เผย 5 ประเด็นที่ทำให้ TARAD.COM ธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับพี่เบิ้มของไทยไม่เคยล้างราไปจากวงการ

เผย 5 ประเด็นที่ทำให้ TARAD.COM ธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับพี่เบิ้มของไทยไม่เคยล้างราไปจากวงการ

เชื่อว่า TARAD.COM คงจะเป็นชื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ทั้งขาช้อปและผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้คุ้นเคยเป็นอย่างดี เนื่องจากเปิดตัวมานานกว่า 10 ปี โดยมีบริการที่ครอบคลุมตลาดนักช้อปได้ทั่วไทยถึง 4 บริการด้วยกัน ได้แก่ TARAD.COM ร้านค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของไทย, TARADplaza.com เป็นศูนย์กลางร้านค้าที่มีสินค้าให้เลือกมากที่สุดในไทย, ThaiSecondhand.com ตลาดซื้อ-ขายของมือสองระดับพี่เบิ้มในไทย และ Tarad.net เว็บไซต์ โฆษณาดิจิทัล และความรู้เกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ เพื่อเพิ่มยอดขาย และโปรโมทธุรกิจตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ด้วยบริการที่ครบวงจร

แต่หลายปีที่ผ่านมา บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากนอกประเทศต่างก็พากันเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดกันไม่หยุดไม่หย่อน บริษัทไหนสู้ไม่ไหวก็ต้องปิดตัวไปตามระเบียบ แต่ไม่ใช่กับ TARAD.COM ที่ยังคงยืนหยัดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นเหตุให้ iPrice แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกมาเผย 5 ประเด็นสำคัญที่ทำให้ TARAD.COM ฆ่าไม่ตายสักที ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง การเชื่อมต่อกับ e-Marketplace รายใหญ่มากมาย อาทิ Shopee และ 11Street เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กว้างขึ้นกว่าเดิม พร้อมโครงการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการค้าขายออนไลน์ทุกขนาดทั้งไทยและเทศให้เข้ามาเปิดธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ TARAD.COM

 

5-tarad-ecommerce-01

 

ประเด็นที่สอง ข้อมูลจาก Map of Ecommerce ของ iPrice พบว่าช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 TARAD.COM มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ต่อเดือนมากขึ้น จากไตรมาสที่ 2 ที่ติดเป็นอันดับ 8 มีผู้เข้าชม 1,840,000 คน แต่ไตรมาสที่ 4 ขยับขึ้นมาติดเป็นอันดับที่ 6 มีผู้เข้าชม 3,358,464 คน เห็นได้ชัดว่าจำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาเกือบถึงสองเท่าเลยทีเดียว ยิ่งผนวกกับแผนบริหารธุรกิจรูปแบบใหม่ยิ่งทำให้พอจะคาดเดาการเจริญเติบโตในปี 2018 นี้ได้กลาย ๆ

ประเด็นที่สาม เนื่องจาก TARAD.COM เป็น e-Marketplace ที่เปิดให้ร้านค้าออนไลน์น้อยใหญ่เข้ามาขายของ ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลของ iPrice พบว่า TARAD.COM ครองตำแหน่งอันดับที่ 3 สำหรับธุรกิจ E-Commerce แบบ C2C (Consumer to Consumer) ในไทย เมื่อย้อนกลับไปดูข้อมูลตั้งแต่ไตรมาสที่ 2-4 ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่าอันดับของ TARAD.COM ในปี 2018 อาจขยับขึ้นอีกก็เป็นได้

 

เผย 5 ประเด็นที่ทำให้ TARAD.COM ธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับพี่เบิ้มของไทยไม่เคยล้างราไปจากวงการ

ประเด็นที่สี่ TARAD.COM มีช่องทางชำระค่าสินค้าทุกช่องทางที่คนไทยนิยมตามข้อมูลจาก The State of Ecommerce ของ iPrice ถึง 5 ช่องทาง ได้แก่ บัตรเครดิต, โอนผ่านธนาคาร, เก็บเงินปลายทาง, เคาน์เตอร์เซอร์วิส และผ่อนส่ง โดยเฉพาะการชำระด้วยบัตรเครดิตที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่หนึ่ง ซึ่งทาง TARAD.COM เองก็มีให้เลือกใช้บริการถึง 10 ธนาคารเลยทีเดียว ยังไม่รวมการรับบัตร Master Card และ Visa

ประเด็นที่ห้า คงหนีไม่ผลชื่อเสียงที่สร้างสมมานานของ TARAD.COM ตั้งแต่ยุคบุกเบิกธุรกิจอีคอมเมิร์ซ รวมไปถึงยุคที่ Rakuten เข้ามาร่วมลงทุนและยุคที่ซื้อกลับมาได้อย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสู้ไม่ถอยของผู้บริหารที่นักวิชาการต่างคาดเดาไปตาม ๆ กันว่าการกลับมาครั้งนี้ของ TARAD.COM ย่อมต้องมีกลเม็ดเคล็ดลับเด็ดที่น่าจับตามองเพิ่มขึ้นแน่นอน

ทั้ง 5 ประเด็นข้างต้นเป็นเพียงหนึ่งในตัวการสำคัญที่ช่วยเสริมรากฐานของ TARAD.COM ได้มั่นคงขึ้นเท่านั้น หากมองในมุมกลับจะเห็นว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยนี้ก้าวทันเทรนด์การช้อปอันทันสมัยโดยแท้ เพราะไม่ว่าจะเป็นบริการใดก็ตอบโจทย์ความต้องการของนักช้อปไปซะหมด แล้วอย่างนี้ใครจะมาเลื่อยขาเก้าอี้ได้ละจริงไหม?

ขนิษฐา สาสะกุล iPrice