัวของเขาจะช่วยค้ำบัลลังก์ของเธอให้มั่นคงขึ้น และการตายของเขาต้องไม่สูญเปล่า

อินทรขอให้ดารากุมารียอมรับการตัดสินใจของอโณทัย เจ้าหญิงน้อยรู้ดีว่าเธอต้องเข้มแข็งเพื่อตัวเองและเพื่ออโณทัย และชายหนู่มจะต้องไม่ตายคนเดียว ดารากุมารีตัดสินให้ประหารชีวิตเสนาบดีการคลังและวิกรม ส่วนนันทวดีเพื่อเห็นแก่การที่เป็นราชวงศ์จึงลดโทษตายให้ แต่ต้องถูกเนรเทศออกจากยโสธร อโณทัยดีใจที่ดาราของเขาเข้มแข็ง เจ้าหลวงสละราชสมบัติเพื่อรักษาพระสุขภาพ โดยให้ดารากุมารีได้ขึ้นเป็นราชินี อโณทัยขอให้ประหารเขาในวันที่ทำพิธีขึ้นครองราชย์ของเธอ

ในวันประกอบพิธีขึ้นครองราชย์ ทุกคนต้องแปลกใจที่ว่าที่ราชินีองค์ใหม่มาทำพิธีในชุดสีดำ และขณะที่หัตถ์ขาวเอื้อมไปรับมงกุฎราชินีมาสวมให้องค์เองนั้น ก็ได้มีพิธีประหารนักโทษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ราชินีองค์ใหม่สวมมงกุฎทั้งน้ำตา มงกุฎและบัลลังก์ที่แลกมาด้วยหัวของชายที่รัก และพระราชินีทิพยรัตน์ดารากุมารีก็รู้องค์เองว่า นับแต่นี้หัวใจของพระองค์ได้ตายตามอโณทัยไปแล้ว

************************************************

@วันนี้ที่รอคอย ( เบริ์ด ธงชัย) …. 6  แผ่น....................210  บาท

******************************************************

@สุภาพบุรุษชาวดิน (ออย ธนา +พิ้งกี้) …. 3  แผ่น.........105  บาท

เรื่องย่อ

สกุล ศิริเสนี เป็นสกุลผู้ดีเก่าที่ตกทอดมาหลายชั่วคน ประมุขของสกุลคนปัจจุบันคือ คุณอมรา มีลูกชายคนเดียวชื่อ สรวิชญ์ นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม สรวิชญ์แต่งงานกับ สุดาวรรณ หญิงสาวลูกเศรษฐี ด้วยเหตุผลเดียวคือความเหมาะสมกันทางสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อแต่งงานกันแล้วทั้งสรวิชญ์และสุดาวรรณก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนแต่งงาน สรวิชญ์ยังคงเป็นเพลย์บอยเที่ยวเตร่หาความสำราญแบบคนหนุ่ม ในขณะที่สุดาวรรณก็ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในสังคมชั้นสูง แม้จะมีบุตรชายหญิง 2 คนคือ อติศักดิ์ และอรศรี แต่สุดาวรรณไม่สนใจเลี้ยงลูกปล่อยให้พี่เลี้ยงและคุณอมราผู้เป็นย่าเลี้ยงหลานกันไป

คุณอมรามีเด็กสาวต้นห้องชื่อ วาด เป็นผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน นุ่มนวลเอาใจเก่ง และวันหนึ่งวาดก็ตกเป็นภรรยาของสรวิชญ์ ด้วยความจำยอมกึ่งเต็มใจของวาดเอง และด้วยแรงผลักดันของคุณอมราด้วย และในที่สุดวาดท้อง สุดาวรรณโกรธจ้องเตรียมจะฟ้องหย่า แต่ฉุกใจคิดว่าเรื่องอะไรจะปล่อยให้วาดมีโอกาสเลื่อนฐานะขึ้นมาเป็นภรรยาเอก เพราะรู้ดีว่าคุณอมรารักวาดมาก อีกทั้งกิจการบ้านเรือนตลอดจนการเข้าสังคมคุณอมราฝึกฝนไว้ทุกอย่าง สุดาวรรณจึงใช้วิธีเดียวกับคุณอมราคือพาหลานสาวคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน และการก็เป็นไปดังคาดคือ พวงมณี หลานของสุดาวรรณตกเป็นภรรยาของสรวิชญ์อีกคน

วาดคลอดบุตรชาย คุณอมราตั้งชื่อว่า วศิน เด็กชายเป็นเหมือนสายน้ำประโลมใจผู้เป็นแม่ เพราะพ่อไม่รักและไม่สนใจ สรวิชญ์ยังคงดำเนินชีวิตสนุกสนาน เที่ยวเตร่ เจ้าชู้เรื่อยไป เมียทุกคนต้องหวานอมขมกลืนกับพฤติกรรมไร้ศีลธรรมของสรวิชญ์ เว้นแต่วาดที่ปลดกิเลสส่วนนี้ได้อย่างสิ้นเชิงก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูก พร้อมทั้งปรนนิบัติคุณอมราอย่างเต็มกำลัง ต่อมาคุณอมราล้มเจ็บ สรวิชญ์เชื่อแรงยุของสุดาวรรณว่าระวังคุณนายจะยกสมบัติให้วาด จึงพยายามเคี่ยวเข็นถามหาพินัยกรรม ในที่สุดเมื่อคุณอมราเสียชีวิตทรัพย์สมบัติทั้งหมดตกเป้นของสรวิชญ์ โดยที่ทุกคนหารู้ไม่ว่าคุณนายออกจากโรงพยาบาลไปโอนที่แปลงหนึ่งให้วศินเรียบร้อยแล้ว

เมื่อไม่มีคุณอมราวาดกับวศินเหมือนเรือที่อยู่ท่ามกลางมรสุม เด็กชายวศินอายุเพียง 10 ขวบถูกกลั่นแกล้งถูกรังแกจากแม่เลี้ยงพี่ชายและพี่สาว วาดช่วยเหลือลูกได้น้อยมากทำได้แต่เพียงป้องกันไม่ให้วศินออกไปเสวนาวิสาสะกับใครๆ ในบ้าน แม้แต่พ่อบังเกิดเกล้าก็ไม่สามารถปกป้องลูกชายจากแรงเกลียดและกลั่นแกล้งของสามแม่ลูกได้ วศินจึงเป็นเด็กค่อนข้างเงียบขรึมฟังและคิดมากกว่าพูด แล้ววันสิ้นสุดก็มาถึงวาดหอบลูกออกจากบ้านทันทีเมื่อพบว่า สรวิชญ์ตัดสินกรณีพิพาทระหว่างเด็กๆ อย่างไร้ความยุติธรรม ไม่มีการสอบสวนหาความจริง วศินถูกลงโทษอย่างหนักทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนผิด วาดเสียใจหนักขึ้นเพราะสรวิชญืไม่ทัดทานแม้แต่คำเดียว

สองแม่ลุกออกมาเช่าบ้านหลังเล็กๆ และเปิดร้านขายอาหาร กิจการร้านอาหารเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฝีมือ อัธยาศัย การบริการของสองแม่ลูก วศินนั้นเป็นอภิชาตบุตรโดยแท้ เขาตั้งใจเรียนและตั้งใจช่วยแม่ทำมาค้าขายอย่างสุดชีวิต ด้วยความกตัญญูอันเป็นคุณค่าประจำใจของวศิน เขาตั้งใจอย่างมั่นคงว่า เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ เขายืนยันว่าจะออกจากโรงเรียนเดิม เพราะเป็นโรงเรียนของพวกผู้ดีมีเงินเก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่วาดยืนยนให้วศินเรียนที่โรงเรียนนี้ต่อไป แม่ลูกขัดแย้งกันค่อนข้างแรงวศินตัดสินใจลาออกด้วยตัวเอง ปลอมลายเซ็นแม่เพราะยอมให้แม่ลำบากต่อไปอีกไม่ได้ วาดเสียใจมากเมื่อรู้ความจริง

วาดไปหาครูใหญ่สมัครให้วศินเข้าไปเรียนอีก วศินไม่ยอมท่าเดียวจนวาดต้องเปิดสมุดบัญชีให้ดูว่าเงินมี เพราะวาดขายที่ดินมรดกแปลงนั้นไปแล้ว เงินนี้เท่ากับคุณย่าให้หลานเรียนหนังสือนั่นแหละวศินจึงยอม ที่โรงเรียนวศินเป็นที่รักของเพื่อนฝูง ครูอาาจารย์ ยกเว้นสองคนคือ อดิศักดิ์ พี่ชายต่างมารดาและ สิทธิศักดิ์ เพื่อนของอดิศักดิ์ เด็กชายที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อของสิทธิศักดิ์ชื่อ วรกิจ เป็นเพื่อนสนิทของสรวิชญ์ แม่ชื่อ ภัสสร ผู้หญิงที่มีชีวิตฟุ้งเฟ้อ ดูถูกคนจน ตรงกันข้ามกับ ภัควดี น้องสาวที่นิสัยเหมือนพ่อคือ เมตตากรุณา น้ำใจดีงาม และเห็นคนทุกคนเท่าเทียมกัน วันหนึ่งฝนตกหนัก รถของวรกิจจอดรับวศินไปส่งบ้าน ทันทีที่เห็นภัควดี ได้ยินเสียงภัควดี

ความเย็นฉ่ำชื่นใจหลั่งไหลไปทั่วหัวใจของวศิน เย็นฉ่ำยิ่งกว่าสายฝนที่กำลังตกหนักอยู่ในขณะนั้น และต่อจากนั้นจนตลอดชีวิตภัควดีไม่เคยจากหายไปจากจิตใจของวศิน เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ตรึงใจตรึงชีวิตของวศิน เธอคือแสงสว่างที่ส่องกลางใจเขาให้เขามีความมานะ อดทน พยายาม และตั้งมั่นอยู่ในความดีตลอดมา วันหนึ่งวศินกลับจากโรงเรียน เหมือนสายฟ้าฟาดในวันที่ไร้เมฆฝน แม่วาดเสียชีวิแล้วอย่างฉับพลันทันที วศินรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายเคว้งคว้างสิ้นหวังและไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ต่อมาวันหนึ่งสรวิชญ์ปรากฏตัวมารับวศินกลับบ้าน ชีวิตของวศินในบ้านของพ่อบังเกิดเกล้าเป็นชีวิตที่ท้าทายความอดทนและอดกลั้นของเด็กหนุ่มอย่างมาก ทั้งสรวิชญ์ผู้พ่อ สุดาวรรณแม่เลี้ยง

พวงมณีภรรยาอีกคนของพ่อ ผู้ซึ่งแม้จะอยู่ภายใต้อำนาจของสุดาวรรณผู้เป็นน้า แต่ก็มีอิสระเต็มที่ที่จะรุกรานวศิน รวมทั้งอติศักดิ์พี่ชายวศิน และอ๋อยกับอี๊ด ลูกๆ ของพวงมณีด้วย ทุกคนทุ่มเทความเกลียดชัง การกลั่นแกล้ง และความกดดันลงสู่วศิน แม้จะมีภัควดีคอยปลอบโยนให้กำลังใจ แต่ด้วยความอ่อนเยาว์ ความว้าเหว่ และโดดเดี่ยวในบ้านเกิดของตนแท้ๆ ทำให้วศินหมดความอดทนเขาจึงต้องออกจากบ้านไป สิบปีผ่านไปชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฎตัวในงานศพของวรกิจ ในงานหลายคนที่เคยมีทางชีวิตทางเดียวกันกับชายหนุ่มผู้นั้นอยู่กันครบครัน ทุกคนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้า แต่ไม่มีใครระบุได้ว่าชายหนุ่มผู้มางานในรถคันโก้ พร้อมทั้งหรีดดอกไม้สดราคาแพงผู้นี้เป็นใคร

ภัควดีดูจะเป็นคนเดียวที่นึกออกว่าชายหนุ่มผู้นี้คือ วศิน แต่เจ้าตัวปฏิเสธและบอกว่าเขาชื่อ คำอินทร์ สุริยวงศื อยู่เชียงใหม่ ย้อนหลังไปสิบปีที่แล้ววศินผู้กำลังผิดหวังและเสียใจ ขึ้นรถไฟไปทางเหนือเพื่อไปหาผึ้งกับแตนที่เคยเป็นคนช่วยขายของในร้านของแม่ พบชายผู้หนึ่งกำลังถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ที่ตู้รถโดยสารชั้นหนึ่งวศินช่วยไว้ได้ ชายผู้นั้นคือ เจ้าอินมงคล พ่อเลี้ยงทางเหนือ เจ้าอินมงคลชวนไปอยู่เชียงใหม่ด้วยเมื่อรู้ว่าวศินไม่มีที่ไป ที่เชียงใหม่เจ้าอินมงคลพาไปทำงานรับใช้ในไร่ของ แม่เลี้ยงอังกาบ ผู้ซึ่งเมตตารักใคร่วศินอย่างแปลกประหลาด ในที่สุดก็รู้ว่าวศินคือหลานแท้ๆ ของตน เพราะอังกาบเป็นน้องแท้ๆ ของสรวิชญ์ชื่อ เสาวภา แต่หนีตาม ประมวล คนรักมาสร้างฐานะร่ำรวยอยู่เชียงใหม่

แต่สองคนไม่มีลูกจึงรับวศินเป็นบุตรบุญธรรมและรักใคร่วศินยิ่งนัก วศินเองทำตัวสมกับความรักเขาขยันขันแข็งช่วยกิจการงานในไร่ ต่อมาได้เดินทางไปศึกษาต่อด้านการเกษตรที่สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาพ่อเลี้ยงประมวลเสียชีวิต วศินหรือคำอินทร์ในชื่อใหม่ จึงรับผิดชอบดูแลกิจการไร่ส้มและโรงงานทอผ้าและอื่นๆ ของแม่เลี้ยงต่อมา วศินกลับมาเชียงใหม่ โดยมีภัควดีอยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลา เขารู้ว่าภัควดีจำเขาได้ คำที่เธอถามเขาว่า วศินใช่ไหมคะ ดังก้องกังวานอยู่ในหู และเช่นเดียวกับภัควดี เธอแน่ใจว่าเขาคือ วศิน แต่คำตอบที่เธอได้ยินกลับเป็นคำว่า ไม่ใช่ครับ ผมชื่อ คำอินทร์ สุริยวงศ์

หลังจากงานศพคุณวรกิจเสร็จสิ้นลง สิทธิศักดิ์ได้ชักชวนมารดาขึ้นมาเชียงใหม่เพราะเขาและอดิศักดิ์คิดจะลงทุนเปิดโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องที่นั่น ร่วมกับ ทองเติม นักธุรกิจที่จะเป็นนายทุนใหญ่ ทองเติม ต้องการที่จะซื้อที่ดินของ เจ้าพลกาวิน ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าอินมงคล แต่พลกาวินต้องการที่จะขายที่ดินให้กับวศิน เนื่องจากหวังที่จะให้ลูกสาวคือ เจ้าน้อย หรือ เจ้าวินพัตรา ได้แต่งงานกับคำอินทร์ นอกจากจะได้คนดีๆ เป็นลูกเขยแล้วทรัพย์สมบัติยังไม่ไปไหนอีกด้วย ทองเติมพาคณะจากกรุงเทพฯ เที่ยวชมตามสถานที่สำคัญต่างๆ วันหนึ่งขณะลงจากดอยรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ คุณนายภัสสรบาดเจ็บสาหัส นอกนั้นเจ็บคนละเล็กละน้อย ทำให้ภัควดีและสรวิชญ์ต้องเดินทางขึ้นมาเชียงใหม่อย่างเร่งด่วน

ทั้งหมดได้พบกับวศินภายใต้ชื่อพ่อคำอินทร์ ภัควดีจำเขาได้แม่นยำแน่ใจว่าคือวศิน แต่เธอก็ต้องเก็บทุกอย่างไว้ในใจเพราะวศินยังไม่เปิดเผยตัว เขาบอกตัวเองไม่ถูกว่าทำไมไม่บอกความจริงไปอาจจะเป็นความรู้สึกส่วนลึกที่อยากรู้ว่าเธอจะมั่นคงกับวศินคนจนๆ เมื่อก่อน หรือกับพ่อเลี้ยงคำอินทร์ผู้ร่ำรวย การพบกันไม่กี่วันที่เชียงใหม่นี้ทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันจนเกือบจะเข้าใจกันแล้วว่าต่างคนต่างมีใจให้กัน ถ้าไม่มีผู้หญิงอีกสามคนที่ภัควดีได้พบในเวลาต่อมา ที่ไร่อังกาบมีแขกประจำคนหนึ่งชื่อ เรือนแก้ว เป็นแม่ม่ายสาวสวยมีกิจการค้าขายพืชผลการเกษตรมากมาย ซึ่งมีเหตุผลที่จะต้องมาติดต่อกับทางไร่เป็นประจำ และคำอินทร์หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดจาสัมพันธ์ด้วย

และเพราะคำอินทร์เป็นสุภาพบุรุษยิ่งนักเขาจึงพูดจากกับเรือนแก้วอย่างสุภาพ แม้เรือนแก้วเข้าใจผิดว่าคำอินทร์ชอบตนเกินเพื่อน คนอื่นๆ ทั่วไปก็เข้าใจดังนั้น คำอินทร์ไม่เคยปริปากแก้ความเข้าใจผิดให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่เรือนแก้ว เขาเพียงแต่บอกกับแม่เลี้ยงอังกาบว่าความจริงต้องปรากฏขึ้นวันหนึ่ง แม้ในเวลาต่อมาคำอินทร์จะได้รู้เรื่องอดีตของเรือนแก้วว่าเบื้องหลังความสุขและเสียงหัวเราะ คือชีวิตที่บอบช้ำจากครอบครัวที่กดขี่บังคับ และจากสามีที่เจ้าชู้และทารุณถึงขั้นทำร้ายจนเรือนแก้วมีสภาพจิตใจไม่ปกติ คำอินทร์เคยเห็นอาการผิดปกติรุนแรงของเรือนแก้วจึงสงสาร บางเวลาที่เรือนแก้วต้องการที่พึ่งคำอินทร์จึงช่วยเหลืออย่างเต็มใจ

ดังนั้นจึงเป็นที่ร่ำลือกันไปว่าคำอินทร์รักกับเรือนแก้ว ประกอบกับเรือนแก้วพยายามที่จะทำให้คนเข้าใจอย่างนั้นโดยการแสดงออกทุกอย่าง หาโอกาสที่จะได้ไปไหนต่อไหนกันสองต่อสองเป็นประจำ ผู้คนจึงเข้าใจผิดกันไปใหญ่ เรือนแก้วมีคู่แข่งคนหนึ่งชื่อ บัวขาว ผู้เป็นน้องสาของ อินปัน คนสนิทของคำอินทร์ อินปันเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตและรักคำอินทร์มาก เพราะคำอินทร์เคยช่วยชีวิตไว้ ความรักนั้นเผื่อแผ่มาถึงบัวขาวที่ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านของไร่อังกาบ คำอินทร์เมตตาบัวขาวมากเกินกว่าคนงานธรรมดา ทำให้บัวขาวเพ้อฝันหลงรักและเป็นปฏิปักษ์กับใครก็ตามที่จะเข้ามาใกล้ชิดคำอินทร์ และแน่นอนคนแรกคือเรือนแก้ว คนสำคัญอีกคนหนึ่งที่ภัควดีระแวงว่ามีอะไรกับคำอินทร์หรือเปล่าคือเจ้าน้อยวินพัตรา

หญิงสาวสวย น่ารัก ชาติตระกูลดี เป็นผู้ดีทั้งกิริยาและวาจา เธอเป็นคนที่ผู้ใหญ่หมายมั่นจะให้แต่งงานกับคำอินทร์เพราะความเหมาะสมกันทุกอย่าง วินพัตรารักคำอินทร์แต่คำอินทร์สุภาพและอ่อนโยนกับเธอไม่มีทีท่าอะไรพิเศษ วินพัตราเข้าใจโดยสัญชาติญาณของผู้หญิง แต่ด้วยความรักจึงยังคทำตัวใกล้ชิดกับคำอินทร์ตามแรงยุของผู้ใหญ่ตลอดเวลา ภัควตีเป็นเป้าความไม่ชอบและไปถึงขั้นเกลียดชัง จากผู้หญิงสองคนที่เกี่ยวข้องกับคำอินทร์คือ เรือนแก้วและบัวขาว ภัควดีพร้อมที่จะถอยเธอไม่ทำตัวเป็นคู่แข่งของสองสาว แต่คำอินทร์ก็ไม่เคยชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าเขาไม่มีอะไรกับสองคนนั้น เขาเพียงแสดงให้เธอรู้ว่าเธอคือคนสำคัญของเขา

แต่สิ่งที่ภัควดีได้ยินได้ฟังหรือได้ประสบกับตนเองจากสองสาว ทำให้ภัควดีเข้าใจผิดและคิดว่าเธอต้องเป็นฝ่ายล่ำถอย หญิงสาวทั้งสี่คนที่มีเส้นทางความรักเกี่ยวพันกับพ่อเลี้ยงคำอินทร์ แม้คำอินทร์จะรู้ตัวว่าเขารักใครแต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษเขาจึงสงวนท่าที สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะภัควดีไม่เคยแสดงท่าทีอะไรเกินเลย ไม่มีแม้แต่สายตาที่บ่งบอกความในใจ จึงทำให้สุภาพบุรุษอย่างคำอินทร์ไม่สามารถแสดงความรู้สึกอะไรต่อเธอได้ ในที่สุดความลับของคำอินทร์ก็เปิดเผยขึ้นเมื่อสรวิชญ์ได้พบกับอังกาบหรือเสาวภาน้องสาวที่จากกันมานาน พ่อเลี้ยงคำอินทร์คือ วศิน บุตรชายของเศรษฐีผู้ดีเก่าอย่างสรวิชญ์ จากลูกเลี้ยงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าได้กลายเป็นหลานแท้ๆ ของอังกาบเจ้าของไร่

พ่อเลี้ยงคำอินทร์ผู้ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลายอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความน่ารัก น่านับถือ น่าสนใจจากผู้คน ทั้งหลายอีกเป็นทวีคูณ แต่ความดีมิได้ชนะทุกคนอย่างที่ควรจะเป็น พ่อเลี้ยงคำอินทร์หรือวศินมีคนที่เห็นเขาเป็นศัตรูร่วมกันหลายคน ในฐานพ่อเลี้ยงคำอินทร์ นายทองเติมเห็นว่าเขาเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง เพราะทองเติมเป็นพ่อค้าที่การโกงและความทุจริตเป็นสรณะในการประกอบอาชีพ ทำให้ขัดแย้งกับคำอินทร์และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทองเติมทุกครั้ง ในฐานะนายวศินอติศักดิ์พี่ชายเกลียดชังจนเข้ากระดูก เพราะตนเองเป็นคนเลวสมบูรณ์แบบทั้งสุรานารี และไม่เคยเอาใจใส่การงานจนสรวิชญ์ผู้พ่อเอือมระอา

อีกคนที่ไม่ชอบวศินเลยคือสิทธิศักดิ์พี่ชายของภัควดี เพราะสิทธิศักดิ์ชอบเจ้าน้อยวินพัตรา แต่วินพัตรารักวศินใครๆ ก็รู้ดี สิทธิศักดิ์หรือจะไม่หมายมั่นอยากกำจัดวศินให้ตายไปจากโลกนี้ ที่สำคัญทองเติม อติศักดิ์ และสิทธิศักดิ์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน คือ โรงงานผลไม้กระป๋องที่กำลังจะสร้าง ที่ดินที่ทั้งสามต้องการเพื่อสร้างโรงงานคือที่ดินผืนใหญ่ติดกับไร่อังกาบ ที่ดินผืนนั้นเจ้าของคือเจ้าพลกาวิน บิดาของเจ้าน้อยวินพัตรา และในขณะเดียวกันวศินก็ติดต่อขอซื้อที่ผืนนั้นเพื่อขยายธุรกิจการทำผลไม้กระป๋องเช่นกัน แผนการณ์กำจัดคำอินทร์หรือวศินในฐานะศัตรูหมายเลขหนึ่งดำเนินไปจนถึงลอบฆ่าให้ตาย ทองเติมเป็นคู่ขาของเรือนแก้วมานาน จึงใช้เรือนแก้วเป็นเหยื่อล่อวศินให้มาติดกับ

แต่วศินก็แคล้วคลาดไปได้ สุดท้ายคือการจับวศินไปเพื่อฆ่าในที่ดินที่แย่งชิงกันอยู่นั่นเอง อดิศักดิ์ลั่นวาจาขอฆ่าด้วยตนเอง เพราะมีความแค้นต่อกันมาเนิ่นนาน กระสุนจากปืนอติศักดิ์ลั่นเข้าสู่ร่างกายของวศิน พร้อมๆ กับกำลังตำรวจถึงทีเกิดเหตุพอดี ภัควดีผู้ซึ่งรู้ถึงแผนการโดยบังเอิญบอกสรวิชญ์ สรวิชญ์นำกำลังตำรวจไปทันทีแต่ไม่ทันเวลาวศินบาดเจ็บสาหัส อติศักดิ์ยิงตัวตายต่องหน้าสรวิชญ์ ทองเติมหนีไปได้แต่สุดท้ายก็จนมุมเพราะเรือนแก้วบอกความลับที่ตั้งเซฟเฮาส์ของทองเติม ตำรวจตามจับได้พร้อมๆ กับทำลายแหล่งค้ายาเสพติดของทองเติมด้วย หลายเดือนต่อมาวศินหายเจ็บแต่กลายเป็นคนพิการ แต่นักสู้ชีวิตอย่างวศินหรือจะท้อถอย

ขาพิการแต่สมองและสองมือยังมี และที่สำคัญภัควดีหญิงสาวที่วศินเทิดทูนมาเนิ่นนาน เป็นกำลังใจเคียงข้างเขาตลอดเวลา ความรักที่บ่มเพราะตั้งแต่เป็นต้นกล้าเล็กๆ จนเติบใหญ่มั่นคงแข็งแรงในหัวใจของเขาทั้งสองจึงได้เปิดเผยต่อกันและกัน ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของผู้คนใต้ร่มใบบุญของไร่อังกาบ งานแต่งงานแบบล้านนาของทั้งสองคนจะสวยงามยิ่งใหญ่และตราตรึงผู้คนไปอีกนานเท่านั้น ถ้าไม่มีบัวขาวหญิงสาวที่หลงรักวศินมากจนจิตใจฟั่นเฟือนยอมรับความสูญเสียไม่ได้ปรากฏตัวในงานพร้อมกับปืนกระบอกหนึ่งที่เล็งไปยังภัควดี วศินจะทำอย่างไรเมื่อผู้หญิงที่รักสุดหัวใจกำลังจะถูกฆ่าตาย


รายชื่อนักแสดง

ธนา สุทธิกมล รับบท วศิน / พ่อเลี้ยงคำอินทร์
สาวิกา ไชยเดช รับบท ภัควดี ( ตุ๊ก )
ชินมิษ บุนนาค รับบท อติศักดิ์
ณัฏฐริณีย์ กรรณสูต รับบท อรศรี
ดวงดาว จารุจินดา รับบท สุดาวรรณ
ปิยะมาศ โมนยะกุล รับบท ภัสสร
วันชัย เผ่าวิบูล รับบท สรวิชญ์
วาสนา สิทธิเวช รับบท เสาวภา / แม่เลี้ยงอังกาบ
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท วินพัตรา ( เจ้าน้อย )
อัครพล ทองธราดล รับบท อินปัน

******************************************************

@สายโลหิต (ศรราม+สุวนันท์) …. 5  แผ่น.........175  บาท

เรื่องย่อ
ดาวเรืองเกิดและเติบโตในยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นหลานสาวที่คุณย่านิ่มรักและเอ็นดูที่สุดเพราะกำพร้าแม่ตั้งแต่แรกเกิด หลวงสุวรรณราชาผู้เป็นบิดาเป็นช่างทองหลวง จึงให้ดาวเรืองอยู่ในความดูแลของคุณย่านิ่มตั้งแต่นั้นมา ดาวเรืองมีพี่ชายอีกหนึ่งคนชื่อหลวงเสนาสุรภาค และพี่สาวอีกคนหนึ่งชื่อลำดวน

พ.ศ. 2301 ดาวเรืองอายุได้ 10 ปี ลำดวนอายุ 20 ปี ตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับหลวงเทพฤทธิ์อริศัตรูพ่าย ซึ่งเป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตกับขุนไกร ตำแหน่งกองทะลวงฟัน เป็นบุตรชายของพระยาพิริยะแสนพลพ่ายกับคุณหญิงศรีนวล

หมื่นทิพเทศาบุตรชายโทนของพระวิชิตกับคุณหญิงปริกเป็นทหารฝ่ายพระยารัตนาธิเบศร์เป็นผู้ชายมักมากในกาม มีเรื่องในเชิงชู้สาวกับผู้หญิงนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ แล้วยังบังคับให้ดาวเรืองช่วยแอบส่งเพลงยาวให้กับ แม่หญิงเยื้อนน้องสาวคนสุดท้องของขุนไกร แต่ดาวเรืองถูกขุนไกรจับได้ก่อน

ดาวเรืองยอมรับกับขุนไกรว่าที่ยอมถูกบังคับให้แอบส่งเพลงยาวให้แม่หญิงเยื้อนนั้นเป็นเพราะหมื่นทิพรู้มาว่าเธอแอบหนี ไปเที่ยวที่คุกกับแม่ครัว ซึ่งเป็นที่ต้องห้าม ขุนไกรจึงยึดเพลงยาวไว้แล้วขออนุญาตย่านิ่มพาดาวเรืองเที่ยวรอบกรุงศรีอยุธยา ความช่างซักช่างถามและช่างจดจำในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเกินเด็กวัยเดียวกันทำให้ขุนไกรเอ็นดูดาวเรืองเป็นอันมาก

ฝ่ายหมื่นทิพพอรู้เข้าก็แค้นขุนไกรที่ขัดขวางทางรักของเขา หมื่นทิพจึงประกาศว่าจะต้องสู่ขอแม่หญิงเยื้อนน้องสาวขุนไกร มาเป็นเมียให้ได้

ต่อมา ขุนไกร หลวงเสนาสุรภาคและพระยาพิริยะแสนพลพ่าย ต้องออกทัพไปป้องกันศึกพม่าที่มาตีระหว่างที่ขุนไกรไม่อยู่นี้ หมื่นทิพจึงได้โอกาสไปมาหาสู่แม่หญิงเยื้อน และแม่หญิงเยื้อนก็มีทีท่าพอใจในตัวหมื่นทิพไม่น้อย ทำให้ขุนไกรแค้นเคืองหมื่นทิพมาก

พ.ศ. 2304 ดาวเรืองอายุได้ 13 ปี พม่าเริ่มรุกหนักอีกครั้ง ขุนไกรอาสาออกไปรบ พันสิงห์ลูกน้องคนสนิทของขุนไกร พลัดกับขุนไกร หนีตายกลับเข้ามากรุงจนถึงเขตบ้านของดาวเรือง คุณย่านิ่มจึงช่วยรักษาโดยให้นางเยื้อนพี่เลี้ยงดาวเรืองช่วยดูแลจนหายป่วย แล้วก็เลยตกลงแต่งงานกันในที่สุด

ส่วนขุนไกรซึ่งสู้รบจนบาดเจ็บสาหัสก็ถูกหามกลับมารักษาตัวที่บ้านครูดาบ ยังไม่ทันหายดีก็อาสาออกไปรบอีกเพราะดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ เมื่อรู้ว่าพม่าใกล้จะเข้าประชิดกรุงเต็มทีแล้ว ขุนไกรตัดสินใจขอย้ายราชการ ไปอยู่ที่หัวเมืองเหนือเพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับหมื่นทิพ เนื่องจากแม่หญิงเยื้อนน้องสาวขุนไกรยอมตกลงรับหมั้นหมื่นทิพ พันสิงห์กับนางเยื้อนจึงติดตามไปอยู่หัวเมืองกับขุนไกรด้วย

ปลายปี พ.ศ. 2309 ขุนไกรได้เลื่อนยศเป็นหลวงไกร แต่ศึกพม่ายิ่งรุกหนัก หลวงไกรลงมาส่งข่าวราชการที่กรุงศรีแล้วเผอิญไปได้ยินขุนทิพหลุดปากพูดด้วยความเมาเรื่องที่เคยฉุดดาวเรืองไปลวนลามใต้น้ำ ทำให้หลวงไกรโกรธมาก หลวงไกรจึงตัดสินใจกล่าวสู่ขอดาวเรือง จากหลวงสุวรรณราชาด้วยตนเองและหลวงสุวรรณราชาก็ตอบตกลงด้วยความยินดี

ขุนทิพแค้นใจมากที่ดาวเรืองจะแต่งงานกับหลวงไกร ขุนทิพจึงกลั่นแกล้งมีคำสั่งให้หลวงไกรไปรักษาเมืองธนบุรีตั้งแต่ในคืนวันแต่งงาน ดาวเรืองจึงต้องอยู่เฝ้าเรือนหอตามลำพัง คุณย่านิ่มสงสารดาวเรืองจึงตัดสินใจมาอยู่ด้วย แล้วก็สิ้นใจตายที่นั่น โดยก่อนตายคุณย่านิ่มได้ดูดวงบ้านเมืองแล้วบอกว่ากรุงศรีอยุธยาจะแตก แล้วในที่สุดพม่าก็บุกประชิดเผากำแพงเมืองพังราบจนเข้าสู่เมืองชั้นใน เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร

*******************************************************

@สายน้ำสามชีวิต  …. 4  แผ่น.........140  บาท


เรื่องย่อ

สุกรม พลทหารเรือที่ใฝ่ฝันอยากเป็นฝีพายเรือราชพิธี มีเพื่อนรักคือ อาเต็ง พ่อค้าขายไอติม อาเต็งต้องสูญเสียพ่อจากการปิดตลาดปล้น สุกรมจึงพาอาเต็งเข้ากรุงเทพฯ มาพายเรือขายโอเลี้ยง จนสุกรมได้เจอกับ แก้วประยงค์ ลูกสาวคหบดีที่เป็นดั่งน้ำทิพย์กลางดวงใจ แต่พ่อและแม่จับแก้วประยงค์คลุมถุงชน สุกรมมีโอกาสช่วยแก้วประยงค์หนีเพราะแก้วประยงค์เข้าใจผิดว่าสุกรมคืออาเต็งที่นัดให้พายเรือมารับ ทั้งหมดหนีไปบ้าน แต้ว แฟนอาเต็งแม่ค้าขายปลาช่อน ที่นั่นแก้วประยงค์ได้มีโอกาสซึมซับความงดงามของชีวิตท้องทุ่งก่อนจะกลับมาถูกกักขังอีกครั้ง สุกรมถูกพ่อของแก้วประยงค์สั่งให้คนมาทำร้ายจนแขนหักไม่สามารถลงเรือเป็นฝีพายได้ ไม่เพียงสุกรมที่สูญเสียความฝันแต่พ่อของเขาก็ผิดหวังจนตรอมใจตาย

สุกรมทิ้งความหลังและมุมานะทำงานจนร่ำรวยไปขอแต่งงานกับแก้วประยงค์ได้ แต่อาเต็งกลับไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำธุรกิจของเพื่อน สุกรมกับอาเต็งผิดใจกันอย่างหนัก อาเต็งและแต้วขอแยกตัวไปขายข้าวที่ริมน้ำโขง สุกรมคลุ้มคลั่งที่เพื่อนรักไม่เข้าใจจึงเผาเรือ แก้วประยงค์ฝ่ากองไฟเข้าไปหยิบพายจนเกือบแท้งลูก สุกรมหันหลังให้สายน้ำแห่งอดีตและเริ่มต้นใหม่ในฐานะพ่อค้าที่ร่ำรวย เวลาผ่านไป 20 ปีเส้นทางของแม่น้ำสามสายก็มาบรรจบกันเมื่อ เจ้าพระยา ลูกชายของสุกรมและ โขงเข้ม ลูกชายของอาเต็ง เป็นนักศึกษร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับ สาละวิน ชายหนุ่มทั้ง 3 มีแม่น้ำสายเล็กๆ คือ น้ำอิง ที่เป็นศูนย์กลางจิตใจของกลุ่มเพื่อน โขงเข้มไม่ถูกชะตากับเจ้าพระยาเพราะต่างคนต่างมีความเก่งในตัวเอง

โขงเข้มเป็นคนใจเร็วต่างจากเจ้าพระยาที่สุขุม ส่วนสาละวินเป็นคนร่าเริง เจ้าพระยาห่วงใยน้ำอิงแต่น้ำอิงกลับหลงเชื่อความเป็นสุภาพบุรุษของ วิสันธร จนถูกหลอกมอมยาถ่ายภาพเปลือย สาละวินและเจ้าพระยาไปช่วยไว้ทันและสัญญาว่าจะปิดเป็นความลับชั่วชีวิต เพราะเห็นแก่จิตใจที่บอบบางของน้ำอิง เจ้าพระยาชอบไปหาอาเต็งพ่อของโขงเข้ม เพราะคุยกันถูกคอเรื่องข้าวและเรือ ในขณะที่โขงเข้มไม่เคยสนใจและมุ่งแต่ทำธุรกิจ จนอาเต็งรู้ว่าเจ้าพระยาคือลูกของสุกรม เจ้าพระยาถามถึงประวัติของพ่อที่ถูกปิดตาย แต่อาเต็งไม่ยอมเล่าและให้ที่อยู่ของ นิมิต คนสนิทของสุกรม เจ้าพระยาจึงได้รู้ที่มาของพ่อว่าร่ำรวยจากการโกง สองพ่อลูกทะเลาะกันเพราะสุกรมไม่สนใจเรื่องเรือหรือสายน้ำที่ลูกชายรัก สุกรมจะเผาเรือที่เจ้าพระยาต่อทิ้ง

แต่ไม่ที่ค้ำเรือหักทับลงกลางตัวสุกรม สุกรมเป็นอัมพาตครึ่งล่าง เมื่อนึกถึงอดีตสุกรมก็ขอพายจากแก้วประยงค์มาพายท่านกบินและเห่เรือบทชมไม้ ซึ่งหมายถึงแก้วประยงค์จนสิ้นลมต่อหน้าเมียและลูก เจ้าพระยาสะเทือนใจมากและรู้ว่าความฝังใจของพ่อคือเรื่องเรือและสายน้ำ พอเรียนจบโขงเข้มขอแต่งงานกับน้ำอิง เจ้าพระยาได้แต่ยินดีกับความรักของทั้งคู่และมุ่งมั่นไปทำข้าวปลอดสารพิษ พลิกฟื้นแผ่นดินและสายน้ำด้วยเกษตรอินทรีย์ แต่โชคร้ายที่สาละวินเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวต้องการเงินจำนวนมากในการรักษาตัว น้ำอิงหาทางช่วยแต่สาละวินสละโควต้าการได้ยารักษาฟรีให้กับเด็ก สาละวินนั่งสมาธิจนกาอาการทุเลาจึงตัดสินใจออกบวชเป็นพระนักพัฒนา และจำวัดอาศัยอยู่ใกล้กับเจ้าพระยา

เจ้าพระยาฟื้นฟูการพึ่งพาตนเองในชุมชนแต่ก็ถูกต่อต้านจากชาวบ้าน มีเพียง เบนซิน และเบญทราย นักวิชาการเกษตรสองพี่น้องที่คอยช่วยเหลือ เจ้าพระยาจัดตั้ง “กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะ และตั้งคำถามกับทุกคนว่า “ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ เราใช้หมดแล้ว มนุษย์ฉกฉวยความอุดมสมบูรณ์ไปจากดิน ตอนนี้ต้องซื้อความสมบูรณ์ใส่ลงไปในดินในน้ำเท่าไหร่จึงจะพอ” เจ้าพระยาไปหาอาเต็งบ่อยๆ เพื่อขอคำแนะนำเรื่องข้าว ตรงข้ามกับเส้น ทางชีวิตของโขงเข้มที่โลดแล่นในฐานนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง จนไม่มีเวลาให้น้ำอิงเจ้าพระยาจึงได้แต่คอยปลอบใจน้ำอิงโขงเข้มมีคู่ค้าคือ สริน ภรรยาเก่าของวิสันธร สรินหลงรักโขงเข้มและได้เห็นรูปเปลือยของน้ำอิงในห้องวิสันธรก็รีบเอามาให้โขงเข้มดู

โขงเข้มโกรธมากและรื้อฟื้นเรื่องเก่ามาถามน้ำอิงอับอายมาก เจ้าพระยาขอให้โขงเข้มหยุดพูดยิ่งทำให้เพื่อนสองคนผิดใจกัน โขงเข้มเครียดมากจนป่วยทำให้ธุรกิจทรุด น้ำอิงคอยเป็นกำลังใจให้ เจ้าพระยาได้แต่มองภาพความรักความผูกพันของโขงเข้มกับน้ำอิงอย่างเจ็บปวด โขงเข้มลงทุนกับนักธุรกิจหลายประเทศเพื่อซื้อที่ดินรอบๆ หมู่บ้านที่เจ้าพระยาทำเกษตรอินทรีย์ สาละวินขอบิณฑบาตที่ดินแต่ก็ไม่เป็นผล ความบาดหมางของเพื่อนรุนแรงขึ้นเมื่อโขงเข้มขอให้น้ำอิงมีลูก น้ำอิงจึงเอ่ยปากขอแลกลูกกับที่ดิน 97 ไร่ของเจ้าพระยา แต่เจ้าพระยาบอกว่าจะมีประโยชน์อะไรเมื่อที่ดินล้อมรอบพันกว่าไร่ที่อุตส่าห์พลิกฟื้นมาหลายปีถูกขายไปหมดแล้ว โขงเข้มเข้าประชุมเรื่องเศรษฐกิจ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง

และเพิ่งมองเห็นหายนะที่มากับความเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ เจ้าพระยาขอคุยกับโขงเข้มเรื่องอนาคตข้าวหอมมะลิไทยที่กำลังจะถูกจีนตีตลาดด้วยข้าว “เชาไทหมี่” ที่แปลว่า เหนือพันธุ์ข้าวไทย ในขณะที่กำลังสับสนโขงเข้มเจอข่าวร้ายว่า แต้ว แม่ชาวนาของตัวเองกำลังจะตาย แต้วเสียดายที่ไม่ได้อยู่เห็นหน้าหลานจึงปลดสร้อยข้อมือรูปเม็ดข้าวให้กับโขงเข้ม โขงเข้มร้องไห้และขอโทษที่ไม่เคยยอมรับว่าแม่เป็นชาวนา โขงเข้มรีบไปหาเจ้าพระยาเพราะตัดสินใจแล้ว แต่ไม่ทันที่คนร้ายลอบยิงเจ้าพระยา โขงเข้มเอาตัวขวางกระสุนแทน โขงเข้มกำรวงข้าวและวางมือน้ำอิงไว้บนอุ้งมือของเจ้าพระยา พระสาละวินสลดใจกับชะตากรรมของเพื่อน จุดจบของแม่น้ำสามสายจะบรรจบกันอีกครั้งเช่นไร ติดตามได้ในละคร “สายน้ำสามชีวิต”


รายชื่อนักแสดง

ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท เจ้าพระยา
วรัทยา นิลคูหา รับบท น้ำอิง
ธนา สุทธิกมล รับบท โขงเข้ม
วงศกร ปรมัตถากร รับบท สาละวิน
ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท สุกรม
ธาวิน เยาวพลกุล รับบท อาเต็ง
เขมนิจ จามิกรณ์ รับบท แก้วประยงค์
ไปรยา สวนดอกไม้ รับบท แต้ว
นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท วิสันธร

*****************************************************

@สุภาพบุรุษ ลูกผู้ชาย (เติ้ล ตะวัน + นุ่น) …. 3  แผ่น....................105  บาท

นำแสดงโดย


1. ตะวัน จารุจินดา รับบทเป็น หรั่ง
2. วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบทเป็น แพรวา
3. มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบทเป็น ก้อย
4. นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบทเป็น เผ่าลาภ
5. นวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบทเป็น อรทัย
6. วรรษมน วัฒโรดม รับบทเป็น ลินจง
7. ศิริวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบทเป็น โบ้
8. สาวิณี ปะการะนัง รับบทเป็น รำไพ
9. ธเนศ แสงโชติกุล รับบทเป็น กัมปนาท
10. ทิน โชคกมลกิจ รับบทเป็น ตะวันฉาย
11. ศตวรรษ พันธ์ประภาวัฒน์ ( ดุลยวิจิตร ) รับบทเป็น บารมี
12. ชัยลดล โชควัฒนา รับบทเป็น กฤษฎา ( ต้น )

เรื่องย่อ


หรั่ง เด็กหนุ่มลูกกำพร้า สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาก็คือล็อคเก็ตรูปไวโอลินที่เขาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เพราะมันเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขามี หรั่งรับจ้างทำงานสารพัดอความสุย่างเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและเพื่อหาเงินมาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ ก้อย หญิงสาวตาบอดที่หรั่งรับมาดูแลอย่างน้องสาว ถึงชีวิตจะไม่ร่ำรวยแต่หรั่งก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆ ในชุมชนแออัดกับก้อยและมีเพื่อนร่วมชุมชนอย่าง โบ้ เท่ห์ เช็ง

ความสุขของหรั่งอีกอย่างก็คือ การได้เฝ้ามองดู แพรวา สาวสวยไฮโซ ทายาทคนเดียวของ เผ่าลาภ มหาโชคตั้งสิริ ประธานบริษัท เอ็ม เอส กรุ๊ป หรั่งรู้ตัวดีว่าเขากับแพรวานั้นแตกต่างกันมากและที่สำคัญ แพรวามีคู่รัก คือ ตะวันฉาย อยู่แล้ว ที่หรั่งทำได้ก็คือเฝ้าติดตามข่าวของแพรวาอยู่ห่างๆ ไม่ต่างจากหมาวัดหมายปองดอกฟ้าอย่างไรอย่างนั้น

แต่แล้ววันหนึ่งหรั่งก็ได้มีโอกาสขี่มอเตอร์ไซค์พาแพรวานั่งซ้อนท้ายไปหาตะวันฉาย หรั่งกลายเป็นฮีโร่ในสายตาแพรวา หลังจากได้เจอกันอีกหลายหน แพรวาก็เริ่มประทับใจในความมีน้ำใจของหรั่ง เมื่อเธอต้องเข้าไปทำงานในบริษัทเอ็ม เอส จิวเลรี่ ของครอบครัว เธอจึงได้ขอให้หรั่งเข้าไปทำหน้าที่ผู้ช่วยให้เธอ

การได้เข้ามาใกล้ชิดกับแพรวาในฐานะผู้ช่วยทำให้หรั่งได้รู้ว่าแพรวาไม่ต้องการจะเข้ามาทำงานที่บริษัท ซึ่งตรงข้ามกับความตั้งใจของเผ่าลาภที่อยากผลักดันให้แพรวาขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งเพื่อที่เขาจะได้ไปลงเล่นการเมืองได้เต็มตัว เผ่าลาภหวังว่าการลงไปเล่นการเมืองในพรรคของสุริยันต์ พ่อของตะวันฉาย จะเป็นใบเบิกทางไปสู่สัมปทานบัตรเหมืองพลอยแห่งใหม่ แต่การขอสัมปทานก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกลับมีคู่แข่งอย่าง แสงเทพ เข้ามาขอสัมปทานให้กับบริษัท เทพทอแสง ด้วยการใช้สุริยันต์เป็นทางลัดเหมือนกัน

การที่เผ่าลาภดันลูกสาวขึ้นมาแทนที่ สร้างความไม่พอใจให้กับบารมี และอรทัย น้องๆ ของเผ่าลาภ เผ่าลาภรู้ดีว่าคนสองคนนี้ห่วงแต่ประโยชน์ส่วนตัว เขาจึงพยายามกันตำแหน่งไว้ให้แพรวา แต่ปัญหาก็คือ แพรวาไม่มีความสามารถพอ เผ่าลาภจึงได้มอบภาระให้หรั่งทำทุกวิถีทางให้แพรวากลายเป็นผู้บริหารที่ดีได้

ตะวันฉายเข้าร่วมหุ้นกับแสงเทพทำกิจการค้าของเถื่อนทุกประเภท บารมีซึ่งเป็นหนี้ในบ่อนของตะวันฉายเข้ามาช่วยคุมการขนยาบ้าเพื่อหาเงินใช้หนี้ หรั่งบังเอิญไปพบว่าบารมีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนยาบ้า เขาจึงได้ไปแจ้งความโดยไม่ลืมที่จะรายงานให้เผ่าลาภรู้ก่อน ผลคือ ตำรวจสามารถเข้าจับกุมการขนส่งยาในครั้งนั้นได้ ส่วนบารมีแม้จะหลุดพ้นจากการจับกุมแต่ก็ถูกเผ่าลาภหมายหัวไว้ หรั่งไม่รู้เลยว่านี่เท่ากับเป็นการตั้งตัวเป็นศัตรูกับตะวันฉายและบารมีโดยตรง ตะวันฉายและบารมีสั่งสอนหรั่งด้วยการเผาบ้านของหรั่ง

ความเดือดร้อนครั้งนี้หรั่งรู้ดีว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ก้อยและเพื่อนเป็นห่วงหรั่งไม่อยากให้หรั่งทำงานที่เอ็ม เอส ต่อ แต่เพียงเพราะคำขอร้องของแพรวาทำให้หรั่งใจอ่อน เผ่าลาภเริ่มมีอาการปวดหัวเนื่องจากโรคความดันบ่อยๆ เขาเริ่มกลัวว่าตัวเองจะอยูได้อีกไม่นาน ดังนั้นเขาจึงเร่งรัดให้หรั่งช่วยสอนให้แพรวาเป็นนักบริหารที่ดีโดยเร็ว หรั่งให้สัญญา เผ่าลาภบอกกับหรั่งว่าเขาถูกชะตากับหรั่งอย่างบอกไม่ถูก หรั่งถือโอกาสสารภาพกับเผ่าลาภว่าเขาเคยเจอกับเผ่าลาภมาก่อนแล้ว ตอนที่เขาตามคณะคนงานก่อสร้างไปสร้างบ้านริมทะเลแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับแพรวาเป็นครั้งแรก แต่แพรวายังเด็กมากจึงจำเขาคนที่เคยช่วยเธอจากการถูกกลุ่มเด็กอื่นรังแกไม่ได้ เมื่อเผ่าลาภรู้ว่าหรั่ง คือ เด็กชายคนที่ห้อยสร้อยล็อคเก็ตไวโอลินเส้นนั้นก็ตกใจมาก

บารมีร่วมกับอรทัยยักยอกพลอยในสต็อกของบริษัทไปขาย ทำให้บริษัทซึ่งกำลังต้องการขายพลอยก้อนเพื่อเอาเงินมาหมุนต้องเดือดร้อน เผ่าลาภไล่บารมีและอรทัยออก เผ่าลาภเองเครียดจัดจนถึงกับเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพาต ทำให้แพรวาต้องขึ้นรักษาการแทน ในขณะที่กำลังวุ่นวายกับปัญหาการเงินของบริษัท ตะวันฉายก็มาขอเลิกกับแพรวา แพรวาเสียใจอย่างมากแต่โชคดีที่มีหรั่งคอยอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอทำใจได้เร็วกว่าที่คิด หรั่งถือโอกาสบอกความจริงกับแพรวาเรื่องที่เขาและเธอเคยเจอกันมาก่อนเมื่อตอนเด็ก เมื่อแพรวารู้ว่าหรั่งคือเด็กชายตัวโตคนนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ความผูกพันจากวัยเด็กทำให้คนทั้งคู่ยิ่งรู้สึกดีต่อกัน แพรวายอมรับความรู้สึกตัวเองแล้วว่าเธอมีใจเริ่มรักหรั่งเข้าแล้ว

แต่แล้วขณะที่ทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้น เผ่าลาภก็มาด่วนจากไปอย่างกะทันหันในเหตุการณ์ลิฟต์ระเบิด ตำรวจพบว่าการตายของเผ่าลาภนั้นเป็นการฆาตกรรม ด้วยพยานหลักฐานที่มัดตัวทำให้หรั่งกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ญาติ ๆ ทุกคนคิดว่าหรั่งตั้งใจฆ่าเผ่าลาภแล้วใช้ความไว้วางใจที่แพรวามีให้เข้ามายึดอำนาจในเอ็มเอส แพรวานึกไม่ถึงว่าหรั่งจะมีแผนไม่ซื่อกับเธอ หรั่งหมดอิสระภาพ เขาถูกจับเข้าคุกทันที แพรวารู้สึกผิดหวังในตัวหรั่งอย่างมาก

คืนหนึ่งลูกน้องของเผ่าลาภพาแพรวมาที่บ้านหลังหนึ่ง ที่นั่นแพรวาได้เจอกับเผ่าลาภและหรั่ง เธอจึงได้รู้ความจริงว่าเผ่าลาภแกล้งตายแล้วให้หรั่งเป็นแพะรับบาปในคดีเพื่อจะหาหลักฐานมาดัดหลังคนที่วางแผนฆาตกรรมตัวจริง แพรว่าได้รู้ว่าคนบงการฆ่าตัวจริงคือ แสงเทพและตะวันฉายที่ต้องการจะฆ่าเผ่าลาภเพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายได้สัมปทานแล้วเอาที่ดินนั้นไปใช้เป็นโกดังเก็บของเถื่อนโดยใช้การทำเหมืองพลอยบังหน้า แต่แผนของแสงเทพก็ถูกเปิดเผยด้วยโน้ตลับจากบารมีที่เริ่มสำนึกได้แล้วเขียนมาเตือนเผ่าลาภให้ไหวตัวก่อน

แพรวาร่วมมือกับหรั่งที่ยังแสร้งติดคุกอยู่หาหลักฐานมาเปิดโปงเทพทอแสงทำให้แสงเทพถูกจับและสัมปทานก็ตกมาเป็นของเอ็มเอส แพรวาอยากลาออกแล้วคืนตำแหน่งให้เผ่าลาภ แต่เผ่าลาภปฏิเสธ เขาต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาตายไปแล้วเพื่อที่เขาจะไปใช้ชีวิตเงียบสงบในบั้นปลาย ก่อนจะไปเผ่าลาภบอกความจริงกับหรั่งว่าที่จริงนั้นหรั่งเป็นลูกชายของเผด็จศึก พี่ชายของเขาที่ตายไป หรั่งไม่เข้าใจ เผ่าลาภบอกว่า ถ้าหรั่งคือเด็กผู้ชายคนที่ห้อยสร้อยคอล็อกเก็ตไวโอลินคนนั้น หรั่งก็คือลูกของเผด็จศึกแน่ ๆ เพราะก่อนเผด็จศึกจะตายเคยบอกกับเผ่าลาภไว้ว่าเขามีลูกชายหนึ่งคนที่มีล็อกเก็ตไวโอลินเป็นสัญลักษณ์

หรั่งทนรับความจริงไม่ได้เมื่อรู้ว่าเขากับแพรวาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรั่งจึงหนีหน้าไป ทิ้งให้แพรวาดำเนินงานของเอ็มเอสไปคนเดียว น้าเบิ้ม พ่อของโบ้มาบอกความจริงแก่หรั่งว่าที่จริงล็อกเก็ตนั้นไม่ได้เป็นของหรั่ง แต่เป็นของที่ติดตัวโบ้มาตั้งแต่เด็ก น้าเบิ้มเป็นเพียงคนที่เก็บโบ้มาเลี้ยงแล้วก็เป็นคนถอดสร้อยนั้นใส่ให้หรั่งเองโดยไม่คิดอะไร หรั่งจึงรู้ความจริงว่าโบ้ต่างหากที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแพรวา หรั่งรีบไปหาแพรวาที่บริษัทขณะกำลังแถลงข่าวของบริษัทอยู่ หรั่งไปในเวลาที่มือปืนลึกลับกำลังเล็งปืนขึ้นยิงบารมีพอดี บารมีถูกยิงล้มลง หรั่งปราดเข้าไปถึงตัวมือปืนทำให้ลูกกระสุนพลาดไปถูกแพรวาหนึ่งนัด หรั่งวิ่งเข้าไปหาแพรวาแล้วบอกความจริงกับแพรวาว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นพี่น้องกัน แพรวาหมดสติไปในอ้อมแขนหรั่ง

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บารมีเสียชีวิต ตำรวจสืบสวนจนรู้ว่าตะวันฉายเป็นคนสั่งฆ่าบารมีปิดปากเพราะบารมีรู้ว่าเขาเป็นคนบงการฆ่าเผ่าลาภ ตะวันฉายถูกจับดำเนินคดี ส่วนหรั่งนั้นเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่เก่าแห่งหนึ่งเพื่ออยู่ดูแลแพรวาที่อยู่ในระหว่างมาพักรักษาตัว หรั่งบอกแพรวาว่าเขาจะขอปกป้องดูแลแพรวาอย่างที่เขาเคยทำมาตั้งแต่เด็กและจะทำเช่นนี้ตลอดไป

********************************************************

@สองนารี (แอน ทองประสม) …. 3  แผ่น....................105  บาท

********************************************************

@ สามหนุ่ม สามมุม ( แท่ง +มอส + กบ ) …. 5  แผ่น................175  บาท

********************************************************

@ สุดรักสุดหัวใจ ( อั้ม อภิชาติ + หยาดทิพย์ ) …. 3  แผ่น....................105  บาท

 

            นายสุข อดีตกรรมกรก่อสร้างที่เมียกับลูกเสียชีวิตตอนไฟไหม้บ้าน นับแต่นั้นมานายสุขก็กลายเป็นคนขี้เมายังชีพด้วยการเก็บขยะ และหาของเก่าขาย นายสุขได้รับความช่วยเหลือจาก นายสุพจน์กับนางเต็มดวง ที่เคยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง วันหนึ่งขณะที่นายสุขหาของเก่าเพื่อนำไปขาย ก็ได้พบเด็กชาย นอนอยู่ใต้สะพานลอย นายสุขจึงรักใคร่เอ็นดูและรับมาเลี้ยงพร้อมกับตั้งชื่อเด็กคนนั้นว่าสมโชค    

  นางเต็มดวงต้องช่วยนายสุขดูแลสมโชค จนเมื่อนางเต็มดวงมีลูกสาว 2 คนชื่อ พิมพ์กับแพร จึงได้ว่าจ้างนางเหมือนมาดูแลสมโชค แทนด้วยค่าแรงถูก ๆ เพราะความสงสารนายสุข เด็กทั้ง 3 คนเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน พิมพ์มักช่วยเหลือสมโชคอยู่เสมอ แต่แพรมักจะ สมรู้ร่วมคิดกับ ลิขิตและอ๊อด ที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกันคอยกลั่นแกล้งสมโชคอยู่บ่อยครั้ง จนนายสุขปั่นรถซาเล้งไปปาดหน้ารถของนายแพทย์ไชยสิทธิ์ กับนางวงเดือน จนบาดเจ็บไชยสิทธิ์จึงพานายสุขไปรักษาที่คลินิกของตนแล้วพาไปส่งที่บ้าน ไชยสิทธิ์มีลูกสาวคนเดียวคือละอองดาว วันหนึ่งไชยสิทธิ์พานายสุขไปตรวจร่างกายพบว่าเป็นโรคตับแข็งและโรคผิวหนังอย่างรุนแรง และต้องใช้ ค่าใช้จ่ายสูงมากในการผ่าตัด พอสมโชครู้เข้าจึงคิดหาทางช่วยด้วยการขโมยตัดเหล็กที่ร้านเถ้าแก่ฮง ไปขายจนเถ้าแก่ฮงเรียกตำรวจมาจับนายสุขจึงขอร้องสุพจน์ให้ช่วยประกันตัวออกมาและไปขอร้องคุณหมอให้ช่วยอุปการะสมโชค แต่อาการป่วยของสุขก็ยังคงไม่ดีขึ้น นายสุขจึงขอร้อง ให้คุณหมอยื้อชีวิตของตนจนกว่าสมโชคจะเรียนหมอสำเร็จ ลิขิตที่แอบชอบแพรเข้าใจผิดเห็นสมโชคคุยกับแพรจึงวางแผนกับต๋อย ลูกจ้างร้านเสริมสวยให้กุเรื่องขึ้นมาว่าได้เสียกับสมโชค ส่วนแพรรู้สึก ผิดที่คิดร้ายกับสมโชคมาตลอดจึงไถ่โทษด้วยการอัดเสียงนายสุข ให้สมโชคฟังเมื่อสมโชคได้ฟังจึงมีความสุขมากที่ได้ฟังเสียงพ่อพร้อมกับสืบว่า สมโชคเป็นพ่อของเด็กในท้องต๋อยจริงหรือไม่ จนรู้ความจริงว่าแท้ที่จริงลิขิตคือพ่อของลูกในท้องต๋อย ลิขิตตบตีต๋อยที่ไปบอกแพรว่าเขาเป็นพ่อของเด็ก ในท้อง ต๋อยแค้นลิขิตจึงแทงลิขิตตายแล้วจะฆ่าตัวตายตาม แต่แพรไปเห็นก่อนจึงช่วยชีวิตต๋อยไว้ได้ทัน สมโชคเลือกที่จะเป็นแพทย์ฝึกหัดในโรงพยาบาลย่านชุมชนแออัดที่เขาเคยพักอยู่จนชาวบ้านพากันชื่นชมสมโชคในที่สุดสมโชคเรียนจบแพทยศาสตร์บัณฑิต นายสุขจึงตัดสินใจบอกความจริงว่าสมโชคไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่สมโชคบอกว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาสำนึกบุญคุณของนายสุข ที่เลี้ยงดู เขามาตลอดจึงคอยรักษาพยาบาล นายสุขจนในที่สุดนายสุขก็เสียชีวิตในอุ้งมือของสมโชคที่นายสุขรัก เหมือนลูกชายด้วยความสงบ สมโชคทำพิธีศพให้นายสุขอย่างสุขอย่างสมเกียรติ หลังงานศพนายสุขแพรทำตัวเหินห่างกับสมโชคเพราะอยากเห็นสมโชคสอบชิงทุน และแต่งงานมีอนาคตที่ดีกับละอองดาว แต่สมโชคกลับละทิ้งชื่อเสียงเงินทองมาเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลที่ชุนชนที่เขาเติบโตมาด้วยความผูกพัน แล้วสมโชคก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า พยาบาลคนแรกที่มาสมัครทำงานในคลินิกของสมโชคก็คือแพรนั่นเอง

นักแสดง
นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบทเป็น นายสุข สีสวยชายพเนจร อาชีพเก็บขยะและหาของเก่าขาย นิสัยเป็นคนขี้เหล้าเมายา แต่ว่าจิตใจดี มีเมตตา จิตใจแน่วแน่ รักคุณธรรมและรักศักดิ์ศรีของตัวเอง มุ่งมั่นทำงานเพื่อลูก ใจคอเข้มแข็ง เป็นคนดี อายุ 50-55 ปี
.
อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบทเป็น สมโชคเด็กชาย กตัญญู รู้คุณคน เป็นคนดี ตั้งใจเล่าเรียน ขยันขันแข็ง อดทน เจียมเนื้อเจียมตัวเสมอ เก็บความรู้สึก เก่ง ค่อนข้างเงียบขรึมเพราะเป็นคนเก็บกดมาตั้งแต่เด็ก มีเมตตาอารีแต่ทุกคน ไม่ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง รู้อะไรควรไม่ควร อารมณ์ดีพอสมควร อายุ แรกเกิด - 26 ปี


หยาดทิพย์ ราชปาล รับบทโดย เพียงแพร เด็กหญิงนิสัยแก่นแก้ว พูดจาฉาดฉาน ห้าวหาญทันคน เจ้าเล่ห์บ้าง ขยันขันแข็ง รักครอบครัว ชอบเอาชนะผู้อื่น แต่จริงๆแล้วเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ขี้สงสารคน เรียนเก่ง ร่าเริงแจ่มใส อายุ 22-24 ปี

พลอยไพลิน คาวันดี รับบทเป็น พลอยพิมพ์ หญิงสาวที่มีความทะเยอทะยานอยู่ในจิตใจ เพราะโดนแม่เสี้ยมสอนมาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กที่ค่อนข้าวหัวอ่อน ยังไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง จิตใจไม่หนักแน่นจึงโดนจูงไป ได้ง่าย จนทำให้ตัวเองต้องลำบาก

กล้วย เชิญยิ้ม รับบทเป็น นายสุพจน์ หนุ่มใหญ่ นิสัยใจคอโอบอ้อมอารี กลัวเมียบ้าง รักลูกและครอบครัว รักเพื่อนพ้อง ลูกน้องเก่า ไม่ชอบเอาเปรียบใครแต่ใจนักเลงอยู่เหมือนกัน อายุ 45-50 ปี

ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รับบทเป็น ลิขิต ชายหนุ่ม นิสัยเกเร ฉวยโอกาส เจ้าเล่ห์ จอมวางแผน โหด ปากกับใจไม่ตรงกัน ชอบเล่นการพนัน ชอบใช้กำลังข่มผู้ที่ด้อยกว่า ไม่มีความรับผิดชอบ รักสนุก อายุ 24-27 ปี

ภาณุเดช วัฒนสุชาติ รับบทเป็น หมอไชยสิทธิ์ เป็นคุณหมอผู้มีน้ำใจ รักความยุติธรรม มีเหตุผล สุขุมรอบคอบ อารมย์ดี มองโลกในแง่ดี อายุ 42-46 ปีฯลฯ

******************************************************

@สี่แผ่นดิน(จินตรา)…..  9แผ่นจบ....................315 บาท   หนังดีควรสะสม 

 

@สี่แผ่นดิน  (ตุ้ย ธีรพัฒน์  และ อุ้ม )…..  5 แผ่น  175  บาท 

 

      คุณเปรม กับ แม่ พลอย       จากละครเรื่องสี่แผ่นดิน

                     แผ่นดินที่ ๑        

        พลอยเกิดในรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมหาราช บิดาของ พลอย ชื่อ พระยาพิพิธ ฯ มารดา ชื่อ แช่ม เป็นเอกภรรยาของพระยาพิพิธ ฯ แต่ไม่ใช่ฐานะคุณหญิง เพราะคุณหญิงท่าน ชื่อ เอื้อม เป็นคนอัมพวา ได้กลับไปอยู่บ้านเดิมของท่านเสียตั้งแต่ก่อนพลอยเกิด เหลืออยู่แต่บุตรของคุณหญิง ๓ คน อยู่ในบ้าน คือ คุณอุ่น พี่สาวใหญ่ อายุ  ๑๙  ปี   คุณชิดพี่ชายคนรอง อายุ ๑๖ปี 

คุณเชยพี่สาวคนเล็กแก่กว่าพลอย ๒ ปี พลอยมีพี่ชายร่วมมารดาหนึ่งคน ชื่อ เพิ่ม อายุ ๑๒ ปี และมีน้องสาวคนละมารดาซึ่งเกิดจากแวว ภรรยาคนรองจาก แม่แช่ม ชื่อ หวาน อายุ ๘ ปี ในบรรดาพี่น้องร่วมบิดา พลอยจะคุ้นเคยกับคุณเชยเป็นพิเศษ เพราะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ส่วนคุณอุ่นพี่สาวใหญ่นั้น พลอยเห็นว่าเป็นผู้ที่น่าเกรงขาม    เพราะเธออยู่บนตึกร่วมกับเจ้าคุณพ่อ ซึ่งเจ้าคุณพ่อก็ไว้วางใจว่าเป็นลูกสาวใหญ่ จึงให้ถือกุญแจแต่ผู้เดียว และจัดการกับการจับจ่ายใช้สอยทุกอย่างภายในบ้าน ส่วนคุณชิดและพ่อเพิ่ม พลอยเกือบจะไม่รู้จักเสียเลยเพราะคุณชิดไม่ค่อยอยู่บ้าน และพ่อเพิ่มนั้นดูจะสวามิภักดิ์คุณชิดมากกว่าพี่น้องคนอื่น ซึ่งพ่อเพิ่มต้องแอบไปมาหาสู่มิให้แม่แช่มเห็นเพราะถ้าแม่แช่มรู้ทีไรเป็นเฆี่ยนทุกที  ส่วนหวานน้องคนละแม่ยังเด็กเกินไปที่พลอยจะให้ความสนใจ


     ม.ร.ว. คึกฤทธิ์  ปราโมช         ผู้ประพันธ์เรื่องสี่แผ่นดิน

      เจ้าคุณพ่อได้ปลูกเรือนหลังหนึ่งให้แม่แช่มกับลูก ๆ อยู่ใกล้กับตัวตึกในบริเวณบ้าน มีบ่าวซึ่งแม่แช่มช่วยมาไว้ใช้ทำงานบ้านต่าง ๆ ชื่อ นางพิศ

       ตั้งแต่พลอยจำความได้จนถึงอายุ ๑๐ ขวบ พลอยมีความรู้สึกว่า แม่และคุณอุ่นมีเรื่องตึงๆกันอยู่เสมอ ซึ่งก่อนที่แม่พลอยจะออกจากบ้าน พลอยสังเกตุเห็นว่ามีความตึงเครียดระหว่างแม่และคุณอุ่นมากกว่าปกติ จนกระทั่งคืนหนึ่งแม่ได้เข้ามาปลุกพลอยแล้วบอกว่าจะเอาพลอยไปถวายตัวกับเสด็จ ส่วนพ่อเพิ่มเจ้าคุณพ่อไม่ยอมให้เอาไป คืนนั้นแม่เก็บของอยู่กับนางพิศทั้งคืน

            พอรุ่งสางแม่ให้นางพิศขนของไปไว้ที่ศาลาท่านํ้า  และให้พลอยไปกราบลาเจ้าคุณพ่อ เมื่อพลอยลาเจ้าคุณพ่อเสร็จแล้วก็เดินมาที่ศาลาท่านํ้า เพื่อลงเรือโดยมีพ่อเพิ่มนั่งร้องไห้อยู่ที่ศาลาท่านํ้า  พอเรือแล่นออกไป พลอยก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่เห็น จนกระทั่งมาถึงที่ท่าพระ แม่แช่มก็พาพลอยขึ้นจากเรือแล้วเดินเลาะกำแพงวังไปสักครู่หนึ่งก็เลี้ยวเข้าประตูชั้นนอก พลอยนั้นตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น เพราะภายในบริเวณวังนั้นเต็มไปด้วยตึกใหญ่โตมหึมา ผู้คนยักเยียดเบียดเสียดกันตลอด แล้วเดินเลาะกำแพงวังไปจนของที่วางขายก็มีมากมาย พอมาถึงกำแพงสูงทึบอีกชั้นหนึ่ง จะมีประตูบานใหญ่เปิดกว้างอยู่ คนที่เดินเข้าออกประตูล้วนเป็นผู้หญิงทั้งสิ้น แม่แช่มเดินข้ามธรณีประตูเข้าไปข้างในแล้ว แต่พลอยเดินข้ามธรณีประตูด้วยความพะว้าพะวัง จึงทำให้เท้าที่ก้าวออกไปยืนอยู่บนธรณีประตู พลอยตกใจมากวิ่งร้องไห้ไปหาแม่แช่ม แม่แช่มจึงพาพลอยไปกราบที่ธรณีประตูเสียก็หมดเรื่องพลอยได้รู้มาทีหลังว่า หญิงที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูวังและดูแลความสงบเรียบร้อยในวังนั้น ชาววังทั่วไปเรียกกันว่า "โขลน"

        แม่แช่มพาพลอยเดินไปเรื่อยๆผ่านที่ต่างๆมากมาย ในที่สุดก็มาถึงตำหนักของเสด็จ แม่จะพาพลอยไปหาคุณสายก่อน ซึ่งเป็นข้าหลวงก้นตำหนักของเสด็จคุณสายเป็นข้าหลวงตั้งแต่เสด็จท่านยังทรงพระเยาว์ เสด็จจึงมอบให้คุณสายช่วยดูแลกิจการส่วนพระองค์ทุกอย่าง  และดูแลว่ากล่าวข้าหลวงทุกคนในตำหนัก เมื่อพลอยได้พบกับคุณสายแล้ว พลอยก็รู้สึกว่าคุณสายเป็นคนใจดีมาก ไม่ถือตัวว่าเป็นคนโปรดของเสด็จ และยังคอยช่วยเหลือข้าหลวงตำหนักเดียวกันเสมอ คุณสายหาข้าวหาปลาให้แม่แช่มกับพลอยกิน แล้วคุณสายก็จัดการเย็บกระทงดอกไม้เพื่อให้พลอยนำไปถวายตัวกับเสด็จ เมื่อพลอยถวายตัวกับเสด็จเสร็จแล้ว คุณสายก็แนะนำให้พลอยรู้จักกับช้อย ซึ่งเป็นหลานของคุณสาย ช้อยอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพลอย ช้อยเป็นลูกของพี่ชายของคุณสาย ชื่อ นพ มียศเป็นคุณหลวง แม่ของช้อย ชื่อ ชั้น ช้อยมีพี่ชายอยู่หนึ่งคน ชื่อ เนื่อง ช้อยนั้นเป็นเด็กที่ซุกซนและมีเพื่อนฝูงมาก พลอยจึงเข้ากับช้อยได้ดีทีเดียว   พลอยอยู่ในวังได้หลายวันแล้ว ก็ได้รับความรู้ใหม่ๆ ได้เห็นของใหม่ ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

         คุณสายให้พลอยเรียนหนังสือพร้อมกับช้อย และคุณสายก็ได้สอนทำสิ่งต่างๆให้เสมอ เช่น การเจี่ยนหมากจีบพลูยาว ใส่เชี่ยนหมากเสวยของเสด็จ ตลอดจนดูแลเครื่องทรงต่างๆตอนกลางคืน คุณสายให้พลอยไปถวายงานพัดเสด็จตามปกติตอนกลางวันเป็นเวลาว่าง นอกจากคุณสายจะมีอะไรมาให้ทำเป็นพิเศษหรืออารมณ์ไม่ดี ซึ่งตอนกลางวันเป็นเวลาที่พลอยจะได้ติดตามช้อยออกไปเที่ยวนอกตำหนักไปหาเพื่อนฝูงหรือวิ่งเล่น ช้อยช่วยทำให้พลอยคลายเหงาและช่วยชักนำสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ มาให้พบเห็นหรือได้รู้จักอยู่เสมอ      ในที่สุดวันที่พลอยเฝ้าคอยด้วยความประหวั่นใจก็มาถึง เมื่อแม่แช่มจะออกจากวังและได้ทูลลาเสด็จแล้ว พลอยเสียใจอย่างมาก แต่เสด็จก็ทรงเมตตาพลอย ฝากให้คุณสายช่วยดูแลพลอย นอกจากนี้ยังมีช้อยที่คอยอยู่เป็นเพื่อนพลอย  ทำให้พลอยรู้สึกดีขึ้น ในวันหนึ่งช้อยได้ชวนพลอยออกไปหาพ่อและพี่ชายของช้อย ซึ่งจะมาเยี่ยมทุกวันพระกลางเดือน ทำให้พลอยรู้สึกรักและผูกพันกับครอบครัวของช้อยไปโดยไม่รู้ตัว      วันหนึ่งแม่แช่มได้มาเยี่ยมพลอยถึงในวังพร้อมกับของฝากมากมาย แม่บอกว่าแม่กำลังทำการค้าขายอยู่ที่ฉะเชิงเทรากับญาติห่างๆ ชื่อ ฉิม และต่อมาพลอย ก็รู้มาว่า แม่แช่มได้แต่งงานกับพ่อฉิมแล้ว ซึ่งแม่ก็ได้ตั้งท้องแล้ว  คุณสายได้พาพลอยไปหาเจ้าคุณพ่อ เพื่อคุยเรื่องงานโกนจุกของพลอยที่เสด็จทรงเมตตาโกนจุกประทานให้ ซึ่งเจ้าคุณพ่อก็ไม่ได้ขัดข้องงานโกนจุกนั้นจะจัดขึ้นที่บ้านของช้อย และทั้งพลอยและช้อยก็ได้โกนจุกพร้อมกัน เจ้าคุณพ่อของพลอยก็มาร่วมงานนี้ด้วย งานโกนจุกนั้นผ่านไปได้ด้วยดี

         เมื่อคุณสาย พลอย และช้อย เดินทางกลับจากบ้านช้อยมาถึงตำหนักของเสด็จ เสด็จก็มีรับสั่งให้คุณสายขึ้นไปเฝ้าบนตำหนักทันที เสด็จจึงบอกเรื่องที่แม่แช่มตายแล้วที่ฉะเชิงเทรา และมอบภาระให้คุณสายเป็นผู้บอกพลอยให้ทราบ ห้าปีให้หลังจากวันที่แม่แช่มตาย พลอยก็ยังอยู่ที่ตำหนักของเสด็จ พลอยอายุได้ ๑๕ ปีเศษแล้ว นับว่าเป็นสาวเต็มตัว และถ้าใครเห็นก็ต้องชมว่า สวยเกินที่คาดไว้ ส่วนช้อยเมื่อเป็นสาวแล้วก็ไม่ได้ทำให้นิสัยของช้อยเปลี่ยนไปได้เลย ช้อยยังคงเป็นคนสนุกสนานร่าเริง และมีความคิดเป็นของตนเองอย่างแต่ก่อน ซึ่งทั้งพลอยและช้อยได้สละความเป็นเด็กย่างเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์ 

         การที่พลอยสนิทสนมกับช้อย ทำให้พลอยนั้นสนิทกับครอบครัวของช้อยด้วย พี่เนื่องซึ่งเป็นพี่ชายของช้อยได้หลงรักพลอยเข้า จึงทำให้พี่เนื่องมักจะตามพ่อนพมาเยี่ยมช้อยกับพลอย เมื่อพี่เนื่องเรียนทหารจบ พี่เนื่องจึงเปิดเผยความรู้สึกที่มีกับพลอยทำให้พลอยเขินอายไม่กล้าที่จะเจอหน้าพี่เนื่องอีก พลอยหลบหน้าพี่เนื่องอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งพี่เนื่องถูกส่งตัวไปรับราชการที่นครสวรรค์ ทำให้พลอยยอมออกมาพบพี่เนื่องเพื่อรํ่าลา พลอยจึงเตรียมผ้าแพรเพลาะที่พลอยเคยห่มนอนให้พี่เนื่อง ซึ่งพี่เนื่องได้ให้สัญญากับพลอยว่าจะกลับมาแต่งงานกับพลอย

            นอกจากครอบครัวของช้อยแล้ว ญาติของพลอยที่ยังติดต่อกับพลอยอยู่ก็คือพ่อเพิ่ม ซึ่งตอนนี้ได้รับราชการอยู่ที่กรมพระคลัง หอรัษฎากรพิพัฒน์ และคุณเชยซึ่งหลังจากที่พี่เนื่องไปนครสวรรค์ได้ไม่กี่วัน คุณเชยก็แวะมาเยี่ยมพลอยที่วัง ซึ่งขณะนั้นในพระบรมมหาราชวังก็จัดให้มีงานขึ้นที่สวนศิวาลัยพอดี ซึ่งงานนี้ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่  เพราะพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จกลับจากประพาสยุโรป การจัดงานจึงเป็นไปตามแบบฝรั่ง พลอยจึงพาคุณเชยไปเที่ยวงานที่สวนศิวาลัย และในงานนี้เองทำให้พลอยได้พบกับ " คุณเปรม " ซึ่งคุณเปรมก็แอบมองพลอยตลอดเวลาจนทำให้พลอยรู้สึกไม่พอใจ หลังจากวันนั้นคุณเปรมก็ได้สืบเรื่องราวของพลอย จนรู้ว่าพลอยเป็นลูกสาวของพระยาพิพิธฯ มีพี่ชายก็คือ พ่อเพิ่ม

         คุณเปรมได้ทำความรู้จักกับพ่อเพิ่มจนกลายเป็นเพื่อนกัน ซึ่งพ่อเพิ่มพยายามจะแนะนำคุณเปรมให้กับพลอย แต่พลอยปฏิเสธและไม่สนใจ      จนกระทั่งวันหนึ่ง พลอยได้รับข่าวของพี่เนื่องมาว่า พี่เนื่องกำลังจะแต่งงานกับสมบุญ ลูกสาวแม่ค้าขายข้าวแกง พลอยรู้สึกเสียใจมาก แต่ก็สามารถทำใจได้    คุณเปรมได้พ่อเพิ่มช่วยเป็นพ่อสื่อให้ แต่พลอยก็ยังไม่สนใจคุณเปรม คุณเปรมจึงเข้าหาทางผู้ใหญ่ โดยให้พ่อเพิ่มพาไปเที่ยวที่บ้าน จึงได้พบกับพระยาพิพิธฯเจ้าคุณพ่อของพลอย และได้พูดคุยกันอย่างถูกคอ หลังจากนั้นไม่นานคุณอานุ้ยซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของคุณเปรมก็ได้มาทาบทามสู่ขอพลอยจากเจ้าคุณพ่อ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ปฏิเสธคุณเปรม และนำเรื่องมาปรึกษากับคุณสายให้คุณสายไปทูลถามเสด็จ เสด็จก็ทรงอนุญาต แต่พลอยนั้นกลับปฏิเสธการแต่งงาน เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี พลอยจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาช้อย ซึ่งช้อยนั้นอยากให้พลอยแต่งงานตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ เพราะช้อยเห็นว่าคุณเปรมนั้นรักพลอยจริงๆ และอีกอย่างก็เพื่อให้พี่เนื่องรู้ว่า พลอยก็ไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงทำให้พลอยตัดสินใจยอมแต่งงานกับคุณเปรมตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ

        เมื่อพลอยแต่งงานกับคุณเปรมแล้ว ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านคลองพยอมซึ่ง เป็นบ้านของคุณเปรม วันหนึ่งคุณเปรมพาพลอยไปพบกับตาอ้น ซึ่งเป็นลูกชายของคุณเปรมที่เกิดกับบ่าวในบ้านพลอยไม่ได้คิดโกรธคุณเปรมเลย และยังกลับนึกรักและเอ็นดูตาอ้น พลอยจึงขอคุณเปรมรับตาอ้นเป็นลูกของตน พลอยได้เลี้ยงดูตาอ้นเสมือนลูกของพลอยคนหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานพลอยก็ตั้งท้องตาอั้น ซึ่งเป็นผู้ชายและเป็นลูกคนแรกของพลอย แต่หลังจากพลอยคลอดตาอั้นได้ไม่นาน เจ้าคุณพ่อก็ตาย

        เมื่อสิ้นเจ้าคุณพ่อแล้ว คุณเชยก็ทนอยู๋กับคุณอุ่นที่บ้านคลองบางหลวงไม่ได้ จึงตัดสินใจหนีตามหลวงโอสถไป ทำให้พลอยรู้สึกไม่สบายใจเลย เพราะเป็นห่วงคุณเชยเมื่อเสร็จงานศพของเจ้าคุณพ่อแล้ว พลอยจึงพาตาอั้นเข้าวังเพื่อไปถวายตัวต่อเสด็จ และขอประทานชื่อ เสด็จนั้นทรงตั้งชื่อให้ตาอั้นว่า "ประพันธ์ " พลอยจึงตั้งชื่อให้ตาอ้นว่า "ประพนธ์ "

        พอตาอั้นอายุได้ขวบกว่าๆ พลอยก็ตั้งท้องลูกคนที่สอง แต่ช่วงที่พลอยตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่นั้น พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงประชวรและเสด็จสวรรคตใน เวลาต่อมา

                                          ............ จบแผ่นดินที่  ๑ ..............

******************************************************

@ หัวใจลัดฟ้า  …..2  แผ่น……. 70 บาท  NEW
เรื่องย่อ

ไหม สาวเปิ่นจอมซุ่มซ่ามผู้ขังตัวเองไว้ในโลกแห่งหนังสือแตกต่างจากวัยรุ่นโดยทั่วไป ที่คลั่งไคล้ แฟชั่น และดารา ไหมทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งโดยมีเพื่อนสนิทคือ หมวยเล็ก และพี่หวอ ผู้จัดการฝึกหัดของร้านที่แอบรักไหมอยู่ข้างเดียวชีวิตของไหมคงจะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ถ้าหากหมวยเล็กเพื่อนซี้ไม่เกิดแจ็คพอตแตกได้รับรางวัลไปพบซูเปอร์สตาร์คิม จีซก ขวัญใจชาวไทยและเกาหลี ถึงประเทศเกาหลีเลยทีเดียว

ไหมในฐานะที่มีส่วนช่วยหมวยเล็กจึงได้ร่วมทางไปในครั้งนี้ด้วย แต่ก่อนไหมจะไปเกาหลีก็ถูก น้ำฝน ลูกแม่เลี้ยงแกล้งจนเกือบตกเครื่องบิน ที่ประเทศเกาหลีไหมพลัดจากกรุ๊ปทัวร์ เธอจึงตัดสินใจไปยังวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องการอธิษฐานแห่งเมืองชูชอน แต่ดันถูกโจรปล้นชิงทรัพย์ ระหว่างนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยไว้โดยที่ไหมไม่รู้ว่าคือ คิม จีซก ซึ่งไหมเรียกติดปากว่า กิมจิ คิม จีซกเดินทางมาที่วัดเพื่อมาอธิษฐานขอให้แม่ที่กำลังป่วยหนักของตน

ทีแรกไหมตั้งใจว่าจะขอให้ตนได้พบคู่แท้ ที่จะทำให้ชีวิตตนพ้นจากความอ้างว้างเสียที แต่เมื่อรู้เรื่องแม่ของจีซกเข้า ไหมจึงอธิษฐานให้กับแม่ของจีซก การกระทำของไหมในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับจีซกเป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจอธิษคืนในสิ่งที่ไหมต้องการ เย็นนั้นทั้งคู่พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่กลับโซล จึงค้างคืนร่วมกันที่โรงแรมเล็กๆ ความรู้สึกดีๆ ได้เกิดขึ้นในใจของทั้งคู่อย่างเงียบๆ ก่อนจากกันทั้งคู่แลกเปลี่ยนเครื่องลาง รวมทั้งอีเมลซึ่งกันและกัน

จีซกกลับมาถึงโซลก็ทราบข่าวร้ายเรื่องแม่ของเขาอาการทรุดหนักลงกว่าเดิม ในขณะที่ไหมเดินทางกลับเมืองไทยไป ทั้งคู่ต่างทำที่อยู่ของอีกฝ่ายสูญหายโดยไม่ตั้งใจ หลังจากไหมกลับมาเมืองไทยระยะหนึ่งก็ยังไม่เห็นจีซกติดต่อกลับมา ทำให้ไหมรู้สึกเริ่มท้อใจ ประกอบกับการได้งานทำใหม่ในบริษัทโฆษณาทำให้ชีวิตของไหมต้องวุ่นวายอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรไหมก็ไม่เคยลืมจีซก จนกระทั่งวันหนึ่งไหมต้องไปส่งลูกค้าที่สนามบิน และได้พบจีซกอย่างไม่คาดฝัน

จีซกเดินทางมายังเมืองไทยเพื่อตามหาพ่อ ซึ่งทอดทิ้งแม่ไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เขาต้องการให้พ่อกลับไปหาแม่อีกครั้งตามคำสัญญาก่อนวาระสุดท้ายของแม่ที่จะมาถึง ไหมสัญญาว่าจะตามหาพ่อช่วยจีซกสุดความสามารถ โดยที่จีซกไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ ไหมจึงพาไปพักกับพี่หวอ การมาถึงของจีซกทำให้พี่หวอเจ็บช้ำใจมาก แต่ก็ต้องให้ความร่วมมือแต่โดยดี ทั้งที่ไม่รู้ว่าจีซกคือใคร จีซกกับไหมใช้เวลาตามหาพ่ออยู่ช่วงสั้นๆ ในเมืองไทย จนไหมได้ที่อยู่มาในที่สุด

แต่จู่ ๆ จูลี่ผู้จัดการของจีซกก็มาตามตัวจีซก และยกกองถ่ายตามมาเมืองไทยโดยประสานงานกับโปรดัคชั่นเฮาส์อง บี ซึ่งเป็นเจ้านายของไหมที่ทำงานอยู่ ในที่สุดไหมก็ได้รู้ความจริงว่ากิมจิคือ จีซก สร้างความตกใจและความผิดหวังให้กับไหมมาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่หยุดชะงักลง เพระาสถานะที่แตกต่างกันของจีซกและไหม ไหมหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้าจีซก แต่ก็ยังรักษาสัญญาโดยช่วยตามหาที่อยู่ของพ่อให้แก่เขา จนได้พบกับย่าน้อย ซึ่งเป็นย่าของจีซก

แต่ย่าน้อยไม่ต้อนรับ และขับไสไล่ส่งไหมด้วยความเกลียดชัง สร้างความประหลาดใจให้ไหมเป็นอย่างยิ่ง ถึงที่มาที่ไปของเกี่ยวกับอดีตของพ่อและแม่จีซก จีซกพยายามปรับความเข้าใจกับไหม แต่ก็พบแต่ที่อยู่ที่ไหมทิ้งไว้ให้ ในวันที่วุ่นวายของการถ่ายทำโฆษณา จีซกตัดสินใจลักพาตัวไหมออกจากออฟฟิสเพื่อเดินทางไปยังบ้านย่าน้อย แต่กลับได้พบกับคำตอบที่น่าตกใจ นั่นคือ ธาดา พ่อของจีซกได้เสียชีวิตไปร่วม 20 ปีแล้ว

หลังจากได้รับข่าวร้ายแล้วทั้งสองตัดสินใจไม่กลับกรุงเทพฯ แต่กลับหนีไปอยู่ด้วยกันที่ริมทะเลแห่งหนึ่ง คืนนั้นไหมปลอบใจจีซกทำให้จีซกรู้สึกดีขึ้น แต่โชคร้ายที่คืนนั้นทั้งคู่ถูกจับตาโดยนักข่าวคู่อริของจีซกชื่อ ภูชิต เรื่องราวของหนุ่มซูเปอร์สตาร์กับสาวเดินดินจึงกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง จีซกและไหมถูกสั่งให้เก็บตัวอยู่ในเซฟเฮาส์เพื่อซ่อนตัวจากนักข่าว ไหมตัดสินใจพาจีซกกลับไปที่บ้านย่าน้อย และทำให้ย่าน้อยยอมเปิดประตูให้แก่ทั้งคู่ในที่สุด

ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านสวนของคุณย่าน้อยระยะหนึ่ง ไหมใช้เวลาช่วงนี้ประสานรอยร้าวระหว่างย่าหลานจนทั้งคู่เข้าใจกันดี ขณะที่จูลี่กำลังจัดการเคลียร์ข่าวอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างไหมและจีซกกลายเป็นความรัก ทั้งสองต่างยอมรับในความรักระหว่างกันและกัน แต่แล้วจูลี่ก็สั่งให้จีซกกลับไปเพื่อสยบข่าวรักของจีซกและไหม จึงต้องมีการสร้างข่าวรักโปรโมทโดยการส่ง โซเฟีย คู่รักโปรโมทมายังเมืองไทย ทั้งคู่ร่วมโปรโมทภาพยนตร์เรื่องใหม่ด้วยกัน

การมาของโซเฟียทำให้ความรักความมั่นใจในตัวจีซกของไหมเริ่มคลอนแคลน แต่จีซกก็ยังยืนยันคำมั่นสัญญาของตน ทำให้ไหมสบายใจขึ้น โซเฟียถือโอกาสกีดกันความรักของไหมจริงๆ โดยใช้หน้าที่บังหน้า เพราะตนเองก็รักจีซกเช่นกัน การกระทำของโซเฟียทำให้ไหมท้อแท้ใจ และเริ่มถอยห่างออกไปอย่างเงียบๆ จีซกพยายามนัดเจอไหมเพื่อปรับความเข้าใจ แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไปทุกครั้งไป จูลี่แจ้งข่าวร้ายกับเกี่ยวกับอาการของแม่ มิน ซุง แจ ที่ทรุดลงอย่างหนัก ทำให้จีซกต้องรีบบินกลับเกาหลีโดยด่วน

จีซกตัดสินใจชวนไหมไปพบแม่ของตนก่อนสิ้นใจ แต่ไหมไม่ยอมลงมาพบ จีซกฝากตั๋วไว้กับพี่หวอเผื่อว่าไหมเปลี่ยนใจ ไหมเสียใจจึงตัดสินใจไปพบกับย่าน้อย ย่าน้อยเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับพ่อของจีซกให้ไหมฟังและให้ไหมตัดสินใจตามที่หัวใจของตนเองต้องการ ไหมตัดสินใจไปเกาหลี ไหมและจีซกได้พบกันอีกครั้งทั้งคู่รีบไปพบแม่ของจีซกที่กำลังจะสิ้นใจ ไหมเล่าความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับธาดาพ่อของจีซกที่พยายามทุกวิถีทางที่จะกลับมาหาแม่จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

ทำให้แม่เศร้าใจในการรอคอยมาร่วมยี่สิบปี เมื่อเข้าใจถึงความเข้าใจดังกล่าวแล้วแม่ของจีซกก็จากไปด้วยความสงบ จีซกและไหมนำอังคารของพ่อ และแม่ไปลอยอังคารร่วมกันเพื่อให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันไปชั่วนิรันดร์ เมื่องานศพแม่ผ้านพ้นไปเงินเปิดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่แห่งปีที่แสดงโดย จีซก และโซเฟีย ที่ถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน ไหมในวันนี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจอมหลงทางเหมือนก่อน แต่อยู่ในฐานะแฟนสาวของจีซกดาราซูเปอร์สตาร์ของเกาหลี

แม้จะอึดอัด แต่ไหมก็ยอมทนเพื่อจีซก จีซกถูกผู้ใหญ่ตักเตือนเรื่องการเลือกคู่รักที่คู่ควร หากเลือกผิดอนาคตของจีซกจะต้องดับวูบลงทันที ไหมรู้สึกว่าตนเป็นเพียงคนธรรมดาไม่สามารถจะส่งเสริมให้จีซกไปถึงจุดสูงสุดของความฝันได้ ไหมจึงตัดสินใจกลับเมืองไทยอย่างเงียบๆ โดยไม่ทันฟังคำตอบจากปากจีซกเอง เมื่อจีซกรู้ว่าไหมหายไป ก็หุนหันออกตามหา จูลี่เตือนให้คิดดีๆ ถึงเวลาแล้วที่จีซก ต้องเลือกระหว่างชื่อเสียง และความรัก


รายชื่อนักแสดง

รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รับบท คิม จี ซก
มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบท ไหมไทย
ไพลิน พิจิตอำพล รับบท หมวยเล็ก
รุ่งนภา พงษ์ทิพย์สุคนธ์ รับบท โซเฟีย
ธวัช ทัศนาพลพินิจ รับบท หวอ
ชมพูนุช ปิยะภาณี รับบท น้ำฝน
พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท ย่าน้อย
ปิยะ เศวตพิกุล รับบท จูลี่ จาง

*****************************************************

@ หงส์ฟ้ากับสมหวัง  ( ก็อต จักรพันธ์ + อ้อม พิยดา) …. 3  แผ่น....................105  บาท

รายชื่อนักแสดง


1. จักรพรรณ์ อาบครบุรี แสดงเป็น สมหวัง
2. พิยดา อัครเศรณี แสดงเป็น หงส์ฟ้า
3. วรรณษา ทองวิเศษ แสดงเป็น เฉิดฉาย
4. เกริก ชิลเลอร์ แสดงเป็น แดน มโนรม
5. ไพโรจน์ ใจสิงห์ แสดงเป็น ชูชนะ วทัญญู
6. ธงชัย ประสงค์สันติ แสดงเป็น จ่ามะลิ
7. ลิซ่า ไบรพิศ แสดงเป็น น้องบูม
8. วีรชัย หัตถโกวิท แสดงเป็น หมวดวันชาติ
9. วัชระ ปานเอี่ยม แสดงเป็น เจ๊เนาว์
10. ทัตพงศ์ พงศ์ทัต แสดงเป็น มิ่งขวัญ วทัญญู
11. ชูศรี เชิญยิ้ม แสดงเป็น สำลี
12. พูลสวัสดิ์ ธีมากร แสดงเป็น ลุงชวน
13. นภาพร หงส์สกุล แสดงเป็น ป้าจุ๊
14. ชุติมา นัยนา แสดงเป็น เจ๊จี


เรื่องย่อ
สมหวัง เป็นช่างตัดเสื้อหนุ่มฝีมือดี ผู้มีความพิสมัยในดนตรีลูกทุ่งเป็นชีวิตจิตใจ และแม้รูปร่างหน้าตาของสมหวังจะหล่อเหลาเอาการ แต่ในเรื่องของความรักเขากลับเป็นเด็กอ่อนหัดที่ไม่เอาไหนในเรื่องการจีบผู้หญิงเอาซะเลย ใคร ๆ จึงพากันตราหน้าว่าชาตินี้สมหวังจะต้องเป็นโสดไปตลอดชีวิต

แล้วชีวิตของสมหวังก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมา เมื่อเขาเกิดไปปิ๊งลูกค้าสาวสวยสุดเซ็กซี่นาม เฉิดฉาย ศิรินภา ภรรยาสาวคนสุดท้องของ เสี่ยเก๊า เจ้าของกิจการห้องเย็น และด้วยความซื่อ สมหวังเข้าใจผิดคิดว่าเสี่ยเก๊าเป็นพ่อของเฉิดฉาย วันหนึ่งเมื่อเฉิดฉายมาตัดเสื้อที่ร้านของสมหวัง เขาจึงพยายามเอาใจและออกปากอาสาว่าจะนำเสื้อผ้าที่ตัดเสร็จแล้วไปส่งให้ถึงบ้าน ระหว่างนั้นเอง…เฉิดฉายแอบติดต่อ แดน มโนรม นักฆ่ามือพระกาฬสามีตัวจริงให้มาจัดการเสี่ยวเก๊าหวังฮุบสมบัติ โดยการทำให้เหมือนเป็นการฆ่าชิงทรัพย์เพื่ออำพรางคดี แล้วทำทีเป็นว่าตนกลับมาเจอแล้วแจ้งตำรวจ

ในวันลงมือ เป็นวันเดียวกับที่สมหวังเอาเสื้อที่ตัดเสร็จไปส่ง แต่เพราะการจราจรที่ติดขัด ทำให้สมหวังถึงช้ากว่าเวลานัด เขาจึงไปเจอเหตุการณ์ขณะที่แดน มโนรมกำลังลงมือสังหารเสี่ยเก๊า ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็น สมหวังรีบวิ่งหนีออกมา แดน มโนรม รู้ตัววิ่งไล่ตามหมายฆ่าปิดปาก แต่สมหวังก็หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แล้วรีบเข้าแจ้งความกับตำรวจ

ฝ่ายเฉิดฉายกลับมาตามแผนที่วางไว้จึงได้รู้จากแดนว่า มีคนเข้ามาเห็นแล้วหนีไปได้ ก็พอดี ร.ต.ท.วันชาติ ที่รับแจ้งเรื่องจากนำกำลังมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เฉิดฉายให้แดนหลบไปขณะที่ตนเองแกล้งทำเป็นเพิ่งกลับมาและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้ว่าคนที่เห็นเหตุการณ์คือสมหวังนั่นเอง

สมหวังถูกนำตัวไปสเก็ตหน้าคนร้าย ได้ความว่าคนร้ายที่ลงมือฆ่าเสี่ยเก๊าเป็นแดน มโนรม นักฆ่าพันหน้าที่เก่งกาจในเรื่องการปลอมตัวเข้าสังหารเหยื่อ ทางตำรวจปักใจว่าเป็นการฆ่าเพื่อผลประโยชน์ จึงกันสมหวังไว้เป็นพยาน และเพื่อความปลอดภัยของสมหวังจึงจำเป็นต้องซ่อนตัวเพราะอาจถูกคนร้ายย้อนกลับมาฆ่าปิดปาก หมวดวันชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นคนพาสมหวังไปซ่อน เขาพาสมหวังไปฝากให้อยู่ในวงดนตรีลูกทุ่ง ชูชนะ วทัญญู ซึ่งเป็นญาติกัน พร้อมกับตำรวจนอกเครื่องแบบคอยคุ้มกันหนึ่งนายคือ จ่ามะลิ สมหวังถูกรับไว้เป็นช่างเสื้อประจำวง คอยดูแลเรื่องเสื้อผ้า ในขณะที่จ่ามะลิเป็นเด็กช่วยงานทั่วไปในวง

และที่นี่เองสมหวังได้เจอกับหงส์ฟ้า ลูกสาวของชูชนะที่ทุกคนภายในวงพากันบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทั้งเขี้ยวและเค็มสุด ๆ" เมื่อแรกพบสมหวังรู้สึกว่าหงส์ฟ้าเป็นคนจู้จี้ขี้บ่นไปซะทุกเรื่อง ขณะที่หงส์ฟ้ากลับรู้สึกว่าสมหวังไม่ใช่ช่างซ่อมเสื้อทั่วไป นอกจากนี้…สมหวังยังได้เจอกับ น้องบูม หางเครื่องสุดเซ็กซี่ประจำวงที่มาคอยก้อร่อก้อติก แต่เพราะไม่ใช่สาวในสเปกสมหวังจึงไม่ได้เคลิ้มตามไป

ต่อมาสมหวังรู้จากจ่ามะลิว่า เฉิดฉายคือเมียคนสุดท้องของเสี่ยเก๊า แต่เขาไม่ยอมเชื่อ จึงแอบหนีไปหาเฉิดฉาย ฝ่ายเฉิดฉายก็เพิ่งรู้ว่าสมหวังคือคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เมื่อได้เจอสมหวังที่มาดักพบเพื่อถามเรื่องราวความสัมพันธ์กับเสี่ยเก๊า เฉิดฉายจึงโกหกว่าตนเป็นลูกเลี้ยงที่เสี่ยเก๊าอุปถัมภ์ พร้อมกับหลอกถามที่อยู่ของสมหวัง แต่สมหวังไม่ยอมบอก เฉิดฉายจึงหลอกนัดให้สมหวังมาหาตนอีกครั้ง เพื่อให้แดนจัดการเก็บสมหวัง แต่พอดีวันนั้นเป็นวันที่วงออกเดินสายเปิดการแสดง สมหวังจึงไม่ได้มาตามนัด

ขณะที่สถานการณ์ของวงกำลังแย่ กลับยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อ มิ่งขวัญ วทัญญู นักร้องนำประจำวงหลานของชูชนะมาขอเพิ่มค่าตัว ไม่เช่นนั้นจะแยกไปตั้งวงเอง หงส์ฟ้าจำเป็นต้องตัดเงินของทุกคนในวงเพื่อมาให้มิ่งขวัญ จึงสร้างความไม่พอใจให้กับทุกคนในวง หาว่าหงส์ฟ้าลำเอียงเข้าข้างญาติจึงรวมตัวกันประท้วงหงส์ฟ้า หงส์ฟ้าเสียใจที่ทุกคนไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอทำ

สมหวังเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยจนทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงของวงว่ากำลังประสบปัญหา พร้อมกับเสนอแนะว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ดี ด้วยการปรับปรุงวงให้น่าดูขึ้น ทั้งรูปแบบการนำเสนอและเครื่องแต่งกาย ผู้ชมก็จะมากขึ้น แล้วรายได้ก็จะมากขึ้นตามมา โดยไม่จำเป็นต้องตัดเงินคนในวงมาเพิ่มให้มิ่งขวัญ โดยสมหวังอาสาจะช่วยตัดเย็บชุดโชว์ใหม่ ๆ ให้กับวง ทั้งหงส์ฟ้า และทุกคนในวงเห็นด้วย จึงช่วยลงมือลงแรงปรับปรุงวงใหม่ด้วยความหวัง

แต่ในวันที่เริ่มแสดง ขณะที่ผู้คนล้นหลามรอคอยอยู่นั้น มิ่งขวัญนักร้องนำกลับเบี้ยวไม่ยอมมา ชูชนะจึงตัดสินใจขึ้นเวทีร้องเอง แต่ด้วยวัยที่ล่วงเลย ซุ่มเสียงก็เลยถดถอย สมหวังเห็นท่าจะแย่จึงจับไมค์ช่วยร้องอยู่หลังเวที สร้างความประหลาดใจและประทับใจให้แก่ผู้ชมในวันนั้นเป็นอันมากด้วยน้ำเสียงไพเราะจับใจ และแม้ว่าผู้ชมอยากจะเห็นหน้านักร้องคนใหม่ สมหวังก็ยังปฏิเสธ แต่ก็ไม่พ้นความพยายามของชูชนะ ซึ่งประกาศเปิดตัวสมหวังเป็นนักร้องคนใหม่ในนาม "สมหวัง วทัญญู" แบบมัดมือชก โดยที่สมหวังไม่ทันตั้งตัว สมหวังดังภายในชั่วข้ามคืน และดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สถานะทางการเงินของวงค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของ สมหวังกับหงส์ฟ้าก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หงส์ฟ้าประทับใจในความดีของสมหวังก็เริ่มแอบมีใจให้ แต่สมหวังรู้สึกกับหงส์ฟ้าแบบพี่ชายน้องสาว เพราะในใจเขายังใฝ่หาเฉิดฉาย

ความดังของสมหวังฉุดไม่อยู่จนกลายเป็นข่าวออกทีวี ทางตำรวจรู้เรื่องเข้า ขอให้สมหวังเลิกร้องเพลง เนื่องจากเขาจะกลายเป็นเป้านิ่งให้กับผู้ร้าย แต่สมหวังทำไม่ได้เพราะชีวิตของคนทั้งวงขึ้นอยู่กับตน แต่ก็รับปากว่าจะลดความเด่นดังลง โดยหารู้ไม่ว่าชูชนะแอบไปเซ็นต์สัญญาออกเทปแทนสมหวังไว้แล้ว โดยมิได้ปรึกษาเขาก่อน สมหวังรู้เรื่องรีบปฏิเสธโดยไม่สามารถบอกเหตุผลกับทุกคนได้

คืนนั้น ขณะที่เปิดการแสดง สมหวังก็ได้เห็นแดน มโนรมปะปนเข้ามาในหมู่แฟนเพลง ด้วยความกลัว สมหวังแอบหนีไปโดยไม่ได้บอกกล่าว ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าสมหวังดังแล้วแยกวง ชูชนะซึ่งเบิกเงินค่าตัวในการออกเทปของสมหวังมาลงทุนซื้อรถคันใหม่ให้กับวงไปแล้ว พอรู้เรื่องก็ถึงกับช็อคเข้าโรงพยาบาล แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีใครเสียใจเท่ากับหงส์ฟ้า เพราะเธอคิดว่าสมหวังเป็นคนหลอกลวง และที่สำคัญเป็นคนไร้หัวใจอย่างที่ไม่น่าให้อภัย

สมหวังหนีมาปรึกษาหมวดวันชาติ หมวดจึงคิดที่จะซ้อนแผนจับ แดน มโนรม ด้วยการให้สมหวังกลับไปรับข้อเสนอของชูชนะ และให้จัดคอนเสิร์ตเปิดตัวเพื่อล่อให้แดนลงมือ สมหวังไปหาชูชนะยอมรับปากทำตามแผน ท่ามกลางความบึ้งตึงของหงส์ฟ้า แม้ว่าลึก ๆ แล้วเธอจะดีใจที่สมหวังกลับมาก็ตาม ในวันคอนเสิร์ต แดน มโนรมก็ลงมือจริง ๆ อย่างที่คาด สมหวังถูกยิงแต่ใส่เสื้อเกราะเอาไว้จึงไม่เป็นไร หงส์ฟ้าไม่รู้ตกใจกับภาพที่เห็นก็แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ทำให้สมหวังได้รู้ว่าหงส์ฟ้ารู้สึกยังไงกับตน แต่พอหงส์ฟ้ารู้ความจริงว่าสมหวังเป็นพยานในคดีฆาตกรรมที่มาซ่อนตัวและใช้วงดนตรีของตนเป็นเครื่องมือก็โกรธสมหวัง

ยิ่งได้เห็นเฉิดฉายเข้ามาทำดีกับสมหวังอย่างสนิทสนมหลังจากแผนที่จะให้แดนเก็บสมหวังล้มเหลว หงส์ฟ้ายิ่งโกรธ โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว เฉิดฉายเป็นตัวการหลอกให้สมหวังในการหาความคืบหน้าของคดี หงส์ฟ้าจึงได้แต่ซึมเศร้าเพราะเข้าใจผิด

วันที่สมหวังจะเดินทางไปเที่ยวกับเฉิดฉายโดยไม่รู้ว่ากำลังถูกหลอกไปฆ่านั้น เป็นวันเดียวกับที่ แดน มโนรม ยอมรับสารภาพกับตำรวจว่าเฉิดฉายเป็นผู้บงการฆ่าเสี่ยเก๊า หมวดวันชาติจึงรีบโทรไปบอกสมหวัง แต่ก็สายไปเสียแล้ว หงส์ฟ้ารู้เรื่องด้วยความรักและห่วงใยจึงตามไปช่วยพร้อมจ่ามะลิและน้องบูม

******************************************************

@ เหยื่อมาร  4  แผ่น………140  บาท แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

พิมพ์อร นักเขียนบทละครรักกับ โมกข์ สถาปนิกหนุ่มมานานแต่ สมรศรี แม่ของพิมพ์อรกลับสนับสนุน กรกฎ หนุ่มไฮโซ พิมพ์อรจึงแสร้งทำตามคำสั่งของแม่ โศรดา เพื่อนของโมกข์เธอหลงรักโมกข์มานานเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้พิมพ์อรมักเข้าใจโมกข์ผิดเสมอๆ พงศกร สถาปนิกหนุ่มใหญ่แต่งงานแล้วกับ ลดามณี นักธุรกิจสาวผู้มั่งคั่ง แต่ลดามณีเป็นโรคกามตายด้าน กลับกันพงศกรก็มีความต้องการทางเพศสูง ลดามณีมีพี่เลี้ยงคือ เดือนแรม เดือนแรมเป็นผู้มีคาถาอาคมสามารถถอดกายทิพย์ได้

เจ้าคุณฉิม ทวดของลดามณีเป็นศัตรูกับ เจ้าคุณสืบ ทำให้เจ้าคุณฉิมจองจำดวงวิญญาณของเจ้าคุณสืบไว้ในโถวิญญาณ และลดามณีซึ่งเป็นทายาทจึงมีหน้าที่สืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษสืบไป ลดามณีมีญาติอยู่คนหนึ่งคือ เมธ มีศักดิ์เป็นอาของเธอ เมธมีลูก 2 คนคือ ต้นกล้า และปลายรุ้ง เมธสละสิทธิ์ตนเองออกจากกองมรดกเพราะไม่อยากทำบาปต่อเจ้าคุณสืบ และเขาก็ปิดเรื่องนี้เป็นความลับเพราะกลัวว่าปลายรุ้งจะเสียใจ เนื่องจากปลายรุ้งรักลดามณีมาก และลดามณีก็รักปลายรุ้งเช่นกัน

ด้านพิมพ์อรและ พิกกี้ เพื่อนสนิทของเธอ ได้เอาดวงชะตาไปตรวจทำให้พิมพ์อรทราบว่าดวงถึงฆาตในวัยเบญจเพสนี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาพิมพ์อรก็พบกับเรื่องประหลาดๆ น่ากลัวบ่อยครั้ง หลวงลุงเชื้อ ผู้อุปถัมภ์โมกข์และ สารวัตรภัคพล ตัดสินใจลาสิกขาบท เพื่อช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณเจ้าคุณสืบซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ให้เป็นอิสระ หลวงลุงเชื้อมีคาถาอาคมสามารถถอดกายทิพย์ได้เช่นเดียวกับเดือนแรม มีโอกาสพบกับพิมพ์อรก็รู้ด้วยญาณว่าวิบากกรรมกำลังเข้ามาในชีวิตของเธอ กรกฎขอหมั้นกับพิมพ์อรแต่พิมพ์อรปฏิเสธ

สมรศรีจึงไปขอร้องแกมข่มขู่โมกข์ให้เลิกกับพิมพ์อร โมกข์จำใจยอมทำตาม พิมพ์อรเสียใจมากที่โมกข์เปลี่ยนไปจึงหนีไปทะเล พิกกี้คิดว่าพิมพ์อรจะฆ่าตัวตายจึงบอกโมกข์ให้ตามไปช่วยพิมพ์อร โมกข์ปรับความเข้าใจกับพิมพ์อรสำเร็จ และในคืนนั้นทั้งคู่ก็เป็นของกันและกัน ด้านสมรศรีได้นำดวงชะตาของพิมพ์อรไปตรวจพบว่าพิมพ์อรกำลังจะตาย สมรศรีจึงไม่บังคับลูกอีกต่อไป พิมพ์อรและโมกข์ต่างดีใจแต่เชื้อรู้และสงสารหลานมาก ลดามณีป่วยเป็นมะเร็งไม่สามารถรักษาได้ พงศกรก็คิดจะครอบครองสมบัติของเธอ

และพงศกรก็อยากเป็นนักการเมืองด้วยจึงไปมีสัมพันธ์สวาทกับ ดลยา ลูกของรัฐมนตรีองอาจทำให้องอาจไม่พอใจ หลังจากโศรดาผิดหวังจากโมกข์ก็มาเป็นเมียเก็บของพงศกร แต่ดลยาขู่ฆ่าโศรดาเธอจึงต้องเลิกกับพงศกร วันหนึ่งในงานเลี้ยงโมกข์กับพิมพ์อรมีโอกาสพบกับลดามณีและพงศกร พงศกรพอใจในตัวของพิมพ์อรมาก และลดามณีก็พอใจโมกข์เช่นกัน แต่พิมพ์อรกลับไม่ชอบสายตาของพงศกรที่มองเธอเลย พิมพ์อรฝันร้ายครั้งใหญ่เชื้อแนะนำให้เธอนุ่งขาวห่มขาวในทุกวันพระเก้าวันเก้าครั้งเพื่อสะเดาะเคราะห์

ลดามณีกำลังจะตายเดือนแรมจึงแนะให้ลดามณีเปลี่ยนร่าง ทั้งคู่เลือกร่างของพิมพ์อร ลดามณีให้โศรดาหลอกพิมพ์อรมาหาและทำการเปลี่ยนร่างสำเร็จ พงศกรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ลดามณีบอกว่าถ้าร่วมมือจะยกสมบัติให้ พงศกรจึงยอมและนำวิญญาณของพิมพ์อรจองจำในโถวิญญาณเก็บไว้ในห้องของลดามณี ลดามณีในร่างพิมพ์อรกลับมาบ้านด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป โมกข์เสียใจมากพงศกรโลภไปค้นพินัยกรรมของลดามณี ด้วยความรีบร้อนทำให้โถวิญญาณพิมพ์อรแตก หลังจากนั้นลดามณีในร่างพิมพ์อรก็สั่งให้กายทิพย์เดือนแรมฆ่าทั้งสมรศรีและเมธ

เนื่องด้วยทั้งคู่รู้ความจริงว่าคนในร่างไม่ใช่พิมพ์อรตัวจริง วิญญาณของพิมพ์อรมีโอกาสพบกับโมกข์โมกข์จึงรู้ วิญญาณของพิมพ์อรช่วยเจ้าคุณสืบแต่ไม่สำเร็จถูกเดือนแรมจับขังอีก พงศกรมั่วมากจนติดโรคเอดส์ลดามณีจึงเสนอให้เปลี่ยนร่างกับโมกข์ สารวัตรภัคพลรู้เรื่องแต่ไปช่วยโมกข์ไม่ทันและสู้กับพงศกรในร่างโมกข์ กระสุนถูกโถวิญญาณพิมพ์อรแตกและช่วยเจ้าคุณสืบกับโมกข์สำเร็จ เจ้าคุณสืบแสดงอิทธิฤทธิ์ดึงวิญญาณพงศกรออกจากร่างโมกข์ ด้านพิกกี้บอกปลายรุ้งเรื่องการตายของลดามณี

ทั้งคู่พบศพของลดามณี แต่กลับเจอพิมพ์อรในร่างลดามณีและกายทิพย์เดือนแรม พิกกี้จึงบอกปลายรุ้งว่าลดามณีเป็นคนฆ่าเมธพ่อของเธอ เกิดการต่อสู้กันขึ้น โดยกริชตวัดสายทิพย์ที่ข้อมือเดือนแรมขาดทำให้วิญญาณเดือนแรมหลุดไปโลกของวิญญาณและสิ้นชีวิต วิญญาณเจ้าคุณสืบแสดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นอีกครั้งด้วยการดึงวิญญาณลดามณีในร่างพิมพ์อร ทั้งพงศกรและลดามณีต่างต้องชดใช้กรรมที่ก่ออย่างทรมาน พิมพ์อรและโมกข์เริ่มต้นชีวิตใหม่และก่อตั้งมูลนิธิช่วยเด็กกำพร้า ด้วยเงินของลดามณีและพงศกร


รายชื่อนักแสดง

ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท โมกข์
พัชรินทร์ จัดกระบวนพล รับบท พิมพ์อร
ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท พงศกร
จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท ลดามณี
กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบท เดือนแรม
นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท เชื้อ
ดวงใจ หทัยกาญจน์ รับบท สมรศรี
กมล ศิริธรานนท์ รับบท สารวัตรภัคพล
ขวัญขินีย์ วินโกมินทร์ รับบท โศรดา
จาตุรงค์ โกลิมาศ รับบท กรกฎ

******************************************************

@อยู่กับก่ง  (พง์พัฒน์) …..3 แผ่น……. 105 บาท   แนวละคร ดราม่า

เรื่องย่อ

บ้านสวน พ.ศ.2548 หยก ชายชราวัย 60 ปี ประสบความสำเร็จในอาชีพนักเขียนของตน มีผลงานตีพิมพ์มากมาย ทุกวันนี้เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานมากมาย เมื่อมองภาพครอบครัวที่อบอุ่นอย่างทุกวันนี้ หยกมักจะย้อนคิดถึงวัยเด็กที่มีเพียงเขาและ ก๋ง ทุกครั้ง

ก๋ง ชายชราชาวจีนที่อพยพเข้ามาประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลก ก๋งเป็นช่างฝีมือ ประกอบอาชีพหลักคืองานซ่อมเซรามิค อันเป็นวิชาที่ติดตัวมาจากเมืองจีน ความคิดอ่านที่กว้างไกลและความเมตตาของก๋ง ทำให้ก๋งได้รับการนับหน้าถือตาจากผู้คนมากมายในชุมชนห้องแถวที่อาศัยอยู่ ซึ่งผลบุญนี้ได้ตกมาถึง หยก เด็กกำพร้าที่ก๋งได้อุปการะไว้ หยกเติบโตอย่างอบอุ่นภายใต้การเลี้ยงดูของก๋ง แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง หยกมักสงสัยว่าทำไมตนจึงไม่มีพ่อแม่เหมือนคนอื่น จนวันหนึ่งหยกได้พบเห็นเด็กกำพร้าที่ถูกเอามาวางทิ้งไว้ หยกจึงได้เข้าใจว่าโลกนี้ยังมีเด็กโชคร้ายอีกหลายคนนัก และเพื่อนเขาบางคนเช่น ป้อม ลูกชายของ คุณนายทองห่อ กับคุณปลัด ที่แม้จะมีพ่อแม่พร้อมหน้า หากหยกได้รู้ความจริงว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่การปั้นหน้าใส่กัน หยกจึงเข้าใจว่า แท้จริงแล้วการที่เขามีก๋งคอยให้ความรักกับเขาอย่างแท้จริงต่งหากที่ทำให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว

ชุมชนห้องแถวที่ก๋งและหยกอาศัยอยู่เป็นแหล่งรวมคนจีนมากหน้า เพื่อนบ้านที่สนิทกันอยู่ก็คือ เง็กจู ซึ่งเป็นที่ยึดติดกับธรรมเนียมจีนอย่างเหนียวแน่น และไม่ค่อยยอมรับความเปลี่ยนแปลง เง็กจูมีลูกชายคือ เพ้ง และลูกสาวคือ เกียว หลายครั้งที่เง็กจูมีปัญหากับลูก ก๋งจะเป็นคนคอยแก้ปัญหาให้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เกียวแหกประเพณีเดิมของผู้หญิงจีน หนีไปเรียนภาคค่ำ หรือตอนที่เพ้งรับ นวล ภรรยาคนไทยเข้าบ้าน จนเง็กจูขู่จะฆ่าตัวตาย ก๋งเป็นคนชี้ทางสว่างให้เง็กจูเห็นและยอมปรับทัศนคติเพื่ออยู่ร่วมกับลูกหลานในโลกปัจจุบันให้ได้ หรือแม้แต่คนไทยบางคนที่มาเช่าบ้านอยู่ในชุมชนจีนนี้ ก๋งก็เป็นคนจีนคนเดียวที่ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ขณะที่คนจีนคนอื่นๆ ตั้งแง่รังเกียจ ไม่ว่าจะเป็น สมพร หญิงสาวผู้โชคร้ายที่หนีออกมาจากซ่องโสเภณี แฉล้ม และไพศาล คู่ผัวเมียที่ทะเยอทะยานในวัตถุจนตกเป็นทาสการพนัน และหาญ กับจำเรียง หนุ่มสาวที่วิวาห์เหาะมาจากกรุงเทพฯ

ชุมชนห้องแถว พ.ศ.2548 หยก กลับไปเยี่ยมชุมชนห้องแถวอีกครั้ง เขาเพ่งมองภาพถ่ายขาวดำของงานวันแซยิด ในห้องแถวหลังเก่าของตัวเอง เรื่องราวเก่าๆ ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำของเขา แม้ว่าวันนี้ชุมชนห้องแถวจะเปลี่ยนแปลงและเจริญขึ้นมากกว่าวันก่อนแล้วก็ตาม หน้าห้องแถวห้องหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งนอนอ่านหนังสือให้อากงของตัวเองฟัง หยกนึกถึงภาพตัวเองกับก๋งในวัยเด็ก และยิ้มออกมาเมื่อเห็นชื่อหนังสือ “อยู่กับก๋ง” บนหน้าปก หยกเหม่อมองท้องฟ้าราวกับจะมองหาก๋ง อยากให้ก๋งได้เห็นว่าวันนี้ เขาได้ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับก๋งแล้ว

รายชื่อนักแสดง

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ก๋ง
นิรุตติ์ ศิริจรรยา รับบท หยก ( วัยชรา )
ด.ช.คงสวัสดิ์ แก้วเรียน รับบท หยก ( วัยเด็ก )
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท คุณนายทองห่อ
สถาพร นาควิไล รับบท คุณปลัด
ด.ช.อภิชาญ เฉลิมชัยนุวงศ์ รับบท ป้อม
โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท เง็กจู
ตระการ พันธุมเลิศรุจี รับบท เพ้ง
ภคมน จึงไพศาล รับบท เกียว

**************************************************

@ อภิมหึมามหาเศรษฐี …. 4 แผ่น……. 140 บาท NEW
เรื่องย่อ

เศาร์ เด็กต่างจังหวัดเป็นลูกชาวไร่ชาวนาจนๆ ที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เพราะหวังจะเอาความรู้ไปพัฒนาบ้านเกิด เศาร์เป็นคนหน้าตาดี ฉลาด เรียบร้อย แถมยังเป็นประธานค่ายอาสาพัฒนาชนบท ทำให้เป็นที่หมายปองของนักศึกษาสาวๆ โดยเฉพาะ แพท รองประธานชมรมค่ายอาสาฯ คนสวย แต่เศาร์กลับเห็นแพทเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น เพราะวันๆ เศาร์ชอบขลุกอยู่กับ เบิ้ม และ เอก เพื่อนสนิทที่พักอยู่บ้านเช่าเดียวกัน เปิดเทอมใหม่เศาร์ได้มาเจอกับ องค์อินทร์ เฟรชชี่ปี 1 ที่หน้าตาน่ารักจึงปิ๊งเธอเข้าเต็มเปา

แต่พอเศาร์รู้ว่าอินเป็นถึงลูกสาวมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทยจึงต้องตัดใจเพราะเห็นว่าตัวเองไม่คู่ควร ส่วนอินก็แอบชอบเศาร์เหมือนกันแต่ไม่กล้าแสดงออก เพราะคิดว่าเศาร์เป็นแฟนกับแพท ที่สำคัญ นวลปราง เพื่อนสนิทไฮโซของเธอก็ชอบเศาร์เช่นกัน ถึงอินจะเก็บกดความรู้สึกไว้คนเดียว แต่ มดแดง เพื่อนสนิทของเธออีกคนก็ดูออก ว่าอินชอบเศาร์มากแค่ไหน ตั้งแต่อินสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คุณนายศรีตรัง กับ พยนต์ ออกมาและยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของ พาไล ด้วยการปลอมเอกสารให้ทุกอย่างกลายมาเป็นของตัวเอง

พ่อกับแม่ของเธอก็ไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตาเพราะกลัวอินจะเหมือน วิวิต พี่ชายที่แหกคอกไปเรียนเมืองนอกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน ทำให้อินไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะถูกคนในมหาวิทยาลัยมองเป็นคุณหนูไฮโซ อินจึงต้องสมัครเข้าชมรมค่ายอาสาฯ แถมยังช่วยหาทุนให้ชมรมฯ เพื่อลบคำสบประมาท ตั้งแต่อินไปออกค่ายฯ กับเศาร์ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น สร้างความไม่พอใจให้กับคุณนายศรีตรังและพยนต์อย่างมาก ทั้งคู่จึงตัดสินใจส่งอินไปเรียนต่อเมืองนอกกลางคัน เพราะไม่ต้องการให้เศาร์ใกล้ชิดกับอินอีก

จนเศาร์เรียนจบมหาวิทยาลัยกลับไปพัฒนาที่บ้านตัวเอง และขาดการติดต่อกับอินเพราะถูกกีดกันจากพ่อและแม่ของเธอ ที่เมืองนอกอินพยายามส่งจดหมายมาหาเศาร์อยู่เสมอแต่เศาร์ไม่ตอบกลับ ทำให้เธอคิดว่าเศาร์คงแต่งงานกับ ไฉไล สาวสวยในหมู่บ้านที่แอบชอบเศาร์ไปแล้ว เพราะทั้ง ยายทอง กับ เฉลา ยายและแม่ของเศาร์ชอบไฉไลมาก เลยอยากได้มาเป็นหลานสะใภ้ เหมือนฟ้าลิขิตเศาร์ได้เจอกับอินอีกครั้ง มื่ออินกลับจากเมืองนอก และมาช่วยพ่อทำงานที่บริษัท เป็นขณะเดียวกับที่พยนต์ต้องการสร้างภาพเพื่อจะลงเล่นการเมือง

อินจึงอาสาเป็นตัวแทนบริษัทของพ่อมาแจกของชาวบ้านที่หมู่บ้านของเศาร์ ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งและปรับความเข้าใจกัน พออินกลับกรุงเทพฯ เธอพยายามหาข้ออ้างกับพ่อเพื่อจะกลับไปหาเศาร์ที่บ้านดงมะต้องอีก อินกับเศาร์จึงได้เจอกันบ่อยขึ้นโดยที่ไม่มีใครสงสัย ในขณะที่ความรักของอินกับเศาร์กำลังไปได้สวย จู่ๆ ศรีตรังก็จะให้อินแต่งงานกับ หทัย ลูกชายของ อัปสร เพื่อนสนิท เพราะได้แรงยุจาก อรัญชรา เลขาคนสนิท แต่อินก็หาทางบ่ายเบี่ยงจนได้ โดยมี ลุงหงวน คนขับรถคอยช่วยเหลือ ศรีตรังให้หทัยคอยติดตามดูแลใกล้ชิดอิน

หทัยจึงต้องตามอินไปที่บ้านดงมะต้องด้วย จนเศาร์เข้าใจผิดคิดว่าหทัยเป็นแฟนอินจึงคิดจะตัดใจจากเธออีกครั้ง แต่ไม่นานความลับเรื่องที่หทัยเป็น “เกย์” ก็ถูกเปิดเผย อินดีใจมากที่ไม่ต้องแต่งงานกับหทัย เธอรีบเดินทางไปบอกเรื่องนี้กับเศาร์ ทำให้เศาร์มั่นใจว่าอินก็มีใจให้เขาเหมือนกันเศาร์จึงกล้าบอกรักอิน พออินกลับมาที่บ้านเธอก็ได้เจอกับวิวิตพี่ชายที่ถูกพ่อเรียกตัวกลับเมืองไทยเพื่อให้มาช่วยดูแลธุรกิจ วิวิตทิ้งภรรยาฝรั่งแล้วควงสาวไทยแฟนใหม่กลับมาด้วย อินตกใจมากที่พี่สะใภ้คนใหม่ของเธอคือ แพท

ด้านศรีตรังกับพยนต์ก็ไม่ชอบแพทเอาซะเลย เพราะเธอไม่ร่ำรวยและไม่ไฮโซ แต่วิวิตก็ยืนยันจะใช้ชีวิตกับแพท จนเธอตั้งท้องเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ถึงคลี่คลาย ส่วนที่บ้านดงมะต้องก็มีมหาเศรษฐีจากอเมริกาที่ชื่อ ดาวเรือน มาพักอยู่ เพราะชอบในความเป็นธรรมชาติและนิสัยใจคอของผู้คนที่หมู่บ้านดงมะต้อง ดาวเรือนตามหาลูกชายคนเดียวที่เธอเคยทิ้งไป โดยให้ โชค นักสืบคนสนิทช่วยตามหาทุกที่แต่ก็ไม่เจอ เธอจึงใช้เวลาว่างช่วยเหลือโครงการของหมู่บ้านทุกอย่าง โดยมีเศาร์ประสานงานให้ ดาวเรือนรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูเศาร์มากเป็นพิเศษ

เมื่อเธอรู้ว่าเศาร์จะเข้ากรุงเทพฯ ไปหาอิน ดาวเรือนให้กำลังใจเศาร์ต่อสู้กับอุปสรรคความรักให้สำเร็จ แต่เรื่องยุ่งๆ ไม่จบแค่นั้นเพราะ ออม เพื่อนร่วมงานของอินก็ชอบเศาร์เหมือนกัน พอออมรู้ว่าอินกับเศาร์แอบคบกันเธอจึงเอาเรื่องของทั้งคู่ไปฟ้องศรีตรัง ทำให้ความรักของอินกับเศาร์ถูกกีดกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เศาร์มุ่งมั่นจะแต่งงานกับอินให้ได้ เศาร์จึงเข้าไปพบศรีตรังและพยนต์เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็โดนว่าที่พ่อตาปฏิเสธและยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มีสินสอดทองหมั้นพันล้าน !! ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า โอ้มายก๊อต..ต เรียกสินสอดมหาศาลขนาดนี้ลูกชาวนาจนๆ อย่างเศาร์จะหาเงินมาขออินแต่งงานได้ยังไง? ติดตามเส้นทางความรักของทั้งคู่ได้ในละคร “อภิมหึมามหาเศรษฐี”


รายชื่อนักแสดง

สเตฟาน วีระบุญชัย รับบท เศาร์
เขมนิจ จามิกรณ์ รับบท องค์อินทร์
รังสิต ศิรนานนท์ รับบท เบิ้ม
คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ รับบท นวลปราง
พาทิศ พิสิฐกุล รับบท เอก
สุคนธวา เกิดนิมิตร รับบท แพท
ฝันดี จรรยาธนากร รับบท มดแดง
ชฎาพร อักษรนันท์ รับบท ไฉไล
มณีนุช เสมรสุต รับบท ศรีตรัง
ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท อรัญชรา

**************************************************

@อุ้มรัก มาแรงมาก (แอน + เคน )……. 4 แผ่น……. 140 บาท แนวละคร โรแมนติก-ดราม่า

เรื่องย่อ

ณภัทร ไฮโซสาวสวย เชื่อมั่น เอาแต่ใจ ถูกพ่อของเธอปฏิเสธที่จะส่งเงินมาให้ใช้จ่ายเหมือนเดิม เพราะต้องการให้ณภัทรกลับไปเรียนต่อ และย้ายไปอยู่กับท่านที่อเมริกา แต่ณภัทรยืนยันหนักแน่นที่จะอยู่เมืองไทยและหาเงินใช้เอง เธอตัดสินใจก้าวเข้าวงการบันเทิงด้วยการแนะนำของ แอนนา นางแบบสาวเพื่อนสนิทของเธอ การถ่ายโฆษณาชิ้นแรกเธอก็ได้พบกับ ราเชนทร์ ช่างภาพสุดหล่อมาดเซอร์ ขาลุย ปากร้ายเจ้าอารมณ์ ชี้หน้าปรามาสว่าณภัทรเป็นพวกคุณหนูไฮโซ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานไม่เป็น เขาถึงกับออกปากฟันธงว่าเธอไม่มีทางดังแน่นอน แต่ใครจะเชื่อณภัทรกลับกลายเป็นสาวฮอต เพียงชั่วข้ามคืน ที่ใครๆ ก็อยากได้ไปร่วมงาน ทั้งโฆษณา ละคร ภาพยนตร์และงานเดินแบบ และแล้วเชนกับณภัทรก็โคจรมาพบกันอีกครั้งในงานปาร์ตี้ริมหาดฉลองวันเกิดครบรอบ 5 ปีของนิตยสารเล่มดัง ญ.หญิง นางแบบที่มาเดินแฟชั่นล้วนแล้วแต่เป็นคนดัง ดารานางแบบแถวหน้าของเมืองไทยทั้งสิ้น รวมไปถึงช่างภาพจากสื่อบันเทิงต่างๆ ก็มารวมตัวกันที่นี่จนเกือบหมดวงการ

งานเดินแบบจบไปอย่างสวยงามท่ามกลางเสียงชื่นชม หลังจากนั้นก็มีการปิดผับจัดปาร์ตี้ขอบคุณเฉพาะคนวงในต่อ เชนก็ได้รับเชิญด้วยในฐานะเพื่อนสนิทของ จัสมิน นางแบบชื่อกระฉ่อนที่ขยันสร้างความฮือฮาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะกับผลงานถ่ายวาบหวามล่าสุดจากฝีมือถ่ายภาพของราเชนทร์ จนทั้งคู่ตกเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กกันมา เจ้าของแมกกาซีนสมนาคุณนางแบบทุกคนด้วยกระเป๋าถือหรู สั่งตัดเย็นพิเศษจำกัดจำนวน บรรดานางแบบต่างปลื้มถูกอกถูกใจกันมาก และกระเป๋าใบหรูเหมือนกันหมดเหล่านี้แหละ ที่ก่อให้เกิดเรื่องใหญ่อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ปาร์ตี้ขอบคุณดำเนินไปอย่างสนุกสนาน มีการแข่งขันประกบคู่ดวลดื่มเหล้าของฝ่ายกองบก. กับฝ่ายนางแบบ เพื่อชิงรางวัลจากผู้บริหาร เพื่อนนางแบบเชียร์ให้ณภัทรดริ๊งค์แข่งกับบก.ฝ่ายบทความของแมกกาซีน เพราะเป็นสาวคออ่อนทั้งคู่ ณภัทรพยายามบอกว่าไม่ไหวแล้ว แต่แอนนาเพื่อนซี้ก็คอยลุ้นไม่ให้ยอมแพ้ จนณภัทรอ้วกแตกเมาแอ๋ไม่ได้สติ แอนนาพาณภัทรขึ้นไปนอนพักที่ห้องก่อนจะกลับลงมาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ต่อ แอนนามานั่งร่วมโต๊ะกับจัสมินและเชน ทั้งคู่กำลังมึนเมาได้ที่เลยนัดแนะกันขึ้นห้องพัก

แต่เพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาจัสมินให้เชนขึ้นไปรอบนห้องก่อน ขณะเดียวกันแอนนาที่นั่งอยู่ติดกับจัสมินอีกด้านจะลุกไปหาเพื่อนอีกโต๊ะ แอนนาหยิบกระเป๋าถือที่ได้รับแจกใบใหม่ติดไปด้วย แต่มัวมองเพื่อนเลยหยิบใบของจัสมินไปทิ้งใบของตนไว้แทน จัสมินก็มึนเช่นกันเธอเลยควานหากุญแจห้องในกระเป๋าแอนนาแล้วยัดใส่มือเชน เชนแอบซ่อนกุญแจใส่กระเป๋ากางเกงแล้วลุกออกไป แต่ก็เจอกลุ่มเพื่อนดึงตัวไว้ชวนชนแก้วกันอีก เชนพยายามหาตัวเลี่ยงอยู่นานกว่าจะปลีกตัวไปได้ เชนมึนหนักขึ้นเดินขึ้นมาไขประตูเข้าห้องพักณภัทรและแอนนาไป เชนมึนๆ พูดขอโทษที่มาช้า พูดด้วยก็ไม่ตอบเชนเลยคิดว่าจัสมินงอน เลยตรงเข้าหาณภัทรที่นอนไร้สติไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียง พอทุกฝ่ายได้สติณภัทรวีนแตก ด่าสาดเสียเทเสียใส่เชน ทำนองว่าคิดซะว่าให้หมามันกิน แอนนาพยายามไกล่เกลี่ยช่วยหาทางออกที่ดีที่สุด เชนขอรับผิดชอบ ณภัทรด่ากระจายบอกว่า ฉันไม่ได้รักแกจะมารับผิดชอบอะไร ณภัทรต้องการให้ลืมเรื่องนี้ ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและชาตินี้อย่าให้เจอหน้ากันอีกเลย

เชนจำใจรับปากว่าจะปิดปากเงียบและไม่พบหน้าณภัทรอีก ทั้งที่รู้สึกแย่มากอยากรับผิดชอบกับความผิดที่ตนทำลงไป แต่เรื่องไม่จบลงแค่นั้น ประจำเดือนของณภัทรไม่มาตามกำหนด ณภัทรกับแอนนาจึงแอบไปซื้ออุปกรณ์ตรวจสอบการตั้งครรภ์มาตรวจดูผลปรากฏว่าเธอท้อง แอนนาแนะนำให้ไปบอกเชน ณภัทรไม่ยอมเกลียดขี้หน้าเชนเข้ากระดูกดำ ณภัทรตัดสินใจที่จะทำให้ตัวเองแท้ง ณภัทรคิดกลเม็ดจะทำแท้งหลากหลายวิธีที่คล้ายกับไม่ตั้งใจให้แท้งธรรมชาติ เธอโหมเล่นกีฬาและรับงานมากกะให้ร่างกายเหนื่อยและเด็กหลุดไปเอง แต่จนแล้วจนรอดเด็กก็แข็งแรงเกาะมดลูกแน่นไม่หลุดไปไหน สุดท้ายด้วยความที่กลัวจะท้องป่อง ณภัทรตัดสินใจดื่มยาสตรีวันเพ็ญตราค้างคาวกินกล้วย แต่ความที่เป็นคนดีก็ทำไม่ลงได้แต่ร้องไห้กอดแอนนาเพื่อนรัก แอนนาสงสารเพื่อนคิดหาทางช่วยเหลือ ความเครียดของเชนจากเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะปกปิดมิดชิดยังไงแต่ครอบครัวก็สังเกตได้ทั้ง ป้ารัศมี และราเมศ กับกุ้ง พี่ชายและพี่สะใภ้ ต่างรู้สึกได้ทุกคนพยายามซักไซ้ เชนก็ยังคงปิดปากเงียบ

แต่ทุกคนก็ไม่ได้สนใจเชนนานนัก เพราะป้าหมีมียาต้มจีนตำรับใหม่ที่ขึ้นชื่อว่า ให้ผู้หญิงกินบำรุงแล้วจะท้องง่ายให้กับกุ้ง เพราะราเมศและกุ้งพยายามจะมีลูกด้วยกันมานานแล้วแต่ ไม่สำเร็จเสียทีเชนกังวลใจจนทนต่อไปไม่ไหวต้องการที่ระบายจึงมาปรึกษาเพื่อนสนิทอย่าง ช๊วน และหนูนา สองสามีภรรยาเพื่อนซี้ที่ตั้งหน้าตั้งตาผลิตทายาทอยู่เหมือนกัน หากแต่ทั้งคู่มีความต้องการเพศลูกที่ต่างกัน ช๊วนอยากได้ลูกชายหนูนาอยากได้ลูกสาว ทั้งคู่จึงงัดตำราผลิตบุตรชายบุตรสาวจากทุกคำบอกเล่ามาฟาดฟันกันตลอดเวลา แต่จนแล้วจนรอดทั้งคู่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จติดลูกเสียที เชนมาปรึกษาเรื่องการตั้งท้องว่ามีความเป็นไปได้ไหมหลังจากมีอะไรกันครั้งเดียว ทั้งสองบอกว่ามีสิทธิ์เป็นไปได้และสงสัยว่าเชนไปทำสาวที่ไหนท้อง เชนยังคงปิดปากเงียบพกความกังวลใจกลับไป แอนนาแอบมาหาเชนและบอกความจริงว่าณภัทรท้อง เชนตกใจมากทนไม่ได้ที่ณภัทรจะทำแท้ง เชนเป็นคนที่อ่อนไหวเรื่องครอบครัวมาก เพราะพ่อแม่ตนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็กมีคุณป้าเลี้ยงมาจนโต เชนจึงต้องการมีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น

อยากเป็นพ่อเหมือนกับที่พ่อเคยทำกับตัวมาตลอดชีวิต เชนตัดสินใจไปพบณภัทรทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เชนถูกณภัทรตบหน้าและด่ากระจาย มิหนำซ้ำณภัทรทำร้ายจิตใจเชนด้วยการประกาศกร้าวว่า เชนไม่มีวันได้เห็นเด็กในท้องเพราะเด็กไม่มีทางได้ลืมตาออกมาดูโลก เชนก็ดับเครื่องชนบอกจะตามขัดขวางให้ถึงที่สุดด้วยความชิงชังและอยากเอาชนะจนหูตามืดมัว ณภัทรตัดสินใจรับงานแฟชั่นโชว์ และได้โชว์ชุดฟินาเร่เฉือนจัสมินไป เชนและแอนนาพยายามห้ามณภัทรไม่ให้รับงาน เพราะชุดจบนางแบบจะต้องห้อยสลิงลงมาจากที่สูงซึ่งเป็นอันตรายกับเด็กมาก ณภัทรยิ่งอยากจะทำเธอทะเลาะกับเชนรุนแรงแต่ก็ไม่มีใครห้ามณภัทรได้ งานแฟชั่นโชว์ผ่านไปด้วยดีท่ามกลางความลุ้นระทึกของเชนและแอนนา พอหลังเวทีณภัทรปวดท้องมากและเป็นลมไป เชนและแอนนาพาณภัทรมาพบ หมอวรวิทย์ สูตินารีแพทย์ญาติสนิทของแอนนา หมอตรวจพบการตั้งครรภ์และจากการทำการอัลตราซาวด์ ทำให้พบว่าเจอตัวเด็กในถุงน้ำคร่ำแล้วด้วย เชนแอบดีใจขณะที่ณภัทรช็อคแทบพูดไม่ออก แต่ยังคงยืนกรานว่าไม่มีวันยอมรับความรับผิดชอบจากเชน

เธอจะหาทางแก้ไขเรื่องนี้เอง แต่แล้วเธอก็คิดได้ว่าจะไม่ทำลายเด็กในท้องแล้ว แต่พยายามหาทางออกอื่นโดยคิดจะจับผู้ชายสักคนเป็นพ่อของเด็ก มาร์ค นายแบบหนุ่มสุดหล่อลูกชายเศรษฐีชื่อดังจึงเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุด ณภัทรวางแผนจับมาร์คอย่างรีบด่วน โดยนัดแนะมาร์คไปพบที่รีสอร์ตชายทะเล แล้วจัดแจงมอมเหล้าตัวเองเพื่อจะทำทีเป็นเมาเผลอไผล เพื่อให้มาร์คฉวยโอกาสปล้ำ เชนและแอนนารู้เรื่องรีบตามมาขัดขวาง เมื่อมาถึงเชนแทบทรุดเมื่อเห็นมาร์คนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาเปิดประตู เชนโกรธมากตรงเข้าจะทำร้ายมาร์ค แต่มาร์คยืนยันว่าเขาเป็นลูกผู้ชายพอ เพราะเมื่อมาถึงณภัทรก็เมาจนครองสติไม่อยู่ เธอร้องไห้และอ้วกใส่เขาก่อนจะหมดสติไปด้วยความเมา เชนโล่งอกแต่ก็ขอพูดจาตกลงกับมาร์ค ทั้งคู่ประกาศตัวเป็นคู่แข่งกันอย่างเปิดเผยว่าใครที่จะได้ใจณภัทรไปครอง ณภัทรเริ่มเกิดอาการแพ้ท้องแปลกประหลาดอาทิชอบกินดอกไม้ แอนนาต้องคอยระวังแทนเพื่อนกลัวคนอื่นจับได้ นอกนั้นณภัทรก็มีอาการคลื่นไส้ กินเก่ง ง่วงนอน เหมือนคนท้องทั่วไป แต่อาการเด่นอีกอย่างคือวีนแตก

จนเป็นที่ร่ำลือไปทั่ววงการว่าเธอกลายเป็นสาวปากจัด กัดแหลกวีนทุกเม็ด ส่วนเชนเองก็เกิดอาการแพ้ท้องแทนเมียเหมือนกัน จากที่เคยปากเสียกลับพูดเพราะ หน้าที่เคยบึ้งตึงกวนประสาทกลับกลายเป็นยิ้มง่าย และชอบที่จะใช้เวลาว่างไปกับการถักไหมพรม และที่สำคัญช่วงนี้เชนอ่อนไหวสุดๆ อินกับอะไรง่าย ขี้น้อยใจ เป็นนางเอกเจ้าน้ำตาไป จนเพื่อนร่วมวงการเริ่มงงๆ วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาณ ภัทรเริ่มอ้วนขึ้นจนต้องแขม่ว เชนเป็นห่วงคอยเช็คข่าวกับแอนนาถึงความสมบูรณ์แข็งแรงของณภัทรตลอดเวลา ส่งของบำรุงต่างๆ มาให้ และตามง้อตลอด แต่เชนก็ได้รับความไม่แยแสและคำด่าแสบๆ ตอบกลับไปเสมอ พร้อมทั้งภาพบาดตาที่มาร์คจะคอยตามรับส่งเทคแคร์ณภัทร์อยู่เสมอๆ ข่าวคราวปิ๊งปั๊งระหว่างเชนและจัสมินก็ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ณภัทรแอบหึงหวงอย่างบอกไม่ถูกแต่เธอพยายามไม่ใส่ใจ แต่แล้วณภัทรและจัสมินต่างก็ได้เป็นพรีเซนเตอร์คู่กันในงานโฆษณาใหญ่ที่ต้องไปถ่ายทำต่างประเทศ เชนและแอนนาพยายามห้ามเพราะนั่งเครื่องบินระยะทางไกลๆ จะเป็นอันตรายกับเด็กในท้อง

ณภัทรไม่แคร์บอกว่าเธออยากเที่ยวและอยากได้เงิน จัสมินที่ไม่ชอบหน้าณภัทรอยู่แล้วคิดหาจังหวะจ้องทำลายชื่อเสียงณภัทรอยู่เงียบๆ จัสมินพักห้องเดียวกับณภัทร และแอบเห็นพุงป่องผิดปกติ ประกอบกับณภัทรมีพฤติกรรมแปลกๆ จัสมินคิดแผนการร้ายได้จึงปล่อยข่าวกลับมาเมืองไทยว่าณภัทรท้อง สื่อประโคมข่าวสารพัดว่าทำกิ๊ฟท์มั่งแหละ ท้องไม่มีพ่อมั่งแหละ แอนนาและเชนห่วงณภัทรมากเพราะชื่อเสียงป่นปี้หมดแล้ว ณภัทรเลี่ยงที่จะกลับเมืองไทย ณภัทรเดินทางไปอเมริกาเพื่อหาพ่อที่เมืองนอก เธอเล่าความจริงทั้งหมดให้พ่อฟัง พ่อต้องการให้ณภัทรอยู่กับพ่อและเก็บเด็กเอาไว้ ไม่อยากให้สร้างบาปกรรมกับชีวิตหนึ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ณภัทรตัดสินใจที่จะละทิ้งวงการมาใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ กับพ่อที่นี่ ทางด้านเมืองไทยจัสมินส่งข่าวไม่หยุดหย่อน สื่อยังโหมเล่นข่าวนี้ไม่เลิก ข่าวลือต่างๆ นานา เริ่มหนักข้อขึ้น จนทุกคนเรียกร้องให้ณภัทรออกมาแถลงข่าว เพราะถือว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน เชนอดทนต่อไปไม่ไหวจัดการแถลงข่าวเอง ยอมรับว่าตนเป็นพ่อของเด็กในท้องของ ณภัทรโกหกนักข่าวว่าตนทั้งสองแอบหมั้นกันนานแล้วแต่ปิดเป็นความลับ

ข่าวช็อควงการกระหึ่มอีกรอบดังสนั่นไกลไปถึงอเมริกา ณภัทรเดือดดาลมากทนไม่ได้ต้องบินกลับมาเล่นงานนายราเชนทร์ตัวแสบ ณภัทรแอบกลับมาเมืองไทยเงียบๆ และด่าทอทุบตีเชนว่าทำลายชื่อเสียงของเธอ ทำลายอนาคตของเธอ แอนนาเตือนสติว่าเชนทำดีที่สุดแล้ว เรื่องมาถึงขั้นนี้ต้องปล่อยเลยตามเลย เชนจึงเสนอให้จัดงานแต่งงานทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เด็กคลอดออกมาแล้วจะเลิกจะอะไรค่อยว่ากันใหม่ ณภัทรจนปัญญาจำใจต้องทำตามข้อเสนอของเชน เชนเอาเรื่องนี้มาปรึกษากับป้า หลังจากที่ป้าโกรธเชนตั้งแต่เกิดเรื่อง ป้ายืนยันหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอม แต่เชนบอกว่าณภัทรมีท้องอุ้มลูกเชนเอาไว้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเชน พี่ชายและพี่สะใภ้ก็ช่วยพูดช่วยลุ้น ป้าอยากได้หลานเห็นแก่หลานจึงยอม ณภัทรและเชนหันมาจับเข่าคุยกัน ณภัทรยืนกรานให้จัดงานเงียบๆ ห้ามเชิญผู้สื่อข่าวแขกเหรื่อห้ามเกิน 20 คน พิธีห้ามเกินครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นค่อยส่งภาพข่าวไปให้หนังสือพิมพ์ เชนยอมทุกอย่าง เชนจัดสถานที่แต่งงานแบบเรียบง่าย ริมหาดที่เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่ง บรรยากาศดูโรแมนติคมีแขกเหรื่อคนใกล้ชิดแค่สิบกว่าคนรวมถึงมาร์คด้วย

มาร์คทำใจยอมรับไม่ได้ แม้ว่าแอนนาจะพยายามพูดให้เขาเปิดใจยอมรับความจริง แต่มาร์คก็ยังเชื่อว่าคนที่ไม่ได้รักกันแต่งงานกันไปก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เขาพร้อมที่จะรอ... นั่นสร้างความเจ็บปวดใจให้แอนนาเหลือเกิน เพราะเธอแอบหลงรักมาร์คอยู่นั่นเอง แม้จะแต่งงานกันแล้วณภัทรก็ตั้งกฏเหล็ก ห้ามเชนถูกเนื้อต้องตัวเด็ดขาด เพราะแต่งงานทางนิตินัยเท่านั้น ไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ เชนต้องนอนกับพื้นไม่มีสิทธิ์นอนเตียงคู่กัน เชนยอมทุกอย่างเพื่อลูก งานแต่งงานและวันฮันนีมูนจบลงอย่างแกนๆ ความวุ่นวายต่อไปที่รออยู่ก็คือการย้ายเข้าบ้านสามีของณภัทร เชนดูตื่นเต้นจัดห้องหับเอาใจ ผิดกับป้าหมีที่ตั้งป้อมอคติ อารมย์ประมาณเกลียดตัวกินไข่เกลียดแม่แต่อยากได้หลาน แกจึงออกอาการประหนึ่งแม่ผัวตัวร้าย สร้างความกดดันให้ณภัทร จนเธอยื่นคำขาดกับเชนที่จะย้ายออกไปอยู่คอนโดเพื่อมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เชนเองก็ถูกกดดันจากป้าทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ณภัทรเก็บกระเป๋าจะย้ายออกเชนเข้าห้ามเกิดยื้อยุดกันไปมา ณภัทรเสียหลักไปกระแทกเตียงล้มลง เกิดอาการปวดท้องมากทุกคนต้องพาไปหาหมอ

ท่ามกลางความลุ้นระทึกเด็กปลอดภัย เชนดีใจมากกอดณภัทรร้องไห้ และก้มลงกราบขอร้องป้าให้เขาได้ย้ายออกไปอยู่คอนโด เพื่อความสบายใจของณภัทรจะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ป้าหมีจำใจยอมรับทั้งน้ำตา ณภัทรเองเมื่อเห็นน้ำตาลูกผู้ชายของเชนก็รู้สึกผิดขึ้นมา เพราะที่เชนยอมทุกอย่างก็เพราะห่วงชีวิตบริสุทธิ์ที่กำลังจะเกิดมา ณภัทรดูจ๋อยๆ ไป ณภัทรตั้งท้องเข้าสู่เดือนที่ 4 ทั้งคู่ย้ายมาอยู่คอนโด เชนกว้านซื้อตำราต่างๆ มาเต็มบ้านคอยเพียรอ่านให้ณภัทรฟังทุกคืน ถึงอาการของแม่และพัฒนาการของเด็กทุกระยะ ณภัทรดูไม่แคร์และว่าเชนไร้สาระแต่ก็จำเป็นต้องนอนฟังเชนอ่านทุกคืน และแล้วความชื่นชมยินดีก็มาสู่บ้านเชนอีกครั้งเมื่อกุ้งพี่สะใภ้ตั้งท้อง ราเมศและกุ้งกอดกันดีใจร้องไห้ไม่เว้นแม้แต่ป้าและเชนที่ปลื้มดีใจกอดกันร้องไห้ตาม ณภัทรแอบเห็นเหตุการณ์อดที่จะตื้นตันไปด้วยไม่ได้ แต่ก็ตัดใจทำไม่แคร์เสียอย่างนั้น ณภัทรต้องไปถ่ายแบบที่เมืองนอก 3 วัน เชนขอร้องไม่ให้ไปแต่ไม่สำเร็จ เชนเป็นห่วงทุกวินาทีโทรตามเช็คจนโดนณภัทรด่าด้วยความรำคาญ ตกกลางคืนณภัทรกลับนอนไม่หลับอย่างไม่มีสาเหตุทั้งที่เหนื่อย

ณภัทรจำใจกดโทรศัพท์มาหาเชน เชนต้องอ่านตำราตั้งครรภ์ให้ณภัทรฟังผ่านสายโทรศัพท์ ไม่นานณภัทรก็ผล็อยหลับไปด้วยความเคยชินที่ต้องได้ยินเสียงอ่านตำราของเชนทุกคืน ณภัทรมีอาการแพ้ท้องแปลกๆ อยู่เสมอ เชนพยายามเอาใจทุกอย่าง ยิ่งทำให้ป้าหมีไม่พอใจหาเรื่องแอบจิก แอบกัด ใส่ร้ายณภัทรอยู่เสมอๆ แต่ณภัทรก็รู้ทันและเอาคืนได้เกือบทุกครั้ง ณภัทรเองก็เครียดขึ้นทุกวัน แอนนากลัวว่าจะส่งผลร้ายกับเด็กในท้องแนะนำให้ณภัทรลองเปลี่ยนสถานที่ไปพักกับ แม่ของณภัทรที่ต่างจังหวัด แต่ณภัทรปฏิเสธเชนแอบได้ยินแอนนาคุยกับณภัทรจึงได้รู้ว่าณภัทรมีปัญหาเรื่องพ่อแม่แยกทางกัน พ่อต้องไปทำงานที่ต่างประเทศและครองตัวเป็นโสดจนทุกวันนี้ ขณะที่แม่แต่งงานใหม่ไปกับชาวสวนคนหนึ่ง ณภัทรจึงมีอคติกับแม่ว่าทรยศต่อความรักของเธอตลอดมา เชนคิดว่าจะเป็นการดีถ้าณภัทรจะมีแม่มาอยู่ใกล้ๆ ให้ความรักและคอยแนะนำสิ่งที่ผู้หญิงควรเรียนรู้ระหว่างตั้งครรภ์ และยังแอบคิดจะประสานร้อยร้าวระหว่างแม่กับลูกคู่นี้ เชนวางแผนเกลี้ยกล่อมให้ณภัทรไปพักที่บ้านสวนของแม่สำเร็จ

เชนลางานพาณภัทรเดินทางไปบ้านสวน แต่รถเจ้ากรรมดันติดหล่มเพราะฝนตกหนัก เมื่อเห็นถึงความทุรกันดารณภัทรเปลี่ยนใจขอกลับกรุงเทพฯ เชนไม่ยอมพากลับเชนให้ณภัทรขี่คอเดินเข้าไปจนถึงบ้านสวน ณภัทรได้พบ นายทองก้อน สามีใหม่ของแม่เป็นครั้งแรก และยังได้รู้จัก มัดหมี่ สาวรุ่นใส่ซื่อลูกสาวกำนันที่มาแอบปลื้มเชน เจ้าแกละ ลูกชายคนงานจอมแก่น รวมทั้ง ไก่ เป็ด สัตว์เลี้ยงในสวน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ณภัทรไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ตัวทองก้อนเองด้วยความรักภรรยาก็พยายามเอาอกเอาใจณภัทรทุกอย่าง มัดหมี่แม้จะอกหักจากเชนแต่ก็ยังแสดงออกเป็นแม่พระขอช่วยดูแลณภัทรด้วยอีกคน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ณภัทรอึดอัดแทบเป็นบ้า แต่ยิ่งณภัทรวีนมากเท่าไหร่ทุกคนก็ยิ่งดีกับเธอมากขึ้นเท่านั้น ( เพราะคิดว่าคนท้องขี้หงุดหงิด ) ณภัทรเริ่มเรียนรู้ว่าชีวิตมีความรักอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความรัก ของแม่ที่มีต่อลูก ความรักในแบบพี่น้องของเชน ความรักที่มนุษย์มีให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ณภัทรรู้สึกขัดแย้งในตัวเองและเริ่มรู้สึกผูกพันกับเชนมากขึ้น เช่นเดียวกันเมื่อณภัทรอยู่ในอารมณ์ที่ผ่อนคลายทำให้เชนมองณภัทรเปลี่ยนไป

เชนมองว่าณภัทรเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานมีน้ำใจมากขึ้น เชนเริ่มจะตกหลุมรักเธอ เมื่อกลับมากรุงเทพฯ พฤติกรรมของณภัทรก็เปลี่ยนไป ทำเอาป้าหมีรับมุขไม่ทันไปเหมือนกัน ณภัทรตั้งท้องเข้าสู่เดือนที่ 5 เชนคะยั้นคะยอให้ณภัทรไปหาหมอเพื่ออัลตร้าซาวด์อยากดูความสมบูรณ์ของเด็ก ณภัทรยืนกรานไม่ไปเชนก็ไม่กล้าขัดใจ กุ้งมีอาการแพ้ท้องมาปรึกษาหารือกับณภัทรตลอด ราเมศให้กุ้งออกจากงาน ทั้งบ้านประคบประหงมห่วงใยกันน่าดู กุ้งเล่าเรื่องครอบครัวของเชนกับราเมศให้ณภัทรฟังว่า สองพี่น้องน่าสงสารกำพร้าพ่อแม่แต่เล็ก การได้มีลูกสำคัญต่อพี่น้องสองคนนี้มาก เหมือนกับเป็นการชดเชยสิ่งที่ขาดและโหยหาให้กับตัวเขาเอง ณภัทรเริ่มเข้าใจเชนมากขึ้นแต่ทิฐิก็ยังเหนือกว่า กุ้งไปตรวจพบว่ารกเกาะต่ำต้องระวังให้พ้นสามเดือน หมอก็ให้ยากันแท้งมากิน กุ้งกังวลมากแต่ก็ได้ณภัทรและป้าหมีคอยให้กำลังใจ สองพี่น้องจอมบ้าเห่อจัดแจงเพื่อลูกต่างๆ นานา พาณภัทรและกุ้งไปไหว้พระขอพร แอบตั้งชื่อลูก แอบซื้อของใช้เด็ก ราเมศเองก็คอยเปิดเพลงให้ลูกฟังทุกคืน คุยกับลูกในท้อง เชนอยากทำมั่งแต่ไม่กล้ากลัวณภัทรวีนใส่ ได้แต่แอบพูดห่างๆ ตอนณภัทรหลับ

แต่เชนก็ยังคงอ่านตำราตั้งครรภ์กล่อมณภัทรก่อนนอนทุกคืน และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นขณะที่กุ้งเข้าห้องน้ำ แล้วลูกหลุดออกมาเป็นก้อนเลือดคาอยู่ในมือ ทุกคนตกใจและช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงตัวณภัทรด้วย บ้านอยู่ในความโศกเศร้าจากการเสียเด็กในท้องของกุ้ง ทุกคนเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ กุ้งเอาแต่นอนร้องไห้ไม่กินไม่อยู่ สองพี่น้องแอบร้องไห้กอดกันตอนกลางคืน ป้าหมีทำอะไรก็ไม่ไหวเอาแต่ร้องไห้ ณภัทรสงสารทุกคนมาก เธอเริ่มได้สติเห็นคุณค่าของชีวิตใหม่ที่อยู่ในท้องตน และคิดว่าเด็กในท้องจะนำความชื่นชมยินดีกลับมาสู่บ้านหลังนี้ได้อีกครั้ง ณภัทรกล่าวขอโทษทุกคนและสัญญาจะทำตัวใหม่จะดูแลเด็กในท้องให้ดีที่สุด ณภัทรร้องไห้กอดกับป้าหมีปรับความเข้าใจกัน ณภัทรตั้งท้องเข้าสู่เดือนที่ 6 เชนบำรุงณภัทรอย่างดี ทั้งคู่เริ่มมองเห็นความดีในตัวของกันและกัน ณภัทรยอมไปอัลตราซาวด์ 4 มิติ ณภัทรได้เห็นลูกในท้องและได้ยินเสียงหัวใจลูกเต้น ณภัทรร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตันจับมือเชนไว้แน่น หมอวิทย์บอกว่าลูกในท้องปลอดภัยครบ 32 ณภัทร์ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจหายห่วง เชนกอดณภัทรเอาไว้

ณภัทรตั้งท้องเข้าสู่เดือนที่ 7 เชนรับงานอย่างโหมหนักเพื่อจะเก็บเงินไว้ให้ลูก ณภัทรก็รับงานพรีเซนเตอร์เบาๆ เกี่ยวกับแม่ท้องและลูกน้อย ณภัทรเปลี่ยนไปจนแอนนาแซวตลอด เพราะไม่ว่าจะกระดิกตัวทำอะไรเป็นต้องโทรถามหมอทุกระยะ ณภัทรอยากให้เด็กเป็นผู้ชายจะได้เป็นคนดีเหมือนพ่อของเขา ขณะที่เชนก็อยากให้ลูกเป็นผู้หญิงจะได้เหมือนกับแม่ แอนนาแซวเพื่อนเสียยกใหญ่อะไรจะหวานกันขนาดนั้นทั้งที่เคยตบตีกับเกือบตาย งานพุ่งเข้าหาณภัทรตลอดจนจัสมินอิจฉาหาข่าวโจมตียังไงก็ไม่เป็นผล พยายามแย่งงานตลอดก็ไม่สำเร็จ จัสมินสร้างกระแสด้วยการประกาศจะแต่งงานกับมาร์ค แต่งานล่มเพราะมาร์คไม่เล่นด้วยจัสมินอับอายจนหลบหน้าไปอยู่ต่างประเทศ ท่ามกลางข่าวลือเสียๆ หายๆ นับเป็นกรรมตามสนองที่เคยทำกับเค้าเอาไว้ เชนได้รับจดหมายตอบรับจากนิตยสารชั้นนำของฝรั่งเศสให้ไปเซ็นสัญญา หลังจากได้พิจารณาผลงานที่เชนส่งไป เชนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปทำงานที่ฝรั่งเศสดีหรือไม่ เพราะในใจของเชนรักและเป็นห่วงณภัทรเต็มเปี่ยม

ณภัทรเองก็คิดหนักอยากปล่อยคนที่เธอรักให้เป็นอิสระ เพราะหากณภัทรรั้งเชนไว้เชนก็ย่อมไปไม่ถึงฝัน มาร์คพยายามมาป้วนเปี้ยนเพื่อหวังให้ณภัทรไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าตัวใหม่ของบริษัทพ่อ ทำให้เชนเข้าใจผิดและหึงหวงณภัทรกับเชนจึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ณภัทรจึงขอแยกกันอยู่กับเชนโดยมีมาร์คมารับณภัทรออกจากบ้านไป แอนนารู้แล้วว่าเธอไม่สามารถเอาชนะใจมาร์คได้ เธอจึงถอดใจและยินดีที่เขาจะได้สมหวังกับความรักเสียที เชนเองก็เสียใจมากจึงตัดสินใจไปทำงานที่ฝรั่งเศส วันที่เชนเดินทางณภัทรเกิดอุบัติเหตุเป็นลมตกบันไดในกองถ่ายโฆษณา เชนรีบเผ่นกลับจากสนามบินมาที่โรงพยาบาลทันที ณภัทรถึงกับน้ำตาไหลเมื่อลืมตาขึ้นมาพบหน้าเชนและรู้ว่าลูกในท้องปลอดภัย มาร์คได้เห็นภาพนั้นก็เริ่มเข้าใจทุกอย่าง ณภัทรตั้งท้องเข้าสู่เดือนที่ 8 พร้อมกับข่าวดีที่สุดของครอบครัวกุ้งตั้งท้องอีกครั้ง เชนจูงมือณภัทรไปเข้าคอร์สเตรียมความพร้อมของพ่อแม่ก่อนมีลูกด้วยกัน ความรักความเข้าใจก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองอย่างกระชับแน่นขึ้นทุกที และในที่สุดวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ณภัทรคลอดลูกด้วยวิธีการคลอดลูกในน้ำ

เด็กคลอดออกมาอย่างปลอดภัยท่ามกลางความดีใจโล่งอกของเชนและณภัทร ทั้งคู่อุ้มลูกไว้ในอ้อมกอดของกันและกัน เชนเซอร์ไพรซ์ณภัทรในวันเกิดครบรอบ 6 เดือนของเจ้าตัวเล็กด้วยการเปิดนิทรรศการ “อุ้มรัก” ซึ่งเป็นงานแสดงภาพถ่ายที่เขาแอบถ่ายเก็บไว้ ตลอดเก้าเดือนที่ณภัทรอุ้มท้องเจ้าตัวน้อยจนถึงวินาทีที่เขาลืมตาดูโลกและอยู่ในอ้อมกอดของพ่อและแม่ ณภัทรตื้นตันจนน้ำตาคลอเข้าสวมกอดสามีและกล่าวขอบคุณเชนที่เขาอดทนต่อเธอจนมีวันนี้ คุณแม่ท้องแก่สองคนคือกุ้งและหนูนาที่มาร่วมงานต่างก็ตื้นตันยินดีไปกับภาพที่เห็น ทั้งสองแม่มีกำหนดคลอดใกล้ๆ กัน ช๊วนและหนูนาก็สมหวังได้ลูกแฝดชายคนหญิงคน โดยตัดสินไม่ถูกว่าเป็นสูตรของใคร มาร์คและแอนนาก็มาร่วมแสดงความยินดีด้วย มาร์คแกล้งพูดเปรยดังๆ ไปทางแอนนาว่า เขาชักอยากมีช่วงเวลาดีๆ แบบนี้บ้าง แอนนาก็พูดเปรยดังๆ กลับไปว่าคงต้องหาแม่ของลูกก่อนนะ มาร์คว่าเขาคิดว่าเขาพบแล้วและพบมานานแล้วด้วย ทั้งคู่รับรู้ใจตัวเองและความรู้สึกลึกๆ ของคำว่ารักในทันที งานนิทรรศการวันนั้นจึงอบอวลไปด้วยความสุขสมหวัง ทุกคนพร้อมแล้วทั้งกายและใจที่จะก้าวสู่บทบาทใหม่ที่มีความสำคัญที่สุดอีกก้าวหนึ่งของชีวิตนั่นคือความเป็นพ่อและแม่


รายชื่อนักแสดง

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ราเชนทร์
แอน ทองประสม รับบท ณภัทร
วริษฐ์ ทิพย์โกมุท รับบท มาร์ค
เจมี่ บูเฮอร์ รับบท แอนนา
กรรชัย กำเนิดพลอย รับบท ช๊วน
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบท หนูนา
ชนกวนัน รักชีพ รับบท จัสมิน
สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ รับบท ราเมศ
ภคมน จึงไพศาล รับบท กุ้ง

****************************************************

 @อมฤตาลัย (พลอย เชอมาน + พอล )……. 4 แผ่น……. 140 บาท แนวละคร ดราม่า-แฟนตาซี

เรื่องย่อ

วงสังคมไฮโซต้องประหลาดใจเมื่อ พินทุวดี สาวสวยสง่างามดุจนางพญาปรากฏตัวขึ้นในงาน โดยไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน มีเพียงข่าวลือว่าเธอเป็นเจ้าหญิงเขมรที่อพยพไปอยู่ฝรั่งเศส และเพิ่งย้ายกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยได้ไม่กี่เดือน ขณะเดียวกันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุฆาตกรรมสยองขวัญต่อเนื่องทุกคืนวันเพ็ญ ศพทุกรายไม่ว่าชายหรือหญิงถูกฆ่าควักหัวใจอย่างสยดสยองโดยฝีมือฆาตกรโหดซึ่งตำรวจยังจับตัวไม่ได้ และล่าสุดมีเหยื่ออีก 2 รายที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยคือ มณเฑียร และสถาพร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของร้อยตำรวจโท ทัดเทพ ทัดเทพเลยได้รับมอบหมายให้มาดูแลทั้ง 2 คดี โดยมีเพื่อนร่วมทีม ไวทูรย์ นักโบราณคดีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของทัดเทพ ม.ร.ว.สโรชพันธุ์ นายแพทย์นิติเวช และหมอกรพินธุ์ จิตแพทย์สาวมาช่วยกันคลี่คลายคดีก่อนที่ฆาตกรรมจะลงมือกับเหยื่อรายต่อไป

ระหว่างที่ทีมของทัดเทพกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่นั้น เสาวภาพรรณ นักข่าวสาวฝีปากกล้ากลับตีข่าวฆาตกรต่อเนื่องว่าเป็นฝีมือของสัตว์ประหลาด ทำให้ทัดเทพโกรธมากแต่ไวทูรย์กลับเห็นด้วยกับเสาวภาพรรณ จึงพยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งคู่มาร่วมมือกันเพื่อหาฆาตกรตัวจริง ในที่สุดทัดเทพก็ได้ข้อมูลสำคัญที่พาดพิงไปถึงพินทุวดีว่าเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับสถาพรและมณเฑียร ทัดเทพจึงชวนไวทูรย์ไปสืบดูที่คฤหาสน์ยุรเคนทร์ พอไปถึงทัดเทพก็ต้องแปลกใจเมื่อได้พบกับ สโรชินี เลขาสาวสวยของพินทุวดีที่ตนรู้สึกเหมือนว่าผูกพันมานาน ( ความจริงแล้ว สโรชินี คือน้องสาวต่างมารดาของ ม.ร.ว.สโรชพันธุ์ แต่ถูก พินทุวดี พรากมาเพราะต้องการใช้ สโรชินี เป็นเครื่องมือตามหา กุเพนทรา ชายคนรัก ) หลังจากไล่สอบปากคำคนในคฤหาสน์ยุรเคนทร์จนหมด ทัดเทพก็ได้เจอพินทุวดีเธอปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเหมือนเช่นทุกคน

มีเพียงสโรชินีคนเดียวเท่านั้นที่ให้การไม่ตรงกับใคร ทำให้ทัดเทพสงสัยว่าพินทุวดีต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลปกปิดอยู่ ทัดเทพจึงพยายามหาโอกาสคุยกับสโรชินีเพื่อสอบถามประวัติของพินทุวดีเพิ่มเติม ในขณะที่ไวทูรย์เดินชมโบราณวัตถุให้พิพิธภัณฑ์ของพินทุวดี เกิดสะดุดตากับศิลาจารึกโบราณที่กล่าวถึงเมืองอมฤตาลัย เลยแอบถ่ายรูปส่งไปให้ ศาสตราจารย์ชอง จิโต นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสที่มาค้นคว้าประวัติศาสตร์ชาติเขมรในไทยตรวจสอบดู เพราะในขณะนั้นศาสตราจารย์ชอง จิโต กำลังร่วมมือกับ ดร.ภุดศอร นักโบราณคดีชาวเขมรถอดใจความสำคัญในศิลาจารึกสมัยพระเจ้ายโสวรมัน ที่กล่าวถึงนครลึกลับ อมฤตาลัยปุระ แต่ใจความยังไม่สมบูรณ์เพราะบางส่วนของศิลาจารึกหายไป พอเห็นภาพถ่ายของไวทูรย์ศาสตราจารย์ชอง จิโต และดร.ภุดศอรก็รีบเดินทางมาหาไวทูรย์เพื่อร่วมกันอ่านศิลาจารึกทันที

ซึ่งพบใจความสำคัญว่าเมืองอมฤตาลัยสร้างขึ้นโดยพันธุมเทวีราชินีผู้ทรงเวทย์มนต์เป็นอมตะไม่รู้จักตาย และเธอยังมีเวตาลอสูรกายค้างคาวเป็นลูกสมุนด้วย แล้วทุกคนต้องตกใจเมื่อรูปสลักพันธุมเทวีมีหน้าคล้ายพินทุวดีอย่างกะพิมพ์เดียวกัน คืนนั้นพินทุวดีรู้เรื่องราวทุกอย่างผ่านญาณพิเศษของเธอว่า ไวทูรย์กับคณะมีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับเมืองอมฤตาลัยปุระและพันธุมเทวี เธอจึงสั่งเวตาลไปกำจัดแต่โชคดีที่ไวทูรย์มีของวิเศษช่วยปกป้องไว้ เวตาลจึงทำลายได้แต่ศิลาจารึกก่อนจะบินหนีไป พินทุวดีโกรธมากที่เวตาลทำงานพลาดเธอจึงสะกดจิตสโรชินีให้มาช่วยทำพิธีคืนชีพสถาพรมาเป็นทาสผีดิบ เพื่อออกไปฆ่าหนุ่มวัยเบญจเพศเอาเลือดบริสุทธิ์มาทำพิธีปลุกชีวิตผีดิบไว้กำจัดคนที่รู้เรื่องเมืองอมฤตลัยให้สิ้นซาก หลังจากนั้นก็มีข่าวคนหายตัวไปอย่างลึกลับหลายราย ทำให้ทัดเทพและไวทูรย์เริ่มปักใจเชื่อว่าค้างคาวผีกับมนุษย์ผีดิบที่ออกฆ่าคนในคืนวันเพ็ญเกี่ยวพันกับพินทุวดีแน่นอน

ทัดเทพเลยแกล้งทำตัวสนิทสนมกับพินทุวดีเพื่อสืบหาความจริง ทำให้ อลิสรา นางแบบสาวคู่ควงของทัดเทพเกิดความหึงหวงบุกเข้าไปหาเรื่องพินทุวดีถึงคฤหาสน์ยุรเคนทร์ แต่เธอก็ต้องเจอกับฝูงผีดิบและเวตาลไล่ฆ่าอลิสราหนีสุดชีวิตจนรอดมาได้แต่ก็กลายเป็นบ้า ในวันเกิดครบรอบยี่สอบปีของสโรชินีพินทุวดีมอบปิ่นปักผมนพเก้ารูปดอกบัวให้เป็นของขวัญวันเกิด และมอบธนูทองคำให้ทัดเทพเพื่อเป็นสื่อบันดาลให้ทัดเทพและสโรชินีฝันเห็นอดีตชาติเมื่อพันปีก่อน และในคืนนั้นเองทัดเทพกับสโรชินีก็ฝันประหลาดเห็นภาพอดีตของขุนพลกุเพนทรากับพระราชธิดายโสธริยาครองรักกัน ทำให้ทั้งคู่รู้สึกผูกพันกันยิ่งขึ้น หลังจากฝันประหลาดหลายๆ ครั้งสโรชินีและทัดเทพก็เริ่มสงสัยและพยายามค้นหาความจริง สโรชินีเริ่มจำได้เลือนรางถึงการบูชายัญและผีดิบในเทวาลัยใต้ดิน

ทัดเทพขอร้องให้สโรชินีช่วยเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของพินทุวดี สโรชินียินดีให้ความร่วมมือเพราะเธอก็แน่ใจว่าพินทุวดีอยู่เบื้องหลังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด พินทุวดีโกรธมากเมื่อรู้ว่าสโรชินีคิดทรยศเธอจึงจับตัวสโรชินีมาบูชายัญที่เทวาลัยใต้ดิน ทัดเทพเห็นอดีตชาติของเขาเมื่อพันปีก่อนที่แล้วเป็นขุนพล กุเพนทรา ผู้กล้าแห่งนครหริหราลัย ซึ่งมีพระเจ้ายโสวรมันบิดาของพระธิดาทั้งสององค์คือ พันธุมเทวี และยโสธริยา เป็นเจ้าครองนคร เริ่มแรกกุเพนทราพบรักกับพันธุมเทวีแต่นางลุ่มหลงในมนต์ดำที่ร่ำเรียนจาก แม่ย่าทวดกำปงพิรา ทำให้กุเพนทราได้ใกล้ชิดกับยโสธริยาและในที่สุดทั้งคู่ก็แอบมีใจให้กันโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งพันธุมเทวีฝีมเวทย์มนตร์สำเร็จนางเลยลองวิชาเรียกงูใหญ่ออกมา แต่งูนั้นกลับทำร้ายยโสธริยากุเพนทราเข้ามาช่วยเหลือ แต่พลาดโดนกัดแทนจนหมดสติไป

เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าพันธุมเทวีอยู่เคียงข้างเลยคิดว่านางช่วยชีวิตไว้ กุเพนทราจึงให้สัญญากับพันธุมเทวีว่าจะจงรักภักดีตลอดไป เมื่อพระเจ้ายโสวรมันรู้ว่าพันธุมเทวีฝึกวิชาสำเร็จจึงโปรดให้นางไปสร้างเมืองใหม่ และแต่งตั้งให้นางเป็นมหาเทวีปกครองเมืองเองเพื่อขยายอาณาจักร แต่พันธุมเทวีกลับใช้วิชามารฆ่าคนทำเป็นผีดิบสร้างเมือง อมฤตาลัยปุระ ขึ้นมา พอพระบิดารู้เรื่องก็สั่งให้กุเพนทรายกทัพไปปราบโดยมียโสธริยาแอบตามไปด้วยเพราะเป็นห่วงกุเพนทรา ทันทีที่พบหน้าพันธุมเทวีกุเพนทราขอร้องให้เธอเลิกฆ่าคน แต่พันธุมเทวีกลับทวงสัญญาที่กุเพนทราเคยให้ไว้ กุเพนทราปฏิเสธเพราะรักยโสธริยาและกำลังจะแต่งงานกัน ด้วยความอิจฉาน้องเธอจึงวางยาพิษในปิ่นปักผมของยโสธริยา กุเพนทราตามมาช่วยชีวิตไว้ไม่ทันจึงขอตายตามยโสธริยาด้วยฝีมือของพันธุมเทวี พอพระเจ้ายโสวรมันรู้เรื่องก็โกรธจัด สั่งรามศิวะมหาปุโรหิตยกกองทัพบุกเข้าไปทำลายอมฤตาลัยทันที

พันธุมเทวีไหวตัวทันจึงใช้เวทย์มนตร์ทำลายอมฤตาลัยด้วยน้ำมือของนางเองก่อนจะหลบหนีหายไป รามศิวะรู้ทันทีว่าพันธุมเทวียังไม่ตายเพราะนางเป็นอมตะ จึงเขียนคำสาปแช่งไว้ให้ผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านคำสาปแช่งต่อหน้าพันธุมเทวี เมื่อนั้นร่างอันเป็นอมตะของนางจะถึงแก่กาลพินาศ กลับมาในภพปัจจุบันสโรชินีเปิดเผยความจริงว่า อดีตคนที่ช่วยดูดพิษงูให้กุเพนทราคือยโสธริยาไม่ใช่พันธุมเทวีอย่างที่ทัดเทพเข้าใจ ทำให้พินทุวดีแค้นมากที่ไม่สามารถทำให้กุเพนทราให้อดีตชาติ หรือทัดเทพในภพปัจจุบันกลับมารักเธอได้อีกครั้ง พินทุวดีจึงคิดกำจัดสโรชินีให้พ้นทางด้วยการใช้เลือดสโรชินีเป็นเครื่องเซ่นบูชายัญให้เธอเป็นอมตะตลอดกาล สุดท้ายทัดเทพกับสโรชินีจะรอดพ้นอำนาจชั่วร้ายของพินทุวดีได้หรือไม่ และเวทมนตร์อันชั่วร้ายของพินทุวดีผู้มีชีวิตอมตะจะถูกทำลายลงอย่างไร? ติดตามชมได้ในละคร อมฤตาลัย

รายชื่อนักแสดง

ภัทรพล ศิลปาจารย์ รับบท ร.ต.ท.ทัดเทพ / กุเพนทรา
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท ม.ร.ว.สโรชินี / ยโสธริยา
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท พินทุวดี / พันธุมเทวี
กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบท ม.ร.ว.สโรชพันธุ์
ปวีณา ตันท์ศรีสุโรจน์ รับบท เสาวภาพรรณ
รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ไวทูรย์
โสภิตสุดา อิทธิเมธินทร์ รับบท กรพินธุ์
ปิยะ วิมุกตายน รับบท สิปปะ
มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา รับบท อุษาสวรรค์
 
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โอนเงินที่  ธนาคาร

 มีหนังใหม่ทุกสัปดาห์

สอบถามทุกเรื่อง K. Toonson แผ่นที่ปัญหาจากทางเรา เราจะเปลียนให้ทุกประการ ( ภายใน 7 วันที่รับของ )

Email : Toonson_y@yahoo.com     K. Toonson Mobile 086-0577030  AIS 

เวปที่ Up Date หนังใหม่

เวปที่ Up Date หนังใหม่

 www.MarketAtHome.com/shop/toonson_39 (ซีรี่ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หว้น)

 www.MarketAtHome.com/shop/toonson_catoon (การ์ตูน หนังยอดมนุษย์ สากลากอเมริกา)

www.tarad.com/toonson_movie (ละครไทย )

www.MarketAthome.com/shop/toonson_ch (หนังจีนชุด )

http://www.siambig.com/shop/index.php?shop=toonson_entertainment (เวปรวมหนังทุกประเภท ไม่มีรูปครับ)