TARAD Point
Thailand Web Stat
หมวดหมู่ทั้งหมด
พระอนุรุทธ, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์ #7365167
  • ชื่อสินค้า : พระอนุรุทธ, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์
  • สินค้าในสต๊อก : มีสินค้า
  • ระยะเวลาการขาย : จนกว่าของจะหมด
  • ค่าขนส่งขั้นต่ำ : คิดค่าจัดส่งตามการสั่งซื้อต่อครั้ง 60.00 บาท  
  • ราคา : 16,000 บาท (สั่งซื้อออนไลน์ รับแต้มคืน 160 บาท(แต้ม))
  • ราคาผ่อน : ดูเพิ่ม
  • จำนวนสินค้า : (ระบุจำนวนสินค้าที่สั่งซื้อ)
  • บันทึกลงรายการโปรด
  •  
  • = 160 บาท (แต้ม)

Point คืออะไร ?

 
ยังไม่มีการรีวิว
  • แบ่งปัน :Tell To Friend
รายละเอียด พระอนุรุทธ, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์
แก้ไขล่าสุด : 28-10-2562 18:42:13

พระอนุรุทธ, พระอาจารย์โอ พุทโธรักษา, พุทธสถานวิหารพระธรรมราช, จ.เพชรบูรณ์

"พระอนุรุทธ" เป็นเลิศทางอุดมสมบูรณ์พูนสุข ผู้ใดบูชาจะไม่ได้พบเจอกับคำว่า ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้ ไม่สบาย ไม่สำเร็จ ตลอดกาลนาน แกะจาก "ไม้ยอดฟ้า" ภายในองค์พระบรรจุด้วยพระธาตุ, ขนสิงโต และผงวิเศษตามตำราพิชัยสงคราม

“พระอนุรุทธเถระ” ผู้ที่พระบรมศาสดาโคตมพุทธเจ้าทรงได้ตรัสยกย่องชมเชยว่าเป็นเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง “ผู้มีทิพยจักษุญาณ” เพราะพระอนุรุทธได้เจริญอาโลกกสิณตรวจดูสัตว์โลกด้วยทิพยจักษุญาณเสมอ ตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืน ยกเว้นขณะกำลังฉันภัตตาหารเท่านั้น

ในอดีตชาติของพระอนุรุทธเถระท่านได้บำเพ็ญทานบุญกุศลอยู่ตลอดแสนกัป ทั้งยังเกิดร่วม "สหชาติ" กับพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆอยู่อีกหลายพระองค์ อาทิเช่น:

ในสมัยของ "พระปทุมุตตระพุทธเจ้า" พระอนุรุทธเถระนั้นบังเกิดในสกุลคฤหบดีผู้มหาศาล ท่านได้สร้างต้นประทีปหลายพันต้น และสร้างประทีปบริวารด้วยถ้วยกระเบื้องและถาดสัมริดเป็นนับจำนวนไม่ได้ ถวายเป็นพุทธบูชา

ในสมัยของ "พระสุเมธสัมมาสัมพุทธเจ้า" พระอนุรุทธได้ถวายประทีป ถวายไส้ตะเกียงน้ำมันพันหนึ่งแด่พระพุทธองค์ ประทีปนั้นลุกโพลงอยู่ถึง ๗ วัน ๗ คืน

ในสมัยของ "พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า" พระอนุรุทธเถระนั้นบังเกิดในเรือนคฤหบดีใกล้กรุงพาราณสี ท่านได้สร้างภาชนะสำริดจำนวนมาก บรรจุเนยใสจนเต็ม แล้ววางไส้ตะเกียงห่างกัน ๑ องคุลีในภาชนะดังกล่าว วางเรียงชิดกันแล้วจุดไฟขึ้นล้อมพระเจดีย์ที่ยาว 1 โยชน์ถวายเป็นพุทธบูชา นอกจากนี้ท่านยังสร้างภาชนะสำริดขนาดใหญ่ใส่เนยใสจนเต็ม ก่อนจุดไส้ตะเกียงพันดวงรอบๆขอบปากภาชนะสำริดนั้นแล้วจุดไฟขึ้น ท่านได้เทินภาชนะสำริดขนาดใหญ่นั้นไว้บนศีรษะ เดินประทักษิณเวียนบูชาเจดีย์ระยะทางโดยรอบประมาณ ๑ โยชน์ ตลอดคืนจนถึงเช้ารุ่ง

และเมื่อสมัยครั้งที่พระอนุรุทธเกิดเป็นคนหาบหญ้าในเรือนของตระกูลยาจกเข็ญใจนามว่า "อันนภารบุรุษ" ท่านได้ถวายอาหารที่ตนกำลังจะบริโภคแก่พระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่งมีพระนามว่า "พระอุปริฎฐะปัจเจกพุทธเจ้า” จึงได้รับพรจากพระปัจเจกพระองค์นั้นตามคำอธิษฐานว่า "จะไม่พบกับคำว่าไม่ได้ จะไม่เจอกับคำว่าไม่มี"

Phra Anuruddha by Phra Arjarn O, Phetchabun.

"Phra Anuruddha" is the great amulet of abundance & happiness. Who prays "Phra Anuruddha" will never face with shortage, badness, sickness, disappointment, inefficacy, and failure because he nevers know "Not Have". This amulet carved from "Gable Apex Wood" and inside also have holy items such as Sivali’s relics, Lion’s hair and holy powder follows Phra Pichai Songkram scirpture.

Phra Anuruddha who was most excellent in the area of the Celestial-Eye. He was a Buddhist monk who was intelligent and knew Dhamma Vinaya thoroughly. The Lord Buddha said that Phra Anuruddha had offered lanterns in the previous lifetimes so he was intelligent.

In a previous lifetime, He was born to be a poor, however, He offered alms to a Silent Buddha who just finished a meditative attainment and made a wish that he did not want to experience “Not Have” anymore. After that He became a rich man and when he passed away, he was reborn as King Indara for 7 times, the Great Emperor for 14 times, made thousands of lanterns to worship a pagoda in which relics of Padumutara Buddha contained and a pagoda in which relics of Kassapa Buddha contained too.

In this lifetime, he was born as a prince. When he was ordained, he learned the meditation from Phra Sariputta and then went to a forest. While he was practicing the monastic duties, he considered Mahāpurisavitakka 7. While he was doing, the Lord Buddha went to His place and taught Him to consider another one more. After that the Lord Buddha went to the residence and Phra Anuruddha continued considering. Finally, Phra Anuruddha became an Arahant and He usually examined the world beings by his celestial eyes except his meal times. While the Lord Buddha was passing away, he kept watching the Lord Buddha’s mind and told Phra Ananda. The Lord Buddha praised him that his celestial eyes were better than any other monk.

เอตทัคคะผู้ไม่รู้จักคำว่าไม่มี

"พระอนุรุทธะ" เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าอมิโตทนะ ผู้เป็นพระเจ้าอาของพระบรมศาสดา มีพระเชษฐา (พี่ชาย) พระนามว่า เจ้าชายมหานามะ มีพระกนิษฐภคินี (น้องสาว) พระ นามว่า พระนางโรหิณี รวมเป็น ๓ พระองค์ด้วยกัน เมื่อพระบรมศาสดาตรัสรู้แล้วเสร็จมาโปรดพระประยูรญาติศากยวงศ์ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ ได้มีศากยกุมารผู้มีชื่อเสียงออกบวชติดตามพระบรมศาสดาหลายพระองค์

ถ้าจะนับตามลำดับพระวงศ์ก็เป็นพระอนุชาของพระบรมศาสดา อนุรุทธกุมารเป็นผู้มีบุญญาธิการสูง เป็นผู้มีปัญญามาก และเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติอย่างยิ่ง มีปราสาท ๓ หลังเป็นที่ประทับใน ๓ ฤดู สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ศฤงคาร คือทรัพย์ที่ทำให้คนได้รับ เกิดความรัก ความชอบใจ และบริวารยศ แม้แต่คำว่า "ไม่มี" ก็ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยได้สดับเลยนับตั้งแต่ประสูติมา

The Great Buddhist Saint Who Nevers Know The Phrase “There Isn’t Any”.

"Anuruddha" was one of the Buddha’s eminent disciples. He was the son of Amitodana, the brother of King Suddhodana who was the father of Siddhārtha Gautama. Amitodana had five children from different wives, namely, Mahānāma, Ānanda, Anuruddha, Bhāgu, and Rohiṇī.

When he was young, Anuruddha lived amid luxuries and had three palaces, one for each seasons, winter, summer, and rainy. The Dhammapada commentary records that he had never even heard the phrase “there isn’t any (natthi)” for whatever he might want; his desire would immediately be fulfilled. Thus, Anuruddha lived his early life in wanton luxury and gave little thought to the meaning and purpose of existence.

พระศาสดาทรงช่วยทำจีวร

ครั้นในวันทำจีวรของพระอนุรุทธนั้น พระศาสดามีภิกษุ ๕๐๐ รูปเป็นบริวาร เสด็จไปที่พระวิหารประทับนั่งแล้ว แม้พระอสีติมหาสาวกทั้ง ๘๐ รูปก็นั่งอยู่ด้วย พระมหากัสสปเถระนั่งแล้วตอนต้น เพื่อเย็บจีวร พระสารีบุตรเถระนั่งในท่ามกลาง พระอานนเถระนั่งในท้ายที่สุด ภิกษุสงฆ์กรอด้าย พระศาสดาทรงร้อยด้ายนั้นในรูเข็ม พระมหาโมคคลัลานเถระ เป็นผู้จัดหาวัตถุที่พระสงฆ์ต้องการ แม้เหล่าเทพธิดาประจำบ้านก็เข้าไปสู่ภายในบ้านแล้ว ชักชวนให้เจ้าบ้านมาถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ในครั้งนั้นภัตตาหารอันมีข้าวยาคูของควรเคี้ยว ต่างทั้งหลายมีปริมาณเป็นอันมาก จนภิกษุทั้งหลายฉันไม่หมด เหลือกองอยู่เป็นอันมาก

In Buddha's lifetime, Buddha had ever helped Phra Anuruddha bound yellow robe.

ไม้ช่อฟ้าหนุนชะตาชั้นสูง

พระอนุรุทธ แกะจากไม้ช่อฟ้าอุโบสถ ของวัดหนึ่งที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างมาคู่กับพระอุโบสถ ในหนึ่งวัดจะมีพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถือเป็นของดีมีพลังในตัว ซึมซับพระคาถามงคลมากมายทุกพิธีที่เกิดในอุโบสถแห่งนั้น และยังหมายถึงความสำเร็จอันสูงสุด เพราะการยกช่อฟ้าถือเป็นพิธีสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการยกของมงคลขึ้นไปประทับที่ส่วนบนสุด เพื่อทำให้ศาสนสถานหรืออุโบสถและสิ่งก่อสร้างสำคัญนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ โดยผู้ที่เป็นประธานในพิธียกช่อฟ้า ต้องเป็นผู้มีบุญญาธิการสูง มักเป็นเจ้าคนนายคนหรือผู้สูงศักดิ์

"ช่อฟ้า" มักจะมีลักษณะหรือสัญลักษณ์ของสัตว์ในป่าหิมพานต์ ที่ตั้งอยู่เชิงเขาพระสุเมรุหรือเขาไกรลาศ อันหมายถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่สถิตของบรรดาผู้วิเศษหรือผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีบุญ เพราะฉะนั้นการเอารูปแบบบางส่วนของสัตว์ในหิมพานต์มาประดับไว้ตามตัวอาคาร จึงเป็นสัญลักษณ์ให้ตัวอาคารนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ด้วยเหตุนี้ "ไม้ช่อฟ้า" จึงเป็นหนึ่งในมวลสารชั้นสูงที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีคุณวิเศษในทางค้ำจุนหนุนดวงชะตามิให้ตกต่ำ มีความก้าวหน้าในชีวิตการงาน นำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศ และสง่าราศีสู่ผู้เป็นเจ้าของ

The Auspicious Apex Of Wood.

Phra Anuruddha was carved from “Gable Apex Wood” of a famous temple which has age more than 200 years. That is the superb material for making holy amulet because it already pass through many auspicious ceremonies & blessings along 200 years. Moreover, it was placed at the highest point of the ubosot by the high class people so, people believe that Gable Apex Wood has holy power itself in case of supporting destiny, empower authority, and extend reputation.

น้ำมันสาริกาจับแขน

“น้ำมันสาริกาจับแขน” ชื่อนี้มาจากว่า ในช่วงที่พระอาจารย์โอได้เสกน้ำมันโหลนี้อยู่นั้น มีอยู่วันหนึ่งน้ำมันเดือดขึ้นมา ท่านเลยใช้มือปาดเอาน้ำมันที่เดือดล้นออกมาที่ถาดลงโหลดังเดิม ส่วนที่เปื้อนมือท่านก็เช็ดกับแขนท่านเอง พอพระอาจารย์โอออกมาจากห้องพิธีได้สักพัก ปรากฏว่ามีนกเอี้ยงสาริกาตัวหนึ่งบนมาเกาะแขนท่าน ก็เลยเป็นเหตุที่มาของชื่อ “น้ำมันสาริกาจับแขน”

น้ำมันสาริกาจับแขน เป็นการรวมกันของน้ำมันมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธานุภาพเน้นหนักไปทางเจริญรุ่งเรือง โภคทรัพย์โชคลาภ เมตตามหานิยม และเสน่ห์ชั้นสูง น้ำมันแต่ละชนิดที่พระอาจารย์โอใช้เวลาในการตามหา จนได้มาครอบครองนั้น เรียกได้ว่าถ้าเอ่ยชื่อไปถึงกับสะเทือนหลายวงการได้เลย บอกได้แค่ว่าเป็นน้ำมันมนต์จากครูบาอาจารย์สมัยก่อน ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศทั้งนั้น บางชนิดก็ถูกเก็บไว้ในอุโบสถมาหลายทศวรรษ พระอาจารย์ท่านก็ยังไปตามนำมาจนได้ จนลูกศิษย์ที่ช่วยท่านตามน้ำมันอันวิเศษเหล่านั้นมา เคยเอ่ยปากถามท่านว่า ทำไมต้องไปตามหาน้ำมันเหล่านี้ ทั้งๆที่ท่านพระอาจารย์โอเองก็เป็นเจ้ากรมสีผึ้งและน้ำมันอยู่แล้ว

พระอาจารย์โอท่านบอกว่า ที่ฉันทำได้นั้น เทียบไม่ได้กับที่ครูบาอาจารย์ท่านได้สร้างไว้เลย ทั้งคุณค่าทางวัตถุและจิตใจ ของเขาดีจริง ไม่เช่นนั้นคงไม่ตรากตรำตามหาจนพลิกแผ่นดินแบบนี้หรอก เป็นน้ำมันสุดหวงแหนจริงๆ เยี่ยมยอดแบบที่พระอาจารย์โอท่านต้องวางโหลน้ำมันไว้ที่หัวนอนในกุฏิท่าน ว่ากันขนาดนั้น ท่านต้องมั่นใจในความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมันชุดนี้แบบเต็มเปี่ยมที่สุด

Bird On Arm Oil.

“Bird On Arm Oil” was named like this because during Phra Arjarn O was blessing this oil, the oil boiled up and overflowed out of the jar so, he used his hands to bring some oil back to the jar. He wiped his hands with his arm to clean the oil out but, when he walked out from the ceremony room for a while, there was a Salika bird flied to catch on Phra Arjarn O’s arm. Therefore, Phra Arjarn O named this oil as “Bird On Arm Oil”.

“Bird On Arm Oil” is the combination of special holy oils which their power emphasize on luxuriance, wealth, richness, and high-class charm. Each holy oil is really supreme until can make some amulet lovers felt shocked if they know where those oil come from. Some holy oils were made by well-known masters & some were hidden in the old temple for many decades. However, Phra Arjarn O could seek and get those holy oils in the legend successfully. One of Phra Arjarn O’s disciple who helped Phra Arjarn O find those holy oils asked Phra Arjarn O that “Why You Need To Find Those Holy Oils Even You Can Make Holy Oil By Yourself?”

Then, Phra Arjarn O answered his disciples that “Even I Can Make Holy Oil But, It Can Not Compare With Those Holy Oils That Were Made By The Skillful Master In The Former Times. Those Holy Oils Are So Mean To Me In Case Of Sentimental Value & Physical Value. If Those Oils Are Not Really Powerful, I Will Not Spent A Lot Of Time To Find.” Therefore, “Bird On Arm Oil” is the cherish oil that Phra Arjarn O keeps on the head of his bed because he has high confidence in the sacred power of this oil.

"พระอนรุทธ" แกะจาก "ไม้ยอดฟ้า" เป็นสุดยอดวัตถุมงคลในสายวิชาพระพิชัยสงครามโดยหากว่ากันตามตำราแล้ว ต้องเสกในน้ำมันจันทน์จนกว่า "พระจะลุกนั่ง" ถึงจะใช้ได้ สำหรับเรื่องนี้พระอาจารย์ลองทดสอบดูอยู่หลายครั้ง จีงสรุปทฤษฐีความเชื่อเรื่องเสกพระจนลุกนั่งได้ความว่า เนื่องจากองค์ประกอบในน้ำมันจันทน์มีมวลค่อนข้างไหวติง เมื่อองค์พระแกะขึ้นจากวัสดุเนื้อไม้ที่มีมวลเบา พอแช่บ่มไว้ในน้ำมันนานวันเข้า เนื้อไม้ก็จะดูดซึมน้ำมันเข้าไปเก็บไว้ในตัว พอถึงจุดหนึ่งก็เกิดการทำปฏิกริยากันทางกายภาพระหว่างน้ำมันและไม้ ทำให้องค์พระที่แช่ในน้ำมันสามารถลอยตัวขยับเขยื้อนเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิมเหมือนอย่างในตำราว่าไว้ เรื่องเสกพระจนลุกนั่งเอง จึงเป็นเรื่องกึ่งวิทยาศาสตร์ กึ่งกุศโลบายในการฝึกเจริญสมาธิที่ครูบาอาจารย์รุ่นก่อนๆอาจจะตั้งใจแฝงไว้ให้เกจิรุ่นหลังต่อๆมาใช้เวลาทำสมาธิฝึกจิตภาวนา ผ่านการท่องพระคาถามหาเวทย์มนตราปลุกเสกพระเป็นเวลานานก็เป็นได้

Phra Arjarn O must blessed these amulets until they can flow and stand up in the oil.

เมื่อปลุกเสกเสร็จพิธี ก็ถึงเวลานำ "พระอนุรุทธ” ที่ชุ่มฉ่ำถึงเนื้อในด้วย "น้ำมันสาริกาจับแขน" มาสะเด็ดน้ำมันเตรียมไว้สำหรับการอุดของวิเศษต่างๆไว้ใต้ฐาน

When all important blessing procedures were done, "Phra Anuruddha” that already passed through osmosis reaction with "Bird On Arm Oil" were moved out from the bottle for containing some holy items inside.

“น้ำมันพญาราชสีห์ทองคำ” เป็นการนำ “ขนสิงโต” มาแช่กับ “น้ำมันเก้ากลิ่น” มีพุทธคุณทางด้านเจริญรุ่งเรืองและเสริมอำนาจวาสนาบารมี ตามบทพระคาถาที่ว่า “เดชะเดชะ พระพุทธองค์เสวยชาติเป็นพญาราชสีห์ทองคำ มีสุรเสียงก้องกังวาล เป็นตบะอำนาจให้คนคร้ามเกรง มีรัศมีสีทองให้คนลุ่มหลงและหลงใหลฉันใด ขอเดชเดชะนั้นจงมีแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด”

โดยพระอาจารย์โอได้นำ “ขนสิงโต” มาตัดแบ่งเป็นขนาดเล็กๆเพื่อบรรจุไว้ภายในองค์ "พระอนุรุทธ” อีกด้วย

“Golden Lion Oil” It is the combination between “Lion’s Hair” and “9 Smells Oil”. Very good for opulence, authority and fortune like as the golden lion which is the avatar of Buddha.

Phra Arjarn O took “Lion’s Hair” to cut and separate to be tiny piece before filled into "Phra Anuruddha".

พระปิดตาภควัม เป็นเลิศที่สุดทางมหาโชค, มหาลาภ, และเมตตามหานิยม

พระอนุรุทธ เป็นเลิศทางอุดมสมบูรณ์พูนสุข ผู้ใดบูชาจะไม่รู้จักคำว่า “ไม่มี”

“Phra Pidta Pakawambodee”, the great amulet of wealth & high-class charm.

“Phra Anuruddha”, the great amulet of abundance & happiness.

รีวิวร้านค้า
ร้านค้า : ศูนย์พระเครื่องบารมีพ่อแก่ ( Baramee-pokae Thailand Amulets shop )
ยังไม่มีคะแนนรีวิว

หน้าร้าน : http://www.pokae.com

หมวดหมู่ของร้าน : ของสะสมและของเก่า

เกี่ยวกับร้าน : อ่านต่อ >>

  นโยบายของเว็บไซต์
นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• บัตรเครดิต / บัตรเดบิต  
• ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต  
• เพย์สบาย 
• เพย์พาว 
• เอ็มเปย์ 
• โอนเงินผ่านธนาคาร     
• เคาน์เตอร์เซอร์วิส 
• โอนผ่านธนาคารแบบระบุเลขบัญชี     
• เอ็มเปย์ สเตชั่น 
การส่งสินค้า (Shipping information)
ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้า กรุณาโทร หรือ Line หรือ Email สอบถามทางร้านก่อนโอนเงิน หากโอนเงินไม่เกินเวลา 15.00 น. จะจัดส่งทันที ณ วันที่ชำระเงิน - ทางร้านทำการจัดส่งสินค้าทุกวัน - หากยังไม่ได้รับของภายใน 3 วัน กรุณาติดต่อกลับทางร้านด่วน !!! - การจัดส่งทางไปรษณีย์ EMS จะต้องชำระค่าจัดส่งเพิ่ม ** สินค้าขนาดเล็ก 60 บาท **ขนาดใหญ่แบบบูชา ตามน้ำหนัก สอบถาม - การจัดส่งส่งสินค้าต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และชนิดของการส่งสินค้า หากโอนเงินแล้วสามารถโทรแจ้ง 062-6459366 หรือ 061-4962664
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ศูนย์พระเครื่องบารมีพ่อแก่ ( Baramee-pokae Thailand Amulets shop )
JJ Mall ชั้น2 ห้องS184 ถนนกำแพงเพชร2 เขตจตุจักร Baramee-pokae Thailand Amulets shop JJ Mall Chatuchak shopping mall
ศูนย์พระเครื่องบารมีพ่อแก่   (Baramee-pokae Thailand Amulets shop JJ Mall Chatuchak shopping mall) ศูนย์การค้า JJ Mall จตุจักร ชั้น 2 ห้อง S184 สอบถามโทร... อ่านทั้งหมด
เวลาให้บริการ (Business Hour)
เปิดให้บริการทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ตั้งแต่ 11.00-19.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 10.30-20.00 น.  ศูนย์การค้า เจเจมอลล์ (ติดสวนจตุจักร) ชั้น 2 ห้อง S184 Open everydays  (If stop will announcement before)  Open since 11.00 am to 7.00 pm. For chat online possible at Line application ID: @baramee-pokae or contact directly to baramee-pokae@hotmail.com We have staff to service all customer immediately.